หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออก >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดตราด >อ.แหลมงอบ >ต.น้ำเชี่ยว > มัสยิดอัลกุบรอ
TL;DR: มัสยิดอัลกุบรอ อยู่ที่ตำบลน้ำเชี่ยว อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ ตั้งอยู่ริมคลองน้ำเชี่ยว เป็นศาสนสถานที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตชาวมุสลิม และชุมชนพหุวัฒนธรรม 2 ศาสนา 3 วัฒนธรรม.
มัสยิดอัลกุบรอ

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
มัสยิดอัลกุบรอ หรือที่คนในพื้นที่รู้จักกันในชื่อมัสยิด 200 ปีบ้านน้ำเชี่ยว เป็นศาสนสถานเก่าแก่ริมคลองน้ำเชี่ยว ตำบลน้ำเชี่ยว อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด และเป็นหนึ่งในหลักฐานสำคัญที่สะท้อนรากประวัติศาสตร์ของชุมชนไทยมุสลิมบ้านน้ำเชี่ยวได้อย่างลึกซึ้ง มัสยิดแห่งนี้ไม่ใช่เพียงสถานที่ประกอบศาสนกิจของชาวมุสลิมเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางความทรงจำของชุมชนชายฝั่งตะวันออกที่เติบโตขึ้นจากการอยู่ร่วมกันของผู้คนหลายกลุ่ม ทั้งชาวพุทธ ชาวไทยเชื้อสายจีน และชาวไทยมุสลิมเชื้อสายจามหรือจำปา จนกลายเป็นชุมชนพหุวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดตราด
จุดเด่นของมัสยิดอัลกุบรออยู่ที่ประวัติการตั้งถิ่นฐานของกลุ่มชาวไทยมุสลิมในตำบลน้ำเชี่ยว ซึ่งพระบริหารเทพธานีสันนิษฐานไว้ว่า ชนกลุ่มนี้ถูกกวาดต้อนเข้ามาในสมัยสงครามกับญวนในเขมร ตรงกับช่วงรัชกาลที่ 3 และมีการเรียนภาษาเขียนที่ใช้ในคัมภีร์อัลกุรอาน เมื่อชาวมุสลิมกลุ่มแรกเข้ามาตั้งถิ่นฐานที่บ้านน้ำเชี่ยว จึงมีการสร้างสุเหร่าหรือมัสยิดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยใช้ไม้โกงกางปักเป็นเขต 4 ต้น หลังคามุงด้วยใบปรงที่นำมาสานเป็นตับคล้ายตับจาก ใช้กันแดดและกันฝน ก่อนที่ชุมชนจะค่อย ๆ ตั้งหลักแหล่งมั่นคงและต่อเติมสุเหร่าให้มีสภาพสมบูรณ์ขึ้นตามกาลเวลา สิ่งสำคัญคือมัสยิดแห่งนี้ยังคงอยู่ในพื้นที่เดิมโดยมิได้เคลื่อนย้ายจากจุดตั้งต้นของชุมชน
มัสยิดอัลกุบรอจึงเป็นเสมือนจุดเริ่มต้นของเรื่องเล่าชาวมุสลิมบ้านน้ำเชี่ยว เป็นสถานที่ที่เชื่อมโยงศรัทธา ภาษา การศึกษา วิถีชีวิต และความทรงจำของผู้คนหลายรุ่นเข้าด้วยกัน ชื่อ “อัลกุบรอ” สะท้อนความหมายของความยิ่งใหญ่และความสำคัญในฐานะมัสยิดหลักของชุมชน บ้านน้ำเชี่ยวในวันนี้จึงไม่ได้มีคุณค่าเพียงในฐานะแหล่งท่องเที่ยวชุมชน แต่ยังเป็นพื้นที่เรียนรู้เรื่องประวัติศาสตร์การย้ายถิ่น การอยู่ร่วมกันของคนต่างศาสนา และการปรับตัวของชุมชนริมคลองที่พัฒนาไปพร้อมกับทรัพยากรธรรมชาติรอบตัว
ตำบลน้ำเชี่ยวมีลักษณะภูมิประเทศที่เกี่ยวข้องกับน้ำโดยตรง ชื่อ “น้ำเชี่ยว” มาจากคลองน้ำเชี่ยวซึ่งไหลผ่านกลางชุมชนก่อนออกสู่อ่าวไทย พื้นที่นี้มีป่าชายเลน คลอง บ้านเรือนริมน้ำ เรือประมงพื้นบ้าน และวิถีชีวิตที่ผูกพันกับทะเลอย่างแนบแน่น เมื่อเดินทางมาถึงบริเวณมัสยิดอัลกุบรอ นักท่องเที่ยวจะเห็นภาพศาสนสถานที่ตั้งอยู่ริมคลองและรายล้อมด้วยบรรยากาศชุมชนเก่าแก่ บ้านเรือนริมน้ำ สะพาน ทางเดิน และวิถีชีวิตประจำวันของผู้คนในพื้นที่ ภาพทั้งหมดนี้ทำให้มัสยิดอัลกุบรอไม่ได้แยกขาดจากชุมชน แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตจริงที่ดำเนินอยู่ทุกวัน
ความสำคัญของมัสยิดอัลกุบรอยังอยู่ที่การเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวมุสลิมบ้านน้ำเชี่ยว ชาวบ้านใช้มัสยิดเป็นสถานที่ละหมาด เรียนรู้หลักศาสนา ถ่ายทอดภาษาและความรู้ที่เกี่ยวข้องกับคัมภีร์อัลกุรอาน รวมถึงใช้เป็นพื้นที่พบปะของคนในชุมชนในวาระสำคัญทางศาสนา สำหรับนักท่องเที่ยว มัสยิดแห่งนี้จึงควรได้รับการเยี่ยมชมด้วยความเคารพ ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่รบกวนช่วงเวลาประกอบศาสนกิจ และควรสอบถามชุมชนหรือผู้นำเที่ยวท้องถิ่นก่อนเข้าชมพื้นที่ภายในที่เกี่ยวข้องกับการละหมาด
บ้านน้ำเชี่ยวเป็นชุมชนที่มีชื่อเสียงจากแนวคิด “2 ศาสนา 3 วัฒนธรรม” ซึ่งสะท้อนการอยู่ร่วมกันของชาวพุทธ ชาวมุสลิม และชาวไทยเชื้อสายจีนอย่างสงบ ความน่าสนใจของชุมชนอยู่ที่ผู้คนต่างศาสนาสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างกลมกลืน มีพื้นที่สำคัญทั้งวัดน้ำเชี่ยว มัสยิดอัลกุบรอ ศาลเจ้า บ้านเรือนริมน้ำ และกิจกรรมชุมชนที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม การเดินชมมัสยิดอัลกุบรอจึงควรเชื่อมโยงกับการทำความเข้าใจภาพรวมของชุมชน ไม่ใช่การมองสถานที่นี้เป็นเพียงจุดถ่ายภาพหรืออาคารเก่าแก่เท่านั้น
ในมิติทางวัฒนธรรม มัสยิดอัลกุบรอสัมพันธ์กับวิถีอาหาร เครื่องแต่งกาย และประเพณีของชาวมุสลิมบ้านน้ำเชี่ยว อาหารท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น ข้าวเกรียบยาหน้า ก๋วยเตี๋ยวผัดบ้านน้ำเชี่ยว หอยปากเป็ดผัดใบโหระพา ปลาต้มส้มพริกขี้หนู และน้ำพริกกะปิ ล้วนสะท้อนรสชาติของชุมชนที่อยู่ระหว่างทะเล ป่าชายเลน และครัวเรือนมุสลิม นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาชมมัสยิดจึงสามารถต่อยอดประสบการณ์ด้วยการลองอาหารชุมชน ชมการทำงอบใบจาก ทำข้าวเกรียบยาหน้า ทำตังเมกรอบ หรือล่องเรือชมธรรมชาติป่าชายเลนของบ้านน้ำเชี่ยว
อีกหนึ่งประเพณีที่สะท้อนความผูกพันของชุมชนกับสายน้ำคือการแข่งขันพายเรือด้วยลำไม้ไผ่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับช่วงวันออกบวชของชาวมุสลิม เป็นกิจกรรมที่ใช้คลองน้ำเชี่ยวเป็นพื้นที่สร้างความสามัคคีและความสนุกสนานของคนในหมู่บ้าน ภาพของเรือ ไม้ไผ่ คลอง น้ำขึ้น และเสียงเชียร์จากสองฝั่งคลอง ช่วยให้เห็นว่าศาสนาและวิถีชีวิตของบ้านน้ำเชี่ยวไม่ได้ดำรงอยู่เฉพาะในอาคารมัสยิด แต่แผ่ขยายไปสู่พื้นที่ชุมชน ท่าเรือ ตลาด บ้านเรือน และกิจกรรมร่วมกันของคนในพื้นที่
สำหรับนักท่องเที่ยวสายประวัติศาสตร์ มัสยิดอัลกุบรอเหมาะกับการใช้เวลาเรียนรู้ไม่น้อยกว่า 30 นาที โดยเฉพาะหากมีผู้นำเที่ยวชุมชนอธิบายเรื่องราวการตั้งถิ่นฐานของชาวมุสลิมบ้านน้ำเชี่ยว การใช้ไม้โกงกางและใบปรงในการสร้างสุเหร่ารุ่นแรก และการที่มัสยิดยังคงตั้งอยู่ในพื้นที่เดิมจนถึงปัจจุบัน เรื่องเล่านี้ช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจว่าศาสนสถานอายุ 200 ปีไม่ได้มีความหมายเฉพาะด้านสถาปัตยกรรมเท่านั้น แต่มีคุณค่าในฐานะความทรงจำร่วมของคนทั้งชุมชน
สำหรับนักท่องเที่ยวสายถ่ายภาพ บริเวณริมคลองน้ำเชี่ยวเป็นจุดที่ให้บรรยากาศเฉพาะตัว โดยเฉพาะมุมที่เห็นมัสยิดริมน้ำ บ้านเรือนสองฝั่งคลอง และเงาสะท้อนบนผิวน้ำ ช่วงเช้าและช่วงเย็นเป็นเวลาที่แสงนุ่มเหมาะกับการถ่ายภาพมากกว่ากลางวัน อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพบุคคลในพื้นที่ศาสนาโดยไม่ได้รับอนุญาต และควรให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของคนในชุมชนมากกว่าการเก็บภาพเพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว
หากมองในภาพรวมของจังหวัดตราด มัสยิดอัลกุบรอเป็นจุดท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่แตกต่างจากภาพจำของตราดในฐานะเมืองทะเลและประตูสู่เกาะช้าง เพราะที่นี่นำเสนออีกด้านหนึ่งของจังหวัด คือเรื่องราวของชุมชนริมน้ำ ศรัทธา การค้าขาย ประมง ป่าชายเลน และความหลากหลายทางวัฒนธรรม นักท่องเที่ยวที่แวะบ้านน้ำเชี่ยวก่อนเดินทางไปเกาะช้างหรือกลับจากเกาะช้างจะได้เห็นว่าตราดไม่ได้มีเพียงชายหาดและเกาะ แต่ยังมีชุมชนเก่าแก่ที่เล่าเรื่องประวัติศาสตร์ชายฝั่งได้อย่างมีชีวิต
การเดินทาง ไปยังมัสยิดอัลกุบรอและชุมชนบ้านน้ำเชี่ยวสามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด จากตัวเมืองตราดขับไปทางอำเภอแหลมงอบตามเส้นทางที่เชื่อมต่อไปยังท่าเรือเกาะช้าง ระยะทางจากตัวเมืองตราดประมาณ 8 กม. เส้นทางหลักเข้าสู่พื้นที่ชุมชนสามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 3148 ได้ เมื่อเข้าสู่ตำบลน้ำเชี่ยวให้มุ่งหน้าไปยังวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านน้ำเชี่ยวหรือบริเวณคลองน้ำเชี่ยว ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะสำหรับสอบถามข้อมูลการเยี่ยมชมมัสยิด ล่องเรือ ชมสะพานวัดใจ และเดินชมชุมชน
ผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถเดินทางมาถึงตัวเมืองตราดด้วยรถโดยสารประจำทางหรือรถตู้จากกรุงเทพฯ จากนั้นต่อรถท้องถิ่น รถรับจ้าง หรือเหมารถไปบ้านน้ำเชี่ยว วิธีนี้เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการใช้เวลาครึ่งวันหรือ 1 วันเต็มในชุมชน หากเดินทางเป็นกลุ่ม ควรติดต่อวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านน้ำเชี่ยวล่วงหน้า เพื่อจัดการเรื่องผู้นำเที่ยวท้องถิ่น การล่องเรือ อาหารชุมชน และการเข้าชมพื้นที่สำคัญอย่างเหมาะสม
สิ่งที่ควรเตรียมก่อนมาเยือนมัสยิดอัลกุบรอคือเสื้อผ้าสุภาพ รองเท้าที่ถอดง่าย หมวกหรือร่มสำหรับเดินชมชุมชน และเงินสดสำหรับซื้ออาหารหรือของฝากจากชุมชน ผู้หญิงที่ต้องการเข้าชมพื้นที่ศาสนาควรแต่งกายมิดชิด ส่วนผู้ชายควรหลีกเลี่ยงกางเกงขาสั้นมากและเสื้อไม่มีแขน การแต่งกายอย่างเหมาะสมไม่เพียงช่วยให้เข้าชมได้ราบรื่น แต่ยังเป็นการให้เกียรติศาสนสถานและผู้คนในพื้นที่
มัสยิดอัลกุบรอเหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม ทั้งครอบครัว นักเรียน นักศึกษา กลุ่มศึกษาดูงาน นักท่องเที่ยวต่างชาติ และผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ชุมชนชายฝั่ง หากมีเวลา ควรเที่ยวร่วมกับสะพานวัดใจ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน วัดน้ำเชี่ยว จุดล่องเรือชมวิถีประมง และชิมอาหารพื้นถิ่น เพราะทั้งหมดนี้ช่วยเติมเต็มภาพของบ้านน้ำเชี่ยวให้ครบถ้วนมากกว่าการแวะชมมัสยิดเพียงจุดเดียว
ในฐานะมัสยิด 200 ปีของจังหวัดตราด มัสยิดอัลกุบรอคือสถานที่ที่ทำให้เห็นว่าประวัติศาสตร์ไม่ได้อยู่ไกลตัว แต่ปรากฏอยู่ในอาคาร ริมคลอง เสียงละหมาด ภาษาที่ใช้เรียนรู้ศาสนา อาหารที่ชาวบ้านทำให้แขกผู้มาเยือน และรอยยิ้มของคนต่างศาสนาที่อยู่ร่วมกันมายาวนาน ผู้ที่มาเยือนที่นี่จึงไม่ได้เพียงได้เห็นมัสยิดเก่าแก่ แต่ได้เข้าใจหัวใจของชุมชนบ้านน้ำเชี่ยวอย่างแท้จริง
| ชื่อสถานที่ | มัสยิดอัลกุบรอ หรือมัสยิด 200 ปีบ้านน้ำเชี่ยว |
| ที่ตั้ง | ตำบลน้ำเชี่ยว อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด |
| ที่อยู่ | ตำบลน้ำเชี่ยว อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด 23120 |
| ไฮไลต์ | มัสยิดเก่าแก่ริมคลอง อายุเกิน 200 ปี และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวมุสลิมบ้านน้ำเชี่ยว |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เกี่ยวข้องกับการตั้งถิ่นฐานของชาวมุสลิมเชื้อสายจามหรือจำปาในสมัยรัชกาลที่ 3 สุเหร่ารุ่นแรกใช้ไม้โกงกางปักเป็นเขต 4 ต้น และมุงหลังคาด้วยใบปรง |
| ที่มาของชื่อ | อัลกุบรอเป็นชื่อมัสยิดปัจจุบันของสุเหร่าเก่าแห่งบ้านน้ำเชี่ยว ซึ่งชุมชนเรียกกันว่า “มัสยิด 200 ปี” |
| ลักษณะเด่น | ตั้งอยู่ริมคลองน้ำเชี่ยว เป็นศาสนสถานที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตชาวมุสลิม และชุมชนพหุวัฒนธรรม 2 ศาสนา 3 วัฒนธรรม |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองตราดขับรถไปทางอำเภอแหลมงอบ ใช้เส้นทางที่เชื่อมต่อไปยังท่าเรือเกาะช้างและทางหลวงหมายเลข 3148 ระยะทางจากตัวเมืองตราดประมาณ 8 กม. |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นศาสนสถานและแหล่งเรียนรู้เชิงประวัติศาสตร์ของชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว เปิดให้เยี่ยมชมในรูปแบบท่องเที่ยวชุมชนโดยควรเคารพช่วงเวลาประกอบศาสนกิจ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. สำหรับกิจกรรมท่องเที่ยวชุมชน |
| ค่าเข้า | ไม่ระบุค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ห้องละหมาด ห้องน้ำ ห้องน้ำผู้สูงอายุ ที่จอดรถ พัดลม ห้องประชุม บริการวีลแชร์ และบริการอินเทอร์เน็ตไวไฟในพื้นที่ชุมชนท่องเที่ยว |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | มัสยิดอัลกุบรอ ริมคลองน้ำเชี่ยว สะพานวัดใจ พื้นที่บ้านเรือนริมน้ำ จุดล่องเรือชุมชน และพื้นที่เรียนรู้วิถีชีวิตบ้านน้ำเชี่ยว |
| ผู้ดูแล / ผู้ประสานงานชุมชน | วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านน้ำเชี่ยว คุณรสริน วิรัญโท โทร. 089-244-6702 และคุณทองศรี นรินทร โทร. 061-660-0955 |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 061-660-0955, 089-244-6702 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | Facebook: วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านน้ำเชี่ยว |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. สะพานวัดใจ บ้านน้ำเชี่ยว ประมาณ 1 กม. 2. ศูนย์ศึกษาธรรมชาติระบบนิเวศป่าชายเลนน้ำเชี่ยว ประมาณ 2 กม. 3. วัดน้ำเชี่ยว ประมาณ 1 กม. 4. ท่าเรือแหลมงอบ ประมาณ 11 กม. 5. อนุสรณ์สถานยุทธนาวีที่เกาะช้าง ประมาณ 12 กม. 6. ตัวเมืองตราด ประมาณ 8 กม. 7. เกาะช้าง ผ่านท่าเรือแหลมงอบ ประมาณ 20 กม. ขึ้นไปตามเส้นทางและเรือโดยสาร |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ทิวธารา ประมาณ 3 กม. 2. ร้านลุงป้าบ้านล่าง 1991 ประมาณ 8 กม. 3. ชาบูถ้วยมากิว ตราด ประมาณ 9 กม. 4. ก๋วยเตี๋ยวปู ประมาณ 9 กม. 5. เกี๊ยวหนองบัว ประมาณ 9 กม. 6. คนพลัดถิ่น ประมาณ 9 กม. 7. เต้าทึงกิ่งเพชร ประมาณ 10 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Big House Resort, Trat ประมาณ 3 กม. 2. Baan Hotelier Resort ประมาณ 3 กม. 3. Bann Lookjan Trat ประมาณ 5 กม. 4. Suchanari At Laem Ngop ประมาณ 5 กม. 5. Toscana Trat Hotel ประมาณ 8 กม. 6. Trattara Boutique Hotel ประมาณ 9 กม. 7. Trat 101 Hotel ประมาณ 9 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: มัสยิดอัลกุบรออยู่ที่ไหน?
ตอบ: มัสยิดอัลกุบรอตั้งอยู่ที่ตำบลน้ำเชี่ยว อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด ริมคลองน้ำเชี่ยว ภายในชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว
ถาม: ทำไมมัสยิดอัลกุบรอจึงเรียกว่ามัสยิด 200 ปี?
ตอบ: เพราะเป็นมัสยิดเก่าแก่ของชุมชนมุสลิมบ้านน้ำเชี่ยวที่มีประวัติยาวนานกว่า 200 ปี และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวมุสลิมในพื้นที่
ถาม: มัสยิดอัลกุบรอเกี่ยวข้องกับสมัยรัชกาลที่ 3 อย่างไร?
ตอบ: ประวัติชุมชนระบุว่าชาวมุสลิมเชื้อสายจามหรือจำปาเข้ามาตั้งถิ่นฐานที่บ้านน้ำเชี่ยวในช่วงสมัยรัชกาลที่ 3 หลังเหตุการณ์สงครามกับญวนในเขมร
ถาม: นักท่องเที่ยวเข้าชมมัสยิดอัลกุบรอได้หรือไม่?
ตอบ: นักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมในรูปแบบท่องเที่ยวชุมชนได้ โดยควรแต่งกายสุภาพ เคารพสถานที่ และหลีกเลี่ยงการรบกวนช่วงเวลาประกอบศาสนกิจ
ถาม: บ้านน้ำเชี่ยวมีจุดเด่นอะไรนอกจากมัสยิดอัลกุบรอ?
ตอบ: บ้านน้ำเชี่ยวมีจุดเด่นด้านชุมชน 2 ศาสนา 3 วัฒนธรรม สะพานวัดใจ วิถีประมง ป่าชายเลน การล่องเรือ อาหารพื้นถิ่น และกิจกรรมเรียนรู้ชุมชน
ถาม: ควรเที่ยวมัสยิดอัลกุบรอร่วมกับสถานที่ใด?
ตอบ: ควรเที่ยวร่วมกับสะพานวัดใจ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนน้ำเชี่ยว วัดน้ำเชี่ยว ท่าเรือแหลมงอบ และตัวเมืองตราด
ถาม: ไปมัสยิดอัลกุบรอจากตัวเมืองตราดอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองตราดขับรถไปทางอำเภอแหลมงอบ ใช้เส้นทางที่เชื่อมต่อไปยังท่าเรือเกาะช้างและทางหลวงหมายเลข 3148 ระยะทางประมาณ 8 กม.
ถาม: ต้องติดต่อใครหากต้องการเที่ยวชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว?
ตอบ: สามารถติดต่อวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านน้ำเชี่ยว โทร. 061-660-0955 หรือ 089-244-6702 เพื่อสอบถามกิจกรรมท่องเที่ยวชุมชนและการเยี่ยมชมพื้นที่สำคัญ
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●มัสยิด
ปรับปรุงล่าสุด : 4 สัปดาห์ที่แล้ว



