หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดยโสธร >อ.คำเขื่อนแก้ว >ต.สงเปือย > โบราณสถานดอนเมืองเตย
TL;DR: โบราณสถานดอนเมืองเตย อยู่ที่หมู่ที่ 8 ตำบลสงเปือย อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.

ยโสธร

โบราณสถานดอนเมืองเตย

โบราณสถานดอนเมืองเตย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
โบราณสถานดอนเมืองเตย จังหวัดยโสธร เป็นศาสนสถานโบราณภายในชุมชนโบราณดงเมืองเตย บ้านสงเปือย ตำบลสงเปือย อำเภอคำเขื่อนแก้ว มีหลักฐานการตั้งถิ่นฐานต่อเนื่องตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย อายุประมาณ 2,500 ปี สู่ช่วงทวารวดี เจนละ และขอมยุคต้น จุดเด่นคือเนินเมืองโบราณรูปค่อนข้างรี คูน้ำคันดินล้อมรอบชั้นเดียว ฐานอาคารก่ออิฐไม่สอปูน จารึกอักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต และร่องรอยศาสนสถานฮินดูลัทธิไศวนิกายที่ต่อมามีการใช้พื้นที่ในบริบทพุทธศาสนา เปิดให้เข้าชมทุกวัน ไม่มีค่าเข้าชม เหมาะสำหรับผู้สนใจโบราณคดี ประวัติศาสตร์อีสาน อารยธรรมเจนละ และเส้นทางวัฒนธรรมจังหวัดยโสธร
 
โบราณสถานดอนเมืองเตย หรือที่รู้จักในชื่อโบราณสถานดงเมืองเตย ตั้งอยู่ภายในชุมชนโบราณดงเมืองเตย หมู่ที่ 8 ตำบลสงเปือย อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร เป็นหนึ่งในแหล่งโบราณคดีสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เพราะพื้นที่แห่งนี้เก็บรักษาร่องรอยการอยู่อาศัยของมนุษย์หลายยุคสมัยไว้ในภูมิทัศน์เดียวกัน ตั้งแต่ชุมชนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายที่มีการเพาะปลูกข้าวและผลิตเหล็ก ไปจนถึงชุมชนเมืองยุคแรกเริ่มประวัติศาสตร์ที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมทวารวดี เจนละ และขอมยุคต้น โบราณสถานแห่งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงฐานอาคารอิฐเก่าแก่ แต่เป็นหลักฐานที่ช่วยอธิบายว่าชุมชนในลุ่มน้ำชีตอนล่างมีพัฒนาการทางสังคม ศาสนา เศรษฐกิจ และการเมืองอย่างไรในช่วงเวลากว่า 2,000 ปี
 
พื้นที่ดอนเมืองเตยอยู่ห่างจากบ้านสงเปือยประมาณ 0.5 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากอำเภอคำเขื่อนแก้วประมาณ 5.5 กิโลเมตร การเดินทางเข้าถึงได้จากถนนลาดยางของ รพช. เส้นทางอำเภอคำเขื่อนแก้ว – สงเปือย ระยะทางประมาณ 5.5 กิโลเมตร หรือใช้ถนนลาดยางของกรมโยธาธิการจากปากทางถนนแจ้งสนิทสายคำเขื่อนแก้ว – ยโสธร ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร หากเดินทางจากตัวจังหวัดยโสธร ใช้ทางหลวงหมายเลข 23 หรือถนนแจ้งสนิท มุ่งหน้าทางทิศใต้ไปทางตำบลสงเปือย อำเภอคำเขื่อนแก้ว ประมาณ 20 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่บ้านสงเปือย ผ่านถนนภายในหมู่บ้านและเข้าสู่ตัวเนินดงเมืองเตยกับสำนักสงฆ์ดงเมืองเตย โบราณสถานตั้งอยู่ด้านทิศตะวันออกของเนินเมืองโบราณ
 
ลักษณะภูมิประเทศของดอนเมืองเตยเป็นเนินดินสูงรูปร่างค่อนข้างรี ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตามแนวตะวันออกเฉียงเหนือถึงตะวันตกเฉียงใต้ยาวประมาณ 650 เมตร และแนวตะวันตกเฉียงเหนือถึงตะวันออกเฉียงใต้กว้างประมาณ 450 – 540 เมตร ตัวเมืองโบราณมีคูน้ำคันดินล้อมรอบชั้นเดียว มีหนองน้ำรายล้อมหลายทิศ ได้แก่ ทิศเหนือมีหนองบัวขาวและหนองอะลิว ทิศใต้มีหนองปู่ตาและหนองอีตู้ ทิศตะวันออกมีหนองเตยและหนองร่องวัว ส่วนทิศตะวันตกมีหนองฝักหนาม หนองหมากดิก หนองเบ็ญ หนองบัว และหนองมน ปัจจุบันแนวคูเมืองบางส่วนยังปรากฏให้เห็น แต่หลายพื้นที่ถูกปรับใช้เป็นไร่นาและพื้นที่เกษตรกรรมของชุมชน
 
โครงสร้างเมืองโบราณที่มีคูน้ำคันดินล้อมรอบชั้นเดียวสะท้อนการเลือกพื้นที่ตั้งถิ่นฐานอย่างสัมพันธ์กับระบบน้ำและการเพาะปลูก ชุมชนโบราณดงเมืองเตยตั้งอยู่บนลานตะพักลำน้ำระดับต่ำ ใกล้แม่น้ำชี ลำชีหลง และหนองฝักหนาม พื้นที่โดยรอบมีดินที่เหมาะสมต่อการเพาะปลูกข้าว และมีแหล่งน้ำธรรมชาติหลายแห่งรองรับการอยู่อาศัยระยะยาว การมีคูน้ำและคันดินไม่ได้ทำหน้าที่เพียงกำหนดขอบเขตเมือง แต่ยังสัมพันธ์กับการจัดการน้ำ การป้องกันน้ำหลาก การควบคุมพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ และการจัดระบบเมืองในสังคมที่เริ่มมีผู้นำและโครงสร้างทางสังคมชัดเจนขึ้น
 
หลักฐานทางโบราณคดีแสดงว่าชุมชนโบราณดงเมืองเตยมีการอยู่อาศัยมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย อายุประมาณ 2,500 ปีมาแล้ว ช่วงแรกของการตั้งถิ่นฐานสัมพันธ์กับชุมชนเกษตรกรรมที่ดำรงชีพด้วยการเพาะปลูกข้าว ใช้ภาชนะดินเผาในชีวิตประจำวัน และมีความรู้ด้านการถลุงและผลิตเหล็ก หลักฐานตะกรันเหล็กจำนวนมากภายในชุมชนทำให้พื้นที่นี้มีความสำคัญในฐานะแหล่งผลิตหรือแหล่งใช้ทรัพยากรเหล็กในภูมิภาคลุ่มน้ำมูลและลุ่มน้ำชี ก่อนเข้าสู่สมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ ชุมชนมีการติดต่อแลกเปลี่ยนกับพื้นที่อื่นในภาคอีสาน เห็นได้จากเศษภาชนะดินเผาที่สัมพันธ์กับรูปแบบทุ่งกุลาร้องไห้และภาชนะดินเผาแบบร้อยเอ็ด
 
เมื่อเข้าสู่ราวพุทธศตวรรษที่ 12 – 13 ชุมชนดงเมืองเตยพัฒนาเข้าสู่สังคมเมือง มีผู้นำชุมชน ระบบการปกครอง และศาสนสถานเป็นศูนย์กลาง ความสำคัญของดอนเมืองเตยจึงเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เพราะเป็นช่วงที่ชุมชนได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมเจนละและขอมยุคต้น ในช่วงนี้ชาวเมืองนับถือศาสนาฮินดูลัทธิไศวนิกายเป็นหลัก ข้อความในจารึกกล่าวถึงการสร้างศิวลึงค์หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับพระศิวะ โบราณสถานดอนเมืองเตยจึงถูกตีความว่าเป็นศาสนสถานในลัทธิไศวนิกาย และมีรูปแบบทางสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะขอมสมัยก่อนเมืองพระนคร
 
จารึกดอนเมืองเตยเป็นหลักฐานที่ทำให้โบราณสถานแห่งนี้มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สูงมาก จารึกดังกล่าวเป็นแผ่นหินทราย มีอักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต กำหนดอายุราวพุทธศตวรรษที่ 12 เนื้อหาเชื่อมโยงกับชนชั้นผู้นำและศาสนสถานที่เกี่ยวข้องกับพระศิวะ นักวิชาการยังเชื่อมโยงเมืองโบราณดงเมืองเตยกับชื่อ “ศังขปุระ” ซึ่งเป็นเมืองหนึ่งในเครือข่ายวัฒนธรรมเจนละ การมีจารึกภาษาสันสกฤตและอักษรปัลลวะในพื้นที่นี้แสดงให้เห็นว่าดอนเมืองเตยไม่ใช่เพียงชุมชนชนบททั่วไป แต่เป็นพื้นที่ที่รับอิทธิพลจากโลกวัฒนธรรมอินเดียผ่านเจนละและขอมยุคต้นอย่างชัดเจน
 
ตัวโบราณสถานดอนเมืองเตยปัจจุบันเหลือหลักฐานเป็นฐานอาคารก่ออิฐไม่สอปูน ตั้งอยู่บริเวณทางด้านตะวันออกของเมืองโบราณดงเมืองเตย และอยู่ในพื้นที่ของสำนักสงฆ์ดงเมืองเตย ลักษณะอาคารมีผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า ส่วนที่เหลือสูงประมาณ 1.7 เมตร กว้างประมาณ 5 เมตร ยาวประมาณ 5.5 เมตร ฐานอาคารประกอบด้วยฐานเขียงหลายชั้น ถัดขึ้นไปเป็นฐานบัว มีองค์ประกอบของหน้ากระดานล่าง บัวคว่ำ ท้องไม้ บัวหงาย และหน้ากระดานบน ลักษณะการก่ออิฐและรายละเอียดฐานอาคารสะท้อนรูปแบบสถาปัตยกรรมยุคต้นที่ผสมผสานอิทธิพลอินเดียแบบคุปตะและหลังคุปตะกับศิลปะขอมสมัยก่อนเมืองพระนคร
 
ฐานเขียงชั้นล่างสุดของโบราณสถานมีขนาดใหญ่กว่าฐานชั้นอื่นและยื่นออกมาทางทิศตะวันออก ฐานเขียงชั้นแรกมีขนาดประมาณ 9 x 12.5 เมตร ฐานเขียงชั้นที่ 2 มีขนาดประมาณ 7 x 8 เมตร ส่วนฐานเขียงชั้นที่ 3 และ 4 มีขนาดประมาณ 6 x 6 เมตร บริเวณฐานบัวมีลวดบัวคั่นระหว่างส่วนต่าง ๆ และมีช่องสี่เหลี่ยมผืนผ้าภายในท้องไม้ ซึ่งมีลวดลายเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดเล็กเรียงซ้อนกัน 3 ชั้น หลักฐานลวดลายยังคงเหลืออยู่ในบางด้าน เช่น ด้านเหนือและด้านตะวันตก รายละเอียดเหล่านี้ทำให้โบราณสถานดอนเมืองเตยเป็นตัวอย่างสำคัญของฐานอาคารศาสนสถานยุคต้นในภาคอีสาน
 
ด้านทิศตะวันออกของอาคารมีบันไดทางขึ้นและอัฒจรรย์ก่อด้วยอิฐอยู่ด้านหน้า ถัดออกไปมีแนวทางเดินด้านหน้ายาวประมาณ 28 เมตร รอบองค์อาคารเป็นลานอิฐ การวางทิศทางอาคารหันหน้าไปทางทิศตะวันออกสอดคล้องกับแบบแผนศาสนสถานหลายแห่งในวัฒนธรรมอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยุคต้น เมื่อพิจารณาร่วมกับหลักฐานจารึก การกล่าวถึงศิวลึงค์ และร่องรอยศาสนสถาน จะเห็นว่าอาคารแห่งนี้มีบทบาทเป็นพื้นที่ประกอบพิธีกรรม ไม่ใช่อาคารทั่วไปของชุมชน
 
การขุดค้นและขุดแต่งโบราณสถานดอนเมืองเตยโดยกรมศิลปากรทำให้เห็นข้อมูลทางสถาปัตยกรรมชัดเจนขึ้น ในปี พ.ศ. 2526 มีการขุดค้นครั้งแรก พบหินทรายแดงบริเวณบันไดทางขึ้น แนวอิฐด้านหน้า ชิ้นส่วนภาชนะดินเผาแบบเขมร และชิ้นส่วนประติมากรรมจากหินทรายสีเขียว ต่อมาในปี พ.ศ. 2534 มีการขุดแต่งและเสริมความมั่นคงโบราณสถาน ทำให้เห็นรูปแบบฐานอาคาร ลานอิฐ ทางเดิน และชั้นวัฒนธรรมโดยรอบ การตรวจสอบชั้นดินยังช่วยแบ่งพัฒนาการการใช้พื้นที่ของชุมชนออกเป็นหลายสมัย ทำให้ดอนเมืองเตยเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญสำหรับการศึกษาพัฒนาการเมืองโบราณในลุ่มน้ำชี
 
ในช่วงต่อมาราวพุทธศตวรรษที่ 14 – 15 ชุมชนดงเมืองเตยมีการเปลี่ยนมานับถือพุทธศาสนา ปรากฏหลักฐานการปักใบเสมาหินทั้งบริเวณโบราณสถานและพื้นที่อื่นภายในเมืองโบราณ การพบใบเสมาใกล้ศาสนสถานเดิมในศาสนาฮินดูแสดงให้เห็นการปรับใช้พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์เดิมให้สอดคล้องกับความเชื่อใหม่ ชุมชนไม่ได้ทิ้งพื้นที่สำคัญเดิมไปทันที แต่ใช้ศาสนสถานและพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์เดิมต่อเนื่องในบริบทที่เปลี่ยนไป สิ่งนี้สะท้อนลักษณะสำคัญของชุมชนโบราณในอีสานที่มักมีการซ้อนทับของศาสนา ความเชื่อ และศิลปกรรมหลายชั้น
 
ราวพุทธศตวรรษที่ 16 – 17 อิทธิพลวัฒนธรรมเขมรปรากฏชัดเจนมากขึ้น มีการใช้ประโยชน์โบราณสถานเป็นศูนย์กลางเมืองต่อไป และพบประติมากรรมลอยตัวรูปสิงห์ที่มีลักษณะศิลปะเขมรแบบบาปวน หลักฐานนี้ช่วยยืนยันว่าดงเมืองเตยยังมีบทบาทต่อเนื่องในเครือข่ายวัฒนธรรมขอมช่วงหลังจากยุคเจนละตอนต้น หลังจากกลางพุทธศตวรรษที่ 17 เป็นต้นมา หลักฐานการอยู่อาศัยเริ่มลดลง และหลังพุทธศตวรรษที่ 18 เมืองโบราณและตัวโบราณสถานถูกทิ้งร้าง ก่อนมีการกลับมาใช้พื้นที่อีกครั้งในช่วงพุทธศตวรรษที่ 20 – 22
 
ชื่อดงเมืองเตยมีที่มาจากสภาพพื้นที่ที่เคยเป็นดงหรือป่าและมีต้นเตยขึ้นอยู่โดยรอบ เรื่องเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่บ้านสงเปือยกล่าวว่าพื้นที่ดงเมืองเตยเคยเป็นป่าที่มีไม้ใหญ่ เช่น ไม้ยาง ไม้ตะแบก และไม้ยางเหียง ข้างล่างเป็นป่าโปร่ง มีสัตว์อาศัยอยู่มาก ชาวบ้านในอดีตมีความเชื่อเรื่องผีปู่ตาและไม่กล้าตัดไม้ในดงนี้ ความเชื่อดังกล่าวช่วยรักษาสภาพพื้นที่และทรัพยากรธรรมชาติในอดีตไว้ได้ระยะหนึ่ง ก่อนที่พื้นที่โดยรอบบางส่วนจะถูกปรับเป็นไร่นา สวน และพื้นที่เพาะปลูกในภายหลัง
 
ความสำคัญของโบราณสถานดอนเมืองเตยจึงไม่ได้อยู่ที่ขนาดของอาคารเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความสามารถในการเล่าเรื่องพัฒนาการของชุมชนตั้งแต่ระดับหมู่บ้านเกษตรกรรมไปสู่เมืองโบราณที่มีศาสนสถาน จารึก ผู้นำ และเครือข่ายวัฒนธรรมระดับภูมิภาค ดอนเมืองเตยช่วยให้เห็นภาพว่าลุ่มน้ำชีไม่ได้เป็นพื้นที่ชายขอบทางประวัติศาสตร์ แต่เป็นพื้นที่ที่มีความเคลื่อนไหวทางวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง รับอิทธิพลจากทวารวดี เจนละ และขอม พร้อมกับรักษาลักษณะเฉพาะของชุมชนท้องถิ่นเอาไว้
 
สำหรับนักท่องเที่ยว โบราณสถานดอนเมืองเตยเหมาะกับการเที่ยวแบบเรียนรู้มากกว่าการแวะถ่ายภาพเพียงอย่างเดียว ผู้มาเยือนควรใช้เวลาอ่านพื้นที่จากภาพรวมก่อน เริ่มจากมองตำแหน่งเนินเมือง คูน้ำคันดิน หนองน้ำรอบเมือง และสภาพป่าโปร่งภายในสำนักสงฆ์ จากนั้นจึงเข้าสู่บริเวณฐานศาสนสถานเพื่อสังเกตทิศทางอาคาร ฐานอิฐ ลวดลายบนฐานบัว บันไดทางขึ้น และลานด้านหน้า เมื่อเข้าใจองค์ประกอบเหล่านี้แล้ว การชมดอนเมืองเตยจะมีความหมายมากขึ้น เพราะทุกส่วนของพื้นที่ล้วนสัมพันธ์กับการตั้งถิ่นฐาน ศาสนา และระบบเมืองโบราณ
 
การเที่ยวดอนเมืองเตยสามารถจัดร่วมกับวัดสงเปือยและพิพิธภัณฑ์ของโบราณบ้านสงเปือยได้อย่างเหมาะสม เพราะทั้ง 3 จุดมีเนื้อหาเชื่อมโยงกัน วัดสงเปือยมีพระพุทธรูปใหญ่ เจดีย์บรรจุดินจากสังเวชนียสถาน 4 ตำบล และรอยพระพุทธบาทจำลอง พิพิธภัณฑ์ของโบราณรวบรวมวัตถุที่พบจากดงเมืองเตย ส่วนโบราณสถานดอนเมืองเตยเป็นพื้นที่จริงของเมืองโบราณและศาสนสถาน เมื่อเที่ยวเรียงกันตามลำดับ ผู้มาเยือนจะเห็นทั้งศรัทธาปัจจุบัน วัตถุหลักฐาน และพื้นที่โบราณคดีจริงครบถ้วนในวันเดียว
 
บรรยากาศของดอนเมืองเตยค่อนข้างสงบ เรียบง่าย และไม่พลุกพล่าน พื้นที่อยู่ในบริบทของชุมชนชนบทอีสาน มีทุ่งนา หนองน้ำ ถนนท้องถิ่น ป่าโปร่ง และสำนักสงฆ์ เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชอบสถานที่ประวัติศาสตร์แบบไม่เชิงพาณิชย์ ผู้ที่เดินทางมาควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก หรือร่ม โดยเฉพาะหากมาในช่วงกลางวัน เพราะพื้นที่บางส่วนเป็นพื้นที่โล่ง ช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่เป็นช่วงที่เหมาะสำหรับเดินชมและถ่ายภาพที่สุด เนื่องจากแสงไม่แรงเกินไปและสามารถมองเห็นรายละเอียดของฐานอิฐและภูมิทัศน์เมืองโบราณได้ชัดเจน
 
ผู้มาเยือนควรปฏิบัติต่อพื้นที่ด้วยความเคารพ เพราะดอนเมืองเตยเป็นทั้งโบราณสถานที่ขึ้นทะเบียนของกรมศิลปากรและเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ในความรับรู้ของชุมชน ไม่ควรปีนป่ายฐานอาคาร ไม่เคลื่อนย้ายก้อนอิฐ หิน หรือชิ้นส่วนโบราณวัตถุ ไม่ขีดเขียนบนโบราณสถาน ไม่ทิ้งขยะ และไม่ส่งเสียงรบกวนพื้นที่สำนักสงฆ์ การเข้าชมอย่างเหมาะสมช่วยรักษาโบราณสถานและช่วยให้คนรุ่นต่อไปยังสามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์จากพื้นที่จริงได้
 
การเดินทาง ไปยังโบราณสถานดอนเมืองเตยสามารถใช้เส้นทางจากอำเภอคำเขื่อนแก้วไปบ้านสงเปือย ระยะทางประมาณ 5.5 กิโลเมตร หรือจากปากทางถนนแจ้งสนิทสายคำเขื่อนแก้ว – ยโสธร เข้าไปตามถนนลาดยางของกรมโยธาธิการประมาณ 5 กิโลเมตร หากเริ่มจากตัวเมืองยโสธร ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 23 มุ่งหน้าไปทางอำเภอคำเขื่อนแก้วประมาณ 20 – 25 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวเข้าสู่บ้านสงเปือยตามป้ายบอกทาง จากนั้นใช้ถนนภายในหมู่บ้านเข้าสู่ตัวเนินดงเมืองเตยและสำนักสงฆ์ดงเมืองเตย เส้นทางเหมาะสำหรับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างท้องถิ่น
 
เมื่อวางแผนเที่ยวโบราณสถานดอนเมืองเตย ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1 – 2 ชั่วโมงสำหรับการชมพื้นที่เมืองโบราณโดยไม่เร่งรีบ และหากต้องการเที่ยวร่วมกับวัดสงเปือย พิพิธภัณฑ์ของโบราณบ้านสงเปือย พระพุทธรูปใหญ่ รอยพระพุทธบาทจำลอง และจุดท่องเที่ยวอื่นในเส้นทางคำเขื่อนแก้ว ควรเผื่อเวลาครึ่งวัน การเดินทางในพื้นที่นี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ยโสธรเชิงลึก เพราะสามารถเห็นได้ทั้งร่องรอยอารยธรรมโบราณ ศาสนสถาน ศิลปกรรมพื้นถิ่น และวิถีชุมชนอีสานในเส้นทางเดียว
 
โบราณสถานดอนเมืองเตยจึงเป็นจุดหมายสำคัญของจังหวัดยโสธรสำหรับผู้สนใจโบราณคดีและประวัติศาสตร์อีสาน เพราะพื้นที่นี้รวมหลักฐานหลายประเภทไว้ด้วยกัน ทั้งผังเมืองโบราณ คูน้ำคันดิน หนองน้ำรอบเมือง ฐานศาสนสถานอิฐ จารึกอักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต หลักฐานการผลิตเหล็ก เศษภาชนะดินเผาหลายสมัย ใบเสมาหิน และเรื่องเล่าท้องถิ่นเกี่ยวกับดงเมืองเตย ผู้มาเยือนจะได้เห็นว่าชุมชนเล็ก ๆ ในอำเภอคำเขื่อนแก้วมีบทบาททางประวัติศาสตร์ลึกและกว้างกว่าที่ปรากฏในปัจจุบัน ดอนเมืองเตยจึงเป็นพื้นที่ที่ควรได้รับการเยี่ยมชม เรียนรู้ และรักษาในฐานะมรดกวัฒนธรรมสำคัญของลุ่มน้ำชีและภาคอีสานตอนล่าง
 
ชื่อสถานที่โบราณสถานดอนเมืองเตย
ชื่อที่เกี่ยวข้องดงเมืองเตย, โบราณสถานดงเมืองเตย, ชุมชนโบราณดงเมืองเตย, เมืองโบราณดงเมืองเตย, ดอนเมืองเตย, ศังขปุระ
ที่ตั้งหมู่ที่ 8 ตำบลสงเปือย อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร
ที่อยู่ตำบลสงเปือย อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร 35110
พิกัดโบราณสถานดงเมืองเตย: 15.63972, 104.258188
ชุมชนโบราณดงเมืองเตย: 15.639465, 104.256903
ไฮไลต์ฐานอาคารศาสนสถานก่ออิฐไม่สอปูน เมืองโบราณคูน้ำคันดินล้อมรอบชั้นเดียว จารึกอักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต และหลักฐานศาสนสถานไศวนิกายที่สัมพันธ์กับวัฒนธรรมเจนละและขอมยุคต้น
ประวัติ / สมัย / ยุคมีหลักฐานการอยู่อาศัยตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย อายุประมาณ 2,500 ปี ต่อเนื่องถึงสมัยทวารวดี เจนละ ขอมยุคต้น สมัยสมโบร์ไพรกุก สมัยบาปวน และช่วงพุทธศตวรรษที่ 20 – 22
หลักฐานสำคัญจารึกอักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต ฐานอาคารก่ออิฐไม่สอปูน เศษภาชนะดินเผาแบบทุ่งกุลา เศษภาชนะดินเผาสมัยทวารวดีและเขมร ตะกรันเหล็ก ใบเสมาหิน ชิ้นส่วนประติมากรรม และคูน้ำคันดิน
ที่มาของชื่อชื่อดงเมืองเตยสัมพันธ์กับพื้นที่ป่าหรือดงซึ่งมีต้นเตยขึ้นอยู่โดยรอบ ส่วนชื่อศังขปุระสัมพันธ์กับการอธิบายเมืองโบราณแห่งนี้ในบริบทวัฒนธรรมเจนละ
ลักษณะเด่นเนินดินรูปร่างค่อนข้างรี ความยาวประมาณ 650 เมตร ความกว้างประมาณ 450 – 540 เมตร มีคูน้ำคันดินล้อมรอบชั้นเดียว และมีหนองน้ำล้อมรอบหลายทิศ
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ1. ฐานโบราณสถานดอนเมืองเตยด้านทิศตะวันออกของเนิน
2. สำนักสงฆ์ดงเมืองเตย
3. เนินเมืองโบราณดงเมืองเตย
4. แนวคูน้ำคันดินล้อมรอบเมือง
5. หนองปู่ตา หนองอีตู้ หนองฝักหนาม หนองเตย หนองบัวขาว และหนองน้ำรอบเมือง
6. พื้นที่พบใบเสมาและหลักฐานศาสนสถาน
7. เส้นทางเชื่อมบ้านสงเปือย วัดสงเปือย และพิพิธภัณฑ์ของโบราณบ้านสงเปือย
ผู้ดูแลกรมศิลปากร สำนักสงฆ์ดงเมืองเตย และองค์การบริหารส่วนตำบลสงเปือย
การขึ้นทะเบียนกรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานดงเมืองเตย 2 ครั้ง ได้แก่ การกำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ วันที่ 27 กันยายน 2479 และการกำหนดเขตที่ดินโบราณสถานสำหรับชาติ วันที่ 10 พฤษภาคม 2547
การเดินทางจากอำเภอคำเขื่อนแก้วใช้ถนนลาดยางของ รพช. เส้นทางคำเขื่อนแก้ว – สงเปือย ประมาณ 5.5 กม. หรือใช้ถนนลาดยางของกรมโยธาธิการจากปากทางถนนแจ้งสนิทสายคำเขื่อนแก้ว – ยโสธร ประมาณ 5 กม. หากเริ่มจากตัวเมืองยโสธร ใช้ทางหลวงหมายเลข 23 มุ่งหน้าไปทางตำบลสงเปือย แล้วเข้าสู่บ้านสงเปือยและสำนักสงฆ์ดงเมืองเตย
สถานะปัจจุบันเปิดให้เข้าชม เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและแหล่งเรียนรู้โบราณคดีของอำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าไม่เสียค่าเข้าชม
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่จอดรถบริเวณสำนักสงฆ์ดงเมืองเตย ถนนเข้าถึงจากบ้านสงเปือย พื้นที่พักบริเวณสำนักสงฆ์ เส้นทางชุมชน และร้านอาหารในอำเภอคำเขื่อนแก้ว
เบอร์ติดต่อหลักองค์การบริหารส่วนตำบลสงเปือย โทร. 043-292-047
เว็บไซต์ / เพจทางการองค์การบริหารส่วนตำบลสงเปือย songpuai.go.th
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. สำนักสงฆ์ดงเมืองเตย ภายในพื้นที่เดียวกัน
2. วัดสงเปือย ประมาณ 1 กม.
3. พิพิธภัณฑ์ของโบราณบ้านสงเปือย ประมาณ 1 กม.
4. พระพุทธรูปใหญ่ วัดสงเปือย ประมาณ 1 กม.
5. รอยพระพุทธบาทจำลอง วัดสงเปือย ประมาณ 1 กม.
6. พระธาตุก่องข้าวน้อย ประมาณ 20 กม.
7. วิมานพญาแถนและพิพิธภัณฑ์พญาคันคาก ประมาณ 25 กม.
8. วัดมหาธาตุ ยโสธร ประมาณ 25 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ครัวคุณปอนด์ คำเขื่อนแก้ว ประมาณ 8 กม. โทร. 085-023-2708
2. ครัวกันเอง คำเขื่อนแก้ว ประมาณ 8 กม. โทร. 094-857-0422
3. ไก่ย่างลืมไม่ลง ตรงข้าม ปตท.คำเขื่อนแก้ว ประมาณ 8 กม. โทร. 088-635-8355
4. Marucha มารุชา สาขาคำเขื่อนแก้ว ประมาณ 8 กม. โทร. 064-816-1816
5. KAO NA Coffee ยโสธร ตำบลโพนทัน ประมาณ 14 กม. โทร. 083-805-4169
ที่พักใกล้เคียง1. โรงแรมช้างใหญ่ใจดี ยโสธร ประมาณ 25 กม. โทร. 045-711-123
2. The Zen Hotel Yasothon ประมาณ 26 กม. โทร. 045-711-455
3. B.M. Grand Hotel ประมาณ 27 กม. โทร. 045-712-333
4. JP Emerald Hotel ประมาณ 27 กม. โทร. 045-714-456
5. The Green Park Grand Yasothon ประมาณ 28 กม. โทร. 045-714-700-1
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: โบราณสถานดอนเมืองเตยอยู่ที่ไหน?
ตอบ: โบราณสถานดอนเมืองเตยตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 8 ตำบลสงเปือย อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร อยู่ห่างจากบ้านสงเปือยประมาณ 0.5 กม. และห่างจากอำเภอคำเขื่อนแก้วประมาณ 5.5 กม.
 
ถาม: โบราณสถานดอนเมืองเตยเปิดให้เข้าชมวันไหน?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
 
ถาม: ต้องเสียค่าเข้าชมโบราณสถานดอนเมืองเตยหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมพื้นที่โบราณสถาน สำนักสงฆ์ดงเมืองเตย และภูมิทัศน์เมืองโบราณโดยไม่มีค่าเข้าชม
 
ถาม: โบราณสถานดอนเมืองเตยมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: เป็นศาสนสถานโบราณในชุมชนเมืองดงเมืองเตย มีหลักฐานการอยู่อาศัยตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายถึงสมัยทวารวดี เจนละ และขอมยุคต้น มีจารึกอักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต และร่องรอยศาสนสถานไศวนิกาย
 
ถาม: สิ่งสำคัญที่ควรชมในโบราณสถานดอนเมืองเตยมีอะไรบ้าง?
ตอบ: จุดสำคัญ ได้แก่ ฐานอาคารก่ออิฐไม่สอปูน บันไดทางขึ้นด้านทิศตะวันออก ลานอิฐ แนวคูน้ำคันดิน หนองน้ำรอบเมือง พื้นที่พบใบเสมา และสภาพเนินเมืองโบราณดงเมืองเตย
 
ถาม: ดอนเมืองเตยเกี่ยวข้องกับศังขปุระอย่างไร?
ตอบ: ดอนเมืองเตยถูกเชื่อมโยงกับชื่อศังขปุระในบริบทของเมืองโบราณในเครือข่ายวัฒนธรรมเจนละ โดยมีจารึกและศาสนสถานที่สัมพันธ์กับการนับถือพระศิวะเป็นหลักฐานสำคัญ
 
ถาม: เดินทางจากอำเภอคำเขื่อนแก้วไปดอนเมืองเตยอย่างไร?
ตอบ: ใช้ถนนลาดยางเส้นคำเขื่อนแก้ว – สงเปือย ระยะทางประมาณ 5.5 กม. หรือใช้ถนนลาดยางจากปากทางถนนแจ้งสนิทสายคำเขื่อนแก้ว – ยโสธร ระยะทางประมาณ 5 กม. แล้วเข้าสู่บ้านสงเปือยและสำนักสงฆ์ดงเมืองเตย
 
ถาม: เที่ยวโบราณสถานดอนเมืองเตยร่วมกับที่ไหนได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับวัดสงเปือย พิพิธภัณฑ์ของโบราณบ้านสงเปือย พระพุทธรูปใหญ่ รอยพระพุทธบาทจำลอง พระธาตุก่องข้าวน้อย วิมานพญาแถน และวัดมหาธาตุ ยโสธรได้

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดกหมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์กลุ่ม: ●แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์

ปรับปรุงล่าสุด : 4 สัปดาห์ที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(6)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(4)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(1)
บ้านโบราณ และเมืองโบราณ บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(1)
วัด วัด(22)
โบสถ์ โบสถ์(1)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(9)
โครงการหลวง โครงการหลวง(2)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(2)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(2)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(7)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(2)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(2)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(1)