หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพังงา >อ.คุระบุรี >ต.เกาะพระทอง > บ้านมอแกน
TL;DR: บ้านมอแกน อยู่ที่อ่าวบอนใหญ่ หรืออ่าวบอน เกาะสุรินทร์ใต้ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา เปิดเปิดตามฤดูกาลท่องเที่ยวของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ เวลา เข้าชมตามตารางเรือนำเที่ยวและประกาศของอุทยานฯ.

พังงา

บ้านมอแกน

บ้านมอแกน

วันเปิดทำการ: เปิดตามฤดูกาลท่องเที่ยวของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์
เวลาเปิดทำการ: เข้าชมตามตารางเรือนำเที่ยวและประกาศของอุทยานฯ
 
บ้านมอแกน พังงา เป็นชุมชนชาติพันธุ์ชาวเลมอแกนที่ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา โดยชุมชนที่นักท่องเที่ยวรู้จักมากที่สุดอยู่บริเวณอ่าวบอนใหญ่หรืออ่าวบอนบนเกาะสุรินทร์ใต้ บ้านมอแกนเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของเส้นทางท่องเที่ยวหมู่เกาะสุรินทร์ เพราะไม่ได้มีคุณค่าเฉพาะด้านทิวทัศน์ทะเล น้ำใส หาดทราย และปะการังเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่เรียนรู้วิถีชีวิตของชนกลุ่มน้อยที่ผูกพันกับทะเลอันดามันมายาวนานหลายชั่วอายุคน บ้านเรือนของชาวมอแกนปลูกเรียงตามแนวชายหาด ยกใต้ถุนสูงเพื่อรองรับระดับน้ำขึ้นน้ำลงและสภาพแวดล้อมริมทะเล ใช้วัสดุเรียบง่าย เช่น ไม้ ไม้ไผ่ ใบจาก หรือวัสดุธรรมชาติที่เหมาะกับภูมิอากาศชายฝั่ง ทำให้หมู่บ้านมีภาพจำเฉพาะตัวที่ต่างจากชุมชนท่องเที่ยวทั่วไป
 
ชาวมอแกนเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีประวัติการเดินทางและดำรงชีวิตในทะเลอันดามันมายาวนาน เดิมมีวิถีชีวิตแบบกึ่งเร่ร่อน เคลื่อนย้ายไปตามหมู่เกาะและชายฝั่งตามฤดูกาล ใช้เรือเป็นทั้งพาหนะ บ้าน และพื้นที่ทำมาหากิน ความรู้เรื่องทะเล น้ำขึ้นน้ำลง กระแสน้ำ แนวปะการัง ฤดูกาล ปลา หอย ปู และพืชชายฝั่งเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ปัจจุบันชาวมอแกนในประเทศไทยพบได้เด่นชัดที่หมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา และยังมีเครือญาติหรือกลุ่มที่เกี่ยวข้องกระจายอยู่ตามหมู่เกาะในทะเลอันดามันทั้งฝั่งไทยและฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน
 
บ้านมอแกนในหมู่เกาะสุรินทร์มีความสำคัญในฐานะชุมชนที่ทำให้ผู้มาเยือนได้เข้าใจว่าอุทยานแห่งชาติทางทะเลไม่ได้มีเพียงธรรมชาติ แต่มีผู้คนและวัฒนธรรมที่มีประวัติอยู่ร่วมกับทะเลมาก่อนการท่องเที่ยวสมัยใหม่ ชาวมอแกนรู้จักอ่าว ปะการัง พื้นที่หลบลม จุดหาปลา และสัญญาณธรรมชาติอย่างละเอียด ภูมิปัญญานี้ทำให้ชุมชนสามารถดำรงชีวิตอยู่ในภูมิประเทศที่ห่างไกลจากฝั่งได้ แม้สภาพแวดล้อมของหมู่เกาะจะมีข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งระยะทางจากแผ่นดินใหญ่ ฤดูมรสุม การเดินทางทางเรือ และกฎระเบียบด้านการอนุรักษ์ในเขตอุทยานแห่งชาติ
 
ลักษณะบ้านเรือนของชาวมอแกนเป็นภาพที่ผู้เดินทางมาหมู่เกาะสุรินทร์จดจำได้ง่าย บ้านหลายหลังปลูกติดกันตามแนวชายหาด ใต้ถุนยกสูงเพื่อให้ลมผ่านและรองรับระดับน้ำทะเลในบางช่วง โครงสร้างบ้านมักเรียบง่าย ไม่เน้นความถาวรแบบอาคารเมือง แต่เหมาะกับสภาพชีวิตริมทะเลและการซ่อมแซมด้วยแรงชุมชน บ้านบางหลังมีชานหน้าบ้านสำหรับพักผ่อน ทำอาหาร พูดคุย หรือทำงานฝีมือ เส้นทางเดินในหมู่บ้านเป็นทางทรายและทางเดินชุมชนที่เชื่อมบ้านแต่ละหลังเข้าด้วยกัน บรรยากาศโดยรวมจึงให้ความรู้สึกเป็นหมู่บ้านชายทะเลที่ยังมีชีวิตจริงมากกว่าพื้นที่จัดแสดงเพื่อการท่องเที่ยว
 
บ้านมอแกนตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ซึ่งเป็นพื้นที่อนุรักษ์ทางทะเลสำคัญของประเทศไทย หมู่เกาะสุรินทร์ประกอบด้วยเกาะหลักและเกาะบริวาร ได้แก่ เกาะสุรินทร์เหนือ เกาะสุรินทร์ใต้ เกาะรี เกาะไข่ และเกาะกลาง มีแนวปะการังน้ำตื้น น้ำทะเลใส หาดทราย และความหลากหลายทางชีวภาพสูง การเดินทางไปบ้านมอแกนจึงมักอยู่ในโปรแกรมเดียวกับการดำน้ำตื้น ชมอ่าวช่องขาด อ่าวไม้งาม อ่าวสุเทพ หรือจุดดำน้ำอื่น ๆ ของอุทยาน นักท่องเที่ยวจำนวนมากแวะหมู่บ้านมอแกนในช่วงสั้น ๆ ระหว่างทริปเรือ แต่หากตั้งใจเรียนรู้จริง ควรใช้เวลาเดินชมอย่างสงบและฟังคำอธิบายจากผู้นำเที่ยวหรือเจ้าหน้าที่ที่เข้าใจบริบทชุมชน
 
ประวัติของบ้านมอแกนในหมู่เกาะสุรินทร์มีความเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลายช่วง เดิมชาวมอแกนตั้งถิ่นฐานและเคลื่อนย้ายตามฤดูกาลในหลายอ่าวของหมู่เกาะสุรินทร์ เช่น อ่าวไทรเอน อ่าวบอนเล็ก และพื้นที่ชายหาดอื่น ๆ ต่อมาเมื่อพื้นที่หมู่เกาะสุรินทร์ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติในปี พ.ศ. 2524 การใช้พื้นที่และการเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติของชาวมอแกนจึงเปลี่ยนไปตามกฎระเบียบของพื้นที่อนุรักษ์ หลังเหตุการณ์สึนามิปี พ.ศ. 2547 บ้านเรือนเดิมได้รับความเสียหาย ชาวมอแกนจำนวนมากจึงย้ายกลับมาตั้งหลักแหล่งใหม่บริเวณอ่าวบอนใหญ่ ทำให้พื้นที่นี้กลายเป็นหมู่บ้านที่มีความเป็นหลักแหล่งมากขึ้นในปัจจุบัน
 
หนึ่งในเรื่องที่ทำให้ชาวมอแกนเป็นที่รู้จักในวงกว้างคือภูมิปัญญาการอ่านสัญญาณธรรมชาติ โดยเฉพาะเรื่องคลื่นยักษ์หรือสึนามิ ชาวมอแกนมีตำนานและความรู้เกี่ยวกับทะเลที่ถ่ายทอดกันมา เมื่อเห็นน้ำทะเลลดผิดปกติ ผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชนสามารถเชื่อมโยงเหตุการณ์เข้ากับเรื่องเล่าคลื่นใหญ่และเตือนให้คนขึ้นที่สูงได้ ความทรงจำนี้ทำให้ผู้คนภายนอกเริ่มสนใจภูมิปัญญาทางทะเลของมอแกนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเข้าใจชุมชนมอแกนไม่ควรมองเฉพาะเรื่องสึนามิ แต่ควรมองรวมถึงภาษา ความรู้เรื่องทะเล งานเรือ วิถีหาอาหาร ระบบเครือญาติ ความเชื่อ และการปรับตัวในโลกสมัยใหม่ด้วย
 
ในอดีต เรือก่าบางหรือเรือมอแกนมีความสำคัญมากต่อชีวิตของชาวมอแกน เพราะเป็นทั้งบ้าน พาหนะ และสัญลักษณ์ของเสรีภาพในการเดินทางทางทะเล เรือเชื่อมผู้คนกับอ่าว เกาะ และพื้นที่หาอาหาร เมื่อชาวมอแกนตั้งหลักแหล่งมากขึ้นและอยู่ภายใต้กฎการอนุรักษ์ของอุทยาน การสร้างเรือแบบดั้งเดิมจึงลดลงอย่างมาก ความรู้เรื่องการเลือกไม้ การขุดเรือ การใช้ไฟดัดไม้ การต่อเรือ และการใช้เรือในทะเลเริ่มเหลืออยู่กับผู้สูงอายุและผู้ที่ยังพยายามรักษาความรู้เดิมไว้ การมาเยือนบ้านมอแกนจึงควรมองด้วยความเคารพต่อวัฒนธรรมที่กำลังปรับตัว ไม่ใช่มองเป็นเพียงภาพแปลกตาของบ้านริมทะเล
 
วิถีทำมาหากินของชาวมอแกนในปัจจุบันเปลี่ยนไปตามฤดูกาลและนโยบายการจัดการพื้นที่ ช่วงฤดูท่องเที่ยว เมื่ออุทยานแห่งชาติเปิดรับนักท่องเที่ยว ชาวมอแกนบางส่วนมีรายได้จากงานบริการท่องเที่ยว ขับเรือ ช่วยงานอุทยาน จำหน่ายของที่ระลึก หรือทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยว ส่วนช่วงฤดูมรสุมที่อุทยานปิดการท่องเที่ยว รายได้จากนักท่องเที่ยวจะลดลงอย่างชัดเจน ชุมชนจึงต้องพึ่งพาการทำมาหากินในรูปแบบอื่นตามเงื่อนไขของพื้นที่ การเข้าใจเรื่องนี้ช่วยให้ผู้มาเยือนเห็นว่าการท่องเที่ยวมีทั้งประโยชน์และความเปราะบางต่อชีวิตของชุมชน
 
บ้านมอแกนไม่ได้เป็นเพียงจุดชมบ้านเรือน แต่เป็นพื้นที่วัฒนธรรมที่มีภาษา ความเชื่อ งานฝีมือ และความรู้เฉพาะถิ่น ชาวมอแกนมีภาษาของตนเอง มีคำเรียกปลา สัตว์ทะเล อ่าว ลม และเครื่องมือที่ผูกกับประสบการณ์ตรงในทะเล งานฝีมือและของที่ระลึกที่นักท่องเที่ยวเห็นในหมู่บ้านจึงไม่ควรถูกมองเป็นสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่เป็นช่องทางที่ชุมชนใช้เล่าเรื่องชีวิตและหารายได้ในบริบทที่การเข้าถึงทรัพยากรแบบเดิมเปลี่ยนไป การซื้อของจากชุมชนควรทำด้วยความสมัครใจ เคารพราคา และหลีกเลี่ยงการต่อรองจนเสียคุณค่าของแรงงานฝีมือ
 
การมาเยือนบ้านมอแกนควรให้ความสำคัญกับมารยาทอย่างมาก เพราะพื้นที่นี้เป็นบ้านของผู้คนจริง ๆ ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง นักท่องเที่ยวควรเดินเฉพาะพื้นที่ที่อนุญาต ไม่เข้าไปในบ้านหรือพื้นที่ส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ถ่ายภาพระยะใกล้ของเด็ก ผู้สูงอายุ หรือครอบครัวโดยไม่ขอก่อน ไม่แจกขนมหรือเงินให้เด็กแบบสุ่ม ไม่ใช้คำพูดหรือท่าทางที่ทำให้คนในชุมชนรู้สึกถูกมองเป็นสิ่งแปลก และไม่ทิ้งขยะในหมู่บ้านหรือทะเล การเที่ยวอย่างเคารพจะช่วยให้บ้านมอแกนยังเป็นพื้นที่เรียนรู้ที่มีศักดิ์ศรีของชุมชน
 
การเดินทางไปบ้านมอแกนต้องเดินทางผ่านระบบของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์เป็นหลัก จุดเริ่มต้นบนฝั่งคือพื้นที่ท่าเรือคุระบุรีและศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ในอำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา จากกรุงเทพฯ สามารถขับรถมาตามทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม มุ่งสู่อำเภอคุระบุรี ระยะทางประมาณ 720 กิโลเมตร ก่อนถึงตัวอำเภอคุระบุรีประมาณ 6 กิโลเมตร บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 721 มีทางแยกเข้าท่าเรือคุระบุรีอีกประมาณ 2 กิโลเมตร จากนั้นจึงต่อเรือไปยังหมู่เกาะสุรินทร์ ระยะทางทางทะเลประมาณ 60 กิโลเมตร
 
ผู้เดินทางด้วยรถโดยสารสามารถขึ้นรถจากกรุงเทพฯ ไปยังอำเภอคุระบุรี แล้วต่อรถท้องถิ่นไปยังท่าเรือคุระบุรี ส่วนผู้เดินทางด้วยเครื่องบินสามารถเลือกลงสนามบินระนองหรือสนามบินภูเก็ต แล้วเดินทางต่อด้วยรถยนต์มายังอำเภอคุระบุรี การเดินทางทางเรือจากท่าเรือคุระบุรีไปหมู่เกาะสุรินทร์ขึ้นอยู่กับชนิดของเรือและสภาพทะเล เรือเร็วใช้เวลาสั้นกว่าเรือโดยสารทั่วไป แต่ค่าใช้จ่ายสูงกว่า ตารางเรือและราคาเรือควรตรวจสอบกับผู้ประกอบการหรืออุทยานในฤดูกาลเดินทางจริง เพราะอาจเปลี่ยนตามฤดูกาล จำนวนผู้เดินทาง และประกาศความปลอดภัย
 
ฤดูกาลท่องเที่ยวเป็นข้อมูลสำคัญที่สุดของบ้านมอแกน เนื่องจากหมู่บ้านตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ได้รับผลกระทบจากลมมรสุมฝั่งอันดามัน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์มีการปิดการท่องเที่ยวและพักค้างแรมเป็นประจำในช่วงฤดูมรสุมเพื่อความปลอดภัยและเพื่อให้ธรรมชาติฟื้นตัว สำหรับปี พ.ศ. 2569 มีประกาศปิดการท่องเที่ยวและพักค้างแรมตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม ถึง 15 ตุลาคม 2569 ดังนั้นการวางแผนไปบ้านมอแกนควรตรวจสอบประกาศเปิดเกาะของอุทยานในปีนั้นก่อนเสมอ โดยฤดูกาลที่เหมาะกับการท่องเที่ยวโดยทั่วไปคือช่วงหลังเปิดฤดูท่องเที่ยวจนถึงก่อนเข้ามรสุม
 
ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปบ้านมอแกนประกอบด้วยหลายส่วน ได้แก่ ค่าเรือ ค่าเข้าอุทยานแห่งชาติ ค่าอาหาร ค่าอุปกรณ์ดำน้ำ หรือค่าทัวร์ตามแพ็กเกจที่เลือก ค่าเข้าชมหมู่บ้านมอแกนโดยตรงไม่ได้เป็นลักษณะเดียวกับค่าผ่านประตูของสถานที่ทั่วไป แต่การเดินทางเข้าไปอยู่ภายใต้พื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ซึ่งมีอัตราค่าบริการเข้าอุทยานตามประกาศของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยหมู่เกาะสุรินทร์อยู่ในกลุ่มอุทยานที่มีอัตราค่าบริการชาวไทยและชาวต่างประเทศแตกต่างกัน ผู้เดินทางควรเตรียมค่าใช้จ่ายส่วนนี้แยกจากค่าเรือและค่าทัวร์
 
ภายในเส้นทางท่องเที่ยวหมู่เกาะสุรินทร์ นักท่องเที่ยวมักได้แวะบ้านมอแกนร่วมกับจุดดำน้ำตื้นและจุดพักของอุทยาน เช่น อ่าวช่องขาด อ่าวไม้งาม หรือจุดดำน้ำรอบเกาะสุรินทร์เหนือและเกาะสุรินทร์ใต้ การเดินชมหมู่บ้านมอแกนอาจใช้เวลาประมาณ 30–60 นาทีตามโปรแกรมทัวร์ แต่หากเป็นการเดินทางที่มีไกด์หรือทีมชุมชนอธิบายเรื่องวิถีชีวิตอย่างละเอียด อาจใช้เวลามากกว่านั้น สิ่งที่ควรทำคือเดินช้า ๆ ฟังคำอธิบาย สังเกตบ้านเรือน เรือ เครื่องมือ ของใช้ และสภาพแวดล้อมโดยไม่รบกวนการใช้ชีวิตของชาวบ้าน
 
สิ่งที่ควรเตรียมเมื่อมาเที่ยวบ้านมอแกนและหมู่เกาะสุรินทร์ ได้แก่ เสื้อผ้าที่เหมาะกับทะเล หมวกกันแดด ครีมกันแดดที่เป็นมิตรต่อปะการัง น้ำดื่มส่วนตัว ยาประจำตัว ถุงกันน้ำ รองเท้าแตะหรือรองเท้าที่เดินบนทรายได้ดี และเงินสดสำหรับซื้อของที่ระลึกจากชุมชน โทรศัพท์หรือกล้องควรมีถุงกันน้ำ เพราะการเดินทางต้องขึ้นลงเรือหลายครั้ง ควรงดนำพลาสติกใช้ครั้งเดียวเกินจำเป็น และเก็บขยะกลับไปตามหลักการท่องเที่ยวในอุทยานทางทะเล
 
บ้านมอแกนเป็นพื้นที่ที่เหมาะกับการเรียนรู้มากกว่าการเที่ยวแบบเร่งรีบ ผู้มาเยือนควรตั้งคำถามกับตนเองว่าเราเห็นอะไรนอกจากบ้านหลังเล็กริมทะเล เห็นการเปลี่ยนแปลงของชุมชนจากชีวิตเร่ร่อนสู่การตั้งหลักแหล่ง เห็นผลของนโยบายอนุรักษ์ต่อคนท้องถิ่น เห็นการปรับตัวต่อการท่องเที่ยว เห็นภาษาที่กำลังเปลี่ยน และเห็นความพยายามของคนในชุมชนที่จะรักษาความทรงจำเกี่ยวกับเรือก่าบาง ทะเล เพลง เรื่องเล่า และความรู้ที่ผูกกับบรรพบุรุษ หากมองด้วยสายตานี้ บ้านมอแกนจะเป็นสถานที่ที่ให้ความหมายลึกกว่าจุดแวะถ่ายภาพในโปรแกรมทัวร์
 
สำหรับผู้ที่สนใจวัฒนธรรมชาวเล บ้านมอแกนหมู่เกาะสุรินทร์เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ควรศึกษาควบคู่กับชุมชนชาวเลกลุ่มอื่นในอันดามัน เช่น มอแกน มอแกลน และอูรักลาโว้ย แม้ทั้งหมดมักถูกเรียกรวมอย่างกว้าง ๆ ว่าชาวเล แต่แต่ละกลุ่มมีภาษา ประวัติ และวิถีชีวิตเฉพาะของตนเอง การเขียนหรือพูดถึงบ้านมอแกนจึงควรใช้ชื่อกลุ่มอย่างถูกต้อง หลีกเลี่ยงการเหมารวม และให้ความสำคัญกับสิทธิ ความเป็นมนุษย์ และเสียงของชุมชนเอง
 
บ้านมอแกนยังเชื่อมโยงกับภาพใหญ่ของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในหมู่เกาะสุรินทร์ เพราะพื้นที่นี้มีทั้งทรัพยากรธรรมชาติที่เปราะบางและชุมชนชาติพันธุ์ที่เปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลง การท่องเที่ยวที่ดีจึงไม่ควรเน้นจำนวนคนหรือการถ่ายภาพเพียงอย่างเดียว แต่ควรเน้นความเข้าใจ การจำกัดผลกระทบ การสนับสนุนรายได้ชุมชนอย่างเหมาะสม และการเคารพกติกาของอุทยาน นักท่องเที่ยวที่มาเยือนด้วยวิธีนี้จะช่วยทำให้บ้านมอแกนยังเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณค่าต่อไปในระยะยาว
 
เมื่อนำข้อมูลจากเว็บไซต์ท่องเที่ยวทั่วไปมาเทียบกัน มักพบว่าหลายแหล่งกล่าวถึงบ้านมอแกนเพียงสั้น ๆ ว่าเป็นหมู่บ้านชาวเลในหมู่เกาะสุรินทร์ มีบ้านยกพื้นริมทะเล และเป็นจุดแวะในทริปดำน้ำ แต่สิ่งที่บทความควรอธิบายให้ครบคือที่ตั้งบริเวณอ่าวบอนใหญ่ เกาะสุรินทร์ใต้ ความเกี่ยวข้องกับอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ประวัติการตั้งถิ่นฐาน การเปลี่ยนแปลงหลังสึนามิ วิถีเรือก่าบาง ภาษามอแกน มารยาทการเข้าชม ฤดูกาลเปิดปิดอุทยาน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง และข้อควรระวังเรื่องการถ่ายภาพหรือการปฏิบัติต่อเด็กในชุมชน ข้อมูลเหล่านี้ทำให้ผู้อ่านวางแผนการเดินทางได้จริงและเข้าใจชุมชนอย่างเคารพมากขึ้น
 
การเดินทาง ไปบ้านมอแกนเริ่มจากการเดินทางมายังอำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา หากเดินทางด้วยรถยนต์จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม มุ่งหน้าสู่อำเภอคุระบุรี ระยะทางประมาณ 720 กิโลเมตร ก่อนถึงตัวอำเภอคุระบุรีประมาณ 6 กิโลเมตร จะมีทางแยกบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 721 เข้าท่าเรือคุระบุรีอีกประมาณ 2 กิโลเมตร หากเดินทางด้วยรถโดยสารให้ลงที่อำเภอคุระบุรีแล้วต่อรถท้องถิ่นไปท่าเรือ หากเดินทางด้วยเครื่องบินสามารถลงสนามบินระนองหรือสนามบินภูเก็ตแล้วต่อรถมายังคุระบุรี จากนั้นต่อเรือจากท่าเรือคุระบุรีไปยังหมู่เกาะสุรินทร์ ระยะทางทางทะเลประมาณ 60 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1–2.5 ชั่วโมงตามชนิดเรือและสภาพทะเล เมื่อลงเกาะแล้วการเข้าชมบ้านมอแกนควรเป็นไปตามเส้นทางที่อุทยาน ผู้ประกอบการเรือ หรือชุมชนกำหนด
 
บ้านมอแกน พังงา จึงเป็นสถานที่ที่ควรเขียนและควรเที่ยวด้วยความระมัดระวังในเชิงวัฒนธรรม เพราะเป็นมากกว่าหมู่บ้านริมทะเลในโปรแกรมดำน้ำ ชุมชนแห่งนี้คือพื้นที่ความทรงจำของชนกลุ่มน้อยที่มีภูมิปัญญาทะเลลึกซึ้ง เป็นบ้านของผู้คนที่ต้องปรับตัวกับนโยบายอุทยาน การท่องเที่ยว ฤดูกาล รายได้ และการเปลี่ยนแปลงของโลกสมัยใหม่ ผู้ที่เดินทางไปเยือนจะได้เห็นทั้งบ้านยกพื้นริมชายหาด วิวทะเลสุรินทร์ วิถีชาวเล และคำถามสำคัญว่าการท่องเที่ยวจะอยู่ร่วมกับชุมชนดั้งเดิมอย่างเคารพได้อย่างไร หากเดินทางในฤดูกาลที่เปิดเกาะ ปฏิบัติตามกฎอุทยาน และให้เกียรติคนในชุมชน บ้านมอแกนจะเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่ทำให้การเที่ยวหมู่เกาะสุรินทร์มีความหมายมากขึ้น
 
ชื่อสถานที่บ้านมอแกน / หมู่บ้านมอแกน / หมู่บ้านมอแกน อ่าวบอนใหญ่
ที่ตั้งอ่าวบอนใหญ่ หรืออ่าวบอน เกาะสุรินทร์ใต้ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา
ที่อยู่เขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา 82150
พิกัดประมาณ 9.4260, 97.8790 บริเวณอ่าวบอนใหญ่ เกาะสุรินทร์ใต้
ไฮไลต์ชุมชนชาวเลมอแกน บ้านยกใต้ถุนสูงริมชายหาด วิถีทะเล เรือก่าบาง งานฝีมือ ความรู้เรื่องทะเล และเส้นทางเรียนรู้วัฒนธรรมในหมู่เกาะสุรินทร์
ประวัติ / ลักษณะชุมชนชุมชนชาติพันธุ์มอแกนที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับทะเลอันดามันมายาวนาน เดิมเคลื่อนย้ายตามฤดูกาลและอาศัยเรือก่าบาง ปัจจุบันตั้งหลักแหล่งในพื้นที่อ่าวบอนใหญ่ภายในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์
ที่มาของชื่อชื่อบ้านมอแกนมาจากชื่อกลุ่มชาติพันธุ์มอแกน ซึ่งเป็นกลุ่มชาวเลที่มีประวัติการเดินทางและอาศัยในทะเลอันดามัน ทั้งฝั่งไทยและประเทศเพื่อนบ้าน
การเดินทางเดินทางมายังท่าเรือคุระบุรี จังหวัดพังงา แล้วต่อเรือไปอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ระยะทางทางทะเลประมาณ 60 กม. ใช้เวลาประมาณ 1–2.5 ชั่วโมงตามชนิดเรือและสภาพทะเล
สถานะปัจจุบันเป็นชุมชนชาติพันธุ์ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ และเป็นจุดเรียนรู้วัฒนธรรมที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมตามฤดูกาลท่องเที่ยวและกฎของอุทยานฯ
วันเปิดทำการเปิดตามฤดูกาลท่องเที่ยวของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ โดยปี พ.ศ. 2569 ปิดการท่องเที่ยวและพักค้างแรมตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม ถึง 15 ตุลาคม 2569
เวลาเปิดทำการเข้าชมตามตารางเรือนำเที่ยวและประกาศของอุทยานฯ โดยทั่วไปเป็นการเข้าชมช่วงกลางวันระหว่างทริปหมู่เกาะสุรินทร์
ค่าเข้าชมไม่มีค่าเข้าชมหมู่บ้านแยกต่างหาก แต่ต้องชำระค่าเข้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์และค่าเรือตามอัตราที่กำหนด
อัตราค่าเข้าอุทยานชาวไทย ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท / ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 500 บาท เด็ก 250 บาท
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่เดินชมหมู่บ้าน จุดจอดเรือระหว่างทริป จุดจำหน่ายของที่ระลึกบางจุด และสิ่งอำนวยความสะดวกหลักของอุทยานฯ ในพื้นที่เกาะสุรินทร์เหนือ เช่น ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ร้านสวัสดิการ บ้านพัก และลานกางเต็นท์ตามฤดูกาลเปิดเกาะ
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญแนวบ้านยกใต้ถุนสูงริมชายหาด ทางเดินหมู่บ้าน ลานหน้าบ้าน พื้นที่จำหน่ายงานฝีมือ จุดเรียนรู้วิถีมอแกน ชายหาดอ่าวบอน และพื้นที่เรือชุมชน
ผู้ดูแล / หน่วยงานพื้นที่ชุมชนมอแกนอ่าวบอนใหญ่ และอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
เบอร์ติดต่อหลักอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ โทร. 076-472145, 076-472146
กิจกรรมเหมาะสมเรียนรู้วิถีมอแกน เดินชมบ้านยกใต้ถุนสูง ฟังเรื่องเล่าชุมชน ซื้อของที่ระลึกจากชุมชน ถ่ายภาพอย่างเคารพ และเที่ยวร่วมกับเส้นทางดำน้ำตื้นหมู่เกาะสุรินทร์
ข้อควรปฏิบัติเดินเฉพาะพื้นที่ที่อนุญาต ไม่เข้าบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ถ่ายภาพบุคคลใกล้ ๆ โดยไม่ขออนุญาต ไม่แจกของให้เด็กแบบสุ่ม ไม่ทิ้งขยะ และปฏิบัติตามคำแนะนำของอุทยานฯ ผู้นำเที่ยว และชุมชน
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. อ่าวบอนใหญ่ ประมาณ 0 กม.
2. อ่าวช่องขาด ประมาณ 2 กม. โดยเรือ
3. อ่าวไม้งาม ประมาณ 3 กม. โดยเรือ
4. อ่าวไทรเอน ประมาณ 3 กม. โดยเรือ
5. เกาะสุรินทร์เหนือ ประมาณ 3 กม. โดยเรือ
6. อ่าวสุเทพ ประมาณ 5 กม. โดยเรือ
7. กองหินริเชลิว ประมาณ 18 กม. โดยเรือ
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ร้านสวัสดิการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ บริเวณที่ทำการอุทยานฯ บนเกาะสุรินทร์เหนือ ประมาณ 2 กม. โดยเรือ
2. Tom Yum Goong Restaurant คุระบุรี ประมาณ 60 กม. จากหมู่เกาะสุรินทร์โดยเรือถึงฝั่งแล้วต่อรถ
3. Kuraburi Greenview Restaurant ประมาณ 60 กม. จากหมู่เกาะสุรินทร์โดยเรือถึงฝั่งแล้วต่อรถ
4. ร้านอาหารในย่านท่าเรือคุระบุรี ประมาณ 60 กม. จากหมู่เกาะสุรินทร์โดยเรือถึงฝั่งแล้วต่อรถ
5. ร้านอาหารพื้นบ้านในอำเภอคุระบุรี ประมาณ 60 กม. จากหมู่เกาะสุรินทร์โดยเรือถึงฝั่งแล้วต่อรถ
ที่พักใกล้เคียง1. บ้านพักและลานกางเต็นท์อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ บริเวณเกาะสุรินทร์เหนือ ประมาณ 2 กม. โดยเรือ
2. Kuraburi Greenview Resort ประมาณ 60 กม. จากหมู่เกาะสุรินทร์โดยเรือถึงฝั่งแล้วต่อรถ โทร. 076-491734
3. Boon Piya Resort คุระบุรี ประมาณ 60 กม. จากหมู่เกาะสุรินทร์โดยเรือถึงฝั่งแล้วต่อรถ
4. The Camp Resort คุระบุรี ประมาณ 60 กม. จากหมู่เกาะสุรินทร์โดยเรือถึงฝั่งแล้วต่อรถ
5. Kuraburi Resort ประมาณ 60 กม. จากหมู่เกาะสุรินทร์โดยเรือถึงฝั่งแล้วต่อรถ
6. ที่พักในย่านท่าเรือคุระบุรี ประมาณ 60 กม. จากหมู่เกาะสุรินทร์โดยเรือถึงฝั่งแล้วต่อรถ
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: บ้านมอแกนอยู่ที่ไหน?
ตอบ: บ้านมอแกนอยู่บริเวณอ่าวบอนใหญ่หรืออ่าวบอน บนเกาะสุรินทร์ใต้ ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา
 
ถาม: บ้านมอแกนมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: บ้านมอแกนเป็นชุมชนชาติพันธุ์ชาวเลที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับทะเลอันดามันมายาวนาน มีบ้านยกใต้ถุนสูงริมชายหาด ภูมิปัญญาทางทะเล ภาษา ความเชื่อ และวัฒนธรรมเฉพาะของชาวมอแกน
 
ถาม: บ้านมอแกนเปิดให้เข้าชมตลอดปีหรือไม่?
ตอบ: ไม่เปิดตลอดปี เพราะตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ซึ่งปิดการท่องเที่ยวในช่วงฤดูมรสุม สำหรับปี พ.ศ. 2569 ปิดการท่องเที่ยวและพักค้างแรมตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม ถึง 15 ตุลาคม 2569
 
ถาม: เดินทางไปบ้านมอแกนอย่างไร?
ตอบ: ต้องเดินทางไปอำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา แล้วต่อเรือจากท่าเรือคุระบุรีไปอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ระยะทางทางทะเลประมาณ 60 กิโลเมตร จากนั้นเข้าชมบ้านมอแกนตามเส้นทางที่อุทยานฯ ผู้ประกอบการเรือ หรือชุมชนกำหนด
 
ถาม: บ้านมอแกนเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่มีค่าเข้าชมหมู่บ้านแยกต่างหาก แต่ต้องชำระค่าเข้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์และค่าเรือตามอัตราที่กำหนด
 
ถาม: ควรใช้เวลาเที่ยวบ้านมอแกนนานเท่าไร?
ตอบ: โปรแกรมทัวร์ทั่วไปมักใช้เวลาประมาณ 30–60 นาทีในการเดินชมหมู่บ้าน แต่หากมีการอธิบายวิถีชุมชนอย่างละเอียดควรเผื่อเวลามากขึ้น
 
ถาม: ไปบ้านมอแกนควรปฏิบัติตัวอย่างไร?
ตอบ: ควรเดินเฉพาะพื้นที่ที่อนุญาต ไม่เข้าบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ถ่ายภาพบุคคลใกล้ ๆ โดยไม่ขออนุญาต ไม่แจกของให้เด็กแบบสุ่ม ไม่ทิ้งขยะ และเคารพคำแนะนำของอุทยานฯ ผู้นำเที่ยว และชุมชน
 
ถาม: เที่ยวบ้านมอแกนแล้วควรไปจุดใดต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อในเส้นทางหมู่เกาะสุรินทร์ เช่น อ่าวช่องขาด อ่าวไม้งาม อ่าวสุเทพ อ่าวไทรเอน จุดดำน้ำตื้นรอบเกาะสุรินทร์เหนือและเกาะสุรินทร์ใต้ หรือกองหินริเชลิวตามโปรแกรมเรือและประกาศของอุทยานฯ

วิถีชีวิตหมวดหมู่: ●วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชนกลุ่ม: ●หมู่บ้าน ชุมชน ●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคใต้

ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(2)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(6)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(3)
วัด วัด(18)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(8)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(12)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(8)
น้ำตก น้ำตก(21)
น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(2)
ถ้ำ ถ้ำ(12)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(4)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(28)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(11)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(7)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(2)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(2)
สวนน้ำ สวนน้ำ(3)
กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย(3)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)
เมนูอาหารใต้, สูตรอาหารใต้ เมนูอาหารใต้, สูตรอาหารใต้(1)