หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดฉะเชิงเทรา >อ.บางคล้า >ต.เสม็ดเหนือ > วัดหัวสวน
TL;DR: วัดหัวสวน อยู่ที่ตำบลเสม็ดใต้ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา เปิดเปิดทุกวัน เวลา 08:00 – 16:00 น. การเดินทางสะดวก รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด ปักหมุด “วัดหัวสวน” หรือ “โบสถ์สเตนเลส วัดหัวสวน” แล้วเข้าสู่โซนเสม็ดใต้–บางคล้า.
วัดหัวสวน

วันเปิดทำการ: เปิดทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 16:00 น.
วัดหัวสวน ตำบลเสม็ดใต้ อำเภอบางคล้า คือวัดชุมชนที่โดดเด่นด้วย “อุโบสถสแตนเลส” งานช่างร่วมสมัยที่ตั้งใจสร้างให้คงทนยาวนาน โดยตัวอุโบสถใช้สแตนเลส 304 ทั้งหลัง รายละเอียดช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ และลวดลายรอบอาคารทำให้การเดินชมวัดมีมิติทั้งศรัทธาและสถาปัตยกรรม ในทริปบางคล้า วัดนี้เหมาะเป็นจุดเริ่มต้นแบบสงบ แล้วต่อด้วยตลาดน้ำ ร้านอาหารกุ้งเผา และที่พักริมน้ำได้ในวันเดียว
วัดหัวสวน ตั้งอยู่ในตำบลเสม็ดใต้ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกายที่คนพื้นที่รู้จักกันดีในฐานะ “วัดโบสถ์สแตนเลส” เพราะมีอุโบสถที่สร้างด้วยสแตนเลสทั้งหลังซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์ระดับอำเภอ หากคุณชอบเที่ยววัดที่ไม่ได้มีแค่บรรยากาศสงบ ๆ แต่มีรายละเอียดให้เดินดูแบบเพลินตา วัดหัวสวนคือจุดหมายที่ทำให้การทำบุญเชื่อมเข้ากับการสังเกตงานช่างและแนวคิดการบูรณะศาสนสถานของวัดชุมชนได้อย่างชัดเจน
วัดชุมชนในบางคล้ามีบุคลิกเฉพาะตัว เพราะพื้นที่ริมแม่น้ำบางปะกงและเครือข่ายสวน–ชุมชนทำให้วัดไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงศาสนสถาน แต่เป็นพื้นที่นัดหมายของชีวิตจริง ตั้งแต่งานบุญตามฤดูกาล งานกฐิน–ผ้าป่า งานบวช ไปจนถึงกิจกรรมที่ชุมชนต้องใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมกัน วัดหัวสวนก็เติบโตอยู่ในบริบทนี้ คือเติบโตไปพร้อมแรงศรัทธาและแรงงานของคนใกล้เคียง จนเกิดสิ่งที่เป็น “หมุดหมายทางสายตา” ของพื้นที่อย่างอุโบสถสแตนเลสที่คนขับรถผ่านก็อยากแวะลงมาดูใกล้ ๆ
ด้านประวัติ วัดหัวสวนมีเนื้อที่ประมาณ 12 ไร่ 128 ตารางวา ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2440 และได้รับอนุญาตให้ตั้งเป็นวัดเมื่อ พ.ศ. 2443 เส้นเวลาเหล่านี้ทำให้เห็นว่าวัดเป็นวัดชุมชนที่มีรากยาวพอสมควร ไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อการท่องเที่ยว แต่เกิดขึ้นเพื่อรองรับศรัทธาและพิธีกรรมของคนท้องถิ่นเป็นหลัก ในกลุ่มคนบางคล้า เรื่องเล่าที่ถูกพูดถึงควบคู่กับประวัติวัดคือบทบาทของครูบาอาจารย์จากพื้นที่ใกล้เคียง โดยมีข้อมูลว่า “หลวงพ่อเหลือ วัดสาวชะโงก (พระครูนันทธีราจารย์)” เป็นผู้เริ่มสร้างอุโบสถของวัดในช่วงหนึ่ง ซึ่งช่วยให้มองวัดหัวสวนแบบเชื่อมเครือข่ายศรัทธาในอำเภอบางคล้าได้ คือไม่ใช่วัดที่ยืนเดี่ยว ๆ แต่เป็นวัดที่อยู่ในภูมิทัศน์ศาสนาของชุมชนริมน้ำที่ผู้คนรู้จักกันข้ามตำบล
อีกหมุดหมายสำคัญของวัดชุมชนคือ “วิสุงคามสีมา” เพราะการได้รับวิสุงคามสีมาคือการกำหนดเขตสังฆกรรมอย่างเป็นทางการ ทำให้การประกอบพิธีสำคัญอย่างการอุปสมบทดำเนินได้สมบูรณ์ตามระเบียบคณะสงฆ์ วัดหัวสวนได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2471 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งหลังเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 โดยกำหนดเขตกว้าง 24 เมตร ยาว 32 เมตร เมื่ออ่านร่วมกับการสร้างอุโบสถสแตนเลสในช่วงเวลาใกล้กัน จะเห็นว่า “การต่ออายุศาสนสถาน” ของวัดไม่ได้เป็นเพียงการซ่อมแซมอาคาร แต่เป็นการจัดระเบียบพื้นที่พิธีกรรมให้มั่นคงและใช้ได้จริงในระยะยาว
จุดเด่นที่สุดของวัดหัวสวนคืออุโบสถสแตนเลสที่เกิดจากความจำเป็นและความคิดเชิงออกแบบ กล่าวคือเมื่อถึงเวลาต้องบูรณะอุโบสถเดิมและพบว่าสภาพทรุดโทรมมาก ผู้ดูแลวัดในช่วงนั้นมีแนวคิดสร้างอุโบสถหลังใหม่ให้ “ทนกว่าเดิม” และมีอายุใช้งานยาวกว่าการก่ออิฐถือปูนแบบเดิม ๆ จึงเกิดแนวทางสร้างอุโบสถด้วยสแตนเลสทั้งหลัง โดยเริ่มก่อสร้างราวเดือนเมษายน พ.ศ. 2552 และแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2553 การเลือกวัสดุไม่ได้มีความหมายแค่ความเงางาม แต่เป็นความตั้งใจให้ศาสนสถานของชุมชนอยู่ได้ยาว ลดภาระการซ่อมบำรุงถี่ ๆ และคงรูปทรงของอุโบสถให้เป็นที่พึ่งทางใจของคนรุ่นต่อไป
ตัวอุโบสถสร้างด้วยสแตนเลสชนิด 304 ขนาดโดยประมาณกว้าง 7.50 เมตร ยาว 18 เมตร สูง 6.50 เมตร ก่อสร้างบนฐานคอนกรีตยกสูงจากพื้นดิน และใช้พื้นปูหินแกรนิต รายละเอียดเหล่านี้ทำให้การเดินชมอุโบสถไม่ได้จบแค่ “มาถึงแล้วถ่ายรูป” แต่เป็นการสังเกตองค์ประกอบที่สะท้อนทั้งความคิดเรื่องความคงทนและความประณีตของงานช่าง เพราะแม้จะเป็นวัสดุสมัยใหม่ แต่อุโบสถยังคงภาษาแบบวัดไทยในส่วนยอดหลังคาและองค์ประกอบตกแต่ง เช่น ช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ ซึ่งทำจากสแตนเลสขึ้นรูป โดยมีการเชื่อมและเก็บรายละเอียดให้เนียนตา เมื่อแสงแดดตกกระทบ ผิววัสดุทำให้เห็นมิติของเส้นสายชัดขึ้น และเป็นเหตุผลที่หลายคนเลือกมาช่วงเช้าเพื่อได้แสงสวยและอากาศสบาย
นอกจากรูปทรงแล้ว สิ่งที่ทำให้อุโบสถสแตนเลสดูมี “เนื้อหา” คือรายละเอียดลวดลายบนหน้าบันและหน้าต่างที่ทำเป็นรูปพระพุทธเจ้าและเทวดา ทำให้ภาพรวมไม่ได้แข็งแบบอาคารโลหะทั่วไป แต่ยังคงความเป็น “พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์” แบบวัดไทย คือเป็นพื้นที่ที่ตั้งใจทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกสำรวมโดยธรรมชาติ รอบนอกยังมีรั้วสแตนเลสลายธรรมจักร ประดับเสาหงส์คาบโคมไฟโดยรอบ ซึ่งช่วยขับให้พื้นที่รอบอุโบสถดูเป็นระเบียบและมีความพร้อมสำหรับพิธีกรรม
ไฮไลต์ที่คนชอบเดินดูแบบละเอียดคือการแกะลายสแตนเลสรอบนอกอุโบสถเป็นรูป “พระอรหันต์ 80 องค์” ซึ่งทำให้อุโบสถไม่ได้เป็นเพียงอาคารประกอบพิธี แต่เป็นเหมือน “หนังสือภาพ” ให้คนเดินอ่านได้ด้วยสายตา ในเชิงสัญลักษณ์ พระอรหันต์คือภาพของการปฏิบัติจนถึงความหลุดพ้น เมื่อนำมาอยู่บนผนังรอบอุโบสถ มันทำหน้าที่เตือนใจแบบเงียบ ๆ ว่าศาสนสถานไม่ได้มีไว้เพียงขอพร แต่มีไว้เพื่อชวนให้คนกลับมามองเป้าหมายของการฝึกใจด้วย
บริเวณด้านหน้าของอุโบสถมีพระสิวลีประดิษฐานอยู่ ซึ่งเป็นพระอรหันต์ที่คนไทยนิยมสักการะด้วยความเชื่อเรื่องเมตตา โชคลาภ และความอุดมสมบูรณ์ ส่วนด้านในมีพระพุทธมหาลาภประดิษฐานเป็นพระประธาน เมื่อมาไหว้พระที่วัดหัวสวน หลายคนจะเริ่มจากการไหว้พระสิวลีด้านหน้าแล้วค่อยเข้าสู่อุโบสถเพื่อสักการะพระประธาน การไหว้แบบนี้ทำให้การเดินวัดมีจังหวะ คือเริ่มจากด้านนอกที่เปิดโล่ง แล้วค่อยเข้าสู่พื้นที่ด้านในที่นิ่งกว่า เหมาะกับคนที่อยากได้ทั้งภาพถ่ายและความสงบในทริปเดียวกัน
ถ้ามองวัดหัวสวนในมุม “ประสบการณ์ของผู้มาเยือน” จุดแข็งคือวัดไม่ได้ใหญ่จนเดินเหนื่อย แต่มีรายละเอียดมากพอให้ใช้เวลาอย่างมีคุณค่า คุณสามารถใช้เวลาเดินชมอุโบสถสแตนเลสจากหลายมุม สังเกตความต่างของแสงเงาบนผิวสแตนเลส ดูงานเชื่อมงานขึ้นรูปที่ทำให้องค์ประกอบไทยอย่างช่อฟ้าใบระกาเข้ากับวัสดุสมัยใหม่ได้แบบไม่ขัดตา แล้วค่อยจบที่การไหว้พระอย่างสงบภายใน ถ้าอยากได้บรรยากาศดีที่สุด ช่วงเช้าจะได้อากาศสบายและแสงนุ่ม ส่วนช่วงบ่ายแก่ ๆ จะได้โทนแสงอุ่นที่ทำให้ผิวโลหะดูมีมิติและภาพถ่ายดูเด่นโดยธรรมชาติ
ในฐานะวัดชุมชน วัดหัวสวนยังเหมาะกับคนที่อยากเที่ยวแบบเคารพพื้นที่จริง กล่าวคือแต่งกายสุภาพ รักษาความเงียบในเขตอุโบสถ และเดินชมแบบไม่รบกวนผู้มาทำบุญ หากคุณตั้งใจทำบุญ แนะนำทำแบบเรียบง่าย เช่น ทำบุญตามกำลัง ถวายสังฆทานหรือร่วมบำรุงวัดตามศรัทธา เพราะวัดชุมชนจำนวนมากเติบโตจากแรงร่วมมือทีละเล็กทีละน้อยของผู้คน และการทำบุญลักษณะนี้คือการช่วยต่ออายุพื้นที่สาธารณะทางวัฒนธรรมให้คงอยู่กับชุมชนต่อไป
การเดินทาง วัดหัวสวนอยู่ตำบลเสม็ดใต้ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด โดยปักหมุด “วัดหัวสวน” หรือ “โบสถ์สเตนเลส วัดหัวสวน” ในแผนที่ แล้วขับเข้าสู่โซนบางคล้า–เสม็ดใต้ เมื่อถึงวัดสามารถจอดรถในพื้นที่ที่จัดไว้ตามความเหมาะสม หากวางแผนเที่ยวบางคล้าให้คุ้ม แนะนำมาเริ่มช่วงเช้าเพื่อชมวัดแบบอากาศสบาย จากนั้นค่อยต่อไปตลาดน้ำบางคล้า วัดสำคัญใกล้เคียง และปิดท้ายด้วยร้านอาหารกุ้งเผาริมน้ำซึ่งเป็นของเด่นของอำเภอบางคล้า
ทริปวัดหัวสวนที่ลงตัวมักเป็นทริปที่ “ไม่เร่ง” เพราะตัววัดให้จังหวะสงบ ขณะที่บางคล้าให้จังหวะคึกคักของตลาดและร้านอาหาร คุณสามารถเริ่มจากการเดินดูอุโบสถสแตนเลสให้ครบมุม เก็บรายละเอียดพระอรหันต์ 80 องค์รอบอาคาร ไหว้พระสิวลีด้านหน้าและพระประธานด้านใน แล้วค่อยขยับไปสัมผัสวิถีชุมชนในตลาดน้ำหรือแวะร้านอาหารริมน้ำ การจัดทริปแบบนี้ทำให้วันเดียวมีทั้งศรัทธา งานช่าง วัฒนธรรมท้องถิ่น และความอร่อยของบางคล้าอยู่ในเส้นทางเดียวกัน
| ชื่อสถานที่ | วัดหัวสวน |
| ที่อยู่ | ตำบลเสม็ดใต้ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา |
| สรุปสถานที่ | วัดราษฎร์มหานิกายในอำเภอบางคล้า โดดเด่นด้วย “อุโบสถสแตนเลส” ที่สร้างด้วยสแตนเลส 304 ทั้งหลัง เริ่มสร้างราว พ.ศ. 2552 และแล้วเสร็จ พ.ศ. 2553 มีพระสิวลีด้านหน้า พระพุทธมหาลาภเป็นพระประธาน และลวดลายรอบอุโบสถเป็นรูปพระอรหันต์ 80 องค์ เหมาะกับการเที่ยวเชิงศรัทธาควบคู่การชมสถาปัตยกรรมร่วมสมัยของวัดชุมชน |
| จุดเด่นของสถานที่ | อุโบสถสแตนเลส 304 ทั้งหลัง, งานช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์สแตนเลสขึ้นรูป, หน้าบันและหน้าต่างลายพุทธ–เทวดา, รั้วลายธรรมจักรและเสาหงส์คาบโคมไฟ, ลายรอบอุโบสถเป็นพระอรหันต์ 80 องค์, มีพระสิวลีและพระพุทธมหาลาภให้สักการะ, จัดทริปต่อเส้นทางตลาดน้ำ–ร้านอาหารกุ้งเผาบางคล้าได้สะดวก |
| ประวัติสถานที่ | ตั้งวัด พ.ศ. 2440 และได้รับอนุญาตให้ตั้งเป็นวัด พ.ศ. 2443 มีข้อมูลว่า “หลวงพ่อเหลือ วัดสาวชะโงก” เป็นผู้เริ่มสร้างอุโบสถ วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา 1 มีนาคม พ.ศ. 2471 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งหลัง 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 (เขตกว้าง 24 เมตร ยาว 32 เมตร) อุโบสถสแตนเลสเริ่มสร้างราวเดือนเมษายน พ.ศ. 2552 และเสร็จสิ้นราวเดือนธันวาคม พ.ศ. 2553 |
| เบอร์โทรสถานที่ | 038-583-988, 089-099-0791 |
| ผู้ดูแล/เจ้าอาวาส (ล่าสุด) | พระครูภาวนาจริยคุณ (ประยงค์ คุณจโร) |
| การเดินทาง | รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด ปักหมุด “วัดหัวสวน” หรือ “โบสถ์สเตนเลส วัดหัวสวน” แล้วเข้าสู่โซนเสม็ดใต้–บางคล้า ถึงวัดแล้วจอดรถตามจุดที่จัดไว้ จากนั้นสามารถต่อเส้นทางตลาดน้ำบางคล้าและร้านอาหารริมน้ำได้ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้ประชาชนเข้าสักการะและเยี่ยมชมอุโบสถสแตนเลส |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยถนน) | 1) ตลาดน้ำบางคล้า – ประมาณ 15 กม. 2) วัดปากน้ำโจ้โล้ – ประมาณ 25 กม. 3) วัดสมานรัตนาราม – ประมาณ 28 กม. 4) วัดโสธรวรารามวรวิหาร – ประมาณ 25 กม. 5) ตลาดบ้านใหม่ 100 ปี (โซนเมืองฉะเชิงเทรา) – ประมาณ 27 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยถนน + เบอร์โทร) | 1) ก.กุ้งเผา (ตลาดน้ำบางคล้า) – ประมาณ 15 กม. โทร. 081-861-1655 2) เจ๊เต็มกุ้งย่างปลาเผา (ตลาดน้ำบางคล้า) – ประมาณ 15 กม. โทร. 063-209-0258 3) เถ้าแก่ชื้อ (บางคล้า) – ประมาณ 16 กม. โทร. 038-541-020 4) ร่มไม้สายธาร (Rommaisaitarn) – ประมาณ 26 กม. โทร. 038-542-794 5) แพกุ้งสำเริง – ประมาณ 20 กม. โทร. 081-410-2498 |
| ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยถนน + เบอร์โทร) | 1) บางคล้า รีสอร์ท – ประมาณ 17 กม. โทร. 085-224-4139 2) Tamarind@Bangkhla (แทมมาริน ณ บางคล้า) – ประมาณ 18 กม. โทร. 065-563-2392 3) Little Bangkhla – ประมาณ 17 กม. โทร. 062-492-4953 4) T Vintage (บางคล้า) – ประมาณ 22 กม. โทร. 038-541-445 5) Suntara Wellness Resort & Hotel – ประมาณ 25 กม. โทร. 038-823-317 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดหัวสวนตั้งวัดเมื่อใด?
ตอบ: วัดหัวสวนตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2440 และได้รับอนุญาตให้ตั้งเป็นวัดเมื่อ พ.ศ. 2443
ถาม: ทำไมวัดหัวสวนจึงโด่งดังเรื่อง “โบสถ์สแตนเลส”?
ตอบ: เพราะวัดสร้างอุโบสถหลังใหม่ด้วยสแตนเลส 304 ทั้งหลัง เพื่อให้คงทนและใช้งานได้ยาวนาน โดยมีรายละเอียดช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ และลวดลายรอบอาคารที่เป็นเอกลักษณ์มาก
ถาม: อุโบสถสแตนเลสสร้างช่วงไหน?
ตอบ: เริ่มสร้างประมาณเดือนเมษายน พ.ศ. 2552 และแล้วเสร็จประมาณเดือนธันวาคม พ.ศ. 2553
ถาม: รอบอุโบสถที่เป็นลาย “พระอรหันต์ 80 องค์” มีความหมายอย่างไร?
ตอบ: เป็นสัญลักษณ์ที่ชวนระลึกถึงการปฏิบัติธรรมจนถึงความหลุดพ้น และทำให้อุโบสถเป็นพื้นที่ที่ “เดินดูแล้วได้ข้อคิด” ไม่ใช่เพียงอาคารประกอบพิธี
ถาม: ภายในวัดหัวสวนควรสักการะจุดไหนเป็นพิเศษ?
ตอบ: ด้านหน้ามีพระสิวลีให้สักการะ และภายในอุโบสถมีพระพุทธมหาลาภเป็นพระประธาน ซึ่งเป็นจุดที่ผู้มาเยือนนิยมไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล
ถาม: ควรมาเที่ยววัดหัวสวนช่วงเวลาไหนถึงจะได้บรรยากาศดีที่สุด?
ตอบ: ช่วงเช้าเหมาะกับอากาศสบายและแสงนุ่มสำหรับชมรายละเอียดอุโบสถ ส่วนช่วงบ่ายแก่ ๆ เหมาะกับโทนแสงอุ่นที่ทำให้ผิวสแตนเลสดูมีมิติ และสามารถต่อเส้นทางกินเที่ยวบางคล้าได้สะดวก
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคกลาง
ปรับปรุงล่าสุด : 6 เดือนที่แล้ว




