หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดน่าน >อ.เวียงสา >ต.แม่ขะนิง > ชนเผ่าตองเหลือง
TL;DR: ชนเผ่าตองเหลือง เปิดสามารถเยี่ยมชมชุมชนชาติพันธุ์ได้ตามช่วงเวลาที่ชุมชนเปิดรับนักท่องเที่ยว เวลา ควรติดต่อชุมชนหรือหน่วยงานท้องถิ่นล่วงหน้า.

น่าน

ชนเผ่าตองเหลือง

ชนเผ่าตองเหลือง

วันเปิดทำการ: สามารถเยี่ยมชมชุมชนชาติพันธุ์ได้ตามช่วงเวลาที่ชุมชนเปิดรับนักท่องเที่ยว
เวลาเปิดทำการ: ควรติดต่อชุมชนหรือหน่วยงานท้องถิ่นล่วงหน้า
 
ชนเผ่ามละบริ หรือ บลาบรี ซึ่งคนทั่วไปในภาคเหนือมักรู้จักในชื่อ “ตองเหลือง” เป็นหนึ่งในกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีเรื่องราวทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตโดดเด่นที่สุดกลุ่มหนึ่งของประเทศไทย กลุ่มชาติพันธุ์นี้มีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับป่าไม้ ธรรมชาติ และการดำรงชีวิตแบบเคลื่อนย้ายตามแหล่งอาหารมาเป็นเวลายาวนาน ชื่อ “ตองเหลือง” ที่คนภายนอกใช้เรียกนั้น มาจากวิถีการสร้างเพิงพักชั่วคราวด้วยใบตองหรือใบไม้ขนาดใหญ่ เมื่อพักอยู่ระยะหนึ่ง ใบไม้หรือใบตองจะแห้งและเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ก่อนที่ชุมชนจะย้ายไปยังพื้นที่ใหม่เพื่อหาอาหารต่อไป
 
อย่างไรก็ตาม ชื่อที่กลุ่มชาติพันธุ์นี้ใช้เรียกตนเองคือ “มละบริ” หรือ “บลาบรี” ซึ่งมีความหมายใกล้เคียงกับคำว่า “คนป่า” หรือ “ผู้คนแห่งป่า” ชื่อนี้สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับธรรมชาติอย่างชัดเจน เพราะวิถีชีวิตดั้งเดิมของมละบริผูกพันกับป่าในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค หรือเส้นทางการดำรงชีวิต
 
ในอดีต มละบริมีลักษณะการดำรงชีวิตแบบเร่ร่อนหรือกึ่งเร่ร่อน โดยจะย้ายถิ่นฐานไปตามพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ การล่าสัตว์ การเก็บของป่า และการหาอาหารจากธรรมชาติถือเป็นหัวใจสำคัญของการดำรงชีวิต พวกเขามีความรู้เกี่ยวกับป่าอย่างลึกซึ้ง สามารถรู้ได้ว่าพื้นที่ใดมีอาหาร พื้นที่ใดมีน้ำ หรือช่วงเวลาใดเหมาะสำหรับการเก็บพืชป่าชนิดต่าง ๆ ความรู้เหล่านี้ไม่ได้เกิดจากตำรา แต่เป็นภูมิปัญญาที่สั่งสมผ่านประสบการณ์และการถ่ายทอดภายในกลุ่ม
 
เพิงพักของมละบริในอดีตมีลักษณะเรียบง่าย ใช้กิ่งไม้ ใบตอง และวัสดุธรรมชาติในป่าเป็นองค์ประกอบหลัก โครงสร้างเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้อาศัยชั่วคราวระหว่างอยู่ในพื้นที่หาอาหาร เมื่อทรัพยากรเริ่มลดลงหรืออาหารไม่เพียงพอ ชุมชนก็จะย้ายไปยังพื้นที่ใหม่ กระบวนการเช่นนี้เป็นส่วนหนึ่งของวงจรชีวิตที่สอดคล้องกับธรรมชาติ และช่วยลดผลกระทบต่อทรัพยากรในแต่ละพื้นที่
 
แม้คนภายนอกในอดีตจะมองวิถีชีวิตแบบเร่ร่อนของมละบริว่าแตกต่างจากสังคมเกษตรกรรมทั่วไป แต่ในความเป็นจริงแล้ว รูปแบบชีวิตเช่นนี้สะท้อนการปรับตัวต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ มละบริมีความเข้าใจธรรมชาติในระดับลึก ทั้งพฤติกรรมสัตว์ป่า การใช้พืชสมุนไพร การสังเกตฤดูกาล และการอ่านสภาพป่า ซึ่งถือเป็นองค์ความรู้สำคัญด้านชาติพันธุ์และระบบนิเวศ
 
พื้นที่ที่พบชุมชนมละบริในประเทศไทยส่วนใหญ่อยู่ในเขตจังหวัดน่าน แพร่ และอุตรดิตถ์ โดยเฉพาะพื้นที่ภูเขาและป่าทางภาคเหนือ หลายชุมชนในปัจจุบันเริ่มมีการตั้งถิ่นฐานถาวรมากขึ้น มีการเข้าถึงระบบการศึกษา การรักษาพยาบาล และการพัฒนาด้านคุณภาพชีวิตจากภาครัฐและองค์กรต่าง ๆ แม้วิถีชีวิตจะเปลี่ยนแปลงไป แต่รากวัฒนธรรมเกี่ยวกับป่าและธรรมชาติยังคงเป็นหัวใจสำคัญของอัตลักษณ์มละบริ
 
จังหวัดน่านถือเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญที่มีการศึกษาชาติพันธุ์มละบริอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากพื้นที่ป่าภูเขาของน่านมีความอุดมสมบูรณ์และเคยเป็นเส้นทางการเคลื่อนย้ายของกลุ่มชาติพันธุ์นี้มาในอดีต การเดินทางในพื้นที่ป่าของภาคเหนือในอดีตเต็มไปด้วยความยากลำบาก การดำรงชีวิตของมละบริจึงอาศัยความสามารถในการสังเกตธรรมชาติและการอยู่ร่วมกับป่าอย่างแท้จริง
 
วัฒนธรรมของมละบริมีลักษณะเรียบง่ายและผูกพันกับกลุ่มเครือญาติ ความสัมพันธ์ในชุมชนมีลักษณะใกล้ชิด การแบ่งปันอาหารและทรัพยากรเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากการดำรงชีวิตในป่าต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างสมาชิกในกลุ่ม การออกหาอาหาร การล่าสัตว์ หรือการเก็บพืชป่ามักทำร่วมกัน และมีการแบ่งปันผลผลิตอย่างทั่วถึง
 
ในมิติของภาษา มละบริมีภาษาพูดของตนเองซึ่งอยู่ในตระกูลภาษาออสโตรเอเชียติก ภาษาและคำศัพท์จำนวนมากเกี่ยวข้องกับธรรมชาติ ป่าไม้ และการดำรงชีวิตแบบดั้งเดิม สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าภาษาไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสื่อสาร แต่ยังเป็นคลังความรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมอีกด้วย
 
ปัจจุบัน ชุมชนมละบริบางแห่งเปิดพื้นที่ให้เกิดการเรียนรู้เชิงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเชิงชาติพันธุ์ นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้เรื่องราวของมละบริผ่านกิจกรรมชุมชน การฟังเรื่องเล่าเกี่ยวกับชีวิตในป่า การเรียนรู้วิธีใช้พืชพื้นบ้าน และการทำความเข้าใจวิถีชีวิตที่แตกต่างจากสังคมเมือง อย่างไรก็ตาม การท่องเที่ยวในลักษณะนี้ควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเคารพ ไม่รบกวนวิถีชีวิตของชุมชน และไม่เปลี่ยนวัฒนธรรมให้กลายเป็นเพียงสินค้าเพื่อการแสดง
 
เรื่องราวของมละบริยังมีความสำคัญในเชิงประวัติศาสตร์และมานุษยวิทยา เพราะช่วยให้เข้าใจว่าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมมากเพียงใด กลุ่มชาติพันธุ์แต่ละกลุ่มต่างมีวิธีปรับตัวต่อสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกัน และวิถีชีวิตของมละบริคือหนึ่งในตัวอย่างของการอยู่ร่วมกับธรรมชาติแบบพึ่งพาอาศัยกันอย่างใกล้ชิด
 
ในอดีต คำว่า “ผีตองเหลือง” เคยถูกใช้เรียกกลุ่มชาติพันธุ์นี้ แต่ปัจจุบันถือว่าเป็นคำที่ไม่เหมาะสมและอาจสร้างภาพจำเชิงลบ การใช้คำว่า “มละบริ” หรือ “บลาบรี” จึงเป็นแนวทางที่เหมาะสมกว่า เพราะเป็นชื่อที่สะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชนและให้เกียรติกลุ่มชาติพันธุ์มากกว่า
 
มละบริไม่ได้เป็นเพียงกลุ่มชาติพันธุ์เล็ก ๆ ในป่าภาคเหนือ แต่เป็นตัวแทนขององค์ความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติที่สั่งสมมายาวนาน ความเข้าใจเรื่องป่า การใช้ทรัพยากรอย่างพอดี และการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างเคารพ ล้วนเป็นบทเรียนสำคัญที่สังคมปัจจุบันสามารถเรียนรู้ได้ โดยเฉพาะในยุคที่ปัญหาสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรเกินขีดจำกัดกำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญของโลก
 
สำหรับผู้ที่สนใจการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม จังหวัดน่านและพื้นที่ภาคเหนือหลายแห่งยังคงมีร่องรอยเรื่องราวเกี่ยวกับมละบริให้ศึกษา ทั้งผ่านพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ศูนย์เรียนรู้ชาติพันธุ์ และชุมชนที่เปิดพื้นที่ให้เกิดการเรียนรู้ นักท่องเที่ยวสามารถใช้โอกาสนี้ในการทำความเข้าใจวัฒนธรรมชาติพันธุ์อย่างลึกซึ้ง มากกว่าการมองเพียงภาพแปลกใหม่จากภายนอก
 
การเดินทาง พื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับชุมชนมละบริส่วนใหญ่อยู่ในเขตภูเขาของจังหวัดน่าน แพร่ และอุตรดิตถ์ นักท่องเที่ยวที่สนใจเรียนรู้เรื่องราวของมละบริสามารถเดินทางผ่านอำเภอปัว อำเภอบ่อเกลือ หรือพื้นที่ใกล้อุทยานแห่งชาติดอยภูคา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการศึกษาและเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ของกลุ่มชาติพันธุ์นี้
 
ชื่อกลุ่มชาติพันธุ์มละบริ / บลาบรี
ชื่อที่คนภายนอกใช้เรียกตองเหลือง, ผีตองเหลือง
พื้นที่เกี่ยวข้องจังหวัดน่าน แพร่ และอุตรดิตถ์
ลักษณะวิถีชีวิตดั้งเดิมล่าสัตว์ เก็บของป่า และเคลื่อนย้ายตามแหล่งอาหาร
ที่มาของชื่อ “ตองเหลือง”มาจากเพิงพักใบตองที่แห้งและเปลี่ยนเป็นสีเหลืองก่อนย้ายถิ่น
ความสำคัญสะท้อนภูมิปัญญาการอยู่ร่วมกับป่าและความหลากหลายทางวัฒนธรรมของไทย
ผู้ดูแล / หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร, หน่วยงานท้องถิ่น และชุมชนชาติพันธุ์มละบริ
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. อุทยานแห่งชาติดอยภูคา จ.น่าน ประมาณ 15 กม.
2. ถนนลอยฟ้าปัว ประมาณ 20 กม.
3. บ้านไทลื้อหนองบัว ประมาณ 22 กม.
4. วัดภูเก็ต อำเภอปัว ประมาณ 18 กม.
5. ดอยเสมอดาว จังหวัดน่าน ประมาณ 90 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. Cocoa Valley Resort Restaurant ประมาณ 18 กม. โทร. 093-242-2914
2. Huanam Mushroom Farm ประมาณ 17 กม. โทร. 081-960-7334
3. เฮือนฮอม ปัว ประมาณ 18 กม.
4. ร้านอาหารปัววิว ประมาณ 20 กม.
5. กาแฟบ้านไทลื้อ ประมาณ 22 กม.
ที่พักใกล้เคียง1. Cocoa Valley Resort ประมาณ 18 กม. โทร. 093-242-2914
2. Pua De View Boutique Resort ประมาณ 19 กม. โทร. 054-718-411
3. ดอยภูคารีสอร์ท ประมาณ 25 กม.
4. Homu Villa ประมาณ 20 กม. โทร. 088-961-9759
5. ปัวพาโนรามารีสอร์ท ประมาณ 21 กม. โทร. 081-530-3433
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: มละบริคือใคร?
ตอบ: มละบริหรือบลาบรีเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ในภาคเหนือของไทยที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับป่าและธรรมชาติ
 
ถาม: ทำไมจึงเรียกว่าตองเหลือง?
ตอบ: เพราะในอดีตใช้ใบตองสร้างเพิงพัก เมื่อใบตองเหลืองจึงย้ายไปยังพื้นที่ใหม่
 
ถาม: วิถีชีวิตดั้งเดิมของมละบริเป็นอย่างไร?
ตอบ: มีวิถีชีวิตแบบล่าสัตว์ เก็บของป่า และเคลื่อนย้ายตามแหล่งอาหารในธรรมชาติ
 
ถาม: ปัจจุบันมละบริยังเร่ร่อนอยู่หรือไม่?
ตอบ: หลายชุมชนเริ่มตั้งถิ่นฐานถาวรและเข้าถึงการศึกษาและบริการพื้นฐานมากขึ้น
 
ถาม: ควรใช้คำว่าอะไรในการเรียกกลุ่มชาติพันธุ์นี้?
ตอบ: ควรใช้คำว่า มละบริ หรือ บลาบรี ซึ่งเป็นคำที่ให้เกียรติและเหมาะสมกว่า
 
ถาม: สามารถเรียนรู้เรื่องราวของมละบริได้ที่ไหน?
ตอบ: สามารถศึกษาได้ในพื้นที่จังหวัดน่าน พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น และศูนย์เรียนรู้ชาติพันธุ์ต่าง ๆ

วิถีชีวิตหมวดหมู่: ●วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชนกลุ่ม: ●หมู่บ้าน ชุมชนประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคเหนือ

update iconปรับปรุงล่าสุด : 4 วันที่แล้ว


GPS คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่ชนเผ่าตองเหลือง

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(6)

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(6)

พิพิธภัณฑ์(4)

บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(1)

อาร์ตแกลเลอรี่(1)

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ

ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(1)

มหาวิทยาลัย

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัด(68)

โบสถ์(1)

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(18)

โครงการในพระราชดำริ

โครงการหลวง(2)

วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชน(13)

ตลาดท้องถิ่น(1)

ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(9)

ดอย และภูเขา(6)

เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(16)

น้ำตก(28)

น้ำพุร้อน(1)

ถ้ำ(11)

แม่น้ำลำคลอง(5)

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(10)

บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(4)

กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(2)