หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดยโสธร > 30 ที่เที่ยวยโสธรที่เที่ยวภาคอีสานสุดฮิต
TL;DR: 30 ที่เที่ยวยโสธรที่เที่ยวภาคอีสานสุดฮิต. จังหวัดยโสธรเป็นหนึ่งในจุดหมายที่สะท้อนตัวตนของภาคอีสานได้อย่างชัดเจน ทั้งประเพณีบุญบั้งไฟ ความเชื่อเรื่องพญาแถน เมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า.
30 ที่เที่ยวยโสธรที่เที่ยวภาคอีสานสุดฮิต

30 ที่เที่ยวยโสธรที่เที่ยวภาคอีสานสุดฮิต จังหวัดยโสธรเป็นหนึ่งในจุดหมายที่สะท้อนตัวตนของภาคอีสานได้อย่างชัดเจน ทั้งประเพณีบุญบั้งไฟ ความเชื่อเรื่องพญาแถน เมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า พระธาตุและวัดสำคัญ ชุมชนหัตถกรรม วิถีเกษตรอินทรีย์ พื้นที่ชุ่มน้ำ ป่า ภูเขา และอ่างเก็บน้ำที่กระจายอยู่ตามอำเภอต่าง ๆ ทำให้ยโสธรเหมาะกับทั้งทริปสั้นในตัวเมืองและการเดินทางหลายวันที่ค่อย ๆ ทำความรู้จักแต่ละชุมชนอย่างลึกซึ้ง
หากมาเที่ยวยโสธรเป็นครั้งแรก ควรเริ่มจากอำเภอเมืองยโสธร เพราะเป็นพื้นที่ที่รวมสถานที่สำคัญหลายรูปแบบไว้ใกล้กัน ตั้งแต่สวนสาธารณะพญาแถนและวิมานพญาแถน ซึ่งช่วยอธิบายเรื่องพญาแถน พญาคันคาก และประเพณีบุญบั้งไฟ ไปจนถึงวัดมหาธาตุ ย่านเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า และพระธาตุก่องข้าวน้อย จากนั้นจึงค่อยขยายเส้นทางออกไปยังอำเภอคำเขื่อนแก้ว ทรายมูล ป่าติ้ว กุดชุม เลิงนกทา ไทยเจริญ ค้อวัง และพื้นที่อื่นของจังหวัด
ประวัติศาสตร์ของยโสธรผูกพันกับการเคลื่อนย้ายและการตั้งถิ่นฐานของผู้คนในลุ่มน้ำโขงและลุ่มน้ำชี ชุมชนบ้านสิงห์ท่ากลายเป็นศูนย์กลางสำคัญก่อนพัฒนาขึ้นเป็นเมืองยศสุนทรและต่อมาเป็นเมืองยโสธรในปัจจุบัน ร่องรอยของการเติบโตของเมืองยังสามารถเห็นได้จากวัด ศาลเจ้า อาคารเก่า ย่านชุมชน และโบราณสถานที่กระจายอยู่ทั้งในเขตเมืองและอำเภอรอบนอก
อีกมิติหนึ่งที่ทำให้ยโสธรน่าสนใจคือประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่กว่าตัวเมืองปัจจุบัน พื้นที่คำเขื่อนแก้วและชุมชนดงเมืองเตยพบหลักฐานทางโบราณคดีที่เชื่อมโยงกับชุมชนโบราณในลุ่มน้ำชี ตั้งแต่ร่องรอยการอยู่อาศัยในช่วงก่อนประวัติศาสตร์ไปจนถึงวัฒนธรรมเจนละและขอมยุคต้น ทำให้การเที่ยวจังหวัดนี้สามารถเชื่อมเรื่องราวจากชุมชนโบราณหลายยุคสมัยมาจนถึงพัฒนาการของเมืองยโสธรได้ในทริปเดียว
ประเพณีและวัฒนธรรมยโสธร เป็นหัวใจสำคัญของการท่องเที่ยวจังหวัดนี้ โดยเฉพาะประเพณีบุญบั้งไฟ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเพณีอีสานที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดของประเทศไทย รากความเชื่อของงานสัมพันธ์กับวิถีเกษตรกรรม การขอฝน และความเชื่อเรื่องพญาแถน ชาวบ้านจะร่วมกันสร้างและตกแต่งบั้งไฟ จัดขบวนแห่ เซิ้งบั้งไฟ และจุดบั้งไฟขึ้นสู่ท้องฟ้าก่อนเข้าสู่ฤดูทำนา
บุญบั้งไฟไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อความสนุกสนาน แต่ยังสะท้อนระบบความสัมพันธ์ของชุมชน ตั้งแต่การแบ่งงาน การทำบั้งไฟ การตกแต่งขบวน การทำอาหาร การแสดงดนตรีพื้นบ้าน และการรวมตัวของผู้คนจากหลายหมู่บ้าน ผู้ที่เดินทางมาในช่วงงานจึงจะได้เห็นวัฒนธรรมอีสานในมิติที่มีชีวิตมากกว่าการชมการจุดบั้งไฟเพียงอย่างเดียว
นอกจากบุญบั้งไฟแล้ว ยโสธรยังมีประเพณีท้องถิ่นที่น่าสนใจอีกหลายรูปแบบ เช่น ประเพณีจุดไฟตูมกาออกพรรษา ซึ่งนำภูมิปัญญาการทำโคมไฟจากผลตูมกามาเชื่อมกับการทำบุญในช่วงออกพรรษา ประเพณีแห่มาลัยข้าวตอกในอำเภอมหาชนะชัย ซึ่งนำข้าวเปลือกมาคั่วให้แตกเป็นดอกสีขาวแล้วนำมาร้อยเป็นมาลัยเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา รวมถึงงานนมัสการพระธาตุและงานบุญตามฮีตสิบสองที่ยังพบได้ในหลายชุมชน
งานหัตถกรรมก็เป็นส่วนสำคัญของอัตลักษณ์ยโสธร โดยเฉพาะหมอนขิดและหมอนขวานจากบ้านศรีฐาน ซึ่งพัฒนาจากภูมิปัญญาการเย็บและตกแต่งผ้าของชุมชนจนกลายเป็นสินค้าที่เป็นภาพจำของจังหวัด นอกจากนี้ยังมีงานจักสานไม้ไผ่ กระติบข้าว งานแกะสลักไม้ และผลิตภัณฑ์ชุมชนอีกหลายชนิด การเดินทางไปยังหมู่บ้านหัตถกรรมจึงช่วยให้เห็นกระบวนการผลิตและวิถีชีวิตที่อยู่เบื้องหลังของฝากแต่ละชิ้น
อาหารการกินของยโสธร มีพื้นฐานจากอาหารอีสานและวัตถุดิบที่หาได้ในพื้นที่ เมนูที่พบได้ทั่วไปมีทั้งส้มตำ ลาบ ก้อย ต้มแซ่บ แกงอ่อม ไก่ย่าง ปลาแม่น้ำ แจ่ว ผักพื้นบ้าน และอาหารหมักดองที่ใช้ปลาร้าเป็นส่วนประกอบ รสชาติส่วนใหญ่มักเน้นความเผ็ด เปรี้ยว เค็ม และกลิ่นหอมจากสมุนไพรสด รับประทานร่วมกับข้าวเหนียวซึ่งเป็นอาหารหลักของคนอีสาน
จังหวัดยโสธรยังมีชื่อเสียงด้านข้าวหอมมะลิและเกษตรอินทรีย์ พื้นที่ชนบทจำนวนมากเป็นนาข้าวและชุมชนเกษตรกรรม การเดินทางออกจากตัวเมืองจึงทำให้เห็นภูมิทัศน์ของทุ่งนาแตกต่างกันไปตามฤดูกาล ช่วงต้นฤดูฝนจะเห็นนาข้าวเริ่มเขียว ส่วนช่วงก่อนเก็บเกี่ยวทุ่งนาจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองและสะท้อนภาพของเมืองเกษตรกรรมได้ชัดเจนที่สุด
ผู้ที่ต้องการสัมผัสอาหารท้องถิ่นควรลองร้านอาหารพื้นบ้าน ตลาดเช้า และร้านที่คนในพื้นที่ใช้บริการจริง เพราะนอกจากอาหารอีสานเมนูมาตรฐานแล้ว ยังมีเมนูที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล เช่น ปลาแม่น้ำ เห็ด หน่อไม้ ผักป่า และอาหารจากวัตถุดิบเกษตรของชุมชน การเลือกรับประทานอาหารในแต่ละอำเภอยังช่วยลดการขับรถกลับเข้าตัวเมืองในช่วงกลางวันและทำให้เส้นทางเที่ยวต่อเนื่องขึ้น
การเลือกที่พักในยโสธร ควรดูจากเส้นทางเที่ยวมากกว่าการเลือกจากราคาเพียงอย่างเดียว หากต้องการเที่ยวสวนสาธารณะพญาแถน บ้านสิงห์ท่า วัดมหาธาตุ พระธาตุก่องข้าวน้อย ร้านอาหาร และตลาดในเมือง ควรพักในอำเภอเมืองยโสธร เพราะเป็นฐานที่สะดวกที่สุดและสามารถออกเดินทางไปอำเภออื่นได้หลายทิศทาง
ผู้ที่เน้นเส้นทางตอนเหนือ เช่น เลิงนกทา ภูถ้ำพระ วัดภูสูง และอ่างเก็บน้ำห้วยสะแบก สามารถแบ่งคืนไปพักในโซนเลิงนกทาเพื่อลดเวลาเดินทาง ส่วนคำเขื่อนแก้ว ป่าติ้ว และทรายมูลสามารถเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับจากตัวเมืองได้ หากจัดสถานที่ตามโซนและไม่ย้อนเส้นทาง
สำหรับผู้ที่มีเวลา 3–4 วัน การแบ่งทริปตามโซนจะเหมาะที่สุด วันแรกเที่ยวตัวเมืองยโสธรและบ้านสิงห์ท่า วันที่สองออกเส้นทางคำเขื่อนแก้วเพื่อชมแหล่งโบราณคดีและพระธาตุ วันที่สามเที่ยวป่าติ้ว–กุดชุม–ทรายมูล และวันที่สี่ใช้เวลาในโซนเลิงนกทา–ไทยเจริญ วิธีนี้ช่วยให้ได้เห็นทั้งเมืองเก่า วัฒนธรรม ศาสนา ชุมชน หัตถกรรม และธรรมชาติโดยไม่ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการขับรถย้อนกลับ
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยวยโสธรขึ้นอยู่กับสิ่งที่ต้องการเห็น หากต้องการสัมผัสบรรยากาศบุญบั้งไฟควรวางแผนเดินทางในช่วงเดือนพฤษภาคม ส่วนช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์อากาศค่อนข้างสบาย เหมาะกับการเที่ยววัด ชุมชน และภูเขา ขณะที่ฤดูฝนทำให้ป่าและอ่างเก็บน้ำมีความเขียวชอุ่ม แต่ควรตรวจสภาพเส้นทางก่อนเดินทางเข้าสู่พื้นที่ธรรมชาติบางแห่ง

1. สวนสาธารณะพญาแถน ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองยโสธร ริมถนนแจ้งสนิทหรือทางหลวงหมายเลข 23 ติดกับลำน้ำทวน เป็นสวนสาธารณะหลักและหนึ่งในแลนด์มาร์กที่ช่วยอธิบายตัวตนของจังหวัดยโสธรได้ชัดเจนที่สุด เพราะพื้นที่แห่งนี้รวมทั้งธรรมชาติ พื้นที่พักผ่อน ตำนานพื้นบ้าน และประเพณีบุญบั้งไฟไว้ด้วยกัน
ไฮไลต์: พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก อาคารพญานาค ลำน้ำทวน สวนสุขภาพ สนามเด็กเล่น ลานกิจกรรม และพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟ อาคารรูปคางคกขนาดใหญ่เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สมัยใหม่ที่จดจำได้ง่ายที่สุดของเมืองยโสธรและมักเป็นจุดแรกที่นักท่องเที่ยวเลือกมาถ่ายภาพ
แนวคิดของพื้นที่เชื่อมโยงกับตำนานพญาคันคากและพญาแถน ซึ่งอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ฝน และความอุดมสมบูรณ์ในสังคมเกษตรกรรมอีสาน พญาแถนมีสถานะเป็นเทพแห่งฝนตามความเชื่อพื้นบ้าน ส่วนการจุดบั้งไฟถูกเชื่อมโยงกับการบูชาและขอฝนก่อนเริ่มฤดูทำนา ทำให้สวนสาธารณะพญาแถนไม่ได้เป็นเพียงสวนพักผ่อน แต่เป็นพื้นที่ที่ช่วยเล่าเรื่องรากของประเพณีสำคัญที่สุดของจังหวัด
ภายในบริเวณวิมานพญาแถนมีอาคารพญาคันคากซึ่งออกแบบเป็นรูปคางคกขนาดใหญ่ ภายในจัดแสดงเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติเมือง ตำนานพื้นบ้าน บุญบั้งไฟ และเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก ขณะที่อาคารพญานาคช่วยเติมมิติของความเชื่อเรื่องน้ำและความอุดมสมบูรณ์ซึ่งมีความสำคัญต่อวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขงและภาคอีสาน
พื้นที่สวนเหมาะกับหลายกลุ่ม นักท่องเที่ยวสามารถมาถ่ายภาพแลนด์มาร์ก ครอบครัวสามารถใช้สนามเด็กเล่นและพื้นที่พักผ่อน คนในเมืองนิยมเดิน วิ่ง และออกกำลังกายในช่วงเช้าหรือเย็น ส่วนผู้ที่สนใจวัฒนธรรมสามารถใช้สถานที่แห่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นก่อนออกไปชมย่านเมืองเก่า วัด และชุมชนอื่นของยโสธร
ช่วงเช้าบรรยากาศค่อนข้างสงบและเหมาะกับการเดินเล่น ขณะที่ช่วงปลายบ่ายถึงเย็นแสงจะเหมาะกับการถ่ายภาพอาคารพญาคันคากและพื้นที่ริมน้ำมากกว่า หากเดินทางช่วงงานบุญบั้งไฟ ควรเผื่อเวลาและวางแผนการจราจร เพราะบริเวณสวนและพื้นที่โดยรอบเป็นหนึ่งในศูนย์กลางกิจกรรมของจังหวัด
การเดินทาง: จากใจกลางเมืองยโสธรใช้ถนนแจ้งสนิท หรือทางหลวงหมายเลข 23 มุ่งหน้าไปยังลำน้ำทวน อาคารพญาคันคากมีขนาดใหญ่และสามารถใช้เป็นจุดสังเกตได้ง่าย หากพักในตัวเมืองสามารถเดินทางด้วยรถยนต์ รถเช่า หรือรถรับจ้างได้ภายในเวลาไม่นาน
Map (GPS):https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.783774,104.153786&travelmode=driving

2. วัดมหาธาตุ ตั้งอยู่ในตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร เป็นพระอารามหลวงและวัดคู่บ้านคู่เมืองที่มีความสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์ของยโสธรมายาวนาน ภายในวัดมีทั้งพระพุทธรูปสำคัญ พระธาตุ ศิลปกรรม และโบราณสถานซึ่งสะท้อนความเชื่อและพัฒนาการของเมืองในอดีต
ไฮไลต์: พระพุทธบุษยรัตน์หรือพระแก้วหยดน้ำค้าง พระธาตุอานนท์ โบราณสถานภายในวัด และศิลปกรรมที่มีความเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมลาวอีสานและล้านช้าง ทำให้วัดมหาธาตุเหมาะกับทั้งผู้ที่เดินทางมาไหว้พระและผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ศิลปะ
พระพุทธบุษยรัตน์เป็นหนึ่งในพระพุทธรูปที่ชาวยโสธรให้ความเคารพอย่างสูง และมีความสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์เมืองยโสธร การมาสักการะจึงไม่ใช่เพียงการเข้าชมพระพุทธรูปสำคัญ แต่ยังเป็นการสัมผัสหนึ่งในศูนย์รวมศรัทธาของคนในจังหวัด
ภายในวัดยังมีพระธาตุอานนท์ ซึ่งเป็นองค์ประกอบทางศาสนาและสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นของวัด รูปแบบองค์พระธาตุและรายละเอียดของงานประดับสะท้อนอิทธิพลทางศิลปกรรมจากวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง ทำให้วัดมหาธาตุมีคุณค่าไม่เพียงในฐานะสถานที่สักการะ แต่ยังเป็นแหล่งศึกษาพัฒนาการของงานช่างในพื้นที่ยโสธร
องค์ประกอบสถาปัตยกรรมภายในวัดช่วยสะท้อนสายสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมระหว่างชุมชนอีสานกับล้านช้างและเมืองต่าง ๆ ในลุ่มน้ำโขง ผู้ที่สนใจงานศิลปกรรมควรใช้เวลาเดินชมรายละเอียดของอาคาร พระธาตุ และพื้นที่รอบวัดมากกว่าการแวะสักการะเพียงไม่กี่นาที
ตำแหน่งของวัดอยู่ใกล้ย่านเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า จึงสามารถจัดทั้งสองแห่งไว้ในเส้นทางเดียวกันได้ง่าย วิธีเที่ยวที่เหมาะคือเริ่มจากวัดมหาธาตุในช่วงเช้า จากนั้นเดินหรือขับรถระยะสั้นไปชมบ้านสิงห์ท่า พิพิธภัณฑ์ และชุมชนเก่า เพื่อเชื่อมเรื่องศาสนากับประวัติการเติบโตของเมือง
วัดยังเป็นศาสนสถานที่ชุมชนใช้งานจริง นักท่องเที่ยวควรแต่งกายสุภาพ ลดเสียงบริเวณอาคารสำคัญ และหลีกเลี่ยงการรบกวนพระสงฆ์หรือผู้มาปฏิบัติศาสนกิจ การมาในช่วงเช้าจะได้บรรยากาศสงบกว่าช่วงกลางวันและเหมาะกับการชมรายละเอียดของสถาปัตยกรรม
การเดินทาง: วัดมหาธาตุตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองยโสธร สามารถเดินทางจากวงเวียนหอนาฬิกา ย่านร้านอาหาร และที่พักในตัวเมืองได้สะดวก เหมาะกับการจัดร่วมกับบ้านสิงห์ท่าและสวนสาธารณะพญาแถนในวันเดียวกัน
Map (GPS):https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.793861,104.142052&travelmode=driving

3. ย่านเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า เป็นย่านประวัติศาสตร์สำคัญในเขตเทศบาลเมืองยโสธรและเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้เห็นพัฒนาการของเมืองได้ชัดเจน เพราะภายในย่านยังมีทั้งอาคารเก่า วัด ศาลเจ้า บ้านพักอาศัย และโครงสร้างถนนที่สะท้อนรูปแบบชุมชนการค้าในอดีต
ไฮไลต์: อาคารเก่าและตึกแถวในย่านสิงห์ท่า บรรยากาศชุมชนดั้งเดิม ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง วัดมหาธาตุ พิพิธภัณฑ์สิงห์ท่า และเส้นทางเดินชมเมืองที่สามารถเชื่อมสถานที่สำคัญหลายแห่งเข้าด้วยกัน
บ้านสิงห์ท่ามีความสัมพันธ์กับการก่อตั้งและขยายตัวของเมืองยโสธรในยุคแรก ชุมชนพัฒนาขึ้นจากทำเลที่เหมาะกับการตั้งถิ่นฐานและการค้าขาย ก่อนกลายเป็นศูนย์กลางของเมือง การเดินชมย่านจึงช่วยให้เห็นภาพของยโสธรก่อนการเกิดถนนและอาคารสมัยใหม่อย่างชัดเจน
ชื่อบ้านสิงห์ท่ายังเป็นชื่อที่เชื่อมโยงกับความทรงจำทางประวัติศาสตร์ของเมือง ก่อนที่ชุมชนจะเติบโตและพัฒนาเป็นศูนย์กลางการปกครองในเวลาต่อมา การรักษาชื่อและพื้นที่เมืองเก่าจึงมีความสำคัญต่อการอธิบายรากของจังหวัดยโสธรให้คนรุ่นหลังเข้าใจ
อาคารหลายหลังภายในย่านมีรูปแบบที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของเมือง ทั้งบ้านไม้ อาคารพาณิชย์ และตึกเก่าที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างวัสดุพื้นถิ่นกับรูปแบบสถาปัตยกรรมในแต่ละยุค ความน่าสนใจของบ้านสิงห์ท่าจึงไม่ได้อยู่ที่อาคารเพียงหลังเดียว แต่เกิดจากภาพรวมของย่านและความต่อเนื่องของชุมชน
ผู้ที่ชอบถ่ายภาพควรมาในช่วงเช้าหรือปลายบ่าย เพราะแสงไม่แข็งและสามารถเดินตามถนนได้สบายกว่า ช่วงเย็นบางพื้นที่ยังให้บรรยากาศของชุมชนเมืองเก่าที่แตกต่างจากช่วงกลางวัน ร้านค้าและบ้านเรือนที่ยังใช้งานจริงทำให้สถานที่ไม่รู้สึกเหมือนเมืองจำลองเพื่อการท่องเที่ยว
หากพิพิธภัณฑ์สิงห์ท่าเปิดให้บริการ ควรแวะชมเพื่อเข้าใจเรื่องราวของชุมชนและบุคคลสำคัญก่อนออกเดินสำรวจอาคารจริง ส่วนผู้ที่มีเวลามากสามารถต่อเส้นทางไปวัดมหาธาตุ ศาลหลักเมือง และร้านอาหารในเขตเมืองโดยไม่ต้องขับรถเป็นระยะทางไกล
การเดินทาง: ย่านเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่าอยู่ในเขตเทศบาลเมืองยโสธร ใกล้วัดมหาธาตุ สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างแล้วจอดรถในจุดที่เหมาะสม ก่อนใช้วิธีเดินเที่ยวภายในย่านเพื่อมองเห็นรายละเอียดของอาคารและชุมชนได้ดีที่สุด
Map (GPS):https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.792545,104.144617&travelmode=driving

4. พระธาตุก่องข้าวน้อย หรือที่เรียกในข้อมูลท้องถิ่นอีกชื่อว่าพระธาตุตาดทอง ตั้งอยู่ในตำบลตาดทอง อำเภอเมืองยโสธร เป็นหนึ่งในโบราณสถานที่มีชื่อเสียงที่สุดของจังหวัดจากการเชื่อมโยงสถาปัตยกรรมพระธาตุกับนิทานพื้นบ้านเรื่องก่องข้าวน้อยฆ่าแม่
ไฮไลต์: องค์พระธาตุก่ออิฐถือปูนซึ่งมีสัดส่วนและรูปทรงเป็นเอกลักษณ์ ตำนานก่องข้าวน้อยฆ่าแม่ คุณค่าทางโบราณคดี และพื้นที่บ้านตาดทองซึ่งยังมีแหล่งโบราณคดีอื่นที่ช่วยขยายความเข้าใจเกี่ยวกับการตั้งถิ่นฐานในพื้นที่
รูปลักษณ์ขององค์พระธาตุทำให้ผู้คนเชื่อมโยงกับก่องข้าวเหนียวซึ่งเป็นภาชนะสำคัญในชีวิตประจำวันของชาวอีสาน รูปทรงที่จดจำได้ง่ายทำให้พระธาตุก่องข้าวน้อยกลายเป็นทั้งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และภาพแทนของเรื่องเล่าพื้นบ้านที่ได้รับการถ่ายทอดมาหลายชั่วอายุคน
ตำนานก่องข้าวน้อยฆ่าแม่เล่าถึงชายหนุ่มที่ออกไปทำนาและรอให้มารดานำอาหารมาให้ เมื่อมารดามาถึงพร้อมก่องข้าวที่ดูเล็กกว่าที่คาด เขาเกิดความโกรธและทำร้ายมารดา ก่อนพบว่าข้าวในก่องมีมากพอที่จะกินจนอิ่ม เรื่องราวจึงกลายเป็นคติเตือนใจเรื่องโทสะ ความอดทน และความกตัญญูที่เล่าสืบต่อกันในภาคอีสาน
ความน่าสนใจของสถานที่คือการที่ตำนานและโบราณสถานหลอมรวมกันจนกลายเป็นความทรงจำของชุมชน พระธาตุจึงถูกมองทั้งในฐานะสิ่งก่อสร้างทางศาสนาและอนุสรณ์ทางวัฒนธรรม ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสทั้งมิติของประวัติศาสตร์ ความเชื่อ และคติสอนใจในพื้นที่เดียวกัน
ผู้สนใจประวัติศาสตร์ควรจัดพระธาตุก่องข้าวน้อยร่วมกับแหล่งโบราณคดีบ้านตาดทอง เพราะพื้นที่ตาดทองมีหลักฐานการตั้งถิ่นฐานเก่าแก่ การเที่ยวร่วมกันจะทำให้เห็นว่าบริเวณนี้ไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะจากนิทานพื้นบ้าน แต่ยังมีคุณค่าด้านโบราณคดีของจังหวัด
บริเวณพระธาตุเหมาะกับการเข้าชมช่วงเช้าหรือปลายบ่าย อากาศจะสบายกว่ากลางวันและแสงช่วยให้เห็นรายละเอียดขององค์พระธาตุชัดเจนขึ้น ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพและรักษาความสงบเพราะสถานที่ยังมีความสำคัญทางศรัทธาต่อชุมชน
การเดินทาง: จากตัวเมืองยโสธรใช้ถนนแจ้งสนิทหรือทางหลวงหมายเลข 23 มุ่งหน้าไปตำบลตาดทอง ระยะทางประมาณ 9 กม. จากเขตเมือง เส้นทางรถยนต์ค่อนข้างสะดวก สามารถจัดพระธาตุก่องข้าวน้อยเป็นจุดต่อจากการเที่ยวสวนสาธารณะพญาแถนและตัวเมืองได้ในวันเดียวกัน
Map (GPS):https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.763515,104.207039&travelmode=driving

5. หอไตรวัดสระไตรนุรักษ์ ตั้งอยู่ภายในวัดสระไตรนุรักษ์ บ้านนาเวียง ตำบลนาเวียง อำเภอทรายมูล เป็นหนึ่งในแหล่งสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นที่สำคัญของจังหวัด จุดเด่นคือหอไตรไม้เก่าแก่ที่สร้างอยู่กลางสระน้ำเพื่อใช้เก็บพระไตรปิฎก คัมภีร์ใบลาน และเอกสารทางพระพุทธศาสนา
ไฮไลต์: หอไตรไม้กลางสระ สถาปัตยกรรมอีสานและล้านช้าง งานช่างไม้พื้นถิ่น คัมภีร์ใบลาน และบรรยากาศวัดชนบทที่สงบแตกต่างจากวัดขนาดใหญ่ในเขตเมือง
แนวคิดการสร้างหอไตรกลางน้ำพบได้ในวัฒนธรรมวัดหลายแห่ง เพราะน้ำทำหน้าที่เป็นแนวกั้นตามธรรมชาติที่ช่วยลดโอกาสที่ปลวกและแมลงจะเข้าสู่ตัวอาคารและทำลายคัมภีร์ นอกจากประโยชน์ด้านการเก็บรักษาแล้ว ตำแหน่งกลางสระยังทำให้หอไตรมีภาพลักษณ์โดดเด่นและกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของภูมิทัศน์วัด
รูปแบบอาคารแสดงให้เห็นทักษะของช่างท้องถิ่นในการใช้ไม้ การจัดสัดส่วนหลังคา และการตกแต่งที่สัมพันธ์กับศิลปะอีสานและวัฒนธรรมล้านช้าง นักท่องเที่ยวที่สนใจสถาปัตยกรรมควรสังเกตรูปทรงหลังคา หน้าจั่ว และรายละเอียดของโครงสร้าง เพราะช่วยให้เข้าใจว่าหอไตรในแต่ละพื้นที่ของอีสานมีเอกลักษณ์ต่างกันอย่างไร
ความสำคัญของสถานที่ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ความสวยงามของอาคาร แต่ยังเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมคัมภีร์ใบลาน ในอดีตวัดทำหน้าที่เป็นทั้งศูนย์กลางศาสนาและพื้นที่เก็บความรู้ คัมภีร์ธรรม พระไตรปิฎก ตำรา และเรื่องเล่าต่าง ๆ จึงถูกเก็บรักษาไว้ในหอไตรเพื่อส่งต่อความรู้จากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง
การสร้างหอไตรไว้กลางน้ำยังสะท้อนภูมิปัญญาที่ผสมผสานประโยชน์ใช้สอยเข้ากับความงามทางสถาปัตยกรรม เมื่อน้ำรอบอาคารทำหน้าที่เป็นฉากธรรมชาติ ตัวหอไตรจึงมีความโดดเด่นทั้งเมื่อมองจากด้านหน้า ด้านข้าง และจากบริเวณทางเดินรอบสระ
บรรยากาศของวัดเหมาะกับการเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ ผู้มาเยือนสามารถเดินชมพื้นที่รอบสระและมองหอไตรจากหลายมุม ช่วงเช้าแสงค่อนข้างนุ่มและอากาศสบาย ส่วนปลายบ่ายเงาของอาคารและต้นไม้รอบสระช่วยให้ภาพมีมิติมากขึ้น
หอไตรวัดสระไตรนุรักษ์เหมาะกับการจัดไว้ในเส้นทางที่เน้นศิลปวัฒนธรรมของยโสธร เพราะช่วยเติมเนื้อหาที่แตกต่างจากพระธาตุและเมืองเก่า ผู้ที่เดินทางต่อไปยังพื้นที่ธรรมชาติของอำเภอทรายมูลสามารถใช้วัดเป็นจุดเริ่มต้นก่อนออกนอกชุมชนได้
การเดินทาง: จากตัวเมืองยโสธรมุ่งหน้าไปอำเภอทรายมูล แล้วเข้าสู่บ้านนาเวียง หมู่ 1 ตำบลนาเวียง ระยะทางจากตัวเมืองประมาณ 25 กม. เหมาะกับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว และสามารถจัดร่วมกับแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอทรายมูลได้
Map (GPS):https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.069666,104.143603&travelmode=driving

6. วัดอัครเทวดามิคาแอล (โบสถ์คริสต์บ้านซ่งแย้) ตั้งอยู่ที่บ้านหนองซ่งแย้ ตำบลคำเตย อำเภอไทยเจริญ เป็นศาสนสถานคาทอลิกที่มีความโดดเด่นด้านสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ชุมชน จนกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศาสนาที่มีเอกลักษณ์มากที่สุดของจังหวัดยโสธร อาคารโบสถ์ไม้ขนาดใหญ่ท่ามกลางชุมชนอีสานทำให้สถานที่แห่งนี้แตกต่างจากภาพจำของวัดและพระธาตุที่พบทั่วไปในจังหวัด
ไฮไลต์: อาคารโบสถ์ไม้ขนาดใหญ่ โครงสร้างไม้แบบดั้งเดิม ประวัติศาสตร์ชุมชนคริสต์บ้านซ่งแย้ บรรยากาศสงบภายในหมู่บ้าน และการผสมผสานระหว่างความเชื่อคาทอลิกกับบริบทของชุมชนชนบทอีสาน
โบสถ์คริสต์บ้านซ่งแย้มีความสำคัญจากการเป็นศูนย์กลางศรัทธาของชาวคริสต์ในพื้นที่มาอย่างยาวนาน ตัวอาคารใช้ไม้เป็นวัสดุหลักและมีโครงสร้างขนาดใหญ่ เมื่อมองจากภายนอกจะเห็นแนวเสา หลังคา และรูปทรงอาคารที่เรียบง่ายแต่มีเอกลักษณ์ แตกต่างจากโบสถ์ก่ออิฐหรือโบสถ์สถาปัตยกรรมตะวันตกที่พบในเมืองใหญ่
ความน่าสนใจไม่ได้อยู่เฉพาะตัวอาคาร แต่ยังอยู่ที่ความสัมพันธ์ระหว่างโบสถ์กับชุมชน เพราะพื้นที่แห่งนี้ยังคงทำหน้าที่เป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนาและเป็นศูนย์รวมของสมาชิกในชุมชน การมาเยือนจึงทำให้เห็นศาสนาคริสต์ในบริบทของหมู่บ้านอีสาน ไม่ใช่เพียงในฐานะอาคารประวัติศาสตร์เพื่อการท่องเที่ยว
ภายในโบสถ์เน้นความเรียบง่ายและความสงบ องค์ประกอบหลักจัดวางเพื่อรองรับพิธีกรรมทางศาสนา ผู้ที่สนใจงานไม้สามารถสังเกตแนวโครงสร้าง เสา และการประกอบอาคาร ซึ่งสะท้อนทักษะของช่างท้องถิ่นและการเลือกใช้วัสดุที่สัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมในอดีต
ผู้ที่เดินทางมาในช่วงที่มีพิธีมิสซาหรือกิจกรรมของคริสตชนควรให้ความสำคัญกับความสงบและพื้นที่ประกอบศาสนกิจ แต่งกายสุภาพ และหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพหรือเดินรบกวนบริเวณที่กำลังมีพิธี หากมาในช่วงปกติควรใช้เวลาเดินชมทั้งอาคารและบรรยากาศของหมู่บ้านรอบโบสถ์ เพราะจะช่วยให้เข้าใจสถานที่ได้มากกว่าการถ่ายภาพเฉพาะด้านหน้า
วัดอัครเทวดามิคาแอลเหมาะกับการจัดอยู่ในเส้นทางไทยเจริญ–เลิงนกทา เพราะสามารถเชื่อมต่อกับภูถ้ำพระ วัดภูสูง อ่างเก็บน้ำ และแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติทางตอนเหนือของจังหวัด ทำให้หนึ่งวันสามารถสัมผัสทั้งศาสนา สถาปัตยกรรม และธรรมชาติได้ในเส้นทางเดียวกัน
การเดินทาง: จากตัวเมืองยโสธรมุ่งหน้าไปอำเภอไทยเจริญ จากนั้นเดินทางเข้าสู่ตำบลคำเตยและบ้านหนองซ่งแย้ การใช้รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด เนื่องจากสถานที่อยู่ห่างจากเขตเมืองและระบบขนส่งสาธารณะมีจำกัด
Map (GPS):https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.069721,104.373762&travelmode=driving

7. โบราณสถานดอนเมืองเตย ตั้งอยู่ในตำบลสงเปือย อำเภอคำเขื่อนแก้ว เป็นหนึ่งในแหล่งโบราณคดีที่สำคัญที่สุดของจังหวัดยโสธร เพราะช่วยยืนยันว่าพื้นที่บริเวณนี้มีการตั้งถิ่นฐานและพัฒนาชุมชนมาตั้งแต่ก่อนการเกิดเมืองยโสธรในปัจจุบันหลายร้อยปี
ไฮไลต์: ร่องรอยเมืองโบราณ คูน้ำคันดิน ฐานอาคารก่ออิฐ ศิลาจารึก หลักฐานทางศาสนา และความเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมเจนละและขอมยุคต้น ทำให้ดอนเมืองเตยเป็นจุดสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจประวัติศาสตร์ยโสธรในระดับที่ลึกกว่าประวัติการก่อตั้งเมืองสมัยหลัง
บริเวณดอนเมืองเตยพบร่องรอยของชุมชนโบราณที่มีการวางผังพื้นที่และสร้างสิ่งก่อสร้างด้วยอิฐ สะท้อนให้เห็นว่าชุมชนในอดีตมีระบบสังคมและความเชื่อที่ซับซ้อนมากกว่าหมู่บ้านขนาดเล็กทั่วไป หลักฐานบางส่วนสัมพันธ์กับศาสนสถานและวัฒนธรรมที่แพร่กระจายอยู่ในลุ่มน้ำชีและลุ่มน้ำมูล
หนึ่งในสิ่งที่ทำให้ดอนเมืองเตยมีความสำคัญคือการพบหลักฐานที่ช่วยเชื่อมพื้นที่ยโสธรกับเครือข่ายชุมชนโบราณในภาคอีสานตอนล่าง ผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์จึงสามารถมองสถานที่แห่งนี้ในฐานะส่วนหนึ่งของเส้นทางการแลกเปลี่ยนด้านศาสนา ศิลปกรรม และวัฒนธรรมระหว่างชุมชนหลายแห่งในอดีต
ลักษณะพื้นที่ในปัจจุบันอาจไม่ได้มีอาคารขนาดใหญ่สมบูรณ์แบบเหมือนปราสาทหินบางแห่ง แต่คุณค่าของดอนเมืองเตยอยู่ที่ชั้นข้อมูลทางโบราณคดี การอ่านพื้นที่จึงควรสังเกตทั้งแนวคันดิน เศษวัสดุก่อสร้าง ตำแหน่งฐานอาคาร และภูมิประเทศโดยรอบ เพื่อให้เห็นภาพของเมืองโบราณมากขึ้น
สถานที่นี้เหมาะกับการจัดร่วมกับกู่จานและพระธาตุโพนทันในอำเภอคำเขื่อนแก้ว เพื่อให้เส้นทางมีทั้งมิติของเมืองโบราณ ศาสนสถาน และความเชื่อของชุมชนในพื้นที่เดียวกัน
หากมีเวลาเพิ่มเติม สามารถต่อเส้นทางไปกู่จานและพระธาตุโพนทัน ซึ่งอยู่ในอำเภอคำเขื่อนแก้วเช่นกัน การจัดเส้นทางในลักษณะนี้ช่วยให้เห็นพัฒนาการจากชุมชนโบราณไปสู่ศาสนสถานและชุมชนที่ยังคงมีบทบาทอยู่ในปัจจุบัน
การเดินทาง: จากตัวเมืองยโสธรใช้เส้นทางไปอำเภอคำเขื่อนแก้ว จากนั้นเข้าสู่ตำบลสงเปือยและพื้นที่ดอนเมืองเตย ควรใช้รถยนต์ส่วนตัวและระบบ GPS ช่วยนำทางในช่วงถนนชุมชน สามารถวางแผนเที่ยวร่วมกับพิพิธภัณฑ์บ้านสงเปือยได้ในช่วงครึ่งวัน
Map (GPS):https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.640173,104.258091&travelmode=driving

8. แหล่งโบราณคดีบ้านตาดทอง ตั้งอยู่ที่บ้านตาดทอง ตำบลตาดทอง อำเภอเมืองยโสธร เป็นชุมชนโบราณที่ช่วยอธิบายประวัติศาสตร์ของพื้นที่ยโสธรย้อนหลังไปก่อนการก่อตั้งเมืองในสมัยปัจจุบันหลายศตวรรษ ตัวแหล่งมีลักษณะเป็นเนินดินเมืองโบราณรูปวงรี มีคูน้ำคันดินล้อมรอบ และมีหลักฐานการอยู่อาศัยต่อเนื่องตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายไปจนถึงสมัยทวารวดี ขอม และชุมชนไท-ลาวในระยะหลัง
ไฮไลต์: เนินดินเมืองโบราณสูงประมาณ 3 เมตร แนวคูน้ำคันดิน หลักฐานการฝังศพ เศษภาชนะดินเผาลายเขียนสี ใบเสมาหินทราย และความเชื่อมโยงกับพระธาตุตาดทองหรือพระธาตุก่องข้าวน้อย ทำให้พื้นที่นี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ยโสธรในมิติที่ลึกกว่าการชมโบราณสถานเพียงจุดเดียว
ชุมชนโบราณบ้านตาดทองมีขนาดประมาณกว้าง 500 เมตร ยาว 650 เมตร วางตัวเป็นรูปวงรีและมีคูน้ำคันดินล้อมรอบ ลักษณะผังดังกล่าวสะท้อนการเลือกทำเลตั้งถิ่นฐานและการจัดการพื้นที่ของคนในอดีต ทั้งเรื่องน้ำ การเกษตร การกำหนดขอบเขตชุมชน และการป้องกันพื้นที่อยู่อาศัย
หลักฐานทางโบราณคดีที่พบในพื้นที่ ได้แก่ การฝังศพแบบนอนหงาย เศษภาชนะดินเผาที่มีลายเขียนสีบริเวณขอบปาก และวัตถุที่สัมพันธ์กับชุมชนเกษตรกรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย หลักฐานเหล่านี้ช่วยให้เห็นว่าพื้นที่ตาดทองมีการตั้งถิ่นฐานถาวรและมีแบบแผนความเชื่อเกี่ยวกับชีวิตและความตายมานานประมาณ 2,500 ปี
เมื่อเข้าสู่สมัยทวารวดี พื้นที่แห่งนี้รับอิทธิพลพุทธศาสนาอย่างชัดเจนจากการพบใบเสมาจำนวนมาก ก่อนจะมีร่องรอยความสัมพันธ์กับวัฒนธรรมขอมในช่วงต่อมา การมีหลักฐานหลายยุคซ้อนอยู่ในพื้นที่เดียวกันทำให้บ้านตาดทองเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญสำหรับการทำความเข้าใจพัฒนาการของชุมชนในลุ่มน้ำชีตอนล่าง
ปัจจุบันทางหลวงหมายเลข 23 ตัดผ่านพื้นที่เมืองโบราณ และมีบ้านเรือนกับพื้นที่เกษตรของชุมชนตั้งอยู่โดยรอบ นักท่องเที่ยวจึงไม่ได้เห็นเมืองโบราณในลักษณะอุทยานประวัติศาสตร์ที่แยกออกจากชีวิตผู้คน แต่จะเห็นอดีตและวิถีชีวิตปัจจุบันอยู่ร่วมกันในภูมิทัศน์เดียว
สามารถจัดแหล่งโบราณคดีบ้านตาดทองร่วมกับพระธาตุก่องข้าวน้อยได้อย่างเหมาะสม เพราะอยู่ในพื้นที่เดียวกันและช่วยอธิบายประวัติศาสตร์คนละชั้นเวลา ผู้ที่สนใจมากขึ้นยังสามารถชมแนวคูน้ำคันดิน กลุ่มใบเสมา และพื้นที่ชุมชนเพื่อทำความเข้าใจภาพรวมของเมืองโบราณก่อนกลับเข้าสู่ตัวเมืองยโสธร
การเดินทาง: จากตัวเมืองยโสธรใช้ทางหลวงหมายเลข 23 มุ่งหน้าไปทางตำบลตาดทองหรืออำเภอคำเขื่อนแก้วประมาณ 7–9 กม. จากนั้นเลี้ยวเข้าสู่บ้านตาดทองตามถนนชุมชน รถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างท้องถิ่นเหมาะกับการเดินทางมากที่สุด
Map (GPS):https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.7597792165,104.203552625&travelmode=driving

9. กู่จาน หรือพระธาตุกู่จาน ตั้งอยู่ที่บ้านงิ้ว ตำบลกู่จาน อำเภอคำเขื่อนแก้ว เป็นปูชนียสถานสำคัญของชุมชนและเป็นอีกหนึ่งจุดที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างประวัติศาสตร์ ความเชื่อ และวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่ตอนใต้ของจังหวัดยโสธร
ไฮไลต์: องค์พระธาตุทรงบัวเหลี่ยม ใบเสมาและหลักฐานโบราณ ความศรัทธาของชุมชน งานนมัสการพระธาตุ และบรรยากาศของศาสนสถานที่ยังคงมีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนท้องถิ่น
รูปทรงของพระธาตุกู่จานมีลักษณะเด่นจากการก่อสร้างแบบพระธาตุอีสาน ซึ่งช่วยให้เห็นความต่อเนื่องของรูปแบบสถาปัตยกรรมทางศาสนาในลุ่มน้ำโขงและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แม้ขนาดจะไม่ใหญ่เท่าพระธาตุสำคัญระดับภูมิภาค แต่ความสำคัญของสถานที่อยู่ที่ความสัมพันธ์กับชุมชนและความศรัทธาที่สืบทอดต่อกันมา
บริเวณโดยรอบยังพบใบเสมาและหลักฐานเก่าบางส่วน ซึ่งสะท้อนว่าพื้นที่นี้มีความสำคัญทางศาสนามายาวนาน การมีทั้งพระธาตุและวัตถุโบราณในบริเวณเดียวกันทำให้กู่จานน่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาเส้นทางพุทธศาสนาในพื้นที่ยโสธร
กู่จานไม่ได้เป็นเพียงโบราณสถานที่หยุดนิ่งอยู่ในอดีต เพราะชุมชนยังคงใช้พื้นที่ประกอบพิธีกรรมและจัดงานนมัสการพระธาตุในช่วงสำคัญของปี ผู้ที่มาในช่วงงานจะได้เห็นทั้งการทำบุญ การรวมตัวของคนในหมู่บ้าน และบรรยากาศของงานบุญแบบอีสานที่ยังคงรักษารูปแบบชุมชนเอาไว้
สำหรับผู้ที่สนใจการถ่ายภาพ ช่วงเช้าและปลายบ่ายเหมาะกับการชมองค์พระธาตุ เพราะแสงช่วยให้เห็นรายละเอียดของพื้นผิวและรูปทรงได้ชัดขึ้น บริเวณโดยรอบมีบรรยากาศสงบและไม่พลุกพล่านเหมือนสถานที่ท่องเที่ยวขนาดใหญ่
สามารถจัดกู่จานไว้ในเส้นทางเดียวกับดอนเมืองเตย พิพิธภัณฑ์บ้านสงเปือย และพระธาตุโพนทัน เพื่อให้การเดินทางในอำเภอคำเขื่อนแก้วมีความต่อเนื่องทั้งด้านโบราณคดีและศาสนา
การเดินทาง: จากอำเภอคำเขื่อนแก้วเดินทางเข้าสู่ตำบลกู่จานและบ้านงิ้ว ถนนเข้าสู่ชุมชนสามารถใช้รถยนต์ทั่วไปได้ หากเดินทางมาจากดอนเมืองเตยหรือบ้านสงเปือยสามารถต่อเส้นทางมายังกู่จานได้โดยไม่ต้องย้อนกลับตัวเมืองยโสธร
Map (GPS):https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.680897,104.382547&travelmode=driving

10. ภูถ้ำพระ ตั้งอยู่ในอำเภอเลิงนกทา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่รวมทั้งวัดป่า ถ้ำหิน ธรรมชาติ และพื้นที่สูงไว้ในแห่งเดียว เหมาะกับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศจากการเที่ยวเมืองเก่าและวัดในตัวเมืองไปสัมผัสภูมิประเทศแบบภูเขาของยโสธรตอนเหนือ
ไฮไลต์: ถ้ำธรรมชาติ พระพุทธรูปภายในพื้นที่วัด ป่าและภูเขา จุดชมวิว เสาหินและโขดหินธรรมชาติ รวมถึงบรรยากาศสงบแบบวัดป่าที่เหมาะกับการสักการะพระและเดินศึกษาธรรมชาติในทริปเดียวกัน
ภูถ้ำพระมีภูมิประเทศแตกต่างจากพื้นที่ราบในอำเภอเมืองอย่างชัดเจน เมื่อเข้าสู่เขตภูเขาจะพบพื้นที่ป่า โขดหิน และเส้นทางที่ค่อย ๆ สูงขึ้น บรรยากาศรอบวัดจึงมีความสงบและให้ความรู้สึกใกล้ชิดกับธรรมชาติมากกว่าวัดที่ตั้งอยู่ในชุมชนหนาแน่น
บริเวณถ้ำเป็นหนึ่งในจุดสำคัญของพื้นที่ ภายในและรอบถ้ำมีพระพุทธรูปและพื้นที่สำหรับสักการะ ลักษณะของหินที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติช่วยสร้างบรรยากาศที่เหมาะกับการปฏิบัติธรรมและการพักใจ นักท่องเที่ยวควรรักษาความสงบและไม่เคลื่อนย้ายหินหรือสิ่งของภายในบริเวณถ้ำ
เส้นทางเดินบางช่วงเหมาะกับผู้ที่ชอบกิจกรรมกลางแจ้ง ควรสวมรองเท้าที่เกาะพื้นได้ดี โดยเฉพาะในฤดูฝนซึ่งพื้นหินและทางเดินอาจลื่น ช่วงเช้าเป็นเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับการเดิน เพราะอากาศไม่ร้อนและสามารถใช้เวลาเที่ยวได้ยาวก่อนช่วงแดดจัด
จากพื้นที่สูงบางจุดสามารถมองเห็นภูมิประเทศรอบเลิงนกทาและแนวป่าโดยรอบ ทำให้ภูถ้ำพระเป็นทั้งสถานที่ศาสนาและจุดชมธรรมชาติ ผู้ที่ชอบถ่ายภาพควรเผื่อเวลาเดินสำรวจหลายมุมแทนการหยุดเฉพาะบริเวณวัดด้านล่าง
ภูถ้ำพระสามารถจัดร่วมกับวัดภูสูงและอ่างเก็บน้ำห้วยสะแบก หากพักในโซนเลิงนกทา การจัดสถานที่เหล่านี้ไว้ในวันเดียวกันจะช่วยลดระยะทางและทำให้ได้สัมผัสพื้นที่ตอนเหนือของยโสธรอย่างต่อเนื่อง
ผู้ที่เดินทางในฤดูฝนควรเพิ่มความระมัดระวังเรื่องพื้นลื่นและถนนบางช่วง ส่วนฤดูหนาวเป็นช่วงที่เหมาะกับการเดินเที่ยวที่สุดเพราะอากาศค่อนข้างเย็นและสามารถใช้เวลาในพื้นที่กลางแจ้งได้นานกว่า
การเดินทาง: จากตัวอำเภอเลิงนกทาใช้เส้นทางมุ่งหน้าไปบริเวณบ้านกุดแห่และบ้านหินโหง่น ก่อนเข้าสู่ทางไปภูถ้ำพระ ระยะทางจากตัวอำเภอประมาณ 12 กม. รถยนต์ส่วนตัวเหมาะที่สุด และควรใช้ GPS ช่วยนำทางเมื่อเข้าสู่ถนนท้องถิ่น
Map (GPS):https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.277190,104.562337&travelmode=driving

11. อนุสาวรีย์พระสุนทรราชวงศา ตั้งอยู่ภายในสวนสาธารณะบุ่งน้อย-บุ่งใหญ่ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร เป็นแลนด์มาร์กทางประวัติศาสตร์ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระสุนทรราชวงศา หรือเจ้าราชวงศ์สิงห์ เจ้าเมืองยโสธรท่านแรก จึงเป็นสถานที่ที่ช่วยเชื่อมเรื่องการก่อตั้งเมืองกับพื้นที่สาธารณะที่ชาวยโสธรยังใช้ในชีวิตประจำวัน
ไฮไลต์: อนุสาวรีย์เจ้าเมืองยโสธรท่านแรก สวนสาธารณะบุ่งน้อย-บุ่งใหญ่ ลานกิจกรรม ศาลาแปดเหลี่ยม พื้นที่ออกกำลังกาย และบรรยากาศที่เหมาะกับการพักผ่อนควบคู่กับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์เมือง
พระสุนทรราชวงศามีความสำคัญในฐานะบุคคลที่เชื่อมโยงกับพัฒนาการของเมืองยโสธรในระยะแรก การสร้างอนุสาวรีย์จึงไม่ได้มีจุดประสงค์เพียงเพื่อเป็นจุดถ่ายภาพ แต่ทำหน้าที่เป็นพื้นที่รำลึกถึงรากของเมืองและบุคคลที่ชาวยโสธรให้ความเคารพ
พื้นที่รอบอนุสาวรีย์ได้รับการพัฒนาเป็นสวนสาธารณะ มีลานกว้าง พื้นที่สีเขียว และจุดพักผ่อน ทำให้สามารถมาได้ทั้งช่วงเช้าและเย็น คนในเมืองนิยมใช้พื้นที่สำหรับเดิน ออกกำลังกาย และทำกิจกรรมสาธารณะ ขณะที่นักท่องเที่ยวสามารถใช้เป็นจุดเริ่มต้นทำความรู้จักประวัติศาสตร์ก่อนเดินทางต่อไปยังบ้านสิงห์ท่าและวัดมหาธาตุ
อนุสาวรีย์ยังมีบทบาทในกิจกรรมสำคัญของจังหวัด โดยเฉพาะพิธีที่เกี่ยวข้องกับการรำลึกถึงการสถาปนาเมืองและการบวงสรวงบุคคลสำคัญ ทำให้พื้นที่นี้ยังมีความหมายในวัฒนธรรมร่วมสมัย ไม่ได้เป็นเพียงอนุสรณ์สถานที่หยุดอยู่กับอดีต
ช่วงเช้าเหมาะกับการเดินเล่นและสักการะในบรรยากาศสงบ ส่วนช่วงเย็นเหมาะกับการถ่ายภาพและชมกิจกรรมของคนในเมือง หากจัดเส้นทางตัวเมือง สามารถเที่ยวอนุสาวรีย์ต่อเนื่องกับวัดมหาธาตุ บ้านสิงห์ท่า และสวนสาธารณะพญาแถนได้โดยไม่ต้องเดินทางไกล
การเดินทาง: จากใจกลางเมืองยโสธรใช้ถนนในเขตตำบลในเมืองมุ่งหน้าไปสวนสาธารณะบุ่งน้อย-บุ่งใหญ่ การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างสะดวก และสามารถเชื่อมกับสถานที่สำคัญอื่นในตัวเมืองได้ง่าย

12. โครงการพัฒนาพื้นที่หนองอึ่ง ตั้งอยู่ในตำบลค้อเหนือ อำเภอเมืองยโสธร เป็นพื้นที่ที่สะท้อนแนวคิดการพัฒนาชุมชนโดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติเป็นฐาน ทั้งเรื่องป่า น้ำ เกษตรกรรม และการสร้างอาชีพให้คนในพื้นที่สามารถพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น
ไฮไลต์: การจัดการทรัพยากรน้ำและป่าชุมชน การพัฒนาอาชีพ การเรียนรู้วิถีเกษตร และแนวทางการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับธรรมชาติ เหมาะกับผู้ที่สนใจเกษตรยั่งยืนและการพัฒนาชุมชนมากกว่าการท่องเที่ยวเชิงบันเทิง
หนองอึ่งและพื้นที่โดยรอบมีบทบาทต่อการดำรงชีวิตของชุมชน ทั้งในฐานะแหล่งน้ำ พื้นที่เกษตร และทรัพยากรที่เกี่ยวข้องกับอาหารและรายได้ การพัฒนาพื้นที่จึงไม่ได้มุ่งเปลี่ยนธรรมชาติให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ แต่เน้นการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสมและสร้างประโยชน์ระยะยาวให้คนในพื้นที่
หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจคือความสัมพันธ์ระหว่างป่าชุมชนกับเศรษฐกิจครัวเรือน ชาวบ้านสามารถใช้ทรัพยากรจากพื้นที่ภายใต้การจัดการที่เหมาะสม พร้อมกับสร้างผลิตภัณฑ์และกิจกรรมที่ช่วยเพิ่มรายได้ แนวคิดนี้ทำให้หนองอึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีของการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรระดับชุมชน
ผู้มาเยือนจะได้เห็นภูมิทัศน์ของชนบทอีสานที่ประกอบด้วยพื้นที่น้ำ ป่า และแปลงเกษตร การเดินทางในช่วงฤดูฝนจะได้เห็นพื้นที่เขียวชอุ่ม ขณะที่ช่วงฤดูหนาวเหมาะกับการเดินศึกษาพื้นที่เพราะอากาศสบายกว่า
สถานที่นี้เหมาะสำหรับครอบครัว กลุ่มนักเรียน นักศึกษา หรือหน่วยงานที่สนใจแนวคิดการพัฒนาชุมชน สามารถใช้เวลาเรียนรู้ระบบจัดการพื้นที่และพูดคุยกับชุมชนเพื่อเข้าใจว่าการอนุรักษ์และเศรษฐกิจท้องถิ่นสามารถดำเนินไปพร้อมกันได้อย่างไร
เนื่องจากสถานที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองมากนัก จึงสามารถจัดเป็นจุดเที่ยวครึ่งวันร่วมกับแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอเมือง แล้วกลับเข้าเมืองเพื่อเที่ยวบ้านสิงห์ท่าหรือสวนสาธารณะพญาแถนต่อในช่วงเย็นได้
การเดินทาง: จากตัวเมืองยโสธรมุ่งหน้าไปตำบลค้อเหนือ อำเภอเมืองยโสธร จากนั้นเข้าสู่พื้นที่โครงการตามถนนท้องถิ่น การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุดและควรใช้ GPS ช่วยนำทางเมื่อเข้าใกล้พื้นที่ชุมชน
Map (GPS):https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.826188,104.053906&travelmode=driving

13. หมู่บ้านทำหมอนขิตบ้านศรีฐาน ตั้งอยู่ในตำบลศรีฐาน อำเภอป่าติ้ว เป็นชุมชนหัตถกรรมที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดยโสธร โดยเฉพาะการผลิตหมอนขิด หมอนสามเหลี่ยม และหมอนขวาน ซึ่งกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมโยงกับภาพจำของจังหวัดอย่างชัดเจน
ไฮไลต์: หมอนขิด หมอนสามเหลี่ยม หมอนขวาน งานเย็บผ้าพื้นบ้าน กระบวนการผลิตในครัวเรือน และการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตในชุมชนโดยตรง
ภูมิปัญญาการทำหมอนขิดของบ้านศรีฐานได้รับการสืบทอดต่อกันมาหลายรุ่น จากเดิมที่เป็นงานใช้ภายในครัวเรือนและชุมชน ก่อนพัฒนาเป็นสินค้าและของฝากที่สามารถจำหน่ายไปยังพื้นที่อื่นของประเทศ รูปทรงและสีสันของหมอนจึงพัฒนาไปตามความต้องการของตลาด ขณะที่ทักษะพื้นฐานด้านการเย็บและการประกอบยังคงอาศัยฝีมือของคนในชุมชน
ขั้นตอนการทำหมอนต้องใช้ความละเอียด ตั้งแต่การเลือกผ้า การตัดชิ้นส่วน การเย็บ การประกอบรูปทรง ไปจนถึงการบรรจุวัสดุด้านใน แต่ละขั้นตอนมีผลต่อความแข็งแรงและรูปทรงของผลิตภัณฑ์ การได้เห็นกระบวนการผลิตจริงช่วยให้เข้าใจว่าหมอนแต่ละใบต้องผ่านแรงงานและประสบการณ์ของช่างมากเพียงใด
ผลิตภัณฑ์ของชุมชนไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะหมอนสามเหลี่ยมแบบดั้งเดิม แต่ยังพัฒนาเป็นเบาะรองนั่ง หมอนอิง หมอนรูปทรงต่าง ๆ และผลิตภัณฑ์สำหรับตกแต่งบ้าน ทำให้งานหัตถกรรมสามารถปรับตัวเข้ากับการใช้งานร่วมสมัยโดยยังรักษาเอกลักษณ์ของชุมชนไว้
การซื้อสินค้าโดยตรงจากบ้านศรีฐานช่วยกระจายรายได้สู่ผู้ผลิตและครัวเรือนในชุมชน และยังเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวเลือกสี ขนาด และรูปแบบที่หลากหลายกว่าการซื้อจากร้านของฝากทั่วไป หากมีเวลา ควรพูดคุยกับผู้ผลิตเพื่อเรียนรู้ว่าหมอนแต่ละแบบมีความแตกต่างกันอย่างไร
บ้านศรีฐานเหมาะกับการจัดอยู่ในเส้นทางท่องเที่ยววัฒนธรรมและชุมชน สามารถเดินทางต่อไปยังกุดชุม ทรายมูล หรือสถานที่ทางธรรมชาติในพื้นที่ใกล้เคียงได้ ทำให้หนึ่งวันมีทั้งงานหัตถกรรม วิถีชุมชน และสถานที่เชิงธรรมชาติ
การเดินทาง: จากตัวเมืองยโสธรใช้ทางหลวงหมายเลข 202 มุ่งหน้าอำเภอป่าติ้ว จากนั้นเข้าสู่ตำบลศรีฐานตามเส้นทางชุมชน ระยะทางจากตัวเมืองประมาณ 20 กม. รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด
Map (GPS):https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.776146,104.330985&travelmode=driving

14. บ้านทุ่งนางโอก ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองยโสธร เป็นชุมชนที่สะท้อนวิถีชีวิตและภูมิปัญญาหัตถกรรมของคนอีสาน โดยเฉพาะงานจักสานและการนำไม้ไผ่มาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน เหมาะกับผู้ที่ต้องการออกจากเส้นทางแลนด์มาร์กหลักเพื่อสัมผัสชุมชนในบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น
ไฮไลต์: งานจักสานไม้ไผ่ ผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน ภูมิปัญญาช่างชุมชน วิถีชีวิตในหมู่บ้าน และการเรียนรู้การใช้วัสดุธรรมชาติให้เกิดประโยชน์ในครัวเรือน
ไม้ไผ่เป็นวัสดุที่มีบทบาทต่อชีวิตของคนอีสานมายาวนาน ทั้งในงานก่อสร้าง เครื่องมือเกษตร ภาชนะ และของใช้ในบ้าน งานจักสานจึงไม่ใช่เพียงงานประดิษฐ์เพื่อจำหน่าย แต่เกิดจากความต้องการใช้งานจริงและการปรับวัสดุที่หาได้ในพื้นที่ให้เหมาะกับชีวิตประจำวัน
กระบวนการจักสานต้องอาศัยทั้งการเลือกไม้ไผ่ การจักตอกให้มีขนาดเหมาะสม และการควบคุมความแน่นของลาย ช่างที่มีประสบการณ์สามารถสร้างภาชนะที่แข็งแรงและใช้งานได้เป็นเวลานาน ทำให้ผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นสะท้อนทั้งทักษะและความรู้ที่เกิดจากการเรียนรู้ต่อเนื่องหลายปี
การเที่ยวบ้านทุ่งนางโอกจึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการเข้าใจว่าวัฒนธรรมอีสานยังคงอยู่ในกิจกรรมประจำวันอย่างไร นักท่องเที่ยวสามารถสังเกตวิธีการผลิต พูดคุยกับคนในชุมชน และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์โดยตรงจากผู้ทำ ซึ่งช่วยให้รายได้กลับเข้าสู่ชุมชนมากขึ้น
บรรยากาศโดยรอบยังคงมีลักษณะของชุมชนชนบทและพื้นที่เกษตร การมาเที่ยวช่วงเช้าจะได้เห็นวิถีชีวิตของคนในหมู่บ้านชัดเจน ขณะที่ช่วงบ่ายเหมาะกับการเดินทางต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง
สามารถจัดบ้านทุ่งนางโอกในเส้นทางเดียวกับหมู่บ้านนาสะไมยและบึงผือฮี โดยเน้นการเที่ยวชุมชนในช่วงเช้า แล้วปิดท้ายด้วยบรรยากาศธรรมชาติและพื้นที่ชุ่มน้ำช่วงเย็น
การเดินทาง: จากตัวเมืองยโสธรมุ่งหน้าไปตำบลทุ่งนางโอก ใช้ถนนท้องถิ่นเข้าสู่หมู่บ้าน รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด และสามารถใช้ GPS ช่วยนำทางเมื่อเข้าสู่พื้นที่ชุมชน
Map (GPS):https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.879640,104.166810&travelmode=driving

15. หมู่บ้านนาสะไมย ตั้งอยู่ในตำบลนาสะไมย์ อำเภอเมืองยโสธร เป็นชุมชนที่มีความน่าสนใจด้านภูมิปัญญางานไม้ งานจักสาน และการผลิตของใช้พื้นบ้านที่พัฒนาจากวัสดุและทรัพยากรในท้องถิ่น
ไฮไลต์: กระติบข้าว งานจักสานไม้ไผ่ งานไม้และของใช้พื้นบ้าน วิถีชุมชน และผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างหัตถกรรมกับการดำรงชีวิตของครอบครัวอีสาน
กระติบข้าวเป็นหนึ่งในของใช้ที่ผูกพันกับชีวิตของคนอีสานมากที่สุด เพราะข้าวเหนียวเป็นอาหารหลักของภูมิภาค การสานกระติบจึงพัฒนาขึ้นจากความต้องการรักษาความร้อนและความนุ่มของข้าว พร้อมกับต้องมีน้ำหนักเบาและพกพาได้สะดวก
รูปแบบของการจักสานสามารถสะท้อนทักษะของช่างผ่านความละเอียดของตอก ความสม่ำเสมอของลาย และรูปทรงของภาชนะ งานที่ดูเรียบง่ายจึงต้องใช้ประสบการณ์และความแม่นยำสูง โดยเฉพาะขั้นตอนการเตรียมวัสดุก่อนเริ่มสาน
นอกจากกระติบข้าวแล้ว ชุมชนยังมีผลิตภัณฑ์จากไม้และวัสดุธรรมชาติอีกหลายรูปแบบ การพัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับการใช้งานสมัยใหม่ช่วยให้ภูมิปัญญาเหล่านี้ยังสร้างรายได้และมีเหตุผลที่จะส่งต่อให้คนรุ่นใหม่
นักท่องเที่ยวที่สนใจงานคราฟต์และของฝากท้องถิ่นสามารถใช้เวลาเดินชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากชุมชนโดยตรง การพูดคุยกับผู้ผลิตช่วยให้เข้าใจขั้นตอนและคุณค่าของงานแต่ละชิ้น ซึ่งแตกต่างจากการซื้อสินค้าที่ผ่านร้านค้าคนกลาง
หมู่บ้านนาสะไมยเหมาะกับการจัดร่วมกับบ้านทุ่งนางโอกและบึงผือฮี เนื่องจากอยู่ในโซนเดียวกัน การรวมทั้ง 3 แห่งไว้ในเส้นทางเดียวจะได้ทั้งงานหัตถกรรม วิถีชุมชน และพื้นที่ธรรมชาติ
การเดินทาง: จากตัวเมืองยโสธรมุ่งหน้าไปตำบลนาสะไมย์ ใช้ถนนท้องถิ่นเข้าสู่หมู่บ้าน รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด และควรใช้ GPS ช่วยในช่วงทางแยกภายในชุมชน
Map (GPS):https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.881346,104.241330&travelmode=driving

16. ลำน้ำชี เป็นหนึ่งในแม่น้ำสายสำคัญที่สุดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและมีบทบาทโดยตรงต่อภูมิประเทศ เกษตรกรรม และการตั้งถิ่นฐานของชุมชนในจังหวัดยโสธร พื้นที่ลำน้ำชีในเขตยโสธรจึงไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะด้านธรรมชาติ แต่ยังสัมพันธ์กับวิถีชีวิตและเศรษฐกิจของคนริมฝั่งมายาวนาน
ไฮไลต์: ทิวทัศน์แม่น้ำชี วิถีชุมชนริมน้ำ พื้นที่เกษตรริมฝั่ง บรรยากาศชนบท และการชมการเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำตามฤดูกาล
แม่น้ำชีเป็นแหล่งน้ำสำคัญสำหรับพื้นที่เกษตรจำนวนมากในภาคอีสาน รวมถึงจังหวัดยโสธร น้ำจากแม่น้ำถูกใช้ทั้งเพื่อการเกษตร การดำรงชีวิต และกิจกรรมของชุมชน ทำให้หมู่บ้านและพื้นที่เพาะปลูกจำนวนมากมีความสัมพันธ์กับระดับน้ำและฤดูกาลอย่างใกล้ชิด
ลักษณะของแม่น้ำเปลี่ยนแปลงชัดเจนระหว่างฤดูฝนและฤดูแล้ง ช่วงฤดูฝนน้ำจะมากและพื้นที่รอบข้างเขียวชอุ่ม ขณะที่ฤดูแล้งบางบริเวณจะเห็นแนวตลิ่งและพื้นที่ริมน้ำมากขึ้น การมาในแต่ละช่วงจึงให้ภาพของแม่น้ำที่แตกต่างกัน
ผู้ที่สนใจถ่ายภาพควรมาในช่วงเช้าหรือปลายบ่าย เพราะแสงจะนุ่มและช่วยให้เห็นเงาสะท้อนบนผิวน้ำได้ชัดกว่า ช่วงพระอาทิตย์ใกล้ตกยังเหมาะกับการชมบรรยากาศชนบทโดยรอบซึ่งมีท้องฟ้าเปิดกว้าง
พื้นที่ริมน้ำยังช่วยให้เข้าใจว่าภูมิประเทศมีผลต่ออาหารและชีวิตของคนยโสธรอย่างไร ปลาและทรัพยากรจากแหล่งน้ำมีบทบาทต่ออาหารพื้นบ้าน ขณะที่พื้นที่ลุ่มริมแม่น้ำเหมาะกับกิจกรรมทางการเกษตรในหลายฤดูกาล
หากต้องการเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ สามารถจัดลำน้ำชีร่วมกับวังมัจฉาและพื้นที่ชุมชนในตำบลเขื่องคำ เพื่อให้ได้ทั้งทัศนียภาพของแม่น้ำและกิจกรรมที่สัมพันธ์กับแหล่งน้ำในท้องถิ่น
การเดินทาง: จากตัวเมืองยโสธรมุ่งหน้าไปตำบลเขื่องคำ จากนั้นใช้ถนนท้องถิ่นเข้าสู่จุดริมลำน้ำชี รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุดและสามารถจัดเที่ยวต่อเนื่องกับวังมัจฉาได้
Map (GPS):https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.787985,104.138925&travelmode=driving

17. วังมัจฉา ตั้งอยู่บริเวณบ้านกว้าง ตำบลเขื่องคำ อำเภอเมืองยโสธร เป็นแหล่งพักผ่อนที่เชื่อมโยงกับพื้นที่น้ำและวิถีชุมชน เหมาะกับครอบครัวและผู้ที่ต้องการแวะพักจากเส้นทางเที่ยวตัวเมืองในบรรยากาศที่สงบกว่า
ไฮไลต์: แหล่งปลาธรรมชาติ พื้นที่ริมน้ำ บรรยากาศร่มรื่น การให้อาหารปลา และการพักผ่อนท่ามกลางชุมชนท้องถิ่น
ชื่อวังมัจฉาสื่อถึงบริเวณที่มีปลาอาศัยอยู่จำนวนมากและได้รับการดูแลจากคนในชุมชน พื้นที่ลักษณะนี้พบได้ในหลายส่วนของภาคอีสาน โดยมักเกิดจากความร่วมมือในการอนุรักษ์ปลาและการกำหนดพื้นที่บางช่วงไม่ให้จับสัตว์น้ำ
การอนุรักษ์ปลาในลักษณะดังกล่าวมีทั้งมิติด้านธรรมชาติและวัฒนธรรม เพราะความเชื่อทางศาสนาและการทำบุญสามารถมีส่วนช่วยให้ชุมชนดูแลแหล่งน้ำและสัตว์น้ำ การให้อาหารปลาจึงกลายเป็นกิจกรรมที่คนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวนิยมทำ
บรรยากาศโดยรอบเหมาะกับการพักผ่อนมากกว่าการท่องเที่ยวที่ต้องทำกิจกรรมจำนวนมาก ผู้ที่เดินทางกับเด็กหรือผู้สูงอายุสามารถใช้สถานที่นี้เป็นจุดพักก่อนเดินทางต่อไปยังสถานที่อื่นในอำเภอเมือง
ควรเลือกใช้อาหารปลาที่เหมาะสมและหลีกเลี่ยงการทิ้งถุงพลาสติกหรือเศษอาหารลงในน้ำ เพราะคุณภาพของแหล่งน้ำมีผลโดยตรงต่อปลาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบจะช่วยรักษาพื้นที่ให้คนในชุมชนสามารถใช้ประโยชน์ต่อไปได้
วังมัจฉาสามารถจัดเที่ยวร่วมกับลำน้ำชีได้ เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ตำบลเขื่องคำเช่นเดียวกัน ช่วงปลายบ่ายเหมาะกับการเที่ยวทั้งสองจุดเพราะอากาศไม่ร้อนและแสงเหมาะกับการชมวิวริมน้ำ
การเดินทาง: จากตัวเมืองยโสธรมุ่งหน้าไปตำบลเขื่องคำและบ้านกว้าง ใช้รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด ถนนเข้าสู่พื้นที่สามารถใช้รถยนต์ทั่วไปได้ และสามารถเดินทางต่อไปยังลำน้ำชีได้ในเส้นทางเดียวกัน
Map (GPS):https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.758735,104.168088&travelmode=driving

18. กุดกะเหลิบ เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติในพื้นที่อำเภอเมืองยโสธร ครอบคลุมบริเวณตำบลหนองหินและพื้นที่ใกล้เคียง มีบทบาททั้งด้านระบบนิเวศ แหล่งน้ำของชุมชน และพื้นที่พักผ่อนที่ยังคงบรรยากาศแบบชนบท
ไฮไลต์: ผืนน้ำเปิดกว้าง พื้นที่ชุ่มน้ำ วิวชนบท บรรยากาศสงบ การชมพระอาทิตย์ตก และสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการดูนกและถ่ายภาพธรรมชาติ
คำว่า “กุด” ในภูมิประเทศอีสานมักใช้เรียกแหล่งน้ำหรือร่องน้ำที่แยกตัวจากทางน้ำหลัก พื้นที่ลักษณะนี้มีความสำคัญต่อระบบนิเวศเพราะเป็นทั้งแหล่งน้ำ แหล่งอาหาร และพื้นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำและนกหลายชนิด
กุดกะเหลิบมีความน่าสนใจจากบรรยากาศเปิดโล่งและความเงียบสงบ แตกต่างจากสวนสาธารณะที่ได้รับการพัฒนาเต็มรูปแบบ ผู้มาเยือนจึงจะได้สัมผัสภูมิทัศน์ธรรมชาติและพื้นที่เกษตรโดยรอบมากกว่าองค์ประกอบเพื่อการท่องเที่ยวที่สร้างขึ้นใหม่
ช่วงเช้าเหมาะกับการดูนกและชมแสงเหนือผิวน้ำ ส่วนช่วงเย็นเหมาะกับการดูพระอาทิตย์ตก โดยเฉพาะวันที่ท้องฟ้าเปิด พื้นที่น้ำกว้างช่วยให้มองเห็นท้องฟ้าได้ไกลและมีเงาสะท้อนบนผิวน้ำ
ระดับน้ำและลักษณะภูมิทัศน์เปลี่ยนไปตามฤดูกาล ฤดูฝนพื้นที่โดยรอบจะเขียวและมีน้ำมาก ขณะที่ฤดูแล้งบางส่วนอาจเห็นแนวตลิ่งหรือพืชน้ำชัดขึ้น จึงสามารถมาเที่ยวได้หลายช่วงแต่จะได้บรรยากาศต่างกัน
เนื่องจากไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วน ควรเตรียมน้ำดื่มและสิ่งของจำเป็นติดรถ รวมถึงหลีกเลี่ยงการลงเล่นน้ำในบริเวณที่ไม่ทราบระดับความลึกหรือสภาพพื้นใต้น้ำ
การเดินทาง: จากตัวเมืองยโสธรมุ่งหน้าไปพื้นที่ตำบลหนองเป็ดและหนองหิน จากนั้นใช้ถนนท้องถิ่นเข้าสู่บริเวณกุดกะเหลิบ รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุดและควรใช้ GPS ช่วยเลือกจุดเข้าถึงริมแหล่งน้ำ
Map (GPS):https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.856921,104.309461&travelmode=driving

19. แหล่งโบราณคดีบ้านหมากมาย ตั้งอยู่ที่บ้านหมากมาย ตำบลค้อวัง อำเภอค้อวัง เป็นชุมชนโบราณที่มีความสำคัญต่อการศึกษาการตั้งถิ่นฐานทางตอนใต้ของจังหวัดยโสธร พื้นที่มีลักษณะเป็นเนินดินขนาดใหญ่ มีคูน้ำล้อมรอบ มีสระน้ำโบราณ และมีลำห้วยพระบางเป็นองค์ประกอบทางภูมิศาสตร์ที่สัมพันธ์กับชุมชน
ไฮไลต์: เนินดินชุมชนโบราณสูงประมาณ 2–3 เมตร แนวคูน้ำล้อมรอบ สระน้ำโบราณ 3 แห่ง ลำห้วยพระบาง ใบเสมา และเศษภาชนะดินเผาเนื้อทรายหยาบ ซึ่งช่วยอธิบายการอยู่อาศัยและความเชื่อของชุมชนที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมทวารวดีและเขมร
ชุมชนโบราณบ้านหมากมายมีอายุประมาณ 1,500–1,000 ปีมาแล้ว ตั้งอยู่บนเนินดินท่ามกลางพื้นที่ราบทุ่งนา ทำเลเช่นนี้สะท้อนการเลือกพื้นที่ที่มีทั้งความปลอดภัยจากน้ำและสามารถเข้าถึงแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและการดำรงชีวิตได้สะดวก
การพบใบเสมาเป็นหลักฐานสำคัญที่ชี้ถึงอิทธิพลพุทธศาสนาในวัฒนธรรมทวารวดี ขณะที่บริบทของพื้นที่ยังสัมพันธ์กับวัฒนธรรมเขมรในช่วงประวัติศาสตร์ตอนต้น ทำให้บ้านหมากมายเป็นตัวอย่างของชุมชนที่รับและปรับอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากหลายเครือข่ายเข้ากับบริบทท้องถิ่น
เศษภาชนะดินเผาเนื้อทรายหยาบสีส้มและสีนวลที่พบในพื้นที่เป็นหลักฐานของกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การหุงหาอาหาร การเก็บน้ำ และการใช้ภาชนะในครัวเรือน เมื่อพิจารณาร่วมกับคูน้ำ สระน้ำ และเนินดิน จึงช่วยให้เห็นภาพของชุมชนโบราณได้ชัดกว่าการมองวัตถุแต่ละชิ้นแยกจากกัน
จุดเด่นของการเที่ยวบ้านหมากมายคือการอ่านภูมิทัศน์ทั้งผืน นักท่องเที่ยวควรสังเกตแนวคูน้ำ สระน้ำโบราณ 3 แห่ง ลำห้วยพระบาง และตำแหน่งของวัดกับชุมชนปัจจุบัน เพราะองค์ประกอบทั้งหมดช่วยสะท้อนความต่อเนื่องของการใช้พื้นที่จากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน
บ้านหมากมายสามารถจัดเส้นทางร่วมกับดอนพระธาตุในอำเภอค้อวัง เพื่อสร้างเส้นทางประวัติศาสตร์ตอนใต้ของยโสธร ผู้มาเยือนควรเคารพพื้นที่ชุมชน ไม่เดินเข้าเขตไร่นาหรือพื้นที่ส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่เก็บเศษภาชนะ หิน หรือวัตถุจากพื้นที่กลับออกไป
การเดินทาง: ใช้เส้นทางถนนระหว่างอำเภอค้อวัง จังหวัดยโสธร กับอำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ แล้วแยกเข้าสู่บ้านหมากมายไปทางทิศตะวันออกประมาณ 1 กม. หากเริ่มจากตัวเมืองยโสธรให้เดินทางลงมาทางอำเภอค้อวัง รถยนต์ส่วนตัวเหมาะที่สุด
Map (GPS):https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.350385,104.355673&travelmode=driving

20. อ่างเก็บน้ำห้วยสะแบก ตั้งอยู่ในตำบลบุ่งค้า อำเภอเลิงนกทา เป็นอ่างเก็บน้ำที่มีความสำคัญต่อพื้นที่ด้านการเกษตรและการจัดการน้ำ ขณะเดียวกันยังเป็นจุดพักผ่อนที่มีทิวทัศน์เปิดกว้างและบรรยากาศสงบ เหมาะกับการแวะระหว่างเที่ยวสถานที่ทางตอนเหนือของจังหวัด
ไฮไลต์: ผืนน้ำกว้าง สันอ่างเก็บน้ำ แนวภูเขาและพื้นที่ธรรมชาติโดยรอบ จุดชมวิวช่วงเย็น และทำเลที่สามารถเชื่อมเส้นทางกับวัดภูสูงและโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ได้สะดวก
อ่างเก็บน้ำมีบทบาทหลักด้านการจัดการน้ำสำหรับพื้นที่เกษตร ทำให้สถานที่แห่งนี้สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างทรัพยากรน้ำกับวิถีชีวิตของชุมชนเลิงนกทาอย่างชัดเจน ในจังหวัดที่มีพื้นที่เกษตรจำนวนมาก แหล่งน้ำลักษณะนี้มีความสำคัญต่อทั้งการเพาะปลูกและการดำรงชีวิตของคนในพื้นที่
ในมุมการท่องเที่ยว จุดเด่นคือพื้นที่เปิดกว้างและทัศนียภาพของผิวน้ำที่ตัดกับแนวพื้นที่สูงโดยรอบ บรรยากาศเงียบกว่าสถานที่ท่องเที่ยวหลักในตัวเมือง เหมาะกับผู้ที่ต้องการพักระหว่างการขับรถหรือใช้เวลาชมธรรมชาติโดยไม่มีกิจกรรมเร่งรีบ
ช่วงปลายบ่ายเป็นเวลาที่เหมาะกับการมาเที่ยว เพราะอากาศเริ่มลดความร้อนและแสงจากด้านข้างช่วยให้ผิวน้ำมีมิติมากขึ้น หากสภาพอากาศเปิดสามารถชมท้องฟ้าเปลี่ยนสีในช่วงใกล้พระอาทิตย์ตกได้จากบริเวณรอบอ่าง
ภูมิทัศน์จะเปลี่ยนแปลงตามระดับน้ำและฤดูกาล ช่วงฤดูฝนและหลังฤดูฝนมักเห็นพื้นที่โดยรอบเขียวกว่า ส่วนฤดูแล้งระดับน้ำอาจลดลงและเผยให้เห็นแนวตลิ่งมากขึ้น ทำให้การมาเที่ยวแต่ละช่วงได้บรรยากาศแตกต่างกัน
ผู้ที่ต้องการเที่ยวโซนบุ่งค้าและพื้นที่ใกล้เคียงแบบเต็มวันสามารถเริ่มจากวัดภูสูง แล้วมาปิดท้ายที่อ่างเก็บน้ำห้วยสะแบกช่วงเย็น เส้นทางลักษณะนี้ช่วยลดการขับรถย้อนและได้ครบทั้งชุมชน ศาสนา และธรรมชาติ
เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำเพื่อการใช้งานจริง ไม่ควรลงเล่นน้ำในพื้นที่ที่ไม่ได้กำหนดหรือจุดที่ไม่ทราบความลึก และควรนำขยะกลับออกจากพื้นที่เพื่อรักษาสภาพแวดล้อมของอ่างเก็บน้ำและชุมชนโดยรอบ
การเดินทาง: จากตัวอำเภอเลิงนกทามุ่งหน้าไปตำบลบุ่งค้า แล้วใช้ถนนท้องถิ่นเข้าสู่อ่างเก็บน้ำห้วยสะแบก รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด และสามารถจัดเส้นทางร่วมกับวัดภูสูงได้
Map (GPS):https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.163595,104.701057&travelmode=driving

21. ฝายน้ำล้นลำน้ำยัง ตั้งอยู่บริเวณบ้านใหม่ชุมพร ตำบลเดิด อำเภอเมืองยโสธร เป็นแหล่งน้ำที่มีความสำคัญต่อชุมชนและพื้นที่เกษตรโดยรอบ ขณะเดียวกันยังเป็นจุดพักผ่อนที่ช่วยให้เห็นภูมิทัศน์ของลำน้ำยังและวิถีชนบทของจังหวัดยโสธรได้อย่างชัดเจน
ไฮไลต์: แนวฝายน้ำล้น กระแสน้ำที่ไหลผ่านตัวฝายในช่วงที่มีปริมาณน้ำมาก บรรยากาศริมลำน้ำยัง พื้นที่เกษตรรอบชุมชน และมุมชมธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล
ลำน้ำยังเป็นหนึ่งในลำน้ำสำคัญที่หล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตรในภาคอีสานตอนกลาง การสร้างฝายช่วยชะลอน้ำและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำสำหรับชุมชน เมื่อระดับน้ำสูงพอ น้ำจะไหลล้นผ่านแนวฝายเป็นแนวกว้าง เกิดเป็นภาพที่แตกต่างจากช่วงฤดูแล้งอย่างชัดเจน
ในช่วงฤดูฝนหรือหลังมีฝนตกต่อเนื่อง พื้นที่โดยรอบจะมีความเขียวชอุ่มและมีกระแสน้ำมาก เหมาะกับการชมธรรมชาติและถ่ายภาพ ส่วนฤดูแล้งจะเห็นโครงสร้างของฝายและลักษณะของลำน้ำได้ชัดขึ้น การมาเที่ยวต่างฤดูกาลจึงให้บรรยากาศไม่เหมือนกัน
ฝายแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงจุดพักผ่อน แต่ยังช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างแหล่งน้ำกับการเกษตรของชุมชน เพราะพื้นที่นาหลายแห่งต้องพึ่งพาการจัดการน้ำตามฤดูกาล การมาเยือนจึงสามารถเชื่อมโยงเรื่องธรรมชาติกับวิถีเกษตรของยโสธรได้อย่างเป็นรูปธรรม
ผู้ที่เดินทางในช่วงน้ำมากควรระมัดระวังกระแสน้ำเป็นพิเศษ ไม่ควรลงเล่นน้ำหรือเข้าใกล้แนวฝายในบริเวณที่น้ำไหลแรง และควรหลีกเลี่ยงการยืนบนพื้นเปียกหรือลื่นใกล้ขอบน้ำ
ช่วงเช้าและปลายบ่ายเหมาะกับการมาเที่ยวมากที่สุด เพราะอากาศไม่ร้อนและแสงช่วยให้เห็นมิติของสายน้ำและพื้นที่เกษตรโดยรอบได้ดีขึ้น
การเดินทาง: จากตัวเมืองยโสธรมุ่งหน้าไปตำบลเดิด จากนั้นเข้าสู่บ้านใหม่ชุมพรตามถนนท้องถิ่น รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด และควรใช้ GPS ช่วยนำทางเมื่อเข้าใกล้ลำน้ำยัง
Map (GPS):https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.962860,104.033140&travelmode=driving

22. บึงผือฮี ตั้งอยู่ที่บ้านผือฮี ตำบลนาสะไมย์ อำเภอเมืองยโสธร เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญต่อทั้งระบบนิเวศและวิถีชีวิตของชุมชนโดยรอบ บึงแห่งนี้มีลักษณะเป็นแหล่งน้ำกว้างท่ามกลางพื้นที่ชนบท เหมาะกับการพักผ่อน ชมธรรมชาติ และสัมผัสบรรยากาศเงียบสงบที่แตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวในตัวเมือง
ไฮไลต์: พื้นที่ชุ่มน้ำขนาดกว้าง วิวผืนน้ำและท้องฟ้า การดูนก บรรยากาศชนบท วิถีชุมชนรอบบึง และทัศนียภาพที่สวยงามในช่วงเช้าและเย็น
พื้นที่ชุ่มน้ำอย่างบึงผือฮีมีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศ เพราะเป็นแหล่งน้ำของสัตว์ เป็นพื้นที่อาศัยของนกและสัตว์น้ำ รวมถึงเป็นแหล่งทรัพยากรที่ชุมชนใช้ประโยชน์ในหลายรูปแบบ จึงเป็นสถานที่ที่เหมาะกับผู้ที่สนใจธรรมชาติและต้องการเห็นความสัมพันธ์ระหว่างแหล่งน้ำกับชีวิตของคนในพื้นที่
ช่วงเช้ามักเป็นเวลาที่เหมาะกับการดูนกและสัมผัสอากาศเย็น ส่วนช่วงปลายบ่ายเหมาะกับการถ่ายภาพ เพราะแสงอาทิตย์จะสะท้อนบนผิวน้ำและทำให้แนวพืชรอบบึงมีมิติมากขึ้น วันที่ท้องฟ้าเปิดจะมองเห็นวิวกว้างและให้บรรยากาศสงบมากเป็นพิเศษ
ลักษณะของบึงจะเปลี่ยนตามฤดูกาล ช่วงฝนและหลังฤดูฝนระดับน้ำจะสูงและพื้นที่โดยรอบเขียวชอุ่ม ส่วนฤดูแล้งอาจเห็นแนวพืชน้ำและพื้นที่ตื้นชัดขึ้น ทำให้ผู้ที่กลับมาเที่ยวต่างช่วงปีเห็นภูมิทัศน์ที่แตกต่างกัน
บึงผือฮีเหมาะกับการเที่ยวร่วมกับหมู่บ้านนาสะไมย เพราะทั้งสองแห่งอยู่ในโซนเดียวกัน สามารถเริ่มต้นจากการเรียนรู้หัตถกรรมและวิถีชุมชนก่อน แล้วปิดท้ายด้วยการชมธรรมชาติที่บึงในช่วงปลายบ่าย
ผู้มาเยือนควรรักษาความสะอาด ไม่ทิ้งขยะลงในน้ำ และหลีกเลี่ยงการรบกวนนกหรือสัตว์ที่อาศัยอยู่บริเวณบึง โดยเฉพาะในช่วงที่มีการทำรังหรือรวมฝูง
การเดินทาง: จากตัวเมืองยโสธรมุ่งหน้าไปตำบลนาสะไมย์และบ้านผือฮี ใช้รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด สามารถจัดเที่ยวต่อเนื่องกับหมู่บ้านนาสะไมยได้โดยไม่ย้อนเส้นทางมาก
Map (GPS):https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.921900,104.240600&travelmode=driving

23. ป่าสงวนแห่งชาติดงมะไฟ เป็นผืนป่าที่มีความสำคัญต่อทรัพยากรธรรมชาติของจังหวัดยโสธร โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอทรายมูลและพื้นที่ใกล้เคียง มีบทบาททั้งในฐานะแหล่งต้นน้ำ แหล่งอาหารของชุมชน พื้นที่อนุรักษ์พันธุ์พืช และระบบนิเวศที่เชื่อมโยงกับพื้นที่เกษตรโดยรอบ
ไฮไลต์: ป่าธรรมชาติ พรรณไม้พื้นถิ่น ระบบนิเวศป่า วิถีชุมชนรอบป่า และโอกาสในการเรียนรู้เรื่องการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรับผิดชอบ
ผืนป่าดงมะไฟมีความสำคัญต่อชุมชนในหลายด้าน ทั้งการรักษาความชุ่มชื้นของพื้นที่ เป็นแหล่งอาหารตามฤดูกาล และเป็นพื้นที่ที่ช่วยคงความหลากหลายทางชีวภาพของจังหวัด ในบางช่วงของปีชุมชนรอบป่ายังใช้ประโยชน์จากเห็ด หน่อไม้ ผักพื้นบ้าน และผลผลิตจากป่าภายใต้กติกาที่ชุมชนร่วมกันดูแล
การเที่ยวพื้นที่ป่าสงวนมีลักษณะแตกต่างจากการเที่ยวอุทยานที่มีเส้นทางและสิ่งอำนวยความสะดวกชัดเจน นักท่องเที่ยวจึงควรเข้าใจว่าพื้นที่ป่าเป็นทรัพยากรที่มีหน้าที่หลักด้านการอนุรักษ์ ไม่ควรออกนอกเส้นทางหรือเข้าไปในบริเวณที่ไม่ได้เปิดให้ใช้ประโยชน์
ผู้ที่สนใจธรรมชาติสามารถใช้พื้นที่นี้เป็นจุดเรียนรู้เรื่องป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ และระบบนิเวศของอีสาน รวมถึงสังเกตความเปลี่ยนแปลงของป่าตามฤดูกาล ช่วงฝนจะมีความเขียวชอุ่มมาก ส่วนฤดูแล้งจะเห็นโครงสร้างของป่าและสภาพพืชพรรณอีกแบบหนึ่ง
หากต้องการเข้าไปศึกษาพื้นที่ลึกกว่าจุดที่ชุมชนใช้งานทั่วไป ควรติดต่อหน่วยงานหรือสอบถามชุมชนก่อน เพื่อให้ได้เส้นทางที่เหมาะสมและหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่ต้องได้รับอนุญาต
การรักษาความสะอาด ไม่เก็บพืชหรือสัตว์ออกจากพื้นที่ และไม่ก่อไฟโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากไฟป่าและการรบกวนระบบนิเวศสามารถสร้างผลกระทบต่อพื้นที่กว้างได้
การเดินทาง: จากอำเภอทรายมูลเดินทางเข้าสู่ตำบลดงมะไฟและพื้นที่ป่าโดยรอบ รถยนต์ส่วนตัวเหมาะที่สุด หากต้องการเข้าสู่พื้นที่ป่าด้านในควรสอบถามเส้นทางจากชุมชนหรือหน่วยงานที่ดูแลก่อนเดินทาง
Map (GPS):https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.994444,104.166111&travelmode=driving

24. ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงปอ ดงบังอี่ เป็นพื้นที่ป่าขนาดใหญ่ในโซนตอนเหนือของจังหวัดยโสธร มีความสำคัญด้านระบบนิเวศ แหล่งต้นน้ำ และความหลากหลายทางธรรมชาติ รวมถึงมีความสัมพันธ์กับชุมชนที่ตั้งอยู่ตามแนวชายป่าในอำเภอเลิงนกทาและพื้นที่ใกล้เคียง
ไฮไลต์: ผืนป่าธรรมชาติ แนวภูเขา ระบบนิเวศป่า แหล่งต้นน้ำ พรรณไม้พื้นถิ่น และวิถีของชุมชนที่อาศัยอยู่ใกล้พื้นที่ป่า
ป่าดงปอและดงบังอี่มีความสำคัญต่อการรักษาความสมดุลของพื้นที่ เพราะช่วยกักเก็บน้ำ ลดการพังทลายของดิน และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์และพืชหลายชนิด พื้นที่ลักษณะนี้มีบทบาทมากต่อชุมชนเกษตรกรรมซึ่งต้องพึ่งพาน้ำจากพื้นที่สูงและระบบนิเวศโดยรอบ
ภูมิประเทศที่มีทั้งป่าและพื้นที่สูงทำให้สภาพอากาศและพืชพรรณแตกต่างจากที่ราบรอบตัวเมืองยโสธรอย่างเห็นได้ชัด ช่วงฤดูฝนป่าจะเขียวหนาแน่น ส่วนฤดูหนาวเหมาะกับการเดินศึกษาธรรมชาติมากกว่าเพราะอากาศเย็นและเส้นทางแห้งขึ้น
การมาเที่ยวควรเน้นการเรียนรู้และสังเกตธรรมชาติ มากกว่าการเข้าไปทำกิจกรรมที่รบกวนพื้นที่ ผู้ที่ชอบดูนกหรือศึกษาพรรณไม้สามารถใช้เวลาตามแนวพื้นที่ที่สามารถเข้าถึงได้โดยไม่ต้องออกนอกเส้นทาง
สำหรับพื้นที่บางส่วนที่อยู่ลึกเข้าไปในป่า ควรสอบถามคนในชุมชนหรือหน่วยงานดูแลก่อนเข้า เพราะสภาพถนนและเส้นทางอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล โดยเฉพาะช่วงฝนตกหนัก
ผู้มาเยือนควรนำขยะกลับออกจากพื้นที่ ไม่เก็บพืชหรือสัตว์ และหลีกเลี่ยงการจุดไฟ การท่องเที่ยวอย่างระมัดระวังช่วยให้ผืนป่ายังคงเป็นทั้งแหล่งทรัพยากรของชุมชนและพื้นที่อนุรักษ์ในระยะยาว
การเดินทาง: จากอำเภอเลิงนกทาเดินทางเข้าสู่พื้นที่ตำบลสวาทและแนวป่าที่ต่อเนื่องกับพื้นที่ใกล้เคียง รถยนต์ส่วนตัวเหมาะที่สุด และควรตรวจสภาพทางก่อนเดินทางในฤดูฝน
Map (GPS):https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.103411,104.257023&travelmode=driving

25. ภูหินปูน หรือวัดป่าพุทธสถานภูหินปูน ตั้งอยู่บริเวณบ้านนามน ตำบลกุดชุม อำเภอกุดชุม เป็นสถานที่ที่รวมพื้นที่วัดป่า ภูเขา และธรรมชาติไว้ด้วยกัน เหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวเชิงศรัทธาควบคู่กับการสัมผัสบรรยากาศสงบของพื้นที่สูง
ไฮไลต์: วัดป่าบนพื้นที่ภูเขา บรรยากาศเงียบสงบ ป่าธรรมชาติ จุดชมภูมิประเทศโดยรอบ และพื้นที่สำหรับสักการะพระและปฏิบัติธรรม
ภูหินปูนมีบรรยากาศแตกต่างจากวัดในเขตเมืองอย่างชัดเจน เพราะพื้นที่รอบวัดยังคงมีธรรมชาติและความสงบ นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสทั้งความร่มรื่นของป่าและสภาพภูมิประเทศที่สูงขึ้นจากพื้นที่โดยรอบ
การตั้งวัดในพื้นที่ภูเขาเป็นลักษณะที่พบได้ในวัฒนธรรมวัดป่า เพราะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่สงบ เหมาะกับการปฏิบัติธรรมและการฝึกสมาธิ เสียงจากชุมชนและการจราจรมีน้อยกว่าวัดในเขตเมือง ทำให้บรรยากาศโดยรวมเรียบง่ายและสงบ
ผู้ที่มาเที่ยวควรให้ความสำคัญกับมารยาทในพื้นที่วัด แต่งกายสุภาพ ไม่ส่งเสียงดัง และหลีกเลี่ยงการรบกวนบริเวณที่พระสงฆ์หรือผู้ปฏิบัติธรรมใช้งานอยู่
เส้นทางบางช่วงอาจมีความลาดชัน จึงควรสวมรองเท้าที่เดินได้สะดวกและเตรียมน้ำดื่ม โดยเฉพาะช่วงอากาศร้อน หากมาในฤดูฝนควรระวังพื้นเปียกและเส้นทางลื่น
ภูหินปูนเหมาะกับการจัดร่วมกับภูหมากพริก เพราะอยู่ในโซนกุดชุมและให้ประสบการณ์ใกล้เคียงกันแต่มีลักษณะพื้นที่แตกต่างกัน การเที่ยวทั้งสองแห่งช่วยให้เห็นมิติของวัดป่าและภูมิประเทศทางตอนเหนือของยโสธรได้ชัดขึ้น
การเดินทาง: จากอำเภอกุดชุมใช้ทางหลวงหมายเลข 2169 มุ่งหน้าไปทางเลิงนกทา แล้วเข้าสู่เส้นทางท้องถิ่นบริเวณบ้านนามน รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุดและควรใช้ GPS ช่วยนำทางในช่วงสุดท้าย
Map (GPS):https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.141371,104.283650&travelmode=driving

26. ภูหมากพริก ตั้งอยู่ที่บ้านทองสัมฤทธิ์ ตำบลกุดชุม อำเภอกุดชุม เป็นพื้นที่ธรรมชาติและศาสนสถานบนภูเขาที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการหลีกหนีความคึกคักของเมืองและสัมผัสบรรยากาศสงบของป่าและพื้นที่สูง
ไฮไลต์: ภูเขา ป่า วัดป่า บรรยากาศสงบ จุดชมธรรมชาติ และเส้นทางที่เหมาะกับการเดินสำรวจแบบไม่เร่งรีบ
ภูหมากพริกมีลักษณะเด่นจากการอยู่ในพื้นที่สูงที่ยังคงมีธรรมชาติรายล้อม การเดินทางเข้าพื้นที่จะเห็นความเปลี่ยนแปลงจากภูมิประเทศเกษตรและชุมชนไปสู่แนวป่าที่หนาแน่นขึ้น ทำให้บรรยากาศมีความเงียบสงบอย่างชัดเจน
สถานที่นี้เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและศาสนา โดยไม่ต้องการกิจกรรมจำนวนมาก คุณค่าหลักอยู่ที่การได้ใช้เวลาในพื้นที่เงียบ ฟังเสียงธรรมชาติ และสัมผัสบรรยากาศแบบวัดป่าอีสาน
ผู้ที่มาเที่ยวควรเตรียมรองเท้าที่เหมาะกับการเดินและน้ำดื่ม โดยเฉพาะหากต้องการใช้เวลาเดินสำรวจบริเวณโดยรอบ ช่วงเช้าและฤดูหนาวเหมาะที่สุดเพราะอากาศค่อนข้างสบาย
ในฤดูฝน พื้นที่ป่าจะมีสีเขียวสดและบรรยากาศชุ่มชื้นมากขึ้น แต่เส้นทางอาจลื่นและบางช่วงอาจมีน้ำขัง จึงควรประเมินสภาพอากาศและเส้นทางก่อนขึ้นพื้นที่
สามารถจัดภูหมากพริกร่วมกับภูหินปูนและสถานที่อื่นในอำเภอกุดชุมเพื่อเป็นเส้นทางธรรมชาติและวัดป่าเต็มวัน โดยควรเผื่อเวลาเดินทางและไม่วางจำนวนสถานที่มากเกินไป
การเดินทาง: จากอำเภอกุดชุมเดินทางเข้าสู่บ้านทองสัมฤทธิ์ ตำบลกุดชุม แล้วใช้ถนนท้องถิ่นเข้าสู่พื้นที่ภูหมากพริก รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด และควรใช้ GPS ช่วยนำทาง
Map (GPS):https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.160258,104.296665&travelmode=driving

27. ดอนพระธาตุ หรือโบราณสถานดอนธาตุ ตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าชุมชนบ้านผิผ่วน ตำบลค้อวัง อำเภอค้อวัง เป็นแหล่งโบราณสถานที่มีความน่าสนใจจากการอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมธรรมชาติและชุมชนชนบททางตอนใต้ของจังหวัดยโสธร
ไฮไลต์: ร่องรอยองค์ธาตุ ซากอาคารก่ออิฐ พื้นที่ป่าชุมชน บรรยากาศสงบ และความเชื่อมโยงระหว่างโบราณสถานกับชุมชนท้องถิ่น
ร่องรอยสิ่งก่อสร้างที่ยังเหลืออยู่ช่วยให้เห็นว่าพื้นที่เคยมีความสำคัญทางศาสนาและชุมชนมาก่อน การพบองค์ประกอบก่ออิฐในพื้นที่ป่ายังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของชุมชนเมื่อเวลาผ่านไป จากพื้นที่ที่เคยถูกใช้งานอย่างเข้มข้นกลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ธรรมชาติ
ความน่าสนใจของดอนพระธาตุจึงไม่ได้อยู่ที่ความสมบูรณ์ของอาคาร แต่เป็นการได้เห็นร่องรอยอดีตในสภาพแวดล้อมจริง ผู้ที่ชอบโบราณคดีควรสังเกตแนวอิฐ ฐานอาคาร และตำแหน่งของโบราณสถานเมื่อเทียบกับพื้นที่ชุมชนโดยรอบ
การที่โบราณสถานตั้งอยู่ในป่าชุมชนทำให้พื้นที่มีบรรยากาศเงียบและร่มรื่น ขณะเดียวกันก็ต้องใช้ความระมัดระวังมากกว่าสถานที่ที่ได้รับการพัฒนาเต็มรูปแบบ ควรเดินตามทางที่มีอยู่และไม่รื้อ เคลื่อนย้าย หรือสัมผัสส่วนโบราณสถานโดยไม่จำเป็น
ผู้มาเยือนควรช่วยรักษาความสะอาดและไม่ทิ้งขยะ เนื่องจากพื้นที่ป่าชุมชนเป็นทรัพยากรที่คนในหมู่บ้านใช้ร่วมกัน การท่องเที่ยวควรทำโดยเคารพทั้งคุณค่าทางโบราณคดีและระบบนิเวศ
ดอนพระธาตุเหมาะกับผู้ที่ต้องการสำรวจยโสธรในมุมที่แตกต่างจากแลนด์มาร์กหลักและพร้อมเดินทางออกนอกเส้นทางตัวเมือง โดยสามารถจัดร่วมกับสถานที่ในอำเภอค้อวังและพื้นที่ตอนใต้ของจังหวัดได้
การเดินทาง: จากอำเภอค้อวังเข้าสู่ตำบลค้อวังและบ้านผิผ่วน จากนั้นใช้เส้นทางท้องถิ่นไปยังบริเวณป่าชุมชน รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด และควรใช้ GPS ช่วยนำทาง
Map (GPS):https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.370000,104.320000&travelmode=driving

28. ตลาดนัดโค-กระบือ ตั้งอยู่บริเวณบ้านเชียงหวาง ตำบลสำราญ อำเภอเมืองยโสธร เป็นตลาดปศุสัตว์ที่สะท้อนวิถีเศรษฐกิจชนบทของภาคอีสานได้อย่างชัดเจน และแตกต่างจากตลาดท่องเที่ยวทั่วไปเพราะกิจกรรมหลักคือการซื้อขายโคและกระบือจริงระหว่างเกษตรกร ผู้เลี้ยงสัตว์ และพ่อค้าจากหลายพื้นที่
ไฮไลต์: บรรยากาศตลาดปศุสัตว์แบบดั้งเดิม การซื้อขายโคและกระบือ วิถีของเกษตรกรอีสาน และโอกาสในการเห็นระบบเศรษฐกิจชนบทที่ยังดำเนินอยู่จริง
โคและกระบือมีบทบาทต่อสังคมเกษตรกรรมอีสานมายาวนาน ทั้งในฐานะแรงงานในไร่นา ทรัพย์สินของครัวเรือน และสัตว์เศรษฐกิจ แม้การใช้เครื่องจักรทางการเกษตรจะเพิ่มขึ้น แต่ตลาดปศุสัตว์ยังคงมีบทบาทในกระบวนการซื้อขายและการสร้างรายได้ของเกษตรกร
บรรยากาศในตลาดแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวทั่วไปอย่างมาก ผู้มาเยือนจะเห็นการต่อรองราคา การตรวจสภาพสัตว์ การเคลื่อนย้ายโคกระบือ และการพบปะระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย ทำให้สถานที่นี้เหมาะกับผู้ที่สนใจวิถีชีวิตจริงของชนบทมากกว่าการเที่ยวเชิงถ่ายภาพเพียงอย่างเดียว
ตลาดจะคึกคักมากในช่วงเช้า การมาเร็วช่วยให้เห็นกิจกรรมการซื้อขายได้เต็มรูปแบบ และยังหลีกเลี่ยงอากาศร้อนในช่วงสาย ผู้ที่ต้องการถ่ายภาพควรเคารพผู้ค้าและหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้สัตว์มากเกินไป
เนื่องจากมีสัตว์ขนาดใหญ่จำนวนมาก นักท่องเที่ยวควรระมัดระวังพื้นที่เดิน ไม่ยืนด้านหลังสัตว์ในระยะใกล้ และไม่จับหรือให้อาหารสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของ
การเที่ยวตลาดนัดโค-กระบือเหมาะกับผู้ที่สนใจวัฒนธรรมชนบท การเกษตร และเศรษฐกิจชุมชน เพราะเป็นสถานที่ที่ช่วยให้เห็นอีกด้านของยโสธรซึ่งต่างจากวัด เมืองเก่า และแหล่งธรรมชาติ
การเดินทาง: จากตัวเมืองยโสธรเดินทางไปบ้านเชียงหวาง ตำบลสำราญ รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด หากตั้งใจชมบรรยากาศตลาดเต็มรูปแบบควรเดินทางตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่
Map (GPS):https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.832876,104.111151&travelmode=driving

29. วัดภูสูง หรือพุทธอุทยานภูสูง ตั้งอยู่ที่บ้านหนองแคนน้อย ตำบลบุ่งค้า อำเภอเลิงนกทา เป็นวัดบนพื้นที่สูงที่มีจุดเด่นทั้งด้านศาสนาและทิวทัศน์ สามารถมองเห็นภูมิประเทศโดยรอบได้กว้างและให้บรรยากาศแตกต่างจากวัดในพื้นที่ราบ
ไฮไลต์: พระพุทธรูปสีขาวองค์ใหญ่บนภูสูง จุดชมวิว พื้นที่ป่าและภูเขา องค์ประกอบเกี่ยวกับพุทธประวัติ และบรรยากาศสงบที่เหมาะกับการสักการะพระและพักชมธรรมชาติ
พระพุทธรูปสีขาวขนาดใหญ่เป็นภาพเด่นของวัดและสามารถมองเห็นได้จากพื้นที่โดยรอบ ความโดดเด่นขององค์พระเมื่ออยู่บนแนวภูเขาช่วยสร้างภาพจำให้วัดภูสูงและทำให้เป็นหนึ่งในสถานที่ศรัทธาที่มีเอกลักษณ์ของอำเภอเลิงนกทา
พื้นที่โดยรอบองค์พระและบริเวณวัดเปิดออกสู่ภูมิประเทศกว้าง ทำให้สามารถชมแนวป่า พื้นที่เกษตร และภูเขาที่อยู่รอบบริเวณได้ ช่วงเช้าและปลายบ่ายเป็นเวลาที่เหมาะที่สุด เพราะอากาศไม่ร้อนและแสงทำให้ทิวทัศน์มีมิติมากขึ้น
นอกจากการสักการะพระแล้ว วัดยังเหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้เวลาในบรรยากาศสงบ การอยู่บนพื้นที่สูงช่วยลดเสียงรบกวนจากชุมชนและสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการพักใจและปฏิบัติธรรม
ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพและหลีกเลี่ยงการใช้เสียงดังบริเวณพื้นที่ปฏิบัติธรรม หากต้องเดินขึ้นหรือลงพื้นที่ลาดชันควรสวมรองเท้าที่เหมาะสม โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน
วัดภูสูงเหมาะกับการจัดเส้นทางร่วมกับอ่างเก็บน้ำห้วยสะแบก เพราะอยู่ในโซนตำบลบุ่งค้าและพื้นที่ใกล้เคียง สามารถใช้เวลาหนึ่งวันเที่ยวครบทั้งศาสนา ชุมชน และธรรมชาติ
การเดินทาง: จากอำเภอเลิงนกทามุ่งหน้าไปตำบลบุ่งค้าและบ้านหนองแคนน้อย จากนั้นใช้ถนนท้องถิ่นขึ้นไปยังวัดภูสูง รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุดและควรใช้ GPS ช่วยนำทาง
Map (GPS):https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.157944,104.643217&travelmode=driving

30. พระธาตุโพนทัน ตั้งอยู่ในตำบลโพนทัน อำเภอคำเขื่อนแก้ว เป็นปูชนียสถานที่มีความสำคัญต่อชุมชนและสะท้อนบทบาทของพระธาตุในวัฒนธรรมอีสาน ซึ่งทำหน้าที่ทั้งเป็นพื้นที่ศรัทธา จุดประกอบพิธีกรรม และศูนย์รวมของผู้คนในท้องถิ่น
ไฮไลต์: องค์พระธาตุ ความศรัทธาของชุมชน บรรยากาศศาสนสถานในชนบท และทำเลที่สามารถเชื่อมเส้นทางกับกู่จาน บ้านสงเปือย และโบราณสถานดอนเมืองเตยได้
พระธาตุในสังคมอีสานมีบทบาทมากกว่าการเป็นองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม เพราะมักเชื่อมโยงกับความเชื่อ ประวัติของชุมชน และการทำบุญประจำปี คนในพื้นที่จึงให้ความสำคัญกับการดูแลและใช้บริเวณพระธาตุเป็นสถานที่ประกอบกิจกรรมทางศาสนา
พระธาตุโพนทันมีบรรยากาศสงบและอยู่ท่ามกลางชุมชน เหมาะกับผู้ที่ต้องการสัมผัสสถานที่ศรัทธาที่ไม่ได้มีนักท่องเที่ยวหนาแน่น การมาเยือนจึงให้ความรู้สึกใกล้ชิดกับวิถีของคนในท้องถิ่นมากกว่าสถานที่ท่องเที่ยวขนาดใหญ่
ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพและรักษาความสงบ โดยเฉพาะหากมีกิจกรรมทางศาสนาหรือพิธีของชุมชน การสังเกตวิธีที่คนในพื้นที่ใช้และดูแลพระธาตุช่วยให้เข้าใจบทบาทของศาสนาในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น
สำหรับผู้สนใจประวัติศาสตร์และโบราณคดี สามารถจัดพระธาตุโพนทันเป็นจุดท้ายของเส้นทางคำเขื่อนแก้ว โดยเริ่มจากโบราณสถานดอนเมืองเตย ต่อด้วยกู่จาน ก่อนมาสักการะพระธาตุโพนทันในช่วงปลายวัน
เส้นทางลักษณะนี้ช่วยให้เห็นพัฒนาการของพื้นที่ตั้งแต่ชุมชนโบราณ หลักฐานทางโบราณคดี ไปจนถึงศาสนสถานที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน ทำให้การเที่ยวอำเภอคำเขื่อนแก้วมีความต่อเนื่องทั้งด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม
การเดินทาง: จากอำเภอคำเขื่อนแก้วเดินทางเข้าสู่ตำบลโพนทัน ใช้รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด สามารถจัดเส้นทางต่อจากกู่จาน บ้านสงเปือย และดอนเมืองเตยได้โดยไม่ต้องย้อนกลับตัวเมืองยโสธร
Map (GPS):https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.687746,104.267863&travelmode=driving
| โซนตัวเมืองยโสธร | 1. สวนสาธารณะพญาแถน 2. วัดมหาธาตุ 3. ย่านเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า 4. พระธาตุก่องข้าวน้อย 5. แหล่งโบราณคดีบ้านตาดทอง 6. อนุสาวรีย์พระสุนทรราชวงศา เหมาะกับผู้มาเที่ยวยโสธรครั้งแรก เน้นแลนด์มาร์ก ประวัติศาสตร์เมือง วัดสำคัญ และวัฒนธรรมบุญบั้งไฟ |
| โซนคำเขื่อนแก้ว | 1. โบราณสถานดอนเมืองเตย 2. กู่จาน 3. พระธาตุโพนทัน เหมาะกับสายประวัติศาสตร์ โบราณคดี พระธาตุ และผู้ที่ต้องการศึกษาพัฒนาการของชุมชนโบราณในลุ่มน้ำชี |
| โซนทรายมูล–กุดชุม | 1. หอไตรวัดสระไตรนุรักษ์ 2. ป่าสงวนแห่งชาติดงมะไฟ 3. ภูหินปูน 4. ภูหมากพริก เหมาะกับผู้สนใจสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น วัดป่า ภูเขา และธรรมชาติ |
| โซนเลิงนกทา–ไทยเจริญ | 1. ภูถ้ำพระ 2. วัดภูสูง 4. อ่างเก็บน้ำห้วยสะแบก 6. วัดอัครเทวดามิคาแอล (โบสถ์คริสต์บ้านซ่งแย้) เหมาะกับทริปธรรมชาติ ภูเขา แหล่งน้ำ ศาสนสถาน และการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ |
| สายวัดและศาสนสถาน | 1. วัดมหาธาตุ 2. พระธาตุก่องข้าวน้อย 3. หอไตรวัดสระไตรนุรักษ์ 4. กู่จาน 5. พระธาตุโพนทัน 6. วัดภูสูง 7. ภูถ้ำพระ 8. วัดอัครเทวดามิคาแอล (โบสถ์คริสต์บ้านซ่งแย้) |
| สายประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม | 1. ย่านเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า 2. โบราณสถานดอนเมืองเตย 3. แหล่งโบราณคดีบ้านตาดทอง 4. แหล่งโบราณคดีบ้านหมากมาย 5. อนุสาวรีย์พระสุนทรราชวงศา 6. พระธาตุก่องข้าวน้อย 7. หอไตรวัดสระไตรนุรักษ์ 8. วัดอัครเทวดามิคาแอล (โบสถ์คริสต์บ้านซ่งแย้) |
| สายชุมชนและหัตถกรรม | 1. หมู่บ้านทำหมอนขิตบ้านศรีฐาน 2. บ้านทุ่งนางโอก 3. หมู่บ้านนาสะไมย 4. โครงการพัฒนาพื้นที่หนองอึ่ง |
| สายธรรมชาติและแหล่งน้ำ | 1. ลำน้ำชี 2. วังมัจฉา 3. กุดกะเหลิบ 4. บึงผือฮี 5. ฝายน้ำล้นลำน้ำยัง 7. อ่างเก็บน้ำห้วยสะแบก 8. ป่าสงวนแห่งชาติดงมะไฟ 9. ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงปอ ดงบังอี่ 10. ภูหินปูน 11. ภูหมากพริก |
| อาหารที่ควรลอง | ส้มตำ ลาบ ก้อย ต้มแซ่บ แกงอ่อม ไก่ย่าง ปลาแม่น้ำ แจ่ว อาหารจากผักพื้นบ้าน ข้าวเหนียว และอาหารที่ใช้วัตถุดิบจากเกษตรอินทรีย์ของจังหวัด |
| ของฝาก | หมอนขิดและหมอนขวานบ้านศรีฐาน งานจักสานไม้ไผ่ กระติบข้าว ผลิตภัณฑ์ชุมชน ข้าวหอมมะลิ และสินค้าเกษตรแปรรูป |
| ที่พักโซนตัวเมือง | เหมาะสำหรับสวนสาธารณะพญาแถน วัดมหาธาตุ บ้านสิงห์ท่า พระธาตุก่องข้าวน้อย ร้านอาหาร และใช้เป็นฐานเดินทางไปอำเภออื่น |
| ที่พักโซนเลิงนกทา | เหมาะสำหรับภูถ้ำพระ วัดภูสูง อ่างเก็บน้ำห้วยสะแบก และวัดอัครเทวดามิคาแอล (โบสถ์คริสต์บ้านซ่งแย้) ช่วยลดเวลาขับรถกลับตัวเมือง |
| ช่วงเหมาะกับการเที่ยวโดยรวม | พฤศจิกายน–กุมภาพันธ์เหมาะกับวัด ชุมชน เมืองเก่า และพื้นที่กลางแจ้ง ช่วงเดือนพฤษภาคมเหมาะกับประเพณีบุญบั้งไฟ ส่วนฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาวเหมาะกับป่า อ่างเก็บน้ำ และพื้นที่ธรรมชาติ |
| 1 วันในตัวเมือง | เช้า: สวนสาธารณะพญาแถน – วัดมหาธาตุ บ่าย: ย่านเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า – พระธาตุก่องข้าวน้อย เย็น: กลับเข้าเมือง รับประทานอาหารอีสานและเที่ยวบรรยากาศตัวเมือง |
| 2 วัน 1 คืน | วันที่ 1: ตัวเมือง – พญาแถน – วัดมหาธาตุ – บ้านสิงห์ท่า – พระธาตุก่องข้าวน้อย วันที่ 2: ดอนเมืองเตย – กู่จาน – พระธาตุโพนทัน – แหล่งโบราณคดีบ้านตาดทอง |
| 3 วัน 2 คืน | เพิ่มบ้านศรีฐาน – บ้านทุ่งนางโอก – หมู่บ้านนาสะไมย – บึงผือฮี หรือกุดกะเหลิบ |
| 4 วัน 3 คืน | เพิ่มโซนเลิงนกทา–ไทยเจริญ เช่น โบสถ์คริสต์บ้านซ่งแย้ – ภูถ้ำพระ – วัดภูสูง – อ่างเก็บน้ำห้วยสะแบก |
| การเดินทางภายในจังหวัด | สถานที่ในตัวเมืองเดินทางค่อนข้างสะดวก แต่แหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งกระจายอยู่ต่างอำเภอ รถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถพร้อมคนขับจึงเหมาะที่สุดสำหรับการเที่ยวหลายโซน |
| การเที่ยวพื้นที่ธรรมชาติอย่างปลอดภัย | ตรวจสภาพอากาศและถนนก่อนเดินทางในฤดูฝน สวมรองเท้าที่เหมาะกับพื้นที่ ระวังพื้นหินลื่น ไม่ลงเล่นน้ำในจุดที่ไม่ทราบความลึก และไม่ออกนอกเส้นทางในพื้นที่ป่า |
| มารยาทในวัดและชุมชน | แต่งกายสุภาพ ใช้เสียงเบา ไม่รบกวนพิธีทางศาสนาหรือผู้ปฏิบัติธรรม ขออนุญาตก่อนถ่ายภาพบุคคล และสนับสนุนสินค้าโดยซื้อจากผู้ผลิตในชุมชนโดยตรงเมื่อมีโอกาส |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ที่เที่ยวยโสธรที่ไม่ควรพลาดมีที่ไหนบ้าง?
ตอบ: สำหรับผู้ที่มาเที่ยวยโสธรครั้งแรก ควรเริ่มจากสวนสาธารณะพญาแถน วัดมหาธาตุ ย่านเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า พระธาตุก่องข้าวน้อย และหอไตรวัดสระไตรนุรักษ์ เพราะครอบคลุมทั้งแลนด์มาร์กสำคัญ ประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรมของจังหวัด ส่วนผู้ที่ชอบธรรมชาติควรเพิ่มภูถ้ำพระ วัดภูสูง อ่างเก็บน้ำห้วยสะแบก และพื้นที่ป่าทางตอนเหนือของจังหวัด
ถาม: ถ้ามีเวลาเที่ยวยโสธรเพียง 1 วันควรไปที่ไหน?
ตอบ: ควรเน้นสถานที่ในอำเภอเมือง เริ่มช่วงเช้าที่สวนสาธารณะพญาแถน ต่อด้วยวัดมหาธาตุและย่านเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า ช่วงบ่ายเดินทางไปพระธาตุก่องข้าวน้อย แล้วกลับเข้าเมืองเพื่อรับประทานอาหารอีสานและพักผ่อนช่วงเย็น เส้นทางนี้ช่วยให้ได้เห็นทั้งวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และแลนด์มาร์กเด่นโดยไม่ต้องใช้เวลาเดินทางไกล
ถาม: ควรใช้เวลากี่วันเที่ยวจังหวัดยโสธร?
ตอบ: หากเที่ยวเฉพาะตัวเมือง 1 วันก็สามารถเก็บสถานที่หลักได้ แต่ถ้าต้องการเที่ยวคำเขื่อนแก้ว ชุมชนหัตถกรรม กุดชุม เลิงนกทา และไทยเจริญ ควรมีประมาณ 3–4 วัน เพื่อจัดเส้นทางตามโซนและไม่ต้องขับรถย้อนกลับมากเกินไป
ถาม: เดือนไหนเหมาะกับการเที่ยวยโสธรมากที่สุด?
ตอบ: ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์เหมาะกับการเที่ยวโดยรวม เพราะอากาศค่อนข้างสบาย เหมาะกับวัด ชุมชน เมืองเก่า และภูเขา ส่วนผู้ที่ต้องการสัมผัสประเพณีบุญบั้งไฟควรวางแผนเดินทางในช่วงเดือนพฤษภาคม ขณะที่ฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาวเหมาะกับการชมอ่างเก็บน้ำ ป่า และพื้นที่ธรรมชาติที่มีความเขียวชอุ่ม
ถาม: ประเพณีที่มีชื่อเสียงที่สุดของจังหวัดยโสธรคืออะไร?
ตอบ: ประเพณีบุญบั้งไฟเป็นประเพณีที่มีชื่อเสียงที่สุดของจังหวัดยโสธรและเป็นส่วนหนึ่งของวิถีฮีตสิบสองของชาวอีสาน มีความเชื่อมโยงกับการขอฝน พญาแถน และฤดูกาลทำนา ภายในงานมีทั้งขบวนแห่ การเซิ้งบั้งไฟ การตกแต่งบั้งไฟ และการจุดบั้งไฟขึ้นสู่ท้องฟ้า
ถาม: นอกจากบุญบั้งไฟแล้ว ยโสธรมีประเพณีอะไรน่าสนใจอีก?
ตอบ: ยังมีประเพณีจุดไฟตูมกาออกพรรษา ประเพณีแห่มาลัยข้าวตอก รวมถึงงานนมัสการพระธาตุและงานบุญตามฮีตสิบสองในชุมชนต่าง ๆ ซึ่งสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างพระพุทธศาสนา ความเชื่อพื้นบ้าน และวิถีเกษตรของคนอีสาน
ถาม: ถ้าสนใจประวัติศาสตร์และโบราณคดีควรเที่ยวที่ไหนในยโสธร?
ตอบ: ควรจัดเส้นทางไปโบราณสถานดอนเมืองเตย แหล่งโบราณคดีบ้านตาดทอง แหล่งโบราณคดีบ้านหมากมาย กู่จาน พระธาตุโพนทัน และพระธาตุก่องข้าวน้อย โดยเฉพาะพื้นที่คำเขื่อนแก้วซึ่งมีหลักฐานที่ช่วยอธิบายชุมชนโบราณในลุ่มน้ำชีและพัฒนาการของพื้นที่ก่อนการก่อตั้งเมืองยโสธรในปัจจุบัน
ถาม: ถ้าชอบวัดและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ควรไปที่ไหน?
ตอบ: วัดมหาธาตุ พระธาตุก่องข้าวน้อย หอไตรวัดสระไตรนุรักษ์ กู่จาน พระธาตุโพนทัน ภูถ้ำพระ และวัดภูสูงเป็นกลุ่มสถานที่ที่น่าสนใจ ส่วนผู้ที่ต้องการชมศาสนสถานต่างวัฒนธรรมควรเพิ่มวัดอัครเทวดามิคาแอลหรือโบสถ์คริสต์บ้านซ่งแย้ในอำเภอไทยเจริญ
ถาม: ถ้าชอบเที่ยวชุมชนและงานหัตถกรรมควรไปที่ไหน?
ตอบ: หมู่บ้านทำหมอนขิตบ้านศรีฐานเป็นจุดเด่นที่สุดด้านหมอนขิดและหมอนขวาน ขณะที่บ้านทุ่งนางโอกและหมู่บ้านนาสะไมยเหมาะกับการเรียนรู้งานจักสานไม้ไผ่ กระติบข้าว และของใช้พื้นบ้าน การซื้อผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตในชุมชนโดยตรงยังช่วยสนับสนุนรายได้ท้องถิ่นด้วย
ถาม: ที่เที่ยวธรรมชาติในยโสธรมีที่ไหนบ้าง?
ตอบ: ที่เที่ยวธรรมชาติเด่นมีทั้งภูถ้ำพระ ภูหินปูน ภูหมากพริก ป่าสงวนแห่งชาติดงมะไฟ ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงปอ ดงบังอี่ อ่างเก็บน้ำห้วยสะแบก บึงผือฮี กุดกะเหลิบ ลำน้ำชี และฝายน้ำล้นลำน้ำยัง
ถาม: มาเที่ยวยโสธรควรกินอะไร?
ตอบ: ควรลองอาหารอีสานพื้นบ้าน เช่น ส้มตำ ลาบ ก้อย ต้มแซ่บ แกงอ่อม ไก่ย่าง ปลาแม่น้ำ แจ่ว ผักพื้นบ้าน และอาหารที่ใช้ปลาร้าเป็นส่วนประกอบ นอกจากนี้ยังควรลองอาหารจากวัตถุดิบตามฤดูกาลและผลิตภัณฑ์จากข้าวหอมมะลิหรือเกษตรอินทรีย์ของจังหวัด
ถาม: ของฝากจากยโสธรควรซื้ออะไร?
ตอบ: ของฝากที่สะท้อนอัตลักษณ์ของจังหวัดได้ดี ได้แก่ หมอนขิด หมอนขวาน และผลิตภัณฑ์ผ้าจากบ้านศรีฐาน งานจักสานไม้ไผ่ กระติบข้าว ผลิตภัณฑ์ชุมชน ข้าวหอมมะลิ และสินค้าเกษตรแปรรูป
ถาม: ควรพักโซนไหนหากเที่ยวยโสธรหลายวัน?
ตอบ: หากเที่ยวตัวเมือง บ้านสิงห์ท่า พระธาตุก่องข้าวน้อย และใช้เป็นฐานออกไปอำเภออื่น ควรพักในอำเภอเมืองยโสธร ส่วนผู้ที่วางแผนเที่ยวภูถ้ำพระ วัดภูสูง อ่างเก็บน้ำห้วยสะแบก และพื้นที่ธรรมชาติทางตอนเหนือหลายแห่ง ควรแบ่งคืนไปพักโซนเลิงนกทาเพื่อลดเวลาเดินทาง
ถาม: เที่ยวยโสธรโดยไม่มีรถส่วนตัวได้หรือไม่?
ตอบ: สถานที่บางแห่งในตัวเมืองสามารถใช้รถรับจ้างได้ แต่แหล่งท่องเที่ยวจำนวนมากกระจายอยู่ตามอำเภอ หมู่บ้าน ภูเขา และอ่างเก็บน้ำ รถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถพร้อมคนขับจึงสะดวกกว่ามากสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวหลายโซน
ถาม: ควรจัดเส้นทางเที่ยวยโสธรอย่างไรไม่ให้ย้อนทาง?
ตอบ: ควรแบ่งเป็นโซน ได้แก่ ตัวเมืองยโสธร, คำเขื่อนแก้ว, ป่าติ้ว–ทรายมูล–กุดชุม และเลิงนกทา–ไทยเจริญ แล้วเที่ยวแต่ละโซนให้ครบก่อนย้ายไปพื้นที่ถัดไป วิธีนี้ช่วยลดเวลาเดินทางและทำให้สามารถใช้เวลากับแต่ละสถานที่ได้มากขึ้น
ถาม: เที่ยวพื้นที่ป่า ภูเขา และอ่างเก็บน้ำในยโสธรควรเตรียมตัวอย่างไร?
ตอบ: ควรตรวจสภาพอากาศและเส้นทางก่อนเดินทาง โดยเฉพาะในฤดูฝน เตรียมน้ำดื่ม รองเท้าที่เหมาะกับการเดิน ระวังพื้นหินเปียกและลื่น ไม่ลงเล่นน้ำในบริเวณที่ไม่ทราบความลึก และไม่ออกนอกเส้นทางในพื้นที่ป่าหรือพื้นที่อนุรักษ์
ถาม: ถ้าเที่ยวช่วงบุญบั้งไฟควรเตรียมตัวอย่างไร?
ตอบ: ควรจองที่พักในตัวเมืองล่วงหน้า วางแผนเส้นทางและที่จอดรถ เพราะพื้นที่รอบตัวเมืองและสวนสาธารณะพญาแถนจะมีผู้คนจำนวนมาก ควรเผื่อเวลาเดินทางมากกว่าปกติ และเลือกชมกิจกรรมจากพื้นที่ที่จัดไว้เพื่อความปลอดภัย
หมวดหมู่: ●บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
กลุ่ม: ●รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร
ปรับปรุงล่าสุด : 3 สัปดาห์ที่แล้ว



