หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดฉะเชิงเทรา >อ.บางคล้า >ต.หัวไทร > วัดลาดบัวขาว
TL;DR: วัดลาดบัวขาว อยู่ที่100 หมู่ 6 ตำบลหัวไทร อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา 24110 เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. (ต.หัวไทร อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา) เป็นวัดราษฎร์มหานิกายที่มีประวัติย้อนไปถึง พ.ศ. 2437 เด่นด้วยเส้นเวลาเหตุการณ์สำคัญใน พ.ศ. 2485.

ฉะเชิงเทรา

วัดลาดบัวขาว

วัดลาดบัวขาว

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
วัดลาดบัวขาว (ต.หัวไทร อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา) เป็นวัดราษฎร์มหานิกายที่มีประวัติย้อนไปถึง พ.ศ. 2437 เด่นด้วยเส้นเวลาเหตุการณ์สำคัญใน พ.ศ. 2485 ที่ได้รับพระไตรปิฎกถวายจากสมเด็จพระสังฆราช (แพ ติโส) โดดเด่นด้านปูชนียวัตถุทั้งพระประธานอุโบสถพุทธศิลป์ปลายอยุธยา–ต้นรัตนโกสินทร์ และ “หลวงพ่อธรรมจักรสีห์” พระยืนปางห้ามญาติ เหมาะสำหรับสายไหว้พระแบบสงบ ๆ และคนที่อยากสัมผัสวัดชุมชนจริง จากวัดสามารถวางทริปต่อไปตลาดน้ำบางคล้าและจุดสำคัญริมแม่น้ำบางปะกงได้ในวันเดียว
 
วัดลาดบัวขาว ในตำบลหัวไทร อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกายที่ให้ความรู้สึก “วัดชุมชนแท้” ตั้งแต่ภาพแรกที่มาถึง เพราะบริบทของพื้นที่ไม่ได้ถูกกลืนด้วยความเป็นเมืองหรือความคึกคักแบบแหล่งท่องเที่ยวใหญ่ แต่ยังคงจังหวะของชุมชนเกษตรและวิถีริมลุ่มน้ำบางปะกงไว้ชัดเจน วัดจึงเหมาะกับคนที่อยากไหว้พระ ทำบุญ และพักใจในบรรยากาศเรียบง่าย ไม่เร่งรีบ และได้เห็น “ความต่อเนื่องของศรัทธา” ที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวันของคนในพื้นที่
 
เสน่ห์ของวัดลาดบัวขาวไม่ได้อยู่ที่ความอลังการแบบวัดใหญ่ในเมือง แต่อยู่ที่การมี “เรื่องเล่าเชิงประวัติศาสตร์” และ “หลักฐานเชิงศาสนพิธี” ที่ประกอบกันเป็นตัวตนของวัดอย่างหนักแน่น วัดแห่งนี้ก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2437 โดยหลวงพระธรรมจักร ก่อนจะตั้งวัดในเวลาต่อมาช่วง พ.ศ. 2445 และค่อย ๆ เติบโตขึ้นพร้อมกับชุมชนหัวไทรและบางคล้า สิ่งที่น่าสนใจคือวัดไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธีกรรมเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นพื้นที่การเรียนรู้ของพระสงฆ์และชุมชนผ่านการเปิดสอนโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรมตั้งแต่ พ.ศ. 2475 ทำให้ภาพของวัดเป็น “ศูนย์กลางความรู้ทางธรรม” ควบคู่กับการเป็นศูนย์กลางบุญของคนในท้องถิ่น
 
ในมุมของภูมิทัศน์ วัดตั้งอยู่ในโซนชนบทของอำเภอบางคล้าที่การเดินทางยังสะดวกด้วยถนนเชื่อมต่อไปยังจุดสำคัญของจังหวัดฉะเชิงเทราได้ง่าย จึงเหมาะกับการวางแผนทริปแบบ “ไหว้พระ–กิน–เที่ยวต่อ” โดยที่ยังคงความสงบของช่วงเช้าไว้ได้ เช่น เริ่มวันด้วยการไหว้พระที่วัด จากนั้นไปตลาดน้ำบางคล้าหรือร้านอาหารริมน้ำ แล้วค่อยต่อไปยังวัดชื่อดังหรือย่านตลาดเก่าในตัวเมืองฉะเชิงเทราในช่วงบ่าย ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับการมาเยือนมักเป็นช่วงเช้า เพราะอากาศโปร่ง แสงนุ่ม และจังหวะของวัดยังสงบ ทำให้สัมผัสพื้นที่ได้เต็มกว่าช่วงคนหนาแน่น
 
เมื่อเล่าเป็นเส้นเวลา ประวัติของวัดลาดบัวขาวมีจุดตั้งต้นที่ชัดเจนจากการก่อสร้างใน พ.ศ. 2437 โดยหลวงพระธรรมจักร ก่อนที่วัดจะได้รับการตั้งวัดใน พ.ศ. 2445 โดยมีผู้บริจาคที่ดินสร้างวัดคือ นายครุฑ และนางพุ่ม งามประยูร ขนาดที่ดินตั้งวัดตามข้อมูลทางทะเบียนระบุไว้ที่ 29 ไร่ 1 งาน 44 ตารางวา ซึ่งเป็นพื้นที่ใหญ่พอให้วัดทำหน้าที่ทั้งการประกอบศาสนกิจและรองรับกิจกรรมของชุมชนได้จริงในระยะยาว เส้นเวลาเหล่านี้ทำให้เห็นว่าวัดไม่ได้เกิดขึ้นแบบฉับพลัน แต่ค่อย ๆ วางรากฐานผ่านแรงศรัทธาและการสนับสนุนของคนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
 
เหตุการณ์สำคัญอีกช่วงหนึ่งคือ พ.ศ. 2485 เมื่อสมเด็จพระสังฆราชสกลสังฆปรินายก (แพ ติโส) ได้นำพระไตรปิฎกถวายแด่หลวงพ่อเชิด ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสในขณะนั้น เหตุการณ์นี้มีนัยสำคัญทั้งเชิงศาสนพิธีและเชิงสัญลักษณ์ เพราะการถวายพระไตรปิฎกสะท้อน “การยืนยันคุณค่าด้านพระธรรม” ของวัด ทำให้วัดไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ทำบุญตามประเพณี แต่ยังถูกมองว่าเป็นพื้นที่ของการศึกษาธรรมะและการสืบทอดคำสอนอย่างเป็นระบบ สำหรับคนที่สนใจวัดในมิติประวัติศาสตร์ เหตุการณ์นี้คือหนึ่งในหมุดหมายที่ช่วยให้เรื่องเล่าของวัดลาดบัวขาวมีน้ำหนักและมีรายละเอียดที่ตรวจสอบได้ตามช่วงเวลา
 
ในทางคณะสงฆ์ วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2517 ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของวัดที่มีอุโบสถและสามารถประกอบสังฆกรรมได้อย่างสมบูรณ์ เพราะวิสุงคามสีมาคือเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ตามกฎหมายคณะสงฆ์ที่ใช้สำหรับพิธีกรรมสำคัญ เช่น การอุปสมบท เมื่อวัดได้รับวิสุงคามสีมาแล้ว บทบาทของวัดในฐานะพื้นที่ประกอบพิธีกรรมที่เป็นทางการจึงชัดเจนขึ้น และส่งผลให้วัดทำหน้าที่เป็น “ศูนย์กลางพิธีกรรม” ของชุมชนได้เต็มรูปแบบมากขึ้นตามลำดับ
 
ด้านการศึกษา วัดลาดบัวขาวเปิดสอนโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรมตั้งแต่ พ.ศ. 2475 ซึ่งเป็นข้อมูลที่สะท้อนบทบาทของวัดในฐานะผู้ประคับประคอง “ระบบการเรียนรู้ทางพระพุทธศาสนา” ในระดับชุมชน การมีการเรียนการสอนในวัดทำให้สถานที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกใช้งานเฉพาะในวันพระหรือเทศกาลใหญ่เท่านั้น แต่ยังมีการเข้ามาใช้พื้นที่เพื่อศึกษา ทบทวน และฝึกฝนพระธรรมอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้วัดมีบรรยากาศของการเป็นศูนย์กลางทางศาสนาที่มีความเคลื่อนไหวอย่างมีความหมาย
 
เมื่อเข้าสู่มิติของสถาปัตยกรรมและเสนาสนะ วัดลาดบัวขาวมีอาคารสำคัญที่บอกยุคสมัยและการพัฒนาวัดได้ชัดเจน โดยอุโบสถสร้างเมื่อ พ.ศ. 2512 ขนาดกว้าง 8 เมตร และยาว 24 เมตร เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กทรงไทย ซึ่งสะท้อนแนวทางการก่อสร้างวัดในยุคที่ชุมชนต้องการความมั่นคงถาวร รองรับการใช้งานระยะยาว และดูแลง่ายกว่างานไม้ทั้งหมด อุโบสถในขนาดนี้ให้ความรู้สึกกระชับ ไม่ใหญ่เกินจนห่างเหิน แต่ก็มีความเป็นทางการพอสำหรับพิธีกรรมสำคัญของวัดและชุมชน
 
นอกจากอุโบสถ ศาลาการเปรียญของวัดเป็นแบบครึ่งตึกครึ่งไม้ ซึ่งมักพบได้ในวัดชุมชนที่ค่อย ๆ ขยายตัวตามกำลังศรัทธา ลักษณะครึ่งตึกครึ่งไม้ทำให้พื้นที่ใช้งานมีความยืดหยุ่น ระบายอากาศได้ดี และรองรับกิจกรรมได้หลากหลาย ตั้งแต่งานบุญ งานประชุม ไปจนถึงการจัดโรงทานหรือการทำกิจกรรมของชุมชนในวันสำคัญทางศาสนา ขณะที่หอสวดมนต์ กุฏิสงฆ์จำนวน 6 หลัง และมณฑปจัตุรมุข 1 หลัง เป็นองค์ประกอบที่ทำให้ภาพรวมของวัดครบถ้วนในเชิงการอยู่อาศัยและการประกอบศาสนกิจอย่างต่อเนื่อง
 
สิ่งที่ทำให้การมาเยือนวัดลาดบัวขาว “มีเป้าหมาย” มากกว่าการแวะถ่ายภาพ คือปูชนียวัตถุสำคัญที่วัดรักษาไว้ หนึ่งในจุดที่ผู้คนตั้งใจมากราบไหว้คือพระประธานอุโบสถ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นลงรักปิดทอง ปางสะดุ้งมาร มีพุทธลักษณะงดงาม ห่มจีวรลายดอกพิกุล หน้าตักกว้าง 50 นิ้ว และสูง 1.20 เมตร งานพุทธศิลป์ถูกจัดอยู่ในช่วงปลายอยุธยาถึงต้นรัตนโกสินทร์ จึงให้ความรู้สึกของ “ความอ่อนช้อยแบบโบราณ” ที่มองแล้วเกิดความสงบในใจโดยธรรมชาติ สำหรับผู้ที่ชอบศึกษาพุทธศิลป์ รายละเอียดของจีวรลายดอกพิกุลและสัดส่วนองค์พระคือจุดที่ทำให้พระประธานองค์นี้มีเอกลักษณ์เฉพาะ
 
ในบริบทความหมายทางศาสนา พระพุทธรูปปางสะดุ้งมารมักสื่อถึง “ชัยชนะเหนืออุปสรรค” และการตั้งมั่นของจิตใจ เมื่อกราบไหว้จึงเหมือนการย้ำเตือนให้ผู้คนกลับมามีสติและความหนักแน่นในสิ่งที่ถูกต้อง วัดชุมชนที่มีพระประธานแบบนี้มักเป็นพื้นที่ให้คนในละแวกมาทำบุญแล้วได้ “พลังใจ” กลับไปใช้ชีวิตประจำวันต่อได้จริง นี่คือเหตุผลที่แม้จะไม่ได้เป็นวัดท่องเที่ยวใหญ่ แต่ก็มีบทบาทสำคัญกับผู้คนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
 
อีกชุดหนึ่งของปูชนียวัตถุที่มีความหมายเชิงพุทธประวัติ คือพระพุทธรูปปางปฐมเทศนา และรอยพระพุทธบาทจำลอง ซึ่งช่วยทำให้การเดินชมวัดมี “ลำดับความหมาย” มากขึ้น เพราะปางปฐมเทศนาเชื่อมกับการประกาศพระธรรมครั้งแรก ส่วนรอยพระพุทธบาทจำลองเชื่อมกับการระลึกถึงการเสด็จไปยังสถานที่สำคัญและการปรากฏ “ร่องรอยแห่งพระธรรม” ในโลกมนุษย์ เมื่ออยู่ในพื้นที่วัดชุมชน สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้มาเยือนสามารถตั้งจิต ทำบุญ และระลึกถึงแก่นของพระพุทธศาสนาได้แบบไม่ต้องมีพิธีใหญ่ก็เกิดความสงบได้
 
สำหรับผู้ที่สนใจเรื่อง “องค์พระที่มีที่มา” วัดลาดบัวขาวยังมีข้อมูลที่ถูกเล่าต่อกันและถูกบันทึกไว้ว่า พระประธานในโบสถ์ที่เรียกว่า พระโมฆรา สารีบุตร ได้มาจากวัดสระเกตุ ซึ่งช่วยสะท้อนความเชื่อมโยงของพระพุทธรูปและประวัติการเคลื่อนย้ายปูชนียวัตถุในสังคมไทยในบางช่วงเวลา แม้ผู้มาเยือนทั่วไปอาจไม่ได้ตามรายละเอียดลึก แต่การรับรู้ว่าพระพุทธรูปมีที่มาและมีเส้นทางประวัติของตนเอง ทำให้การไหว้พระมีมิติทางความทรงจำและความเคารพมากขึ้น เพราะสิ่งที่กราบไหว้ไม่ได้เป็นเพียงวัตถุสวยงาม แต่เป็นสิ่งที่ผ่านกาลเวลาและการดูแลรักษามาหลายยุคสมัย
 
อีกหนึ่งองค์พระสำคัญที่ถูกยกให้เป็นพระพุทธรูปคู่วัดคือ “หลวงพ่อธรรมจักรสีห์” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปยืน ปางห้ามญาติ สูง 8 ศอก หล่อด้วยโลหะสำริด และประดิษฐานในวิหารข้างอุโบสถ ความหมายของปางห้ามญาติเป็นความหมายที่คนไทยเข้าถึงได้ง่าย เพราะสื่อถึงการห้ามการทะเลาะวิวาท การระงับความขัดแย้ง และการคืนสติให้ผู้คนกลับมาอยู่ร่วมกันอย่างมีเมตตา สำหรับวัดชุมชนแล้ว องค์พระในปางนี้ยิ่งมีความหมาย เพราะวัดคือพื้นที่กลางที่ทำหน้าที่ประสานใจคนในหมู่บ้าน การมากราบหลวงพ่อธรรมจักรสีห์จึงเหมือนการตั้งจิตให้บ้านเรือนสงบ ครอบครัวสงบ และชุมชนสงบในแบบที่จับต้องได้
 
เมื่อมองในเชิงประสบการณ์ การเดินชมวัดลาดบัวขาวให้คุ้มมักเริ่มจากการเข้าพื้นที่อุโบสถเพื่อกราบพระประธาน แล้วค่อยไปยังวิหารหรือจุดที่ประดิษฐานหลวงพ่อธรรมจักรสีห์ จากนั้นจึงค่อยใช้เวลาช้า ๆ กับพื้นที่ส่วนกลางของวัด เช่น ศาลาการเปรียญหรือมณฑปจัตุรมุข ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มักรองรับกิจกรรมงานบุญและการรวมตัวของชุมชน หากมาช่วงเช้าจะได้อากาศสบายและความเงียบที่ช่วยให้รู้สึกถึง “คุณค่าของวัด” ได้ง่ายกว่าช่วงเวลาคนพลุกพล่าน
 
ในภาพรวม วัดลาดบัวขาวมีบทบาทต่อชุมชนอย่างชัดเจนผ่านทั้งงานบุญและงานด้านการศึกษา เมื่อวัดเปิดสอนโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรมตั้งแต่ พ.ศ. 2475 ย่อมหมายถึงความจริงจังในการสืบทอดพระธรรมผ่านระบบการเรียนรู้ ขณะเดียวกันพื้นที่อย่างศาลาการเปรียญและหอสวดมนต์ก็สะท้อนการใช้งานจริงของชุมชนในวันสำคัญทางศาสนา เช่น วันมาฆบูชา วิสาขบูชา อาสาฬหบูชา และเข้าพรรษา เพราะวัดชุมชนมักเป็นสถานที่ที่คนในหมู่บ้านใช้ทำบุญ ร่วมเวียนเทียน ฟังเทศน์ และจัดกิจกรรมแบบช่วยกันทั้งหมู่บ้าน ความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับชุมชนจึงไม่ได้เป็นแนวคิดสวยหรู แต่เห็นได้จริงจากการใช้งานพื้นที่และการดูแลวัดร่วมกัน
 
ถ้าตั้งใจมาแบบเคารพพื้นที่ วัดลาดบัวขาวเป็นวัดที่เหมาะกับการ “พักใจ” มากกว่าการรีบเช็กอิน เพราะรายละเอียดที่น่ามองคือรายละเอียดของปูชนียวัตถุและเสนาสนะที่สะท้อนยุคสมัย เมื่อเดินอย่างช้า ๆ คุณจะรู้สึกได้ว่า วัดไม่ได้พยายามเป็นสถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นพื้นที่ศรัทธาที่ถูกใช้จริง การแต่งกายสุภาพ งดเสียงดัง และหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพบุคคลระยะใกล้โดยไม่ขออนุญาตคือมารยาทพื้นฐานที่ช่วยให้บรรยากาศความสงบของวัดยังคงอยู่ ทั้งยังเป็นการให้เกียรติชุมชนเจ้าของพื้นที่อย่างแท้จริง
 
การเดินทาง การไปวัดลาดบัวขาวสะดวกที่สุดด้วยรถส่วนตัวหรือรถรับจ้างในพื้นที่ โดยสามารถตั้งต้นจากตัวอำเภอบางคล้าหรือจากตัวเมืองฉะเชิงเทราแล้ววิ่งเข้าสู่ตำบลหัวไทรตามเส้นทางถนนท้องถิ่นที่เชื่อมต่อกันได้ หากเดินทางจากกรุงเทพฯ สามารถวางแผนเข้าจังหวัดฉะเชิงเทราก่อน แล้วค่อยต่อไปยังอำเภอบางคล้าและตำบลหัวไทร การเผื่อเวลาให้ทริปไม่เร่งจะทำให้การไหว้พระได้อารมณ์มากกว่า และยังสามารถจัดทริปต่อเนื่องไปตลาดน้ำบางคล้าหรือจุดเที่ยวริมแม่น้ำบางปะกงได้แบบนุ่มนวลในวันเดียว
 
สำหรับการวางทริปให้ “ครบแต่ไม่เหนื่อย” แนะนำให้เริ่มที่วัดช่วงเช้า ใช้เวลาประมาณ 45–90 นาทีสำหรับไหว้พระ ทำบุญ และเดินชมเสนาสนะ จากนั้นจึงค่อยไปตลาดน้ำบางคล้าหรือร้านอาหารริมน้ำในช่วงสายถึงเที่ยง แล้วค่อยปิดท้ายด้วยวัดหรือย่านตลาดสำคัญในตัวเมืองฉะเชิงเทรา เช่น โซนวัดหลวงพ่อโสธรหรือย่านตลาดเก่าริมน้ำ การจัดลำดับแบบนี้ทำให้ช่วงเช้าได้ความสงบจากวัดเต็มที่ และช่วงบ่ายได้อรรถรสการเที่ยวกินแบบท้องถิ่นโดยไม่ต้องเร่งเวลา
 
สุดท้าย หากมองวัดลาดบัวขาวในภาพใหญ่ วัดแห่งนี้คือพื้นที่ที่รวม “เวลา” ไว้หลายชั้น ตั้งแต่ชั้นของประวัติการก่อสร้างตั้งแต่ปลายรัชกาลที่ 5 ไปจนถึงชั้นของเหตุการณ์สำคัญใน พ.ศ. 2485 ที่เกี่ยวกับพระไตรปิฎก และชั้นของการสืบทอดพระธรรมผ่านการเรียนปริยัติธรรมตั้งแต่ พ.ศ. 2475 เมื่อรวมกับปูชนียวัตถุอย่างพระประธานพุทธศิลป์ปลายอยุธยา–ต้นรัตนโกสินทร์ และหลวงพ่อธรรมจักรสีห์ปางห้ามญาติ วัดจึงมีทั้งคุณค่าทางประวัติศาสตร์ คุณค่าทางพุทธศิลป์ และคุณค่าทางจิตใจในเวลาเดียวกัน เหมาะกับคนที่อยากไหว้พระแบบได้สาระ ได้ความสงบ และได้สัมผัสวัดชุมชนจริงของบางคล้าอย่างแท้จริง
 
ชื่อสถานที่วัดลาดบัวขาว
ที่อยู่100 หมู่ 6 ตำบลหัวไทร อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา 24110
สรุปสถานที่วัดราษฎร์มหานิกายของชุมชนหัวไทร–บางคล้า มีประวัติตั้งแต่ พ.ศ. 2437 โดดเด่นด้านปูชนียวัตถุและบทบาทการศึกษาธรรมะ เหมาะไหว้พระแบบสงบและเรียนรู้วัดชุมชนจริง
จุดเด่นของสถานที่ประวัติยาวตั้งแต่ พ.ศ. 2437 และเหตุการณ์สำคัญ พ.ศ. 2485, พระประธานอุโบสถพุทธศิลป์ปลายอยุธยา–ต้นรัตนโกสินทร์, “หลวงพ่อธรรมจักรสีห์” พระยืนปางห้ามญาติสูง 8 ศอกหล่อสำริด, อุโบสถ พ.ศ. 2512 และศาลาการเปรียญครึ่งตึกครึ่งไม้, เปิดสอนปริยัติธรรมตั้งแต่ พ.ศ. 2475
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
ผู้ดูแล/เจ้าอาวาส (ล่าสุด)พระครูสุนทรธรรมวิฑิต (พระครูใบฎีกาชุมพล สุนทรวิจารณ์)
เบอร์โทรสถานที่086-157-7797
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยรถ)1) ตลาดน้ำบางคล้า – 12 กม.
2) วัดสมานรัตนาราม – 18 กม.
3) วัดปากน้ำโจ้โล้ – 27 กม.
4) ตลาดบ้านใหม่ 100 ปี (ตัวเมืองฉะเชิงเทรา) – 28 กม.
5) วัดโสธรวรารามวรวิหาร – 30 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยรถ + เบอร์โทร)1) ร่มไม้สายธาร – 12 กม. – 086-155-7111
2) ก.กุ้งเผา ตลาดน้ำบางคล้า – 12 กม. – 081-861-1655
3) ร้านกุ้งเผา ทะเลเผา (บางคล้า) – 14 กม. – 099-257-0634
4) ครัวบ้านริมน้ำ กม.49 – 16 กม. – 081-350-6803
5) NGON-งอน (เวียดนาม-สเต็ก) บางคล้า – 16 กม. – 090-227-2256
ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยรถ + เบอร์โทร)1) ธาราบางคล้า ริเวียร่า (Tala Bangkla Riviera) – 12 กม. – 062-323-7424
2) T Vintage Hotel (Bangkhla) – 16 กม. – 092-689-4442
3) Tamarindee ที่พัก & Cafe ริมแม่น้ำ ณ บางคล้า – 16 กม. – 061-425-3716
4) Blue Ozone Resort & Spa – 22 กม. – 063-212-1444
5) Suklutai Hotel & Service Apartment – 18 กม. – 086-330-7368
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดลาดบัวขาวเหมาะไปช่วงเวลาไหนที่สุด?
ตอบ: ช่วงเช้า 08.00–10.00 น. เหมาะที่สุดเพราะอากาศโปร่งและบรรยากาศสงบ ทำให้ไหว้พระและเดินชมอุโบสถได้เต็มอารมณ์
 
ถาม: จุดเด่นที่ควรไหว้พระและชมให้ครบในวัดมีอะไรบ้าง?
ตอบ: แนะนำกราบพระประธานอุโบสถที่เป็นพระพุทธรูปพุทธศิลป์ปลายอยุธยา–ต้นรัตนโกสินทร์ และไปกราบ “หลวงพ่อธรรมจักรสีห์” พระยืนปางห้ามญาติซึ่งเป็นพระสำคัญคู่วัด
 
ถาม: หลวงพ่อธรรมจักรสีห์ปางห้ามญาติสื่อความหมายอะไร?
ตอบ: สื่อถึงการห้ามการวิวาท การระงับความขัดแย้ง และการตั้งสติกลับมาดำเนินชีวิตด้วยเมตตา จึงนิยมขอพรเรื่องความสงบในครอบครัวและการอยู่ร่วมกันอย่างร่มเย็น
 
ถาม: วัดลาดบัวขาวมีประวัติสำคัญด้านพระธรรมอย่างไร?
ตอบ: วัดมีเหตุการณ์สำคัญใน พ.ศ. 2485 ที่ได้รับพระไตรปิฎกถวายจากสมเด็จพระสังฆราช (แพ ติโส) และยังเปิดสอนปริยัติธรรมแผนกธรรมตั้งแต่ พ.ศ. 2475 สะท้อนบทบาทด้านการศึกษาพระธรรมอย่างต่อเนื่อง
 
ถาม: หลังไหว้พระที่วัดลาดบัวขาว เที่ยวต่อที่ไหนดี?
ตอบ: นิยมไปตลาดน้ำบางคล้าเพื่อชิมอาหารริมน้ำ จากนั้นไปวัดสมานรัตนารามหรือวัดปากน้ำโจ้โล้ แล้วปิดท้ายด้วยตลาดบ้านใหม่ 100 ปีหรือวัดโสธรในตัวเมืองฉะเชิงเทรา
 
ถาม: หากต้องการติดต่อวัด ควรใช้ช่องทางใด?
ตอบ: สามารถติดต่อเบอร์โทรของวัดได้โดยตรงตามหมายเลขในตารางสรุป และติดตามข่าวสารกิจกรรมผ่านเพจของวัดในสื่อสังคมออนไลน์

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคกลาง

ปรับปรุงล่าสุด : 4 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(3)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(4)
พระราชวัง พระราชวัง(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(10)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(2)
บ้านโบราณ และเมืองโบราณ บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(1)
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(1)
ห้องสมุด ห้องสมุด(1)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(2)
วัด วัด(50)
มัสยิด มัสยิด(2)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(7)
โครงการหลวง โครงการหลวง(4)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(5)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(4)
ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(1)
อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(2)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(1)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(6)
น้ำตก น้ำตก(1)
ถ้ำ ถ้ำ(1)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(2)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(2)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(2)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(6)
สปาเพื่อสุขภาพ สปาเพื่อสุขภาพ(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(3)