หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดนราธิวาส >อ.สุคิริน >ต.ภูเขาทอง > เหมืองแร่ทองคำ
TL;DR: เหมืองแร่ทองคำ อยู่ที่บริเวณบ้านโต๊ะโมะ ตำบลภูเขาทอง อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส เปิดทุกวัน เวลา 08.00–17.00 น. จุดเด่นคือ อยู่ในป่าดิบกลางหุบเขาใกล้ชายแดนไทย-มาเลเซีย มีลำห้วยลิโชและสายน้ำต้นแม่น้ำสายบุรีที่สัมพันธ์กับการร่อนทองพื้นบ้าน.

นราธิวาส

เหมืองแร่ทองคำ

เหมืองแร่ทองคำ

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00–17.00 น.
 
เหมืองแร่ทองคำโต๊ะโมะ หรือพิพิธภัณฑ์เหมืองทองคำโต๊ะโม๊ะ จังหวัดนราธิวาส ตั้งอยู่บริเวณบ้านโต๊ะโมะ ตำบลภูเขาทอง อำเภอสุคิริน เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดนราธิวาส เพราะพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นเหมืองทองคำเก่าแก่กลางป่าดิบและหุบเขาลึกใกล้ชายแดนไทย-มาเลเซีย เพียงประมาณ 800 เมตร ชาวบ้านเรียกภูเขาบริเวณนี้ว่าเขาโต๊ะโมะและเขาลิโช ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวเทือกเขาสุไหงโก-ลก ป่ารอบเหมืองมีความชื้นสูง เขียวชอุ่ม และเป็นต้นกำเนิดของลำห้วยลิโช ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของต้นแม่น้ำสายบุรี สายน้ำจากภูเขาเหล่านี้พัดพาเกล็ดทองคำและผงทองคำลงมาปะปนกับเศษดิน เศษหิน และตะกอนน้ำ ทำให้ชุมชนบ้านโต๊ะโมะมีวิถีร่อนทองที่สืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน
 
เหมืองทองโต๊ะโมะไม่ได้เป็นเหมืองที่เปิดทำการผลิตทองคำเชิงอุตสาหกรรมอีกแล้ว แต่พื้นที่เดิมได้รับการพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้และพิพิธภัณฑ์ชุมชน เพื่อให้ผู้สนใจได้เข้าชมประวัติศาสตร์เหมืองทองเก่า อุโมงค์ลำเลียงแร่ เรือนพักคนงาน จุดล่องแพ อุปกรณ์ร่อนแร่ทองคำ และวิถีชีวิตของชาวภูเขาทองที่ยังผูกพันกับคำว่า “ทอง” อยู่ในชีวิตประจำวัน ความน่าสนใจของสถานที่แห่งนี้จึงไม่ได้อยู่ที่ความหรูหราหรือความใหญ่โตของอาคารจัดแสดง แต่อยู่ที่การได้เห็นร่องรอยจริงของพื้นที่ที่เคยคึกคักด้วยแรงงาน นักแสวงโชค เทคโนโลยีเหมืองแร่ และเรื่องเล่าของผู้คนหลายเชื้อชาติในช่วงเวลาหนึ่งของประวัติศาสตร์ชายแดนใต้
 
ภูมิประเทศของโต๊ะโมะมีบทบาทสำคัญต่อการเกิดเรื่องราวทั้งหมด แหล่งแร่อยู่ในป่าดิบกลางหุบเขาที่ปกคลุมด้วยต้นไม้ใหญ่ มีลำธารและลำห้วยไหลผ่านหลายสาย โดยเฉพาะลำห้วยลิโชซึ่งรับน้ำจากเขาโต๊ะโมะและเขาลิโช ความชื้นของป่าและฝนที่ตกชุกทำให้สายน้ำมีพลังพัดพาตะกอนจากภูเขาลงสู่ลำห้วย เมื่อถึงช่วงน้ำหลากในฤดูฝน เกล็ดทองคำขนาดเล็กที่ปะปนอยู่กับตะกอนหินและทรายจะถูกพัดลงมาตามสายน้ำ แล้วตกจมอยู่บริเวณก้นลำห้วย ชาวบ้านจึงใช้เครื่องมือพื้นบ้านที่เรียกว่า “เลียง” ซึ่งทำด้วยไม้ รูปร่างคล้ายกระทะ ตักดิน ทราย และกรวดใต้น้ำขึ้นมาร่อนเพื่อแยกทองคำออกจากตะกอน
 
การร่อนทองแบบพื้นบ้านเป็นภูมิปัญญาที่ทำให้บ้านโต๊ะโมะมีเอกลักษณ์แตกต่างจากชุมชนท่องเที่ยวทั่วไป ขั้นตอนดูเหมือนเรียบง่าย แต่ต้องอาศัยความชำนาญ ความอดทน และสายตาที่ไว ชาวบ้านจะตักทรายหรือเศษดินจากลำห้วยใส่เลียง เติมน้ำ แล้วหมุนเขย่าเบา ๆ ให้ตะกอนเบาถูกชะออกไป เหลือแร่หนักและเศษทองคำเล็ก ๆ ติดอยู่ก้นเลียง ทองที่พบอาจมีขนาดเล็กมาก แต่มีคุณค่าทางใจและคุณค่าทางประวัติศาสตร์สูง เพราะเป็นเศษทองที่ยังเชื่อมโยงกับแหล่งแร่เก่าบนภูเขาโต๊ะโมะ การได้ชมการร่อนทองจึงไม่ใช่เพียงการดูการหาทอง แต่เป็นการเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างคน ป่า น้ำ และทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่สุคิริน
 
ประวัติการแสวงหาทองที่โต๊ะโมะเริ่มต้นจากการร่อนทองของชาวบ้านตามลำห้วยมาช้านาน ต่อมาชาวจีนชื่อฮิว ซิ้นจิ๋ว ซึ่งทำการค้าอยู่แถบชายแดนไทย-มาเลเซีย ได้นำพรรคพวกประมาณ 40–50 คนเข้ามาขุดค้นและร่อนหาทองคำตามลำน้ำ โดยเริ่มตั้งแต่บริเวณบ้านกาลูบีขึ้นไปทางต้นน้ำจนเกือบถึงชายแดนมาเลเซีย พวกเขาพบว่ายิ่งขึ้นไปใกล้ต้นน้ำ ปริมาณทองคำที่ติดก้นเลียงยิ่งมากขึ้น ข่าวการพบทองแพร่กระจายออกไป ทำให้ผู้คนจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาแสวงโชค บางช่วงมีผู้เข้ามาหาทองมากถึงหลักพันคน และมีเรื่องเล่าว่านักร่อนทองบางคนสามารถร่อนทองได้วันละ 1–2 สลึง
 
เมื่อข่าวทองคำโต๊ะโมะเป็นที่รู้จักมากขึ้น รัฐบาลได้มอบหมายให้อาฟัด บุตรชายของฮิว ซิ้นจิ๋ว ซึ่งสืบทอดงานขุดหาทองจากบิดา เป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ให้รัฐบาลและเก็บภาษีจากผู้ที่เข้ามาขุดค้นหาทองคำ อาฟัดจึงมีบทบาทสำคัญอย่างมากในสังคมเหมืองโต๊ะโมะสมัยนั้น และเปรียบเสมือนผู้ดูแลชุมชนเหมืองในยุคที่พื้นที่ยังเป็นดินแดนป่าเขาห่างไกล ต่อมาเขาได้รับพระราชทานราชทินนามเป็นหลวงวิเศษสุวรรณภูมิ และยังเป็นบิดาของฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ หรือพนมเทียน นักเขียนเจ้าของนวนิยายผจญภัยชื่อดัง “เพชรพระอุมา” ดินแดนป่าเขา เหมืองทอง และเรื่องเล่าลี้ลับของโต๊ะโมะจึงถูกจดจำในฐานะหนึ่งในแรงบันดาลใจสำคัญของวรรณกรรมผจญภัยไทย
 
ช่วงที่เหมืองโต๊ะโมะเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมเริ่มเด่นชัดในช่วงประมาณ พ.ศ.2473 เมื่อชาวอังกฤษเข้ามาติดตั้งเครื่องจักรทำเหมืองทองคำในพื้นที่อยู่ระยะหนึ่ง แต่กิจการไม่ประสบความสำเร็จตามคาดและเลิกดำเนินการไป ต่อมาใน พ.ศ.2475 บริษัทฝรั่งเศสชื่อ Societe d’Or de Litcho เข้ามาสำรวจพื้นที่เขาโต๊ะโมะและเขาลิโช พบว่าบริเวณนี้มีแร่ทองคำอยู่จำนวนมาก และทองคำมีเปอร์เซ็นต์สูง จึงขอสัมปทานจากรัฐบาลไทยเพื่อทำเหมืองทองคำเป็นเวลา 20 ปี การเข้ามาของบริษัทฝรั่งเศสทำให้โต๊ะโมะเปลี่ยนจากพื้นที่ร่อนทองพื้นบ้านไปสู่เหมืองแร่ที่มีการจัดการอย่างเป็นระบบ มีแรงงานจำนวนมาก เครื่องจักร อุโมงค์ รถรางลำเลียงแร่ และกระบวนการผลิตทองคำที่ใช้เทคโนโลยีแบบตะวันตก
 
ในยุคที่เหมืองทองโต๊ะโมะรุ่งเรือง พื้นที่กลางป่าลึกแห่งนี้กลายเป็นชุมชนเศรษฐกิจที่คึกคักอย่างมาก มีราษฎรอพยพเข้ามาเป็นกรรมกรเหมืองจำนวนมาก มีแผนกงานต่าง ๆ ตั้งแต่การระเบิดหิน การลำเลียงหิน การบดแร่ การคัดแร่ ไปจนถึงกระบวนการถลุงทองคำ พื้นที่ที่เคยเป็นป่าเขาจึงมีบ้านพัก ที่ทำการ โรงโม่ โรงตำ อุโมงค์ลำเลียงแร่ และเส้นทางขนส่งเกิดขึ้นตามแนวภูเขา เหมืองโต๊ะโมะจึงเป็นมากกว่าแหล่งแร่ เพราะเป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนภูมิประเทศป่าดิบชายแดนให้กลายเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในยุคหนึ่ง
 
เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 กิจการเหมืองทองของบริษัทฝรั่งเศสต้องหยุดชะงัก ชาวฝรั่งเศสเดินทางกลับประเทศ และเหมืองทองโต๊ะโมะก็เข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน รัฐบาลไทยเข้ามาดำเนินกิจการต่อ แต่ทำได้ไม่นานเพราะประสบปัญหาขาดแคลนวัสดุ อุปกรณ์ และความไม่สงบในช่วงสงคราม สุดท้ายเหมืองต้องปิดตัวลง พื้นที่ที่เคยเต็มไปด้วยแรงงาน เครื่องจักร และเสียงการทำเหมืองกลายเป็นเหมืองร้าง ทิ้งไว้เพียงอุโมงค์ บ้านพัก สิ่งก่อสร้าง และความทรงจำของยุคทองที่เคยรุ่งเรือง
 
หลังจากเหมืองปิดตัว พื้นที่โต๊ะโมะยังมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และการเมืองชายแดนตามมาอีกหลายช่วงเวลา มีการกล่าวถึงการเข้ามาอาศัยของขบวนการต่าง ๆ ในป่าลึก และพื้นที่ภูเขาทองต่อมาได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการตั้งถิ่นฐานใหม่ตามนโยบายของรัฐ ชุมชนภูเขาทองในปัจจุบันมีอัตลักษณ์พิเศษ เพราะมีผู้คนจากภาคตะวันออกเฉียงเหนืออพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่หลายสิบปีก่อน ทำให้พื้นที่นี้มีวัฒนธรรมอีสานอยู่กลางจังหวัดนราธิวาสอย่างเด่นชัด ทั้งภาษาพูด อาหาร การดำรงชีวิต และประเพณีบุญบั้งไฟที่จัดต่อเนื่องในตำบลภูเขาทอง
 
ปัจจุบันเหมืองแร่ทองคำโต๊ะโมะได้รับการนำเสนอในฐานะแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของชุมชนภูเขาทอง นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้เรื่องเหมืองเก่า ชมพื้นที่อุโมงค์ลำเลียงแร่เก่า บ้านพักคนงานเหมือง เครื่องมือร่อนทอง และวิถีชีวิตพื้นบ้านที่ยังมีการร่อนทองในลำธาร การเข้าชมควรใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งวัน เพราะพื้นที่ไม่ได้มีเพียงพิพิธภัณฑ์ แต่ยังเชื่อมโยงกับล่องแก่งต้นน้ำสายบุรี วัดโต๊ะโมะ วัดพระธาตุภูเขาทอง จุดชมทะเลหมอกผาสน เนินพิศวง และชุมชนท่องเที่ยวภูเขาทอง
 
พิพิธภัณฑ์เหมืองทองคำโต๊ะโม๊ะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการทำความเข้าใจพื้นที่ ภายในจัดแสดงเรื่องราวของเหมืองทองในอดีต ภาพถ่ายเก่า เครื่องมือทำเหมือง เครื่องมือร่อนทอง และข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการทำเหมือง นักท่องเที่ยวจะเข้าใจว่าเหมืองแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งทองคำ แต่เป็นพื้นที่ที่รวมทั้งธรณีวิทยา วิศวกรรมเหมือง ประวัติศาสตร์แรงงาน การอพยพของผู้คน และความเชื่อท้องถิ่นเข้าไว้ด้วยกัน การเริ่มต้นที่พิพิธภัณฑ์จะช่วยให้การเดินต่อไปยังอุโมงค์หรือจุดร่อนทองมีความหมายมากขึ้น
 
โซนสำคัญของพื้นที่สามารถแบ่งได้เป็นหลายส่วน ได้แก่ โซนพิพิธภัณฑ์และอาคารจัดแสดง โซนอุโมงค์ลำเลียงแร่เก่า โซนบ้านพักและที่ทำการเดิมของเหมือง โซนลำห้วยและจุดร่อนทอง โซนล่องแก่งต้นน้ำสายบุรี โซนวัดโต๊ะโมะและศูนย์ศิลปาชีพบ้านโต๊ะโมะ และโซนชุมชนภูเขาทองที่สะท้อนวิถีชีวิตไทยอีสานในชายแดนใต้ การเที่ยวให้ครบจึงควรวางแผนแบบเส้นทาง ไม่ใช่แวะเพียงจุดเดียว เพราะแต่ละโซนช่วยเติมภาพรวมของโต๊ะโมะให้ชัดขึ้น
 
กิจกรรมที่เหมาะกับผู้มาเยือน ได้แก่ ชมพิพิธภัณฑ์เหมืองทองคำโต๊ะโม๊ะ เดินชมอุโมงค์ลำเลียงแร่เก่า เรียนรู้ประวัติหลวงวิเศษสุวรรณภูมิ ชมเครื่องมือร่อนทอง ทดลองเรียนรู้การใช้เลียงกับชุมชน ชมวิถีร่อนทองริมลำธาร ล่องแก่งต้นน้ำสายบุรี แวะวัดโต๊ะโมะ ไหว้พระที่วัดพระธาตุภูเขาทอง และชมทะเลหมอกในช่วงอากาศเหมาะสม เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ วัฒนธรรมชุมชน และการท่องเที่ยวที่มีเนื้อหาลึกมากกว่าการถ่ายภาพสั้น ๆ แล้วกลับ
 
การร่อนทองในปัจจุบันยังปรากฏเป็นวิถีชีวิตของชาวบ้านบางส่วน โดยไม่ได้เป็นการทำเหมืองอุตสาหกรรม แต่เป็นอาชีพเสริมหลังจากทำสวน กรีดยาง หรือทำงานเกษตร ชาวบ้านจะลงลำน้ำพร้อมเลียงและอุปกรณ์พื้นบ้านเพื่อร่อนหาเศษทองคำที่ตกค้างมากับตะกอนน้ำ การได้เห็นวิถีนี้ควรทำผ่านการประสานกับชุมชน เพราะจุดร่อนทองอยู่ในพื้นที่ลำธารและชุมชน นักท่องเที่ยวควรให้ความเคารพเจ้าของพื้นที่ ไม่รบกวนการทำมาหากินของชาวบ้าน และไม่ลงลำธารโดยไม่มีผู้นำทาง
 
อีกกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับเหมืองโต๊ะโมะได้ดีคือการล่องแก่งต้นน้ำสายบุรี เส้นทางล่องแก่งในพื้นที่ตำบลภูเขาทองเริ่มจากบ้านโต๊ะโมะไปยังฟาร์มตัวอย่างบ้านไอร์ปาโจ ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ระหว่างทางนักท่องเที่ยวจะได้ชมธรรมชาติของป่าต้นน้ำ เห็นลำน้ำที่เกี่ยวพันกับตำนานทองคำ และในบางช่วงสามารถเห็นวิถีร่อนทองของชาวบ้านได้ การล่องแก่งควรประสานชุมชนล่วงหน้า เพราะต้องขึ้นอยู่กับระดับน้ำ ฤดูกาล ความปลอดภัย และความพร้อมของผู้นำทาง
 
วัดโต๊ะโมะเป็นสถานที่ใกล้เคียงที่ควรเที่ยวร่วมกับเหมือง เพราะอยู่ในบ้านโต๊ะโมะ ตำบลภูเขาทอง และเป็นวัดหลวงที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวตำบลภูเขาทอง ภายในบริเวณวัดยังเกี่ยวข้องกับศูนย์ศิลปาชีพบ้านโต๊ะโมะ ซึ่งสนับสนุนงานหัตถกรรมและอาชีพเสริมของชุมชน เช่น การทอผ้าไหม จักสานย่านลิเภา แกะสลัก และงานฝีมืออื่น ๆ การแวะวัดและศูนย์ศิลปาชีพจึงช่วยให้เห็นอีกมิติของภูเขาทองที่ไม่ได้มีเพียงทองคำ แต่ยังมีศาสนา งานฝีมือ และความพยายามสร้างรายได้ให้ชุมชน
 
วัดพระธาตุภูเขาทองและจุดชมทะเลหมอกผาสนเป็นอีกกลุ่มสถานที่ที่เสริมให้การเที่ยวเหมืองทองโต๊ะโมะสมบูรณ์ขึ้น วัดพระธาตุภูเขาทองตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาและป่าที่อุดมสมบูรณ์ มีบรรยากาศสงบเหมาะกับการไหว้พระ พักใจ และชมวิวภูเขา ในวันที่อากาศเป็นใจจะเห็นทะเลหมอกลอยผ่านแนวเขา การเชื่อมเส้นทางเหมืองทองกับวัดพระธาตุภูเขาทองทำให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างประวัติศาสตร์เหมือง ชุมชนไทยพุทธในพื้นที่ภูเขาทอง และธรรมชาติของสุคิรินได้ชัดเจน
 
การเดินทางมายังเหมืองทองโต๊ะโมะควรใช้รถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถที่ประสานกับชุมชนล่วงหน้า เพราะพื้นที่อยู่ลึกเข้าไปในอำเภอสุคิรินและมีลักษณะเป็นภูเขา ป่า และชุมชนชายแดน เส้นทางหลักสามารถเดินทางจากสุไหงโก-ลก ผ่านแว้ง เข้าสู่สุคิริน และต่อไปยังบ้านโต๊ะโมะตามถนนหมายเลข 4207 หรือเดินทางจากตัวเมืองนราธิวาสเข้าสู่อำเภอสุคิรินแล้วต่อไปยังตำบลภูเขาทอง ระหว่างทางควรขับอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะช่วงฝนตกหรือช่วงที่ต้องผ่านพื้นที่ภูเขาและลำธาร
 
การเดินทาง จากตัวเมืองนราธิวาสให้มุ่งหน้าไปอำเภอสุคิริน แล้วเข้าสู่ตำบลภูเขาทองและบ้านโต๊ะโมะ หากเริ่มจากสุไหงโก-ลกให้ใช้เส้นทางสุไหงโก-ลก – แว้ง – สุคิริน – บ้านโต๊ะโมะ ตามถนนหมายเลข 4207 เมื่อถึงพื้นที่บ้านโต๊ะโมะให้ใช้พิพิธภัณฑ์เหมืองทองคำโต๊ะโม๊ะหรือชุมชนท่องเที่ยวภูเขาทองเป็นจุดอ้างอิงในการติดต่อผู้นำทาง ก่อนเข้าชมอุโมงค์ จุดร่อนทอง หรือล่องแก่งควรประสานชุมชนล่วงหน้า เพื่อให้การเดินทางตรงกับสภาพพื้นที่และความพร้อมของกิจกรรมในวันนั้น
 
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยวคือช่วงเช้าถึงบ่าย เพราะพื้นที่เป็นป่าเขาและเส้นทางบางส่วนควรหลีกเลี่ยงการเดินทางหลังค่ำ หากต้องการล่องแก่งหรือชมการร่อนทองควรเริ่มตั้งแต่เช้า เพื่อให้มีเวลาพอสำหรับกิจกรรมและเดินทางกลับอย่างปลอดภัย ฤดูฝนเป็นช่วงที่สายน้ำมีพลังและสัมพันธ์กับการพัดพาตะกอนทองคำ แต่ก็ต้องเพิ่มความระมัดระวังเรื่องน้ำหลาก ถนนลื่น และสภาพอากาศ ส่วนช่วงอากาศเย็นหรือหลังฝนอาจเหมาะกับการชมทะเลหมอกและบรรยากาศป่าชื้นของภูเขาทอง
 
ข้อควรระวังสำคัญคือพื้นที่เหมืองเก่า อุโมงค์ ลำธาร และเส้นทางป่าไม่ควรเดินชมโดยลำพัง นักท่องเที่ยวควรใช้ผู้นำทางท้องถิ่นหรือสอบถามองค์การบริหารส่วนตำบลภูเขาทองก่อนเดินทาง ไม่ควรเข้าอุโมงค์หรือพื้นที่รกร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ควรเก็บแร่ หิน หรือวัสดุใด ๆ ออกจากพื้นที่ และควรระวังพื้นลื่น สัตว์มีพิษ น้ำหลาก และพื้นที่ที่ยังมีร่องรอยโครงสร้างเก่า การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบจะช่วยรักษาแหล่งประวัติศาสตร์แห่งนี้ให้เป็นพื้นที่เรียนรู้ของคนรุ่นต่อไป
 
เหมืองแร่ทองคำโต๊ะโมะจึงเป็นสถานที่ที่มีคุณค่าหลายชั้น ทั้งในฐานะแหล่งทองคำเก่า พื้นที่ป่าต้นน้ำของแม่น้ำสายบุรี ชุมชนร่อนทอง วิถีอีสานในชายแดนใต้ และแรงบันดาลใจของวรรณกรรมผจญภัยไทย การมาเยือนที่นี่ไม่ใช่เพียงการชมเหมืองร้าง แต่เป็นการเดินเข้าสู่เรื่องราวของผู้คนที่เคยหลั่งไหลมาแสวงโชค คนงานเหมืองที่เคยใช้ชีวิตกลางป่า ชาวบ้านที่ยังร่อนทองริมลำธาร และชุมชนที่นำอดีตมาเปลี่ยนเป็นการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ หากเดินทางด้วยจังหวะที่เหมาะสมและให้เวลากับพื้นที่ เหมืองทองโต๊ะโมะจะเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ทำให้เห็นนราธิวาสในมิติที่ลึก งดงาม และแตกต่างจากภาพจำทั่วไปอย่างชัดเจน
 
ชื่อสถานที่เหมืองแร่ทองคำโต๊ะโมะ / พิพิธภัณฑ์เหมืองทองคำโต๊ะโม๊ะ
ที่ตั้งบริเวณบ้านโต๊ะโมะ ตำบลภูเขาทอง อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส
ที่อยู่บ้านโต๊ะโมะ ตำบลภูเขาทอง อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส 96190
พิกัดอ้างอิงพื้นที่บ้านโต๊ะโมะประมาณ 5.80155878800756, 101.7130297422409
ไฮไลต์เหมืองทองคำเก่าแก่กลางป่าดิบ อุโมงค์ลำเลียงแร่ เรือนพักคนงาน จุดร่อนทอง ล่องแก่งต้นน้ำสายบุรี และพิพิธภัณฑ์ชุมชน
ประวัติ / บริบทสำคัญพื้นที่โต๊ะโมะเป็นแหล่งทองคำสำคัญในอดีต เริ่มจากการร่อนทองพื้นบ้าน ก่อนเข้าสู่ยุคสัมปทานเหมืองของต่างชาติและปิดตัวลงในช่วงสงคราม ปัจจุบันเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์เหมืองทองและวิถีร่อนทอง
ที่มาของชื่อมาจากชื่อเขาโต๊ะโมะและชุมชนบ้านโต๊ะโมะ ซึ่งเป็นพื้นที่แหล่งแร่ทองคำเก่าในตำบลภูเขาทอง
ลักษณะเด่นอยู่ในป่าดิบกลางหุบเขาใกล้ชายแดนไทย-มาเลเซีย มีลำห้วยลิโชและสายน้ำต้นแม่น้ำสายบุรีที่สัมพันธ์กับการร่อนทองพื้นบ้าน
การเดินทางใช้เส้นทางสุไหงโก-ลก – แว้ง – สุคิริน – บ้านโต๊ะโมะ ตามถนนหมายเลข 4207 หรือเดินทางจากตัวเมืองนราธิวาสเข้าสู่อำเภอสุคิรินแล้วต่อไปยังตำบลภูเขาทอง
สถานะปัจจุบันเหมืองอุตสาหกรรมเดิมปิดกิจการแล้ว พื้นที่เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ชุมชน และจุดเรียนรู้การร่อนทอง
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00–17.00 น.
ค่าเข้าชมเข้าชมพื้นที่ทั่วไปและพิพิธภัณฑ์ชุมชนได้โดยไม่เน้นค่าเข้าชม กิจกรรมร่อนทอง ล่องแก่ง หรือผู้นำทางใช้ค่าบริการตามที่ชุมชนกำหนด
สิ่งอำนวยความสะดวกพิพิธภัณฑ์เหมืองทองคำโต๊ะโม๊ะ จุดติดต่อชุมชนท่องเที่ยว พื้นที่จอดรถบางจุด เส้นทางเข้าชุมชน อุปกรณ์สาธิตการร่อนทอง ผู้นำทางท้องถิ่น และโฮมสเตย์ชุมชน
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญโซนพิพิธภัณฑ์ โซนอุโมงค์ลำเลียงแร่ โซนเรือนพักและที่ทำการเดิม โซนลำห้วยลิโช โซนจุดร่อนทอง โซนล่องแก่งต้นน้ำสายบุรี โซนวัดโต๊ะโมะ และโซนชุมชนภูเขาทอง
หน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลภูเขาทอง โทร. 073-709-725 ถึง 6
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดโต๊ะโมะ ประมาณ 1–3 กม.
2. ศูนย์ศิลปาชีพบ้านโต๊ะโมะ ประมาณ 1–3 กม.
3. จุดร่อนทองบ้านโต๊ะโมะ ประมาณ 1–5 กม.
4. ล่องแก่งต้นน้ำสายบุรี บ้านโต๊ะโมะ – บ้านไอร์ปาโจ ประมาณ 1–7 กม.
5. วัดพระธาตุภูเขาทอง ประมาณ 20–25 กม.
6. จุดชมทะเลหมอกผาสน ประมาณ 20–30 กม.
7. เนินพิศวง สุคิริน ประมาณ 30–40 กม.
ร้านอาหารและคาเฟ่ใกล้เคียง / ตามเส้นทาง1. Golden Mountain Coffee สุคิริน ประมาณ 20–25 กม. โทร. 096-249-9328
2. แซ่บผ่านหมอก สุคิริน ประมาณ 20–25 กม. โทร. 061-879-6993
3. KAPA ศรีสาคร ประมาณ 55–65 กม. โทร. 083-397-4626
4. กะน๊ะ & Red Coffee รือเสาะ ประมาณ 60–70 กม. โทร. 089-511-3246
5. รฤกนรา2559 เมืองนราธิวาส ประมาณ 100–120 กม. โทร. 095-795-7203
ที่พักใกล้เคียง / ตามเส้นทาง1. บ้านสวนครูนิด โฮมสเตย์ ภูเขาทอง ประมาณ 1–5 กม. โทร. 081-959-0940
2. ผานับดาว สุคิริน ประมาณ 20–30 กม. โทร. 063-584-8300
3. The Imperial Narathiwat Hotel เมืองนราธิวาส ประมาณ 100–120 กม. โทร. 073-515-041
4. Tanyong Hotel Narathiwat เมืองนราธิวาส ประมาณ 100–120 กม. โทร. 073-511-477
5. Paksina Resort เมืองนราธิวาส ประมาณ 100–120 กม. โทร. 073-811-500
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: เหมืองแร่ทองคำโต๊ะโมะอยู่ที่ไหน?
ตอบ: เหมืองแร่ทองคำโต๊ะโมะอยู่บริเวณบ้านโต๊ะโมะ ตำบลภูเขาทอง อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส ใกล้ชายแดนไทย-มาเลเซียและอยู่ในพื้นที่ป่าภูเขาของแนวเทือกเขาสุไหงโก-ลก
 
ถาม: เหมืองทองโต๊ะโมะยังทำเหมืองอยู่หรือไม่?
ตอบ: เหมืองอุตสาหกรรมเดิมปิดกิจการแล้ว ปัจจุบันพื้นที่เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ชุมชน จุดเรียนรู้การร่อนทอง และเส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาติของตำบลภูเขาทอง
 
ถาม: พิพิธภัณฑ์เหมืองทองคำโต๊ะโม๊ะเปิดเวลาใด?
ตอบ: พิพิธภัณฑ์เหมืองทองคำโต๊ะโม๊ะเปิดทุกวัน เวลา 08.00–17.00 น. ควรประสานชุมชนล่วงหน้าหากต้องการเข้าชมอุโมงค์ ร่อนทอง หรือล่องแก่ง
 
ถาม: จุดเด่นของเหมืองทองโต๊ะโมะคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือประวัติศาสตร์เหมืองทองคำเก่ากลางป่าดิบ อุโมงค์ลำเลียงแร่ เรื่องราวหลวงวิเศษสุวรรณภูมิ วิถีร่อนทองด้วยเลียง และความเชื่อมโยงกับต้นน้ำสายบุรีกับชุมชนภูเขาทอง
 
ถาม: การร่อนทองบ้านโต๊ะโมะยังมีอยู่หรือไม่?
ตอบ: ยังมีชาวบ้านบางส่วนร่อนทองเป็นอาชีพเสริมตามลำธาร โดยใช้เลียงเป็นเครื่องมือพื้นบ้าน นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้หรือชมวิถีนี้ผ่านการประสานชุมชนท่องเที่ยวภูเขาทอง
 
ถาม: เดินทางไปเหมืองทองโต๊ะโมะอย่างไร?
ตอบ: สามารถใช้เส้นทางสุไหงโก-ลก – แว้ง – สุคิริน – บ้านโต๊ะโมะ ตามถนนหมายเลข 4207 หรือเดินทางจากตัวเมืองนราธิวาสเข้าสู่อำเภอสุคิรินแล้วต่อไปยังตำบลภูเขาทอง
 
ถาม: เหมืองทองโต๊ะโมะเที่ยวร่วมกับสถานที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับวัดโต๊ะโมะ ศูนย์ศิลปาชีพบ้านโต๊ะโมะ จุดร่อนทอง ล่องแก่งต้นน้ำสายบุรี วัดพระธาตุภูเขาทอง จุดชมทะเลหมอกผาสน และเนินพิศวงสุคิรินได้
 
ถาม: ควรระวังอะไรเมื่อไปเที่ยวเหมืองทองโต๊ะโมะ?
ตอบ: ควรใช้ผู้นำทางท้องถิ่น ไม่เข้าอุโมงค์หรือพื้นที่รกร้างโดยลำพัง ระวังพื้นลื่น น้ำหลาก สัตว์มีพิษ และไม่เก็บแร่หรือวัสดุใด ๆ ออกจากพื้นที่

ธรรมชาติ และสัตว์ป่าหมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆกลุ่ม: ●แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ

ปรับปรุงล่าสุด : 3 สัปดาห์ที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(8)
พระราชวัง พระราชวัง(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(7)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(4)
อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(1)
วัด วัด(16)
มัสยิด มัสยิด(23)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(4)
โครงการหลวง โครงการหลวง(1)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(9)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(5)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(2)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(2)
น้ำตก น้ำตก(16)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(3)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(5)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(4)
สนามกีฬา สนามกีฬา(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(7)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)