หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดฉะเชิงเทรา >อ.บางคล้า >ต.ปากน้ำ > วัดกกสับ
TL;DR: วัดกกสับ อยู่ที่หมู่ที่ 4 ตำบลปากน้ำ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา 24110 (ริมคลองท่าลาด) เปิดเปิดทุกวัน เวลา 06:00 – 18:00 น.

ฉะเชิงเทรา

วัดกกสับ

วัดกกสับ

วันเปิดทำการ: เปิดทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 18:00 น.
 
วัดกกสับ (วัดกกสับใน) เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่ในตำบลปากน้ำ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีคลองท่าลาดทอดตัวอยู่หน้าวัดในระยะสายตา ทำให้ภาพจำของวัดแห่งนี้ผูกติดกับภูมิทัศน์ริมน้ำอย่างชัดเจน พื้นที่ริมคลองที่ดูเหมือนสงบเรียบร้อยในวันนี้ เคยเป็น “เส้นเลือดใหญ่” ของชุมชนบางคล้า ทั้งในฐานะทางสัญจร ทางค้าขาย และพื้นที่รองรับกิจกรรมของผู้คนในลุ่มน้ำบางปะกงมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อเดินเข้ามาภายในวัด บรรยากาศโดยรวมให้ความรู้สึกเรียบง่ายแบบวัดราษฎร์ แต่มีน้ำหนักของเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และโบราณคดีซ้อนทับอยู่ในพื้นที่เดียวกันอย่างน่าสนใจ
 
วัดกกสับก่อตั้งเมื่อวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2465 โดยมีพระพนมสารนรินทร์ (หุ่น พนมยันต์) เป็นผู้นำในการสร้างวัดบนที่ดินที่ได้รับการบริจาคไว้ก่อนหน้าใน พ.ศ. 2462 จากนายกลี่และนางสาย ชาวอำเภอพนมสารคาม นี่ไม่ใช่รายละเอียดเล็กน้อย เพราะการ “เริ่มต้นด้วยที่ดินบริจาค” เป็นรูปแบบการเกิดขึ้นของวัดราษฎร์จำนวนมากในประเทศไทย และสะท้อนโครงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างศาสนา ชุมชน และทุนทางสังคมของท้องถิ่นได้อย่างเป็นรูปธรรม เมื่อวัดได้รับการสถาปนาจนมั่นคงแล้ว ก็ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2476 โดยกำหนดเขตวิสุงคามสีมากว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตร การได้รับวิสุงคามสีมาไม่ได้เป็นเพียงพิธีการ แต่เป็น “หลักเขต” ที่ยืนยันฐานะของอุโบสถและศาสนสถานตามระเบียบคณะสงฆ์อย่างสมบูรณ์ และบ่งชี้ว่าวัดมีบทบาทต่อชุมชนในระดับที่รัฐให้การรับรองอย่างชัดเจน
 
ในฐานะวัดริมน้ำ วัดกกสับสัมพันธ์กับ “ลุ่มน้ำบางปะกง” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม่น้ำบางปะกงเป็นระบบลำน้ำสำคัญของภาคตะวันออก เชื่อมพื้นที่เกษตรกรรม ชุมชนริมน้ำ และแหล่งทรัพยากรธรรมชาติหลากชนิด ตั้งแต่ต้นน้ำไปสู่ปากอ่าวไทย เครือข่ายคลองธรรมชาติและคลองที่ขุดขึ้นเสริมในยุคต่อมา ทำหน้าที่เป็นเส้นทางลำเลียงสินค้า เช่น ข้าว ปลา กุ้ง ผลไม้ และผลิตผลจากสวนของบางคล้า รวมถึงเป็นช่องทางการเดินทางของผู้คนก่อนที่ถนนจะเข้าถึงทุกตำบลได้อย่างปัจจุบัน คลองท่าลาดซึ่งอยู่หน้าวัดจึงไม่ใช่เพียง “ฉาก” ของภูมิทัศน์ แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้ชุมชนดำรงอยู่ ทำให้วัดมีคนเข้าถึง มีงานบุญ มีเครือญาติและเครือข่ายศรัทธาเดินทางมาถึงได้จริง
 
ความน่าสนใจของวัดกกสับยิ่งเด่นชัดเมื่อมองจากมิติ “โบราณคดีและหลักฐานวัตถุ” เพราะบริเวณคลองท่าลาดหน้าวัดเคยมีการขุดพบซากเรือโบราณพร้อมปืนใหญ่ และเครื่องใช้โบราณจำนวนหลายชิ้น วัตถุที่พบเหล่านี้ได้รับการตรวจสอบและลงทะเบียนโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกรมศิลปากรในพื้นที่ และมีการสันนิษฐานอายุอยู่ในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ราวรัชสมัยรัชกาลที่ 4–6 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สยามกำลังเผชิญการปรับตัวครั้งใหญ่ ทั้งด้านการปกครอง เศรษฐกิจ การทหาร และความสัมพันธ์กับชาติตะวันตก การพบ “เรือ + ปืนใหญ่” ในลำน้ำของชุมชนจึงเปิดประตูให้ตั้งคำถามเชิงประวัติศาสตร์ได้หลายชั้น โดยไม่จำเป็นต้องรีบสรุปว่าเป็นของฝ่ายใด แต่เห็นชัดว่าเส้นทางน้ำในลุ่มบางปะกงมี “ความหมายทางยุทธศาสตร์” และ “ความหมายทางเศรษฐกิจ” อยู่ร่วมกัน
 
เพื่อทำความเข้าใจความลึกทางโบราณคดีของการพบซากเรือในคลองท่าลาด จำเป็นต้องมองภาพรวมของ “โบราณวัตถุใต้น้ำ” (underwater cultural heritage) ในบริบทของไทย โบราณวัตถุใต้น้ำมักปรากฏในพื้นที่ที่เคยเป็นเส้นทางเดินเรือ ทางค้าขาย จุดพักสินค้า หรือพื้นที่ปฏิบัติการทางทหาร เมื่อเวลาผ่านไป การทับถมของตะกอน การเปลี่ยนทิศทางน้ำ การขุดลอก และการกัดเซาะ ทำให้วัตถุที่เคยจมอยู่เงียบ ๆ ถูกเปิดเผยขึ้นมา การค้นพบซากเรือและปืนใหญ่ในคลองท่าลาดมีลักษณะใกล้เคียงกับกรณีอื่น ๆ ในประเทศไทยที่เกิดจากการขุดลอกหรือจัดการทางน้ำเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและการตื้นเขิน กล่าวคือ วัตถุไม่ได้ “โผล่ขึ้นมาเอง” หากแต่ถูกเผยให้เห็นในช่วงที่มนุษย์เข้าไปจัดการระบบลำน้ำ โดยเฉพาะเมื่อมีการขุดลอกลำคลองเพื่อเพิ่มการระบายน้ำ ในมุมนี้ วัดกกสับจึงกลายเป็นพื้นที่ที่มี “จุดตัด” ระหว่างศาสนสถานของชุมชนกับหลักฐานประวัติศาสตร์ใต้น้ำที่สะท้อนการใช้งานลำน้ำจริงในอดีต
 
รายละเอียดจากข่าวท้องถิ่นในอดีตเล่าว่า การพบซากเรือและปืนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างการขุดลอกคลองท่าลาดเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม และทำให้ผู้คนในพื้นที่แห่มาดูหลักฐานที่ปรากฏขึ้นเป็นจำนวนมาก ภาพที่ผู้คนยืนล้อมจุดพบวัตถุไม่ต่างจาก “การเห็นประวัติศาสตร์โผล่ขึ้นจากน้ำ” ในเวลาจริง ซึ่งสอดคล้องกับธรรมชาติของโบราณคดีในพื้นที่ลุ่มน้ำ ที่มักเกิดการรับรู้ผ่านเหตุการณ์เฉพาะหน้า ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนทางวิชาการ เช่น การตรวจสอบ การลงทะเบียน การเคลื่อนย้าย การอนุรักษ์สภาพ และการทำฐานข้อมูล สิ่งสำคัญคือ แม้ผู้คนจะมีความเชื่อหรือข้อสันนิษฐานในเชิงตำนานท้องถิ่น แต่การทำงานของหน่วยงานโบราณคดีจะอาศัยหลักฐานด้านรูปแบบวัตถุ วัสดุ เทคนิคการผลิต ร่องรอยการใช้งาน และบริบทของชั้นตะกอนเพื่อประเมินอายุและความเป็นไปได้มากที่สุด ซึ่งการสันนิษฐานช่วงรัชกาลที่ 4–6 ก็ชวนให้มองเห็นภาพสยามในยุคปฏิรูปและยุคที่การคมนาคมทางน้ำยังคงสำคัญมาก ควบคู่กับการเริ่มเติบโตของถนนและระบบขนส่งรูปแบบใหม่
 
เมื่อตีกรอบช่วงเวลารัตนโกสินทร์ตอนต้นถึงตอนกลาง แนวคิดเรื่อง “เรือกับปืนใหญ่” ในเครือข่ายลำน้ำจึงพาไปสู่ความเข้าใจเชิงโครงสร้างว่า ในอดีตลุ่มน้ำไม่ใช่แค่พื้นที่ผลิตอาหาร แต่เป็นพื้นที่ควบคุมการเคลื่อนย้ายทรัพยากรและความปลอดภัย การมีอาวุธหนักอย่างปืนใหญ่ในบริบททางน้ำ สะท้อนว่ามีการจัดการด้านความมั่นคงหรือการคุ้มกันเส้นทางในบางจังหวะของประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันโจรผู้ร้าย การคุ้มกันขบวนสินค้า หรือการประจำการชั่วคราวในช่วงสถานการณ์ตึงเครียด นอกจากนี้ยังสะท้อน “เทคโนโลยี” ของยุคสมัย เพราะปืนใหญ่เป็นเครื่องมือที่ต้องอาศัยองค์ความรู้การหล่อโลหะ การจัดการดินปืน และการประจำการ ซึ่งเชื่อมโยงกับโครงสร้างรัฐและกองกำลังของช่วงเวลาเดียวกัน
 
การเชื่อมโยงกับลุ่มน้ำบางปะกงในเชิงประวัติศาสตร์ยังทำให้เห็นบทบาทของอำเภอบางคล้าในฐานะ “พื้นที่กลางทาง” ระหว่างตัวเมืองฉะเชิงเทรา พื้นที่สวนผลไม้ และเส้นทางไปสู่ปากอ่าวไทย ชุมชนริมน้ำอย่างบางคล้าจึงมีความเป็นเมืองตลาดและเมืองสวนในเวลาเดียวกัน พื้นที่นี้มีทั้งสวนมะม่วง สวนมะพร้าว สวนผลไม้ตามฤดูกาล และกิจกรรมประมงน้ำจืด–น้ำกร่อยในบางช่วง ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนสินค้าอย่างคึกคักในอดีต เมื่อมีตลาด เมื่อมีท่าเรือ เมื่อมีแพและโป๊ะ ก็ยิ่งทำให้เส้นทางน้ำมีความสำคัญต่อความเป็นอยู่ และเมื่อเส้นทางน้ำสำคัญ ก็ย่อมมีเหตุผลให้เกิดหลักฐานวัตถุหลงเหลืออยู่ในลำน้ำ ไม่ว่าจะด้วยอุบัติเหตุ การทิ้ง การจม หรือการซ่อมแซมแล้วถูกทิ้งไว้ตามกาลเวลา
 
ในอีกด้านหนึ่ง วัดกกสับยังมีน้ำหนักด้านศรัทธาที่เป็นรูปธรรมผ่านการสักการะหลวงพ่อซุ้ยและหลวงพ่อเงิน อดีตเจ้าอาวาส โดยเฉพาะ หลวงพ่อเงิน จันทสโร ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวบางคล้าอย่างกว้างขวาง ภายในวัดมีมณฑปประดิษฐานรูปหล่อให้ผู้คนได้กราบไหว้และระลึกถึงคุณความดี เรื่องเล่าที่สืบต่อกันมามักกล่าวถึงวิทยาคมและเมตตาบารมี เช่น คงกระพันชาตรี วาจาสิทธิ์ และความสามารถในการสะเดาะกลอนโบสถ์ รวมถึงวลีสำคัญที่ชุมชนจดจำว่า ผู้ที่นับถือท่านจะไม่อดตาย ในเชิงมานุษยวิทยา ความเชื่อแบบนี้ทำหน้าที่เป็น “ทุนทางใจ” ของชุมชน เป็นการยืนยันว่าในยามยากยังมีที่พึ่งและยังมีความหวัง ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมวัดราษฎร์หลายแห่งจึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธีกรรม แต่เป็นศูนย์กลางทางอารมณ์และความมั่นคงทางสังคมของพื้นที่อย่างแท้จริง
 
เมื่อวัดตั้งอยู่ติดคลองท่าลาด “ภูมิทัศน์ศรัทธา” จึงหลอมรวมกับ “ภูมิทัศน์ลุ่มน้ำ” ได้อย่างแนบแน่น ภาพการมาทำบุญแล้วมองเห็นลำน้ำหน้าวัด ทำให้ผู้คนรับรู้ความต่อเนื่องของชีวิตในสองมิติพร้อมกัน คือ มิติของธรรมะและมิติของการดำรงชีพ ไม่แปลกที่วัดริมน้ำจำนวนมากจะมีตำนานและหลักฐานทางวัตถุเกี่ยวข้องกับลำน้ำ เพราะลำน้ำเป็นทั้งพื้นที่ทำกินและพื้นที่แห่งเรื่องราว เมื่อมีโบราณวัตถุอย่างซากเรือและปืนใหญ่ปรากฏขึ้น การรับรู้ของชุมชนจึงไม่ใช่แค่ “ของเก่า” แต่เป็น “หลักฐานว่าแผ่นดินและสายน้ำแถวนี้เคยผ่านเหตุการณ์จริงมาแล้ว”
 
ในมุมของผู้มาเยือน วัดกกสับเหมาะกับการแวะสักการะ ทำบุญ และศึกษาเรื่องราวเชิงพื้นที่ โดยเฉพาะผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่นแบบ “อ่านจากสถานที่จริง” การเดินชมภายในวัดสามารถเริ่มจากอุโบสถและเขตวิสุงคามสีมาเพื่อทำความเข้าใจแกนศาสนสถาน จากนั้นไปที่มณฑปเพื่อสักการะและทำความเข้าใจสายศรัทธาของชุมชน ก่อนจะหันออกไปที่คลองท่าลาดหน้าวัดเพื่อเชื่อมโยงเรื่องเล่ากับภูมิประเทศจริง หากมองให้ลึกขึ้น สายน้ำที่ไหลผ่านหน้าวัดไม่ได้บอกเพียงความร่มเย็น แต่บอกถึงระบบเศรษฐกิจของคนสวน บอกถึงเส้นทางขนส่งสินค้า และบอกถึงความเป็นไปได้ทางประวัติศาสตร์ที่ทำให้เรือและปืนใหญ่ไปอยู่ในลำน้ำนั้นได้จริงในวันหนึ่งของอดีต
 
การเดินทาง จากตัวเมืองฉะเชิงเทรา ใช้เส้นทางมุ่งสู่อำเภอบางคล้า แล้วเข้าสู่ตำบลปากน้ำ ไปยังบริเวณริมคลองท่าลาดหน้าวัด การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด โดยสามารถจอดรถภายในพื้นที่วัดได้ตามจุดที่จัดไว้ หากต้องการวางแผนให้ราบรื่น แนะนำให้ตั้งจุดหมายปลายทางเป็น “วัดกกสับ (วัดกกสับใน) ตำบลปากน้ำ อำเภอบางคล้า” แล้วตรวจสอบเส้นทางก่อนออกเดินทาง โดยเฉพาะช่วงวันหยุดที่บางคล้าอาจมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวตลาดน้ำและร้านอาหารริมน้ำเป็นจำนวนมาก
 
ด้วยองค์ประกอบทั้งหมดนี้ วัดกกสับจึงเป็นวัดที่มี “แกนเรื่องเล่า” ที่แข็งแรงกว่าวัดราษฎร์ทั่วไปในระดับตำบล เพราะมีทั้งประวัติการก่อตั้งและวิสุงคามสีมาที่ชัดเจน มีอดีตเจ้าอาวาสที่ชุมชนศรัทธาจนเกิดสัญลักษณ์ทางความเชื่อ และมีหลักฐานวัตถุเชิงโบราณคดีในลำน้ำหน้าวัดที่เชื่อมโยงกับบริบทลุ่มน้ำบางปะกงอย่างเป็นรูปธรรม หากกำลังมองหาวัดที่ให้มากกว่าการแวะไหว้พระแบบผ่าน ๆ วัดแห่งนี้ให้โอกาสในการ “อ่านท้องถิ่นผ่านสายน้ำ” และเห็นว่าวิถีชุมชนริมน้ำยังคงหล่อเลี้ยงความหมายของศาสนสถานได้จนถึงปัจจุบัน
 
ชื่อสถานที่วัดกกสับ (วัดกกสับใน)
ที่อยู่หมู่ที่ 4 ตำบลปากน้ำ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา 24110 (ริมคลองท่าลาด)
สรุปสถานที่วัดราษฎร์มหานิกายริมน้ำ ก่อตั้ง พ.ศ. 2465 ได้รับวิสุงคามสีมา พ.ศ. 2476 มีมณฑปหลวงพ่อเงิน จันทสโร และมีประวัติการพบซากเรือโบราณพร้อมปืนใหญ่ในคลองท่าลาดหน้าวัด
จุดเด่นของสถานที่มณฑปประดิษฐานรูปหล่อหลวงพ่อซุ้ยและหลวงพ่อเงิน จันทสโร, เรื่องราวศรัทธาท้องถิ่น, หลักฐานโบราณวัตถุใต้น้ำ (ซากเรือโบราณและปืนใหญ่) เชื่อมโยงบริบทลุ่มน้ำบางปะกง
ยุคสมัยก่อตั้งสมัยรัตนโกสินทร์ (พ.ศ. 2465), โบราณวัตถุที่พบในลำน้ำสันนิษฐานช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้น–กลาง (รัชกาลที่ 4–6)
หลักฐานสำคัญเขตวิสุงคามสีมา (กว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตร), รายงานการพบซากเรือโบราณพร้อมปืนใหญ่และเครื่องใช้โบราณจากคลองท่าลาดหน้าวัด
ที่มาของชื่อชื่อ “กกสับ” สอดคล้องภูมิทัศน์พื้นที่ชุ่มน้ำและพืชกกที่พบได้ในพื้นที่ลุ่มน้ำ (ใช้เป็นชื่อเรียกท้องถิ่นที่สืบต่อกันมา)
ผู้ดูแล/เจ้าอาวาส (ล่าสุด)พระใบฎีกากาย กตบุญโญ
การเดินทางเดินทางด้วยรถยนต์จากตัวเมืองฉะเชิงเทรามุ่งสู่อำเภอบางคล้า เข้าตำบลปากน้ำไปยังริมคลองท่าลาดหน้าวัด มีพื้นที่จอดรถภายในวัด
สถานะปัจจุบันเปิดให้ประชาชนเข้าสักการะและทำบุญ
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยถนน)1) ตลาดน้ำบางคล้า – 6 กม.
2) วัดโพธิ์บางคล้า – 7 กม.
3) แม่น้ำบางปะกง (จุดชมวิว/ร้านริมน้ำโซนบางคล้า) – 6 กม.
4) วัดสมานรัตนาราม – 22 กม.
5) ตลาดบ้านใหม่ 100 ปี (โซนเมืองฉะเชิงเทรา) – 28 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยถนน + เบอร์โทร)1) ก.กุ้งเผา ตลาดน้ำบางคล้า – 6 กม. โทร. 081-861-1655
2) ร้านกุ้งเผา ทะเลเผา – 7 กม. โทร. 099-257-0634
3) ร่มไม้สายธาร (Rommai Saitarn) – 8 กม. โทร. 038-542-794
4) แพกุ้งสำเริง – 11 กม. โทร. 081-410-2498
5) เถ้าแก่ชื้อ (โซนบางคล้า) – 9 กม. โทร. 081-305-0868
ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยถนน + เบอร์โทร)1) บางคล้า รีสอร์ท – 3 กม. โทร. 085-224-4139
2) ธาราบางคล้า ริเวียร่า (Tala Bangkla Riviera) – 12 กม. โทร. 062-323-7424
3) เย็นจิต รีสอร์ท (Yenjit Resort) – 24 กม. โทร. 086-803-2070
4) Tamarind@Bangkhla (แทมมาริน ณ บางคล้า) – 10 กม. โทร. 065-563-2392
5) Blue Ozone Resort & Spa – 14 กม. โทร. 081-611-1144
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดกกสับก่อตั้งเมื่อใด?
ตอบ: วัดก่อตั้งเมื่อวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2465 โดยมีพระพนมสารนรินทร์ (หุ่น พนมยันต์) เป็นผู้นำในการสร้าง และได้รับที่ดินบริจาคตั้งแต่ พ.ศ. 2462
 
ถาม: วัดกกสับได้รับวิสุงคามสีมาเมื่อใด?
ตอบ: วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2476 โดยเขตวิสุงคามสีมากว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตร
 
ถาม: หลวงพ่อเงิน จันทสโร มีความสำคัญอย่างไรต่อวัดกกสับ?
ตอบ: หลวงพ่อเงิน จันทสโร เป็นอดีตเจ้าอาวาสที่ชุมชนบางคล้าเคารพศรัทธาอย่างมาก ภายในวัดมีมณฑปประดิษฐานรูปหล่อให้กราบไหว้และระลึกถึงคุณความดี
 
ถาม: เรื่องซากเรือโบราณและปืนใหญ่ที่พบหน้าวัดเกี่ยวข้องกับอะไร?
ตอบ: มีการขุดพบซากเรือโบราณพร้อมปืนใหญ่และเครื่องใช้โบราณหลายชิ้นในคลองท่าลาดหน้าวัด และมีการตรวจสอบลงทะเบียนโดยหน่วยงานโบราณคดีในพื้นที่ โดยสันนิษฐานอายุอยู่ในช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้นถึงตอนกลาง (รัชกาลที่ 4–6)
 
ถาม: หากต้องการเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่บางคล้า ควรวางแผนอย่างไรให้คุ้ม?
ตอบ: เริ่มจากทำบุญและชมเรื่องราววัดกกสับ จากนั้นไปตลาดน้ำบางคล้าเพื่อสัมผัสวิถีริมน้ำ ต่อด้วยแวะร้านอาหารกุ้งเผาหรือร้านริมน้ำ และปิดท้ายด้วยสถานที่สำคัญของฉะเชิงเทรา เช่น วัดสมานรัตนาราม หรือโซนเมืองเก่า
 
ถาม: ไปวัดกกสับแล้วควรปฏิบัติตัวอย่างไร?
ตอบ: แต่งกายสุภาพ รักษาความสงบ งดส่งเสียงดังในเขตศาสนสถาน เคารพพื้นที่พิธีกรรม และหากถ่ายภาพควรหลีกเลี่ยงการรบกวนผู้มาปฏิบัติศาสนกิจ

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคกลาง

ปรับปรุงล่าสุด : 3 เดือนที่แล้ว

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(3)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(4)
พระราชวัง พระราชวัง(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(10)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(2)
บ้านโบราณ และเมืองโบราณ บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(1)
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(1)
ห้องสมุด ห้องสมุด(1)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(2)
วัด วัด(50)
มัสยิด มัสยิด(2)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(7)
โครงการหลวง โครงการหลวง(4)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(5)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(4)
ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(1)
อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(2)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(1)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(6)
น้ำตก น้ำตก(1)
ถ้ำ ถ้ำ(1)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(2)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(2)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(2)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(6)
สปาเพื่อสุขภาพ สปาเพื่อสุขภาพ(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(3)