หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ >อ.เกาะลันตา >ต.เกาะลันตาใหญ่ > บ้านสังกาอู้
TL;DR: บ้านสังกาอู้ อยู่ที่หมู่ที่ 7 ตำบลเกาะลันตาใหญ่ อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ เปิดเป็นชุมชนอยู่อาศัย สามารถเยี่ยมชมได้ตามความเหมาะสมของวิถีชุมชน เวลา ไม่มีเวลาเปิด-ปิดแบบสถานที่ปิดล้อม แนะนำเยี่ยมชมช่วงกลางวัน.
บ้านสังกาอู้

วันเปิดทำการ: เป็นชุมชนอยู่อาศัย สามารถเยี่ยมชมได้ตามความเหมาะสมของวิถีชุมชน และควรติดต่อท้องถิ่นล่วงหน้าหากต้องการเข้าร่วมกิจกรรมหรือชมพิธีกรรม
เวลาเปิดทำการ: ไม่มีเวลาเปิด-ปิดแบบสถานที่ปิดล้อม แนะนำเยี่ยมชมช่วงกลางวัน และหลีกเลี่ยงการรบกวนพื้นที่บ้านเรือนในช่วงเช้าเกินไปหรือค่ำเกินไป
บ้านสังกาอู้ กระบี่ เป็นชุมชนชาวเลอูรักลาโวยจที่ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 ตำบลเกาะลันตาใหญ่ อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ โดดเด่นด้วยวิถีประมงพื้นบ้าน บ้านเรือนริมทะเล ภาษาอูรักลาโวยจ ความเชื่อเรื่องบรรพบุรุษ ศาลโต๊ะจันทร์ และ “พิธีลอยเรือ” หรืออารี ปาจั๊ก ซึ่งเป็นพิธีกรรมสำคัญของชาวอูรักลาโวยจที่จัดขึ้นปีละ 2 ครั้งในช่วงวันเพ็ญเดือน 6 และเดือน 11 บ้านสังกาอู้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้เกาะลันตาในมุมชาติพันธุ์ วิถีชาวเล และวัฒนธรรมชายฝั่งที่ยังมีชีวิตจริง
บ้านสังกาอู้ เป็นหมู่บ้านชาวเลอูรักลาโวยจบนเกาะลันตาใหญ่ จังหวัดกระบี่ ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 ตำบลเกาะลันตาใหญ่ อำเภอเกาะลันตา ทางฝั่งตะวันออกค่อนไปทางตอนใต้ของเกาะลันตาใหญ่ พื้นที่หมู่บ้านมีลักษณะเป็นชุมชนริมทะเลที่อยู่ใกล้จุดจอดเรือและแหล่งทำประมงพื้นบ้าน สังกาอู้เป็นหนึ่งในชุมชนที่ช่วยให้เห็นเกาะลันตาในมุมที่ต่างจากภาพชายหาด รีสอร์ท และทริปทะเลทั่วไป เพราะที่นี่คือพื้นที่ของผู้คน ภาษา ความทรงจำ บรรพบุรุษ พิธีกรรม และการดำรงชีวิตริมทะเลที่สืบต่อกันมายาวนาน
บ้านสังกาอู้มีความสำคัญในฐานะชุมชนชาติพันธุ์ของชาวเลอูรักลาโวยจ หรือที่คนทั่วไปมักเรียกว่า “ชาวไทยใหม่” ชาวอูรักลาโวยจเป็นกลุ่มคนที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับทะเล การเดินเรือ การประมง การหาทรัพยากรชายฝั่ง และความเชื่อเกี่ยวกับบรรพบุรุษ พวกเขามีภาษาพูดของตนเอง มีประเพณีเฉพาะกลุ่ม และมีระบบความสัมพันธ์ในชุมชนที่แน่นแฟ้น บ้านสังกาอู้จึงไม่ใช่เพียงจุดแวะถ่ายภาพในเส้นทางเที่ยวเกาะลันตา แต่เป็นชุมชนวัฒนธรรมที่ควรเข้าไปเยี่ยมชมด้วยความเข้าใจและเคารพ
ภูมิประเทศของบ้านสังกาอู้เป็นพื้นที่ริมทะเลด้านตะวันออกของเกาะลันตาใหญ่ ตัวหมู่บ้านตั้งอยู่บนพื้นที่ชายฝั่งที่ไม่กว้างมาก ด้านหนึ่งหันออกสู่ทะเล อีกด้านหนึ่งเชื่อมกับเนินเขาและเส้นทางภายในเกาะ บ้านเรือนจำนวนมากตั้งเรียงตามแนวชายทะเล บางหลังมีส่วนที่ยื่นออกไปเหนือน้ำหรืออยู่ใกล้แนวน้ำขึ้นน้ำลง ลักษณะนี้สะท้อนการปรับตัวของชาวเลที่ต้องอยู่ใกล้ทะเลเพื่อออกเรือ ทำประมง ซ่อมเครื่องมือ และใช้ทะเลเป็นแหล่งทำกินหลัก
ลักษณะบ้านเรือนของชาวอูรักลาโวยจบ้านสังกาอู้มีความน่าสนใจมาก บ้านจำนวนหนึ่งปลูกชิดกันตามแนวชายทะเล หลังบ้านหันออกสู่ทะเลหรือยื่นลงไปใกล้แนวน้ำ บางจุดมีทางเดินเชื่อมถึงกัน บ้านอีกส่วนหนึ่งขยับขึ้นมาอยู่บนเนินแล้วหันหน้าบ้านเข้าหาทะเล หลายหลังยกพื้นสูง มีชานหน้าบ้านสำหรับนั่งพัก พูดคุยกับญาติพี่น้อง เลี้ยงเด็ก หรือทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ซ่อมอวน ซ่อมเครื่องมือประมง และเตรียมของสำหรับออกทะเล ภาพเหล่านี้คือวิถีบ้านสังกาอู้ที่ยังสัมพันธ์กับทะเลอย่างใกล้ชิด
ประวัติของบ้านสังกาอู้ในฐานะชุมชนถาวรมีความเกี่ยวข้องกับการย้ายถิ่นของชาวเลอูรักลาโวยจจากชุมชนเดิมบริเวณบ้านหัวแหลมกลางมายังพื้นที่อ่าวสังกาอู้และอ่าวมะเละ โดยมีครอบครัวชาวเลกลุ่มแรกเข้ามาจับจองและตั้งถิ่นฐานเพื่อทำสวนมะพร้าวและอยู่อาศัย ก่อนที่ครอบครัวอื่น ๆ จะทยอยย้ายตามมา ต่อมาบ้านสังกาอู้ได้รับการก่อตั้งเป็นหมู่บ้านอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2530 เป็นหมู่ที่ 7 ของตำบลเกาะลันตาใหญ่ ทำให้ชุมชนมีสถานะทางการปกครองชัดเจนและยังคงเป็นพื้นที่สำคัญของชาวอูรักลาโวยจบนเกาะลันตาจนถึงปัจจุบัน
สำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์สังคมของเกาะลันตา บ้านสังกาอู้เป็นพื้นที่ที่ควรให้เวลา เพราะชุมชนแห่งนี้สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างชาวเลกับรัฐ ที่ดิน ทะเล และการเปลี่ยนผ่านของเกาะลันตาสู่เมืองท่องเที่ยว ในอดีตชาวอูรักลาโวยจดำรงชีวิตโดยอาศัยทะเลเป็นหลัก ต่อมาเมื่อสังคมภายนอกเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทั้งระบบที่ดิน การท่องเที่ยว รีสอร์ท แรงงานรับจ้าง และเศรษฐกิจสมัยใหม่ ชาวบ้านสังกาอู้จึงต้องปรับตัวหลายด้าน แต่ยังรักษาแกนวัฒนธรรมของตนเองไว้ผ่านภาษา เครือญาติ ความเชื่อ และพิธีกรรม
อาชีพดั้งเดิมของชาวบ้านสังกาอู้คือการทำประมงชายฝั่ง การออกทะเลของชาวอูรักลาโวยจไม่ใช่เพียงการประกอบอาชีพ แต่เป็นความรู้ที่สะสมมาจากการอยู่กับลม น้ำ คลื่น ฤดูกาล และสัตว์ทะเลมาอย่างยาวนาน ชาวบ้านใช้เรือหางยาวติดเครื่องยนต์เป็นพาหนะหลักในการออกทะเล จับปลา วางอวน และหาทรัพยากรทะเลตามฤดูกาล งานประมงของชาวสังกาอู้จึงสะท้อนความชำนาญของคนที่อ่านทะเลได้จากประสบการณ์มากกว่าตำรา
นอกจากประมงแล้ว ชาวบ้านบางส่วนยังทำเกษตรกรรมบริเวณเชิงเขา เช่น มะพร้าว มะม่วงหิมพานต์ และสะตอ แต่การเกษตรไม่ได้เป็นอาชีพหลักของทุกครอบครัว เพราะเวลาส่วนใหญ่ของชาวบ้านยังผูกกับการออกทะเลและงานรับจ้างในพื้นที่เกาะลันตา เมื่อการท่องเที่ยวบนเกาะลันตาเติบโต ชาวบ้านบางส่วนจึงเข้าไปทำงานในภาคบริการ รีสอร์ท งานก่อสร้าง งานรับจ้างทั่วไป และงานเกี่ยวกับการท่องเที่ยว รายได้ของชุมชนจึงมีความหลากหลายขึ้น แต่ทะเลยังเป็นรากสำคัญของอัตลักษณ์บ้านสังกาอู้
หัวใจสำคัญที่สุดของบ้านสังกาอู้คือวัฒนธรรมอูรักลาโวยจที่ยังมีชีวิต ชาวบ้านมีภาษาพูดของตนเองคือภาษาอูรักลาโวยจ ผู้ใหญ่จำนวนมากยังใช้ภาษานี้ในชีวิตประจำวัน และถ่ายทอดให้คนรุ่นใหม่ในครอบครัว แม้เด็กและเยาวชนจะใช้ภาษาไทยมากขึ้นจากการเรียนหนังสือและการติดต่อกับสังคมภายนอก แต่ในหมู่บ้านยังสามารถได้ยินภาษาอูรักลาโวยจในบทสนทนา พิธีกรรม เพลง และการสื่อสารระหว่างญาติพี่น้อง ภาษาเป็นสิ่งที่ทำให้คนในชุมชนรับรู้ถึงความเป็นพวกเดียวกันและรักษาความทรงจำร่วมของกลุ่มชาติพันธุ์ไว้
ด้านความเชื่อ ชาวอูรักลาโวยจบ้านสังกาอู้มีความผูกพันกับผีบรรพบุรุษ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำหมู่บ้าน และพิธีกรรมที่ช่วยคุ้มครองชีวิตของคนกับทะเล ศูนย์กลางทางจิตวิญญาณสำคัญคือ ศาลโต๊ะจันทร์ ซึ่งเป็นศาลบรรพบุรุษของหมู่บ้าน มีพิธีบูชาศาลบรรพบุรุษในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 7 เพื่อบอกกล่าวให้บรรพบุรุษช่วยคุ้มครองชาวบ้านให้อยู่เย็นเป็นสุข พิธีนี้มีโต๊ะหมอเป็นผู้ประกอบพิธี มีการเตรียมอาหารคาวหวาน ดอกไม้ ธูปเทียน และมีวงรำมะนาบรรเลงเพื่อสร้างความรื่นเริงและเป็นการฉลองบรรพบุรุษร่วมกัน
อีกพิธีหนึ่งที่สัมพันธ์กับอาชีพประมงคือพิธีบูชาแม่ย่านางเรือ ครอบครัวที่มีเรือออกทะเลถือว่าการบูชาแม่ย่านางเป็นธรรมเนียมเพื่อความเป็นสิริมงคลและความปลอดภัยในการเดินเรือ โต๊ะหมอจะทำพิธีบอกกล่าว จุดกํายาน จุดเทียน โรยข้าวตอก ประพรมหัวเรือและท้ายเรือด้วยน้ำมะนาวกับใบมะกรูด ผูกผ้าแดงที่หัวเรือ และร่วมรับประทานอาหารหลังเสร็จพิธี รายละเอียดบางอย่างเปลี่ยนไปตามยุคสมัย แต่แก่นความเชื่อยังคงอยู่ คือการขอให้เรือ คน และทะเลอยู่ร่วมกันอย่างปลอดภัย
พิธีกรรมที่เป็นเอกลักษณ์และสำคัญที่สุดของบ้านสังกาอู้คือ พิธีลอยเรือ หรือที่เรียกว่า อารี ปาจั๊ก พิธีนี้จัดขึ้นปีละ 2 ครั้ง ในช่วงวันขึ้น 14 ค่ำ และวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 และเดือน 11 ตามจันทรคติ โดยเดือน 6 เป็นช่วงเปลี่ยนจากฤดูร้อนเข้าสู่ฤดูฝน ส่วนเดือน 11 เป็นช่วงเปลี่ยนจากฤดูฝนเข้าสู่ฤดูร้อน พิธีลอยเรือจึงเป็นพิธีกรรมแห่งการเปลี่ยนผ่านฤดูกาล การสะเดาะเคราะห์ และการส่งสิ่งไม่ดีออกจากชุมชนผ่านเรือพิธีที่เรียกว่า “เรือปาจั๊ก”
เรือปาจั๊กเป็นสัญลักษณ์สำคัญในพิธีลอยเรือ ชาวบ้านใช้ไม้ระกำและไม้ตีนเป็ดมาทำเรือ โดยก่อนตัดไม้ต้องมีพิธีขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เมื่อได้ไม้แล้วจึงนำมาต่อเป็นเรือพิธี ตกแต่งด้วยรูปแกะสลักและสัญลักษณ์ต่าง ๆ เช่น นกที่หัวเรือ ลายฟันปลา ลายงู และตุ๊กตาไม้ระกำที่แทนเคราะห์โศกโรคภัยของแต่ละครอบครัว สิ่งของ เครื่องครัว ข้าวสาร และสิ่งไม่ดีในเชิงความเชื่อจะถูกใส่ลงในเรือเพื่อให้เรือพาออกไปจากหมู่บ้าน
ความหมายของพิธีลอยเรือไม่ได้อยู่เพียงการปล่อยเรือลงทะเล แต่เป็นพิธีที่เชื่อมคนทั้งหมู่บ้านเข้ากับบรรพบุรุษและดินแดนศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของอูรักลาโวยจ คือกูนุงเยอรัย ชาวบ้านเชื่อว่าเรือปาจั๊กจะนำสิ่งไม่ดี ความเจ็บไข้ เคราะห์ร้าย และวิญญาณสัตว์ที่เคยถูกฆ่าเป็นอาหารกลับไปยังเจ้าของเดิมหรือดินแดนบรรพบุรุษ พิธีนี้จึงเป็นทั้งการขอขมา การชำระล้าง การขอพร และการยืนยันว่าลูกหลานยังรักษาครรลองของบรรพชนไว้
ช่วงพิธีลอยเรือเป็นเวลาที่คนในชุมชนมารวมตัวกันอย่างหนาแน่น มีการแบ่งหน้าที่จัดงาน ติดต่อโต๊ะหมอ ประกาศให้ชาวบ้านเตรียมตัว จัดเตรียมไม้ เครื่องเซ่น อาหาร และสิ่งของประกอบพิธี หลังการต่อเรือเสร็จ จะมีการนำเรือลงทะเลตามแบบแผนความเชื่อ ต่อด้วยพิธีเกี่ยวกับไม้กันผี การร้องเล่นรำมะนา การร่ายรำ และพิธีชำระสิ่งไม่ดีให้ชาวบ้าน ก่อนนำไม้กันผีไปปักรอบหมู่บ้านตามทิศต่าง ๆ พิธีกรรมทั้งหมดสะท้อนระบบความเชื่อที่ละเอียด ลึก และสัมพันธ์กับพื้นที่อย่างมาก
สำหรับนักท่องเที่ยว พิธีลอยเรือเป็นประเพณีที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรมสูง แต่ต้องเข้าร่วมด้วยความเคารพ เพราะนี่คือพิธีศักดิ์สิทธิ์ของชุมชน ไม่ใช่การแสดงเพื่อความบันเทิง ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ไม่เดินแทรกพื้นที่พิธี ไม่จับต้องเครื่องประกอบพิธีโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ถ่ายภาพระยะใกล้โดยไม่ขออนุญาต และควรฟังคำแนะนำจากผู้นำชุมชนหรือผู้ดูแลพื้นที่ การชมพิธีอย่างเหมาะสมจะทำให้ทั้งนักท่องเที่ยวและชุมชนได้รับประสบการณ์ที่ดีร่วมกัน
บ้านสังกาอู้ยังมีบรรยากาศของหมู่บ้านประมงที่สงบ เหมาะกับการเดินชมวิถีชีวิตริมทะเลอย่างช้า ๆ ระหว่างทางจะเห็นบ้านไม้ ชานบ้าน อุปกรณ์ประมง เรือจอดอยู่ตามแนวชายฝั่ง เด็ก ๆ ในชุมชน ผู้สูงอายุที่นั่งพักหน้าบ้าน และภาพกิจกรรมเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ความสวยงามของบ้านสังกาอู้จึงไม่ใช่ความสวยแบบจัดฉาก แต่เป็นความจริงของหมู่บ้านริมทะเลที่มีร่องรอยการใช้ชีวิตปรากฏอยู่ทุกมุม
การเดินทางมายังบ้านสังกาอู้ทำได้โดยใช้เส้นทางถนนบนเกาะลันตาใหญ่ จากฝั่งท่าเรือศาลาด่านหรือย่านหาดฝั่งตะวันตกสามารถขับรถหรือรถจักรยานยนต์เช่าข้ามมายังถนนฝั่งตะวันออกของเกาะ ผ่านเส้นทางที่เชื่อมไปยังเมืองเก่าลันตา บ้านศรีรายา และลงไปทางตอนใต้ของเกาะจนถึงบ้านสังกาอู้ เส้นทางนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวฝั่งตะวันออกของเกาะลันตา ซึ่งมีบรรยากาศต่างจากฝั่งชายหาดตะวันตก เพราะเงียบกว่า เป็นชุมชนมากกว่า และเห็นภูมิทัศน์ทะเลแบบชายฝั่งตะวันออกชัดเจน
หากเริ่มจากตัวเมืองกระบี่ นักท่องเที่ยวต้องเดินทางไปยังเกาะลันตาผ่านเส้นทางรถยนต์และแพขนานยนต์ หรือใช้รถตู้โดยสารและบริการรับส่งไปยังเกาะลันตา จากนั้นเดินทางต่อภายในเกาะไปยังบ้านสังกาอู้ ผู้ที่เช่ารถหรือรถจักรยานยนต์ควรวางแผนเวลาให้ดี เพราะบ้านสังกาอู้ตั้งอยู่ค่อนมาทางตอนใต้ของเกาะ ใช้เวลาเดินทางมากกว่าย่านศาลาด่านหรือหาดคลองดาว แต่เส้นทางคุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจฝั่งชุมชนของเกาะลันตา
บ้านสังกาอู้สามารถจัดรวมกับสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงได้หลายแห่ง เช่น เมืองเก่าลันตา พิพิธภัณฑ์ชุมชนชาวเกาะลันตา บ้านทุ่งหยีเพ็ง หาดคลองนิน หาดบากันเตียง อ่าวไม้ไผ่ และอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา หากมีเวลาครึ่งวัน สามารถเที่ยวเมืองเก่าลันตาและบ้านสังกาอู้ร่วมกันได้ หากมีเวลาเต็มวัน สามารถต่อเส้นทางไปอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา หรือแวะหาดฝั่งตะวันตกในช่วงบ่ายและเย็นเพื่อชมพระอาทิตย์ตก
ข้อควรรู้สำคัญคือบ้านสังกาอู้เป็นชุมชนอยู่อาศัยจริง ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งหรือแหล่งท่องเที่ยวที่มีระบบต้อนรับแบบสถานประกอบการ นักท่องเที่ยวจึงควรเดินชมอย่างสงบ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่จอดรถกีดขวางทางเข้าออกบ้าน ไม่เดินเข้าไปในบ้านหรือชานบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต และควรเลือกซื้ออาหารหรือบริการในพื้นที่อย่างให้เกียรติ หากต้องการเรียนรู้เชิงลึกเกี่ยวกับชาวอูรักลาโวยจหรือชมพิธีกรรม ควรติดต่อหน่วยงานท้องถิ่น ผู้นำชุมชน หรือผู้รู้ในพื้นที่ล่วงหน้า
บ้านสังกาอู้เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่สนใจวัฒนธรรม ชาติพันธุ์ ประวัติศาสตร์ชุมชน วิถีประมงพื้นบ้าน และการเดินทางแบบรับผิดชอบ ไม่เหมาะกับการเที่ยวแบบรีบถ่ายรูปแล้วออกไป เพราะคุณค่าของสถานที่อยู่ที่การฟัง การสังเกต และการเข้าใจบริบท ผู้ที่ให้เวลากับชุมชนจะเห็นว่าเกาะลันตาไม่ได้มีเพียงทะเลสวย แต่ยังมีชุมชนที่ถือครองความทรงจำของทะเลอันดามันและรักษาวัฒนธรรมเก่าแก่ของชาวเลไว้จนถึงปัจจุบัน
โดยสรุป บ้านสังกาอู้ กระบี่ คือชุมชนชาวอูรักลาโวยจที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรมสูงบนเกาะลันตาใหญ่ เป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงทะเล บ้านเรือน ภาษา เครือญาติ ประมงพื้นบ้าน ความเชื่อเรื่องบรรพบุรุษ ศาลโต๊ะจันทร์ และพิธีลอยเรือไว้ในชุมชนเดียวกัน การมาเยือนบ้านสังกาอู้จึงทำให้เห็นเกาะลันตาในมุมลึกกว่าเส้นทางชายหาด เป็นประสบการณ์ที่ช่วยให้เข้าใจว่าทะเลไม่ได้เป็นเพียงแหล่งท่องเที่ยว แต่เป็นบ้าน ความทรงจำ และรากชีวิตของผู้คนที่อยู่กับทะเลมายาวนาน
| ชื่อสถานที่ | บ้านสังกาอู้ |
| ที่ตั้ง | หมู่ที่ 7 ตำบลเกาะลันตาใหญ่ อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ |
| ที่อยู่ | หมู่ที่ 7 บ้านสังกาอู้ ตำบลเกาะลันตาใหญ่ อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ 81150 |
| พิกัด | 7.485522, 99.1087 |
| ไฮไลต์ | ชุมชนชาวเลอูรักลาโวยจ วิถีประมงพื้นบ้าน บ้านเรือนริมทะเล ภาษาอูรักลาโวยจ ศาลโต๊ะจันทร์ และพิธีลอยเรือ หรืออารี ปาจั๊ก |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | ชุมชนเริ่มก่อตัวจากการย้ายถิ่นของชาวเลอูรักลาโวยจจากบ้านหัวแหลมกลางมายังพื้นที่อ่าวสังกาอู้และอ่าวมะเละ และได้รับการก่อตั้งเป็นหมู่ที่ 7 ของตำบลเกาะลันตาใหญ่ในปี พ.ศ. 2530 |
| กลุ่มชาติพันธุ์ | ชาวเลอูรักลาโวยจ หรือชาวไทยใหม่ |
| ลักษณะเด่นของชุมชน | หมู่บ้านริมทะเลด้านตะวันออกของเกาะลันตาใหญ่ มีบ้านเรือนเรียงตามแนวชายฝั่ง บางส่วนยกพื้นสูงและมีชานหน้าบ้าน ใช้พื้นที่หน้าบ้านและชายฝั่งในการพบปะ พักผ่อน และทำงานประมง |
| พิธีกรรมสำคัญ | พิธีลอยเรือ หรืออารี ปาจั๊ก จัดปีละ 2 ครั้ง ช่วงวันขึ้น 14 ค่ำ และวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 และเดือน 11 ตามจันทรคติ เพื่อสะเดาะเคราะห์ ส่งสิ่งไม่ดีออกจากชุมชน และเชื่อมโยงลูกหลานกับบรรพบุรุษ |
| ศาล / พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ | ศาลโต๊ะจันทร์ ศาลบรรพบุรุษของชาวอูรักลาโวยจบ้านสังกาอู้ |
| การเดินทาง | เดินทางบนเกาะลันตาใหญ่โดยใช้ถนนฝั่งตะวันออกของเกาะ จากย่านศาลาด่านหรือเมืองเก่าลันตาไปทางตอนใต้จนถึงบ้านสังกาอู้ สามารถใช้รถยนต์ รถเช่า รถจักรยานยนต์เช่า หรือบริการรับส่งในพื้นที่ |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นชุมชนอยู่อาศัยและชุมชนชาติพันธุ์ริมทะเลที่ยังคงมีวิถีชีวิต ประมงพื้นบ้าน ภาษาอูรักลาโวยจ และพิธีกรรมดั้งเดิม |
| วันเปิดทำการ | เป็นชุมชนอยู่อาศัย สามารถเยี่ยมชมได้ตามความเหมาะสมของวิถีชุมชน และควรติดต่อท้องถิ่นล่วงหน้าหากต้องการเข้าร่วมกิจกรรมหรือชมพิธีกรรม |
| เวลาเปิดทำการ | ไม่มีเวลาเปิด-ปิดแบบสถานที่ปิดล้อม แนะนำเยี่ยมชมช่วงกลางวัน และหลีกเลี่ยงการรบกวนพื้นที่บ้านเรือนในช่วงเช้าเกินไปหรือค่ำเกินไป |
| ค่าเข้าชม | ไม่มีค่าเข้าชมหมู่บ้านแบบสถานที่ปิดล้อม ค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นตามบริการที่ใช้จริง เช่น รถรับส่ง อาหาร ที่พัก หรือกิจกรรมที่ชุมชนจัดให้ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | แนวบ้านเรือนริมทะเล พื้นที่จอดเรือ พื้นที่ทำประมง ศาลโต๊ะจันทร์ พื้นที่ประกอบพิธีลอยเรือ จุดชมวิถีชุมชน และเส้นทางเชื่อมเมืองเก่าลันตา |
| ผู้ดูแล / ผู้นำทางจิตวิญญาณ | โต๊ะหมอเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณในการประกอบพิธีกรรมของชาวอูรักลาโวยจ |
| เบอร์ติดต่อหลัก | ติดต่อหน่วยงานท้องถิ่นตำบลเกาะลันตาใหญ่หรือผู้ประสานงานชุมชนก่อนเข้าร่วมกิจกรรมเฉพาะ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. เมืองเก่าลันตา ประมาณ 7 กม. 2. พิพิธภัณฑ์ชุมชนชาวเกาะลันตา ประมาณ 7 กม. 3. บ้านทุ่งหยีเพ็ง ประมาณ 15 กม. 4. หาดบากันเตียง ประมาณ 10 กม. 5. อ่าวไม้ไผ่ ประมาณ 12 กม. 6. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา ประมาณ 14 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. Sunshine Restaurant บ้านสังกาอู้ ประมาณ 1 กม. โทร. 092-869-3018 2. JY Restaurant ประมาณ 6 กม. โทร. 096-852-3459, 064-579-9706 3. ชายทะเล เกาะลันตา เมืองเก่าลันตา ประมาณ 7 กม. โทร. 091-778-2879 4. Fresh Restaurant เกาะลันตา ประมาณ 7 กม. โทร. 086-628-0378, 075-697-306 5. Apsara Cafe ประมาณ 7 กม. โทร. 075-697-253 6. Krua Lanta Yai ประมาณ 7 กม. โทร. 075-697-062 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Sanggaou Bungalows ประมาณ 1 กม. 2. Lanta Sang Kha Ao Nature Resort & Spa ประมาณ 1 กม. 3. Sang Kha Ou Resort and Spa ประมาณ 1 กม. 4. Mango House Seafront Villas and Suites เมืองเก่าลันตา ประมาณ 7 กม. โทร. 089-867-1067 5. Tonmai Suites เมืองเก่าลันตา ประมาณ 7 กม. 6. The Mangrove House Old Town ประมาณ 7 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: บ้านสังกาอู้อยู่ที่ไหน?
ตอบ: บ้านสังกาอู้ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 ตำบลเกาะลันตาใหญ่ อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ อยู่ทางฝั่งตะวันออกค่อนไปทางตอนใต้ของเกาะลันตาใหญ่
ถาม: บ้านสังกาอู้มีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: บ้านสังกาอู้เป็นชุมชนชาวเลอูรักลาโวยจที่ยังคงวิถีประมงพื้นบ้าน ภาษาอูรักลาโวยจ ความเชื่อเรื่องบรรพบุรุษ ศาลโต๊ะจันทร์ และพิธีลอยเรือที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติพันธุ์
ถาม: พิธีลอยเรือบ้านสังกาอู้จัดเมื่อใด?
ตอบ: พิธีลอยเรือจัดปีละ 2 ครั้ง ในช่วงวันขึ้น 14 ค่ำ และวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 และเดือน 11 ตามจันทรคติ เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูกาลของชาวอูรักลาโวยจ
ถาม: พิธีลอยเรือมีความหมายอย่างไร?
ตอบ: พิธีลอยเรือเป็นพิธีสะเดาะเคราะห์ ส่งสิ่งไม่ดีออกจากชุมชน ขอให้คนในหมู่บ้านพ้นจากโรคภัยและเคราะห์ร้าย และเชื่อมโยงลูกหลานกับบรรพบุรุษผ่านเรือปาจั๊ก
ถาม: เดินทางไปบ้านสังกาอู้อย่างไร?
ตอบ: เดินทางบนเกาะลันตาใหญ่โดยใช้ถนนฝั่งตะวันออกของเกาะ จากย่านศาลาด่านหรือเมืองเก่าลันตาไปทางตอนใต้จนถึงบ้านสังกาอู้ สามารถใช้รถยนต์ รถเช่า รถจักรยานยนต์เช่า หรือบริการรับส่งในพื้นที่
ถาม: บ้านสังกาอู้มีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่มีค่าเข้าชมหมู่บ้านแบบสถานที่ปิดล้อม ค่าใช้จ่ายจะเกิดขึ้นตามบริการที่ใช้จริง เช่น รถรับส่ง อาหาร ที่พัก หรือกิจกรรมที่ชุมชนจัดให้
ถาม: ไปเที่ยวบ้านสังกาอู้ควรปฏิบัติตัวอย่างไร?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ เดินชมอย่างสงบ ขออนุญาตก่อนถ่ายภาพบุคคล บ้านเรือน หรือพิธีกรรม ไม่เข้าไปในพื้นที่ส่วนตัว และเคารพคำแนะนำของคนในชุมชน
ถาม: เที่ยวบ้านสังกาอู้ร่วมกับที่ไหนได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับเมืองเก่าลันตา พิพิธภัณฑ์ชุมชนชาวเกาะลันตา บ้านทุ่งหยีเพ็ง หาดบากันเตียง อ่าวไม้ไผ่ และอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา
หมวดหมู่: ●วิถีชีวิต
กลุ่ม: ●หมู่บ้าน ชุมชน
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคใต้
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว



