หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดน่าน >อ.นาน้อย >ต.ศรีษะเกษ > วัดพระธาตุศรีษะเกษ
TL;DR: วัดพระธาตุศรีษะเกษ อยู่ที่ตำบลศรีษะเกษ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน เวลา 08.00 - 17.00 น. จุดเด่นคือ วัดที่มีตำนานเกี่ยวกับพระบรมธาตุ ลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์ อุทกภัย และแรงศรัทธาของชาวบ้านในการสร้างวัดขึ้นใหม่.
วัดพระธาตุศรีษะเกษ
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 - 17.00 น.
วัดพระธาตุศรีษะเกษ ตั้งอยู่ในตำบลศรีษะเกษ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน เป็นหนึ่งในปูชนียสถานสำคัญของชาวอำเภอนาน้อยที่มีประวัติความเป็นมายาวนานและผูกพันกับศรัทธาของชุมชนหลายชั่วอายุคน จุดเด่นของวัดคือองค์พระธาตุศรีษะเกษซึ่งประดิษฐานพระบรมธาตุที่ชาวบ้านเคารพนับถือ เรื่องราวของวัดแห่งนี้สะท้อนทั้งความศักดิ์สิทธิ์ ภัยธรรมชาติ การโยกย้ายถิ่นฐาน และพลังศรัทธาของชาวบ้านที่ร่วมกันฟื้นฟูวัดขึ้นใหม่หลายครั้งจนกลายเป็นศูนย์รวมใจของชุมชนศรีษะเกษในปัจจุบัน
แม้ไม่มีหลักฐานแน่ชัดระบุปีที่สร้างวัดพระธาตุศรีษะเกษ แต่คำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชนต่างยืนยันตรงกันว่าวัดแห่งนี้มีความเก่าแก่และเกี่ยวข้องกับชาวม่านหรือชาวพม่าที่เคยเข้ามาสร้างองค์พระธาตุในพื้นที่ เรื่องเล่าดังกล่าวทำให้วัดพระธาตุศรีษะเกษมีมิติทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ เพราะสะท้อนการเดินทางของผู้คน ความเชื่อ และอิทธิพลทางศิลปวัฒนธรรมที่เคยเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน
เดิมทีวัดพระธาตุศรีษะเกษตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแหง บริเวณแขวงเมืองศรีษะเกษ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับบ้านก่อมก้อ ภายในวัดเดิมมีสถูป พระวิหาร พระประธานหล่อด้วยโลหะสัมฤทธิ์หน้าตักกว้างถึง 4 ศอก และมีที่พักสำหรับพระภิกษุสามเณร พื้นที่วัดเดิมจึงเป็นศาสนสถานที่มีองค์ประกอบครบถ้วน ทั้งพระธาตุ วิหาร พระประธาน และเสนาสนะสำหรับพระสงฆ์ แสดงให้เห็นว่าวัดแห่งนี้เคยมีบทบาทสำคัญในฐานะวัดประจำชุมชนมาแต่เดิม
เหตุการณ์สำคัญที่เปลี่ยนชะตาของวัดคืออุทกภัยครั้งใหญ่จากฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน กระแสน้ำได้พัดทำลายวัดและสิ่งก่อสร้างทั้งหมดจนพังทลายและจมหาย ชาวบ้านพยายามช่วยกันค้นหาพระประธานและวัตถุโบราณต่าง ๆ แต่ไม่พบสิ่งสำคัญเหล่านั้น เหลือเพียงซากปรักหักพังบางส่วนเป็นหลักฐานให้ระลึกถึงวัดเดิม เหตุการณ์นี้กลายเป็นความทรงจำร่วมของชุมชน และเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูวัดด้วยแรงศรัทธาครั้งใหม่
หลังวัดเดิมถูกน้ำพัดเสียหาย ชาวบ้านได้ร่วมกันสร้างวัดใหม่ขึ้นห่างจากที่เดิมไปทางทิศตะวันออก พร้อมสร้างพระประธานด้วยอิฐปูน หน้าตักกว้าง 4 ศอก และทำรั้วไม้โดยใช้ไม้ไผ่เจาะรูสอดกับไม้เนื้อแข็ง เรียกว่า “ประตูบ่อง” เพื่อป้องกันวัวควายไม่ให้เข้ามารบกวนภายในวัด รายละเอียดนี้สะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิถีชีวิตชนบทในอดีต ที่ชุมชนใช้วัสดุใกล้ตัวและแรงงานร่วมกันเพื่อรักษาพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของหมู่บ้าน
อย่างไรก็ตาม วัดแห่งใหม่ก็ยังต้องเผชิญกับอุทกภัยอีกครั้ง เมื่อแม่น้ำเปลี่ยนทิศทางและกัดเซาะพื้นที่วัดจนพระอุโบสถและพระประธานพังทลายลงในแม่น้ำ เหตุการณ์ซ้ำรอยนี้ทำให้ชาวบ้านตัดสินใจรื้อสถูปและเก็บรักษาวัตถุโบราณสำคัญ รวมถึงไหบรรจุพระบรมธาตุและลูกแก้วมีค่า ขึ้นไปเก็บไว้บนภูเขาในบริเวณหมู่บ้านศรีษะเกษ เพื่อป้องกันไม่ให้สูญหายไปกับกระแสน้ำอีก
หลังจากนั้น ผู้คนจำนวนหนึ่งได้อพยพไปตั้งรกรากในจังหวัดเชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอุทกภัยซ้ำอีก แต่ศรัทธาต่อพระธาตุและวัดเดิมยังไม่สูญหาย ต่อมาหลวงพ่อเพ็ง หรือพระสุยะสาทโร ได้นำชาวบ้านจำนวนหนึ่งกลับมาสร้างบ้านเรือนและวัดขึ้นใหม่บนเชิงเขา โดยยังคงใช้ชื่อเดิมว่า “วัดพระธาตุศรีษะเกษ” เพื่อสืบทอดความศรัทธาและความทรงจำของชุมชนเดิมให้คงอยู่ต่อไป
เมื่อสร้างวัดใหม่เสร็จสิ้น หลวงพ่อเพ็งได้เปิดไหที่เก็บรักษาไว้ พบพระบรมธาตุสีขาวขนาดเท่านิ้วก้อย ลักษณะคล้ายเบี้ยจั่น พร้อมด้วยลูกแก้ว 7 ลูก ได้แก่ แก้วมหานิลสีดำ แก้วเขียวหัวเป็ดสีเขียว แก้วก้อสีแดงก่ำ หมอกมุงเมืองสีขาวหม่น สีขาวใส และสีเหลืองอีก 2 ลูก โดยเฉพาะแก้วเขียวที่เมื่อห่อด้วยสำลีจะเปล่งแสงรัศมีสีเขียวอย่างน่าอัศจรรย์ เรื่องเล่านี้เป็นส่วนสำคัญของความศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านยังคงเคารพศรัทธา
พระบรมธาตุที่พบในไหดังกล่าวมีการสันนิษฐานตามคติความเชื่อของชาวล้านนาว่าเป็นพระบรมธาตุของพระอรหันต์กัจจายนะ ซึ่งเป็นพระสาวกสำคัญในพระพุทธศาสนา ความเชื่อนี้ทำให้องค์พระธาตุศรีษะเกษมีความหมายมากกว่าสถาปัตยกรรมทางศาสนา เพราะเป็นที่ประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านถือว่าเป็นมงคลสูงสุดของชุมชน
ประมาณปี พ.ศ. 2480 หลวงพ่อเพ็งและชาวบ้านจึงร่วมกันสร้างองค์พระธาตุขึ้นใหม่เพื่อประดิษฐานพระบรมธาตุ โดยมีนายวงศ์ โนรินทร์ ช่างฝีมือจากตำบลเมืองลี เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง ใช้เวลาสร้างทั้งหมด 2 ปีจึงแล้วเสร็จ องค์พระธาตุศรีษะเกษที่เห็นในปัจจุบันจึงเป็นผลจากแรงศรัทธาของพระสงฆ์ ช่างพื้นถิ่น และชาวบ้านที่ต้องการรักษาปูชนียสถานสำคัญของชุมชนไว้ให้มั่นคงถาวร
วัดพระธาตุศรีษะเกษในปัจจุบันเป็นสถานที่ที่ชาวอำเภอนาน้อยและผู้เดินทางผ่านพื้นที่ให้ความเคารพนับถือ ผู้มาเยือนมักเดินทางมากราบสักการะองค์พระธาตุเพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมเรียนรู้ประวัติความเป็นมาของวัดที่เกี่ยวข้องกับแม่น้ำแหง อุทกภัย การโยกย้ายถิ่นฐาน และการฟื้นฟูวัดบนพื้นที่ใหม่ ความต่อเนื่องของศรัทธาเหล่านี้ทำให้วัดมีคุณค่าทั้งทางศาสนาและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
อีกหนึ่งความสำคัญของวัดคือประเพณีสรงน้ำพระธาตุศรีษะเกษ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ชาวบ้านร่วมกันจัดขึ้นเพื่อแสดงความเคารพต่อองค์พระธาตุและสืบทอดศรัทธาของชุมชน ประเพณีนี้ช่วยรวมคนในหมู่บ้านและผู้ศรัทธาจากพื้นที่ใกล้เคียงให้มาทำบุญร่วมกัน เป็นโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้เรื่องราวของพระธาตุ ตำนานชุมชน และความสำคัญของการรักษาปูชนียสถานที่บรรพบุรุษร่วมกันสร้างไว้
การเดินทาง ไปวัดพระธาตุศรีษะเกษสามารถเดินทางจากตัวอำเภอนาน้อยเข้าสู่ตำบลศรีษะเกษ โดยใช้รถส่วนตัวจะสะดวกที่สุด เพราะสามารถจัดเส้นทางร่วมกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอนาน้อย เช่น วัดศรีมงคล นาน้อย เสาดินนาน้อย คอกเสือ อุทยานแห่งชาติศรีน่าน ดอยเสมอดาว และผาหัวสิงห์ได้ในวันเดียว ผู้เดินทางควรใช้แผนที่นำทางและตรวจสอบเส้นทางชุมชนก่อนออกเดินทาง
วัดแห่งนี้เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจวัดเก่า พระธาตุ ตำนานท้องถิ่น ประวัติศาสตร์ชุมชน และเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในอำเภอนาน้อย บรรยากาศของวัดมีความสงบ ไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ จึงเหมาะกับการมาไหว้พระอย่างสำรวม ใช้เวลาอ่านเรื่องราวของวัด และชมองค์พระธาตุด้วยความเคารพ
ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ งดใช้เสียงดัง และปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมในเขตศาสนสถาน หากมีพิธีกรรมหรือกิจกรรมของชุมชนควรให้พื้นที่แก่ชาวบ้านและพระสงฆ์ การถ่ายภาพควรทำด้วยความสุภาพ ไม่ปีน ไม่แตะต้ององค์พระธาตุหรือวัตถุศักดิ์สิทธิ์โดยไม่เหมาะสม เพื่อรักษาความงดงามและความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่ไว้
โดยสรุป วัดพระธาตุศรีษะเกษเป็นหนึ่งในปูชนียสถานสำคัญของอำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน ที่มีคุณค่าทั้งด้านศาสนา ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เรื่องราวของวัดสะท้อนการเผชิญภัยธรรมชาติ การรักษาพระบรมธาตุ การฟื้นฟูวัดใหม่ และความร่วมแรงร่วมใจของชุมชน องค์พระธาตุศรีษะเกษจึงไม่เพียงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับกราบไหว้ แต่ยังเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ควรอนุรักษ์ไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาและสักการะต่อไป
| ชื่อสถานที่ | วัดพระธาตุศรีษะเกษ |
| ที่ตั้ง | ตำบลศรีษะเกษ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน |
| ไฮไลต์ | องค์พระธาตุศรีษะเกษ พระบรมธาตุสีขาว ลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์ 7 ลูก และประวัติการฟื้นฟูวัดจากอุทกภัย |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เป็นวัดเก่าแก่ของชุมชนศรีษะเกษ ไม่มีหลักฐานปีสร้างแน่ชัด เดิมตั้งอยู่ริมแม่น้ำแหง ก่อนย้ายมาสร้างใหม่บนเชิงเขา และสร้างองค์พระธาตุปัจจุบันประมาณ พ.ศ. 2480 |
| ที่มาของชื่อ | ใช้ชื่อตามชุมชนศรีษะเกษและองค์พระธาตุซึ่งเป็นปูชนียสถานสำคัญของพื้นที่ |
| ลักษณะเด่น | วัดที่มีตำนานเกี่ยวกับพระบรมธาตุ ลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์ อุทกภัย และแรงศรัทธาของชาวบ้านในการสร้างวัดขึ้นใหม่ |
| การเดินทาง | เดินทางจากตัวอำเภอนาน้อยเข้าสู่ตำบลศรีษะเกษ เหมาะสำหรับเดินทางด้วยรถส่วนตัวและใช้แผนที่นำทาง |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นวัดและปูชนียสถานที่ชาวอำเภอนาน้อยให้ความเคารพนับถือ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | ไม่ระบุเวลาอย่างเป็นทางการ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | องค์พระธาตุศรีษะเกษ พื้นที่สักการะพระธาตุ วัดบนเชิงเขา และพื้นที่ประกอบประเพณีสรงน้ำพระธาตุ |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระปลัดเศกสรรค์ ฐานวุฑฺโฒ / พระครูสุนทรนันทการ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดศรีมงคล นาน้อย ประมาณ 6 กม. 2. เสาดินนาน้อย ประมาณ 8 กม. 3. คอกเสือ ประมาณ 9 กม. 4. อุทยานแห่งชาติศรีน่าน ประมาณ 18 กม. 5. ดอยเสมอดาว ประมาณ 28 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านเฮือนฮังต่อ กาแฟน่าน ประมาณ 6 กม. 2. ร้านกาแฟบ้านไทลื้อ นาน้อย ประมาณ 7 กม. 3. ร้านอาหารในตัวอำเภอนาน้อย ประมาณ 8 กม. 4. ร้านอาหารใกล้เสาดินนาน้อย ประมาณ 8 กม. 5. ร้านอาหารใกล้อุทยานแห่งชาติศรีน่าน ประมาณ 18 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Nanoi Resort ประมาณ 8 กม. 2. Ouidee Resort ประมาณ 9 กม. 3. Huen Fai Mae Jampee ประมาณ 10 กม. 4. Doi Samoe Dao Hostel ประมาณ 25 กม. 5. Baan Suan Den Homestay ประมาณ 28 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดพระธาตุศรีษะเกษอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดพระธาตุศรีษะเกษตั้งอยู่ที่ตำบลศรีษะเกษ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน
ถาม: วัดพระธาตุศรีษะเกษมีจุดเด่นอะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือองค์พระธาตุศรีษะเกษ พระบรมธาตุสีขาว ลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์ 7 ลูก และประวัติการฟื้นฟูวัดจากอุทกภัย
ถาม: วัดพระธาตุศรีษะเกษเดิมตั้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: เดิมตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแหง บริเวณแขวงเมืองศรีษะเกษ ฝั่งตรงข้ามกับบ้านก่อมก้อ ก่อนถูกอุทกภัยทำลายและย้ายมาสร้างใหม่
ถาม: ใครเป็นผู้ฟื้นฟูวัดพระธาตุศรีษะเกษขึ้นใหม่?
ตอบ: หลวงพ่อเพ็ง หรือพระสุยะสาทโร ได้นำชาวบ้านกลับมาสร้างบ้านเรือนและวัดขึ้นใหม่บนเชิงเขา
ถาม: พระธาตุศรีษะเกษสร้างขึ้นใหม่เมื่อใด?
ตอบ: ประมาณ พ.ศ. 2480 หลวงพ่อเพ็งและชาวบ้านร่วมกันสร้างองค์พระธาตุขึ้นใหม่เพื่อประดิษฐานพระบรมธาตุ ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 2 ปี
ถาม: เดินทางไปวัดพระธาตุศรีษะเกษอย่างไร?
ตอบ: เดินทางจากตัวอำเภอนาน้อยเข้าสู่ตำบลศรีษะเกษ การเดินทางด้วยรถส่วนตัวสะดวกที่สุด และสามารถเที่ยวเชื่อมกับเสาดินนาน้อย อุทยานแห่งชาติศรีน่าน และดอยเสมอดาวได้
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว




