หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพังงา >อ.ท้ายเหมือง >ต.ท้ายเหมือง > ศูนย์วิจัย และพัฒนาประมงชายฝั่งพังงา
TL;DR: ศูนย์วิจัย และพัฒนาประมงชายฝั่งพังงา อยู่ที่ตำบลท้ายเหมือง อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น. จุดเด่นคือ เป็นแหล่งเรียนรู้ที่เชื่อมโยงงานวิทยาศาสตร์ประมงชายฝั่งกับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เหมาะกับครอบครัว นักเรียน นักศึกษา เกษตรกร.
ศูนย์วิจัย และพัฒนาประมงชายฝั่งพังงา

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น.
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งพังงา หรือที่รู้จักในชื่อศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งพังงา ตั้งอยู่เลขที่ 164 หมู่ 9 ตำบลท้ายเหมือง อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา เป็นหน่วยงานของกรมประมงที่ทำหน้าที่วิจัย พัฒนา เพาะเลี้ยง ตรวจสอบมาตรฐาน และถ่ายทอดความรู้ด้านสัตว์น้ำชายฝั่ง นักท่องเที่ยวและคณะศึกษาดูงานสามารถเรียนรู้เรื่องปลาการ์ตูน ปลากะพงขาว หอยชักตีน หอยนางรม กุ้ง การอนุรักษ์เต่าทะเล และระบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เหมาะกับครอบครัว นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจทะเลที่ต้องการเข้าใจการอนุรักษ์และประมงชายฝั่งของพังงาอย่างเป็นรูปธรรม
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งพังงา เป็นสถานที่เรียนรู้ด้านทะเลและสัตว์น้ำชายฝั่งที่มีความสำคัญของจังหวัดพังงา ตั้งอยู่บนแนวถนนเลียบชายทะเลหาดท้ายเหมือง ตำบลท้ายเหมือง อำเภอท้ายเหมือง ห่างจากตัวอำเภอท้ายเหมืองประมาณ 4 กิโลเมตร พื้นที่โดยรอบมีบรรยากาศชายฝั่งสงบ ใกล้หาดท้ายเหมืองและพื้นที่อนุรักษ์เต่าทะเล ทำให้ศูนย์แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงหน่วยงานวิจัยของกรมประมง แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เชื่อมโยงวิทยาศาสตร์การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกับทรัพยากรทะเลในพื้นที่จริงอย่างชัดเจน
ชื่อทางราชการปัจจุบันของหน่วยงานคือศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งพังงา อยู่ในสังกัดกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่วนชื่อศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งพังงาเป็นชื่อที่ยังคุ้นเคยในหมู่นักท่องเที่ยวและผู้ที่เคยรู้จักสถานที่นี้มาก่อน จุดเด่นของศูนย์คือการทำงานในฐานะพื้นที่วิจัย การเพาะพันธุ์ การทดลอง การตรวจสอบคุณภาพ การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการอนุรักษ์สัตว์น้ำชายฝั่งควบคู่กัน ทำให้เหมาะกับบทความท่องเที่ยวเชิงความรู้มากกว่าการนำเสนอแบบแหล่งท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนทั่วไป
ศูนย์แห่งนี้เริ่มก่อตั้งในปี พ.ศ. 2528 โดยมีวัตถุประสงค์แรกเริ่มเกี่ยวกับการเพาะพันธุ์หอยแครง หอยนางรม และกุ้ง ก่อนพัฒนาขอบเขตงานให้ครอบคลุมการศึกษาค้นคว้า วิจัย และพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ งานของศูนย์จึงเชื่อมโยงโดยตรงกับอาชีพประมงชายฝั่ง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การผลิตสัตว์น้ำเพื่อเศรษฐกิจ การควบคุมคุณภาพผลผลิต และการส่งเสริมให้การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทะเลเป็นไปอย่างยั่งยืน
พื้นที่ของศูนย์มีขนาดประมาณ 97 ไร่ 2 งาน 96.2 ตารางวา ภายในประกอบด้วยพื้นที่ปฏิบัติงานด้านเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ บ่อเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ อาคารปฏิบัติการ พื้นที่เรียนรู้ พื้นที่ให้ข้อมูลแก่คณะศึกษาดูงาน และบริเวณที่ใช้ดูแลสัตว์น้ำบางชนิดตามภารกิจของศูนย์ สถานที่แห่งนี้จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการเห็นกระบวนการทำงานจริงของหน่วยงานด้านประมงชายฝั่ง ตั้งแต่การวิจัย การอนุบาลสัตว์น้ำ การจัดการระบบน้ำ การตรวจสอบคุณภาพ ไปจนถึงการถ่ายทอดความรู้ให้แก่โรงเรียน เกษตรกร และประชาชนทั่วไป
บทบาทสำคัญของศูนย์คือการวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เช่น กุ้งทะเล หอยนางรม หอยแครง ปลากะพงขาว ปลากะพงแดง ปลิงทะเล และสัตว์น้ำอื่นที่เกี่ยวข้องกับระบบเศรษฐกิจชายฝั่งของภาคใต้ งานเหล่านี้ไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะในเชิงวิชาการ แต่ยังช่วยสนับสนุนเกษตรกร ผู้ประกอบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และชุมชนชายฝั่งให้มีองค์ความรู้ที่ถูกต้อง ลดความเสี่ยงจากโรคสัตว์น้ำ ลดต้นทุนการผลิต และยกระดับมาตรฐานผลผลิตให้ปลอดภัยต่อผู้บริโภค
ภารกิจด้านมาตรฐานและความปลอดภัยเป็นอีกด้านที่ทำให้ศูนย์มีความสำคัญมาก ศูนย์เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบ การตรวจยาปฏิชีวนะตกค้าง การตรวจวิเคราะห์การติดเชื้อไวรัสโดยวิธี PCR การตรวจสอบคุณภาพในแหล่งผลิตตามมาตรฐาน GAP และ CoC รวมถึงการตรวจรับรองกระบวนการผลิตสัตว์น้ำชายฝั่งให้ได้มาตรฐานด้านความปลอดภัยต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม เนื้อหาเหล่านี้เหมาะกับการอธิบายให้ผู้อ่านเข้าใจว่าอาหารทะเลที่ปลอดภัยและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างรับผิดชอบต้องอาศัยวิทยาศาสตร์และระบบตรวจสอบที่จริงจัง
สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป ความน่าสนใจของศูนย์อยู่ที่การได้เห็นสัตว์น้ำหลายชนิดและเรียนรู้กระบวนการเพาะเลี้ยงอย่างใกล้ชิด สัตว์น้ำที่มักถูกกล่าวถึงในการเยี่ยมชม ได้แก่ ปลาการ์ตูน ปลากะพงขาว เต่าตนุ เต่ากระ ปลาปักเป้า ปลาหมอทะเล หอยมือเสือ หอยเชลล์ และหอยเป๋าฮื้อ บางชนิดเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจ บางชนิดเกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ และบางชนิดช่วยให้เด็ก ๆ เข้าใจความหลากหลายของชีวิตในทะเลได้ง่ายขึ้น การชมสัตว์น้ำในศูนย์วิจัยจึงต่างจากการไปพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเชิงพาณิชย์ เพราะสิ่งที่เห็นเชื่อมโยงกับงานวิจัยและภารกิจของหน่วยงานราชการโดยตรง
ปลาการ์ตูนเป็นหนึ่งในสัตว์น้ำที่ช่วยดึงความสนใจของผู้มาเยือน โดยเฉพาะเด็กและครอบครัว เพราะมีสีสันสดใสและเป็นตัวแทนของระบบนิเวศแนวปะการัง การเรียนรู้เรื่องปลาการ์ตูนในศูนย์วิจัยสามารถต่อยอดไปสู่ความเข้าใจเรื่องการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำสวยงาม การลดแรงกดดันจากการจับสัตว์น้ำจากธรรมชาติ และการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจผ่านการเพาะเลี้ยงอย่างมีมาตรฐาน ขณะที่ปลากะพงขาวและปลากะพงแดงช่วยอธิบายบทบาทของสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่สำคัญต่อการเพาะเลี้ยงชายฝั่งและตลาดอาหารทะเล
กลุ่มหอย เช่น หอยนางรม หอยแครง หอยชักตีน หอยมือเสือ หอยเชลล์ และหอยเป๋าฮื้อ สะท้อนอีกด้านหนึ่งของงานประมงชายฝั่ง เพราะหอยหลายชนิดเกี่ยวข้องกับการเพาะเลี้ยงในพื้นที่น้ำกร่อยและชายฝั่ง การเรียนรู้เรื่องหอยทำให้เข้าใจเรื่องคุณภาพน้ำ ความสะอาดของแหล่งผลิต ความปลอดภัยอาหาร และความสมดุลของระบบนิเวศชายฝั่ง หอยมือเสือยังมีมิติด้านการอนุรักษ์ เพราะเป็นสัตว์น้ำที่เกี่ยวข้องกับแนวปะการังและระบบนิเวศทะเลเขตร้อน การนำเสนอเรื่องนี้อย่างถูกต้องช่วยให้ผู้อ่านเห็นความสัมพันธ์ระหว่างสัตว์น้ำขนาดเล็กกับภาพรวมของทะเลได้ชัดขึ้น
เต่าตนุและเต่ากระเป็นสัตว์ทะเลที่เชื่อมโยงศูนย์กับบริบทของหาดท้ายเหมืองอย่างมาก เพราะชายฝั่งท้ายเหมืองเป็นพื้นที่ที่มีประเพณีอนุรักษ์เต่าทะเลและเป็นพื้นที่ที่มีรายงานการขึ้นวางไข่ของเต่าทะเลเป็นประจำ การได้เรียนรู้เรื่องเต่าทะเลในศูนย์วิจัยจึงช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจว่าเต่าทะเลไม่ได้เป็นเพียงสัตว์น่ารักที่ปล่อยลงทะเลในงานประเพณี แต่เป็นสัตว์ทะเลหายากที่ต้องอาศัยชายหาดสะอาด ความปลอดภัยของแหล่งวางไข่ การลดขยะทะเล และการเฝ้าระวังจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง
หาดท้ายเหมืองที่อยู่ใกล้ศูนย์มีบทบาทสำคัญในเรื่องเต่าทะเล จังหวัดพังงามีงานประเพณีอนุรักษ์เต่าทะเลที่จัดขึ้นบริเวณชายหาดท้ายเหมือง และพื้นที่ชายหาดยังเกี่ยวข้องกับการเฝ้าระวังร่องรอยการขึ้นวางไข่ของเต่าทะเลในหลายปีที่ผ่านมา การวางบทความของศูนย์วิจัยให้เชื่อมกับหาดท้ายเหมืองจึงทำให้เนื้อหามีความครบถ้วนกว่าเดิม เพราะผู้อ่านจะเห็นทั้งหน่วยงานที่ให้ความรู้ด้านสัตว์น้ำและพื้นที่ชายฝั่งจริงที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์เต่าทะเล
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งพังงาเหมาะกับกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ ครอบครัว นักท่องเที่ยวที่พาเด็กมาเที่ยว และผู้สนใจอาชีพประมงชายฝั่ง โดยเฉพาะผู้ที่อยากเข้าใจว่าการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไม่ได้หมายถึงการเลี้ยงปลาในบ่อเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ การจัดการลูกพันธุ์ การดูแลน้ำ การตรวจโรค การควบคุมคุณภาพ การรับรองมาตรฐาน และการเชื่อมโยงองค์ความรู้ไปสู่ชุมชนและภาคธุรกิจ การเที่ยวที่นี่จึงเป็นการเรียนรู้ที่มีประโยชน์และเหมาะกับการจัดเป็นกิจกรรมเสริมของทริปท้ายเหมือง
สำหรับการเข้าชมแบบคณะ ศูนย์มีประวัติการต้อนรับคณะครู นักเรียน เกษตรกร และหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เช่น ปลาการ์ตูน ปลากะพงขาว หอยชักตีน และการอนุรักษ์เต่าทะเล การเข้าชมลักษณะนี้ควรติดต่อศูนย์ล่วงหน้าเพื่อให้เจ้าหน้าที่จัดเวลา เส้นทาง และผู้บรรยายให้เหมาะสมกับจำนวนคนและระดับความรู้ของผู้เข้าชม การติดต่อก่อนเดินทางยังช่วยป้องกันการมาถึงในช่วงที่ศูนย์มีภารกิจราชการ งานวิจัย หรือกิจกรรมภาคสนามที่อาจไม่สะดวกต่อการรับคณะ
ในมุมการท่องเที่ยวเชิงครอบครัว ศูนย์แห่งนี้มีข้อดีคือเด็กสามารถเรียนรู้เรื่องสัตว์น้ำผ่านการเห็นของจริง ผู้ปกครองสามารถอธิบายเรื่องทะเล การอนุรักษ์ และอาหารทะเลปลอดภัยได้ง่ายขึ้น เมื่อเด็กเห็นปลาการ์ตูน เต่า หอย หรือบ่อเพาะเลี้ยงจริง ความรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมจะไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป การเที่ยวในลักษณะนี้ช่วยให้การเดินทางไปพังงามีมิติมากกว่าการไปชายหาดหรือถ่ายรูป เพราะเด็กจะได้เข้าใจว่าทะเลต้องได้รับการดูแลจากงานวิจัยและความร่วมมือของหลายฝ่าย
ในมุมของเกษตรกรและผู้สนใจอาชีพประมงชายฝั่ง ศูนย์แห่งนี้เป็นสถานที่สำคัญในการเรียนรู้เรื่องการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ เนื้อหาเกี่ยวกับ GAP และ CoC ช่วยให้เข้าใจมาตรฐานการผลิต การลดความเสี่ยงด้านโรค การควบคุมสารตกค้าง และการจัดการฟาร์มอย่างรับผิดชอบ ภารกิจของศูนย์จึงมีผลต่อเศรษฐกิจฐานรากและคุณภาพสินค้าอาหารทะเลของภูมิภาคโดยตรง บทความควรสะท้อนให้เห็นว่าเบื้องหลังอาหารทะเลที่ดีมีทั้งองค์ความรู้ นักวิชาการ ห้องปฏิบัติการ และการติดตามมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง
อีกมิติหนึ่งที่ควรกล่าวถึงคือการอนุรักษ์และพัฒนาสัตว์น้ำที่หายากหรือใกล้สูญพันธุ์ ศูนย์มีภารกิจด้านการผลิตและขยายพันธุ์สัตว์น้ำชายฝั่งที่ได้รับการปรับปรุงพันธุ์ รวมถึงสัตว์น้ำที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจและการอนุรักษ์ งานลักษณะนี้มีความสำคัญต่อการลดแรงกดดันจากธรรมชาติ เพราะหากการเพาะเลี้ยงมีความก้าวหน้าและมีมาตรฐาน ก็สามารถลดการพึ่งพาการจับสัตว์น้ำบางชนิดจากทะเลโดยตรง และช่วยให้การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชายฝั่งเกิดความสมดุลมากขึ้น
พื้นที่ตั้งของศูนย์บนแนวถนนเลียบชายทะเลหาดท้ายเหมืองทำให้การจัดเส้นทางเที่ยวสะดวกมาก นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนเที่ยวศูนย์วิจัยร่วมกับหาดท้ายเหมือง อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง ลานเต่า จุดชมชายหาด และร้านอาหารท้องถิ่นในอำเภอท้ายเหมืองได้ในวันเดียว หากมีเวลาเพิ่ม สามารถต่อไปยังท่าเรือทับละมุ เขาหลัก หรือแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอท้ายเหมืองและอำเภอตะกั่วป่าได้ การจัดโปรแกรมลักษณะนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวพังงาแบบเน้นธรรมชาติ ความรู้ และชายฝั่งโดยไม่ต้องเดินทางไกลจากเส้นทางหลัก
หาดท้ายเหมืองเป็นแหล่งท่องเที่ยวใกล้ศูนย์ที่ควรจัดไว้ในเส้นทางเดียวกัน ชายหาดมีแนวยาว บรรยากาศสงบ และเกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์เต่าทะเลอย่างเด่นชัด การเดินเล่นริมชายหาดหลังจากเข้าชมศูนย์ช่วยให้ผู้มาเยือนเชื่อมโยงความรู้เรื่องเต่าทะเลกับพื้นที่ชายฝั่งจริงได้ดีขึ้น นักท่องเที่ยวควรช่วยกันรักษาความสะอาด ไม่ทิ้งขยะ ไม่รบกวนพื้นที่เฝ้าระวังเต่าวางไข่ และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่หรือป้ายประชาสัมพันธ์ในพื้นที่
อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมืองเป็นอีกพื้นที่ที่ควรเชื่อมโยงกับศูนย์วิจัย เพราะเป็นแหล่งธรรมชาติสำคัญในอำเภอท้ายเหมือง มีทั้งพื้นที่ชายหาด ป่าชายหาด ป่าฝน น้ำตก และบ้านพักอุทยาน นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาครึ่งวันถึงหนึ่งวันเพื่อผสมผสานการเรียนรู้ด้านสัตว์น้ำที่ศูนย์วิจัยกับการชมระบบนิเวศชายหาดและพื้นที่อนุรักษ์ของอุทยาน การเดินทางระหว่างสองพื้นที่ไม่ซับซ้อนและเหมาะกับครอบครัวหรือคณะนักเรียนที่ต้องการกิจกรรมภาคสนาม
การเดินทางมายังศูนย์ทำได้สะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว จากตัวอำเภอท้ายเหมืองใช้เส้นทางเลียบชายทะเลหาดท้ายเหมืองไปยังเลขที่ 164 หมู่ 9 ตำบลท้ายเหมือง ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร หากเดินทางจากตัวเมืองพังงาหรือจากภูเก็ตสามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 4 แล้วเข้าสู่พื้นที่ท้ายเหมือง ก่อนต่อเข้าสู่ถนนเลียบชายทะเล การมีรถส่วนตัวหรือรถเช่าจะสะดวกที่สุด เพราะสามารถแวะเที่ยวหาดท้ายเหมือง อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง ร้านอาหารท้องถิ่น และที่พักใกล้เคียงได้ในเส้นทางเดียว
ผู้ที่เดินทางด้วยรถสาธารณะสามารถลงในพื้นที่อำเภอท้ายเหมืองแล้วต่อรถรับจ้างท้องถิ่นไปยังศูนย์ ควรตรวจสอบการเดินทางล่วงหน้าเพราะเส้นทางเลียบชายทะเลไม่ได้มีรถสาธารณะถี่เท่าพื้นที่เมืองใหญ่ หากเดินทางเป็นคณะควรจัดรถรับส่งให้ชัดเจน เพราะการเข้าชมแบบกลุ่มมักต้องประสานเวลาและจำนวนคนกับศูนย์ การเดินทางที่วางแผนดีจะช่วยให้ใช้เวลาในพื้นที่ได้เต็มที่และไม่กระทบต่อการดำเนินงานของหน่วยงาน
การเตรียมตัวเข้าชมศูนย์ควรเน้นความสุภาพและเหมาะกับสถานที่ราชการ ผู้เข้าชมควรแต่งกายเรียบร้อย สวมรองเท้าที่เดินสะดวก ไม่ส่งเสียงดัง ไม่เคาะตู้หรือบ่อสัตว์น้ำ ไม่ให้อาหารสัตว์น้ำเอง ไม่สัมผัสอุปกรณ์เพาะเลี้ยงโดยไม่ได้รับอนุญาต และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด หากเป็นคณะนักเรียนควรแบ่งกลุ่มให้เหมาะสมกับพื้นที่และมีครูดูแลใกล้ชิด เพื่อให้การเรียนรู้เป็นระเบียบและไม่รบกวนงานวิจัยหรือสัตว์น้ำภายในศูนย์
สิ่งที่ควรเตรียม ได้แก่ หมวกหรือร่มสำหรับช่วงเดินระหว่างอาคาร น้ำดื่ม สมุดจด กล้องถ่ายภาพหรือโทรศัพท์สำหรับบันทึกข้อมูลตามจุดที่อนุญาต และคำถามล่วงหน้าหากต้องการเรียนรู้เรื่องเฉพาะ เช่น การเพาะพันธุ์ปลาการ์ตูน การอนุรักษ์เต่าทะเล การตรวจโรคสัตว์น้ำ หรือมาตรฐานฟาร์มเพาะเลี้ยง การเตรียมคำถามช่วยให้การเข้าชมมีคุณภาพมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับคณะนักเรียน นักศึกษา หรือผู้ที่ต้องการนำความรู้ไปใช้ต่อ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งพังงาเหมาะกับการใช้เวลาเข้าชมประมาณ 1–2 ชั่วโมง หากมาแบบครอบครัวหรือกลุ่มเล็ก แต่หากเป็นคณะศึกษาดูงานที่ต้องการฟังบรรยายและเยี่ยมชมหลายโซนควรเผื่อเวลา 2–3 ชั่วโมงหรือตามที่เจ้าหน้าที่กำหนด หลังจากนั้นสามารถต่อโปรแกรมไปยังหาดท้ายเหมืองหรืออุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมืองได้อย่างลงตัว โปรแกรมครึ่งวันจึงสามารถประกอบด้วยการเรียนรู้สัตว์น้ำที่ศูนย์ เดินชมชายหาด และรับประทานอาหารท้องถิ่นในอำเภอท้ายเหมือง
จุดแข็งของศูนย์นี้คือเป็นสถานที่ที่ทำให้คำว่า “อนุรักษ์ทะเล” มีความเป็นรูปธรรมมากขึ้น ผู้มาเยือนไม่ได้เห็นเพียงภาพทะเลสวย แต่ได้เห็นการทำงานเบื้องหลังเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การตรวจสอบคุณภาพ การอนุบาลสัตว์น้ำ การให้ความรู้เยาวชน และการสนับสนุนเกษตรกรชายฝั่ง ความรู้เหล่านี้ช่วยให้คนทั่วไปเข้าใจว่าการรักษาทะเลไม่ได้ขึ้นอยู่กับนักท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานวิจัย เกษตรกร ผู้บริโภค โรงเรียน ชุมชน และการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างต่อเนื่อง
สำหรับบทความท่องเที่ยวพังงา ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งพังงาควรถูกนำเสนอในฐานะแหล่งเรียนรู้เชิงวิทยาศาสตร์และอนุรักษ์ ไม่ใช่เพียงที่เที่ยวผ่านทาง เพราะสถานที่นี้ช่วยเติมเต็มภาพของอำเภอท้ายเหมืองให้ครบขึ้น จากชายหาดที่เป็นแหล่งเต่าทะเลวางไข่ สู่งานประเพณีอนุรักษ์เต่าทะเล และต่อเนื่องมายังศูนย์วิจัยที่ให้ความรู้เรื่องสัตว์น้ำชายฝั่ง หากจัดเนื้อหาอย่างครบถ้วน ผู้อ่านจะเห็นว่าท้ายเหมืองเป็นพื้นที่ที่มีคุณค่าด้านทะเลมากกว่าการเป็นชายหาดสงบเท่านั้น
โดยสรุป ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งพังงาเป็นจุดหมายที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเรียนรู้ทะเลในมุมลึก เหมาะกับครอบครัว คณะนักเรียน นักศึกษา เกษตรกร และผู้สนใจการอนุรักษ์สัตว์น้ำชายฝั่ง จุดเด่นคือการเห็นสัตว์น้ำจริง บ่อเพาะพันธุ์ งานวิจัย การตรวจมาตรฐาน และการเชื่อมโยงกับหาดท้ายเหมืองซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญด้านเต่าทะเล การเดินทางควรติดต่อสอบถามล่วงหน้า โดยเฉพาะการเข้าชมเป็นคณะ และควรวางแผนเที่ยวร่วมกับหาดท้ายเหมือง อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง และร้านอาหารท้องถิ่น เพื่อให้ได้ประสบการณ์พังงาเชิงความรู้และธรรมชาติที่ครบถ้วนในวันเดียว
| ชื่อสถานที่ | ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งพังงา / ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งพังงา |
| ที่ตั้ง | ตำบลท้ายเหมือง อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา |
| ที่อยู่ | 164 หมู่ 9 ตำบลท้ายเหมือง อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา 82120 |
| ลักษณะสถานที่ | หน่วยงานราชการด้านวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งของกรมประมง และเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านสัตว์น้ำชายฝั่งสำหรับคณะศึกษาดูงานและนักท่องเที่ยวเชิงความรู้ |
| ไฮไลต์ | บ่อเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ, ปลาการ์ตูน, ปลากะพงขาว, เต่าตนุ, เต่ากระ, หอยมือเสือ, หอยเชลล์, หอยเป๋าฮื้อ, งานวิจัยประมงชายฝั่ง และการเรียนรู้เรื่องการอนุรักษ์เต่าทะเล |
| ประวัติ / ความสำคัญ | เริ่มก่อตั้งในปี พ.ศ. 2528 เพื่อการเพาะพันธุ์หอยแครง หอยนางรม และกุ้ง ก่อนพัฒนาเป็นศูนย์วิจัยด้านสัตว์น้ำชายฝั่งที่ครอบคลุมงานวิจัย การตรวจมาตรฐาน การอนุรักษ์ และการถ่ายทอดองค์ความรู้ |
| พื้นที่ | ประมาณ 97 ไร่ 2 งาน 96.2 ตารางวา |
| ลักษณะเด่น | เป็นแหล่งเรียนรู้ที่เชื่อมโยงงานวิทยาศาสตร์ประมงชายฝั่งกับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เหมาะกับครอบครัว นักเรียน นักศึกษา เกษตรกร และผู้สนใจทะเล |
| การเดินทาง | จากตัวอำเภอท้ายเหมืองใช้ถนนเลียบชายทะเลหาดท้ายเหมืองไปยังศูนย์ ระยะทางประมาณ 4 กม. หากมาจากตัวเมืองพังงาหรือภูเก็ต ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 เข้าพื้นที่ท้ายเหมือง แล้วต่อไปยังถนนเลียบชายทะเล |
| สถานะปัจจุบัน | ยังเป็นหน่วยงานราชการที่ดำเนินงานภายใต้กรมประมง และมีการเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์/กิจกรรมของหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.30 – 16.30 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก / พื้นที่เรียนรู้ | พื้นที่บ่อเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ อาคารปฏิบัติการ พื้นที่ให้ความรู้แก่คณะศึกษาดูงาน พื้นที่จัดแสดงสัตว์น้ำบางชนิด และพื้นที่เรียนรู้ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง |
| โซนภายใน / เรื่องที่ควรชม | โซนบ่อเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ, โซนสัตว์น้ำสวยงาม, โซนสัตว์น้ำเศรษฐกิจ, โซนเรียนรู้เต่าทะเล, โซนงานวิจัยและการเพาะเลี้ยง, โซนตรวจมาตรฐานและคุณภาพสัตว์น้ำ |
| ผู้ดูแล | กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง |
| ผู้อำนวยการศูนย์ | นายสามารถ เดชสถิตย์ |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 065-048-7015 |
| เบอร์หน่วยตรวจสอบ | 065-048-7028 |
| อีเมล | phangnga_crdc@yahoo.com |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. หาดท้ายเหมือง ประมาณ 1 กม. 2. ลานเต่า / พื้นที่งานประเพณีอนุรักษ์เต่าทะเลท้ายเหมือง ประมาณ 1 กม. 3. อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง ประมาณ 2 กม. 4. น้ำตกลำปี ประมาณ 18 กม. 5. ท่าเรือทับละมุ ประมาณ 20 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านอาหารท้องถิ่นบริเวณหาดท้ายเหมือง ประมาณ 1–3 กม. 2. ร้านเรือขุดแร่ ประมาณ 8 กม. โทร. 096-636-3388 3. ร้านท้ายเหมือง ร้านอาหารพื้นเมืองภูเก็ต ประมาณ 8 กม. โทร. 062-556-9265 4. อีสานริมหาด เขาหลัก ประมาณ 20 กม. โทร. 082-595-3953 5. ร้านอาหารในตัวอำเภอท้ายเหมือง ประมาณ 4–8 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. บ้านพักอุทยานเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง ประมาณ 2 กม. โทร. 076-410-360 2. Makai NAP ประมาณ 6 กม. โทร. 095-451-4742 3. ท้ายเหมือง รีสอร์ท ประมาณ 7 กม. โทร. 076-571-151 4. ท้ายเหมืองแคมป์ปิ้ง ประมาณ 15 กม. โทร. 084-060-1818 5. ที่พักโซนเขาหลัก / ลำแก่น ประมาณ 20–30 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งพังงาอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่เลขที่ 164 หมู่ 9 ตำบลท้ายเหมือง อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา บนแนวถนนเลียบชายทะเลหาดท้ายเหมือง ห่างจากตัวอำเภอท้ายเหมืองประมาณ 4 กม.
ถาม: ศูนย์นี้เปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น. หากมาเป็นคณะควรติดต่อศูนย์ล่วงหน้าเพื่อประสานเจ้าหน้าที่และกำหนดเส้นทางเยี่ยมชม
ถาม: ภายในศูนย์มีอะไรให้เรียนรู้บ้าง?
ตอบ: มีบ่อเพาะพันธุ์สัตว์น้ำและองค์ความรู้ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เช่น ปลาการ์ตูน ปลากะพงขาว หอยชักตีน หอยนางรม กุ้ง เต่าทะเล และมาตรฐานการผลิตสัตว์น้ำชายฝั่ง
ถาม: เหมาะกับพาเด็กหรือคณะนักเรียนไปไหม?
ตอบ: เหมาะมาก เพราะเด็กและนักเรียนสามารถเห็นสัตว์น้ำจริง เรียนรู้เรื่องทะเล การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และการอนุรักษ์เต่าทะเลได้อย่างเป็นรูปธรรม
ถาม: ต้องเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่มีข้อมูลค่าเข้าชมที่ยืนยันเป็นประกาศทางการสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป จึงควรสอบถามศูนย์โดยตรงก่อนเดินทาง โดยเฉพาะการเข้าชมเป็นคณะ
ถาม: ควรติดต่อศูนย์ล่วงหน้าหรือไม่?
ตอบ: ควรติดต่อก่อนเดินทาง โดยเฉพาะคณะนักเรียน นักศึกษา หรือกลุ่มศึกษาดูงาน เพื่อให้เจ้าหน้าที่จัดเวลา ผู้บรรยาย และพื้นที่เข้าชมได้เหมาะสม
ถาม: เที่ยวศูนย์นี้แล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: ควรเที่ยวต่อที่หาดท้ายเหมือง ลานเต่า อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง น้ำตกลำปี หรือท่าเรือทับละมุ ซึ่งอยู่ในเส้นทางใกล้เคียงและช่วยให้เข้าใจธรรมชาติชายฝั่งพังงาได้ครบขึ้น
ถาม: มีข้อควรปฏิบัติอย่างไรเมื่อเข้าชม?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่สัมผัสอุปกรณ์หรือสัตว์น้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ให้อาหารสัตว์น้ำเอง และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ตลอดการเข้าชม
โทร : 076432212-4
แฟกซ์ : 076571008
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์
ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว




