หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดยโสธร >อ.ทรายมูล >ต.ดงมะไฟ > ป่าสงวนแห่งชาติดงมะไฟ
TL;DR: ป่าสงวนแห่งชาติดงมะไฟ อยู่ที่พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตอำเภอทรายมูล จังหวัดยโสธร และเชื่อมโยงกับพื้นที่ตำบลดงมะไฟ อำเภอทรายมูล รวมถึงพื้นที่ป่าต่อเนื่องกับตำบลทุ่งแต้ เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.
ป่าสงวนแห่งชาติดงมะไฟ

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 06.00 – 18.00 น.
ป่าสงวนแห่งชาติดงมะไฟ จังหวัดยโสธร เป็นผืนป่าธรรมชาติสำคัญของพื้นที่อำเภอทรายมูลและพื้นที่ต่อเนื่องบางส่วนของอำเภอเมืองยโสธร เป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่ชาวบ้านรอบป่าใช้ประโยชน์ในฐานะแหล่งอาหาร แหล่งสมุนไพร แหล่งเรียนรู้ระบบนิเวศ และพื้นที่วัฒนธรรมชุมชนมาช้านาน พื้นที่ส่วนใหญ่ของป่าสงวนแห่งชาติดงมะไฟอยู่ในเขตอำเภอทรายมูล โดยข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวเดิมระบุพื้นที่ประมาณ 63,000 ไร่ และมีป่าสมบูรณ์คงเหลือประมาณ 7,100 ไร่ ลักษณะเป็นป่าเต็งรังและป่ากึ่งเบญจพรรณ ซึ่งเป็นรูปแบบป่าที่พบได้มากในภาคอีสาน มีความสัมพันธ์โดยตรงกับฤดูกาล ดินทราย ความแห้งแล้ง ไฟป่า และการงอกงามของพืชอาหารป่าหลากหลายชนิด
ดงมะไฟเป็นชื่อที่มีความหมายต่อคนยโสธรอย่างมาก เพราะไม่ได้หมายถึงป่าไม้เพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงพื้นที่ชีวิตของชุมชนรอบป่าที่พึ่งพาอาหารจากธรรมชาติในแต่ละฤดูกาล ป่าแห่งนี้มีเห็ดหลายชนิดขึ้นแซมพื้นป่าในช่วงฤดูฝน เช่น เห็ดโคน เห็ดไค เห็ดละโงก เห็ดเผาะ และเห็ดพื้นถิ่นอื่น ๆ ที่ชาวบ้านรู้จักเก็บอย่างชำนาญ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งอาหารตามฤดูกาลของชาวอีสาน เช่น ไข่มดแดง จักจั่น กะปอม หรือกิ้งก่า ผักติ้ว ผักกระโดม และพืชผักพื้นบ้านอีกหลายชนิด ป่าดงมะไฟจึงเป็นทั้งระบบนิเวศและคลังอาหารธรรมชาติของชุมชนโดยรอบ
จุดเด่นของป่าสงวนแห่งชาติดงมะไฟอยู่ที่ความเป็นป่าธรรมชาติแบบอีสานที่ยังมีชีวิต ไม่ใช่พื้นที่ป่าเพื่อชมทิวทัศน์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นป่าที่ผู้คนยังมีความสัมพันธ์กับทรัพยากรจริงในชีวิตประจำวัน ฤดูฝนเป็นช่วงที่ชุมชนเข้าไปหาเห็ดและผักป่า ฤดูแล้งเป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวังไฟป่าอย่างเข้มข้น ส่วนช่วงออกพรรษา พื้นที่ป่าดงมะไฟยังมีความเชื่อมโยงกับประเพณีจุดไฟตูมกาบ้านทุ่งแต้ เพราะลูกตูมกาซึ่งเป็นผลไม้ป่าถูกนำไปทำเป็นเครื่องบูชาในประเพณีท้องถิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของยโสธร
ลักษณะป่าเต็งรังของดงมะไฟทำให้พื้นที่นี้มีบรรยากาศแตกต่างจากป่าดิบหรือป่าภูเขาชื้น ต้นไม้ในป่าเต็งรังมักผลัดใบในฤดูแล้ง พื้นป่าจะเปิดโล่งและมีแสงแดดส่องถึงมากกว่าป่าทึบ พรรณไม้ที่พบในป่าประเภทนี้สามารถทนแล้งได้ดี เช่น เต็ง รัง เหียง พลวง และไม้เนื้อแข็งหลายชนิด เมื่อถึงฤดูฝน พื้นดินที่เคยแห้งจะกลับมามีความชุ่มชื้น เห็ดป่าและพืชล้มลุกจะงอกขึ้นตามจังหวะฝน ชาวบ้านที่รู้ฤดูกาลจะเข้าไปเก็บหาอาหารป่าอย่างระมัดระวังและเลือกเก็บเฉพาะชนิดที่รู้จักดี
ป่ากึ่งเบญจพรรณในดงมะไฟช่วยเพิ่มความหลากหลายให้พื้นที่ป่า เพราะมีไม้หลายชนิดขึ้นปะปนกันมากกว่าป่าเต็งรังล้วน โครงสร้างของป่าจึงมีทั้งต้นไม้ขนาดกลาง ไม้พุ่ม พืชพื้นล่าง เถาวัลย์ และพืชอาหารป่าที่เจริญตามฤดูกาล ความหลากหลายดังกล่าวทำให้ป่าดงมะไฟเป็นแหล่งอาหารของสัตว์ป่าขนาดเล็ก นก แมลง และสัตว์เลื้อยคลานหลายชนิด แม้ไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีสัตว์ใหญ่ให้ชมเด่นชัด แต่ความสมบูรณ์ของระบบนิเวศขนาดเล็กเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ป่ายังเป็นแหล่งอาหารของคนและสัตว์ต่อเนื่อง
เห็ดป่าคือเสน่ห์สำคัญที่สุดของดงมะไฟในฤดูฝน เห็ดแต่ละชนิดมีช่วงเวลาเกิด ลักษณะดิน สภาพความชื้น และจุดขึ้นที่ต่างกัน คนในพื้นที่จะรู้จากประสบการณ์ว่าฝนแบบใดเหมาะกับเห็ดชนิดใด พื้นป่าตรงไหนเคยมีเห็ดขึ้น และเห็ดชนิดใดกินได้หรือควรหลีกเลี่ยง ความรู้เหล่านี้เป็นภูมิปัญญาชุมชนที่เกิดจากการสังเกตธรรมชาติอย่างยาวนาน ไม่ใช่ความรู้ที่ได้จากตำราเพียงอย่างเดียว การเที่ยวป่าดงมะไฟจึงควรมองเห็ดป่าในฐานะทั้งอาหาร เศรษฐกิจครัวเรือน และองค์ความรู้ท้องถิ่นที่ต้องได้รับการรักษา
เห็ดโคนเป็นหนึ่งในเห็ดที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจและเป็นที่นิยมสูง เพราะมีกลิ่นหอม รสหวาน และเนื้อแน่น เห็ดไคและเห็ดละโงกเป็นเห็ดพื้นถิ่นที่คนอีสานรู้จักดี ส่วนเห็ดเผาะหรือเห็ดถอบมักได้รับความนิยมมากในช่วงต้นฤดูฝน เพราะมีเนื้อกรุบและราคาดีในตลาดท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม การเก็บเห็ดต้องอาศัยความรู้และความระมัดระวังสูง ชาวบ้านที่มีประสบการณ์จะเลือกเฉพาะเห็ดที่มั่นใจว่าเป็นชนิดกินได้ และจะไม่ทำลายหน้าดินมากเกินไป เพื่อให้เส้นใยเห็ดยังสามารถเจริญต่อในฤดูกาลถัดไป
นอกจากเห็ดแล้ว ป่าดงมะไฟยังเป็นแหล่งอาหารประเภทแมลงและสัตว์ป่าขนาดเล็กตามวิถีอีสาน เช่น ไข่มดแดง จักจั่น และกะปอม อาหารเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการกินที่ใช้ทรัพยากรตามฤดูกาลอย่างรู้จังหวะ ไข่มดแดงนิยมมากในช่วงที่มดแดงทำรังและมีไข่ ชาวบ้านจะนำไปทำแกง ผัด หรือเมนูพื้นบ้าน ส่วนจักจั่นและกะปอมเป็นอาหารป่าที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างคนกับธรรมชาติในระดับละเอียด การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรเหล่านี้ต้องอยู่บนพื้นฐานของความพอดี เพื่อไม่ให้กระทบต่อระบบนิเวศในระยะยาว
ผักติ้วและผักกระโดมเป็นผักพื้นบ้านที่พบได้ในพื้นที่ป่าและป่าละเมาะอีสาน ผักติ้วมีรสเปรี้ยวอ่อน นิยมรับประทานกับลาบ แจ่ว หรืออาหารรสจัด ส่วนผักกระโดมเป็นผักพื้นถิ่นที่ใช้ปรุงอาหารตามภูมิปัญญาชาวบ้าน การมีผักพื้นบ้านเหล่านี้ในป่าดงมะไฟทำให้ผืนป่าไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ไม้ใหญ่ แต่เป็นแหล่งอาหารที่มีความหลากหลายตลอดปี ชาวบ้านที่เข้าใจฤดูกาลจะรู้ว่าช่วงใดควรเก็บผักใด และควรเก็บอย่างไรให้ต้นไม้ยังแตกยอดต่อได้
ป่าสงวนแห่งชาติดงมะไฟยังมีบทบาทด้านวัฒนธรรมและความเชื่อ โดยพื้นที่ป่าเชื่อมโยงกับพระธาตุฝุ่น ซึ่งเป็นโบราณสถานและพื้นที่ศรัทธาของอำเภอทรายมูล เรื่องเล่าพื้นบ้านกล่าวถึงการนำดินจากถิ่นเดิมมารวมกันและสร้างเจดีย์ครอบไว้เพื่อเป็นสิริมงคลและระลึกถึงรากเหง้าของชุมชน พระธาตุฝุ่นจึงเป็นหลักฐานทางความเชื่อที่ทำให้การเที่ยวดงมะไฟมีมิติมากกว่าธรรมชาติ ผู้มาเยือนสามารถมองพื้นที่นี้เป็นภูมิทัศน์วัฒนธรรมที่มีทั้งป่า อาหารป่า โบราณสถาน และความทรงจำของผู้คน
ความเชื่อมโยงกับบ้านทุ่งแต้และประเพณีจุดไฟตูมกายิ่งทำให้ป่าดงมะไฟมีเอกลักษณ์เฉพาะ ลูกตูมกาเป็นผลไม้ป่าที่ชาวบ้านนำมาคว้าน เจาะลวดลาย แล้วใส่เทียนไว้ด้านใน ก่อนนำไปจุดเป็นพุทธบูชาในช่วงออกพรรษา ประเพณีนี้แสดงให้เห็นว่าพืชป่าไม่ได้มีคุณค่าเฉพาะในเชิงอาหาร แต่ยังมีคุณค่าทางพิธีกรรม ศิลปะ และความศรัทธา เมื่อป่าดงมะไฟยังคงมีต้นตูมกาและพืชป่าที่เกี่ยวข้อง ชุมชนจึงยังมีวัตถุดิบทางวัฒนธรรมสำหรับสืบทอดประเพณีต่อไป
ในช่วงฤดูแล้ง ป่าดงมะไฟเป็นพื้นที่ที่ต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันไฟป่าอย่างจริงจัง เนื่องจากป่าเต็งรังมีใบไม้แห้งสะสมจำนวนมาก พื้นป่าแห้งและติดไฟได้ง่าย หากเกิดไฟป่า ไฟสามารถลุกลามอย่างรวดเร็วและทำลายทั้งพืชอาหารป่า เส้นใยเห็ด ไข่มดแดง สัตว์ขนาดเล็ก และต้นไม้รุ่นใหม่ หน่วยงานจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เครือข่าย ทสม. และชุมชนรอบป่าจึงร่วมกันทำแนวกันไฟ เฝ้าระวังการเผา และดับไฟเมื่อเกิดเหตุ เพื่อปกป้องผืนป่าที่เป็นฐานอาหารของชุมชน
กิจกรรมทำแนวกันไฟในป่าดงมะไฟไม่ได้เป็นเพียงงานป้องกันภัยพิบัติ แต่เป็นกิจกรรมที่สะท้อนความร่วมมือของคนในพื้นที่ เพราะป่าแห่งนี้เกี่ยวข้องกับชุมชนรอบป่าหลายหมู่บ้าน การเกิดไฟป่าหนึ่งครั้งไม่ได้กระทบเฉพาะต้นไม้ แต่กระทบถึงอาหารป่า รายได้เสริม ความปลอดภัยของพื้นที่เกษตร และคุณภาพอากาศของชุมชนโดยรอบ การร่วมกันทำแนวกันไฟจึงเป็นการปกป้องทั้งทรัพยากรธรรมชาติและชีวิตของผู้คนไปพร้อมกัน
สำหรับนักท่องเที่ยว ป่าสงวนแห่งชาติดงมะไฟเหมาะกับการเที่ยวเชิงธรรมชาติแบบสงบ การศึกษาระบบนิเวศป่าเต็งรัง การเรียนรู้เรื่องอาหารป่า การถ่ายภาพบรรยากาศป่าอีสาน และการเข้าใจวิถีชุมชนที่พึ่งพาธรรมชาติ พื้นที่นี้ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวแบบสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วน ผู้มาเยือนจึงควรเที่ยวอย่างเข้าใจสภาพพื้นที่จริง ใช้เส้นทางที่ชุมชนใช้ประจำ ไม่เข้าไปลึกในป่าโดยไม่มีผู้รู้ และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของตนเองและระบบนิเวศ
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยวป่าดงมะไฟคือช่วงเช้าถึงบ่าย โดยเฉพาะเวลา 06.00-18.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่มีแสงสว่างเพียงพอสำหรับเดินชมธรรมชาติ หากต้องการสัมผัสบรรยากาศเห็ดป่าและอาหารป่าตามฤดูกาล ช่วงฤดูฝนเป็นช่วงที่ป่ามีชีวิตชีวามากที่สุด ส่วนช่วงฤดูแล้งเหมาะกับการเรียนรู้เรื่องป่าเต็งรัง การผลัดใบ การทำแนวกันไฟ และความสำคัญของการป้องกันไฟป่า การเข้าเที่ยวในช่วงเย็นหรือใกล้ค่ำไม่เหมาะ เพราะพื้นที่ป่าอาจมองทางยากและมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
การเข้าพื้นที่ป่าดงมะไฟควรแต่งกายให้เหมาะกับสภาพป่า รองเท้าควรเป็นรองเท้าหุ้มส้นหรือรองเท้าเดินป่าพื้นยึดเกาะดี เสื้อผ้าควรปกปิดแขนขาเพื่อลดการขีดข่วนจากกิ่งไม้และแมลง ควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก ยากันยุง ถุงใส่ขยะส่วนตัว และโทรศัพท์ที่มีแบตเตอรี่เพียงพอ ผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับพื้นที่ควรติดต่อผู้นำชุมชนหรือหน่วยงานท้องถิ่นก่อนเข้าชม โดยเฉพาะหากต้องการศึกษาป่า เก็บข้อมูล หรือเดินเข้าไปในจุดที่ไม่ใช่เส้นทางทั่วไป
การเก็บของป่าในพื้นที่ควรเคารพกติกาชุมชนและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ป่าสงวนแห่งชาติไม่ใช่พื้นที่ที่ทุกคนสามารถเข้าไปตัดไม้ ล่าสัตว์ หรือเก็บทรัพยากรได้ตามใจ การใช้ประโยชน์จากป่าต้องอยู่ภายใต้กติกาและความรับผิดชอบร่วมกัน นักท่องเที่ยวทั่วไปควรเน้นการเรียนรู้และชมธรรมชาติ ไม่ควรเก็บเห็ด พืช หรือสัตว์ป่าออกจากพื้นที่โดยไม่มีความรู้และไม่ได้รับอนุญาต การปล่อยให้ทรัพยากรยังอยู่ในป่าช่วยรักษาความสมบูรณ์ของระบบนิเวศและความมั่นคงทางอาหารของคนในพื้นที่
การเดินทาง ไปป่าสงวนแห่งชาติดงมะไฟสามารถเดินทางได้จากตัวเมืองยโสธร มุ่งหน้าไปทางอำเภอทรายมูล แล้วเข้าสู่พื้นที่ตำบลดงมะไฟหรือเส้นทางชุมชนที่เชื่อมกับพื้นที่ป่า อีกด้านหนึ่งสามารถเชื่อมจากพื้นที่ตำบลทุ่งแต้ อำเภอเมืองยโสธร ซึ่งมีความสัมพันธ์กับป่าดงมะไฟและประเพณีจุดไฟตูมกา รถยนต์ส่วนตัวเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด เพราะสามารถควบคุมเวลาได้ดี แวะชุมชนรอบป่าได้สะดวก และเดินทางต่อไปยังสถานที่สำคัญอื่นของยโสธรได้ในวันเดียว
เส้นทางท่องเที่ยวที่เหมาะสมสามารถเริ่มจากตัวเมืองยโสธร เดินทางไปยังพื้นที่อำเภอทรายมูลเพื่อชมป่าดงมะไฟและเรียนรู้เรื่องอาหารป่าตามฤดูกาล จากนั้นแวะพระธาตุฝุ่นเพื่อสัมผัสมิติศรัทธาและเรื่องเล่าของชุมชน แล้วต่อไปยังวัดบูรพาบ้านทุ่งแต้หรือศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชตำบลทุ่งแต้เพื่อเรียนรู้ประเพณีจุดไฟตูมกา หากมีเวลามากขึ้นสามารถกลับเข้าตัวเมืองเพื่อเที่ยววิมานพญาแถน พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก วัดมหาธาตุ และย่านเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่าได้อย่างลงตัว
ป่าสงวนแห่งชาติดงมะไฟไม่มีค่าเข้าชมสำหรับการเที่ยวชมพื้นที่ธรรมชาติทั่วไปตามเส้นทางที่ชุมชนใช้ประโยชน์ แต่ผู้เดินทางควรเคารพพื้นที่ป่าสงวน ไม่จุดไฟ ไม่ทิ้งขยะ ไม่ตัดไม้ ไม่ล่าสัตว์ ไม่ส่งเสียงดังรบกวนสัตว์ป่า และไม่เข้าไปในพื้นที่ที่มีการทำแนวกันไฟหรือพื้นที่ปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่โดยไม่ได้รับอนุญาต หากเป็นคณะศึกษาดูงาน คณะนักเรียน หรือกลุ่มถ่ายทำ ควรประสานสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดยโสธร องค์การบริหารส่วนตำบลดงมะไฟ หรือเทศบาลตำบลทุ่งแต้ก่อนเดินทาง
สิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่ป่าดงมะไฟเน้นรองรับการใช้ประโยชน์ของชุมชนและการดูแลป่า ไม่ใช่สิ่งอำนวยความสะดวกแบบแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ ผู้มาเยือนจึงควรเตรียมของจำเป็นให้พร้อม ร้านอาหารและที่พักหลักจะอยู่ในอำเภอทรายมูลหรือกลับไปยังตัวเมืองยโสธร ส่วนพื้นที่ป่ามีจุดเข้าถึงตามเส้นทางชุมชน จุดทำแนวกันไฟ พื้นที่ป่าธรรมชาติ และจุดที่ชาวบ้านใช้เป็นทางเข้าออกตามฤดูกาล การวางแผนก่อนเดินทางจึงช่วยให้การเที่ยวป่าเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย
สำหรับผู้ที่สนใจถ่ายภาพ ป่าดงมะไฟมีมุมภาพที่สะท้อนอีสานได้ดี ทั้งลำต้นไม้ในป่าเต็งรัง ใบไม้แห้งบนพื้นป่า เห็ดป่าหลังฝน แสงเช้าผ่านต้นไม้ ทางเดินในป่า ชาวบ้านที่ออกหาอาหารป่าตามฤดูกาล และกิจกรรมทำแนวกันไฟของชุมชน ภาพที่ดีควรถ่ายทอดความจริงของพื้นที่โดยไม่รบกวนธรรมชาติ ไม่จัดฉากด้วยการเคลื่อนย้ายเห็ด พืช หรือสัตว์ป่า และไม่เข้าไปในพื้นที่อ่อนไหวโดยไม่มีผู้รู้ การถ่ายภาพป่าต้องเคารพทั้งธรรมชาติและคนที่ใช้ชีวิตกับป่า
สำหรับครอบครัวและเด็ก ป่าดงมะไฟเป็นแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนที่ดี เพราะเด็กจะได้เห็นว่าป่าอีสานไม่ได้มีแต่ต้นไม้แห้งแล้ง แต่มีอาหาร มีเห็ด มีผัก มีแมลง มีสัตว์ขนาดเล็ก และมีเรื่องราวของชุมชนที่พึ่งพาป่ามาอย่างยาวนาน การพาเด็กมาเรียนรู้ควรเน้นการสังเกตมากกว่าการเก็บของป่า อธิบายเรื่องการใช้ทรัพยากรอย่างพอดี การไม่ทิ้งขยะ การไม่จุดไฟ และการเคารพพื้นที่ธรรมชาติ เด็กจะเข้าใจว่าการรักษาป่าคือการรักษาอาหาร น้ำ อากาศ และวัฒนธรรมของคนในท้องถิ่น
สำหรับชาวต่างชาติ ป่าสงวนแห่งชาติดงมะไฟเป็นตัวอย่างที่ดีของ dry dipterocarp forest และ mixed deciduous forest ในภาคอีสานของประเทศไทย ซึ่งมีความสัมพันธ์กับอาหารป่าและวิถีชีวิตชุมชนอย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวต่างชาติจะได้เห็นว่าป่าชุมชนในอีสานไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่อนุรักษ์ตามแผนที่ แต่เป็นแหล่งอาหารตามฤดูกาล แหล่งสมุนไพร พื้นที่ศรัทธา และพื้นที่ที่ชุมชนต้องร่วมกันป้องกันไฟป่า การมาเยือนป่าแห่งนี้จึงช่วยให้เข้าใจชีวิตชนบทอีสานในระดับลึกกว่าการเที่ยววัดหรือเทศกาลเพียงอย่างเดียว
ป่าดงมะไฟยังสะท้อนความท้าทายของการอนุรักษ์ป่าในยุคปัจจุบัน พื้นที่ป่าต้องเผชิญทั้งปัญหาไฟป่า การเผาในที่โล่ง ฝุ่น PM 2.5 การใช้ประโยชน์จากทรัพยากร และแรงกดดันจากพื้นที่เกษตรรอบข้าง การดูแลป่าจึงไม่สามารถพึ่งหน่วยงานรัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยชุมชนรอบป่า เครือข่ายอาสาสมัคร ผู้นำท้องถิ่น และผู้ใช้ประโยชน์จากป่าให้ร่วมกันกำหนดกติกา เฝ้าระวัง และรักษาความสมบูรณ์ของผืนป่าให้คงอยู่ต่อไป
ความสำคัญของป่าสงวนแห่งชาติดงมะไฟจึงอยู่ที่การเป็นฐานทรัพยากรหลายมิติ ทั้งฐานอาหาร ฐานระบบนิเวศ ฐานวัฒนธรรม ฐานการเรียนรู้ และฐานความร่วมมือของชุมชน ป่าแห่งนี้ช่วยให้เห็นว่ายโสธรไม่ได้มีเพียงงานบุญบั้งไฟ วัดสำคัญ หรือแลนด์มาร์กในตัวเมือง แต่ยังมีผืนป่าที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนอย่างเงียบ ๆ ผ่านเห็ดป่า ไข่มดแดง ผักพื้นบ้าน ลูกตูมกา พระธาตุฝุ่น และความร่วมมือในการป้องกันไฟป่าของคนหลายหมู่บ้าน
โดยสรุป ป่าสงวนแห่งชาติดงมะไฟ จังหวัดยโสธร เป็นผืนป่าอีสานที่มีคุณค่าทั้งด้านธรรมชาติ อาหารป่า เศรษฐกิจชุมชน วัฒนธรรม และการอนุรักษ์ จุดเด่นคือป่าเต็งรังและป่ากึ่งเบญจพรรณ เห็ดป่าหลากชนิด ไข่มดแดง จักจั่น กะปอม ผักติ้ว ผักกระโดม ความเชื่อมโยงกับพระธาตุฝุ่น ประเพณีจุดไฟตูมกา และกิจกรรมป้องกันไฟป่าที่ชุมชนกับหน่วยงานรัฐร่วมกันดูแล สถานที่แห่งนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้ป่าธรรมชาติของยโสธรอย่างลึกซึ้ง เข้าใจวิถีชีวิตของคนรอบป่า และเห็นคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติที่ยังทำหน้าที่หล่อเลี้ยงชุมชนอีสานมาจนถึงปัจจุบัน
| ชื่อสถานที่ | ป่าสงวนแห่งชาติดงมะไฟ / ป่าดงมะไฟ จังหวัดยโสธร |
| ประเภทสถานที่ | ป่าสงวนแห่งชาติ แหล่งธรรมชาติ แหล่งอาหารป่า แหล่งเรียนรู้ระบบนิเวศป่าเต็งรังและป่ากึ่งเบญจพรรณ |
| ที่ตั้ง | พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตอำเภอทรายมูล จังหวัดยโสธร และเชื่อมโยงกับพื้นที่ตำบลดงมะไฟ อำเภอทรายมูล รวมถึงพื้นที่ป่าต่อเนื่องกับตำบลทุ่งแต้ อำเภอเมืองยโสธร |
| ที่อยู่โดยสังเขป | พื้นที่ป่าดงมะไฟ ตำบลดงมะไฟ อำเภอทรายมูล จังหวัดยโสธร 35170 และพื้นที่ต่อเนื่องในตำบลทุ่งแต้ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 |
| ไฮไลต์ | ป่าเต็งรังและป่ากึ่งเบญจพรรณ เห็ดป่าตามฤดูกาล ไข่มดแดง จักจั่น กะปอม ผักติ้ว ผักกระโดม แหล่งอาหารป่าของชุมชนรอบป่า และพื้นที่เชื่อมโยงประเพณีจุดไฟตูมกาบ้านทุ่งแต้ |
| ข้อมูลพื้นที่ | ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวเดิมระบุว่าป่าสงวนแห่งชาติดงมะไฟมีพื้นที่ประมาณ 63,000 ไร่ และมีพื้นที่ป่าสมบูรณ์ประมาณ 7,100 ไร่ ส่วนพื้นที่ป่าดงมะไฟที่มีการเฝ้าระวังไฟป่าและจัดกิจกรรมอนุรักษ์ในปัจจุบันครอบคลุมพื้นที่สำคัญของชุมชนรอบป่าหลายหมู่บ้าน |
| ลักษณะป่า | ป่าเต็งรัง ป่ากึ่งเบญจพรรณ พื้นที่ป่าผลัดใบในภาคอีสาน พื้นที่อาหารป่าตามฤดูกาล พื้นที่เฝ้าระวังไฟป่าและฝุ่นควันในฤดูแล้ง |
| อาหารป่าและทรัพยากรเด่น | เห็ดโคน เห็ดไค เห็ดละโงก เห็ดเผาะ ไข่มดแดง จักจั่น กะปอม ผักติ้ว ผักกระโดม พืชอาหารป่าและสมุนไพรพื้นถิ่นตามฤดูกาล |
| ความสำคัญของพื้นที่ | เป็นแหล่งอาหารป่าของชุมชนรอบพื้นที่ เป็นฐานระบบนิเวศป่าอีสาน เป็นพื้นที่เรียนรู้เรื่องไฟป่าและการอนุรักษ์ และเป็นภูมิทัศน์วัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกับพระธาตุฝุ่นและประเพณีจุดไฟตูมกาบ้านทุ่งแต้ |
| กิจกรรมที่เหมาะสม | ชมธรรมชาติ เรียนรู้ป่าเต็งรังและป่ากึ่งเบญจพรรณ ศึกษาอาหารป่าตามฤดูกาล ถ่ายภาพธรรมชาติ เรียนรู้การป้องกันไฟป่า ศึกษาวิถีชุมชนรอบป่า และเชื่อมเส้นทางกับพระธาตุฝุ่นหรือประเพณีจุดไฟตูมกา |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองยโสธรเดินทางไปทางอำเภอทรายมูล แล้วเข้าสู่พื้นที่ตำบลดงมะไฟหรือเส้นทางชุมชนที่เชื่อมกับป่าดงมะไฟ รถยนต์ส่วนตัวเหมาะที่สุดสำหรับการเข้าถึงพื้นที่และเชื่อมต่อสถานที่ใกล้เคียง |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นพื้นที่ป่าธรรมชาติและแหล่งเรียนรู้ชุมชน โดยมีหน่วยงานรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เครือข่าย ทสม. และชุมชนรอบป่าร่วมกันดูแล ป้องกันไฟป่า และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ / เวลาแนะนำเข้าชม | 06.00 – 18.00 น. |
| ค่าเข้าชม | ไม่มีค่าเข้าชมสำหรับการเที่ยวชมพื้นที่ธรรมชาติทั่วไปตามเส้นทางชุมชน |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | เส้นทางเข้าพื้นที่ชุมชน เส้นทางป่าในจุดที่ชาวบ้านใช้ประโยชน์ จุดทำแนวกันไฟ พื้นที่เรียนรู้ธรรมชาติ หน่วยงานท้องถิ่นสำหรับประสานงาน ร้านอาหารในอำเภอทรายมูล และที่พักในอำเภอทรายมูลหรือในตัวเมืองยโสธร |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | โซนป่าเต็งรัง โซนป่ากึ่งเบญจพรรณ โซนอาหารป่าตามฤดูกาล โซนเห็ดป่าในฤดูฝน โซนทำแนวกันไฟและเฝ้าระวังไฟป่า โซนเส้นทางชุมชนรอบป่า โซนพระธาตุฝุ่นและพื้นที่ศรัทธาใกล้เคียง โซนเชื่อมโยงประเพณีจุดไฟตูมกาบ้านทุ่งแต้ |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานเกี่ยวข้อง | สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดยโสธร กรมป่าไม้ หน่วยงานป่าไม้ในพื้นที่ องค์การบริหารส่วนตำบลดงมะไฟ เทศบาลตำบลทุ่งแต้ อำเภอทรายมูล อำเภอเมืองยโสธร เครือข่าย ทสม. และชุมชนรอบป่าดงมะไฟ |
| เบอร์ติดต่อหน่วยงาน | สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดยโสธร โทร. 045-715466 องค์การบริหารส่วนตำบลดงมะไฟ โทร. 042-707342 เทศบาลตำบลทุ่งแต้ โทร. 045-583000 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. พระธาตุฝุ่น อำเภอทรายมูล ประมาณ 6 กม. 2. ตัวอำเภอทรายมูล ประมาณ 8 กม. 3. วัดบูรพาบ้านทุ่งแต้ / ศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชตำบลทุ่งแต้ ประมาณ 18 กม. 4. ตลาดนัดโค-กระบือบ้านเชียงหวาง ประมาณ 28 กม. 5. วิมานพญาแถน ประมาณ 35 กม. 6. พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก ประมาณ 35 กม. 7. วัดมหาธาตุ ยโสธร ประมาณ 36 กม. 8. ย่านเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า ประมาณ 37 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านอิ่มอร่อย อำเภอทรายมูล ประมาณ 8 กม. โทร. 088-5602706 2. ร้านครกนัวครัวแซ่บ อำเภอทรายมูล ประมาณ 8 กม. โทร. 087-8317114 3. Café Amazon สาขาทรายมูล ประมาณ 9 กม. โทร. 098-8268144 4. Friends Café อำเภอทรายมูล ประมาณ 9 กม. โทร. 085-0247642 5. ล้านนานาเค้ก สาขาทรายมูล ประมาณ 9 กม. โทร. 087-6555084 6. ร้านอาหารท้องถิ่นในตัวอำเภอทรายมูล ประมาณ 8-10 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. บ้านรักรีสอร์ท อำเภอทรายมูล ประมาณ 9 กม. โทร. 081-9558234, 045-787280 2. Green Zone Resorts ตำบลทรายมูล ประมาณ 10 กม. 3. โรงแรมพีเค การ์เด้น ยโสธร ประมาณ 30 กม. โทร. 045-711456 4. โรงแรมเดอะกรีนปาร์ค แกรนด์ ยโสธร ประมาณ 34 กม. โทร. 045-714700-1 5. โรงแรมเจ พี เอ็มเมอรัลด์ ยโสธร ประมาณ 35 กม. โทร. 045-714456 6. โรงแรมเดอะ เซน ยโสธร ประมาณ 35 กม. โทร. 045-711455 7. โรงแรมบีเอ็มแกรนด์ ยโสธร ประมาณ 36 กม. โทร. 045-712333 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ป่าสงวนแห่งชาติดงมะไฟอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ป่าสงวนแห่งชาติดงมะไฟอยู่ในพื้นที่จังหวัดยโสธร โดยพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตอำเภอทรายมูล โดยเฉพาะบริเวณตำบลดงมะไฟ และมีพื้นที่ต่อเนื่องเชื่อมกับตำบลทุ่งแต้ อำเภอเมืองยโสธร
ถาม: ป่าดงมะไฟมีจุดเด่นอะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือเป็นป่าเต็งรังและป่ากึ่งเบญจพรรณที่เป็นแหล่งอาหารป่าของชุมชน มีเห็ดโคน เห็ดไค เห็ดละโงก เห็ดเผาะ ไข่มดแดง จักจั่น กะปอม ผักติ้ว และผักกระโดมตามฤดูกาล
ถาม: ป่าสงวนแห่งชาติดงมะไฟเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: เปิดให้เที่ยวชมพื้นที่ธรรมชาติทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น. โดยควรเข้าชมในช่วงกลางวันที่มีแสงสว่างเพียงพอ
ถาม: ป่าดงมะไฟเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่มีค่าเข้าชมสำหรับการเที่ยวชมพื้นที่ธรรมชาติทั่วไปตามเส้นทางชุมชน
ถาม: เที่ยวป่าดงมะไฟช่วงไหนดีที่สุด?
ตอบ: ช่วงฤดูฝนเหมาะกับการเรียนรู้เรื่องเห็ดป่าและอาหารป่าตามฤดูกาล ส่วนฤดูแล้งเหมาะกับการเรียนรู้เรื่องป่าเต็งรัง การทำแนวกันไฟ และการป้องกันไฟป่าของชุมชน
ถาม: ป่าดงมะไฟเกี่ยวข้องกับประเพณีจุดไฟตูมกาอย่างไร?
ตอบ: ป่าดงมะไฟเป็นพื้นที่ที่มีลูกตูมกา ซึ่งชาวบ้านทุ่งแต้นำไปทำไฟตูมกาในประเพณีออกพรรษา โดยคว้านผล เจาะลวดลาย และจุดเทียนด้านในเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา
ถาม: นักท่องเที่ยวสามารถเก็บเห็ดหรือของป่าได้หรือไม่?
ตอบ: นักท่องเที่ยวทั่วไปควรเน้นการเรียนรู้และชมธรรมชาติ ไม่ควรเก็บเห็ด พืช หรือสัตว์ป่าออกจากพื้นที่โดยไม่มีความรู้และไม่ได้รับอนุญาต เพราะพื้นที่นี้เป็นป่าสงวนและเป็นฐานอาหารสำคัญของชุมชน
ถาม: ควรเที่ยวป่าดงมะไฟร่วมกับสถานที่ใด?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับพระธาตุฝุ่น วัดบูรพาบ้านทุ่งแต้ ศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชตำบลทุ่งแต้ วิมานพญาแถน พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก วัดมหาธาตุ และย่านเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์
ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว



