หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ >อ.เกาะลันตา >ต.เกาะลันตาใหญ่ > อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา
TL;DR: อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา อยู่ที่อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ โดยที่ทำการอุทยานตั้งอยู่บริเวณแหลมโตนด ตอนใต้ของเกาะลันตาใหญ่ เปิดทุกวันสำหรับพื้นที่ที่ทำการอุทยานฯ แหลมโตนด เมื่อไม่มีประกาศปิดชั่วคราว เวลา 08.30 - 16.30 น.
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา

วันเปิดทำการ: ทุกวันสำหรับพื้นที่ที่ทำการอุทยานฯ แหลมโตนด เมื่อไม่มีประกาศปิดชั่วคราว ส่วนเกาะรอก เกาะห้า กองหินแดง-กองหินม่วง และพื้นที่ทางทะเลไกลเปิดตามฤดูกาล
เวลาเปิดทำการ: 08.30 - 16.30 น.
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลสำคัญของจังหวัดกระบี่ ครอบคลุมพื้นที่เกาะลันตาใหญ่ เกาะลันตาน้อย เกาะตะละเบ็ง เกาะรอก เกาะห้า เกาะไหง และหมู่เกาะบริวารในทะเลอันดามัน มีเนื้อที่ประมาณ 134 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 83,750 ไร่ จุดเด่นอยู่ที่แหลมโตนด ประภาคารสีขาว หาดทราย หาดหิน ป่าชายหาด ป่าดิบเขาบนเกาะ แนวปะการัง จุดดำน้ำชื่อดัง และเส้นทางท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงทั้งธรรมชาติทางทะเล วิถีชุมชนเกาะลันตา และวัฒนธรรมชาวเลอูรักลาโวยจ
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา ตั้งอยู่ในอำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ เป็นหนึ่งในอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่มีบทบาทสำคัญต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งและทะเลอันดามันตอนใต้ พื้นที่ของอุทยานครอบคลุมทั้งเกาะใหญ่ เกาะเล็ก ป่าชายหาด ป่าชายเลน แนวปะการัง แหล่งดำน้ำ หาดทราย อ่าว จุดชมวิว และพื้นที่ทะเลลึกที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ สำหรับนักท่องเที่ยวที่รู้จักเกาะลันตาจากภาพชายหาดยาว รีสอร์ทเงียบสงบ และบรรยากาศพักผ่อนแบบสโลว์ไลฟ์ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตาคือพื้นที่ที่ทำให้เห็นว่าเกาะลันตาไม่ได้มีเพียงชายหาดบนเกาะหลัก แต่ยังมีระบบนิเวศทางทะเลที่กว้างใหญ่และมีความสำคัญมากต่อความสมบูรณ์ของทะเลกระบี่
พื้นที่อุทยานมีศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่เข้าถึงง่ายที่สุดอยู่บริเวณ แหลมโตนด ทางตอนใต้สุดของเกาะลันตาใหญ่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา ประภาคารสีขาว จุดชมวิว หาดทราย หาดหิน เส้นทางเดินชมธรรมชาติ ลานกางเต็นท์ และพื้นที่พักผ่อนริมทะเล จุดนี้เป็นภาพจำของอุทยานและเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเกาะลันตา เพราะนักท่องเที่ยวสามารถขับรถหรือรถจักรยานยนต์มาจากย่านศาลาด่าน หาดคลองดาว หาดพระแอะ หาดคลองโขง หาดคลองนิน หรือบ้านศรีรายาได้โดยใช้ถนนบนเกาะลันตาใหญ่
ในเชิงภูมิประเทศ หมู่เกาะลันตาเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีองค์ประกอบหลากหลายมาก พื้นที่บนเกาะลันตาใหญ่มีทั้งแนวเขา ป่าดิบชื้น ป่าชายหาด และพื้นที่ชายฝั่ง ส่วนหมู่เกาะบริวารมีทั้งเกาะหินปูน เกาะหินแกรนิต หาดทรายขาว แนวปะการังน้ำตื้น แนวปะการังน้ำลึก และจุดดำน้ำกลางทะเล พื้นที่สำคัญที่มักถูกกล่าวถึง ได้แก่ เกาะลันตาใหญ่ เกาะลันตาน้อย เกาะตะละเบ็ง เกาะไหง เกาะรอกนอก เกาะรอกใน หมู่เกาะห้า เกาะหม้อ กองหินแดง และกองหินม่วง แต่ละพื้นที่มีลักษณะเด่นต่างกัน ตั้งแต่ชายหาดสงบ จุดชมวิว ไปจนถึงแหล่งดำน้ำที่ต้องเดินทางด้วยเรือนำเที่ยวเฉพาะฤดูกาล
ข้อมูลพื้นที่ที่ตรวจสอบได้ในปัจจุบันระบุว่าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตามีเนื้อที่ประมาณ 134 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 83,750 ไร่ แม้ข้อมูลเก่าบางชุดเคยระบุพื้นที่ประมาณ 151.9 ตารางกิโลเมตร แต่ข้อมูลจากแหล่งท่องเที่ยวและเอกสารด้านพื้นที่คุ้มครองที่ใช้อ้างอิงร่วมกันในปัจจุบันใช้ตัวเลข 134 ตารางกิโลเมตรเป็นหลัก การใช้ตัวเลขนี้จึงเหมาะกว่าในการจัดทำข้อมูลบทความปัจจุบัน เพราะสอดคล้องกับฐานข้อมูลอุทยานและแหล่งท่องเที่ยวที่อัปเดตกว่า
ความสำคัญของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตาไม่ได้อยู่ที่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวทะเลเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่การเป็นพื้นที่คุ้มครองระบบนิเวศชายฝั่งและทะเลหลายรูปแบบ ทั้งป่าชายหาด ป่าชายเลน ป่าดิบชื้นบนเกาะ แนวปะการัง แหล่งหญ้าทะเลบางบริเวณ และพื้นที่อาศัยของสัตว์ทะเล นกทะเล สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์ป่าบนเกาะ ความหลากหลายของระบบนิเวศเช่นนี้ทำให้การท่องเที่ยวในอุทยานต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบที่เข้มงวดกว่าชายหาดทั่วไป โดยเฉพาะพื้นที่ดำน้ำ เกาะไกล และจุดที่มีแนวปะการังเปราะบาง
แหลมโตนดเป็นจุดที่ควรเริ่มต้นเมื่อมาเที่ยวอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา บริเวณนี้เป็นแหลมยื่นออกไปในทะเล มีหาดทรายอยู่ด้านหนึ่ง หาดหินอีกด้านหนึ่ง และมีเนินเขาเตี้ย ๆ ที่สามารถเดินขึ้นไปชมวิวบริเวณประภาคารได้ จากจุดสูงบริเวณประภาคารจะมองเห็นทะเลอันดามัน ทิวเขาของเกาะลันตาใหญ่ หาดโค้งบริเวณอ่าวด้านล่าง และเกาะเล็ก ๆ ใกล้ปลายแหลม วิวที่ได้มีทั้งความเป็นทะเล ป่า และหน้าผาหินริมฝั่งในภาพเดียว จึงเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมที่สุดของอุทยาน
ประภาคารแหลมโตนดเป็นแลนด์มาร์กที่ทำให้คนจำนวนมากจดจำอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตาได้ทันที รูปทรงสีขาวตั้งอยู่บนเนินริมทะเล สื่อถึงการเดินเรือ การมองเห็นทิศทาง และประวัติศาสตร์การใช้ทะเลของเกาะลันตา แม้ตัวประภาคารจะเป็นจุดถ่ายภาพสำคัญ แต่นักท่องเที่ยวควรเดินด้วยความระมัดระวัง เพราะบางช่วงเป็นทางลาดและพื้นที่ใกล้หน้าผา โดยเฉพาะวันที่ลมแรงหรือฝนตก พื้นอาจลื่นและไม่เหมาะกับการเดินออกนอกเส้นทาง
พื้นที่ชายหาดบริเวณแหลมโตนดมีทั้งหาดทรายและหาดหิน หาดทรายเหมาะกับการเดินเล่น พักผ่อน และชมวิว ส่วนหาดหินเหมาะกับการถ่ายภาพมากกว่าการลงเล่นน้ำ เพราะมีหินและคลื่นกระทบชายฝั่ง ในช่วงที่ทะเลสงบและอุทยานอนุญาตให้ใช้พื้นที่ นักท่องเที่ยวสามารถพักผ่อนริมชายหาดได้ แต่ต้องปฏิบัติตามธงสัญญาณและประกาศของอุทยานอย่างเคร่งครัด เนื่องจากพื้นที่ชายหาดอุทยานเคยมีประกาศด้านความปลอดภัยทางทะเลจากการพบแมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกสในช่วงมรสุมที่ผ่านมา
อีกหนึ่งเสน่ห์ของแหลมโตนดคือเส้นทางเดินชมธรรมชาติรอบบริเวณที่ทำการอุทยาน เส้นทางนี้ทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นป่าชายหาด ป่าบนเขาเตี้ย และสภาพธรรมชาติของปลายเกาะลันตาใหญ่ในระยะใกล้ ระหว่างทางอาจพบค่างแว่นถิ่นใต้ ลิงแสม นกป่า ผีเสื้อ และพืชชายฝั่งหลายชนิด นักท่องเที่ยวไม่ควรให้อาหารสัตว์ ไม่ถืออาหารเปิดเผยใกล้ลิง และไม่พยายามเข้าใกล้สัตว์ป่าเพื่อถ่ายภาพ เพราะสัตว์ในอุทยานควรคงพฤติกรรมตามธรรมชาติ ไม่คุ้นชินกับการได้รับอาหารจากคน
สำหรับผู้ที่ต้องการพักค้างคืน อุทยานมีพื้นที่ลานกางเต็นท์และบ้านพักในบางช่วงของการให้บริการ บริเวณแหลมโตนดเป็นพื้นที่พักแรมที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการตื่นเช้ามาชมทะเล เดินเล่นริมชายหาด และสัมผัสบรรยากาศปลายเกาะลันตาโดยไม่ต้องเดินทางกลับไปยังย่านศาลาด่านหรือหาดฝั่งตะวันตกในวันเดียวกัน อย่างไรก็ตาม จำนวนที่พักและลานกางเต็นท์ขึ้นอยู่กับระบบการเปิดให้บริการของกรมอุทยานแห่งชาติ จึงควรจองหรือติดต่ออุทยานล่วงหน้าก่อนเดินทาง
นอกจากพื้นที่แหลมโตนดแล้ว อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตายังเป็นที่รู้จักจาก เกาะรอก ซึ่งประกอบด้วยเกาะรอกนอกและเกาะรอกใน เกาะรอกเป็นพื้นที่ทะเลใส หาดทรายขาว และแนวปะการังที่ได้รับความนิยมมากในฤดูท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวมักเดินทางด้วยเรือนำเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับหรือแบบพักค้างคืนในช่วงที่อุทยานเปิดให้เข้าพื้นที่ จุดเด่นของเกาะรอกคือทะเลสีฟ้าใส แนวปะการังน้ำตื้น ฝูงปลา และบรรยากาศเกาะกลางทะเลที่อยู่ไกลจากความพลุกพล่านของเกาะหลัก
หมู่เกาะห้า หรือเกาะตุกนลิมา เป็นอีกพื้นที่เด่นของอุทยาน เหมาะกับการดำน้ำตื้นและดำน้ำลึกในฤดูที่ทะเลเปิด จุดเด่นคือกลุ่มเกาะหินกลางทะเล น้ำทะเลใส ถ้ำทะเลบางจุด แนวปะการัง และภูมิทัศน์ใต้น้ำที่นักดำน้ำชื่นชอบ ส่วน กองหินแดงและกองหินม่วง เป็นจุดดำน้ำลึกที่มีชื่อเสียงมากในทะเลอันดามัน เพราะเป็นจุดที่มีโอกาสพบสัตว์ทะเลขนาดใหญ่และแนวปะการังลึก แต่เหมาะกับผู้มีประสบการณ์และต้องเดินทางกับผู้ประกอบการดำน้ำที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น
เกาะไหง เป็นอีกพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตาในด้านการท่องเที่ยวทางทะเล มีหาดทรายยาว น้ำทะเลใส และแนวปะการังที่เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวที่เดินทางเชื่อมระหว่างทะเลกระบี่และตรัง อย่างไรก็ตาม พื้นที่ทางทะเลไกลและเกาะบริวารมีข้อจำกัดตามฤดูกาล โดยทั่วไปช่วงมรสุมระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมไม่ใช่ช่วงเหมาะสำหรับเดินทางไปเกาะไกล และหลายพื้นที่ของอุทยานจะปิดเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติและความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว
สถานะการท่องเที่ยวของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตาจึงควรแยกเป็น 2 ส่วน คือ พื้นที่ที่ทำการอุทยานฯ แหลมโตนดบนเกาะลันตาใหญ่ ซึ่งเปิดให้เข้าชมตามเวลาปกติเมื่อไม่มีประกาศพิเศษ และพื้นที่เกาะไกล เช่น เกาะรอก เกาะห้า กองหินแดง-กองหินม่วง ซึ่งเป็นพื้นที่เปิดตามฤดูกาล การวางแผนเที่ยวจึงต้องพิจารณาให้ถูกต้อง หากต้องการชมประภาคารและเดินเล่นที่แหลมโตนด สามารถจัดเป็นทริปภายในเกาะลันตาได้ง่ายกว่า แต่หากต้องการไปเกาะรอกหรือจุดดำน้ำกลางทะเล ต้องเลือกช่วงฤดูท่องเที่ยวและตรวจสอบประกาศอุทยานก่อนเสมอ
ในปี 2569 พื้นที่ทางทะเลของอุทยานมีทั้งรอบปิดฤดูกาลตามระบบปกติและประกาศความปลอดภัยชั่วคราวจากสภาพทะเลและสัตว์ทะเลมีพิษ ช่วงกลางเดือนมิถุนายน 2569 อุทยานเคยปิดพื้นที่แหลมโตนด เกาะห้า และเกาะไหงชั่วคราวหลังพบแมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส ก่อนประกาศเปิดพื้นที่แหลมโตนด เกาะห้า และเกาะไหงอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน 2569 เมื่อสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ แต่เนื่องจากช่วงสิงหาคมยังอยู่ในฤดูมรสุม นักท่องเที่ยวควรใช้ข้อมูลในบทความนี้ร่วมกับประกาศล่าสุดของอุทยานก่อนจองเรือหรือกิจกรรมทางทะเล
ค่าเข้าชมอุทยานบริเวณแหลมโตนดใช้ระบบค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติ โดยอัตราที่ใช้สำหรับพื้นที่หลักคือคนไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท ส่วนพื้นที่ทางทะเลที่กำหนดเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ต้องชำระค่าบริการเป็นพิเศษ เช่น เกาะรอก เกาะไหง เกาะห้า และกองหินแดง-กองหินม่วง มีอัตราสำหรับชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ยังไม่รวมค่าเรือนำเที่ยว ค่าดำน้ำ ค่ารถรับส่ง ค่าที่พัก หรือค่าบริการอื่นของผู้ประกอบการ
การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตาบริเวณแหลมโตนดเริ่มจากการเดินทางมายังเกาะลันตาใหญ่ หากเริ่มจากตัวเมืองกระบี่ สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัว รถเช่า รถตู้ หรือรถรับส่งไปยังท่าแพบ้านหัวหิน ข้ามไปเกาะลันตาน้อย แล้วข้ามสะพานสิริลันตาไปยังเกาะลันตาใหญ่ จากนั้นใช้ถนนหลักบนเกาะไปทางตอนใต้ผ่านหาดต่าง ๆ จนถึงแหลมโตนด ระยะทางจากท่าเรือศาลาด่านถึงที่ทำการอุทยานประมาณ 30 กม. ใช้เวลาขับรถราว 45 - 60 นาทีตามสภาพถนนและการจราจร
เส้นทางสู่แหลมโตนดมีความสวยงามแต่ต้องขับด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะช่วงตอนใต้ของเกาะที่เป็นเนิน คดเคี้ยว และบางช่วงมีความชัน นักท่องเที่ยวที่ใช้รถจักรยานยนต์ควรมีประสบการณ์ขับขี่พอสมควร สวมหมวกนิรภัย และหลีกเลี่ยงการเดินทางช่วงฝนตกหนัก ผู้ที่ไม่ชำนาญเส้นทางควรใช้รถรับส่งท้องถิ่น รถแท็กซี่บนเกาะ หรือเช่ารถพร้อมคนขับเพื่อความปลอดภัย
หากต้องการไปเกาะรอก เกาะห้า หรือจุดดำน้ำกลางทะเล ต้องใช้บริการเรือนำเที่ยวจากผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาต โดยทั่วไปเรือออกจากเกาะลันตาในช่วงฤดูท่องเที่ยวทางทะเลระหว่างปลายปีถึงก่อนฤดูมรสุม ระยะเวลาเดินทางขึ้นอยู่กับประเภทเรือ จุดออกเรือ สภาพคลื่นลม และโปรแกรมทัวร์ นักท่องเที่ยวควรเลือกผู้ประกอบการที่มีอุปกรณ์ความปลอดภัยครบ มีเสื้อชูชีพ มีไกด์หรือเจ้าหน้าที่ดูแล และปฏิบัติตามข้อกำหนดของอุทยานเรื่องการดำน้ำ ไม่เหยียบปะการัง ไม่จับสัตว์ทะเล และไม่ทิ้งขยะลงทะเล
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยวอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตาแบ่งตามรูปแบบการท่องเที่ยว หากต้องการเที่ยวแหลมโตนด เดินชมประภาคาร ชมวิว และพักผ่อนริมทะเล สามารถวางแผนได้เกือบตลอดปีเมื่ออุทยานเปิดตามปกติ แต่ช่วงฤดูฝนควรตรวจสอบสภาพอากาศและธงเตือนภัยก่อนลงใกล้ชายหาด หากต้องการดำน้ำหรือไปเกาะรอก เกาะห้า และกองหินดำน้ำไกล ฤดูที่เหมาะที่สุดคือช่วงที่ทะเลเปิดและคลื่นลมสงบ โดยทั่วไปอยู่ในช่วงพฤศจิกายนถึงกลางพฤษภาคม
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตาเหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม ครอบครัวสามารถเที่ยวแหลมโตนด เดินชมประภาคาร และพักผ่อนที่ชายหาดได้ คู่รักสามารถมาชมวิวทะเลและถ่ายภาพบริเวณประภาคาร นักถ่ายภาพจะได้มุมทะเล หน้าผา หาดหิน และแสงเย็นที่สวยงาม นักดำน้ำสามารถเลือกทริปเกาะรอก เกาะห้า หรือจุดดำน้ำลึกในฤดูกาลที่เหมาะสม ส่วนผู้ที่สนใจวัฒนธรรมสามารถเชื่อมทริปกับบ้านศรีรายา บ้านสังกาอู้ และบ้านทุ่งหยีเพ็ง เพื่อเห็นเกาะลันตาทั้งด้านธรรมชาติและด้านชุมชน
ข้อควรระวังสำคัญคือพื้นที่อุทยานแห่งนี้เป็นทั้งพื้นที่ธรรมชาติและพื้นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า นักท่องเที่ยวไม่ควรให้อาหารลิง ไม่วางอาหารทิ้งไว้ ไม่จับสัตว์ทะเล ไม่เก็บเปลือกหอยหรือปะการังออกจากพื้นที่ ไม่ลงเล่นน้ำเมื่อมีธงแดงหรือประกาศห้ามลงน้ำ ไม่เดินออกนอกเส้นทาง และไม่ใช้โดรนโดยไม่ได้รับอนุญาต บริเวณทะเลและชายหาดต้องให้ความสำคัญกับสภาพคลื่นลมเป็นพิเศษ เพราะทะเลช่วงมรสุมสามารถเปลี่ยนสภาพได้รวดเร็ว
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตายังเป็นจุดที่เชื่อมโยงกับเรื่องราวของเกาะลันตาในภาพรวมได้ดี บนเกาะลันตาใหญ่มีชุมชนมุสลิม ชุมชนเมืองเก่าศรีรายา บ้านสังกาอู้ของชาวเลอูรักลาโวยจ บ้านทุ่งหยีเพ็งที่มีป่าชายเลน และหาดฝั่งตะวันตกหลายแห่ง เมื่อรวมกับพื้นที่อุทยานที่แหลมโตนด เกาะรอก เกาะห้า และทะเลรอบเกาะ จึงทำให้เกาะลันตาเป็นจุดหมายที่มีทั้งทะเล ป่า วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตในเกาะเดียวกัน
โดยสรุป อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา กระบี่ เป็นแหล่งธรรมชาติทางทะเลที่ควรค่าแก่การวางแผนเที่ยวอย่างละเอียด พื้นที่แหลมโตนดเหมาะกับการชมวิว เดินเล่น ถ่ายภาพประภาคาร และสัมผัสปลายเกาะลันตาใหญ่ ส่วนเกาะรอก เกาะห้า เกาะไหง กองหินแดง และกองหินม่วงเหมาะกับผู้ที่ต้องการทะเลใส ดำน้ำ และประสบการณ์ทางทะเลในฤดูที่อุทยานเปิด หากเดินทางโดยเคารพกฎอุทยาน ตรวจสอบประกาศล่าสุด และใช้บริการผู้ประกอบการที่รับผิดชอบ สถานที่แห่งนี้จะมอบทั้งความงามของทะเลอันดามันและความเข้าใจต่อระบบนิเวศเกาะลันตาอย่างครบถ้วน
| ชื่อสถานที่ | อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา |
| ที่ตั้ง | อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ โดยที่ทำการอุทยานตั้งอยู่บริเวณแหลมโตนด ตอนใต้ของเกาะลันตาใหญ่ |
| ที่อยู่ | หมู่ที่ 5 บ้านแหลมโตนด ตำบลเกาะลันตาใหญ่ อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ 81150 |
| พิกัด | ประมาณ 7.4699, 99.0982 บริเวณที่ทำการอุทยานและแหลมโตนด |
| พื้นที่ | ประมาณ 134 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 83,750 ไร่ |
| ไฮไลต์ | แหลมโตนด ประภาคารสีขาว หาดทราย หาดหิน ป่าชายหาด จุดชมวิว เกาะรอก เกาะห้า เกาะไหง กองหินแดง กองหินม่วง แนวปะการัง จุดดำน้ำ และเส้นทางท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติของเกาะลันตา |
| ประวัติ / สถานะอุทยาน | เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลของจังหวัดกระบี่ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2533 เพื่ออนุรักษ์หมู่เกาะ ป่าชายหาด ป่าชายเลน แนวปะการัง และระบบนิเวศทะเลอันดามันตอนใต้ |
| ลักษณะเด่นทางธรรมชาติ | มีทั้งเกาะหลัก เกาะบริวาร ชายหาด หน้าผา ป่าบนเกาะ ป่าชายหาด ป่าชายเลน แนวปะการังน้ำตื้น จุดดำน้ำลึก และพื้นที่ทะเลที่มีความสำคัญต่อการอนุรักษ์ |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองกระบี่เดินทางไปท่าแพบ้านหัวหิน ข้ามไปเกาะลันตาน้อยและต่อสะพานสิริลันตาไปเกาะลันตาใหญ่ จากนั้นขับรถผ่านถนนหลักบนเกาะไปยังตอนใต้สุดที่แหลมโตนด ส่วนเกาะรอก เกาะห้า และจุดดำน้ำไกลต้องเดินทางด้วยเรือนำเที่ยวในฤดูกาลที่เปิด |
| ระยะทางโดยประมาณ | จากท่าเรือศาลาด่านถึงแหลมโตนดประมาณ 30 กม. / จากเมืองเก่าลันตาประมาณ 22 กม. / จากตัวเมืองกระบี่ถึงเกาะลันตาใหญ่ประมาณ 80 - 90 กม. ตามเส้นทางที่ใช้ |
| สถานะปัจจุบัน | พื้นที่ที่ทำการอุทยานฯ แหลมโตนดเปิดให้เข้าชมตามเวลาปกติเมื่อไม่มีประกาศปิดชั่วคราว ส่วนเกาะรอก เกาะห้า กองหินแดง-กองหินม่วง และพื้นที่ทางทะเลไกลเปิดตามฤดูกาลและปิดช่วงมรสุมเพื่อความปลอดภัยและฟื้นฟูธรรมชาติ |
| ฤดูกาลพื้นที่ทางทะเลไกล | โดยทั่วไปเกาะรอก เกาะห้า กองหินแดง-กองหินม่วง และพื้นที่เกาะไกลเปิดช่วงฤดูท่องเที่ยวประมาณ 1 พฤศจิกายน - 15 พฤษภาคม และปิดช่วงมรสุมประมาณ 16 พฤษภาคม - 31 ตุลาคม |
| วันเปิดทำการ | ทุกวันสำหรับพื้นที่ที่ทำการอุทยานฯ แหลมโตนด เมื่อไม่มีประกาศปิดชั่วคราว |
| เวลาเปิดทำการ | 08.30 - 16.30 น. |
| ค่าเข้าชมพื้นที่หลัก | คนไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท / ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท / รถยนต์ 30 บาท / รถจักรยานยนต์ 20 บาท |
| ค่าบริการพิเศษพื้นที่ทางทะเล | พื้นที่เกาะรอก เกาะไหง เกาะห้า และกองหินแดง-กองหินม่วงมีอัตราพิเศษสำหรับชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท ไม่รวมค่าเรือ ค่าทัวร์ หรือค่าดำน้ำ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | ที่ทำการอุทยานฯ แหลมโตนด ประภาคาร หาดตะโหนด หาดหิน เส้นทางเดินธรรมชาติ ลานกางเต็นท์ บ้านพักอุทยาน เกาะรอก เกาะห้า เกาะไหง เกาะตะละเบ็ง เกาะหม้อ กองหินแดง และกองหินม่วง |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ห้องน้ำ ลานจอดรถ ร้านอาหารหรือร้านค้าสวัสดิการ พื้นที่กางเต็นท์ บ้านพักอุทยาน เส้นทางเดินชมธรรมชาติ จุดชมวิว และเจ้าหน้าที่อุทยานประจำพื้นที่ |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานรับผิดชอบ | กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช / อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 075-656-576, 075-656-577 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. แหลมโตนดและประภาคาร ประมาณ 0 กม. 2. หาดบากันเตียง ประมาณ 9 กม. 3. อ่าวไม้ไผ่ ประมาณ 3 กม. 4. บ้านสังกาอู้ ประมาณ 14 กม. 5. เมืองเก่าลันตา / บ้านศรีรายา ประมาณ 22 กม. 6. บ้านทุ่งหยีเพ็ง ประมาณ 28 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านอาหารสวัสดิการอุทยานฯ บริเวณแหลมโตนด ประมาณ 0 กม. 2. View Point Restaurant ประมาณ 6 กม. โทร. 081-787-8697 3. Same Same But Different ประมาณ 8 กม. 4. Noon Sunset View Point Restaurant ประมาณ 8 กม. 5. Alama Café & Restaurant ประมาณ 9 กม. โทร. 075-665-151, 075-665-155 6. Rak Talay Beach Bar and Restaurant ประมาณ 9 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. บ้านพักและลานกางเต็นท์อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา ประมาณ 0 กม. โทร. 075-656-576, 075-656-577 2. LaLaanta Hideaway Resort ประมาณ 3 กม. 3. Anda Lanta Resort ประมาณ 4 กม. โทร. 075-665-018 4. Pimalai Resort and Spa ประมาณ 8 กม. โทร. 075-607-999 5. The Houben Hotel ประมาณ 9 กม. โทร. 075-665-144, 082-800-3880 6. Alama Sea Village Resort ประมาณ 9 กม. โทร. 075-665-151, 075-665-155 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตาอยู่ที่ไหน?
ตอบ: อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตาอยู่ในอำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ โดยพื้นที่ที่ทำการอุทยานตั้งอยู่บริเวณแหลมโตนด ตอนใต้สุดของเกาะลันตาใหญ่
ถาม: อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตามีอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: จุดเด่นคือแหลมโตนด ประภาคารสีขาว หาดทราย หาดหิน จุดชมวิว ป่าชายหาด เกาะรอก เกาะห้า เกาะไหง กองหินแดง กองหินม่วง แนวปะการัง และจุดดำน้ำทางทะเลอันดามัน
ถาม: อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตาเปิดกี่โมง?
ตอบ: พื้นที่ที่ทำการอุทยานฯ แหลมโตนดเปิดทุกวัน เวลา 08.30 - 16.30 น. เมื่อไม่มีประกาศปิดชั่วคราว ส่วนเกาะรอก เกาะห้า และพื้นที่ดำน้ำไกลเปิดตามฤดูกาล
ถาม: ค่าเข้าชมอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตาเท่าไร?
ตอบ: ค่าเข้าชมพื้นที่หลัก คนไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท ส่วนพื้นที่ทางทะเลบางแห่งมีค่าบริการพิเศษและไม่รวมค่าเรือนำเที่ยว
ถาม: เกาะรอกและเกาะห้าเที่ยวได้ตลอดปีหรือไม่?
ตอบ: เที่ยวไม่ได้ตลอดปี เพราะเป็นพื้นที่ทางทะเลไกลที่เปิดตามฤดูกาล โดยทั่วไปเปิดช่วงประมาณ 1 พฤศจิกายน - 15 พฤษภาคม และปิดช่วงมรสุมประมาณ 16 พฤษภาคม - 31 ตุลาคม เพื่อความปลอดภัยและฟื้นฟูธรรมชาติ
ถาม: เดินทางไปแหลมโตนดอย่างไร?
ตอบ: จากท่าเรือศาลาด่านหรือย่านชายหาดบนเกาะลันตาใหญ่ ขับรถไปตามถนนหลักลงทางใต้จนถึงแหลมโตนด ระยะทางจากศาลาด่านประมาณ 30 กม. เส้นทางบางช่วงมีเนินและโค้ง ควรขับด้วยความระมัดระวัง
ถาม: อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตามีที่พักหรือกางเต็นท์ได้หรือไม่?
ตอบ: มีบ้านพักและลานกางเต็นท์บริเวณที่ทำการอุทยานฯ แหลมโตนดตามจำนวนที่เปิดให้บริการ ผู้ที่ต้องการพักค้างคืนควรติดต่ออุทยานหรือจองผ่านระบบของกรมอุทยานแห่งชาติล่วงหน้า
ถาม: ไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตาควรระวังอะไร?
ตอบ: ควรปฏิบัติตามธงสัญญาณและประกาศของอุทยาน ไม่ให้อาหารลิง ไม่จับสัตว์ทะเล ไม่เหยียบปะการัง ไม่ลงน้ำในจุดที่มีธงแดงหรือประกาศห้าม และตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางไปเกาะไกลหรือออกเรือดำน้ำ
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์
ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว




