หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดฉะเชิงเทรา >อ.บางคล้า >ต.สาวชะโงก > วัดสาวชะโงก
TL;DR: วัดสาวชะโงก อยู่ที่หมู่ที่ 1 ตำบลสาวชะโงก อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา 24110 (ริมแม่น้ำบางปะกง) เปิดเปิดทุกวัน เวลา 08:00 – 17:00 น. การเดินทางสะดวก เดินทางด้วยรถยนต์สะดวกที่สุด ปักหมุด “วัดสาวชะโงก” แล้วเข้าสู่ตำบลสาวชะโงก อำเภอบางคล้า.

ฉะเชิงเทรา

วัดสาวชะโงก

วัดสาวชะโงก

วันเปิดทำการ: เปิดทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
 
วัดสาวชะโงก เป็นวัดเก่าแก่ริมแม่น้ำบางปะกงในอำเภอบางคล้า ตั้งวัดตั้งแต่ พ.ศ. 2356 มีทั้งประวัติชุมชนลุ่มน้ำ ตำนานที่มาของชื่อ และศรัทธาต่อหลวงพ่อเหลือ เกจิชื่อดังผู้สร้างปลัดขิกและผ้ายันต์แดง อีกทั้งมีรอยพระพุทธบาทจำลองอายุเกิน 100 ปีให้สักการะ หากอยากสัมผัสบรรยากาศวัดริมน้ำแบบคลาสสิกของแปดริ้ว ที่นี่เป็นจุดหมายที่อ่าน “ประวัติศาสตร์ผ่านสายน้ำ” ได้ชัดเจน
 
วัดสาวชะโงก เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลสาวชะโงก อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ติดริมแม่น้ำบางปะกงโดยตรง เสน่ห์แรกของวัดนี้คือภาพ “วัดบนฝั่ง” ที่มองจากทางน้ำแล้วสง่างามเป็นพิเศษ เพราะตัววัดวางตัวอยู่คู่สายน้ำในจุดที่ทัศนียภาพเปิดกว้าง ทำให้คนที่เคยเดินทางด้วยเรือหรือใช้แม่น้ำเป็นเส้นทางหลักของชุมชน รับรู้ว่าวัดแห่งนี้ไม่ใช่แค่ศาสนสถาน แต่เป็นหมุดหมายริมแม่น้ำที่บอกตำแหน่งของบ้านเรือน ท่าเรือ และเครือข่ายผู้คนในลุ่มน้ำบางปะกงได้จริง
 
ถ้าจะอ่านวัดสาวชะโงกให้ลึกกว่าการเป็น “วัดดังเรื่องเครื่องราง” ต้องเริ่มจากบริบทของลุ่มน้ำบางปะกงก่อน แม่น้ำบางปะกงคือระบบนิเวศและระบบเศรษฐกิจที่หล่อเลี้ยงชุมชนฉะเชิงเทรามายาวนาน พื้นที่บางคล้าและตำบลต่าง ๆ ริมน้ำมีทั้งสวนผลไม้ พื้นที่เกษตร และชุมชนค้าขายที่อาศัยการสัญจรทางเรือเป็นหลักในอดีต เมื่อสายน้ำเป็นถนน วัดริมแม่น้ำจึงทำหน้าที่เป็นทั้งศูนย์กลางศรัทธา ศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชน และจุดพักจังหวะชีวิตของผู้คนที่เดินทางไปมา “วัดริมน้ำ” ในบริบทนี้จึงไม่ใช่ฉากสวย ๆ แต่เป็นโครงสร้างสังคมที่ถูกสร้างขึ้นมาบนภูมิศาสตร์จริง
 
เอกสารประวัติวัดระบุว่า วัดสาวชะโงกตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2356 โดยนายนุชและนางยัง ชาวคลองสองพี่น้อง อำเภอบางคล้า เป็นผู้ริเริ่มสร้าง และอุทิศที่ดินประมาณ 6 ไร่เพื่อก่อสร้างวัด ช่วงเริ่มแรกมีเพียงกุฏิมุงหลังคาด้วยจาก สะท้อนภาพวัดราษฎร์ยุคต้นที่เริ่มจากศรัทธาและแรงร่วมมือของชุมชนมากกว่าทุนทรัพย์ก้อนใหญ่ เมื่อเวลาผ่านไป พ.ศ. 2380 วัดและญาติโยมเริ่มสร้างอุโบสถ (กว้าง 5 เมตร ยาว 8 เมตร) และกุฏิสงฆ์ แต่ด้วยทุนทรัพย์จำกัดจึงไม่แล้วเสร็จ กระทั่ง พ.ศ. 2392 ขุนพัส (รั้ง) ร่วมกับชาวบ้านเข้ามาปฏิสังขรณ์เพิ่มเติมและทำการผูกพัทธสีมาในปีเดียวกัน ลำดับเหตุการณ์เหล่านี้ทำให้เห็นว่า วัดสาวชะโงกเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไปตามกำลังของชุมชน ซึ่งเป็นลักษณะร่วมของวัดเก่าริมแม่น้ำหลายแห่งในภาคกลางและภาคตะวันออก
 
การขยายตัวของวัดยังสะท้อนผ่าน “ที่ดินธรณีสงฆ์” และ “ที่กัลปนา” ที่เพิ่มขึ้นในเวลาต่อมา เมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2457 นายเจิม (บุตรของนายโตกับอำแดงกลิ่น อยู่คลองบ้านหมู่) บริจาคที่ดินถวายเป็นที่ธรณีสงฆ์ จำนวน 48 ไร่ 96 ตารางวา และเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2543 นายเฉลิม เดชสุภะพงษ์ มอบที่ดินให้เป็นที่กัลปนา 1 แปลง เนื้อที่ 3 ไร่ 3 งาน 40 ตารางวา ภาพรวมของการเพิ่มที่ดินลักษณะนี้มักเกิดในวัดที่มีบทบาทต่อชุมชนสูงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะที่ดินวัดไม่ได้มีความหมายแค่พื้นที่ก่อสร้าง แต่เป็นฐานทรัพยากรที่ทำให้วัดดูแลศาสนกิจ บูรณะเสนาสนะ และรองรับกิจกรรมสาธารณะของชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง
 
วัดสาวชะโงกได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2512 ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญของวัดราษฎร์ เพราะวิสุงคามสีมาคือการรับรองเขตสังฆกรรมสำหรับอุโบสถตามระเบียบคณะสงฆ์ ทำให้การประกอบพิธีสำคัญ เช่น การอุปสมบท เป็นไปอย่างสมบูรณ์ในเชิงนิติการสงฆ์ นี่เป็นอีกชั้นหนึ่งที่ยืนยันว่า วัดแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงวัดท้องถิ่นเล็ก ๆ ริมน้ำ แต่เป็นวัดที่มีโครงสร้างศาสนสถานและบทบาทชุมชนชัดเจนยิ่งขึ้นในช่วงสมัยใหม่
 
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ชื่อ “วัดสาวชะโงก” ถูกจดจำง่ายและมีมิติทางวัฒนธรรมสูง คือเรื่องเล่าที่มาของชื่อซึ่งผูกกับชีวิตริมแม่น้ำโดยตรง ตำนานเล่าว่าในอดีตมีขบวนยกขันหมากมาทางเรือเพื่อมาสู่ขอเจ้าสาว เมื่อขบวนใกล้มาถึง เจ้าสาวชะโงกหน้าออกไปดูขบวนขันหมากแล้วพลัดตกจากเรือนเสียชีวิต ต่อมาพ่อแม่เจ้าสาวยกที่ดินผืนนี้ถวายสร้างวัด และตั้งชื่อเป็นอนุสรณ์แด่ผู้เสียชีวิตว่า “วัดสาวชะโงก” หากมองเชิงมานุษยวิทยา ตำนานแบบนี้ทำหน้าที่ 2 ชั้นพร้อมกัน ชั้นแรกคือการอธิบายชื่อสถานที่ให้จำง่ายผ่านภาพเหตุการณ์ชัดเจน ชั้นที่สองคือการย้ำว่า “สายน้ำให้ชีวิต แต่สายน้ำก็พรากชีวิตได้” ซึ่งเป็นความจริงของชุมชนลุ่มน้ำที่อยู่กับเรือ ท่าน้ำ และบ้านเรือนริมน้ำมาแต่เดิม
 
เมื่อวัดตั้งอยู่ติดแม่น้ำบางปะกง การอ่านภูมิทัศน์ของวัดจึงต้องเชื่อมกับประวัติศาสตร์การสัญจรทางน้ำด้วย ในยุคที่ถนนยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ การเดินทางด้วยเรือคือความปกติ วัดริมน้ำจึงกลายเป็น “จุดพักเรือ” และ “จุดพักใจ” ที่ผู้คนแวะทำบุญก่อนเดินทางต่อ หรือทำบุญเมื่อกลับถึงบ้าน ประเพณีหลายอย่างของวัดริมน้ำมักสัมพันธ์กับการแห่ทางน้ำ การทำบุญริมฝั่ง และการรวมตัวของผู้คนตามฤดูกาลน้ำขึ้นน้ำลง ความรู้สึกที่ว่า “ถ้ามาทางน้ำจะเห็นวิววัดสวย” จึงไม่ใช่คำบอกเล่าเชิงท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่เป็นความทรงจำร่วมของพื้นที่ที่เคยใช้สายน้ำเป็นทางหลัก
 
อีกแกนหนึ่งที่ทำให้วัดสาวชะโงกมีฐานศรัทธากว้าง คือเรื่องของเกจิอาจารย์สำคัญของวัด ได้แก่ พระครูนันทธีราจารย์ (หลวงพ่อเหลือ) ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั่วไป ท่านมีชื่อเสียงด้านการสร้างผ้ายันต์แดงแจกทหารในช่วงสงคราม และเป็นที่กล่าวขวัญอย่างมากเรื่องวัตถุมงคล โดยเฉพาะ “ปลัดขิก” ซึ่งเป็นวัตถุมงคลที่มีรากทางคติชนและความเชื่อเรื่องคุ้มครองภัย เมตตามหานิยม และโชคลาภ ในเชิงวัฒนธรรม ปลัดขิกเป็นสัญลักษณ์ที่มีความหมายซ้อนกัน ทั้งความเชื่อด้านพลังคุ้มครอง การปัดเป่าสิ่งไม่ดี และการเพิ่มความมั่นใจในชีวิตของผู้ศรัทธา ขณะที่ในเชิงสังคม มันเป็นภาพสะท้อนว่าความศรัทธามักต้องการ “สิ่งจับต้องได้” เพื่อยึดเหนี่ยวใจในช่วงเวลาที่ผู้คนเผชิญความไม่แน่นอน
 
เรื่องเล่าที่ทำให้หลวงพ่อเหลือถูกพูดถึงต่อเนื่อง คือเรื่องการปลุกเสกจน “ลอยทวนน้ำได้” แม้จะเป็นตำนานที่เล่ากันปากต่อปาก แต่สิ่งที่ควรจับคือกลไกของเรื่องเล่าในวัฒนธรรมไทย เรื่องเล่าปาฏิหาริย์ไม่ได้มีหน้าที่พิสูจน์แบบวิทยาศาสตร์ หากทำหน้าที่ “ขยายความเชื่อ” ให้เห็นภาพ และทำให้คุณลักษณะของครูบาอาจารย์เด่นชัดจนผู้คนจดจำได้ เมื่อเรื่องเล่าเดินทางผ่านชุมชนลุ่มน้ำที่ใช้แม่น้ำเป็นพื้นที่ชีวิต ภาพปลัดขิกลอยทวนน้ำจึงยิ่งทรงพลัง เพราะมันผูกกับสิ่งที่ชุมชนเห็นและสัมผัสจริงทุกวัน นั่นคือกระแสน้ำ การขึ้นลงของระดับน้ำ และการเดินทางด้วยเรือ
 
สิ่งสำคัญคือ วัดสาวชะโงกไม่ได้มีเพียงมิติของเครื่องราง แต่ยังมีมิติของ “ร่องรอยศรัทธาเชิงวัตถุ” ที่พาให้ผู้มาเยือนอ่านเวลาในวัดได้ เช่น การมีรอยพระพุทธบาทจำลองที่มีอายุกว่า 100 ปี รอยพระพุทธบาทจำลองในวัดไทยจำนวนมากสะท้อนความเชื่อเรื่องการระลึกถึงพระพุทธองค์ผ่านสัญลักษณ์ที่แทนการประทับรอยในโลกมนุษย์ และมักกลายเป็นจุดให้ผู้คนตั้งจิตอธิษฐานเรื่องชีวิต ครอบครัว การงาน และความสงบในใจได้อย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อวัดนี้อยู่ริมแม่น้ำ บรรยากาศร่มเย็นของสายน้ำยิ่งเสริมให้การสักการะมีจังหวะที่ช้าลงและนิ่งขึ้น
 
ถ้าขยายให้ลึกขึ้นในเชิง “ภูมิทัศน์ศาสนาริมน้ำ” วัดสาวชะโงกสะท้อนบทบาทวัดในลุ่มน้ำบางปะกงได้ชัด 3 อย่าง อย่างแรกคือเป็นศูนย์กลางพิธีกรรมของชุมชนในรัศมีเดินถึงหรือพายเรือถึง อย่างที่สองคือเป็นพื้นที่สะสมความทรงจำท้องถิ่นผ่านตำนานชื่อวัดและประวัติการบูรณะ และอย่างที่สามคือเป็นจุดรวมศรัทธาข้ามพื้นที่ผ่านชื่อเสียงของหลวงพ่อเหลือและวัตถุมงคล เมื่อรวม 3 ชั้นนี้เข้าด้วยกัน วัดจึงกลายเป็น “พื้นที่ที่มีผู้คนหลายรุ่นใช้ร่วมกัน” ตั้งแต่ชาวบ้านริมน้ำ นักแสวงบุญ ไปจนถึงผู้สนใจวัฒนธรรมลุ่มน้ำที่ต้องการอ่านท้องถิ่นจากสถานที่จริง
 
การมาเยือนวัดสาวชะโงกให้คุ้ม จึงไม่จำเป็นต้องรีบไหว้พระแล้วกลับทันที แต่ควรใช้เวลาสังเกตสิ่งเล็ก ๆ ที่บอกเรื่องใหญ่ของลุ่มน้ำ เช่น แนวตลิ่ง วิวแม่น้ำ มุมที่มองเห็นเรือหรือการสัญจรทางน้ำ และจังหวะลมที่พัดผ่านลานวัด สิ่งเหล่านี้ทำให้เข้าใจได้ว่าเหตุใดวัดริมน้ำจึงมีบทบาทยืนยาว เพราะมันให้ทั้งความหมายทางใจและความหมายทางพื้นที่ในเวลาเดียวกัน
 
อีกแง่มุมที่น่าสนใจของวัดริมน้ำในฉะเชิงเทรา คือความสัมพันธ์กับเศรษฐกิจชุมชนในปัจจุบัน บางคล้าถูกจดจำจากตลาดน้ำและร้านอาหารริมน้ำจำนวนมาก ทำให้การแวะวัดสาวชะโงกสามารถถูกจัดเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแบบ “ศรัทธา + วิถีลุ่มน้ำ” ได้ง่าย เริ่มจากการทำบุญและสักการะในวัด แล้วค่อยต่อไปยังจุดกินเที่ยวของบางคล้าโดยไม่ต้องขับรถไกลมาก จังหวะแบบนี้ทำให้การเที่ยวมีทั้งความสงบและความมีชีวิตชีวาอยู่ร่วมกันอย่างพอดี
 
การเดินทาง วัดสาวชะโงกอยู่ในอำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด โดยปักหมุด “วัดสาวชะโงก” แล้วขับตามเส้นทางเข้าสู่ตำบลสาวชะโงก เมื่อถึงวัดสามารถจอดรถในพื้นที่ที่จัดไว้ และหากอยากสัมผัสบรรยากาศวัดริมน้ำแบบเต็ม ๆ ควรเผื่อเวลาเดินชมบริเวณริมแม่น้ำบางปะกงหน้าวัด เพื่อเห็นมิติของสถานที่ที่เชื่อมกับลุ่มน้ำอย่างชัดเจน
 
วัดสาวชะโงกจึงเป็นวัดที่อ่านได้พร้อมกันทั้ง 3 ระดับ ระดับแรกคือประวัติการตั้งวัดและการบูรณะซึ่งสะท้อนการเติบโตของชุมชน ระดับที่สองคือเรื่องเล่าที่มาของชื่อซึ่งเป็นความทรงจำร่วมของผู้คนลุ่มน้ำ และระดับที่สามคือศรัทธาต่อหลวงพ่อเหลือและวัตถุมงคลที่ทำให้ผู้คนจากหลายพื้นที่เดินทางมาถึง เมื่อทั้งหมดวางอยู่บนฉากจริงของแม่น้ำบางปะกง วัดนี้จึงเป็นเหมือนบทสรุปแบบจับต้องได้ของคำว่า “ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่ยังมีชีวิต”
 
ชื่อสถานที่วัดสาวชะโงก
ที่อยู่หมู่ที่ 1 ตำบลสาวชะโงก อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา 24110 (ริมแม่น้ำบางปะกง)
สรุปสถานที่วัดราษฎร์มหานิกายริมแม่น้ำบางปะกง ตั้งวัด พ.ศ. 2356 มีตำนานที่มาของชื่อ “สาวชะโงก” มีศรัทธาหลวงพ่อเหลือ เกจิชื่อดังด้านปลัดขิกและผ้ายันต์แดง และมีรอยพระพุทธบาทจำลองอายุกว่า 100 ปีให้สักการะ
จุดเด่นของสถานที่ทำเลวัดริมน้ำมองจากทางน้ำงดงาม, ประวัติการตั้งวัดยาวนานตั้งแต่ต้นรัตนโกสินทร์, ตำนานชื่อวัดผูกกับวิถีลุ่มน้ำ, ศรัทธาหลวงพ่อเหลือและวัตถุมงคล (ปลัดขิก/ผ้ายันต์แดง), รอยพระพุทธบาทจำลองอายุกว่า 100 ปี
ยุคสมัยตั้งวัด พ.ศ. 2356 (ต้นรัตนโกสินทร์), ได้รับวิสุงคามสีมา พ.ศ. 2512
หลักฐานสำคัญลำดับการสร้างอุโบสถ/ปฏิสังขรณ์ (พ.ศ. 2380, 2392), การผูกพัทธสีมา พ.ศ. 2392, การเพิ่มที่ดินธรณีสงฆ์และที่กัลปนา, วิสุงคามสีมา พ.ศ. 2512, รอยพระพุทธบาทจำลองอายุกว่า 100 ปี
ที่มาของชื่อตำนานเล่าว่ามีขบวนขันหมากมาทางเรือ เจ้าสาวชะโงกหน้าดูขบวนแล้วพลัดตกจากเรือนเสียชีวิต ครอบครัวจึงถวายที่ดินสร้างวัดและตั้งชื่อเป็นอนุสรณ์ว่า “วัดสาวชะโงก”
ผู้ดูแล/เจ้าอาวาส (ล่าสุด)พระอธิการธีรศักดิ์ ฐาตุกาโม (พระครูนันทธีรานุวัตร)
เบอร์โทรสถานที่089-541-5615, 038-521-058
การเดินทางเดินทางด้วยรถยนต์สะดวกที่สุด ปักหมุด “วัดสาวชะโงก” แล้วเข้าสู่ตำบลสาวชะโงก อำเภอบางคล้า เมื่อถึงวัดสามารถจอดรถในพื้นที่ที่จัดไว้ และเดินชมบรรยากาศริมแม่น้ำบางปะกงหน้าวัดได้
สถานะปัจจุบันเปิดให้ประชาชนเข้าสักการะ ทำบุญ และร่วมกิจกรรมของวัดตามโอกาส
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยถนน)1) ตลาดน้ำบางคล้า – 12 กม.
2) วัดโพธิ์บางคล้า – 13 กม.
3) วัดปากน้ำโจ้โล้ – 18 กม.
4) วัดสมานรัตนาราม – 22 กม.
5) ตลาดบ้านใหม่ 100 ปี (โซนเมืองฉะเชิงเทรา) – 30 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยถนน + เบอร์โทร)1) ก.กุ้งเผา (โซนตลาดน้ำบางคล้า) – 12 กม. โทร. 081-861-1655
2) ร่มไม้สายธาร (Rommai Saitarn) – 13 กม. โทร. 038-542-794
3) แพกุ้งสำเริง – 15 กม. โทร. 081-410-2498
4) เถ้าแก่ชื้อ (โซนบางคล้า) – 13 กม. โทร. 038-541-020
5) เจ๊เต็มกุ้งย่างปลาเผา (โซนตลาดน้ำบางคล้า) – 12 กม. โทร. 063-209-0258
ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยถนน + เบอร์โทร)1) บางคล้า รีสอร์ท – 14 กม. โทร. 085-224-4139
2) ธาราบางคล้า ริเวียร่า (Tala Bangkla Riviera) – 16 กม. โทร. 062-323-7424
3) Tamarind@Bangkhla (แทมมาริน ณ บางคล้า) – 15 กม. โทร. 065-563-2392
4) Blue Ozone Resort & Spa – 18 กม. โทร. 081-611-1144
5) Little Bangkhla – 16 กม. โทร. 062-492-4953
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดสาวชะโงกตั้งวัดเมื่อใด?
ตอบ: วัดตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2356 โดยนายนุชและนางยังเป็นผู้ริเริ่มสร้าง และอุทิศที่ดินเพื่อก่อสร้างวัดในระยะแรก
 
ถาม: วัดสาวชะโงกได้ชื่อมาจากอะไร?
ตอบ: มีตำนานเล่าว่าเคยมีขบวนขันหมากมาทางเรือ เจ้าสาวชะโงกหน้าดูขบวนแล้วพลัดตกจากเรือนเสียชีวิต ครอบครัวจึงถวายที่ดินสร้างวัดและตั้งชื่อเป็นอนุสรณ์ว่า “วัดสาวชะโงก”
 
ถาม: หลวงพ่อเหลือมีชื่อเสียงเรื่องใด?
ตอบ: หลวงพ่อเหลือ (พระครูนันทธีราจารย์) เป็นเกจิที่ผู้คนศรัทธา มีชื่อเสียงด้านการสร้างผ้ายันต์แดงแจกทหาร และวัตถุมงคล โดยเฉพาะปลัดขิกซึ่งเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง
 
ถาม: ภายในวัดมีอะไรที่เป็นโบราณ/เก่าแก่ให้สักการะ?
ตอบ: วัดมีรอยพระพุทธบาทจำลองที่มีอายุกว่า 100 ปี เป็นจุดสักการะสำคัญอีกจุดหนึ่งของผู้มาเยือน
 
ถาม: ควรมาเที่ยววัดสาวชะโงกช่วงเวลาไหนถึงจะได้บรรยากาศดีที่สุด?
ตอบ: ช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ เหมาะสำหรับการเดินชมวัดและริมแม่น้ำบางปะกง เพราะแสงสวย อากาศไม่ร้อนจัด และบรรยากาศริมแม่น้ำสงบเป็นพิเศษ
 
ถาม: ถ้าจะจัดทริปบางคล้าให้คุ้ม ควรไปที่ไหนต่อหลังจากไหว้พระ?
ตอบ: สามารถต่อไปตลาดน้ำบางคล้าเพื่อสัมผัสวิถีริมน้ำและอาหารท้องถิ่น แวะวัดสำคัญใกล้เคียงในอำเภอบางคล้า แล้วปิดท้ายด้วยร้านอาหารริมน้ำหรือที่พักโซนบางคล้าเพื่อพักผ่อนแบบไม่เร่งรีบ

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคกลาง

ปรับปรุงล่าสุด : 6 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(3)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(4)
พระราชวัง พระราชวัง(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(10)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(2)
บ้านโบราณ และเมืองโบราณ บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(1)
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(1)
ห้องสมุด ห้องสมุด(1)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(2)
วัด วัด(50)
มัสยิด มัสยิด(2)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(7)
โครงการหลวง โครงการหลวง(4)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(5)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(4)
ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(2)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(1)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(6)
น้ำตก น้ำตก(1)
ถ้ำ ถ้ำ(1)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(2)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(2)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(2)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(6)
สปาเพื่อสุขภาพ สปาเพื่อสุขภาพ(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(3)