หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดฉะเชิงเทรา >อ.บางคล้า >ต.เสม็ดเหนือ > วัดหัวสวน
TL;DR: วัดหัวสวน อยู่ที่ตำบลเสม็ดใต้ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา เปิดเปิดทุกวัน เวลา 08:00 – 16:00 น. การเดินทางสะดวก รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด ปักหมุด “วัดหัวสวน” หรือ “โบสถ์สเตนเลส วัดหัวสวน” แล้วเข้าสู่โซนเสม็ดใต้–บางคล้า.

ฉะเชิงเทรา

วัดหัวสวน

วัดหัวสวน

วันเปิดทำการ: เปิดทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 16:00 น.
 
วัดหัวสวน ตำบลเสม็ดใต้ อำเภอบางคล้า คือวัดชุมชนที่โดดเด่นด้วย “อุโบสถสแตนเลส” งานช่างร่วมสมัยที่ตั้งใจสร้างให้คงทนยาวนาน โดยตัวอุโบสถใช้สแตนเลส 304 ทั้งหลัง รายละเอียดช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ และลวดลายรอบอาคารทำให้การเดินชมวัดมีมิติทั้งศรัทธาและสถาปัตยกรรม ในทริปบางคล้า วัดนี้เหมาะเป็นจุดเริ่มต้นแบบสงบ แล้วต่อด้วยตลาดน้ำ ร้านอาหารกุ้งเผา และที่พักริมน้ำได้ในวันเดียว
 
วัดหัวสวน ตั้งอยู่ในตำบลเสม็ดใต้ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกายที่คนพื้นที่รู้จักกันดีในฐานะ “วัดโบสถ์สแตนเลส” เพราะมีอุโบสถที่สร้างด้วยสแตนเลสทั้งหลังซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์ระดับอำเภอ หากคุณชอบเที่ยววัดที่ไม่ได้มีแค่บรรยากาศสงบ ๆ แต่มีรายละเอียดให้เดินดูแบบเพลินตา วัดหัวสวนคือจุดหมายที่ทำให้การทำบุญเชื่อมเข้ากับการสังเกตงานช่างและแนวคิดการบูรณะศาสนสถานของวัดชุมชนได้อย่างชัดเจน
 
วัดชุมชนในบางคล้ามีบุคลิกเฉพาะตัว เพราะพื้นที่ริมแม่น้ำบางปะกงและเครือข่ายสวน–ชุมชนทำให้วัดไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงศาสนสถาน แต่เป็นพื้นที่นัดหมายของชีวิตจริง ตั้งแต่งานบุญตามฤดูกาล งานกฐิน–ผ้าป่า งานบวช ไปจนถึงกิจกรรมที่ชุมชนต้องใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมกัน วัดหัวสวนก็เติบโตอยู่ในบริบทนี้ คือเติบโตไปพร้อมแรงศรัทธาและแรงงานของคนใกล้เคียง จนเกิดสิ่งที่เป็น “หมุดหมายทางสายตา” ของพื้นที่อย่างอุโบสถสแตนเลสที่คนขับรถผ่านก็อยากแวะลงมาดูใกล้ ๆ
 
ด้านประวัติ วัดหัวสวนมีเนื้อที่ประมาณ 12 ไร่ 128 ตารางวา ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2440 และได้รับอนุญาตให้ตั้งเป็นวัดเมื่อ พ.ศ. 2443 เส้นเวลาเหล่านี้ทำให้เห็นว่าวัดเป็นวัดชุมชนที่มีรากยาวพอสมควร ไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อการท่องเที่ยว แต่เกิดขึ้นเพื่อรองรับศรัทธาและพิธีกรรมของคนท้องถิ่นเป็นหลัก ในกลุ่มคนบางคล้า เรื่องเล่าที่ถูกพูดถึงควบคู่กับประวัติวัดคือบทบาทของครูบาอาจารย์จากพื้นที่ใกล้เคียง โดยมีข้อมูลว่า “หลวงพ่อเหลือ วัดสาวชะโงก (พระครูนันทธีราจารย์)” เป็นผู้เริ่มสร้างอุโบสถของวัดในช่วงหนึ่ง ซึ่งช่วยให้มองวัดหัวสวนแบบเชื่อมเครือข่ายศรัทธาในอำเภอบางคล้าได้ คือไม่ใช่วัดที่ยืนเดี่ยว ๆ แต่เป็นวัดที่อยู่ในภูมิทัศน์ศาสนาของชุมชนริมน้ำที่ผู้คนรู้จักกันข้ามตำบล
 
อีกหมุดหมายสำคัญของวัดชุมชนคือ “วิสุงคามสีมา” เพราะการได้รับวิสุงคามสีมาคือการกำหนดเขตสังฆกรรมอย่างเป็นทางการ ทำให้การประกอบพิธีสำคัญอย่างการอุปสมบทดำเนินได้สมบูรณ์ตามระเบียบคณะสงฆ์ วัดหัวสวนได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2471 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งหลังเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 โดยกำหนดเขตกว้าง 24 เมตร ยาว 32 เมตร เมื่ออ่านร่วมกับการสร้างอุโบสถสแตนเลสในช่วงเวลาใกล้กัน จะเห็นว่า “การต่ออายุศาสนสถาน” ของวัดไม่ได้เป็นเพียงการซ่อมแซมอาคาร แต่เป็นการจัดระเบียบพื้นที่พิธีกรรมให้มั่นคงและใช้ได้จริงในระยะยาว
 
จุดเด่นที่สุดของวัดหัวสวนคืออุโบสถสแตนเลสที่เกิดจากความจำเป็นและความคิดเชิงออกแบบ กล่าวคือเมื่อถึงเวลาต้องบูรณะอุโบสถเดิมและพบว่าสภาพทรุดโทรมมาก ผู้ดูแลวัดในช่วงนั้นมีแนวคิดสร้างอุโบสถหลังใหม่ให้ “ทนกว่าเดิม” และมีอายุใช้งานยาวกว่าการก่ออิฐถือปูนแบบเดิม ๆ จึงเกิดแนวทางสร้างอุโบสถด้วยสแตนเลสทั้งหลัง โดยเริ่มก่อสร้างราวเดือนเมษายน พ.ศ. 2552 และแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2553 การเลือกวัสดุไม่ได้มีความหมายแค่ความเงางาม แต่เป็นความตั้งใจให้ศาสนสถานของชุมชนอยู่ได้ยาว ลดภาระการซ่อมบำรุงถี่ ๆ และคงรูปทรงของอุโบสถให้เป็นที่พึ่งทางใจของคนรุ่นต่อไป
 
ตัวอุโบสถสร้างด้วยสแตนเลสชนิด 304 ขนาดโดยประมาณกว้าง 7.50 เมตร ยาว 18 เมตร สูง 6.50 เมตร ก่อสร้างบนฐานคอนกรีตยกสูงจากพื้นดิน และใช้พื้นปูหินแกรนิต รายละเอียดเหล่านี้ทำให้การเดินชมอุโบสถไม่ได้จบแค่ “มาถึงแล้วถ่ายรูป” แต่เป็นการสังเกตองค์ประกอบที่สะท้อนทั้งความคิดเรื่องความคงทนและความประณีตของงานช่าง เพราะแม้จะเป็นวัสดุสมัยใหม่ แต่อุโบสถยังคงภาษาแบบวัดไทยในส่วนยอดหลังคาและองค์ประกอบตกแต่ง เช่น ช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ ซึ่งทำจากสแตนเลสขึ้นรูป โดยมีการเชื่อมและเก็บรายละเอียดให้เนียนตา เมื่อแสงแดดตกกระทบ ผิววัสดุทำให้เห็นมิติของเส้นสายชัดขึ้น และเป็นเหตุผลที่หลายคนเลือกมาช่วงเช้าเพื่อได้แสงสวยและอากาศสบาย
 
นอกจากรูปทรงแล้ว สิ่งที่ทำให้อุโบสถสแตนเลสดูมี “เนื้อหา” คือรายละเอียดลวดลายบนหน้าบันและหน้าต่างที่ทำเป็นรูปพระพุทธเจ้าและเทวดา ทำให้ภาพรวมไม่ได้แข็งแบบอาคารโลหะทั่วไป แต่ยังคงความเป็น “พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์” แบบวัดไทย คือเป็นพื้นที่ที่ตั้งใจทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกสำรวมโดยธรรมชาติ รอบนอกยังมีรั้วสแตนเลสลายธรรมจักร ประดับเสาหงส์คาบโคมไฟโดยรอบ ซึ่งช่วยขับให้พื้นที่รอบอุโบสถดูเป็นระเบียบและมีความพร้อมสำหรับพิธีกรรม
 
ไฮไลต์ที่คนชอบเดินดูแบบละเอียดคือการแกะลายสแตนเลสรอบนอกอุโบสถเป็นรูป “พระอรหันต์ 80 องค์” ซึ่งทำให้อุโบสถไม่ได้เป็นเพียงอาคารประกอบพิธี แต่เป็นเหมือน “หนังสือภาพ” ให้คนเดินอ่านได้ด้วยสายตา ในเชิงสัญลักษณ์ พระอรหันต์คือภาพของการปฏิบัติจนถึงความหลุดพ้น เมื่อนำมาอยู่บนผนังรอบอุโบสถ มันทำหน้าที่เตือนใจแบบเงียบ ๆ ว่าศาสนสถานไม่ได้มีไว้เพียงขอพร แต่มีไว้เพื่อชวนให้คนกลับมามองเป้าหมายของการฝึกใจด้วย
 
บริเวณด้านหน้าของอุโบสถมีพระสิวลีประดิษฐานอยู่ ซึ่งเป็นพระอรหันต์ที่คนไทยนิยมสักการะด้วยความเชื่อเรื่องเมตตา โชคลาภ และความอุดมสมบูรณ์ ส่วนด้านในมีพระพุทธมหาลาภประดิษฐานเป็นพระประธาน เมื่อมาไหว้พระที่วัดหัวสวน หลายคนจะเริ่มจากการไหว้พระสิวลีด้านหน้าแล้วค่อยเข้าสู่อุโบสถเพื่อสักการะพระประธาน การไหว้แบบนี้ทำให้การเดินวัดมีจังหวะ คือเริ่มจากด้านนอกที่เปิดโล่ง แล้วค่อยเข้าสู่พื้นที่ด้านในที่นิ่งกว่า เหมาะกับคนที่อยากได้ทั้งภาพถ่ายและความสงบในทริปเดียวกัน
 
ถ้ามองวัดหัวสวนในมุม “ประสบการณ์ของผู้มาเยือน” จุดแข็งคือวัดไม่ได้ใหญ่จนเดินเหนื่อย แต่มีรายละเอียดมากพอให้ใช้เวลาอย่างมีคุณค่า คุณสามารถใช้เวลาเดินชมอุโบสถสแตนเลสจากหลายมุม สังเกตความต่างของแสงเงาบนผิวสแตนเลส ดูงานเชื่อมงานขึ้นรูปที่ทำให้องค์ประกอบไทยอย่างช่อฟ้าใบระกาเข้ากับวัสดุสมัยใหม่ได้แบบไม่ขัดตา แล้วค่อยจบที่การไหว้พระอย่างสงบภายใน ถ้าอยากได้บรรยากาศดีที่สุด ช่วงเช้าจะได้อากาศสบายและแสงนุ่ม ส่วนช่วงบ่ายแก่ ๆ จะได้โทนแสงอุ่นที่ทำให้ผิวโลหะดูมีมิติและภาพถ่ายดูเด่นโดยธรรมชาติ
 
ในฐานะวัดชุมชน วัดหัวสวนยังเหมาะกับคนที่อยากเที่ยวแบบเคารพพื้นที่จริง กล่าวคือแต่งกายสุภาพ รักษาความเงียบในเขตอุโบสถ และเดินชมแบบไม่รบกวนผู้มาทำบุญ หากคุณตั้งใจทำบุญ แนะนำทำแบบเรียบง่าย เช่น ทำบุญตามกำลัง ถวายสังฆทานหรือร่วมบำรุงวัดตามศรัทธา เพราะวัดชุมชนจำนวนมากเติบโตจากแรงร่วมมือทีละเล็กทีละน้อยของผู้คน และการทำบุญลักษณะนี้คือการช่วยต่ออายุพื้นที่สาธารณะทางวัฒนธรรมให้คงอยู่กับชุมชนต่อไป
 
การเดินทาง วัดหัวสวนอยู่ตำบลเสม็ดใต้ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด โดยปักหมุด “วัดหัวสวน” หรือ “โบสถ์สเตนเลส วัดหัวสวน” ในแผนที่ แล้วขับเข้าสู่โซนบางคล้า–เสม็ดใต้ เมื่อถึงวัดสามารถจอดรถในพื้นที่ที่จัดไว้ตามความเหมาะสม หากวางแผนเที่ยวบางคล้าให้คุ้ม แนะนำมาเริ่มช่วงเช้าเพื่อชมวัดแบบอากาศสบาย จากนั้นค่อยต่อไปตลาดน้ำบางคล้า วัดสำคัญใกล้เคียง และปิดท้ายด้วยร้านอาหารกุ้งเผาริมน้ำซึ่งเป็นของเด่นของอำเภอบางคล้า
 
ทริปวัดหัวสวนที่ลงตัวมักเป็นทริปที่ “ไม่เร่ง” เพราะตัววัดให้จังหวะสงบ ขณะที่บางคล้าให้จังหวะคึกคักของตลาดและร้านอาหาร คุณสามารถเริ่มจากการเดินดูอุโบสถสแตนเลสให้ครบมุม เก็บรายละเอียดพระอรหันต์ 80 องค์รอบอาคาร ไหว้พระสิวลีด้านหน้าและพระประธานด้านใน แล้วค่อยขยับไปสัมผัสวิถีชุมชนในตลาดน้ำหรือแวะร้านอาหารริมน้ำ การจัดทริปแบบนี้ทำให้วันเดียวมีทั้งศรัทธา งานช่าง วัฒนธรรมท้องถิ่น และความอร่อยของบางคล้าอยู่ในเส้นทางเดียวกัน
 
ชื่อสถานที่วัดหัวสวน
ที่อยู่ตำบลเสม็ดใต้ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา
สรุปสถานที่วัดราษฎร์มหานิกายในอำเภอบางคล้า โดดเด่นด้วย “อุโบสถสแตนเลส” ที่สร้างด้วยสแตนเลส 304 ทั้งหลัง เริ่มสร้างราว พ.ศ. 2552 และแล้วเสร็จ พ.ศ. 2553 มีพระสิวลีด้านหน้า พระพุทธมหาลาภเป็นพระประธาน และลวดลายรอบอุโบสถเป็นรูปพระอรหันต์ 80 องค์ เหมาะกับการเที่ยวเชิงศรัทธาควบคู่การชมสถาปัตยกรรมร่วมสมัยของวัดชุมชน
จุดเด่นของสถานที่อุโบสถสแตนเลส 304 ทั้งหลัง, งานช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์สแตนเลสขึ้นรูป, หน้าบันและหน้าต่างลายพุทธ–เทวดา, รั้วลายธรรมจักรและเสาหงส์คาบโคมไฟ, ลายรอบอุโบสถเป็นพระอรหันต์ 80 องค์, มีพระสิวลีและพระพุทธมหาลาภให้สักการะ, จัดทริปต่อเส้นทางตลาดน้ำ–ร้านอาหารกุ้งเผาบางคล้าได้สะดวก
ประวัติสถานที่ตั้งวัด พ.ศ. 2440 และได้รับอนุญาตให้ตั้งเป็นวัด พ.ศ. 2443 มีข้อมูลว่า “หลวงพ่อเหลือ วัดสาวชะโงก” เป็นผู้เริ่มสร้างอุโบสถ วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา 1 มีนาคม พ.ศ. 2471 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งหลัง 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 (เขตกว้าง 24 เมตร ยาว 32 เมตร) อุโบสถสแตนเลสเริ่มสร้างราวเดือนเมษายน พ.ศ. 2552 และเสร็จสิ้นราวเดือนธันวาคม พ.ศ. 2553
เบอร์โทรสถานที่038-583-988, 089-099-0791
ผู้ดูแล/เจ้าอาวาส (ล่าสุด)พระครูภาวนาจริยคุณ (ประยงค์ คุณจโร)
การเดินทางรถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด ปักหมุด “วัดหัวสวน” หรือ “โบสถ์สเตนเลส วัดหัวสวน” แล้วเข้าสู่โซนเสม็ดใต้–บางคล้า ถึงวัดแล้วจอดรถตามจุดที่จัดไว้ จากนั้นสามารถต่อเส้นทางตลาดน้ำบางคล้าและร้านอาหารริมน้ำได้
สถานะปัจจุบันเปิดให้ประชาชนเข้าสักการะและเยี่ยมชมอุโบสถสแตนเลส
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยถนน)1) ตลาดน้ำบางคล้า – ประมาณ 15 กม.
2) วัดปากน้ำโจ้โล้ – ประมาณ 25 กม.
3) วัดสมานรัตนาราม – ประมาณ 28 กม.
4) วัดโสธรวรารามวรวิหาร – ประมาณ 25 กม.
5) ตลาดบ้านใหม่ 100 ปี (โซนเมืองฉะเชิงเทรา) – ประมาณ 27 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยถนน + เบอร์โทร)1) ก.กุ้งเผา (ตลาดน้ำบางคล้า) – ประมาณ 15 กม. โทร. 081-861-1655
2) เจ๊เต็มกุ้งย่างปลาเผา (ตลาดน้ำบางคล้า) – ประมาณ 15 กม. โทร. 063-209-0258
3) เถ้าแก่ชื้อ (บางคล้า) – ประมาณ 16 กม. โทร. 038-541-020
4) ร่มไม้สายธาร (Rommaisaitarn) – ประมาณ 26 กม. โทร. 038-542-794
5) แพกุ้งสำเริง – ประมาณ 20 กม. โทร. 081-410-2498
ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยถนน + เบอร์โทร)1) บางคล้า รีสอร์ท – ประมาณ 17 กม. โทร. 085-224-4139
2) Tamarind@Bangkhla (แทมมาริน ณ บางคล้า) – ประมาณ 18 กม. โทร. 065-563-2392
3) Little Bangkhla – ประมาณ 17 กม. โทร. 062-492-4953
4) T Vintage (บางคล้า) – ประมาณ 22 กม. โทร. 038-541-445
5) Suntara Wellness Resort & Hotel – ประมาณ 25 กม. โทร. 038-823-317
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดหัวสวนตั้งวัดเมื่อใด?
ตอบ: วัดหัวสวนตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2440 และได้รับอนุญาตให้ตั้งเป็นวัดเมื่อ พ.ศ. 2443
 
ถาม: ทำไมวัดหัวสวนจึงโด่งดังเรื่อง “โบสถ์สแตนเลส”?
ตอบ: เพราะวัดสร้างอุโบสถหลังใหม่ด้วยสแตนเลส 304 ทั้งหลัง เพื่อให้คงทนและใช้งานได้ยาวนาน โดยมีรายละเอียดช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ และลวดลายรอบอาคารที่เป็นเอกลักษณ์มาก
 
ถาม: อุโบสถสแตนเลสสร้างช่วงไหน?
ตอบ: เริ่มสร้างประมาณเดือนเมษายน พ.ศ. 2552 และแล้วเสร็จประมาณเดือนธันวาคม พ.ศ. 2553
 
ถาม: รอบอุโบสถที่เป็นลาย “พระอรหันต์ 80 องค์” มีความหมายอย่างไร?
ตอบ: เป็นสัญลักษณ์ที่ชวนระลึกถึงการปฏิบัติธรรมจนถึงความหลุดพ้น และทำให้อุโบสถเป็นพื้นที่ที่ “เดินดูแล้วได้ข้อคิด” ไม่ใช่เพียงอาคารประกอบพิธี
 
ถาม: ภายในวัดหัวสวนควรสักการะจุดไหนเป็นพิเศษ?
ตอบ: ด้านหน้ามีพระสิวลีให้สักการะ และภายในอุโบสถมีพระพุทธมหาลาภเป็นพระประธาน ซึ่งเป็นจุดที่ผู้มาเยือนนิยมไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล
 
ถาม: ควรมาเที่ยววัดหัวสวนช่วงเวลาไหนถึงจะได้บรรยากาศดีที่สุด?
ตอบ: ช่วงเช้าเหมาะกับอากาศสบายและแสงนุ่มสำหรับชมรายละเอียดอุโบสถ ส่วนช่วงบ่ายแก่ ๆ เหมาะกับโทนแสงอุ่นที่ทำให้ผิวสแตนเลสดูมีมิติ และสามารถต่อเส้นทางกินเที่ยวบางคล้าได้สะดวก

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคกลาง

ปรับปรุงล่าสุด : 6 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(3)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(4)
พระราชวัง พระราชวัง(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(10)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(2)
บ้านโบราณ และเมืองโบราณ บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(1)
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(1)
ห้องสมุด ห้องสมุด(1)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(2)
วัด วัด(50)
มัสยิด มัสยิด(2)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(7)
โครงการหลวง โครงการหลวง(4)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(5)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(4)
ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(2)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(1)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(6)
น้ำตก น้ำตก(1)
ถ้ำ ถ้ำ(1)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(2)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(2)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(2)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(6)
สปาเพื่อสุขภาพ สปาเพื่อสุขภาพ(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(3)