หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดฉะเชิงเทรา >อ.บางคล้า >ต.สาวชะโงก > วัดสาวชะโงก
TL;DR: วัดสาวชะโงก อยู่ที่หมู่ที่ 1 ตำบลสาวชะโงก อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา 24110 (ริมแม่น้ำบางปะกง) เปิดเปิดทุกวัน เวลา 08:00 – 17:00 น. การเดินทางสะดวก เดินทางด้วยรถยนต์สะดวกที่สุด ปักหมุด “วัดสาวชะโงก” แล้วเข้าสู่ตำบลสาวชะโงก อำเภอบางคล้า.
วัดสาวชะโงก

วันเปิดทำการ: เปิดทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
วัดสาวชะโงก เป็นวัดเก่าแก่ริมแม่น้ำบางปะกงในอำเภอบางคล้า ตั้งวัดตั้งแต่ พ.ศ. 2356 มีทั้งประวัติชุมชนลุ่มน้ำ ตำนานที่มาของชื่อ และศรัทธาต่อหลวงพ่อเหลือ เกจิชื่อดังผู้สร้างปลัดขิกและผ้ายันต์แดง อีกทั้งมีรอยพระพุทธบาทจำลองอายุเกิน 100 ปีให้สักการะ หากอยากสัมผัสบรรยากาศวัดริมน้ำแบบคลาสสิกของแปดริ้ว ที่นี่เป็นจุดหมายที่อ่าน “ประวัติศาสตร์ผ่านสายน้ำ” ได้ชัดเจน
วัดสาวชะโงก เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลสาวชะโงก อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ติดริมแม่น้ำบางปะกงโดยตรง เสน่ห์แรกของวัดนี้คือภาพ “วัดบนฝั่ง” ที่มองจากทางน้ำแล้วสง่างามเป็นพิเศษ เพราะตัววัดวางตัวอยู่คู่สายน้ำในจุดที่ทัศนียภาพเปิดกว้าง ทำให้คนที่เคยเดินทางด้วยเรือหรือใช้แม่น้ำเป็นเส้นทางหลักของชุมชน รับรู้ว่าวัดแห่งนี้ไม่ใช่แค่ศาสนสถาน แต่เป็นหมุดหมายริมแม่น้ำที่บอกตำแหน่งของบ้านเรือน ท่าเรือ และเครือข่ายผู้คนในลุ่มน้ำบางปะกงได้จริง
ถ้าจะอ่านวัดสาวชะโงกให้ลึกกว่าการเป็น “วัดดังเรื่องเครื่องราง” ต้องเริ่มจากบริบทของลุ่มน้ำบางปะกงก่อน แม่น้ำบางปะกงคือระบบนิเวศและระบบเศรษฐกิจที่หล่อเลี้ยงชุมชนฉะเชิงเทรามายาวนาน พื้นที่บางคล้าและตำบลต่าง ๆ ริมน้ำมีทั้งสวนผลไม้ พื้นที่เกษตร และชุมชนค้าขายที่อาศัยการสัญจรทางเรือเป็นหลักในอดีต เมื่อสายน้ำเป็นถนน วัดริมแม่น้ำจึงทำหน้าที่เป็นทั้งศูนย์กลางศรัทธา ศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชน และจุดพักจังหวะชีวิตของผู้คนที่เดินทางไปมา “วัดริมน้ำ” ในบริบทนี้จึงไม่ใช่ฉากสวย ๆ แต่เป็นโครงสร้างสังคมที่ถูกสร้างขึ้นมาบนภูมิศาสตร์จริง
เอกสารประวัติวัดระบุว่า วัดสาวชะโงกตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2356 โดยนายนุชและนางยัง ชาวคลองสองพี่น้อง อำเภอบางคล้า เป็นผู้ริเริ่มสร้าง และอุทิศที่ดินประมาณ 6 ไร่เพื่อก่อสร้างวัด ช่วงเริ่มแรกมีเพียงกุฏิมุงหลังคาด้วยจาก สะท้อนภาพวัดราษฎร์ยุคต้นที่เริ่มจากศรัทธาและแรงร่วมมือของชุมชนมากกว่าทุนทรัพย์ก้อนใหญ่ เมื่อเวลาผ่านไป พ.ศ. 2380 วัดและญาติโยมเริ่มสร้างอุโบสถ (กว้าง 5 เมตร ยาว 8 เมตร) และกุฏิสงฆ์ แต่ด้วยทุนทรัพย์จำกัดจึงไม่แล้วเสร็จ กระทั่ง พ.ศ. 2392 ขุนพัส (รั้ง) ร่วมกับชาวบ้านเข้ามาปฏิสังขรณ์เพิ่มเติมและทำการผูกพัทธสีมาในปีเดียวกัน ลำดับเหตุการณ์เหล่านี้ทำให้เห็นว่า วัดสาวชะโงกเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไปตามกำลังของชุมชน ซึ่งเป็นลักษณะร่วมของวัดเก่าริมแม่น้ำหลายแห่งในภาคกลางและภาคตะวันออก
การขยายตัวของวัดยังสะท้อนผ่าน “ที่ดินธรณีสงฆ์” และ “ที่กัลปนา” ที่เพิ่มขึ้นในเวลาต่อมา เมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2457 นายเจิม (บุตรของนายโตกับอำแดงกลิ่น อยู่คลองบ้านหมู่) บริจาคที่ดินถวายเป็นที่ธรณีสงฆ์ จำนวน 48 ไร่ 96 ตารางวา และเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2543 นายเฉลิม เดชสุภะพงษ์ มอบที่ดินให้เป็นที่กัลปนา 1 แปลง เนื้อที่ 3 ไร่ 3 งาน 40 ตารางวา ภาพรวมของการเพิ่มที่ดินลักษณะนี้มักเกิดในวัดที่มีบทบาทต่อชุมชนสูงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะที่ดินวัดไม่ได้มีความหมายแค่พื้นที่ก่อสร้าง แต่เป็นฐานทรัพยากรที่ทำให้วัดดูแลศาสนกิจ บูรณะเสนาสนะ และรองรับกิจกรรมสาธารณะของชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง
วัดสาวชะโงกได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2512 ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญของวัดราษฎร์ เพราะวิสุงคามสีมาคือการรับรองเขตสังฆกรรมสำหรับอุโบสถตามระเบียบคณะสงฆ์ ทำให้การประกอบพิธีสำคัญ เช่น การอุปสมบท เป็นไปอย่างสมบูรณ์ในเชิงนิติการสงฆ์ นี่เป็นอีกชั้นหนึ่งที่ยืนยันว่า วัดแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงวัดท้องถิ่นเล็ก ๆ ริมน้ำ แต่เป็นวัดที่มีโครงสร้างศาสนสถานและบทบาทชุมชนชัดเจนยิ่งขึ้นในช่วงสมัยใหม่
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ชื่อ “วัดสาวชะโงก” ถูกจดจำง่ายและมีมิติทางวัฒนธรรมสูง คือเรื่องเล่าที่มาของชื่อซึ่งผูกกับชีวิตริมแม่น้ำโดยตรง ตำนานเล่าว่าในอดีตมีขบวนยกขันหมากมาทางเรือเพื่อมาสู่ขอเจ้าสาว เมื่อขบวนใกล้มาถึง เจ้าสาวชะโงกหน้าออกไปดูขบวนขันหมากแล้วพลัดตกจากเรือนเสียชีวิต ต่อมาพ่อแม่เจ้าสาวยกที่ดินผืนนี้ถวายสร้างวัด และตั้งชื่อเป็นอนุสรณ์แด่ผู้เสียชีวิตว่า “วัดสาวชะโงก” หากมองเชิงมานุษยวิทยา ตำนานแบบนี้ทำหน้าที่ 2 ชั้นพร้อมกัน ชั้นแรกคือการอธิบายชื่อสถานที่ให้จำง่ายผ่านภาพเหตุการณ์ชัดเจน ชั้นที่สองคือการย้ำว่า “สายน้ำให้ชีวิต แต่สายน้ำก็พรากชีวิตได้” ซึ่งเป็นความจริงของชุมชนลุ่มน้ำที่อยู่กับเรือ ท่าน้ำ และบ้านเรือนริมน้ำมาแต่เดิม
เมื่อวัดตั้งอยู่ติดแม่น้ำบางปะกง การอ่านภูมิทัศน์ของวัดจึงต้องเชื่อมกับประวัติศาสตร์การสัญจรทางน้ำด้วย ในยุคที่ถนนยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ การเดินทางด้วยเรือคือความปกติ วัดริมน้ำจึงกลายเป็น “จุดพักเรือ” และ “จุดพักใจ” ที่ผู้คนแวะทำบุญก่อนเดินทางต่อ หรือทำบุญเมื่อกลับถึงบ้าน ประเพณีหลายอย่างของวัดริมน้ำมักสัมพันธ์กับการแห่ทางน้ำ การทำบุญริมฝั่ง และการรวมตัวของผู้คนตามฤดูกาลน้ำขึ้นน้ำลง ความรู้สึกที่ว่า “ถ้ามาทางน้ำจะเห็นวิววัดสวย” จึงไม่ใช่คำบอกเล่าเชิงท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่เป็นความทรงจำร่วมของพื้นที่ที่เคยใช้สายน้ำเป็นทางหลัก
อีกแกนหนึ่งที่ทำให้วัดสาวชะโงกมีฐานศรัทธากว้าง คือเรื่องของเกจิอาจารย์สำคัญของวัด ได้แก่ พระครูนันทธีราจารย์ (หลวงพ่อเหลือ) ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั่วไป ท่านมีชื่อเสียงด้านการสร้างผ้ายันต์แดงแจกทหารในช่วงสงคราม และเป็นที่กล่าวขวัญอย่างมากเรื่องวัตถุมงคล โดยเฉพาะ “ปลัดขิก” ซึ่งเป็นวัตถุมงคลที่มีรากทางคติชนและความเชื่อเรื่องคุ้มครองภัย เมตตามหานิยม และโชคลาภ ในเชิงวัฒนธรรม ปลัดขิกเป็นสัญลักษณ์ที่มีความหมายซ้อนกัน ทั้งความเชื่อด้านพลังคุ้มครอง การปัดเป่าสิ่งไม่ดี และการเพิ่มความมั่นใจในชีวิตของผู้ศรัทธา ขณะที่ในเชิงสังคม มันเป็นภาพสะท้อนว่าความศรัทธามักต้องการ “สิ่งจับต้องได้” เพื่อยึดเหนี่ยวใจในช่วงเวลาที่ผู้คนเผชิญความไม่แน่นอน
เรื่องเล่าที่ทำให้หลวงพ่อเหลือถูกพูดถึงต่อเนื่อง คือเรื่องการปลุกเสกจน “ลอยทวนน้ำได้” แม้จะเป็นตำนานที่เล่ากันปากต่อปาก แต่สิ่งที่ควรจับคือกลไกของเรื่องเล่าในวัฒนธรรมไทย เรื่องเล่าปาฏิหาริย์ไม่ได้มีหน้าที่พิสูจน์แบบวิทยาศาสตร์ หากทำหน้าที่ “ขยายความเชื่อ” ให้เห็นภาพ และทำให้คุณลักษณะของครูบาอาจารย์เด่นชัดจนผู้คนจดจำได้ เมื่อเรื่องเล่าเดินทางผ่านชุมชนลุ่มน้ำที่ใช้แม่น้ำเป็นพื้นที่ชีวิต ภาพปลัดขิกลอยทวนน้ำจึงยิ่งทรงพลัง เพราะมันผูกกับสิ่งที่ชุมชนเห็นและสัมผัสจริงทุกวัน นั่นคือกระแสน้ำ การขึ้นลงของระดับน้ำ และการเดินทางด้วยเรือ
สิ่งสำคัญคือ วัดสาวชะโงกไม่ได้มีเพียงมิติของเครื่องราง แต่ยังมีมิติของ “ร่องรอยศรัทธาเชิงวัตถุ” ที่พาให้ผู้มาเยือนอ่านเวลาในวัดได้ เช่น การมีรอยพระพุทธบาทจำลองที่มีอายุกว่า 100 ปี รอยพระพุทธบาทจำลองในวัดไทยจำนวนมากสะท้อนความเชื่อเรื่องการระลึกถึงพระพุทธองค์ผ่านสัญลักษณ์ที่แทนการประทับรอยในโลกมนุษย์ และมักกลายเป็นจุดให้ผู้คนตั้งจิตอธิษฐานเรื่องชีวิต ครอบครัว การงาน และความสงบในใจได้อย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อวัดนี้อยู่ริมแม่น้ำ บรรยากาศร่มเย็นของสายน้ำยิ่งเสริมให้การสักการะมีจังหวะที่ช้าลงและนิ่งขึ้น
ถ้าขยายให้ลึกขึ้นในเชิง “ภูมิทัศน์ศาสนาริมน้ำ” วัดสาวชะโงกสะท้อนบทบาทวัดในลุ่มน้ำบางปะกงได้ชัด 3 อย่าง อย่างแรกคือเป็นศูนย์กลางพิธีกรรมของชุมชนในรัศมีเดินถึงหรือพายเรือถึง อย่างที่สองคือเป็นพื้นที่สะสมความทรงจำท้องถิ่นผ่านตำนานชื่อวัดและประวัติการบูรณะ และอย่างที่สามคือเป็นจุดรวมศรัทธาข้ามพื้นที่ผ่านชื่อเสียงของหลวงพ่อเหลือและวัตถุมงคล เมื่อรวม 3 ชั้นนี้เข้าด้วยกัน วัดจึงกลายเป็น “พื้นที่ที่มีผู้คนหลายรุ่นใช้ร่วมกัน” ตั้งแต่ชาวบ้านริมน้ำ นักแสวงบุญ ไปจนถึงผู้สนใจวัฒนธรรมลุ่มน้ำที่ต้องการอ่านท้องถิ่นจากสถานที่จริง
การมาเยือนวัดสาวชะโงกให้คุ้ม จึงไม่จำเป็นต้องรีบไหว้พระแล้วกลับทันที แต่ควรใช้เวลาสังเกตสิ่งเล็ก ๆ ที่บอกเรื่องใหญ่ของลุ่มน้ำ เช่น แนวตลิ่ง วิวแม่น้ำ มุมที่มองเห็นเรือหรือการสัญจรทางน้ำ และจังหวะลมที่พัดผ่านลานวัด สิ่งเหล่านี้ทำให้เข้าใจได้ว่าเหตุใดวัดริมน้ำจึงมีบทบาทยืนยาว เพราะมันให้ทั้งความหมายทางใจและความหมายทางพื้นที่ในเวลาเดียวกัน
อีกแง่มุมที่น่าสนใจของวัดริมน้ำในฉะเชิงเทรา คือความสัมพันธ์กับเศรษฐกิจชุมชนในปัจจุบัน บางคล้าถูกจดจำจากตลาดน้ำและร้านอาหารริมน้ำจำนวนมาก ทำให้การแวะวัดสาวชะโงกสามารถถูกจัดเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแบบ “ศรัทธา + วิถีลุ่มน้ำ” ได้ง่าย เริ่มจากการทำบุญและสักการะในวัด แล้วค่อยต่อไปยังจุดกินเที่ยวของบางคล้าโดยไม่ต้องขับรถไกลมาก จังหวะแบบนี้ทำให้การเที่ยวมีทั้งความสงบและความมีชีวิตชีวาอยู่ร่วมกันอย่างพอดี
การเดินทาง วัดสาวชะโงกอยู่ในอำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด โดยปักหมุด “วัดสาวชะโงก” แล้วขับตามเส้นทางเข้าสู่ตำบลสาวชะโงก เมื่อถึงวัดสามารถจอดรถในพื้นที่ที่จัดไว้ และหากอยากสัมผัสบรรยากาศวัดริมน้ำแบบเต็ม ๆ ควรเผื่อเวลาเดินชมบริเวณริมแม่น้ำบางปะกงหน้าวัด เพื่อเห็นมิติของสถานที่ที่เชื่อมกับลุ่มน้ำอย่างชัดเจน
วัดสาวชะโงกจึงเป็นวัดที่อ่านได้พร้อมกันทั้ง 3 ระดับ ระดับแรกคือประวัติการตั้งวัดและการบูรณะซึ่งสะท้อนการเติบโตของชุมชน ระดับที่สองคือเรื่องเล่าที่มาของชื่อซึ่งเป็นความทรงจำร่วมของผู้คนลุ่มน้ำ และระดับที่สามคือศรัทธาต่อหลวงพ่อเหลือและวัตถุมงคลที่ทำให้ผู้คนจากหลายพื้นที่เดินทางมาถึง เมื่อทั้งหมดวางอยู่บนฉากจริงของแม่น้ำบางปะกง วัดนี้จึงเป็นเหมือนบทสรุปแบบจับต้องได้ของคำว่า “ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่ยังมีชีวิต”
| ชื่อสถานที่ | วัดสาวชะโงก |
| ที่อยู่ | หมู่ที่ 1 ตำบลสาวชะโงก อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา 24110 (ริมแม่น้ำบางปะกง) |
| สรุปสถานที่ | วัดราษฎร์มหานิกายริมแม่น้ำบางปะกง ตั้งวัด พ.ศ. 2356 มีตำนานที่มาของชื่อ “สาวชะโงก” มีศรัทธาหลวงพ่อเหลือ เกจิชื่อดังด้านปลัดขิกและผ้ายันต์แดง และมีรอยพระพุทธบาทจำลองอายุกว่า 100 ปีให้สักการะ |
| จุดเด่นของสถานที่ | ทำเลวัดริมน้ำมองจากทางน้ำงดงาม, ประวัติการตั้งวัดยาวนานตั้งแต่ต้นรัตนโกสินทร์, ตำนานชื่อวัดผูกกับวิถีลุ่มน้ำ, ศรัทธาหลวงพ่อเหลือและวัตถุมงคล (ปลัดขิก/ผ้ายันต์แดง), รอยพระพุทธบาทจำลองอายุกว่า 100 ปี |
| ยุคสมัย | ตั้งวัด พ.ศ. 2356 (ต้นรัตนโกสินทร์), ได้รับวิสุงคามสีมา พ.ศ. 2512 |
| หลักฐานสำคัญ | ลำดับการสร้างอุโบสถ/ปฏิสังขรณ์ (พ.ศ. 2380, 2392), การผูกพัทธสีมา พ.ศ. 2392, การเพิ่มที่ดินธรณีสงฆ์และที่กัลปนา, วิสุงคามสีมา พ.ศ. 2512, รอยพระพุทธบาทจำลองอายุกว่า 100 ปี |
| ที่มาของชื่อ | ตำนานเล่าว่ามีขบวนขันหมากมาทางเรือ เจ้าสาวชะโงกหน้าดูขบวนแล้วพลัดตกจากเรือนเสียชีวิต ครอบครัวจึงถวายที่ดินสร้างวัดและตั้งชื่อเป็นอนุสรณ์ว่า “วัดสาวชะโงก” |
| ผู้ดูแล/เจ้าอาวาส (ล่าสุด) | พระอธิการธีรศักดิ์ ฐาตุกาโม (พระครูนันทธีรานุวัตร) |
| เบอร์โทรสถานที่ | 089-541-5615, 038-521-058 |
| การเดินทาง | เดินทางด้วยรถยนต์สะดวกที่สุด ปักหมุด “วัดสาวชะโงก” แล้วเข้าสู่ตำบลสาวชะโงก อำเภอบางคล้า เมื่อถึงวัดสามารถจอดรถในพื้นที่ที่จัดไว้ และเดินชมบรรยากาศริมแม่น้ำบางปะกงหน้าวัดได้ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้ประชาชนเข้าสักการะ ทำบุญ และร่วมกิจกรรมของวัดตามโอกาส |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยถนน) | 1) ตลาดน้ำบางคล้า – 12 กม. 2) วัดโพธิ์บางคล้า – 13 กม. 3) วัดปากน้ำโจ้โล้ – 18 กม. 4) วัดสมานรัตนาราม – 22 กม. 5) ตลาดบ้านใหม่ 100 ปี (โซนเมืองฉะเชิงเทรา) – 30 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยถนน + เบอร์โทร) | 1) ก.กุ้งเผา (โซนตลาดน้ำบางคล้า) – 12 กม. โทร. 081-861-1655 2) ร่มไม้สายธาร (Rommai Saitarn) – 13 กม. โทร. 038-542-794 3) แพกุ้งสำเริง – 15 กม. โทร. 081-410-2498 4) เถ้าแก่ชื้อ (โซนบางคล้า) – 13 กม. โทร. 038-541-020 5) เจ๊เต็มกุ้งย่างปลาเผา (โซนตลาดน้ำบางคล้า) – 12 กม. โทร. 063-209-0258 |
| ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยถนน + เบอร์โทร) | 1) บางคล้า รีสอร์ท – 14 กม. โทร. 085-224-4139 2) ธาราบางคล้า ริเวียร่า (Tala Bangkla Riviera) – 16 กม. โทร. 062-323-7424 3) Tamarind@Bangkhla (แทมมาริน ณ บางคล้า) – 15 กม. โทร. 065-563-2392 4) Blue Ozone Resort & Spa – 18 กม. โทร. 081-611-1144 5) Little Bangkhla – 16 กม. โทร. 062-492-4953 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดสาวชะโงกตั้งวัดเมื่อใด?
ตอบ: วัดตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2356 โดยนายนุชและนางยังเป็นผู้ริเริ่มสร้าง และอุทิศที่ดินเพื่อก่อสร้างวัดในระยะแรก
ถาม: วัดสาวชะโงกได้ชื่อมาจากอะไร?
ตอบ: มีตำนานเล่าว่าเคยมีขบวนขันหมากมาทางเรือ เจ้าสาวชะโงกหน้าดูขบวนแล้วพลัดตกจากเรือนเสียชีวิต ครอบครัวจึงถวายที่ดินสร้างวัดและตั้งชื่อเป็นอนุสรณ์ว่า “วัดสาวชะโงก”
ถาม: หลวงพ่อเหลือมีชื่อเสียงเรื่องใด?
ตอบ: หลวงพ่อเหลือ (พระครูนันทธีราจารย์) เป็นเกจิที่ผู้คนศรัทธา มีชื่อเสียงด้านการสร้างผ้ายันต์แดงแจกทหาร และวัตถุมงคล โดยเฉพาะปลัดขิกซึ่งเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง
ถาม: ภายในวัดมีอะไรที่เป็นโบราณ/เก่าแก่ให้สักการะ?
ตอบ: วัดมีรอยพระพุทธบาทจำลองที่มีอายุกว่า 100 ปี เป็นจุดสักการะสำคัญอีกจุดหนึ่งของผู้มาเยือน
ถาม: ควรมาเที่ยววัดสาวชะโงกช่วงเวลาไหนถึงจะได้บรรยากาศดีที่สุด?
ตอบ: ช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ เหมาะสำหรับการเดินชมวัดและริมแม่น้ำบางปะกง เพราะแสงสวย อากาศไม่ร้อนจัด และบรรยากาศริมแม่น้ำสงบเป็นพิเศษ
ถาม: ถ้าจะจัดทริปบางคล้าให้คุ้ม ควรไปที่ไหนต่อหลังจากไหว้พระ?
ตอบ: สามารถต่อไปตลาดน้ำบางคล้าเพื่อสัมผัสวิถีริมน้ำและอาหารท้องถิ่น แวะวัดสำคัญใกล้เคียงในอำเภอบางคล้า แล้วปิดท้ายด้วยร้านอาหารริมน้ำหรือที่พักโซนบางคล้าเพื่อพักผ่อนแบบไม่เร่งรีบ
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคกลาง
ปรับปรุงล่าสุด : 6 เดือนที่แล้ว




