หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร >อ.หลังสวน >ต.วังตะกอ > งานประเพณีแห่พระแข่งเรือ
TL;DR: งานประเพณีแห่พระแข่งเรือ.
งานประเพณีแห่พระแข่งเรือ

วันจัดงานหลัก: วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี หลังวันออกพรรษา
ช่วงเวลาจัดงาน: โดยปกติจัดต่อเนื่องหลายวันตามกำหนดการของผู้จัดงานในแต่ละปี
สถานที่จัดงานหลัก: สนามกลางภาคใต้ แม่น้ำหลังสวน บริเวณท่าน้ำวัดด่านประชากร อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร
งานประเพณีแห่พระแข่งเรือขึ้นโขนชิงธง อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร เป็นหนึ่งในประเพณีสำคัญที่สุดของลุ่มน้ำหลังสวน และเป็นงานประเพณีไทยภาคใต้ที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนมากที่สุดงานหนึ่งของจังหวัดชุมพร จุดเด่นของงานไม่ได้อยู่เพียงการแข่งเรือยาวริมแม่น้ำ แต่รวมถึงพิธีแห่พระ การตักบาตรเทโว การสมโภชเรือพระบก การแห่ขบวนเรือพระบกและเรือพระน้ำ การรวมตัวของวัด ชุมชน ฝีพาย กองเชียร์ และประชาชนจำนวนมากที่เดินทางมาร่วมงานในช่วงหลังออกพรรษาเป็นประจำทุกปี งานนี้จึงเป็นทั้งงานบุญ งานกีฬา งานชุมชน และงานวัฒนธรรมที่สืบทอดความสัมพันธ์ระหว่างคนหลังสวนกับแม่น้ำหลังสวนไว้อย่างชัดเจน
หัวใจของประเพณีนี้คือ “ขึ้นโขนชิงธง” ซึ่งเป็นรูปแบบการแข่งขันเรือยาวที่มีลักษณะเฉพาะของหลังสวน การแข่งขันไม่ได้ตัดสินแพ้ชนะจากเรือลำใดพายถึงเส้นชัยก่อนเท่านั้น แต่ตัดสินจากจังหวะที่นายหัวเรือต้องปีนขึ้นไปบนโขนหัวเรือเพื่อคว้าธงชัยที่ติดอยู่บริเวณทุ่นเส้นชัย นายท้ายต้องถือท้ายเรือให้ตรง ฝีพายต้องพายอย่างพร้อมเพรียง และนายหัวเรือต้องมีสายตา ความเร็ว ความแข็งแรง และจังหวะที่แม่นยำพอจะคว้าธงได้ในเสี้ยววินาทีสุดท้าย การแข่งเรือจึงเป็นทั้งกีฬา ความกล้า ความชำนาญ และศิลปะการควบคุมเรือที่หาชมได้ยาก
งานประเพณีแห่พระแข่งเรือของอำเภอหลังสวนเริ่มขึ้นในช่วงวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ซึ่งเป็นวันถัดจากวันออกพรรษา ตามคติพุทธศาสนา วันดังกล่าวเกี่ยวข้องกับประเพณีตักบาตรเทโวหรือการทำบุญรับพระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ หลังสิ้นสุดฤดูกาลจำพรรษา ชาวบ้านในลุ่มน้ำหลังสวนจึงนำพระพุทธรูปสำคัญของวัดต่าง ๆ ออกแห่ให้ประชาชนได้สักการะ แล้วต่อด้วยกิจกรรมแข่งเรือในแม่น้ำหลังสวน ประเพณีนี้จึงมีรากฐานมาจากศรัทธาทางพุทธศาสนา ก่อนพัฒนาเป็นงานใหญ่ที่รวมพิธีกรรม การละเล่น กีฬา และการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน
ความเก่าแก่ของงานประเพณีนี้ปรากฏในความทรงจำของชุมชนหลังสวนมาอย่างยาวนาน เรื่องเล่าท้องถิ่นระบุว่าการแข่งเรือหลังสวนเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยพระยาจรูญราชโภคากรเป็นเจ้าเมืองหลังสวนในช่วงรัชกาลที่ 5 โดยเดิมเป็นการลากพระชิงสายกันในแม่น้ำ ใช้เรือพายช่วยลากเรือพระ วัดหรือหมู่บ้านใดมีเรือมาก ฝีพายดี และมีกำลังพร้อม ก็สามารถแย่งลากพระไปประดิษฐานที่วัดของตน แล้วจัดงานสมโภชในตอนกลางคืน รุ่งเช้าจึงทำบุญถวายสลากภัต ภาพดังกล่าวสะท้อนวิถีชีวิตริมน้ำในยุคที่แม่น้ำเป็นเส้นทางคมนาคมหลักของผู้คนหลังสวน
เมื่อประเพณีพัฒนาไปตามยุคสมัย การแข่งเรือเริ่มมีระบบกติกาชัดเจนขึ้น สมัยหลวงปราณีประชาชน อำมาตย์เอก มีการดัดแปลงรูปแบบการปล่อยเรือ โดยใช้เชือกผูกหางเรือคู่แข่งขันไว้ เมื่อเรือพายจนเชือกตึงจึงใช้มีดสับเชือกให้ขาดเพื่อปล่อยเรือออกตัวพร้อมกัน วิธีการนี้สะท้อนความพยายามทำให้การแข่งขันเป็นธรรมและเร้าใจมากขึ้น ต่อมาเมื่อสนามแข่งขันได้รับการจัดระบบชัดเจนขึ้น จึงเกิดกติกา ระยะทาง สายการแข่งขัน และพิธีกรรมประกอบงานที่เป็นแบบแผนมากขึ้น
สนามแข่งขันหลักอยู่ในแม่น้ำหลังสวน ช่วงบริเวณหลังที่ทำการเทศบาลเมืองหลังสวน จากใต้สะพานโค้งรถไฟไปถึงท่าน้ำวัดด่านประชากร ระยะทางประมาณ 500 เมตร พื้นที่ริมแม่น้ำทั้งสองฝั่งกลายเป็นอัฒจันทร์ธรรมชาติของชาวบ้านและนักท่องเที่ยว ผู้ชมจะจับจองพื้นที่ริมฝั่งเพื่อดูเรือยาวพุ่งผ่านสายน้ำ เสียงกลอง เสียงเชียร์ เสียงพากย์ และจังหวะพายของฝีพายทำให้บรรยากาศริมแม่น้ำหลังสวนคึกคักเป็นพิเศษในช่วงงานประเพณี
วัดด่านประชากรมีบทบาทสำคัญในงานประเพณีนี้ เพราะเป็นจุดสำคัญของสนามแข่งขันและเป็นวัดริมแม่น้ำหลังสวนที่ผูกพันกับพิธีแห่พระแข่งเรือมาอย่างยาวนาน วัดตั้งอยู่ในอำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร และมีประวัติเป็นวัดเก่าในพื้นที่ลุ่มน้ำหลังสวน มีอุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ หอระฆัง หอกลอง และปูชนียวัตถุสำคัญภายในวัด การที่สนามแข่งขันสิ้นสุดบริเวณท่าน้ำวัดด่านประชากรทำให้วัดแห่งนี้เป็นทั้งจุดศรัทธา จุดรวมคน และจุดหมายของการแข่งขันทางน้ำ
ในอดีตเรือที่ใช้แข่งมักเป็นเรือของวัดหรือชุมชน มีความผูกพันกับศรัทธาและแรงร่วมของคนทั้งหมู่บ้าน เรือยาวหนึ่งลำไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์กีฬา แต่เป็นศักดิ์ศรีของวัด ชุมชน และฝีพาย เรือแต่ละลำต้องผ่านการดูแลรักษา ตกแต่ง และบวงสรวงอย่างเหมาะสม ก่อนลงแข่งจึงมักมีพิธีทำขวัญเรือหรือพิธีบวงสรวงแม่ย่านางเรือ เพื่อเสริมขวัญกำลังใจให้ฝีพายและแสดงความเคารพต่อเรือซึ่งถือเป็นของมีครูและมีความหมายทางจิตใจของชุมชน
ลักษณะของเรือยาวหลังสวนตามข้อมูลท้องถิ่นเดิมขุดจากไม้ซุงทั้งต้น โดยนิยมใช้ไม้ตะเคียน เรือมีความยาวประมาณ 18–19 เมตร มีธงประจำเรือติดอยู่ ฝีพายนั่งเป็นคู่ตามแนวลำเรือ ยกเว้นตำแหน่งนายหัวและนายท้ายที่มีบทบาทเฉพาะ เรือแต่ละลำมีฆ้อง นกหวีด หรือสัญญาณจังหวะเพื่อควบคุมให้ฝีพายพายพร้อมกัน การพายเรือยาวจึงต้องอาศัยกำลัง ความทนทาน จังหวะเดียวกันของทีม และความไว้ใจระหว่างคนในเรืออย่างสูง
การแข่งขันในปัจจุบันมีการแบ่งประเภทเรือให้เหมาะกับจำนวนฝีพายและลักษณะทีม งานปีล่าสุดที่ยืนยันได้มีการจัดการแข่งขันเรือหลายประเภท เช่น เรือยาวประเภท ก และประเภท ข จำนวน 30–32 ฝีพาย เรือยาวประเภทนักเรียนและเยาวชน เรือยาวประเภทประชาชนภายในตำบล และเรือยาวประเภทเรืออนุรักษ์หรือเรือขุด การมีประเภทนักเรียนและเยาวชนช่วยให้ประเพณีนี้ไม่หยุดอยู่กับคนรุ่นเก่า แต่เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้กติกา ฝึกฝนฝีพาย และสืบทอดจิตวิญญาณของเรือยาวหลังสวนต่อไป
กติกาขึ้นโขนชิงธงเป็นเสน่ห์ที่ทำให้สนามหลังสวนแตกต่างจากสนามเรือยาวอื่น ธงชัยที่ใช้ชิงจะเป็นผ้าสีแดงผูกติดกับปลายหวายทั้งสองด้าน บริเวณเส้นชัยมีการติดตั้งหวายไว้ในกระบอกไม้ไผ่บนแพผู้ตัดสินหรือจุดทุ่นเส้นชัย เรือคู่แข่งจะพุ่งเข้าหาธงคนละฝั่ง นายหัวเรือต้องไต่หรือโผขึ้นไปบนโขนหัวเรือเพื่อกระชากธงให้ได้ การจับธงให้สำเร็จต้องอาศัยการคุมเรือของนายท้าย ความเร็วของฝีพาย ความกล้าของนายหัว และจังหวะที่ทุกตำแหน่งทำงานประสานกันพอดี
คำว่า “โขน” ในที่นี้หมายถึงหัวเรือหรือส่วนปลายหัวเรือที่ยื่นออกไปข้างหน้า การขึ้นโขนไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเรือยาวกำลังแล่นด้วยความเร็ว น้ำกระเพื่อมจากแรงพายและแรงปะทะของเรือคู่แข่ง ขณะที่ผู้ชมสองฝั่งแม่น้ำส่งเสียงเชียร์ดังลั่น นายหัวเรือต้องทรงตัวบนพื้นที่แคบ รอจังหวะที่เรือเข้าใกล้ทุ่น และตัดสินใจคว้าธงทันที ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจทำให้พลาดธง ตกน้ำ หรือทำให้ทีมเสียโอกาส การขึ้นโขนชิงธงจึงเป็นภาพจำสำคัญของงานหลังสวน
รางวัลของการแข่งขันในอดีตสะท้อนวิถีชีวิตของคนในยุคนั้น เรือที่ชนะเคยได้รับผ้าแถบหัวเรือ ส่วนฝีพายได้รับผ้าขาวม้าคนละผืน ต่อมาเปลี่ยนเป็นการชิงน้ำมันก๊าดเพื่อนำไปถวายวัด เพราะเรือจำนวนมากเป็นเรือของวัดและชุมชน ตั้งแต่ พ.ศ. 2507 เป็นต้นมา งานแข่งขันเรือยาวหลังสวนได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานโล่รางวัล ทำให้สนามแม่น้ำหลังสวนมีสถานะเป็นสนามแข่งขันสำคัญของภาคใต้และยกระดับงานประเพณีให้เป็นที่รู้จักกว้างขวางยิ่งขึ้น
งานประเพณีไม่ได้มีเฉพาะการแข่งขันทางน้ำเท่านั้น แต่ยังเริ่มต้นจากบรรยากาศงานบุญและงานเมือง เช่น กิจกรรมเปิดเมืองกินฟรี การสมโภชเรือพระบก การตักบาตรเทโว การแห่ขบวนเรือพระบกและเรือพระน้ำ การประกวดเรือ การแสดงพื้นบ้าน การจำหน่ายสินค้า และกิจกรรมบันเทิงในช่วงค่ำ กิจกรรมเหล่านี้ทำให้งานแห่พระแข่งเรือเป็นเทศกาลที่คนหลังสวนรอคอยทั้งปี เพราะเป็นช่วงเวลาที่เมืองทั้งเมืองกลับมามีชีวิตชีวา ผู้คนได้ทำบุญ พบปะญาติพี่น้อง และร่วมส่งแรงเชียร์ให้เรือของวัดหรือชุมชนตนเอง
พิธีตักบาตรเทโวในช่วงงานมีความสำคัญต่อมิติทางศาสนาของประเพณี ชาวบ้านจะร่วมทำบุญตักบาตรหลังวันออกพรรษา เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ที่พระพุทธเจ้าเสด็จกลับจากเทวโลก จากนั้นจึงมีขบวนแห่พระบกและเรือพระน้ำที่ตกแต่งอย่างสวยงาม วัด โรงเรียน ชุมชน และหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมจัดขบวนโดยนำพระพุทธรูปสำคัญมาประดิษฐานให้ประชาชนได้สักการะ การแห่พระจึงเป็นส่วนที่รักษารากทางพุทธศาสนาของงานไว้ แม้ว่าผู้คนจำนวนมากจะรู้จักงานนี้จากการแข่งขันเรือยาวก็ตาม
การสมโภชเรือพระบกเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สะท้อนความประณีตของชุมชนหลังสวน เรือพระบกแต่ละลำถูกออกแบบและประดับประดาอย่างสวยงาม บางลำใช้ดอกไม้สด บางลำตกแต่งด้วยพืชผัก ผลไม้ หรือวัสดุท้องถิ่น บางลำสร้างเป็นรูปทรงพิเศษตามความคิดสร้างสรรค์ของชุมชน การเดินชมเรือพระบกจึงเป็นการชมฝีมือ ความร่วมมือ และจินตนาการของคนในพื้นที่ก่อนจะเข้าสู่บรรยากาศการแข่งขันเรือในแม่น้ำ
กิจกรรมเปิดเมืองกินฟรีเป็นสีสันที่ทำให้ผู้มาเยือนสัมผัสน้ำใจของคนหลังสวนได้อย่างชัดเจน ชาวบ้าน ร้านค้า โรงเรียน หน่วยงาน และกลุ่มชุมชนร่วมกันนำอาหารคาวหวาน ขนม เครื่องดื่ม และของกินพื้นเมืองมาตั้งโต๊ะแจกจ่ายให้ผู้มาเที่ยวงาน บางกลุ่มทำอาหารกันสด ๆ บริเวณงาน บรรยากาศจึงเต็มไปด้วยความคึกคักและความเป็นกันเอง กิจกรรมนี้ทำให้ผู้มาเยือนรับรู้ได้ว่างานแห่พระแข่งเรือไม่ได้เป็นเพียงงานแข่งขัน แต่เป็นงานต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองของชาวหลังสวน
ความสำคัญของงานประเพณีนี้ได้รับการยอมรับในระดับประเทศ โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมด้านการเล่นพื้นบ้าน กีฬาพื้นบ้าน และศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว และได้รับการนำเสนอในฐานะ “ธงหนึ่งในสยาม” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของการท่องเที่ยวไทย การยอมรับนี้สะท้อนว่าการขึ้นโขนชิงธงไม่ใช่เพียงกีฬาท้องถิ่น แต่เป็นภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่มีระบบกติกา ประวัติ ความเชื่อ ฝีมือ และอัตลักษณ์เฉพาะของลุ่มน้ำหลังสวน
งานประเพณีแห่พระแข่งเรือขึ้นโขนชิงธงยังช่วยสร้างความสามัคคีอย่างเป็นรูปธรรม เรือหนึ่งลำต้องใช้แรงฝีพายจำนวนมาก ใช้คนช่วยดูแลเรือ ใช้คนจัดหาอุปกรณ์ ใช้คนทำอาหาร ใช้กองเชียร์ ใช้คนประสานงาน และใช้วัดหรือชุมชนเป็นฐานสนับสนุน ทุกคนจึงมีบทบาทในความสำเร็จของทีม แม้ไม่ได้ลงพายเรือด้วยตนเอง ประเพณีนี้ทำให้คนในชุมชนรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกัน และเป็นเวทีที่ทำให้ความผูกพันระหว่างวัด บ้าน โรงเรียน หน่วยงาน และประชาชนกลับมาแน่นแฟ้นทุกปี
สำหรับนักท่องเที่ยว ช่วงเวลาที่เหมาะในการเที่ยวงานคือช่วงเช้าในวันตักบาตรเทโวและชมขบวนแห่พระบก จากนั้นช่วงบ่ายถึงเย็นเหมาะกับการชมการแข่งขันเรือยาวริมแม่น้ำหลังสวน หากต้องการชมรอบสำคัญควรติดตามกำหนดการประจำปี เพราะงานมักจัดต่อเนื่องหลายวันและมีรอบแข่งขันหลายประเภท ผู้ที่ต้องการที่นั่งชมใกล้สนามควรไปก่อนเวลา เนื่องจากสองฝั่งแม่น้ำจะมีผู้ชมจำนวนมาก โดยเฉพาะวันเปิดกิจกรรมทางน้ำและวันชิงชนะเลิศ
การเดินทาง ไปชมงานสะดวกทั้งรถยนต์ รถไฟ และรถโดยสาร อำเภอหลังสวนอยู่บนเส้นทางหลักภาคใต้ สามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 41 แล้วเข้าสู่ตัวเมืองหลังสวน บริเวณสนามแข่งขันอยู่ใกล้เทศบาลเมืองหลังสวนและท่าน้ำวัดด่านประชากร หากเดินทางด้วยรถไฟสามารถลงที่สถานีรถไฟหลังสวนแล้วต่อรถท้องถิ่นหรือเดินทางเข้าสู่พื้นที่งานได้สะดวก ในช่วงวันงานควรเผื่อเวลาเดินทางและหาที่จอดรถ เนื่องจากถนนในเมืองหลังสวนและบริเวณใกล้สนามแข่งขันจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
การชมงานให้ได้คุณค่าครบถ้วนควรเริ่มจากการเข้าใจลำดับของประเพณี ไม่ควรมองเฉพาะการแข่งขันเรือในช่วงท้าย เพราะก่อนเรือจะลงน้ำมีเรื่องราวของวัด ชุมชน พระพุทธรูป เรือพระ พิธีทำขวัญเรือ และการรวมแรงของผู้คนจำนวนมาก นักท่องเที่ยวที่เดินชมตั้งแต่ช่วงขบวนแห่พระบกและกิจกรรมเปิดเมืองจะเห็นมิติของงานที่ลึกกว่าเสียงเชียร์ริมแม่น้ำ และจะเข้าใจว่าทำไมงานนี้จึงเป็นหัวใจทางวัฒนธรรมของชาวหลังสวน
มารยาทในการเข้าชมมีความสำคัญมาก เพราะงานนี้เป็นทั้งงานบุญและงานประเพณี ควรแต่งกายสุภาพเมื่อเข้าร่วมพิธีทางศาสนา ไม่รบกวนขบวนแห่ ไม่ขวางทางฝีพายหรือเจ้าหน้าที่ ไม่ลงไปในพื้นที่แข่งขันโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ทิ้งขยะลงแม่น้ำ และควรปฏิบัติตามประกาศของผู้จัดงาน โดยเฉพาะบริเวณริมตลิ่ง ท่าน้ำ และจุดที่มีผู้ชมหนาแน่น การรักษาความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่นช่วยให้ทุกคนได้ชมงานอย่างราบรื่น
ผู้ที่สนใจถ่ายภาพควรเลือกจุดชมที่ปลอดภัยและไม่กีดขวางผู้ชมคนอื่น ภาพที่น่าสนใจของงานมีทั้งขบวนแห่พระบก เรือพระน้ำ ลำเรือที่ตกแต่งสวยงาม สีหน้าฝีพายก่อนลงสนาม จังหวะพายพร้อมกัน เสี้ยววินาทีที่นายหัวเรือขึ้นโขนชิงธง และบรรยากาศกองเชียร์สองฝั่งแม่น้ำ หากต้องการถ่ายภาพใกล้พิธีทางศาสนา ควรถ่ายด้วยความสำรวมและเคารพผู้ร่วมพิธี
ในเชิงวัฒนธรรม งานแห่พระแข่งเรือขึ้นโขนชิงธงเป็นตัวอย่างของประเพณีที่ยังมีชีวิต เพราะไม่ได้ถูกจัดขึ้นเพื่อแสดงให้คนดูเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีคนท้องถิ่นเป็นผู้ลงมือทำจริง ตั้งแต่การเตรียมเรือ การฝึกซ้อม การทำขวัญเรือ การแห่พระ การจัดงาน การเป็นเจ้าภาพอาหาร และการส่งต่อความรู้เรื่องเรือจากรุ่นสู่รุ่น เด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมงานจะได้เห็นว่าประเพณีไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัว แต่เป็นพื้นที่ที่ตนเองสามารถมีบทบาทได้
เมื่อเที่ยวงานแล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถจัดเส้นทางต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอหลังสวนและพื้นที่ใกล้เคียง เช่น ย่านตลาดหลังสวน สวนนายดำ ปากน้ำหลังสวน ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์และเรือจำลองจักรีนฤเบศร เกาะพิทักษ์ หาดบางน้ำจืด และหาดอรุโณทัย เส้นทางเหล่านี้ช่วยให้การเดินทางมาชมงานประเพณีมีความสมบูรณ์มากขึ้น เพราะได้เห็นทั้งแม่น้ำ เมืองเก่า ชายทะเล ชุมชนประมง และภูมิทัศน์ชายฝั่งของชุมพรในทริปเดียว
โดยสรุป งานประเพณีแห่พระแข่งเรือขึ้นโขนชิงธง อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร เป็นงานประเพณีที่รวมศรัทธาทางพุทธศาสนา วิถีชีวิตริมน้ำ ความสามัคคีของชุมชน ศิลปะการขุดเรือ ความเชี่ยวชาญของฝีพาย และความตื่นเต้นของกีฬาพื้นบ้านไว้ครบถ้วนในงานเดียว เอกลักษณ์ของการขึ้นโขนชิงธงทำให้งานนี้แตกต่างจากการแข่งเรือยาวทั่วไป และทำให้แม่น้ำหลังสวนกลายเป็นพื้นที่แห่งความภาคภูมิใจของคนชุมพรทุกครั้งเมื่อถึงช่วงหลังออกพรรษา ผู้ที่ต้องการสัมผัสวัฒนธรรมภาคใต้ในรูปแบบที่มีชีวิตจริง ควรมาเห็นงานนี้ด้วยตาตนเองสักครั้ง
| ชื่อประเพณี | งานประเพณีแห่พระแข่งเรือขึ้นโขนชิงธง อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร |
| สถานที่จัดงานหลัก | สนามกลางภาคใต้ แม่น้ำหลังสวน บริเวณหลังเทศบาลเมืองหลังสวนถึงท่าน้ำวัดด่านประชากร อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร |
| ที่อยู่พื้นที่อ้างอิง | วัดด่านประชากร ตำบลหลังสวน อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร 86110 |
| พิกัดนำทาง | ค้นหาในแผนที่ด้วยชื่อ “วัดด่านประชากร หลังสวน” หรือ “สนามกลางภาคใต้ แม่น้ำหลังสวน” |
| ช่วงเวลาจัดงาน | เริ่มวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี หลังวันออกพรรษา และมักจัดต่อเนื่องหลายวันตามกำหนดการของผู้จัดงาน |
| กำหนดตามปฏิทินปี 2569 | วันออกพรรษาตรงกับวันที่ 26 ตุลาคม 2569 และวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ตรงกับวันที่ 27 ตุลาคม 2569 |
| ความสำคัญ | เป็นมรดกทางวัฒนธรรมลุ่มน้ำหลังสวน สร้างความสามัคคีของชุมชน และเป็นเอกลักษณ์กีฬาพื้นบ้าน “ขึ้นโขนชิงธง” ที่โดดเด่นของจังหวัดชุมพร |
| พิธีกรรมและกิจกรรมหลัก | ตักบาตรเทโว แห่เรือพระบก แห่เรือพระน้ำ สมโภชเรือพระบก พิธีทำขวัญเรือ การแข่งขันเรือยาวขึ้นโขนชิงธง การประกวดเรือ กิจกรรมชุมชน และการจำหน่ายสินค้าในงาน |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | มีรากจากประเพณีแห่พระและลากพระทางน้ำในลุ่มน้ำหลังสวน พัฒนาจากการลากพระชิงสายและการแข่งเรือของวัดและชุมชน สืบทอดต่อเนื่องจนเป็นสนามเรือยาวสำคัญของภาคใต้ |
| ลักษณะเรือแข่ง | เรือยาวดั้งเดิมขุดจากไม้ซุงทั้งต้น นิยมไม้ตะเคียน มีธงประจำเรือ ฝีพายนั่งเป็นคู่ มีนายหัว นายท้าย และเครื่องให้จังหวะพาย เช่น ฆ้องหรือนกหวีด |
| เอกลักษณ์การขึ้นโขนชิงธง | นายหัวเรือต้องขึ้นไปบนโขนหัวเรือเพื่อคว้าธงชัยบริเวณเส้นชัย โดยต้องอาศัยความพร้อมเพรียงของฝีพาย ความแม่นยำของนายท้าย และความกล้าของนายหัวเรือ |
| ระยะทางแข่งขัน | ประมาณ 500 เมตร ในแม่น้ำหลังสวน ช่วงหลังเทศบาลเมืองหลังสวนถึงท่าน้ำวัดด่านประชากร |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นงานประเพณีประจำปีของอำเภอหลังสวน โดยงานล่าสุดที่มีข้อมูลยืนยันคือปีที่ 182 ประจำปี 2568 จัดที่สนามกลางภาคใต้ แม่น้ำหลังสวน |
| หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง | อำเภอหลังสวน องค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร เทศบาลเมืองหลังสวน มูลนิธิลุ่มน้ำหลังสวน วัดและชุมชนในอำเภอหลังสวน |
| เบอร์ติดต่อข้อมูลท่องเที่ยว | ททท. สำนักงานชุมพร โทร. 077-501-831, 077-502-775 |
| สิ่งอำนวยความสะดวกช่วงงาน | พื้นที่ชมการแข่งขันริมสองฝั่งแม่น้ำ จุดอำนวยการ พื้นที่จัดขบวน เวทีงานประเพณี ห้องสุขา จุดปฐมพยาบาล ระบบรักษาความปลอดภัย ร้านค้า และพื้นที่จำหน่ายสินค้าในงาน |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | ท่าน้ำวัดด่านประชากร สนามแม่น้ำหลังสวน จุดปล่อยเรือ เส้นชัยชิงธง แพกรรมการ พื้นที่ชมการแข่งขันสองฝั่งแม่น้ำ เวทีกลางงาน และพื้นที่สมโภชเรือพระบก |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ย่านตลาดหลังสวน ประมาณ 1 กม. 2. สะพานโค้งรถไฟแม่น้ำหลังสวน ประมาณ 1 กม. 3. วัดขันเงิน ประมาณ 2 กม. 4. สวนนายดำ ประมาณ 10 กม. 5. ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์และเรือจำลองจักรีนฤเบศร ปากน้ำหลังสวน ประมาณ 15 กม. 6. เกาะพิทักษ์ ประมาณ 18 กม. 7. หาดอรุโณทัย ประมาณ 22 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านคุณหน่อย ประมาณ 1 กม. โทร. 077-544-027 2. ร้านสเต็กเฮ้าส์ หลังสวน ประมาณ 1 กม. โทร. 077-544-618, 089-288-1398 3. ร้านอีสานหลังสวน ประมาณ 2 กม. โทร. 081-894-6812 4. โรตีชาชัก wow@หลังสวน ประมาณ 2 กม. โทร. 092-291-1626 5. ร้านสุขี ตามสั่ง หลังสวน ประมาณ 3 กม. โทร. 095-042-1295, 080-003-1433 6. ร้านตำมาเรียม สาขาหลังสวน ประมาณ 4 กม. โทร. 065-461-4291 7. ร้านฟ้ายามเย็น อาหาร ประมาณ 5 กม. โทร. 077-653-122 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. โรงแรมพักดี หลังสวน ประมาณ 1 กม. โทร. 077-561-198 2. โรงแรมหลังสวนเพลส ประมาณ 3 กม. 3. โรงแรมอวยชัย แกรนด์ ประมาณ 3 กม. 4. หลังสวนรีสอร์ท ประมาณ 4 กม. โทร. 077-545-080 5. จันทร์สว่างรีสอร์ท ประมาณ 5 กม. โทร. 090-698-4855 6. แฮปปี้ รีสอร์ท หลังสวน ประมาณ 7 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: งานประเพณีแห่พระแข่งเรือขึ้นโขนชิงธง หลังสวน จัดขึ้นเมื่อใด?
ตอบ: งานเริ่มในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี ซึ่งเป็นวันถัดจากวันออกพรรษา และมักจัดต่อเนื่องหลายวันตามกำหนดการของผู้จัดงานในแต่ละปี
ถาม: งานนี้จัดที่ไหน?
ตอบ: สถานที่จัดงานหลักอยู่ที่สนามกลางภาคใต้ แม่น้ำหลังสวน บริเวณหลังเทศบาลเมืองหลังสวนไปถึงท่าน้ำวัดด่านประชากร อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร
ถาม: ขึ้นโขนชิงธงคืออะไร?
ตอบ: ขึ้นโขนชิงธงคือกติกาการแข่งเรือยาวเฉพาะของหลังสวน โดยนายหัวเรือต้องปีนขึ้นไปบนโขนหัวเรือเพื่อคว้าธงชัยที่เส้นชัย ผู้ชนะไม่ได้วัดจากความเร็วเพียงอย่างเดียว แต่ต้องคว้าธงได้ถูกต้องตามกติกา
ถาม: งานแห่พระแข่งเรือหลังสวนมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: เป็นมรดกวัฒนธรรมลุ่มน้ำหลังสวนที่รวมศรัทธาทางพระพุทธศาสนา วิถีชีวิตริมน้ำ กีฬาพื้นบ้าน และความสามัคคีของชุมชนไว้ในงานเดียว
ถาม: ภายในงานมีกิจกรรมอะไรบ้าง?
ตอบ: มีกิจกรรมตักบาตรเทโว แห่เรือพระบก แห่เรือพระน้ำ สมโภชเรือพระบก พิธีทำขวัญเรือ การแข่งขันเรือยาวขึ้นโขนชิงธง การประกวดเรือ การแสดงพื้นบ้าน ร้านค้า และกิจกรรมชุมชน
ถาม: ควรไปชมการแข่งขันช่วงเวลาใด?
ตอบ: ช่วงเช้าเหมาะกับการชมพิธีตักบาตรเทโวและขบวนแห่พระ ส่วนช่วงบ่ายถึงเย็นเหมาะกับการชมการแข่งขันเรือยาว โดยวันเปิดกิจกรรมทางน้ำและวันชิงชนะเลิศมักมีผู้ชมมากเป็นพิเศษ
ถาม: เดินทางไปชมงานได้อย่างไร?
ตอบ: สามารถเดินทางโดยรถยนต์ผ่านทางหลวงหมายเลข 41 เข้าสู่ตัวเมืองหลังสวน หรือเดินทางด้วยรถไฟลงสถานีรถไฟหลังสวน แล้วต่อรถท้องถิ่นไปยังพื้นที่สนามแม่น้ำหลังสวนและวัดด่านประชากร
ถาม: เที่ยวงานนี้แล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่ย่านตลาดหลังสวน สวนนายดำ ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์และเรือจำลองจักรีนฤเบศร ปากน้ำหลังสวน เกาะพิทักษ์ และหาดอรุโณทัยได้
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคใต้
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว



