หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดยโสธร >อ.เลิงนกทา >ต.สวาท > ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงปอ ดงบังอี่
TL;DR: ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงปอ ดงบังอี่ อยู่ที่พื้นที่อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร เชื่อมโยงกับแนวเทือกเขาภูพานและพื้นที่ชุมชนตำบลบุ่งค้า เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น. การเดินทางสะดวก จากตัวอำเภอเลิงนกทาเดินทางเข้าสู่พื้นที่ตำบลบุ่งค้า บ้านห้วยสะแบก บ้านน้อมเกล้า.

ยโสธร

ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงปอ ดงบังอี่

ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงปอ ดงบังอี่

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 06.00 – 18.00 น.
 
ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงปอและป่าดงบังอี่ จังหวัดยโสธร เป็นผืนป่าสำคัญของอำเภอเลิงนกทาและพื้นที่แนวเทือกเขาภูพานที่มีคุณค่าทั้งด้านธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ชุมชน อาหารป่า สมุนไพร และระบบนิเวศป่าภาคอีสาน พื้นที่ป่าแห่งนี้มีลักษณะภูมิประเทศโดดเด่นเป็นหุบเขาโค้งคล้ายวงแหวน มีแนวเทือกเขาภูพานล้อมรอบทางด้านเหนือและด้านตะวันออก ทำให้ภูมิประเทศมีความหลากหลายกว่าพื้นที่ราบทั่วไปของยโสธร บริเวณป่ามีทั้งพื้นที่ลาดเชิงเขา หุบเขา ลำห้วยตามฤดูกาล พื้นที่ป่าดิบแล้ง และป่าผสมผลัดใบที่ยังคงความสำคัญต่อระบบนิเวศและวิถีชีวิตของคนในพื้นที่มาจนถึงปัจจุบัน
 
ข้อมูลเดิมของพื้นที่ระบุว่าป่าสงวนแห่งชาติป่าดงปอ ดงบังอี่ มีพื้นที่ป่าสมบูรณ์ประมาณ 139,000 ไร่ หรือประมาณร้อยละ 48 ของพื้นที่ป่าสงวนทั้งหมด ตัวเลขนี้ช่วยสะท้อนว่าป่าแห่งนี้เป็นผืนป่าขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญระดับจังหวัด ไม่ใช่เพียงหย่อมป่าขนาดเล็กที่แยกขาดจากชุมชน ลักษณะของป่าเป็นป่าดงดิบแล้งและป่าผสมผลัดใบ มีพันธุ์ไม้สำคัญและมีค่าหลายชนิด รวมถึงพืชพื้นล่างที่มีความเกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์เศรษฐกิจของยโสธร เช่น เร่ว หรือหมากเหน่ง และกระวาน ซึ่งเป็นพืชหอมที่เคยมีบทบาทเป็นสินค้าสำคัญในอดีต
 
จุดเด่นของป่าดงปอและดงบังอี่อยู่ที่การเป็นผืนป่าที่มีทั้งความสมบูรณ์เชิงนิเวศและความหมายเชิงวัฒนธรรม ป่าดงดิบแล้งในพื้นที่นี้เป็นป่าที่พบได้ในเขตร้อนซึ่งมีฤดูแล้งชัดเจน แต่ยังคงรักษาความชุ่มชื้นในบางพื้นที่ไว้ได้ดี ต้นไม้หลายชนิดมีเรือนยอดหนา มีไม้ใหญ่ ไม้พุ่ม เถาวัลย์ และพืชพื้นล่างขึ้นปะปนกัน ส่วนป่าผสมผลัดใบจะมีการผลัดใบตามฤดูกาล เปิดให้แสงส่องถึงพื้นป่ามากขึ้นในช่วงแล้ง และกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งเมื่อถึงฤดูฝน ความหลากหลายของสภาพป่าทำให้พื้นที่นี้เป็นแหล่งอาศัยของพืช สัตว์ แมลง เห็ด และสมุนไพรที่เกี่ยวข้องกับวิถีชุมชนอย่างลึกซึ้ง
 
พืชสำคัญที่ทำให้ป่าดงปอและดงบังอี่มีเอกลักษณ์เฉพาะคือเร่วหรือหมากเหน่ง และกระวาน พืชทั้งสองชนิดมักเกิดตามพื้นล่างของป่าที่มีความสมบูรณ์ มีความชื้นเหมาะสม และมีร่มเงาจากไม้ใหญ่ ผลแห้งมีกลิ่นหอม ใช้เป็นเครื่องเทศและยาสมุนไพร จึงเคยเป็นสินค้าที่มีความสำคัญในระบบเศรษฐกิจของไทยมายาวนาน ยโสธรเป็นหนึ่งในเมืองที่มีความเกี่ยวข้องกับการส่งผลเร่วและกระวานเข้าสู่ส่วนกลางในอดีต เรื่องนี้ทำให้ป่าดงปอและดงบังอี่ไม่ได้เป็นเพียงทรัพยากรธรรมชาติ แต่ยังเป็นฉากหลังของประวัติศาสตร์เศรษฐกิจและการค้าพืชป่าของท้องถิ่น
 
เร่วหรือหมากเหน่งเป็นพืชที่ขึ้นได้ดีในป่าที่มีความชุ่มชื้นและระบบนิเวศสมบูรณ์ ชาวบ้านรู้จักกลิ่น รส และคุณสมบัติของผลเร่วมาอย่างยาวนาน ผลแห้งใช้ประกอบอาหาร เพิ่มกลิ่นหอมในเครื่องเทศ และใช้ในตำรับยาพื้นบ้าน กระวานก็มีลักษณะคล้ายกันในแง่ความหอมและการใช้ประโยชน์ด้านอาหารกับสมุนไพร การพบพืชเหล่านี้ในพื้นที่ป่าช่วยยืนยันความสำคัญของป่าในฐานะแหล่งพันธุกรรมธรรมชาติ เพราะพืชพื้นล่างจำนวนมากจะดำรงอยู่ได้ก็ต่อเมื่อป่ามีชั้นเรือนยอด ความชื้น และความสมดุลของระบบนิเวศที่เหมาะสม
 
ภูมิประเทศแบบหุบเขาโค้งเป็นวงแหวนทำให้ป่าดงปอและดงบังอี่มีลักษณะเด่นในเชิงภูมิทัศน์ แนวเทือกเขาภูพานที่โอบล้อมด้านเหนือและด้านตะวันออกช่วยกำหนดทิศทางลม ความชื้น และสภาพลุ่มน้ำย่อยในพื้นที่ เมื่อเดินทางผ่านเส้นทางเลิงนกทาและพื้นที่บ้านน้อมเกล้า ผู้มาเยือนจะสัมผัสได้ถึงความแตกต่างของภูมิประเทศจากยโสธรตอนกลางที่เป็นพื้นที่ราบมากกว่า ป่าแห่งนี้จึงเป็นตัวแทนของยโสธรในมุมภูเขา ป่า และแหล่งต้นทุนธรรมชาติที่หลายคนอาจไม่ได้นึกถึงเมื่อกล่าวถึงจังหวัดยโสธร
 
ความสมบูรณ์ของป่าดงปอและดงบังอี่มีผลต่อชุมชนโดยรอบโดยตรง เพราะป่าเป็นทั้งแหล่งน้ำ แหล่งอาหาร แหล่งสมุนไพร และพื้นที่กันชนทางระบบนิเวศ ในฤดูฝน ป่าจะช่วยชะลอน้ำ ลดการไหลบ่าของน้ำฝน และเพิ่มความชุ่มชื้นให้พื้นที่รอบข้าง ในฤดูแล้ง ป่าที่มีไม้ใหญ่และพืชพื้นล่างช่วยรักษาความชื้นบางส่วนไว้ได้ แม้พื้นที่ป่าผลัดใบจะดูแห้งลงตามฤดูกาล แต่รากไม้ เศษใบไม้ และดินป่ายังทำหน้าที่สะสมความชื้นและธาตุอาหารสำหรับการฟื้นตัวของป่าเมื่อฝนกลับมา
 
ป่าแห่งนี้ยังเป็นแหล่งอาหารตามฤดูกาลของชาวบ้านในพื้นที่อีสาน พืชป่า เห็ดป่า หน่อไม้ ผักพื้นบ้าน สมุนไพร แมลง และสัตว์ขนาดเล็กบางชนิดเป็นส่วนหนึ่งของวิถีการใช้ประโยชน์จากป่าอย่างรู้จังหวะ ชาวบ้านที่คุ้นเคยกับพื้นที่จะรู้ว่าฤดูใดควรเข้าไปหาอะไร พืชชนิดใดกินได้ พืชชนิดใดใช้เป็นยา เห็ดชนิดใดต้องหลีกเลี่ยง และบริเวณใดควรเข้าไปอย่างระมัดระวัง ความรู้เหล่านี้เป็นภูมิปัญญาที่สั่งสมจากการอยู่ร่วมกับป่ามาหลายชั่วอายุคน
 
การมีเร่ว หมากเหน่ง และกระวานในป่าช่วยอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างป่ากับอาหารไทยได้อย่างชัดเจน เครื่องเทศจำนวนมากไม่ได้เกิดจากการเพาะปลูกเชิงเดี่ยวในไร่เท่านั้น แต่มีรากจากป่าธรรมชาติและระบบนิเวศที่ซับซ้อน กลิ่นหอมของเร่วและกระวานเป็นผลลัพธ์ของพืชป่าที่เติบโตภายใต้ร่มเงา ความชื้น และความอุดมของดินป่า เมื่อพืชเหล่านี้ถูกนำเข้าสู่อาหาร ยา และการค้า ป่าจึงเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนในรูปแบบที่มองไม่เห็นโดยตรง
 
สำหรับผู้ที่สนใจธรรมชาติ ป่าดงปอและดงบังอี่เหมาะกับการเรียนรู้เรื่องป่าดงดิบแล้งและป่าผสมผลัดใบของอีสาน ป่าดงดิบแล้งช่วยให้เห็นโครงสร้างป่าที่มีความชุ่มชื้นมากกว่าป่าเต็งรัง ขณะที่ป่าผสมผลัดใบทำให้เข้าใจจังหวะการผลัดใบ การฟื้นตัวหลังฝน และการปรับตัวของพรรณไม้ต่อฤดูกาล ผู้มาเยือนที่สังเกตอย่างละเอียดจะเห็นความแตกต่างของชั้นเรือนยอด ความหนาแน่นของไม้พื้นล่าง ความชื้นของดิน เศษใบไม้ และพืชสมุนไพรที่ขึ้นตามระดับแสงและความชุ่มชื้น
 
แม้ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงปอและดงบังอี่จะไม่ใช่อุทยานท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ที่มีจุดบริการนักท่องเที่ยวครบรูปแบบ แต่มีคุณค่าในฐานะแหล่งธรรมชาติและพื้นที่เรียนรู้ป่า ผู้มาเยือนจึงควรเข้าใจว่านี่คือพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่ต้องรักษากฎระเบียบ ไม่ใช่พื้นที่เดินเที่ยวได้อิสระทุกจุด การเข้าพื้นที่ควรใช้เส้นทางชุมชนหรือเส้นทางที่ได้รับการแนะนำจากคนในพื้นที่ ไม่เข้าไปในพื้นที่ลึกหรือพื้นที่ปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่โดยไม่มีผู้รู้ และไม่ทำกิจกรรมที่กระทบต่อพืช สัตว์ หรือความสงบของป่า
 
สถานะปัจจุบันของพื้นที่ยังเป็นพื้นที่ป่าที่มีการดูแลด้านการป้องกันไฟป่า การเฝ้าระวังการบุกรุก และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ โดยหน่วยงานป่าไม้ในพื้นที่เลิงนกทา หน่วยงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชนรอบป่ามีบทบาทร่วมกัน การทำแนวกันไฟเป็นภารกิจสำคัญในฤดูแล้ง เพราะเศษใบไม้แห้งและวัสดุเชื้อเพลิงบนพื้นป่าสามารถทำให้ไฟลุกลามได้รวดเร็ว หากเกิดไฟป่าจะกระทบทั้งพืชพื้นล่าง สมุนไพร เร่ว กระวาน ลูกไม้รุ่นใหม่ สัตว์ขนาดเล็ก และคุณภาพอากาศของชุมชนโดยรอบ
 
การป้องกันไฟป่าของป่าดงปอและดงบังอี่จึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตคนโดยตรง ไม่ใช่เพียงเรื่องสิ่งแวดล้อมในเชิงนโยบาย เมื่อป่าถูกไฟเผาซ้ำ ระบบนิเวศพื้นล่างที่พืชสมุนไพรและพืชเครื่องเทศใช้เติบโตจะเสียหาย ความชุ่มชื้นลดลง ดินเสื่อมลง และแหล่งอาหารป่าของชุมชนลดลง การมีแนวกันไฟ การลาดตระเวน การควบคุมการเผา และการสร้างความเข้าใจให้ชุมชนจึงเป็นหัวใจสำคัญของการรักษาป่าผืนนี้ให้คงอยู่ต่อไป
 
เส้นทางรอบป่าดงปอและดงบังอี่ยังเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอเลิงนกทาและตำบลบุ่งค้า เช่น ศูนย์ศิลปาชีพโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่บ้านน้อมเกล้า อ่างเก็บน้ำห้วยสะแบก ภูสูง ภูถ้ำพระ และชุมชนโดยรอบ ทำให้ผู้เดินทางสามารถจัดเส้นทางท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและชุมชนได้ในวันเดียว จุดเด่นคือเส้นทางนี้ไม่ใช่เส้นทางท่องเที่ยวเมือง แต่เป็นเส้นทางที่ให้ภาพของภูเขา ป่า อ่างเก็บน้ำ โครงการพระราชดำริ และวิถีชุมชนชายป่าอย่างครบถ้วน
 
ศูนย์ศิลปาชีพบ้านเล็กในป่าใหญ่บ้านน้อมเกล้าเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญ เพราะเป็นพื้นที่ที่สะท้อนแนวคิดคนอยู่ร่วมกับป่า การส่งเสริมอาชีพ และการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติในบริบทเดียวกับพื้นที่ป่าแถบภูพานของยโสธร เมื่อเที่ยวป่าดงปอและดงบังอี่ร่วมกับบ้านน้อมเกล้า ผู้มาเยือนจะเห็นว่าการอนุรักษ์ป่าไม่ใช่การแยกคนออกจากพื้นที่เสมอไป แต่สามารถออกแบบให้ชุมชนมีอาชีพ มีความรู้สึกเป็นเจ้าของ และร่วมรักษาทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างเป็นรูปธรรม
 
อ่างเก็บน้ำห้วยสะแบกเป็นอีกจุดที่เหมาะสำหรับเชื่อมเส้นทาง เพราะเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลางในตำบลบุ่งค้า อำเภอเลิงนกทา มีภูเขาล้อมรอบและมีทิวทัศน์สวยงาม การเชื่อมป่าดงปอและดงบังอี่กับอ่างเก็บน้ำทำให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างป่า ภูเขา และน้ำอย่างชัดเจน ป่าที่สมบูรณ์ช่วยรักษาต้นน้ำและความชุ่มชื้น ส่วนอ่างเก็บน้ำช่วยรองรับการใช้ประโยชน์ด้านชลประทาน ชุมชน และการพักผ่อนของคนในพื้นที่
 
ภูถ้ำพระเป็นสถานที่ใกล้เคียงที่เพิ่มมิติศรัทธาและธรรมชาติให้เส้นทางเลิงนกทา มีถ้ำที่มีพระพุทธรูปจำนวนมากและมีบรรยากาศป่าเขาร่มรื่น การเที่ยวป่าดงปอและดงบังอี่ร่วมกับภูถ้ำพระทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นทั้งป่าธรรมชาติและพื้นที่ศรัทธาที่ตั้งอยู่ในภูมิประเทศแบบภูเขา เส้นทางนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้ยโสธรในมุมลึกกว่าตัวเมือง เพราะได้เห็นพื้นที่ที่มีทั้งระบบนิเวศ ภูเขา ประวัติศาสตร์ชุมชน และศาสนา
 
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยวชมป่าดงปอและดงบังอี่คือช่วงเช้าถึงช่วงบ่ายในเวลา 06.00-18.00 น. เพราะเป็นช่วงที่มีแสงสว่างเพียงพอและปลอดภัยต่อการเดินทางในพื้นที่ป่า ช่วงฤดูฝนป่าจะมีความชุ่มชื้นสูง เหมาะกับการเรียนรู้พืชพื้นล่าง เห็ดป่า สมุนไพร และระบบนิเวศที่กลับมามีชีวิต ส่วนช่วงปลายฝนถึงต้นหนาวเหมาะกับการชมบรรยากาศป่าและอ่างเก็บน้ำรอบพื้นที่ ช่วงฤดูแล้งเหมาะกับการเรียนรู้เรื่องการปรับตัวของป่าและการป้องกันไฟป่า แต่ต้องระมัดระวังเรื่องความแห้งแล้งและประกายไฟเป็นพิเศษ
 
การเดินทาง ไปยังป่าสงวนแห่งชาติป่าดงปอและป่าดงบังอี่ควรใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก โดยสามารถเดินทางจากตัวอำเภอเลิงนกทาเข้าสู่พื้นที่ตำบลบุ่งค้า บ้านห้วยสะแบก บ้านน้อมเกล้า หรือเส้นทางชุมชนที่เชื่อมกับพื้นที่ป่าและแนวเทือกเขาภูพาน เส้นทางบางช่วงเป็นเส้นทางชนบทและเส้นทางชุมชน ควรตรวจสอบสภาพถนน สภาพอากาศ และจุดเข้าพื้นที่ก่อนเดินทาง หากต้องการเข้าศึกษาป่าเป็นคณะ ควรประสานเทศบาลตำบลบุ่งค้า หน่วยงานป่าไม้ หรือสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดยโสธรล่วงหน้า
 
การเข้าพื้นที่ป่าควรแต่งกายให้เหมาะสม รองเท้าควรเป็นรองเท้าหุ้มส้นหรือรองเท้าสำหรับเดินพื้นที่ธรรมชาติ เสื้อผ้าควรปกปิดแขนขาเพื่อลดการขีดข่วนจากกิ่งไม้และแมลง ควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก ยากันยุง ถุงขยะส่วนตัว โทรศัพท์ที่มีแบตเตอรี่เพียงพอ และไม่ควรเดินเข้าป่าลึกโดยลำพัง ผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับพื้นที่ควรมีคนท้องถิ่นหรือผู้รู้เส้นทางร่วมเดินทางด้วย เพื่อให้การเที่ยวชมปลอดภัยและไม่รบกวนระบบนิเวศ
 
ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงปอและป่าดงบังอี่ไม่มีค่าเข้าชมสำหรับการเที่ยวชมพื้นที่ธรรมชาติโดยทั่วไปตามเส้นทางชุมชนที่เหมาะสม แต่การเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติทำให้ผู้มาเยือนต้องเคารพกฎหมายและกติกาพื้นที่อย่างเคร่งครัด ไม่ตัดไม้ ไม่ล่าสัตว์ ไม่เก็บพืชป่าหรือสมุนไพรออกจากพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่จุดไฟ ไม่ทิ้งขยะ และไม่ทำกิจกรรมที่เพิ่มความเสี่ยงต่อไฟป่า การเที่ยวป่าที่ดีคือการเรียนรู้จากธรรมชาติ โดยไม่ลดทอนความสมบูรณ์ของป่าและไม่ทำให้ชุมชนรอบป่าต้องรับภาระจากการท่องเที่ยว
 
สำหรับผู้สนใจถ่ายภาพ ป่าแห่งนี้มีมุมภาพที่น่าสนใจหลายแบบ ทั้งแนวเทือกเขาภูพาน ป่าดิบแล้ง ไม้พื้นล่าง เร่ว กระวาน เส้นทางชุมชนชายป่า บรรยากาศอ่างเก็บน้ำใกล้เคียง และภาพวิถีชุมชนรอบป่า การถ่ายภาพควรทำอย่างเคารพพื้นที่ ไม่จัดฉากด้วยการเคลื่อนย้ายพืชป่า ไม่เหยียบย่ำต้นอ่อน ไม่เข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวของชาวบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่เผยแพร่ภาพที่อาจกระตุ้นให้เกิดการเข้าไปเก็บทรัพยากรป่าอย่างไม่เหมาะสม
 
สำหรับครอบครัวและเด็ก ป่าดงปอและดงบังอี่สามารถเป็นแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนเรื่องป่าอีสานได้อย่างดี เด็กจะได้เข้าใจว่าป่าไม่ได้มีเพียงต้นไม้ใหญ่ แต่มีพืชพื้นล่าง เครื่องเทศ สมุนไพร แมลง สัตว์ขนาดเล็ก แหล่งน้ำ และความรู้ของชุมชนซ่อนอยู่จำนวนมาก การพาเด็กมาเรียนรู้ควรเน้นการสังเกต ไม่เน้นการเก็บของป่า และควรอธิบายเรื่องการไม่ทิ้งขยะ ไม่จุดไฟ และการเคารพพื้นที่ธรรมชาติอย่างชัดเจน
 
สำหรับชาวต่างชาติ ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงปอและป่าดงบังอี่เป็นตัวอย่างที่ดีของป่าภาคอีสานที่เชื่อมโยงธรรมชาติกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่น พืชอย่างเร่วและกระวานช่วยอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างป่า เครื่องเทศ สมุนไพร และการค้าในอดีต ส่วนภูมิประเทศแบบวงแหวนของแนวภูพานทำให้เห็นว่ายโสธรมีพื้นที่ภูเขาและป่าที่น่าสนใจไม่น้อยกว่าพื้นที่วัฒนธรรมในตัวเมือง การมาเยือนป่าแห่งนี้จึงช่วยเปิดภาพยโสธรในมิติธรรมชาติและระบบนิเวศอย่างชัดเจน
 
ความสำคัญของป่าดงปอและดงบังอี่ในปัจจุบันอยู่ที่การรักษาป่าที่เหลืออยู่ให้ทำหน้าที่ต่อไป ทั้งในฐานะแหล่งพันธุกรรมพืชป่า แหล่งสมุนไพร แหล่งอาหาร แหล่งเรียนรู้ และพื้นที่ดูดซับคาร์บอนตามธรรมชาติ การอนุรักษ์ป่าผืนนี้จึงเป็นประโยชน์ต่อทั้งชุมชนท้องถิ่น จังหวัดยโสธร และผู้มาเยือนที่ต้องการเข้าใจธรรมชาติอีสานในระดับลึก ป่าแห่งนี้เป็นหลักฐานว่าทรัพยากรธรรมชาติที่ดูเงียบสงบสามารถมีความหมายทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมได้พร้อมกัน
 
โดยสรุป ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงปอและป่าดงบังอี่ จังหวัดยโสธร เป็นผืนป่าที่มีคุณค่าครบทั้งด้านภูมิประเทศ ระบบนิเวศ พืชสมุนไพร พืชเครื่องเทศ ประวัติศาสตร์ชุมชน และการอนุรักษ์ ลักษณะเด่นคือหุบเขาโค้งเป็นวงแหวน แนวเทือกเขาภูพานล้อมรอบด้านเหนือและตะวันออก ป่าดงดิบแล้ง ป่าผสมผลัดใบ พื้นที่ป่าสมบูรณ์ขนาดใหญ่ เร่วหรือหมากเหน่ง กระวาน และความเชื่อมโยงกับเส้นทางธรรมชาติบ้านน้อมเกล้า อ่างเก็บน้ำห้วยสะแบก ภูสูง และภูถ้ำพระ สถานที่แห่งนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้ธรรมชาติอีสานอย่างจริงจัง เห็นคุณค่าของป่าที่หล่อเลี้ยงชุมชน และสัมผัสยโสธรในมุมของป่า ภูเขา สมุนไพร และภูมิปัญญาท้องถิ่น
 
ชื่อสถานที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงปอและป่าดงบังอี่ / ป่าดงปอ ดงบังอี่ จังหวัดยโสธร
ประเภทสถานที่ป่าสงวนแห่งชาติ แหล่งธรรมชาติ แหล่งเรียนรู้ระบบนิเวศป่าดงดิบแล้งและป่าผสมผลัดใบ
ที่ตั้งพื้นที่อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร เชื่อมโยงกับแนวเทือกเขาภูพานและพื้นที่ชุมชนตำบลบุ่งค้า
ที่อยู่โดยสังเขปเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงปอและป่าดงบังอี่ อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร 35120
ไฮไลต์หุบเขาโค้งเป็นวงแหวน แนวเทือกเขาภูพาน ป่าดงดิบแล้ง ป่าผสมผลัดใบ พืชเครื่องเทศและสมุนไพร เช่น เร่วหรือหมากเหน่งและกระวาน
ลักษณะภูมิประเทศเป็นหุบเขาโค้งคล้ายวงแหวน มีแนวเทือกเขาภูพานล้อมรอบทางด้านเหนือและด้านตะวันออก มีพื้นที่ลาดเชิงเขา หุบเขา พื้นที่ป่า และเส้นทางชุมชนชายป่า
ลักษณะป่าป่าดงดิบแล้ง
ป่าผสมผลัดใบ
พืชพื้นล่างและสมุนไพร
พื้นที่ป่าชายเทือกเขาภูพาน
พื้นที่เฝ้าระวังไฟป่าและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
ข้อมูลพื้นที่มีพื้นที่ป่าสมบูรณ์ประมาณ 139,000 ไร่ หรือประมาณร้อยละ 48 ของพื้นที่ป่าสงวนทั้งหมด
พืชสำคัญเร่วหรือหมากเหน่ง
กระวาน
พันธุ์ไม้ดงดิบแล้ง
ไม้ผสมผลัดใบ
พืชสมุนไพรและพืชพื้นล่างในป่าสมบูรณ์
ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเร่วหรือหมากเหน่งและกระวานเป็นพืชที่มีความเกี่ยวพันกับชาวยโสธรในอดีต ผลแห้งมีกลิ่นหอม ใช้เป็นเครื่องเทศและยาสมุนไพร และเคยเป็นสินค้าสำคัญที่ส่งเข้าสู่ส่วนกลาง
กิจกรรมที่เหมาะสมชมธรรมชาติ เรียนรู้ป่าดงดิบแล้งและป่าผสมผลัดใบ ศึกษาพืชสมุนไพรและเครื่องเทศพื้นป่า ถ่ายภาพธรรมชาติ เรียนรู้การป้องกันไฟป่า และเชื่อมเส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาติรอบอำเภอเลิงนกทา
การเดินทางจากตัวอำเภอเลิงนกทาเดินทางเข้าสู่พื้นที่ตำบลบุ่งค้า บ้านห้วยสะแบก บ้านน้อมเกล้า หรือเส้นทางชุมชนที่เชื่อมกับแนวป่าดงปอและดงบังอี่ รถยนต์ส่วนตัวเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด
สถานะปัจจุบันเปิดเป็นพื้นที่ป่าธรรมชาติและพื้นที่เรียนรู้เชิงนิเวศตามเส้นทางชุมชนที่เหมาะสม โดยยังมีการดูแลด้านป้องกันไฟป่า เฝ้าระวังการบุกรุก และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติร่วมกับชุมชน
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ / เวลาแนะนำเข้าชม06.00 – 18.00 น.
ค่าเข้าชมไม่มีค่าเข้าชมสำหรับการเที่ยวชมพื้นที่ธรรมชาติทั่วไปตามเส้นทางชุมชนที่เหมาะสม
สิ่งอำนวยความสะดวกเส้นทางชุมชนเข้าพื้นที่ป่า จุดประสานงานหน่วยงานท้องถิ่น เส้นทางธรรมชาติบางช่วง จุดทำแนวกันไฟ พื้นที่ชุมชนรอบป่า ร้านอาหารในอำเภอเลิงนกทา และที่พักในตัวอำเภอเลิงนกทา
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญโซนป่าดงดิบแล้ง
โซนป่าผสมผลัดใบ
โซนพืชพื้นล่างและสมุนไพร
โซนเร่วหรือหมากเหน่งและกระวาน
โซนแนวเทือกเขาภูพาน
โซนหุบเขาโค้งเป็นวงแหวน
โซนเส้นทางชุมชนชายป่า
โซนทำแนวกันไฟและเฝ้าระวังไฟป่า
โซนเชื่อมเส้นทางบ้านน้อมเกล้าและอ่างเก็บน้ำห้วยสะแบก
ผู้ดูแล / หน่วยงานเกี่ยวข้องกรมป่าไม้ หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้เลิงนกทา หน่วยงานป่าไม้ในพื้นที่ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดยโสธร เทศบาลตำบลบุ่งค้า อำเภอเลิงนกทา และชุมชนรอบป่า
เบอร์ติดต่อหน่วยงานสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดยโสธร โทร. 045-715466
เทศบาลตำบลบุ่งค้า โทร. 045-970229
กรมหม่อนไหม Call Center สำหรับพื้นที่บ้านน้อมเกล้าที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางชุมชน โทร. 1275
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. ศูนย์ศิลปาชีพโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่บ้านน้อมเกล้า ประมาณ 5 กม.
2. ชุมชนบ้านน้อมเกล้าและเส้นทางชุมชนผู้ไท ประมาณ 5 กม.
3. อ่างเก็บน้ำห้วยสะแบก ประมาณ 8 กม.
4. ภูสูง ประมาณ 18 กม.
5. ภูถ้ำพระ ประมาณ 36 กม.
6. ตัวอำเภอเลิงนกทา ประมาณ 48 กม.
7. วัดมหาธาตุ ยโสธร ประมาณ 120 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ร้านอาหารท้องถิ่นในบ้านน้อมเกล้าและตำบลบุ่งค้า ประมาณ 1-5 กม.
2. ร้านแอบแซบ เลิงนกทา ประมาณ 48 กม. โทร. 080-4688662
3. ต.เนื้อย่าง เลิงนกทา ประมาณ 48 กม. โทร. 088-3362460, 089-6137456
4. Lucky Shabu เลิงนกทา ประมาณ 48 กม. โทร. 080-4062499, 095-2655097
5. ตำโหด โคตรยำ เลิงนกทา ประมาณ 48 กม. โทร. 080-1705870
6. Momocha ชานมไข่มุกไต้หวัน เลิงนกทา ประมาณ 48 กม. โทร. 099-3294266
ที่พักใกล้เคียง1. ที่พักท้องถิ่นในตำบลบุ่งค้าและพื้นที่ใกล้บ้านน้อมเกล้า ประมาณ 1-10 กม.
2. โรงแรมภูดิน เลิงนกทา ประมาณ 48 กม. โทร. 045-782345
3. ไผ่สีทอง รีสอร์ท เลิงนกทา ประมาณ 48 กม. โทร. 083-3695005
4. กูเกิลเฮาส์ เลิงนกทา ประมาณ 48 กม. โทร. 088-5633439
5. Thararuthai Resort Hotel Loeng Nok Tha ประมาณ 48 กม. โทร. 088-5936442
6. โรงแรมคิงส์พาเลซ เลิงนกทา ประมาณ 49 กม. โทร. 089-5691802
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงปอและป่าดงบังอี่อยู่ที่ไหน?
ตอบ: ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงปอและป่าดงบังอี่อยู่ในเขตอำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร เชื่อมโยงกับแนวเทือกเขาภูพานและพื้นที่ชุมชนตำบลบุ่งค้า
 
ถาม: ป่าดงปอและดงบังอี่มีจุดเด่นอะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือภูมิประเทศแบบหุบเขาโค้งเป็นวงแหวน มีแนวเทือกเขาภูพานล้อมรอบด้านเหนือและด้านตะวันออก สภาพป่าเป็นป่าดงดิบแล้งและป่าผสมผลัดใบ มีเร่วหรือหมากเหน่งและกระวานเป็นพืชสำคัญ
 
ถาม: ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงปอและป่าดงบังอี่เปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: เปิดให้เที่ยวชมพื้นที่ธรรมชาติทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น. โดยควรเข้าชมในช่วงกลางวันที่มีแสงสว่างเพียงพอ
 
ถาม: ป่าดงปอและดงบังอี่เสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่มีค่าเข้าชมสำหรับการเที่ยวชมพื้นที่ธรรมชาติทั่วไปตามเส้นทางชุมชนที่เหมาะสม
 
ถาม: เร่วหรือหมากเหน่งและกระวานสำคัญอย่างไรต่อพื้นที่นี้?
ตอบ: เร่วหรือหมากเหน่งและกระวานเป็นพืชพื้นล่างของป่าสมบูรณ์ ผลแห้งมีกลิ่นหอม ใช้ประกอบเครื่องเทศและยาสมุนไพร และมีความเกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์เศรษฐกิจของยโสธรในอดีต
 
ถาม: ควรเที่ยวป่าดงปอและดงบังอี่ช่วงเวลาใด?
ตอบ: ช่วงเช้าถึงบ่ายเหมาะที่สุดสำหรับการเดินทางในพื้นที่ป่า ฤดูฝนเหมาะกับการเรียนรู้พืชพื้นล่างและความชุ่มชื้นของป่า ส่วนฤดูแล้งเหมาะกับการเรียนรู้เรื่องการป้องกันไฟป่าและการปรับตัวของป่าผลัดใบ
 
ถาม: นักท่องเที่ยวสามารถเก็บพืชป่าหรือสมุนไพรได้หรือไม่?
ตอบ: นักท่องเที่ยวทั่วไปควรเน้นการเรียนรู้และชมธรรมชาติ ไม่ควรเก็บพืชป่า สมุนไพร หรือทรัพยากรธรรมชาติออกจากพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะพื้นที่นี้เป็นป่าสงวนแห่งชาติและเป็นฐานทรัพยากรสำคัญของชุมชน
 
ถาม: ควรเที่ยวป่าดงปอและดงบังอี่ร่วมกับสถานที่ใด?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับศูนย์ศิลปาชีพโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่บ้านน้อมเกล้า อ่างเก็บน้ำห้วยสะแบก ภูสูง ภูถ้ำพระ และชุมชนธรรมชาติรอบอำเภอเลิงนกทา

ธรรมชาติ และสัตว์ป่าหมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์กลุ่ม: ●อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์

ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(6)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(4)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(1)
บ้านโบราณ และเมืองโบราณ บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(1)
วัด วัด(22)
โบสถ์ โบสถ์(1)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(9)
โครงการหลวง โครงการหลวง(2)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(2)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(2)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(7)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(2)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(2)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(1)