หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดยโสธร >อ.มหาชนะชัย >ต.บึงแก > แหล่งโบราณคดีบ้านบึงแก
TL;DR: แหล่งโบราณคดีบ้านบึงแก อยู่ที่บ้านบึงแก ตำบลบึงแก อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ เนินดินรูปค่อนข้างกลมรี กว้างประมาณ 450 เมตร ยาวประมาณ 650 เมตร มีพื้นที่ภายในเขตคูเมืองประมาณ 30 ไร่ ด้านเหนือมีคันดิน 3 ชั้น.
แหล่งโบราณคดีบ้านบึงแก

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
แหล่งโบราณคดีบ้านบึงแก จังหวัดยโสธร เป็นชุมชนโบราณและเมืองโบราณสำคัญของอำเภอมหาชนะชัย ตั้งอยู่ที่บ้านบึงแก ตำบลบึงแก บนเนินดินรูปค่อนข้างกลมรี มีคูน้ำคันดินล้อมรอบหลายชั้น พบหลักฐานสำคัญ เช่น ใบเสมา พระพุทธรูปหินทราย แท่นหิน เศษภาชนะดินเผาหลากรูปแบบ และจารึกโนนสังอักษรขอม/หลังปัลลวะ ภาษาสันสกฤต ชุมชนนี้มีการอยู่อาศัยตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ต่อเนื่องถึงสมัยทวารวดีและขอม มีอายุประมาณ 2,000 – 1,000 ปีมาแล้ว เป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่เหมาะสำหรับผู้สนใจโบราณคดี วัฒนธรรมอีสาน และเส้นทางท่องเที่ยวเชิงลึกของจังหวัดยโสธร
แหล่งโบราณคดีบ้านบึงแก จังหวัดยโสธร เป็นหนึ่งในชุมชนโบราณสำคัญของลุ่มน้ำชีตอนล่าง ตั้งอยู่ที่บ้านบึงแก ตำบลบึงแก อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร พื้นที่แห่งนี้มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีอย่างเด่นชัด เพราะยังคงรักษาร่องรอยของเมืองโบราณที่มีคูน้ำคันดินล้อมรอบไว้ในสภาพภูมิทัศน์ชุมชนปัจจุบัน แม้บางส่วนของคันดินและคูเมืองจะถูกปรับเปลี่ยนไปตามการใช้พื้นที่ของชาวบ้าน เช่น การทำนา การทำถนน และการสร้างที่อยู่อาศัย แต่หลักฐานที่ยังคงเหลืออยู่ทำให้เห็นภาพของชุมชนโบราณที่เคยมีขนาดใหญ่ มีระบบจัดการพื้นที่ มีแหล่งน้ำสำคัญ และมีพัฒนาการทางวัฒนธรรมต่อเนื่องยาวนาน
บ้านบึงแกตั้งอยู่บนเนินดินที่มีลักษณะค่อนข้างกลมรี ความกว้างตามแนวทิศตะวันออก – ตะวันตกประมาณ 450 เมตร และความยาวตามแนวทิศเหนือ – ใต้ประมาณ 650 เมตร มีพื้นที่ภายในเขตคูเมืองประมาณ 30 ไร่ ลักษณะเช่นนี้ทำให้แหล่งโบราณคดีบ้านบึงแกเป็นตัวอย่างของชุมชนโบราณที่เลือกตั้งถิ่นฐานบนเนินดินสูงกว่าพื้นที่โดยรอบ มีแหล่งน้ำและคูเมืองรายล้อม ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบได้ในหลายเมืองโบราณของภาคอีสาน การตั้งชุมชนบนเนินและมีคูน้ำคันดินล้อมรอบสะท้อนความเข้าใจด้านภูมิประเทศ การจัดการน้ำ การป้องกันพื้นที่อยู่อาศัย และการกำหนดขอบเขตของชุมชนในอดีต
ลักษณะของคูน้ำคันดินที่บ้านบึงแกมีรายละเอียดน่าสนใจมาก ด้านเหนือมีคันดิน 3 ชั้น ความกว้างของคันดินประมาณ 3 เมตร และสูงประมาณ 2.5 เมตร แนวคันดินด้านตะวันตกมี 2 คัน ส่วนด้านทิศใต้ยังเหลือคันดิน 1 คัน คูน้ำมี 2 ชั้น โดยทางด้านเหนือ คูน้ำชั้นในกว้างประมาณ 30 เมตร ส่วนชั้นนอกกว้างประมาณ 55 เมตร เรียกว่าบึงเจ้าปู่ ด้านทิศตะวันออกเป็นบึงขนาดใหญ่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าเรียกว่าบึงหว้า ส่วนด้านทิศตะวันตกยังคงมีน้ำขังอยู่เต็ม ได้แก่ บึงขัวและบึงหนาด ขณะที่คูน้ำชั้นนอกในปัจจุบันมีสภาพเป็นผืนนาเป็นส่วนใหญ่
เมื่อมองจากองค์ประกอบของคูเมือง บึง และคันดิน จะเห็นว่าแหล่งโบราณคดีบ้านบึงแกไม่ได้เป็นเพียงหมู่บ้านเก่าแก่ที่มีโบราณวัตถุกระจัดกระจาย แต่เป็นชุมชนที่มีผังพื้นที่ซับซ้อน มีการใช้แหล่งน้ำเป็นส่วนหนึ่งของระบบเมือง และมีการสร้างคันดินเพื่อกำหนดเขตชุมชนอย่างชัดเจน บึงเจ้าปู่ บึงหว้า บึงขัว และบึงหนาด ไม่ได้เป็นเพียงชื่อแหล่งน้ำในภูมิทัศน์ปัจจุบัน แต่เป็นชื่อที่ช่วยบอกความต่อเนื่องระหว่างความทรงจำของชุมชนกับโครงสร้างเมืองโบราณในอดีต แหล่งน้ำเหล่านี้มีบทบาททั้งในด้านการดำรงชีวิต การเกษตร การคมนาคมภายในพื้นที่ และความเชื่อท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำชุมชน
หลักฐานโบราณวัตถุที่พบภายในบริเวณบ้านบึงแกมีความหลากหลาย ได้แก่ ใบเสมา พระพุทธรูปหินทราย แท่นหิน และเศษภาชนะดินเผาที่เผาด้วยความร้อนต่ำ เศษภาชนะดินเผามีตั้งแต่ชนิดเนื้อหยาบไปจนถึงเนื้อละเอียด การตกแต่งผิวมีหลายแบบ เช่น ลายเชือกทาบ ลายปั้นแปะ ลายขูดขีด ลายเขียนสีแดง และลายเขียนสีขาว ความหลากหลายของภาชนะดินเผาช่วยสะท้อนกิจกรรมในชีวิตประจำวันของชุมชน ทั้งการเก็บอาหาร การประกอบอาหาร การใช้ภาชนะในครัวเรือน และการใช้งานในพิธีกรรมบางลักษณะ
เศษภาชนะดินเผาที่พบในบ้านบึงแกมีคุณค่าทางโบราณคดีเพราะช่วยบอกพัฒนาการของชุมชนจากยุคก่อนประวัติศาสตร์สู่ช่วงทวารวดี ภาชนะเนื้อหยาบและลายเชือกทาบสัมพันธ์กับการใช้ภาชนะในชีวิตประจำวันของชุมชนเกษตรกรรม ส่วนภาชนะที่มีลายขูดขีด ลายปั้นแปะ และลายเขียนสีแสดงถึงความประณีตทางช่างและความหลากหลายของรูปแบบวัฒนธรรม การพบลายเขียนสีแดงและลายเขียนสีขาวยังช่วยให้เห็นว่าชุมชนมีความรู้ด้านการตกแต่งผิวภาชนะและมีรสนิยมทางศิลปะที่สืบเนื่องจากกลุ่มวัฒนธรรมในภูมิภาคอีสานตอนล่าง
ใบเสมาที่พบภายในชุมชนบ้านบึงแกมีความสำคัญอย่างมาก เพราะเป็นหลักฐานที่ชี้ให้เห็นการรับพุทธศาสนาและวัฒนธรรมทวารวดีในพื้นที่ ใบเสมาเป็นเครื่องหมายกำหนดเขตศักดิ์สิทธิ์ของพุทธสถานหรือพื้นที่ประกอบพิธีกรรม การพบใบเสมาในพื้นที่บ้านบึงแก โดยเฉพาะข้อมูลที่ระบุว่าพบใบเสมาซึ่งแสดงหลักฐานอารยธรรมแบบทวารวดีที่วัดโพธิ์กาญจนารามภายในชุมชน ทำให้เห็นว่าบ้านบึงแกไม่ได้เป็นเพียงชุมชนเกษตรกรรมเท่านั้น แต่เคยเป็นพื้นที่ศาสนสถานหรือพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาในช่วงสมัยทวารวดีด้วย
พระพุทธรูปหินทรายและแท่นหินที่พบในชุมชนช่วยเสริมภาพความสำคัญทางศาสนาของบ้านบึงแก พระพุทธรูปหินทรายสะท้อนการสร้างรูปเคารพทางพุทธศาสนาในพื้นที่ ส่วนแท่นหินอาจเกี่ยวข้องกับการประดิษฐานรูปเคารพหรือการใช้ประกอบพิธีกรรม การพบหลักฐานเหล่านี้ร่วมกับใบเสมาและเศษภาชนะดินเผาทำให้เห็นว่าชุมชนบ้านบึงแกมีทั้งชีวิตประจำวันและกิจกรรมทางศาสนาอยู่ร่วมกัน พื้นที่จึงเป็นทั้งที่อยู่อาศัย แหล่งผลิตและใช้ภาชนะ แหล่งน้ำ แหล่งศักดิ์สิทธิ์ และศูนย์รวมความเชื่อของคนในชุมชน
หลักฐานสำคัญอีกชิ้นหนึ่งของพื้นที่คือจารึกโนนสัง ซึ่งพบที่เนินดินกลางทุ่งนาเรียกว่าโนนสัง อยู่ห่างจากบ้านบึงแกออกไปประมาณ 800 เมตร จารึกนี้เป็นหลักศิลาจารึก 1 หลัก มีอักษรขอม หรือในคำอธิบายทางวิชาการอีกแนวหนึ่งจัดอยู่ในกลุ่มอักษรหลังปัลลวะ ใช้ภาษาสันสกฤต จารึกดังกล่าวเชื่อมบ้านบึงแกเข้ากับวัฒนธรรมขอมและโลกวัฒนธรรมอินเดียที่แพร่เข้าสู่ดินแดนอีสานในช่วงประวัติศาสตร์ตอนต้น การมีจารึกภาษาสันสกฤตในพื้นที่แสดงให้เห็นว่าบ้านบึงแกเคยอยู่ในเครือข่ายวัฒนธรรมที่กว้างกว่าชุมชนท้องถิ่นทั่วไป
จารึกโนนสังมีอายุอยู่ในช่วงสมัยขอมพระนครและเกี่ยวข้องกับเนื้อหาทางศาสนา การบริจาค การทำบุญ การถวายรัตนะ การถวายป่า และบุคคลสำคัญในเครือข่ายวัฒนธรรมขอม เช่น พระเจ้าอินทรวรมันที่ 1 และพระเจ้าโสมาทิตยะ ความสำคัญของจารึกนี้ไม่ใช่เพียงการเป็นตัวอักษรโบราณ แต่เป็นหลักฐานที่บอกว่าพื้นที่บ้านบึงแกเคยมีบทบาทในระบบความเชื่อและการอุปถัมภ์ทางศาสนา จารึกช่วยเปิดภาพให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนท้องถิ่นกับเครือข่ายอำนาจ วัฒนธรรม และศาสนาที่กว้างออกไปในภูมิภาคอีสานและดินแดนขอมโบราณ
ในเชิงลำดับเวลา ชุมชนบ้านบึงแกมีการอยู่อาศัยมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ต่อเนื่องถึงสมัยทวารวดี มีอายุประมาณ 2,000 – 1,000 ปีมาแล้ว ข้อมูลนี้ทำให้บ้านบึงแกเป็นพื้นที่สำคัญต่อการศึกษาพัฒนาการของชุมชนโบราณในยโสธร เพราะสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากชุมชนเกษตรกรรมที่ใช้ภาชนะดินเผาและตั้งถิ่นฐานใกล้แหล่งน้ำ ไปสู่ชุมชนที่รับอิทธิพลพุทธศาสนา มีใบเสมา พระพุทธรูปหินทราย และหลักฐานจารึกที่สัมพันธ์กับวัฒนธรรมขอม การต่อเนื่องของหลักฐานหลายยุคทำให้บ้านบึงแกเป็นพื้นที่ที่มีชั้นประวัติศาสตร์ซ้อนทับกันอย่างชัดเจน
เมื่อพิจารณาร่วมกับบริบทของอำเภอมหาชนะชัย บ้านบึงแกมีความสำคัญในฐานะชุมชนโบราณที่ช่วยเติมเต็มภาพประวัติศาสตร์ของพื้นที่ตอนใต้ของจังหวัดยโสธร อำเภอมหาชนะชัยมีความเกี่ยวข้องกับลำน้ำชี ชุมชนเก่า เส้นทางวัฒนธรรม และประเพณีท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ การมีแหล่งโบราณคดีบ้านบึงแกอยู่ในพื้นที่ทำให้เห็นว่าภูมิภาคนี้มีรากทางวัฒนธรรมลึกกว่าประวัติศาสตร์เมืองสมัยใหม่ ชุมชนต่าง ๆ ในลุ่มน้ำชีไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงหลัง แต่มีการตั้งถิ่นฐาน ใช้พื้นที่ และสร้างระบบความเชื่อมาอย่างยาวนาน
ชื่อบ้านบึงแกมีความหมายสัมพันธ์กับภูมิประเทศและพรรณไม้ในท้องถิ่น เรื่องเล่าชุมชนระบุว่าในอดีตพื้นที่บ้านบึงแกมีบึงล้อมรอบหมู่บ้าน และมีต้นแกขึ้นตามแนวคันคูโดยรอบ จึงเกิดชื่อบ้านบึงแก ชื่อนี้จึงสะท้อนทั้งลักษณะของภูมิประเทศที่มีบึงและคูน้ำจำนวนมาก รวมถึงพืชท้องถิ่นที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์เดิม เมื่อชื่อหมู่บ้านยังคงสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน จึงทำหน้าที่เป็นหลักฐานทางภาษาที่บันทึกความสัมพันธ์ระหว่างคน น้ำ พืช และพื้นที่เมืองโบราณไว้ด้วยกัน
ภายในชุมชนบ้านบึงแกยังมีความทรงจำท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกับความเป็นเมืองเก่า เช่น เรื่องเล่าเกี่ยวกับคูเมือง บึงต่าง ๆ และเส้นทางเข้าออกหมู่บ้านในอดีต ข้อมูลชุมชนกล่าวถึงเส้นทางเข้าหมู่บ้านหลายทางที่เคยเป็นสะพานไม้ เช่น สะพานขัวใหญ่ ขัวน้อย ขัวกะโหมย และขัวกะยอม ชื่อเหล่านี้สะท้อนภูมิประเทศที่ต้องพึ่งพาการข้ามน้ำและคูเมืองในชีวิตประจำวัน ในอีกด้านหนึ่งยังช่วยให้เห็นว่าเมืองโบราณบ้านบึงแกไม่ได้ถูกแยกออกจากชีวิตชุมชน แต่กลายเป็นฐานของหมู่บ้านปัจจุบันที่ผู้คนยังใช้ชื่อบึง คู และโนนต่าง ๆ เพื่ออธิบายพื้นที่รอบตัว
อีกองค์ประกอบที่ช่วยเชื่อมอดีตกับปัจจุบันคือความศรัทธาของชุมชนต่อพระใหญ่มิ่งมงคลโนนศาลา และประเพณีที่จัดขึ้นในวาระสำคัญ เช่น วันสงกรานต์และวันขึ้นปีใหม่ แม้บทความนี้เน้นแหล่งโบราณคดีบ้านบึงแกเป็นหลัก แต่ความศรัทธาในพื้นที่ชุมชนช่วยให้เห็นว่าพื้นที่เมืองโบราณไม่ได้เป็นเพียงหลักฐานทางวัตถุ แต่ยังเป็นพื้นที่ความทรงจำและพิธีกรรมของคนรุ่นปัจจุบัน การที่คนในชุมชนยังใช้พื้นที่สำคัญประกอบกิจกรรมทางศาสนาและประเพณี ทำให้แหล่งโบราณคดีมีชีวิตต่อเนื่องในรูปแบบของภูมิทัศน์วัฒนธรรม
บ้านบึงแกยังมีบทบาทในฐานะชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีของอำเภอมหาชนะชัย โดยมีการส่งเสริมกิจกรรมเรียนรู้และงานหัตถกรรมของชุมชน เช่น งานเย็บกระเป๋า งานผ้าทอ และผลิตภัณฑ์พื้นถิ่น จุดนี้ช่วยขยายความน่าสนใจของแหล่งโบราณคดี เพราะผู้มาเยือนไม่ได้เห็นเพียงอดีตผ่านคูเมืองและโบราณวัตถุเท่านั้น แต่ยังสามารถเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตปัจจุบันของชาวบ้านบึงแกได้ การเที่ยวบ้านบึงแกจึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจชุมชนอย่างครบมิติ ตั้งแต่อดีตทางโบราณคดีจนถึงภูมิปัญญาและอาชีพชุมชนในปัจจุบัน
การเดินชมแหล่งโบราณคดีบ้านบึงแกควรเริ่มจากการทำความเข้าใจผังพื้นที่โดยรวมก่อน ผู้มาเยือนควรสังเกตลักษณะเนินดินรูปค่อนข้างกลมรี แนวคันดินด้านเหนือซึ่งเคยมี 3 ชั้น พื้นที่บึงเจ้าปู่ทางด้านเหนือ บึงหว้าทางด้านตะวันออก และบึงขัวกับบึงหนาดทางด้านตะวันตก จากนั้นจึงทำความเข้าใจว่าพื้นที่ภายในหมู่บ้านเป็นส่วนหนึ่งของเมืองโบราณเดิม หลักฐานอย่างใบเสมา พระพุทธรูปหินทราย แท่นหิน และจารึกโนนสังเป็นตัวช่วยอธิบายว่าชุมชนแห่งนี้เคยมีความสำคัญทั้งด้านการอยู่อาศัยและด้านศาสนา
ในด้านการท่องเที่ยว บ้านบึงแกเหมาะกับนักเดินทางที่ชอบสถานที่สงบ เรียนรู้จากพื้นที่จริง และสนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่นมากกว่าการท่องเที่ยวแบบเช็กอินอย่างรวดเร็ว พื้นที่ไม่ได้มีสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่แบบอุทยานประวัติศาสตร์ แต่คุณค่าของสถานที่อยู่ที่การอ่านภูมิทัศน์ การเข้าใจร่องรอยคูเมือง การเชื่อมโยงชื่อบึงและคันดินกับอดีต และการเห็นว่าชุมชนปัจจุบันตั้งอยู่บนพื้นที่เมืองโบราณอย่างไร ผู้ที่สนใจโบราณคดีจะได้เห็นตัวอย่างของเมืองโบราณขนาดชุมชนที่ยังคงซ่อนร่องรอยอยู่ในหมู่บ้านและพื้นที่เกษตรกรรม
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยวชมคือช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ เพราะอากาศไม่ร้อนเกินไปและเหมาะกับการเดินสำรวจพื้นที่เปิดโล่ง ควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก หรือร่ม โดยเฉพาะในฤดูร้อนและฤดูแล้ง หากต้องการถ่ายภาพภูมิทัศน์ของบึงและแนวคูเมือง ช่วงที่มีน้ำในบึงจะช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างเมืองโบราณกับระบบน้ำได้ชัดเจนขึ้น ส่วนในฤดูทำนา ผู้มาเยือนจะได้เห็นภาพคูน้ำชั้นนอกและพื้นที่โดยรอบที่กลายเป็นผืนนา ซึ่งสะท้อนการปรับใช้ภูมิประเทศโบราณในวิถีเกษตรกรรมปัจจุบัน
การเที่ยวบ้านบึงแกควรให้ความสำคัญกับมารยาทในการเข้าชม เพราะพื้นที่หลายส่วนอยู่ในเขตชุมชน วัด พื้นที่เกษตรกรรม และพื้นที่อยู่อาศัย ผู้มาเยือนไม่ควรเก็บ เศษภาชนะดินเผา ก้อนหิน หรือชิ้นส่วนโบราณวัตถุกลับไป ไม่ควรเดินเข้าไปในพื้นที่นาหรือพื้นที่ส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ทิ้งขยะ และควรใช้เสียงอย่างเหมาะสม หากต้องการดูจุดสำคัญในพื้นที่ ควรสอบถามองค์การบริหารส่วนตำบลบึงแกหรือผู้นำชุมชน เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างเรียบร้อยและเคารพวิถีชุมชน
การเดินทาง จากตัวเมืองยโสธรสามารถใช้เส้นทางไปอำเภอมหาชนะชัยตามถนนสายหลักของจังหวัด จากนั้นเข้าสู่ตำบลบึงแกและบ้านบึงแก เส้นทางเหมาะสำหรับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างท้องถิ่น หากเริ่มจากอำเภอมหาชนะชัย ให้เดินทางไปทางตำบลบึงแก ระยะทางไม่ไกลมาก เหมาะกับการจัดเป็นทริปครึ่งวันร่วมกับสถานที่สำคัญในอำเภอมหาชนะชัย เช่น วัดพระพุทธบาทยโสธร แหล่งเรียนรู้ชุมชนบ้านบึงแก และพื้นที่ริมแม่น้ำชี หรือจะจัดร่วมกับเส้นทางท่องเที่ยวในตัวเมืองยโสธร เช่น วิมานพญาแถน วัดมหาธาตุ และชุมชนเก่าบ้านสิงห์ท่าในวันเดียวกันก็ได้
หากวางแผนเที่ยวเชิงลึก ควรเริ่มจากแหล่งโบราณคดีบ้านบึงแก เพื่อทำความเข้าใจผังเมืองโบราณและคูน้ำคันดิน จากนั้นแวะพื้นที่ศรัทธาของชุมชน เช่น วัดโพธิ์กาญจนารามและบริเวณพระใหญ่มิ่งมงคลโนนศาลา แล้วจึงเชื่อมต่อไปยังแหล่งเรียนรู้ชุมชนหรือกลุ่มผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นในตำบลบึงแก เส้นทางนี้จะช่วยให้เห็นความต่อเนื่องตั้งแต่ยุคโบราณจนถึงปัจจุบัน ตั้งแต่คูเมือง ใบเสมา จารึก วัด ชุมชน ไปจนถึงภูมิปัญญาการประกอบอาชีพของชาวบ้าน
สำหรับผู้ที่สนใจจารึกและหลักฐานวัฒนธรรมขอม ควรให้ความสำคัญกับจารึกโนนสัง เพราะเป็นหลักฐานที่ทำให้บ้านบึงแกเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ระดับภูมิภาค จารึกนี้ช่วยบอกว่าพื้นที่มหาชนะชัยและบ้านบึงแกเคยมีความสัมพันธ์กับระบบวัฒนธรรมที่ใช้ภาษาสันสกฤต อักษรขอม/หลังปัลลวะ และแนวคิดทางศาสนาเกี่ยวกับการถวายทาน การอุปถัมภ์ศาสนา และการจัดสรรพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ การมีจารึกเช่นนี้ในชุมชนทำให้บ้านบึงแกมีความสำคัญมากกว่าการเป็นเพียงหมู่บ้านเก่าแก่ แต่เป็นแหล่งข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่ช่วยเติมภาพเครือข่ายเมืองและศาสนสถานในอีสานตอนล่าง
แหล่งโบราณคดีบ้านบึงแกจึงเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการเรียนรู้แบบรอบด้าน ทั้งด้านภูมิประเทศ โบราณวัตถุ ศาสนา ชุมชน และประเพณี ผู้มาเยือนจะได้เห็นว่าคูน้ำคันดินไม่ได้เป็นเพียงร่องรอยทางกายภาพ แต่เป็นหลักฐานของการจัดการพื้นที่และความทรงจำของชุมชน ใบเสมาและพระพุทธรูปหินทรายบอกเรื่องการรับพุทธศาสนา เศษภาชนะดินเผาบอกเรื่องชีวิตประจำวันและเทคโนโลยีพื้นฐาน ส่วนจารึกโนนสังบอกเรื่องความสัมพันธ์กับวัฒนธรรมขอมและโลกภาษาสันสกฤต ทุกหลักฐานร่วมกันทำให้บ้านบึงแกเป็นแหล่งโบราณคดีที่มีความหมายลึกในจังหวัดยโสธร
โดยสรุป แหล่งโบราณคดีบ้านบึงแกเป็นแหล่งประวัติศาสตร์ที่ควรค่าแก่การเรียนรู้และอนุรักษ์ เพราะเป็นชุมชนโบราณที่มีผังเมืองชัดเจน มีคูน้ำคันดินหลายชั้น มีบึงสำคัญรายรอบ มีหลักฐานโบราณวัตถุหลายประเภท และมีจารึกที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมขอมและภาษาสันสกฤต แม้ปัจจุบันพื้นที่บางส่วนจะถูกปรับใช้ตามวิถีชุมชนและเกษตรกรรม แต่ร่องรอยที่เหลืออยู่ยังบอกเล่าอดีตของบ้านบึงแกได้อย่างหนักแน่น สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าใจยโสธรให้ลึกกว่าภาพของเทศกาลและตัวเมือง แหล่งโบราณคดีบ้านบึงแกคือจุดหมายที่ช่วยเปิดประตูสู่ประวัติศาสตร์ชุมชนลุ่มน้ำชีได้อย่างชัดเจน
| ชื่อสถานที่ | แหล่งโบราณคดีบ้านบึงแก |
| ชื่อที่เกี่ยวข้อง | แหล่งชุมชนโบราณบึงแก, บ้านบึงแก, ชุมชนโบราณบึงแก, จารึกโนนสัง, วัดโพธิ์กาญจนาราม |
| ที่ตั้ง | บ้านบึงแก ตำบลบึงแก อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร |
| ที่อยู่ | ตำบลบึงแก อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร 35130 |
| พิกัด | 15.5190423102, 104.339478781 |
| ไฮไลต์ | ชุมชนโบราณรูปค่อนข้างกลมรี มีคูน้ำคันดินล้อมรอบหลายชั้น พบใบเสมา พระพุทธรูปหินทราย แท่นหิน เศษภาชนะดินเผาหลายรูปแบบ และจารึกโนนสังอักษรขอม/หลังปัลลวะ ภาษาสันสกฤต |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | มีการอยู่อาศัยตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ต่อเนื่องถึงสมัยทวารวดีและขอม อายุประมาณ 2,000 – 1,000 ปีมาแล้ว จารึกโนนสังอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 15 |
| หลักฐานสำคัญ | ใบเสมา พระพุทธรูปหินทราย แท่นหิน เศษภาชนะดินเผาเนื้อหยาบและเนื้อละเอียด ลายเชือกทาบ ลายปั้นแปะ ลายขูดขีด ลายเขียนสีแดง ลายเขียนสีขาว และจารึกโนนสัง |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อบ้านบึงแกสัมพันธ์กับสภาพพื้นที่ที่มีบึงล้อมรอบหมู่บ้าน และมีต้นแกขึ้นตามแนวคันคูเมืองโดยรอบในอดีต |
| ลักษณะเด่น | เนินดินรูปค่อนข้างกลมรี กว้างประมาณ 450 เมตร ยาวประมาณ 650 เมตร มีพื้นที่ภายในเขตคูเมืองประมาณ 30 ไร่ ด้านเหนือมีคันดิน 3 ชั้น คูน้ำชั้นในกว้างประมาณ 30 เมตร และคูน้ำชั้นนอกกว้างประมาณ 55 เมตร |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. เนินเมืองโบราณบ้านบึงแก 2. แนวคันดินด้านเหนือ 3 ชั้น 3. บึงเจ้าปู่ทางด้านเหนือ 4. บึงหว้าทางด้านตะวันออก 5. บึงขัวและบึงหนาดทางด้านตะวันตก 6. พื้นที่วัดโพธิ์กาญจนารามและบริเวณพบใบเสมา 7. โนนสัง จุดพบจารึกโนนสัง ห่างจากบ้านบึงแกประมาณ 800 เมตร 8. พื้นที่ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี บ้านบึงแก |
| ผู้ดูแล | องค์การบริหารส่วนตำบลบึงแก และหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่นจังหวัดยโสธร |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองยโสธรเดินทางไปอำเภอมหาชนะชัย แล้วเข้าสู่ตำบลบึงแกและบ้านบึงแก เหมาะสำหรับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างท้องถิ่น สามารถจัดร่วมกับเส้นทางท่องเที่ยวอำเภอมหาชนะชัยและตัวเมืองยโสธรได้ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชม เป็นแหล่งชุมชนโบราณ เมืองโบราณ และแหล่งเรียนรู้โบราณคดีของตำบลบึงแก อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ถนนเข้าถึงชุมชน พื้นที่จอดรถในบริเวณชุมชนและวัด ร้านอาหารในอำเภอมหาชนะชัย และที่พักในตัวเมืองยโสธร |
| เบอร์ติดต่อหลัก | องค์การบริหารส่วนตำบลบึงแก โทร. 045-581567 หน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่นจังหวัดยโสธร โทร. 0-4571-1655-6 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | องค์การบริหารส่วนตำบลบึงแก www.buengkae.go.th |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดโพธิ์กาญจนาราม ภายในชุมชนบ้านบึงแก 2. โนนสัง จุดพบจารึกโนนสัง ประมาณ 1 กม. 3. ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี บ้านบึงแก ภายในพื้นที่เดียวกัน 4. วัดพระพุทธบาทยโสธร ประมาณ 18 กม. 5. วิมานพญาแถนและพิพิธภัณฑ์พญาคันคาก ประมาณ 35 กม. 6. วัดมหาธาตุ ยโสธร ประมาณ 35 กม. 7. ชุมชนเก่าบ้านสิงห์ท่า ประมาณ 35 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ศรีเจริญคาเฟ่ มหาชนะชัย ยโสธร ประมาณ 12 กม. โทร. 083-662-4663 2. ร้านเลิศกาแฟ มหาชนะชัย 2486 ประมาณ 12 กม. โทร. 081-725-6607 3. ร้านเปิ่นกาแฟโบราณ มหาชนะชัย ประมาณ 12 กม. โทร. 090-351-1510 4. คาเฟ่ในคุ้ม By เอบี ประมาณ 12 กม. โทร. 098-989-7861 5. ร้านมาดามชานมไข่มุก 19 บาท ประมาณ 13 กม. โทร. 083-224-6166 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. โรงแรมช้างใหญ่ใจดี ยโสธร ประมาณ 35 กม. โทร. 045-711-123 2. The Zen Hotel Yasothon ประมาณ 36 กม. โทร. 045-711-455 3. B.M. Grand Hotel ประมาณ 36 กม. โทร. 045-712-333 4. JP Emerald Hotel ประมาณ 37 กม. โทร. 045-714-456 5. The Green Park Grand Yasothon ประมาณ 37 กม. โทร. 045-714-700-1 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: แหล่งโบราณคดีบ้านบึงแกอยู่ที่ไหน?
ตอบ: แหล่งโบราณคดีบ้านบึงแกตั้งอยู่ที่บ้านบึงแก ตำบลบึงแก อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร พิกัด 15.5190423102, 104.339478781
ถาม: แหล่งโบราณคดีบ้านบึงแกมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: เป็นชุมชนโบราณและเมืองโบราณที่มีคูน้ำคันดินล้อมรอบ พบหลักฐานใบเสมา พระพุทธรูปหินทราย เศษภาชนะดินเผา และจารึกโนนสัง แสดงการอยู่อาศัยตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ต่อเนื่องถึงสมัยทวารวดีและขอม
ถาม: เปิดให้เข้าชมวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: จุดสำคัญที่ควรชมในบ้านบึงแกมีอะไรบ้าง?
ตอบ: จุดสำคัญคือแนวคูน้ำคันดิน บึงเจ้าปู่ บึงหว้า บึงขัว บึงหนาด พื้นที่วัดโพธิ์กาญจนาราม จุดพบใบเสมา และโนนสังซึ่งเป็นจุดพบจารึกโนนสัง
ถาม: จารึกโนนสังคืออะไร?
ตอบ: จารึกโนนสังเป็นหลักศิลาจารึกที่พบที่เนินดินกลางทุ่งนา ห่างจากบ้านบึงแกประมาณ 800 เมตร ใช้อักษรขอม/หลังปัลลวะ ภาษาสันสกฤต และเป็นหลักฐานสำคัญที่เชื่อมบ้านบึงแกกับวัฒนธรรมขอมและศาสนาในช่วงประวัติศาสตร์ตอนต้น
ถาม: เดินทางไปบ้านบึงแกอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองยโสธรเดินทางไปอำเภอมหาชนะชัย แล้วเข้าสู่ตำบลบึงแกและบ้านบึงแก เหมาะสำหรับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างท้องถิ่น
ถาม: แหล่งโบราณคดีบ้านบึงแกเหมาะกับใคร?
ตอบ: เหมาะกับผู้สนใจโบราณคดี ประวัติศาสตร์อีสาน วัฒนธรรมทวารวดี วัฒนธรรมขอม ชุมชนโบราณ และนักท่องเที่ยวที่ต้องการเรียนรู้ยโสธรในมุมลึก
ถาม: เที่ยวบ้านบึงแกร่วมกับสถานที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับวัดโพธิ์กาญจนาราม ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี บ้านบึงแก วัดพระพุทธบาทยโสธร วิมานพญาแถน วัดมหาธาตุ และชุมชนเก่าบ้านสิงห์ท่าได้
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์
ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว



