หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพังงา >อ.ตะกั่วทุ่ง >ต.กระโสม > วัดสุวรรณคูหา
TL;DR: วัดสุวรรณคูหา อยู่ที่หมู่ 2 ตำบลกระโสม อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ วัดถ้ำในภูเขาหินปูนลูกโดด มีถ้ำหลายแห่งเชื่อมต่อกัน ถ้ำใหญ่ใช้เป็นวิหารธรรมชาติและเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปจำนวนมาก.
วัดสุวรรณคูหา

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดสุวรรณคูหา จังหวัดพังงา หรือที่คนท้องถิ่นเรียกกันว่า วัดถ้ำ เป็นวัดเก่าแก่และโบราณสถานสำคัญของอำเภอตะกั่วทุ่ง ตั้งอยู่หมู่ 2 ตำบลกระโสม ตามแนวทางหลวงหมายเลข 4 สายพังงา-ภูเก็ต ห่างจากตัวเมืองพังงาประมาณ 9 กม. จุดเด่นของวัดคือภูเขาหินปูนที่มีถ้ำหลายคูหาเชื่อมต่อกัน ภายในถ้ำใหญ่ประดิษฐานพระพุทธรูปหลายองค์ โดยมีพระพุทธไสยาสน์องค์งดงามเป็นพระพุทธรูปสำคัญที่สุดของวัด นอกจากนี้ยังมีพระปรมาภิไธยย่อและพระนามาภิไธยของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์อยู่ภายในถ้ำ รวมถึงหน้าถ้ำที่มีฝูงลิงอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้วัดสุวรรณคูหาเป็นสถานที่ที่รวมทั้งการไหว้พระ การชมถ้ำ การศึกษาประวัติศาสตร์ และการท่องเที่ยวธรรมชาติไว้ในที่เดียว
วัดสุวรรณคูหาเป็นหนึ่งในวัดที่ควรใช้เวลาเดินชมอย่างตั้งใจ เพราะพื้นที่วัดไม่ได้มีเพียงพระนอนในถ้ำเท่านั้น แต่มีชั้นประวัติศาสตร์ โบราณคดี ธรณีวิทยา ศิลปกรรม และความทรงจำของท้องถิ่นซ้อนอยู่จำนวนมาก วัดนี้สร้างขึ้นเป็นวัดมาแต่โบราณ มีข้อมูลประวัติวัดระบุว่าสร้างขึ้นราว พ.ศ. 2243 โดยมีพระธุดงค์และสามเณรเดินทางมาพำนักในพื้นที่ที่เป็นถ้ำสงบเงียบ ต่อมาชาวบ้านรู้จักบริเวณนี้ในชื่อวัดถ้ำ ก่อนชื่อวัดสุวรรณคูหาจะถูกใช้เป็นชื่อทางการในภายหลัง คำว่า สุวรรณคูหา ให้ความหมายถึงถ้ำอันงดงามหรือถ้ำที่มีคุณค่าสูง สอดคล้องกับลักษณะวัดที่มีถ้ำใหญ่เป็นหัวใจของพื้นที่ศาสนสถาน
พื้นที่วัดตั้งอยู่บริเวณบ้านเขาถ้ำ ถนนเพชรเกษม กิโลเมตรที่ 30 หมู่ 2 ตำบลกระโสม อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา วัดตั้งอยู่ติดภูเขาหินปูนลูกโดดขนาดเล็กในพื้นที่ราบ มีคลองถ้ำอยู่ทางทิศตะวันออกและทิศใต้ซึ่งไหลลงสู่อ่าวพังงา ลักษณะภูมิประเทศเช่นนี้ทำให้วัดมีความโดดเด่นทั้งในฐานะวัดถ้ำและแหล่งธรรมชาติ ภูเขาหินปูนบริเวณวัดมีอายุหลายร้อยล้านปี มีหินงอก หินย้อย เสาหิน และม่านหินย้อยกระจายอยู่ภายในถ้ำ ทำให้การเดินชมถ้ำสุวรรณคูหาเป็นทั้งการไหว้พระและการเรียนรู้ธรรมชาติของภูมิประเทศแบบคาสต์ในภาคใต้ฝั่งอันดามัน
ภายในภูเขาของวัดมีถ้ำหลายแห่ง เช่น ถ้ำใหญ่หรือถ้ำพระ ถ้ำแจ้ง ถ้ำมืด ถ้ำแก้ว ถ้ำผึ้ง ถ้ำครัว และถ้ำบน โดยถ้ำใหญ่ตั้งอยู่ตอนล่างสุดและเป็นถ้ำที่นักท่องเที่ยวเข้าชมมากที่สุด เพราะใช้เป็นวิหารหลักของวัด ภายในถ้ำใหญ่มีพื้นค่อนข้างเรียบ เพดานโค้งสูงคล้ายประทุนเรือ และพื้นที่ภายในถ้ำถูกใช้เป็นสถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปจำนวนมาก ส่วนถ้ำแจ้ง ถ้ำมืด และถ้ำแก้วอยู่ลึกเข้าไปด้านใน เป็นพื้นที่ที่ผู้มาเยือนสามารถชมความงามของหินงอกหินย้อยและบรรยากาศของถ้ำธรรมชาติที่ยังคงความขลังได้อย่างชัดเจน
ถ้ำใหญ่ของวัดสุวรรณคูหาเป็นหัวใจของวัดและเป็นพื้นที่ที่ผู้อ่านควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ภายในถ้ำประดับตกแต่งด้วยกระเบื้อง ถ้วย จานเชิงลายคราม และเครื่องเบญจรงค์หลายชนิดตลอดแนวถ้ำ การนำเครื่องถ้วยมาประดับถ้ำไม่ได้เป็นเพียงการตกแต่งเพื่อความงาม แต่ยังสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างศิลปกรรม ศรัทธา และวัฒนธรรมการถวายของมีค่าในอดีต ภายในถ้ำยังมีพระพุทธรูปปูนปั้นหลายองค์ ทั้งพระพุทธรูปปางมารวิชัย พระพุทธรูปประทับยืน พระพุทธรูปปางถวายเนตร พระพุทธรูปปางนาคปรก พระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ พระปางปรินิพพาน พระพุทธบาทจำลอง และพระมหากัสสปะยืน ซึ่งทำให้ถ้ำใหญ่มีลักษณะเป็นวิหารธรรมชาติที่เต็มไปด้วยปูชนียวัตถุสำคัญ
พระพุทธไสยาสน์ภายในถ้ำใหญ่เป็นพระพุทธรูปสำคัญที่สุดของวัด มีความยาว 7 วา 2 ศอก หรือประมาณ 15 เมตร องค์พระมีพุทธลักษณะงดงาม นอนทอดยาวอย่างสงบอยู่ภายในถ้ำหินปูน บรรยากาศโดยรอบทำให้พระพุทธไสยาสน์ดูสง่างามและมีพลังทางศรัทธาอย่างมาก แสงสว่างที่ตกกระทบองค์พระและผนังถ้ำสร้างความรู้สึกสงบ ลึก และขลัง ผู้มาเยือนจำนวนมากเดินทางมาที่วัดสุวรรณคูหาเพื่อกราบพระพุทธไสยาสน์เป็นอันดับแรก ก่อนเดินต่อไปยังถ้ำชั้นในและจุดจารึกพระปรมาภิไธยย่อ
ประวัติการบูรณะวัดสุวรรณคูหาที่สำคัญปรากฏจากศิลาจารึกของพระยาบริสุทธิโลหะภูมินทราธิบดี ณ ถ้ำใหญ่ ศิลาจารึกนี้เป็นอักษรไทยโบราณสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ทำขึ้นเป็นรูปใบเสมาจากหินชนวน บันทึกเหตุการณ์การบูรณะวัดเมื่อ พ.ศ. 2401 เนื้อความกล่าวถึงพระยาบริสุทธิโลหะภูมินทราธิบดี ผู้สำเร็จราชการเมืองตะกั่วทุ่ง ที่ดำริให้ปฏิสังขรณ์วัด สร้างวิหาร และสร้างพระพุทธรูปสำคัญหลายองค์ เช่น พระพุทธไสยาสน์ พระนาคปรก และพระพุทธนิพพาน รวมถึงการประดับเพดานถ้ำด้วยเครื่องถ้วยและการสร้างพระปรางค์สำหรับบรรจุอัฐิญาติในตระกูล ณ ตะกั่วทุ่ง จารึกนี้ช่วยยืนยันว่าวัดสุวรรณคูหาเป็นวัดที่มีบทบาทเกี่ยวข้องกับชนชั้นนำเมืองตะกั่วทุ่งและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง
ตระกูล ณ ตะกั่วทุ่งมีบทบาทสำคัญต่อประวัติวัดสุวรรณคูหาในช่วงรัตนโกสินทร์ พระยาบริสุทธิโลหะภูมินทราธิบดีและพระเพชรศรีพีไชยสงคราม ปลัดเมืองผู้น้อง ได้ร่วมกันบูรณะวัด ทำให้วัดกลับมาเจริญรุ่งเรืองและกลายเป็นวัดประจำตระกูล ณ ตะกั่วทุ่ง รวมถึงเป็นวัดที่สัมพันธ์กับเมืองตะกั่วทุ่งในอดีต ภายในวัดยังมีพระปรางค์บรรจุอัฐิตระกูล ณ ตะกั่วทุ่งและโบราณวัตถุหลายรายการที่สะท้อนความต่อเนื่องของศรัทธาและการอุปถัมภ์วัดจากผู้มีบทบาทในท้องถิ่น
อีกส่วนหนึ่งที่ทำให้วัดสุวรรณคูหามีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สูงมากคือพระปรมาภิไธยย่อและพระนามาภิไธยที่จารึกอยู่ภายในถ้ำ วัดแห่งนี้เคยเป็นสถานที่ที่พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์เสด็จพระราชดำเนินหรือเสด็จประพาส เช่น กลุ่มอักษร จปร., ปปร., ภปร. และ สก. บนผนังถ้ำ โดยเฉพาะพระปรมาภิไธยย่อ ภปร. และ สก. ที่ผนังถ้ำแจ้ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเสด็จพระราชดำเนินของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี เมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2502 รอยจารึกเหล่านี้เป็นหลักฐานแห่งความทรงจำของจังหวัดพังงาและควรได้รับการเคารพ ไม่ขีดเขียนทับ ไม่แตะต้อง และไม่ทำให้เสียหาย
นอกจากหลักฐานสมัยประวัติศาสตร์แล้ว วัดสุวรรณคูหายังมีความสำคัญทางโบราณคดีในระดับลึกขึ้นไปอีก เพราะการขุดค้นภายในถ้ำและบริเวณหน้าวัดพบโบราณวัตถุสมัยก่อนประวัติศาสตร์หลายชนิด เช่น ขวานหินขัด ขวานหินมีบ่า เครื่องมือหิน เศษภาชนะดินเผา กำไลหิน กำไลเปลือกหอย ลูกปัดหินคาร์เนเลียน ชิ้นส่วนกระดูกสัตว์ และชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์ หลักฐานเหล่านี้ทำให้เห็นว่าพื้นที่ถ้ำสุวรรณคูหาไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะในฐานะวัดพุทธเท่านั้น แต่เคยเป็นพื้นที่ที่มนุษย์ใช้ประโยชน์มาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ด้วย
พิพิธภัณฑ์วัดสุวรรณคูหาเป็นอีกจุดหนึ่งที่ควรกล่าวถึง เพราะเป็นพื้นที่เก็บรักษาโบราณวัตถุของวัดและวัตถุเก่าแก่ที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์พื้นที่ มีข้อมูลว่าพิพิธภัณฑ์นี้จัดทำขึ้นบริเวณกุฏิโดยพระครูวินัยสารนิเทศก์ เจ้าอาวาสในอดีต เพื่อจัดแสดงวัตถุโบราณจำนวนมาก ภายในพิพิธภัณฑ์และตู้จัดแสดงของวัดมีวัตถุเก่าที่สะท้อนทั้งศาสนา ชุมชน และโบราณคดี เช่น เครื่องถ้วย เครื่องลายคราม เบญจรงค์ พระพุทธรูป โบราณวัตถุจากถ้ำ และสิ่งของที่ชุมชนมีส่วนร่วมในการรักษาไว้ พิพิธภัณฑ์จึงทำหน้าที่เชื่อมความรู้ทางโบราณคดีกับความทรงจำของชุมชนวัดถ้ำ
สิ่งปลูกสร้างภายในวัดสุวรรณคูหามีหลายส่วนที่สะท้อนพัฒนาการของวัดในฐานะวัดราษฎร์ขนาดสำคัญของตำบลกระโสม อาคารเสนาสนะที่ปรากฏในประวัติวัด ได้แก่ อุโบสถ ศาลาการเปรียญ หอฉัน กุฏิสงฆ์ และอาคารพิพิธภัณฑ์ อุโบสถของวัดเป็นพื้นที่ประกอบพิธีกรรมของคณะสงฆ์ ส่วนศาลาการเปรียญใช้เป็นพื้นที่รวมญาติโยม ฟังธรรม และประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา กุฏิสงฆ์และหอฉันสะท้อนการดำรงชีวิตประจำวันของพระภิกษุภายในวัด ขณะที่ถ้ำใหญ่ทำหน้าที่เป็นวิหารธรรมชาติและเป็นจุดสักการะหลักของผู้มาเยือน
ถ้ำสุวรรณคูหาได้รับการขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถานโดยกรมศิลปากร ทำให้พื้นที่ถ้ำและวัดมีสถานะเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ต้องได้รับการดูแลตามหลักการอนุรักษ์ การเข้าชมจึงควรทำด้วยความระมัดระวัง ไม่แตะต้องพระพุทธรูปเก่า ศิลาจารึก เครื่องถ้วยประดับถ้ำ หรือรอยจารึกพระปรมาภิไธยย่อ ผู้มาเยือนควรเดินตามเส้นทางที่จัดไว้ ไม่ปีนป่ายหินงอกหินย้อย ไม่ขีดเขียนผนังถ้ำ และไม่สร้างเสียงดังรบกวนพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ เพราะวัดยังเป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจและเป็นโบราณสถานที่มีคุณค่าของจังหวัดพังงา
ด้านหน้าถ้ำเป็นพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวมักจดจำได้ทันที เพราะมีฝูงลิงอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ลิงบริเวณวัดเป็นส่วนหนึ่งของภาพจำของวัดสุวรรณคูหา จนบางครั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติเรียกที่นี่ว่า Monkey Cave หรือ Monkey Temple อย่างไรก็ตาม การพบลิงจำนวนมากต้องใช้ความระมัดระวัง นักท่องเที่ยวควรเก็บของมีค่า กระเป๋า แว่นตา โทรศัพท์มือถือ และถุงพลาสติกให้มิดชิด ไม่แหย่ ไม่ไล่ ไม่จับ และไม่ให้อาหารแบบประชิดตัว การชมลิงควรทำจากระยะที่เหมาะสมเพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้มาเยือนและสัตว์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่
ในเชิงการเดินทาง วัดสุวรรณคูหาเป็นจุดแวะที่สะดวกมากสำหรับผู้ที่เดินทางระหว่างพังงากับภูเก็ต วัดตั้งอยู่ริมเส้นทางหลัก ไม่ไกลจากตัวเมืองพังงาและอยู่ในแนวทางไปอำเภอตะกั่วทุ่ง จากตัวเมืองพังงาใช้ทางหลวงหมายเลข 4 สายพังงา-ภูเก็ต ไปทางตำบลกระโสมประมาณ 9 กม. เมื่อถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 30 จะมีทางแยกเข้าไปยังวัดประมาณ 1 กม. เส้นทางเป็นถนนลาดยางและเหมาะสำหรับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถตู้ท่องเที่ยว ผู้ที่เดินทางจากภูเก็ตสามารถจัดวัดสุวรรณคูหาเป็นจุดแวะก่อนเข้าตัวเมืองพังงาหรือก่อนเดินทางต่อไปอ่าวพังงาได้สะดวก
การวางแผนเที่ยววัดสุวรรณคูหาควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมง เพื่อกราบพระพุทธไสยาสน์ เดินชมถ้ำใหญ่ ถ้ำแจ้ง ถ้ำมืด และจุดสำคัญภายในถ้ำ หากต้องการถ่ายภาพอย่างละเอียดหรือสนใจประวัติศาสตร์มากเป็นพิเศษ ควรเผื่อเวลามากกว่า 1 ชั่วโมง ช่วงเช้าและช่วงบ่ายก่อนแดดอ่อนเป็นเวลาที่เหมาะต่อการเข้าชม เพราะอากาศไม่ร้อนมากและสามารถเดินชมพื้นที่หน้าถ้ำได้สบาย ภายในถ้ำควรเดินอย่างระมัดระวัง เพราะบางจุดอาจมีพื้นต่างระดับ ความชื้น หรือแสงสว่างไม่เท่ากัน
สำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวพังงาแบบไม่ลงเรือ วัดสุวรรณคูหาสามารถจัดร่วมกับเส้นทางเมืองพังงาและตะกั่วทุ่งได้อย่างดี เช่น วัดสุวรรณคูหา พิพิธภัณฑ์เมืองพังงา ถ้ำพุงช้าง สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์พังงา และจุดชมวิวเสม็ดนางชี ส่วนผู้ที่วางแผนเที่ยวอ่าวพังงา สามารถแวะวัดสุวรรณคูหาก่อนหรือหลังการไปท่าเรือสุระกุลและอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงาได้ เส้นทางนี้ทำให้การเที่ยวพังงามีทั้งมิติศรัทธา โบราณสถาน ธรรมชาติ ถ้ำ ภูเขาหินปูน และทะเลอ่าวพังงาในวันเดียว
ค่าเข้าชมของวัดสุวรรณคูหามีข้อมูลการจัดเก็บเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติคนละ 10 บาท ส่วนคนไทยโดยทั่วไปเข้าชมเพื่อไหว้พระและทำบุญได้ตามศรัทธา ภายในบริเวณหน้าวัดมีร้านค้า จุดจำหน่ายอาหารลิง ร้านของฝาก และพื้นที่จอดรถ ผู้มาเยือนควรเตรียมเงินสดจำนวนเล็กน้อยสำหรับทำบุญ ค่าบริการ หรือซื้อของใช้จำเป็นในพื้นที่ แต่ไม่ควรซื้ออาหารให้ลิงมากเกินไป และควรหลีกเลี่ยงการถืออาหารหรือถุงพลาสติกเปิดเผยขณะเดินบริเวณหน้าถ้ำ
วัดสุวรรณคูหาเป็นสถานที่ที่เหมาะกับผู้เดินทางหลายกลุ่ม กลุ่มแรกคือผู้ที่ต้องการไหว้พระและกราบพระพุทธไสยาสน์ในถ้ำ กลุ่มที่ 2 คือผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์วัดเก่าและโบราณสถานของจังหวัดพังงา กลุ่มที่ 3 คือผู้ที่สนใจธรณีวิทยา หินงอกหินย้อย และภูมิประเทศหินปูน กลุ่มที่ 4 คือครอบครัวที่ต้องการจุดแวะระหว่างทางพังงา-ภูเก็ต และกลุ่มที่ 5 คือผู้ที่ต้องการถ่ายภาพถ้ำ พระพุทธรูป และบรรยากาศวัดถ้ำที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ข้อควรปฏิบัติในการเข้าชมวัดสุวรรณคูหาคือแต่งกายสุภาพ ไม่สวมเสื้อผ้าที่ไม่เหมาะสมกับศาสนสถาน ถอดรองเท้าในจุดที่กำหนด ไม่สัมผัสโบราณวัตถุ ไม่ขีดเขียนผนังถ้ำ ไม่ปีนป่ายหินงอกหินย้อย และไม่รบกวนพระสงฆ์หรือผู้ที่มากราบไหว้ หากมีเด็กเล็กควรดูแลใกล้ชิดทั้งในบริเวณถ้ำและบริเวณที่มีลิง สำหรับผู้สูงอายุควรเดินช้า ๆ เพราะบางจุดมีบันได ทางลาด หรือพื้นชื้น การเตรียมรองเท้าที่เดินสะดวกและเสื้อผ้าที่เหมาะกับอากาศร้อนชื้นจะช่วยให้เที่ยวได้ปลอดภัยและสบายขึ้น
วัดสุวรรณคูหาจึงเป็นมากกว่าวัดถ้ำยอดนิยมของพังงา เพราะที่นี่เป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงพระพุทธศาสนา โบราณคดี ธรรมชาติหินปูน ประวัติเมืองตะกั่วทุ่ง และพระราชประวัติการเสด็จประพาสของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ไว้ด้วยกัน การมาเยือนวัดแห่งนี้ทำให้ผู้เดินทางเห็นพังงาในมิติที่ลึกกว่าทะเลและเกาะ คือพังงาในฐานะเมืองเก่าที่มีถ้ำศักดิ์สิทธิ์ โบราณสถานสำคัญ และวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ยังคงมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน
| ชื่อสถานที่ | วัดสุวรรณคูหา หรือวัดถ้ำสุวรรณคูหา |
| ที่ตั้ง | หมู่ 2 ตำบลกระโสม อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา |
| ที่อยู่ | 36/1 ถนนเพชรเกษม ตำบลกระโสม อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา 82130 |
| พิกัด | 8.428514, 98.471708 |
| ไฮไลต์ | พระพุทธไสยาสน์ในถ้ำใหญ่ ถ้ำหินปูน หินงอกหินย้อย พระปรมาภิไธยย่อบนผนังถ้ำ พิพิธภัณฑ์วัด และฝูงลิงบริเวณหน้าถ้ำ |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เป็นวัดโบราณของจังหวัดพังงา มีประวัติการตั้งวัดราว พ.ศ. 2243 และมีศิลาจารึกบันทึกการบูรณะครั้งสำคัญเมื่อ พ.ศ. 2401 ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น |
| ที่มาของชื่อ | ชาวบ้านเรียกว่าวัดถ้ำ เพราะตั้งอยู่ในภูเขาหินปูนที่มีถ้ำหลายคูหา ส่วนชื่อสุวรรณคูหาสื่อถึงถ้ำอันงดงามและมีคุณค่าทางศาสนา ประวัติศาสตร์ และโบราณคดี |
| ลักษณะเด่น | วัดถ้ำในภูเขาหินปูนลูกโดด มีถ้ำหลายแห่งเชื่อมต่อกัน ถ้ำใหญ่ใช้เป็นวิหารธรรมชาติและเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปจำนวนมาก |
| สิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญ | พระพุทธไสยาสน์ยาว 7 วา 2 ศอก พระพุทธรูปปูนปั้นหลายปาง พระพุทธบาทจำลอง และพระมหากัสสปะยืน |
| สิ่งปลูกสร้าง / โซนภายในวัด | ถ้ำใหญ่หรือถ้ำพระ ถ้ำแจ้ง ถ้ำมืด ถ้ำแก้ว ถ้ำผึ้ง ถ้ำครัว ถ้ำบน อุโบสถ ศาลาการเปรียญ หอฉัน กุฏิสงฆ์ พิพิธภัณฑ์วัดสุวรรณคูหา |
| โบราณวัตถุ / หลักฐานสำคัญ | ศิลาจารึกพระยาบริสุทธิโลหะภูมินทราธิบดี พระปรมาภิไธยย่อและพระนามาภิไธยบนผนังถ้ำ พระปรางค์บรรจุอัฐิตระกูล ณ ตะกั่วทุ่ง ใบเสมา สิงโตจีนกระเบื้อง เครื่องลายครามและเบญจรงค์ โบราณวัตถุสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่พบจากพื้นที่ถ้ำ |
| ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ | เป็นโบราณสถานสำคัญของจังหวัดพังงา มีหลักฐานการบูรณะใน พ.ศ. 2401 เคยเป็นสถานที่เสด็จประพาสของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานโดยกรมศิลปากร |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองพังงาใช้ทางหลวงหมายเลข 4 สายพังงา-ภูเก็ต ไปทางตำบลกระโสมประมาณ 9 กม. บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 30 มีถนนลาดยางแยกเข้าวัดประมาณ 1 กม. |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นวัดราษฎร์ โบราณสถาน และแหล่งท่องเที่ยวเชิงศรัทธา ประวัติศาสตร์ และธรรมชาติของอำเภอตะกั่วทุ่ง |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| ค่าเข้าชม | ชาวต่างชาติ 10 บาท |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานจอดรถ ร้านค้า จุดจำหน่ายอาหารลิง พื้นที่ทำบุญ ทางเดินเข้าถ้ำ พิพิธภัณฑ์วัด |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 076-450-333 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ท่าเรือสุระกุล ประมาณ 9 กม. 2. อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา ประมาณ 10 กม. 3. ถ้ำพุงช้าง ประมาณ 11 กม. 4. พิพิธภัณฑ์เมืองพังงา ประมาณ 12 กม. 5. จุดชมวิวเสม็ดนางชี ประมาณ 21 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. โครตปังขนมปังปิ้ง By โก้ธีร์ วัดถ้ำสุวรรณคูหา ประมาณ 1 กม. โทร. 093-712-0888 2. ร้านอาหารในเหมือง ประมาณ 9 กม. โทร. 076-429-000 3. Khua Ari Bang Mat ประมาณ 10 กม. 4. ชาบูชิลล์ พังงา ประมาณ 12 กม. 5. The Barley Retro Cafe & Steak Lounge Phangnga ประมาณ 13 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Le Erawan Phang Nga Hotel ประมาณ 10 กม. โทร. 083-520-1000, 076-673-999 2. SiamIS Hotel Phang Nga Bay ประมาณ 10 กม. 3. Hongsfa Hotel Phang Nga ประมาณ 11 กม. 4. Home Phang-Nga Guest House ประมาณ 12 กม. 5. Blue Mountain Phangnga Resort And Restaurant ประมาณ 13 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดสุวรรณคูหาอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดสุวรรณคูหาตั้งอยู่หมู่ 2 ตำบลกระโสม อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา ตามแนวทางหลวงหมายเลข 4 สายพังงา-ภูเก็ต ห่างจากตัวเมืองพังงาประมาณ 9 กม.
ถาม: วัดสุวรรณคูหากับวัดถ้ำคือวัดเดียวกันหรือไม่?
ตอบ: เป็นวัดเดียวกัน วัดสุวรรณคูหาเป็นชื่อทางการ ส่วนวัดถ้ำเป็นชื่อที่ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวเรียกกันทั่วไป เพราะวัดตั้งอยู่ในภูเขาหินปูนที่มีถ้ำหลายคูหา
ถาม: วัดสุวรรณคูหามีสิ่งสำคัญอะไร?
ตอบ: สิ่งสำคัญ ได้แก่ พระพุทธไสยาสน์ในถ้ำใหญ่ พระพุทธรูปหลายปาง ศิลาจารึกพระยาบริสุทธิโลหะภูมินทราธิบดี พระปรมาภิไธยย่อบนผนังถ้ำ พิพิธภัณฑ์วัด และถ้ำหินปูนที่มีหินงอกหินย้อย
ถาม: วัดสุวรรณคูหาเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: วัดสุวรรณคูหาเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: มีข้อมูลการเก็บค่าเข้าชมเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติคนละ 10 บาท ส่วนการทำบุญภายในวัดเป็นไปตามศรัทธา
ถาม: ภายในวัดสุวรรณคูหามีถ้ำอะไรบ้าง?
ตอบ: ถ้ำสำคัญ ได้แก่ ถ้ำใหญ่หรือถ้ำพระ ถ้ำแจ้ง ถ้ำมืด ถ้ำแก้ว ถ้ำผึ้ง ถ้ำครัว และถ้ำบน โดยถ้ำใหญ่เป็นถ้ำหลักที่ใช้เป็นวิหารและเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์
ถาม: ควรระวังอะไรเมื่อไปวัดสุวรรณคูหา?
ตอบ: ควรระวังฝูงลิงบริเวณหน้าถ้ำ เก็บของมีค่าให้มิดชิด ไม่ถือถุงพลาสติกเปิดเผย ไม่แหย่หรือจับลิง และควรเดินในถ้ำอย่างระมัดระวังเพราะบางจุดมีพื้นต่างระดับและมีความชื้น
ถาม: เที่ยววัดสุวรรณคูหาแล้วไปที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถไปต่อที่ท่าเรือสุระกุล อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา ถ้ำพุงช้าง พิพิธภัณฑ์เมืองพังงา และจุดชมวิวเสม็ดนางชีได้สะดวก
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคใต้
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




