หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดยโสธร >อ.เมืองยโสธร >ต.สิงห์ > บุญข้าวสาก
TL;DR: บุญข้าวสาก เปิดจัดขึ้นทุกปีในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ส่วนวันที่เตรียมข้าวสากตรงกับวันขึ้น 14 เวลา โดยทั่วไปเริ่มทำบุญช่วงเช้า 06.00 – 12.00 น.

ยโสธร

บุญข้าวสาก

บุญข้าวสาก

วันเปิดทำการ: จัดขึ้นทุกปีในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ส่วนวันที่เตรียมข้าวสากตรงกับวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 10
เวลาเปิดทำการ: โดยทั่วไปเริ่มทำบุญช่วงเช้า 06.00 – 12.00 น. และกิจกรรมแจกข้าวสากดำเนินต่อเนื่องตามธรรมเนียมของแต่ละวัดและชุมชน
 
บุญข้าวสาก เป็นประเพณีบุญเดือน 10 ของชาวอีสาน จัดขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ญาติผู้ล่วงลับ เจ้ากรรมนายเวร สัตว์นรก และเปรตตามความเชื่อท้องถิ่น ก่อนวันงาน 1 วัน ชาวบ้านเตรียมข้าวสากหรือข้าวกระยาสารทจากข้าวเม่าพอง ข้าวตอก น้ำอ้อย น้ำตาล ถั่ว และงา พร้อมอาหารคาวหวาน ข้าวต้ม หมาก พลู และเครื่องไทยทาน วันงานช่วงเช้ามีการตักบาตร ฟังเทศน์ ถวายภัตตาหารพระสงฆ์ และช่วงเพลมีพิธีแจกข้าวสากหรือยาดข้าวสาก โดยนำห่อข้าวสากไปแขวนตามต้นไม้หรือรั้ว ก่อนตีโปงหรือตีกลองเป็นสัญญาณให้ดวงวิญญาณมารับส่วนบุญ แล้วชาวบ้านแย่งเก็บกลับไปใส่นาหรือตาแฮกเพื่อความอุดมสมบูรณ์ของข้าวในนา
 
บุญข้าวสาก เป็นหนึ่งในประเพณีสำคัญของชาวอีสานที่อยู่ในระบบฮีตสิบสอง หรือจารีตประเพณี 12 เดือนของชุมชนอีสาน ประเพณีนี้จัดขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ของทุกปี โดยมีวันเตรียมข้าวสากในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 10 จุดมุ่งหมายหลักคือการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติผู้ล่วงลับ ผู้มีพระคุณ บรรพบุรุษ เจ้ากรรมนายเวร สัตว์นรก และเปรตตามความเชื่อท้องถิ่น ขณะเดียวกันยังเป็นพิธีกรรมที่เชื่อมโยงกับวิถีเกษตรกรรม เพราะข้าวสากบางส่วนที่ได้จากพิธีจะถูกนำไปวางในไร่นาและตาแฮก เพื่อเสริมสิริมงคลแก่ต้นข้าวและขอให้ผลผลิตอุดมสมบูรณ์
 
บุญข้าวสากมีชื่อเรียกและความหมายที่สัมพันธ์กับการทำบุญแบบสลากภัต คำว่า “สาก” ในที่นี้เกี่ยวข้องกับคำว่า “สลาก” หมายถึงการถวายทานโดยมีการจัดห่ออาหารหรือเครื่องไทยทานเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับ โดยบางชุมชนอาจเขียนชื่อเจ้าภาพ ชื่อญาติที่ต้องการอุทิศบุญให้ หรือคำอธิษฐานไว้กับเครื่องทำบุญ ประเพณีนี้จึงเป็นทั้งการให้ทาน การระลึกถึงผู้ตาย การรักษาความสัมพันธ์ระหว่างคนเป็นกับบรรพบุรุษ และการรวมใจของชุมชนผ่านวัดในท้องถิ่น
 
ในภาษากลาง ข้าวสากมักเทียบได้กับข้าวกระยาสารท ซึ่งเป็นขนมทำบุญเดือน 10 ที่ใช้ข้าวเม่า ข้าวตอก น้ำตาลหรือน้ำอ้อย ถั่ว และงาเป็นส่วนประกอบ แต่ในบริบทอีสาน ข้าวสากไม่ได้เป็นเพียงขนมสำหรับรับประทานเท่านั้น เพราะมีบทบาททางพิธีกรรมอย่างชัดเจน ข้าวสากเป็นอาหารบุญ เป็นตัวแทนความอุดมสมบูรณ์ เป็นของฝากให้ญาติพี่น้อง และเป็นเครื่องอุทิศให้ดวงวิญญาณในช่วงเวลาที่ชุมชนเชื่อว่าผู้ล่วงลับจะได้รับส่วนบุญจากลูกหลาน
 
ความสำคัญของบุญข้าวสากอยู่ที่การอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับและสิ่งมีชีวิตในภพภูมิที่ต้องการส่วนบุญ ชาวอีสานเชื่อว่าการทำบุญในวันนี้เป็นโอกาสที่ลูกหลานจะได้ส่งบุญไปถึงบรรพบุรุษ ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ ญาติพี่น้อง และผู้มีพระคุณที่เสียชีวิตไปแล้ว รวมถึงสัตว์นรกและเปรตที่ไม่มีญาติทำบุญให้ การทำบุญจึงไม่ได้จำกัดเฉพาะครอบครัวของตน แต่ขยายไปถึงดวงวิญญาณทั่วไป เป็นการแสดงเมตตา กรุณา และความรับผิดชอบทางศีลธรรมต่อโลกที่มองไม่เห็นตามคติความเชื่อพื้นบ้าน
 
วันเตรียมข้าวสากตรงกับวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 10 ชาวบ้านจะเริ่มจัดเตรียมข้าวสาก เครื่องคาวหวาน และสิ่งของสำหรับทำบุญ ข้าวสากทำจากข้าวเม่าพอง คลุกกับข้าวตอกแตก แล้วใส่น้ำอ้อยหรือน้ำตาล ถั่ว และงา จากนั้นคลุกเข้าด้วยกันให้เป็นเนื้อเดียว กลิ่นของน้ำอ้อย ถั่ว งา และข้าวตอกทำให้ข้าวสากมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นอกจากข้าวสากแล้ว ชาวบ้านยังเตรียมข้าวต้ม ขนม อาหารคาวหวาน ผลไม้ หมาก พลู บุหรี่ และของใช้จำเป็นสำหรับจัดเป็นห่อข้าวสากหรือเครื่องไทยทาน
 
การเตรียมข้าวสากเป็นกิจกรรมที่สะท้อนความร่วมมือในครอบครัวอย่างชัดเจน ผู้สูงอายุถ่ายทอดวิธีทำข้าวสาก การเลือกวัตถุดิบ การห่อใบตอง และความหมายของประเพณีให้ลูกหลาน ขณะที่คนรุ่นใหม่ช่วยจัดของ เตรียมอาหาร หรือซื้อวัตถุดิบให้ครบถ้วน บ้านที่มีญาติพี่น้องอยู่ต่างถิ่นมักใช้โอกาสนี้ส่งข้าวสากหรือขนมสารทให้กัน เป็นการเยี่ยมเยียนและเชื่อมความสัมพันธ์ในเครือญาติ ประเพณีนี้จึงไม่ใช่เพียงพิธีกรรมที่วัด แต่เริ่มต้นตั้งแต่ในบ้านและในครัวของแต่ละครอบครัว
 
ช่วงเช้าของวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ชาวบ้านจะนำอาหาร ข้าวสาก ห่อข้าวน้อย ข้าวต้ม ขนม ผลไม้ และเครื่องไทยทานไปวัด เพื่อทำบุญตักบาตรและถวายภัตตาหารพระสงฆ์ การตักบาตรในวันนี้มีความหมายเฉพาะ เพราะเจ้าภาพตั้งใจอุทิศบุญให้ผู้ล่วงลับอย่างชัดเจน เมื่อพระสงฆ์ฉันภัตตาหารเสร็จแล้ว มักมีการฟังเทศน์ ฟังธรรม และรับพร เพื่อให้จิตใจสงบและตั้งมั่นในกุศล เจตนาของงานบุญจึงอยู่ที่การให้ การระลึกถึง และการนำหลักธรรมเรื่องความไม่เที่ยงมาพิจารณาในชีวิต
 
ช่วงเพลเป็นเวลาสำคัญของพิธีแจกข้าวสาก ข้าวสากที่จะนำไปแจกมักห่อด้วยใบตองกล้วย กลัดหัวกลัดท้าย มีรูปคล้ายกลีบข้าวต้มแต่ไม่พับส้นตอง และเย็บติดกันเป็นคู่ ๆ ภายในห่ออาจใส่ข้าวสาก ข้าวต้ม ปลา เนื้อ หมาก พลู บุหรี่ หรือของกินของใช้ที่ชุมชนกำหนดไว้ ห่อเหล่านี้เป็นสัญลักษณ์ของอาหารและเครื่องอุปโภคที่ลูกหลานจัดให้ดวงวิญญาณผู้ล่วงลับและเปรตตามคติความเชื่อ การห่อใบตองอย่างประณีตจึงเป็นทั้งงานฝีมือและการแสดงความตั้งใจของผู้ทำบุญ
 
เมื่อถึงพิธีแจกข้าวสาก ชาวบ้านจะนำห่อข้าวสากไปห้อยไว้ตามต้นไม้ ตามรั้ว หรือจุดที่ชุมชนกำหนด จากนั้นเมื่อเสร็จพิธีจะมีการตีโปงหรือตีกลองเป็นสัญญาณบอกให้เปรตและดวงวิญญาณมารับส่วนบุญ ภาพของห่อข้าวสากที่แขวนไว้ตามต้นไม้และเสียงโปงหรือกลองที่ดังขึ้นเป็นช่วงสำคัญของประเพณี เพราะเป็นช่วงที่โลกของคนเป็นและโลกของดวงวิญญาณถูกเชื่อมเข้าด้วยกันผ่านพิธีกรรมและความเชื่อของชุมชน
 
หลังจากให้สัญญาณแล้ว ชาวบ้านจะร่วมกันแย่งเก็บห่อข้าวสากกลับมา การแย่งเก็บนี้เรียกว่า “แย่งเปรต” หรือภาษาอีสานเรียกว่า “ยาดข้าวสาก” เป็นช่วงที่มีทั้งความสนุก ความคึกคัก และความเชื่อทางพิธีกรรม ผู้ที่เก็บได้จะนำข้าวสากหรือสิ่งของบางส่วนกลับบ้าน แล้วนำไปใส่ตามไร่นา ตาแฮก หรือบริเวณที่เกี่ยวข้องกับการเพาะปลูก เพื่อให้ข้าวในนาอุดมสมบูรณ์และเป็นสิริมงคลแก่ครอบครัว ประเพณีนี้จึงเชื่อมโยงการทำบุญให้ผู้ตายกับความหวังเรื่องผลผลิตของคนเป็นอย่างชัดเจน
 
ตาแฮกเป็นพื้นที่สำคัญในคติชาวนาอีสาน หมายถึงจุดแรกหรือพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของนา ซึ่งชาวบ้านให้ความเคารพในฐานะจุดที่เกี่ยวข้องกับเจ้าที่ เจ้าทาง และวิญญาณผู้ดูแลผืนนา การนำข้าวสากไปใส่ตาแฮกจึงเป็นการเชื่อมบุญกับนา เชื่อมบรรพบุรุษกับข้าว และเชื่อมพิธีกรรมวัดกับวิถีเกษตรกรรมในไร่นา ความเชื่อเช่นนี้สะท้อนว่าชีวิตของชาวอีสานไม่แยกศาสนาออกจากการทำมาหากิน แต่ใช้ประเพณีเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงทั้งจิตใจ ครอบครัว และการเพาะปลูก
 
บุญข้าวสากเป็นประเพณีที่ทำให้เห็นบทบาทของวัดในฐานะศูนย์กลางชุมชนอย่างเด่นชัด ในวันงาน วัดไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนา แต่เป็นพื้นที่รวมญาติ รวมเพื่อนบ้าน และรวมความทรงจำของคนหลายรุ่น ชาวบ้านนำอาหารมาร่วมทำบุญ พระสงฆ์ทำหน้าที่ประกอบพิธีและแสดงธรรม เด็กและเยาวชนได้เห็นขั้นตอนการทำบุญจากผู้ใหญ่ ส่วนผู้สูงอายุได้ถ่ายทอดเรื่องราวของบรรพบุรุษและความหมายของประเพณีให้คนรุ่นหลัง
 
ในจังหวัดยโสธร บุญข้าวสากถือเป็นหนึ่งในประเพณีที่สอดคล้องกับวิถีชุมชนอีสานอย่างชัดเจน เพราะยโสธรเป็นจังหวัดที่มีรากทางวัฒนธรรมเกษตรกรรม มีชุมชนวัดจำนวนมาก และมีประเพณีตามฮีตสิบสองสืบทอดอยู่ในหลายอำเภอ การจัดบุญข้าวสากจึงเกิดขึ้นตามวัดและชุมชนท้องถิ่น ไม่จำกัดอยู่เฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวใดสถานที่หนึ่ง หากนักท่องเที่ยวต้องการสัมผัสประเพณีนี้ในยโสธร ควรเลือกวัดหรือชุมชนที่มีกิจกรรมในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 และเข้าร่วมด้วยความเคารพต่อพิธีกรรมของคนในพื้นที่
 
ในเขตเมืองยโสธร วัดมหาธาตุเป็นวัดสำคัญที่เหมาะสำหรับใช้เป็นจุดอ้างอิงในการเรียนรู้วัฒนธรรมและงานบุญของเมือง เพราะเป็นพระอารามหลวงและเป็นหนึ่งในวัดหลักของจังหวัด ภายในวัดมีพระธาตุพระอานนท์ซึ่งเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวเมือง และมีการจัดงานบุญสำคัญทางพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง การเดินทางมาเรียนรู้บุญข้าวสากในบริบทเมืองยโสธรจึงสามารถเชื่อมกับวัดมหาธาตุ ชุมชนเก่าบ้านสิงห์ท่า ศาลหลักเมือง และแหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ใกล้เคียงได้สะดวก
 
วัดมหาธาตุยังมีบทบาทในฐานะศูนย์กลางทางศาสนาของเมืองยโสธร โดยมีพระเทพวงศาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดยโสธรและเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุ เป็นผู้นำฝ่ายสงฆ์ในกิจกรรมสำคัญหลายวาระของจังหวัด การนำข้อมูลวัดมหาธาตุมาเป็นส่วนหนึ่งของบทความบุญข้าวสากจึงช่วยให้ผู้อ่านเห็นภาพว่าวัดในยโสธรยังเป็นพื้นที่หลักของงานบุญ งานศาสนา และกิจกรรมที่เชื่อมคนในเมืองเข้ากับพระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง
 
แม้บุญข้าวสากจะเป็นงานบุญที่มีแกนอยู่ที่การอุทิศส่วนกุศล แต่ในอีกด้านหนึ่งยังเป็นประเพณีที่สร้างความสามัคคีในชุมชน เพราะทุกครอบครัวมีส่วนร่วมตั้งแต่การเตรียมอาหาร การทำข้าวสาก การจัดห่อใบตอง การนำของไปวัด การฟังเทศน์ การแจกข้าวสาก และการยาดข้าวสากในช่วงท้าย พิธีกรรมทั้งหมดทำให้ผู้คนได้พบปะ พูดคุย ช่วยเหลือกัน และระลึกถึงบรรพบุรุษร่วมกัน ประเพณีนี้จึงเป็นเครื่องมือรักษาความสัมพันธ์ทางสังคมที่สำคัญมากในหมู่บ้านอีสาน
 
สำหรับนักท่องเที่ยว บุญข้าวสากเป็นประเพณีที่ควรสัมผัสด้วยความเข้าใจมากกว่าการชมอย่างผิวเผิน ผู้มาเยือนควรเริ่มจากการเข้าใจว่าวันนี้เป็นวันทำบุญให้ผู้ล่วงลับ ไม่ใช่งานรื่นเริงทั่วไป แม้ช่วงยาดข้าวสากจะมีบรรยากาศสนุกสนาน แต่แก่นของประเพณียังคงเป็นการให้ทาน การระลึกถึงผู้ตาย และการอธิษฐานให้ครอบครัวกับไร่นาอุดมสมบูรณ์ การเข้าร่วมจึงควรแต่งกายสุภาพ พูดจาเหมาะสม และเคารพพื้นที่วัดกับผู้ประกอบพิธี
 
หากต้องการถ่ายภาพ ควรเลือกถ่ายในช่วงที่ไม่รบกวนการตักบาตร การถวายภัตตาหาร การฟังเทศน์ หรือการประกอบพิธีของพระสงฆ์และชาวบ้าน ภาพที่น่าสนใจของบุญข้าวสาก ได้แก่ การทำข้าวสาก การห่อใบตอง ห่อข้าวสากที่แขวนไว้ตามต้นไม้ ภาพชาวบ้านนำอาหารไปวัด การตั้งเครื่องไทยทาน และบรรยากาศการยาดข้าวสาก อย่างไรก็ตามควรขออนุญาตก่อนถ่ายภาพบุคคลใกล้ ๆ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ พระสงฆ์ หรือครอบครัวที่กำลังประกอบพิธีอุทิศส่วนกุศล
 
ประเพณีบุญข้าวสากยังมีความน่าสนใจในเชิงอาหารพื้นบ้าน เพราะข้าวสากหรือกระยาสารทเป็นอาหารที่สะท้อนฤดูกาล วัตถุดิบ และภูมิปัญญาการถนอมอาหารของชุมชน ข้าวเม่า ข้าวตอก ถั่ว งา น้ำอ้อย และน้ำตาลเป็นวัตถุดิบที่สัมพันธ์กับข้าวและผลผลิตในท้องถิ่น เมื่อนำมาคลุกเข้าด้วยกันจึงเกิดเป็นอาหารบุญที่ให้พลังงานสูง เก็บไว้ได้ช่วงหนึ่ง และใช้แบ่งปันระหว่างญาติพี่น้อง การทำข้าวสากจึงเชื่อมทั้งครัวเรือน วัด และไร่นาเข้าด้วยกัน
 
ในเชิงความเชื่อเรื่องเปรตและสัตว์นรก บุญข้าวสากสะท้อนแนวคิดเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดและผลกรรมตามพระพุทธศาสนาผสมกับความเชื่อพื้นบ้าน ชาวบ้านเชื่อว่าดวงวิญญาณที่ได้รับทุกข์จากผลกรรมต้องอาศัยบุญจากญาติหรือผู้มีจิตเมตตา การจัดห่อข้าวสากและการเรียกเปรตมารับส่วนบุญจึงเป็นการแสดงความกรุณาต่อผู้ตกทุกข์ในภพภูมิอื่น พิธีกรรมนี้ทำให้คนเป็นได้พิจารณาความตาย กรรม และการทำความดีในชีวิตปัจจุบันไปพร้อมกัน
 
ประเพณีนี้ยังสะท้อนความสำคัญของการแบ่งปันในชุมชน ชาวบ้านไม่ได้ทำข้าวสากเพื่อถวายวัดเท่านั้น แต่ยังส่งให้ญาติพี่น้อง เพื่อนบ้าน และผู้ที่เคารพนับถือ การส่งข้าวสากจึงเป็นการแลกเปลี่ยนไมตรีและยืนยันความผูกพันทางสังคม บางครอบครัวที่ลูกหลานอยู่ไกลจะถือโอกาสกลับบ้านหรือส่งของทำบุญมาให้ผู้ใหญ่ในหมู่บ้าน การส่งและรับข้าวสากจึงเป็นวัฒนธรรมของการเยี่ยมเยียนและการไม่ลืมรากเหง้าของครอบครัว
 
เมื่อมองในมิติของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม บุญข้าวสากเหมาะกับผู้ที่ต้องการเข้าใจอีสานอย่างลึกซึ้ง เพราะไม่ได้มีความอลังการแบบงานแห่ใหญ่ แต่มีความละเอียดในระดับครอบครัวและชุมชน ทุกขั้นตอนตั้งแต่การทำข้าวสากจนถึงการยาดข้าวสากล้วนมีความหมาย นักท่องเที่ยวที่ได้ร่วมชมจะเข้าใจว่าประเพณีอีสานไม่ได้มีเพียงความสนุกสนาน แต่เต็มไปด้วยระบบความคิดเรื่องบุญ กรรม บรรพบุรุษ ข้าว น้ำ นา วัด และชุมชน
 
สำหรับการวางแผนเดินทางในจังหวัดยโสธร นักท่องเที่ยวสามารถใช้วัดมหาธาตุและเขตเมืองยโสธรเป็นจุดเริ่มต้นในการเรียนรู้บริบททางศาสนา แล้วต่อไปยังชุมชนเก่าบ้านสิงห์ท่า วิมานพญาแถน พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก อนุสาวรีย์พระสุนทรราชวงศา และพระธาตุก่องข้าวน้อยได้ เส้นทางนี้ทำให้เข้าใจทั้งงานบุญ วิถีวัด ประวัติศาสตร์เมือง ศิลปวัฒนธรรม และเรื่องเล่าท้องถิ่นของยโสธรในวันเดียว
 
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเข้าร่วมบุญข้าวสากคือช่วงเช้าไปจนถึงช่วงเพล เพราะเป็นเวลาของการตักบาตร ถวายภัตตาหาร ฟังเทศน์ และพิธีแจกข้าวสาก หากต้องการเห็นการเตรียมข้าวสาก ควรติดต่อชุมชนหรือครอบครัวในพื้นที่ตั้งแต่วันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 10 ส่วนผู้ที่ต้องการชมพิธีหลักควรมาถึงวัดตั้งแต่ช่วงเช้า การเตรียมตัวให้ตรงเวลาและเคารพลำดับพิธีจะช่วยให้เข้าใจประเพณีได้ครบกว่าเพียงมาถึงช่วงท้าย
 
ปี พ.ศ. 2569 วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ตรงกับวันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2569 ส่วนวันเตรียมข้าวสากตรงกับวันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2569 การระบุวันที่ตามปฏิทินจันทรคติสำคัญมาก เพราะวันบุญข้าวสากเปลี่ยนวันที่ตามปฏิทินสุริยคติในแต่ละปี ไม่ได้ตรงกับวันที่เดิมทุกปี ผู้ที่ต้องการเดินทางเข้าร่วมควรตรวจวันพระและประกาศของวัดหรือชุมชนในปีนั้นก่อนออกเดินทาง เพื่อให้ตรงกับวันงานจริง
 
การเดินทางมายังวัดสำคัญในตัวเมืองยโสธรทำได้สะดวกจากถนนแจ้งสนิทและถนนสายหลักของเมือง หากใช้วัดมหาธาตุเป็นจุดอ้างอิง สามารถเดินทางต่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในตัวเมืองได้ง่าย ทั้งชุมชนเก่าบ้านสิงห์ท่า วิมานพญาแถน พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก และสวนสาธารณะบุ่งน้อย-บุ่งใหญ่ ในช่วงวันบุญควรเผื่อเวลาเดินทางและที่จอดรถ เพราะวัดและชุมชนจะมีผู้มาทำบุญมากกว่าวันปกติ
 
สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าร่วมบุญข้าวสากในชุมชนท้องถิ่นนอกเขตเมือง ควรติดต่อวัด องค์การบริหารส่วนตำบล หรือผู้นำชุมชนก่อนเดินทาง เพื่อทราบเวลาพิธี สถานที่จอดรถ และแนวปฏิบัติของแต่ละชุมชน เพราะรายละเอียดการจัดห่อข้าวสาก การแจกข้าวสาก และการยาดข้าวสากอาจแตกต่างกันตามประเพณีเฉพาะถิ่น แต่แก่นสำคัญยังคงเหมือนกัน คือการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับและการอธิษฐานให้ครอบครัวกับไร่นาอยู่เย็นเป็นสุข
 
มารยาทสำคัญในการเข้าร่วมบุญข้าวสากคือการแต่งกายสุภาพ ไม่ส่งเสียงดังในศาลาวัด ไม่เดินตัดหน้าพระสงฆ์ขณะประกอบพิธี ไม่หยิบห่อข้าวสากก่อนถึงเวลาที่ชุมชนกำหนด และไม่แสดงท่าทีล้อเลียนความเชื่อเรื่องเปรตหรือดวงวิญญาณ เพราะสำหรับชุมชนแล้วพิธีนี้มีความหมายลึกซึ้งต่อครอบครัว บรรพบุรุษ และความศรัทธา การเข้าร่วมด้วยความเคารพทำให้ผู้มาเยือนได้รับประสบการณ์ที่ดีและไม่กระทบความรู้สึกของเจ้าของประเพณี
 
โดยสรุป บุญข้าวสากเป็นประเพณีที่รวมมิติของพระพุทธศาสนา ความเชื่อพื้นบ้าน ครอบครัว บรรพบุรุษ อาหารบุญ และวิถีชาวนาไว้อย่างครบถ้วน ข้าวสากหนึ่งห่อจึงมีความหมายมากกว่าอาหาร เพราะเป็นทั้งทาน เป็นบุญ เป็นความระลึกถึง เป็นเครื่องเชื่อมคนเป็นกับผู้ล่วงลับ และเป็นสัญลักษณ์ของความหวังให้ข้าวกล้าในนาเจริญงอกงาม ประเพณีนี้ทำให้เห็นหัวใจของวัฒนธรรมอีสานที่ให้ความสำคัญกับบุญ ความกตัญญู ความเอื้อเฟื้อ และความสัมพันธ์ระหว่างคน วัด นา และบรรพบุรุษอย่างแน่นแฟ้น
 
ชื่อประเพณีบุญข้าวสาก
ชื่อที่เกี่ยวข้องบุญข้าวสาก, บุญเดือน 10, ยาดข้าวสาก, แย่งเปรต, ข้าวกระยาสารท, สลากภัต, ห่อข้าวสาก, ห่อข้าวน้อย
พื้นที่จัดงานวัดและชุมชนอีสาน รวมถึงวัดในจังหวัดยโสธร เช่น วัดมหาธาตุ พระอารามหลวง และวัดประจำชุมชนในแต่ละอำเภอ
ที่อยู่จุดอ้างอิงในยโสธรวัดมหาธาตุ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000
พิกัดจุดอ้างอิงวัดมหาธาตุ ยโสธร: 15.7949, 104.1455
ช่วงเวลาจัดงานวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ของทุกปี โดยวันเตรียมข้าวสากตรงกับวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 10 ปี พ.ศ. 2569 วันบุญข้าวสากตรงกับวันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2569
ไฮไลต์การทำข้าวสากหรือข้าวกระยาสารท การห่อข้าวสากด้วยใบตอง การตักบาตรอุทิศส่วนกุศล การฟังเทศน์ พิธีแจกข้าวสาก การตีโปงหรือกลองเรียกเปรต และการยาดข้าวสากเพื่อนำไปใส่นาหรือตาแฮก
ความสำคัญเป็นประเพณีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับ บรรพบุรุษ สัตว์นรก และเปรต พร้อมเชื่อมโยงบุญกับความอุดมสมบูรณ์ของไร่นาและวิถีชาวนาอีสาน
ลักษณะเด่นเป็นงานบุญที่เริ่มจากครัวเรือน ขยายสู่ชุมชนและวัด มีทั้งการทำอาหารบุญ การถวายทาน การฟังธรรม การอุทิศส่วนกุศล และพิธีกรรมเกี่ยวกับเปรตและตาแฮก
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ1. ครัวเรือนและพื้นที่เตรียมข้าวสากในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 10
2. ศาลาวัดสำหรับตักบาตร ถวายภัตตาหาร และฟังเทศน์
3. พื้นที่จัดเครื่องไทยทานและห่อข้าวสาก
4. ต้นไม้ รั้ว หรือจุดแขวนห่อข้าวสากตามธรรมเนียมชุมชน
5. จุดตีโปงหรือตีกลองให้สัญญาณเรียกเปรต
6. พื้นที่ยาดข้าวสากหรือแย่งเปรต
7. ไร่นาและตาแฮกสำหรับนำข้าวสากไปวางเพื่อความอุดมสมบูรณ์
8. วัดมหาธาตุและวัดประจำชุมชนในจังหวัดยโสธร
ผู้ดูแล / ผู้จัดงานวัดและชุมชนแต่ละพื้นที่ คณะสงฆ์ ผู้นำชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดยโสธร สำหรับวัดมหาธาตุ พระอารามหลวง เจ้าอาวาสคือพระเทพวงศาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดยโสธร
การเดินทางหากเข้าร่วมในตัวเมืองยโสธร สามารถใช้วัดมหาธาตุเป็นจุดอ้างอิง เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า รถรับจ้างท้องถิ่น หรือรถโดยสารมายังตัวเมืองยโสธร แล้วต่อไปยังวัดหรือชุมชนที่จัดพิธีในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10
สถานะปัจจุบันยังคงสืบทอดเป็นประเพณีบุญเดือน 10 ของชาวอีสานและชุมชนในจังหวัดยโสธร โดยจัดตามวัดและชุมชนในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ของทุกปี
วันเปิดทำการจัดปีละครั้งในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ส่วนวัดสำคัญในตัวเมืองยโสธรเปิดให้เข้าทำบุญและสักการะทุกวัน
เวลาเปิดทำการช่วงพิธีหลักโดยทั่วไป 06.00 – 12.00 น. ได้แก่ ตักบาตร ถวายภัตตาหาร ฟังเทศน์ และแจกข้าวสาก
ค่าเข้าชมไม่เสียค่าเข้าชม และสามารถร่วมทำบุญตามกำลังศรัทธา
สิ่งอำนวยความสะดวกศาลาวัด พื้นที่ทำบุญ จุดจอดรถตามวัดและชุมชน ห้องน้ำวัด ร้านอาหารในตัวเมืองยโสธร ตลาดชุมชน และที่พักในอำเภอเมืองยโสธร
เบอร์ติดต่อหลักสำนักงานเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุ โทร. 080-762-1822
สำนักงานจังหวัดยโสธร โทร. 0-4571-2722
เว็บไซต์ / เพจทางการเว็บไซต์จังหวัดยโสธร เว็บไซต์สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดยโสธร และช่องทางประชาสัมพันธ์ของวัดหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จัดพิธี
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดมหาธาตุ ยโสธร ภายในพื้นที่อ้างอิง
2. ชุมชนเก่าบ้านสิงห์ท่า ประมาณ 1 กม.
3. พิพิธภัณฑ์สิงห์ท่ายโสธร ประมาณ 1 กม.
4. วิมานพญาแถนและพิพิธภัณฑ์พญาคันคาก ประมาณ 2 กม.
5. ศาลหลักเมืองยโสธร ประมาณ 2 กม.
6. อนุสาวรีย์พระสุนทรราชวงศา ประมาณ 2 กม.
7. สวนสาธารณะบุ่งน้อย-บุ่งใหญ่ ประมาณ 2 กม.
8. พระธาตุก่องข้าวน้อย ประมาณ 8 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. บ้านคุณย่า ยโสธร ประมาณ 2 กม. โทร. 045-721-141
2. ครัวยายบัว ยโสธร ประมาณ 2 กม. โทร. 094-846-9676, 095-191-4385
3. โพดโพ ยโสธร ประมาณ 3 กม. โทร. 064-306-6665
4. ร้านอาหารสัมฤทธิ์ ยโสธร ประมาณ 3 กม. โทร. 086-249-2508
5. แซบอีหลี ยโสธร ประมาณ 3 กม. โทร. 045-756-657
6. สกาล่า@ยโสธร ประมาณ 4 กม. โทร. 095-192-2439
ที่พักใกล้เคียง1. JP Emerald Hotel ประมาณ 2 กม. โทร. 045-714-456
2. The Zen Hotel Yasothon ประมาณ 3 กม. โทร. 045-711-455
3. B.M. Grand Hotel ประมาณ 3 กม. โทร. 045-712-333
4. โรงแรมช้างใหญ่ใจดี ยโสธร ประมาณ 4 กม. โทร. 045-711-123
5. The Green Park Grand Yasothon ประมาณ 4 กม. โทร. 045-714700-1
6. The Greenpark Grand Hotel Yasothon ประมาณ 4 กม. โทร. 045-714700-4
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: บุญข้าวสากคืออะไร?
ตอบ: บุญข้าวสากเป็นประเพณีบุญเดือน 10 ของชาวอีสาน จัดขึ้นเพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ญาติผู้ล่วงลับ บรรพบุรุษ สัตว์นรก และเปรต พร้อมเชื่อมโยงกับความเชื่อเรื่องความอุดมสมบูรณ์ของไร่นา
 
ถาม: บุญข้าวสากจัดวันไหน?
ตอบ: จัดขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ของทุกปี ส่วนวันเตรียมข้าวสากตรงกับวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 10 ปี พ.ศ. 2569 วันบุญข้าวสากตรงกับวันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2569
 
ถาม: ข้าวสากทำจากอะไร?
ตอบ: ข้าวสากทำจากข้าวเม่าพองคลุกกับข้าวตอกแตก ใส่น้ำอ้อยหรือน้ำตาล ถั่ว และงา แล้วคลุกให้เข้ากัน บางพื้นที่เรียกขนมชนิดนี้ว่าข้าวกระยาสารท
 
ถาม: พิธีสำคัญของบุญข้าวสากมีอะไรบ้าง?
ตอบ: พิธีสำคัญ ได้แก่ การเตรียมข้าวสากในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 10 การตักบาตรและถวายภัตตาหารในตอนเช้า การฟังเทศน์ การแจกข้าวสากช่วงเพล การตีโปงหรือกลองเรียกเปรต และการยาดข้าวสาก
 
ถาม: ยาดข้าวสากคืออะไร?
ตอบ: ยาดข้าวสากคือการแย่งเก็บห่อข้าวสากหลังจากแขวนไว้ตามต้นไม้หรือรั้วและให้สัญญาณเรียกเปรตแล้ว ชาวบ้านนำข้าวสากที่ได้กลับไปใส่นาหรือตาแฮกเพื่อความอุดมสมบูรณ์ของข้าวในนา
 
ถาม: บุญข้าวสากเกี่ยวข้องกับเปรตอย่างไร?
ตอบ: ชาวอีสานเชื่อว่าการทำบุญข้าวสากเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้เปรตและสัตว์นรกที่รอรับบุญจากมนุษย์ จึงมีการแขวนห่อข้าวสากและตีโปงหรือกลองเพื่อบอกให้มารับส่วนบุญ
 
ถาม: นักท่องเที่ยวเข้าร่วมบุญข้าวสากได้หรือไม่?
ตอบ: เข้าร่วมได้ โดยควรแต่งกายสุภาพ เคารพพื้นที่วัด ไม่รบกวนพิธี ไม่หยิบห่อข้าวสากก่อนถึงเวลาที่ชุมชนกำหนด และถ่ายภาพอย่างระมัดระวังไม่กระทบผู้ประกอบพิธี
 
ถาม: เที่ยวบุญข้าวสากในยโสธรร่วมกับที่ไหนได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับวัดมหาธาตุ ชุมชนเก่าบ้านสิงห์ท่า พิพิธภัณฑ์สิงห์ท่ายโสธร วิมานพญาแถน พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก ศาลหลักเมืองยโสธร อนุสาวรีย์พระสุนทรราชวงศา และพระธาตุก่องข้าวน้อยได้

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดกหมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีกลุ่ม: ●ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(6)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(4)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(1)
บ้านโบราณ และเมืองโบราณ บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(1)
วัด วัด(22)
โบสถ์ โบสถ์(1)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(9)
โครงการหลวง โครงการหลวง(2)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(2)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(2)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(7)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(2)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(2)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(1)