หน้าหลัก >ภาคกลาง >จ.ฉะเชิงเทรา >อ.บางคล้า >ต.ปากน้ำ > วัดมงคลเทพ
TL;DR: วัดมงคลเทพ อยู่ที่หมู่ที่ 12 ตำบลปากน้ำ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา 24110 เปิดเปิดทุกวัน เวลา 08:00 – 17:00 น. การเดินทางสะดวก ขับรถจากตัวเมืองฉะเชิงเทรามุ่งสู่อำเภอบางคล้า แล้วเข้าสู่ตำบลปากน้ำ ปักหมุด “วัดมงคลเทพ” เพื่อเดินทางถึงวัดโดยตรง.

ฉะเชิงเทรา

วัดมงคลเทพ

วัดมงคลเทพ

Rating: 3.4/5 (7 votes)

วันเปิดทำการ: เปิดทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
 
วัดมงคลเทพ ถ้ากำลังมองหาวัดในอำเภอบางคล้าที่ให้ “ความสงบแบบจริงจัง” มากกว่าการแวะไหว้พระแล้วกลับทันที วัดมงคลเทพ ในหมู่ที่ 12 ตำบลปากน้ำ จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นหนึ่งในหมุดหมายที่ตอบโจทย์ได้ชัด เพราะวัดแห่งนี้ถูกวางบทบาทเป็นพื้นที่ปฏิบัติธรรมตั้งแต่ต้นทาง ไม่ได้เริ่มจากการเป็นวัดท่องเที่ยว แต่ค่อย ๆ เติบโตจากสำนักสงฆ์และชุมชนศรัทธา จนกลายเป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกายที่มีระบบกิจวัตรด้านการภาวนาและทำวัตรทุกวันเป็นแกนสำคัญของสถานที่
 
ภูมิทัศน์ของตำบลปากน้ำและย่านบางคล้ามีภาพจำร่วมกันคือ “พื้นที่ลุ่มน้ำ” ที่ผูกพันกับเส้นทางสายน้ำของฉะเชิงเทรา โดยเฉพาะบริบทลุ่มน้ำบางปะกงซึ่งหล่อเลี้ยงทั้งชุมชนสวนผลไม้ เครือข่ายคลอง และวิถีการเดินทางของผู้คนมาอย่างยาวนาน เมื่อพื้นที่มีความเป็นชุมชนริมน้ำและมีจังหวะชีวิตที่ยังคงพึ่งพาธรรมชาติ การเกิดขึ้นของสำนักสงฆ์หรือพื้นที่ปฏิบัติธรรมจึงไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะสภาพแวดล้อมแบบนี้เอื้อต่อการ “ลดเสียงรบกวน” ทั้งทางกายภาพและทางใจ ผู้คนที่เข้ามาแสวงหาความสงบจึงมักรู้สึกว่าแค่เปลี่ยนฉากจากเมืองใหญ่เข้าสู่บางคล้า จังหวะการหายใจและความคิดก็ค่อย ๆ ช้าลงตามธรรมชาติ
 
เรื่องเล่าตั้งต้นของวัดมงคลเทพเริ่มจากช่วงเวลาที่มีพระธุดงค์เดินทางมาปักกลดและพำนักในบริเวณนี้ ก่อนจะมีการจัดตั้งเป็นสำนักสงฆ์เพื่อการปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง นัยสำคัญของ “พระธุดงค์” ในความทรงจำท้องถิ่นคือภาพของพระผู้มุ่งแสวงหาความสงบและความเพียรเป็นแกนกลาง การมีพระธุดงค์มาพำนักจึงมักเป็นชนวนให้ชุมชนรอบพื้นที่เริ่มเกิดศรัทธาและพัฒนาพื้นที่ให้เหมาะกับการภาวนา เมื่อกาลเวลาผ่านไป สถานที่จึงถูกประกาศเป็นวัดมงคลเทพในปี 2542 โดยใช้ชื่อเดียวกับพระธุดงค์ที่ผู้คนจดจำ ซึ่งเป็นรูปแบบการตั้งชื่อที่สะท้อน “รากศรัทธา” และ “บุคคลต้นเรื่อง” ของพื้นที่ได้ค่อนข้างตรงไปตรงมา
 
ในเชิงเอกสารราชการและสถานะทางคณะสงฆ์ วัดมงคลเทพได้รับอนุญาตให้สร้างวัดเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2537 และตั้งวัดเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2542 โดยมีนางสาวเสนาะ ปานท่าไข่ เป็นผู้ขออนุญาตสร้างวัด และเป็นผู้บริจาคที่ดินเนื้อที่ 53 ไร่ 1 งาน 89 ตารางวา ต่อมาเมื่อจัดระบบพื้นที่ของวัดรวมแล้ว วัดมีที่ดินรวมประมาณ 75 ไร่ 2 งาน 26 ตารางวา รายละเอียดตัวเลขเหล่านี้สะท้อน “สเกลของพื้นที่” ที่เพียงพอสำหรับการทำหน้าที่เป็นสำนักปฏิบัติธรรม ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่อาคารพิธีกรรม เขตปฏิบัติธรรม พื้นที่รองรับผู้มาปฏิบัติ และการจัดระเบียบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของวัดในยุคปัจจุบัน
 
สิ่งที่ทำให้วัดมงคลเทพมีสถานะโดดเด่นในระดับจังหวัดคือการเป็น “สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดฉะเชิงเทราแห่งที่ 27” ซึ่งในทางปฏิบัติหมายถึงวัดไม่ได้ทำหน้าที่เพียงประกอบพิธีกรรมตามเทศกาล แต่มีบทบาทรองรับการปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่อง โดยผู้มาเยือนจำนวนมากมักสนใจตารางกิจวัตรของวัด เพราะวัดมีการปฏิบัติธรรมและทำวัตรทุกวันตั้งแต่เวลา 05:00 น. ไปจนถึง 20:30 น. ลักษณะเช่นนี้ทำให้วัดกลายเป็น “พื้นที่ฝึกใจ” ที่มีกรอบเวลาแน่นอน ผู้ที่กำลังเริ่มต้นสนใจสมาธิสามารถใช้กิจวัตรนี้เป็นแรงพยุงในการสร้างวินัย ขณะที่ผู้ที่ปฏิบัติมาแล้วก็ใช้เป็นจังหวะทบทวนและปรับสมดุลชีวิต
 
ด้านการบริหารและการเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชน วัดมีเจ้าอาวาสรูปที่ 1 คือพระอธิการบัญชา สิริวิชฺชโย และปัจจุบันได้รับแต่งตั้งเป็น “พระครูภาวนาสิทธิคุณ วิ. ชพ.” ชื่อสมณศักดิ์ที่ผูกกับคำว่า “ภาวนา” เป็นสัญญะที่สอดคล้องกับบทบาทของวัดอย่างชัดเจน เพราะชุมชนไม่ได้จดจำวัดนี้เพียงในฐานะสถานที่ทำบุญ แต่จดจำในฐานะสถานที่ฝึกสติ ฝึกสมาธิ และยกระดับชีวิตด้วยการปฏิบัติจริง เมื่อวัดเติบโตจนมีอุโบสถและศาสนสถานพร้อมสมบูรณ์ วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญที่ยืนยันความพร้อมของเขตสังฆกรรมและการประกอบพิธีอุปสมบทตามระเบียบคณะสงฆ์
 
หากมองในมิติ “วัดร่วมสมัย” วัดมงคลเทพเป็นตัวอย่างของการออกแบบอาคารที่ตั้งใจให้เรียบง่ายแต่ใช้วัสดุและรายละเอียดที่ชัดเจน สิ่งก่อสร้างส่วนใหญ่เป็นอาคารร่วมสมัย โทนโดยรวมเน้นความสะอาดตา ไม่เน้นความฟู่ฟ่าของลวดลาย แต่ให้ความสำคัญกับสัดส่วนและผิววัสดุที่ทำให้เกิดความรู้สึกสงบ เมื่อผู้มาเยือนเดินเข้าสู่เขตอุโบสถ มักรู้สึกได้ทันทีว่าสถานที่วางบรรยากาศให้เหมาะกับการตั้งจิตมากกว่าการเดินชมแบบรีบร้อน ซึ่งสอดคล้องกับอัตลักษณ์สำนักปฏิบัติธรรมที่ต้องการ “พื้นที่ว่างทางใจ” มากกว่า “ความหนาแน่นของสิ่งกระตุ้น”
 
อุโบสถของวัดมงคลเทพเริ่มสร้างในช่วง พ.ศ. 2551 ถึง พ.ศ. 2553 เป็นอุโบสถยกฐานสูงประมาณ 1.5 เมตร กำหนดขนาดกว้าง 9.40 เมตร และยาว 30.50 เมตร ลักษณะการยกฐานสูงทำให้เกิดความรู้สึก “ยกพื้นที่พิธีกรรมขึ้นจากพื้นโลก” อย่างชัดเจน และช่วยกำหนดขอบเขตเชิงสัญลักษณ์ว่าพื้นที่ภายในคือพื้นที่สำหรับการสงบกายสงบใจ ภายในอุโบสถ ผนังและพื้นปูด้วยหินอ่อนซึ่งให้ผิวสัมผัสเย็นตาและสะท้อนแสงอย่างนุ่มนวล ส่วนผนังภายนอกก่ออิฐฉาบปูนและฉาบทรายล้างสีขาว ทำให้ตัวอาคารดูสว่างและสะอาดตาในเวลากลางวัน และยิ่งเด่นเมื่อแสงอาทิตย์ตกกระทบในช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ
 
จุดที่หลายคนหยุดดูนานเป็นพิเศษคือ “หน้าบัน” เพราะวัดเลือกใช้วัสดุอลูมิเนียมนูนต่ำเป็นภาพเล่าเรื่องและเป็นงานศิลป์ร่วมสมัยที่เข้ากับอาคารโดยรวม หน้าบันด้านทิศตะวันออกเป็นรูปองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า “พิสดารกาย” จำนวน 100 องค์ ซึ่งสามารถอ่านความหมายได้หลายชั้น ตั้งแต่ชั้นของความศรัทธาที่เห็นพระพุทธองค์ในมิติอเนกอนันต์ ไปจนถึงชั้นของการสื่อสารว่า “ธรรมะมีได้หลายประตู” แต่พาไปสู่สาระเดียวกันคือความพ้นทุกข์ ขณะที่หน้าบันด้านทิศตะวันตกเป็นรูปพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) จำนวน 101 องค์ การเลือกวางองค์ประกอบเช่นนี้ทำให้ผู้มาเยือนเห็นการเชื่อมโยงของวัดกับสายคติธรรมและการภาวนาในสังคมไทยร่วมสมัยอย่างเป็นรูปธรรม และยังสะท้อนการออกแบบที่ให้ “จำนวน” ทำหน้าที่เป็นทั้งความงามและความหมายพร้อมกัน
 
รอบอุโบสถมีการจัด “กำแพงแก้ว” ล้อมพื้นที่โดยกำหนดขนาดกว้าง 33.75 เมตร และยาว 54.85 เมตร กำแพงแก้วในคติวัดไทยเป็นมากกว่าแนวรั้ว เพราะทำหน้าที่กำหนดขอบเขตศาสนพิธีและเป็นเส้นแบ่งทางสัญลักษณ์ระหว่างพื้นที่โลกีย์กับพื้นที่พิธีกรรม การมีพื้นที่ล้อมรอบชัดเจนเช่นนี้ยังช่วยจัดระเบียบการเดินของผู้มาเยือน ทำให้การเข้าออกเป็นจังหวะ ไม่รบกวนผู้ที่กำลังสวดมนต์หรือทำสมาธิอยู่ภายในอาคาร และทำให้วัดสามารถรักษาบรรยากาศสงบได้แม้ในวันที่มีผู้คนมามากเป็นพิเศษ
 
ภายในอุโบสถมีพระประธานนามว่า “พระพุทธเจ้าองค์ต้นธาตุต้นธรรม” ชื่อพระประธานที่เน้นคำว่า “ต้นธาตุ” และ “ต้นธรรม” ทำให้ผู้มาปฏิบัติธรรมจำนวนมากตีความไปในทิศทางเดียวกันคือการกลับไปหา “แก่น” ของการภาวนา ไม่ไหลตามความฟุ้งซ่านของชีวิตประจำวัน และหันกลับมาดูเหตุปัจจัยของกายใจอย่างตรงไปตรงมา เมื่อผู้มาเยือนนั่งสงบอยู่ในอุโบสถ จังหวะของสถานที่ที่ถูกออกแบบให้เรียบง่าย วัสดุหินอ่อนที่ให้ความนิ่ง และโทนสีขาวที่ลดการกระตุ้นทางสายตา มักทำให้การตั้งจิตทำได้ง่ายขึ้นกว่าพื้นที่ที่มีรายละเอียดหนาแน่น
 
การทำวัตรและการปฏิบัติธรรมทุกวันของวัดมงคลเทพเป็นสิ่งที่ควรเล่าให้ครบในฐานะ “ประสบการณ์ของสถานที่” เพราะถ้าผู้อ่านมาด้วยความตั้งใจจะภาวนา สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่รู้ว่ามีอุโบสถสวยหรือไม่ แต่คือรู้ว่าที่นี่มีจังหวะกิจวัตรรองรับจริงหรือไม่ วัดที่รักษากิจวัตรเช้าและค่ำได้ต่อเนื่องมักสร้างความมั่นใจให้ผู้มาเยือนว่ามาแล้วจะไม่หลุดไปกับความเร่งรีบของโลกภายนอกง่าย ๆ และยังเป็นโอกาสให้ผู้ที่เริ่มต้นฝึกสมาธิได้เรียนรู้ “วินัยแบบอ่อนโยน” ผ่านกรอบเวลาของวัด โดยไม่จำเป็นต้องกดดันตัวเองเกินไป
 
ถ้ามองให้ลึกขึ้น วัดสายปฏิบัติที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกงมี “ภูมิหลังทางวัฒนธรรม” ที่น่าสนใจ เพราะชีวิตของชุมชนลุ่มน้ำมักพึ่งพาจังหวะธรรมชาติเป็นทุนเดิม ไม่ว่าจะเป็นระดับน้ำ ฤดูกาลการเพาะปลูก วงรอบสวนผลไม้ หรือการทำประมงในบางช่วง จังหวะแบบนี้ทำให้ผู้คนคุ้นเคยกับการสังเกตและรอคอย เมื่อวัดเสนอการฝึกสติและการภาวนาที่ต้องอาศัยการสังเกตลมหายใจและความคิด จึงเหมือนนำ “ทักษะชีวิตของชุมชน” มาเชื่อมกับ “ทักษะทางใจ” อย่างเป็นธรรมชาติ ผู้มาเยือนที่เคยรู้จักบางคล้าในภาพตลาดน้ำหรือร้านกุ้งเผาริมน้ำ เมื่อได้ลองเข้ามาใช้เวลาสงบที่วัดมงคลเทพ มักเห็นอีกมิติของบางคล้าที่ลึกกว่า คือมิติของการอยู่กับตัวเองและการเรียนรู้ความเงียบ
 
สำหรับผู้ที่ตั้งใจจะมาเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแบบวันเดียว วัดมงคลเทพสามารถเป็น “จุดเริ่มต้นของเช้าวันใหม่” ได้ดี เพราะช่วงเช้าอากาศยังไม่ร้อนและบรรยากาศเหมาะกับการตั้งจิต หลังจากสักการะพระประธานและใช้เวลาอยู่กับความสงบแล้ว ค่อยต่อเส้นทางไปยังจุดท่องเที่ยวของบางคล้า เช่น ตลาดน้ำบางคล้าหรือวัดสำคัญในย่านเดียวกัน เท่านี้การเที่ยวจะไม่ใช่การไล่เช็คอิน แต่เป็นการจัดจังหวะให้วันหนึ่งมีทั้งศรัทธา ความสงบ และรสชาติของท้องถิ่นอยู่ด้วยกันอย่างสมดุล
 
การเดินทาง หากเดินทางจากตัวเมืองฉะเชิงเทรา สามารถมุ่งหน้าเข้าสู่อำเภอบางคล้าและปักหมุดไปยังวัดมงคลเทพในตำบลปากน้ำ การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด เพราะช่วยให้บริหารเวลาได้ตามกิจวัตรที่อยากเข้าร่วม เช่น ช่วงเช้าที่ต้องการมาถึงให้ทันบรรยากาศสงบ หรือช่วงบ่ายที่เหมาะกับการชมรายละเอียดงานศิลป์ของอุโบสถแบบไม่เร่งรีบ แนะนำให้ตรวจสอบเส้นทางก่อนออกเดินทาง และเผื่อเวลาในช่วงวันหยุดที่ถนนบางช่วงอาจมีรถจากนักท่องเที่ยวที่มุ่งหน้าไปตลาดน้ำและร้านริมน้ำ
 
เมื่อรวมเรื่องเล่าการเริ่มต้นจากสำนักสงฆ์ การเติบโตเป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด ลำดับเวลาการตั้งวัดและวิสุงคามสีมาที่ชัดเจน และการออกแบบสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่คุมโทนเพื่อการภาวนา วัดมงคลเทพจึงเป็นวัดที่มี “ตัวตน” ชัดในแบบของตัวเอง ไม่ได้แข่งความอลังการด้วยลวดลาย แต่ชนะด้วยความนิ่ง ความเรียบ และความสม่ำเสมอของกิจวัตรที่ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกได้ทันทีว่าที่นี่ถูกสร้างมาเพื่อให้ใจได้พักจริง ๆ
 
ชื่อสถานที่วัดมงคลเทพ
ที่อยู่หมู่ที่ 12 ตำบลปากน้ำ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา 24110
สรุปสถานที่วัดราษฎร์มหานิกายในตำบลปากน้ำ เริ่มจากสำนักสงฆ์ปฏิบัติธรรม ตั้งวัด พ.ศ. 2542 และได้รับวิสุงคามสีมา พ.ศ. 2554 มีอุโบสถร่วมสมัย งานหน้าบันอลูมิเนียมนูนต่ำ และเป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดฉะเชิงเทราแห่งที่ 27
จุดเด่นของสถานที่แนวปฏิบัติธรรมและทำวัตรทุกวัน, อุโบสถร่วมสมัยปูหินอ่อน, หน้าบันอลูมิเนียมนูนต่ำ (พิสดารกาย 100 องค์ และพระมงคลเทพมุนี 101 องค์), พระประธาน “พระพุทธเจ้าองค์ต้นธาตุต้นธรรม”
เบอร์โทรสถานที่083-598-6877, 038-088-000
ผู้ดูแล/เจ้าอาวาส (ล่าสุด)พระครูภาวนาสิทธิคุณ วิ. ชพ.
การเดินทางขับรถจากตัวเมืองฉะเชิงเทรามุ่งสู่อำเภอบางคล้า แล้วเข้าสู่ตำบลปากน้ำ ปักหมุด “วัดมงคลเทพ” เพื่อเดินทางถึงวัดโดยตรง
สถานะปัจจุบันเปิดให้เข้าสักการะและเข้าร่วมกิจวัตรตามรอบของวัด
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยถนน)1) ตลาดน้ำบางคล้า – 12 กม.
2) วัดโพธิ์บางคล้า – 13 กม.
3) วัดปากน้ำโจ้โล้ – 15 กม.
4) วัดสมานรัตนาราม – 28 กม.
5) ตลาดบ้านใหม่ 100 ปี (โซนเมืองฉะเชิงเทรา) – 34 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยถนน + เบอร์โทร)1) ก.กุ้งเผา ตลาดน้ำบางคล้า – 12 กม. โทร. 081-861-1655
2) ร้านกุ้งเผา ทะเลเผา – 13 กม. โทร. 099-257-0634
3) ร่มไม้สายธาร – 14 กม. โทร. 038-542-794
4) เถ้าแก่ชื้อ – 13 กม. โทร. 038-541-020
5) บางคล้าคาเฟ่ แอนด์ เรสเตอรองท์ – 12 กม. โทร. 082-510-4538
ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยถนน + เบอร์โทร)1) บางคล้า รีสอร์ท – 18 กม. โทร. 085-224-4139
2) ธาราบางคล้า ริเวียร่า (Tala Bangkla Riviera) – 16 กม. โทร. 062-323-7424
3) Blue Ozone Resort & Spa – 17 กม. โทร. 081-611-1144
4) Tamarind@Bangkhla (แทมมาริน ณ บางคล้า) – 15 กม. โทร. 065-563-2392
5) Little Bangkhla – 19 กม. โทร. 062-492-4953
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดมงคลเทพอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดตั้งอยู่หมู่ที่ 12 ตำบลปากน้ำ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา
 
ถาม: วัดมงคลเทพตั้งวัดเมื่อใด?
ตอบ: วัดได้รับอนุญาตให้สร้างเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2537 และตั้งวัดเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2542
 
ถาม: วัดมงคลเทพเป็นสำนักปฏิบัติธรรมจริงไหม?
ตอบ: วัดเป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดฉะเชิงเทราแห่งที่ 27 และมีแนวทางกิจวัตรด้านการภาวนาเป็นแกนสำคัญของวัด
 
ถาม: จุดเด่นของอุโบสถวัดมงคลเทพคืออะไร?
ตอบ: อุโบสถเป็นอาคารร่วมสมัย ภายในปูหินอ่อน และมีหน้าบันอลูมิเนียมนูนต่ำเป็นเอกลักษณ์ โดยด้านหนึ่งเป็นภาพองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า “พิสดารกาย” 100 องค์ และอีกด้านเป็นภาพพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) 101 องค์
 
ถาม: พระประธานในอุโบสถชื่ออะไร?
ตอบ: พระประธานมีนามว่า “พระพุทธเจ้าองค์ต้นธาตุต้นธรรม”
 
ถาม: ถ้าจะมาปฏิบัติธรรมที่วัด ควรเตรียมตัวยังไง?
ตอบ: แต่งกายสุภาพ งดเสียงดัง เคารพพื้นที่ปฏิบัติและเวลาทำวัตร ควรมาถึงก่อนเวลาที่ต้องการเข้าร่วมกิจวัตรเพื่อเตรียมใจและจัดความเรียบร้อยให้พร้อม

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคกลาง

ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(3)

แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(4)

พระราชวัง พระราชวัง(1)

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(10)

พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(2)

บ้านโบราณ และเมืองโบราณ บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(1)

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ

พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(1)

ห้องสมุด ห้องสมุด(1)

ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(2)

มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัด วัด(50/298)

มัสยิด มัสยิด(2)

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(7)

โครงการในพระราชดำริ โครงการในพระราชดำริ

โครงการหลวง โครงการหลวง(4)

วิถีชีวิต วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(5)

ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(4)

ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(1)

ธรรมชาติ และสัตว์ป่า ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(2)

ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(1)

เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(6)

น้ำตก น้ำตก(1)

ถ้ำ ถ้ำ(1)

แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(2)

อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)

หมู่เกาะ หมู่เกาะ(2)

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(2)

บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)

แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)

ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(6)

สปาเพื่อสุขภาพ สปาเพื่อสุขภาพ

สปาเพื่อสุขภาพ สปาเพื่อสุขภาพ(1)

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(3)