หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดยโสธร >อ.คำเขื่อนแก้ว >ต.สงเปือย > แหล่งโบราณสถานบ้านสงเปือย
TL;DR: แหล่งโบราณสถานบ้านสงเปือย อยู่ที่บ้านสงเปือย ตำบลสงเปือย อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
แหล่งโบราณสถานบ้านสงเปือย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
แหล่งโบราณสถานบ้านสงเปือย จังหวัดยโสธร เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และศาสนสถานสำคัญของอำเภอคำเขื่อนแก้ว มีทั้งวัดสงเปือย พระพุทธรูปใหญ่ เจดีย์บรรจุดินจากสังเวชนียสถาน 4 ตำบล รอยพระพุทธบาทจำลอง พิพิธภัณฑ์ของโบราณ และซากเมืองโบราณดงเมืองเตยที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมเจนละ ทวารวดี และขอมยุคต้น เปิดให้เข้าชมทุกวัน ไม่เสียค่าเข้าชม เหมาะสำหรับผู้สนใจโบราณคดี ประวัติศาสตร์อีสาน ศาสนสถาน และเส้นทางท่องเที่ยววัฒนธรรมยโสธร
แหล่งโบราณสถานบ้านสงเปือย จังหวัดยโสธร เป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่รวมร่องรอยความศรัทธา พุทธศิลป์ โบราณคดี และภูมิทัศน์วัฒนธรรมของชุมชนลุ่มน้ำชีไว้ในพื้นที่เดียวกัน ตั้งอยู่ที่ตำบลสงเปือย อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร ห่างจากตัวเมืองยโสธรประมาณ 25 กิโลเมตร ตามเส้นทางยโสธร – คำเขื่อนแก้ว – อุบลราชธานี หรือทางหลวงหมายเลข 23 จากนั้นมีทางแยกเข้าสู่บ้านสงเปือยและพื้นที่โบราณสถาน จุดเด่นของสถานที่แห่งนี้คือไม่ได้มีเพียงโบราณสถานเดี่ยวให้ชม แต่เป็นกลุ่มแหล่งเรียนรู้ที่ประกอบด้วยวัดสงเปือย พระพุทธรูปใหญ่ เจดีย์สำคัญ รอยพระพุทธบาทจำลอง พิพิธภัณฑ์ของโบราณ และซากเมืองโบราณดงเมืองเตยซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญของชุมชนโบราณในภาคอีสานตอนล่าง
การมาเยือนบ้านสงเปือยจึงเป็นการเดินทางเข้าสู่พื้นที่ที่มีชั้นประวัติศาสตร์หลายระดับ ตั้งแต่ความศรัทธาในพุทธศาสนาของชาวบ้านในปัจจุบัน ไปจนถึงหลักฐานศาสนสถานโบราณที่สัมพันธ์กับศาสนาพราหมณ์ฮินดูในลัทธิไศวนิกาย และร่องรอยชุมชนที่มีพัฒนาการต่อเนื่องในบริเวณลุ่มแม่น้ำชี สิ่งที่ทำให้แหล่งโบราณสถานบ้านสงเปือยมีคุณค่าสูงคือการเชื่อมกันระหว่างสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชุมชนกับพื้นที่โบราณคดีขนาดใหญ่ ผู้มาเยือนสามารถเริ่มจากการไหว้พระภายในวัดสงเปือย ชมพระพุทธรูปใหญ่และรอยพระพุทธบาทจำลอง แล้วต่อด้วยพิพิธภัณฑ์ของโบราณและซากเมืองโบราณดงเมืองเตย ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากชุมชน
วัดสงเปือยเป็นศูนย์กลางทางศรัทธาของชุมชนบ้านสงเปือยมายาวนาน ภายในวัดมีพระพุทธรูปใหญ่เป็นพระประธานในอุโบสถ มีขนาดหน้าตักกว้างประมาณ 3 เมตร สูงประมาณ 8 เมตร สร้างด้วยอิฐและปูน มีอายุไม่น้อยกว่า 200 ปี พระพุทธรูปองค์นี้เป็นที่สักการะของประชาชนในท้องถิ่น และเป็นจุดแรกที่ผู้มาเยือนควรเข้าไปกราบไหว้เพื่อเริ่มต้นการเดินชมพื้นที่โดยรอบ ความสำคัญของพระพุทธรูปใหญ่ไม่ได้อยู่เพียงขนาดขององค์พระ แต่ยังอยู่ที่บทบาทในฐานะหลักยึดเหนี่ยวจิตใจของชุมชน เป็นพระประธานที่เชื่อมกิจกรรมทางศาสนา งานบุญ และความทรงจำของคนในพื้นที่เข้าด้วยกัน
ถัดจากพระพุทธรูปใหญ่ อีกหนึ่งปูชนียสถานสำคัญคือเจดีย์บรรจุดินจากสังเวชนียสถาน 4 ตำบล เดิมเป็นเจดีย์เก่าอายุประมาณ 200 ปีขึ้นไป และได้รับการต่อเติมขึ้นใหม่ในปี พ.ศ. 2498 โดยเงินทุนของจอมพลแปลก พิบูลสงคราม พระปลัดเขียน อัมมาพันธ์ ได้นำดินจากสังเวชนียสถาน 4 ตำบลในประเทศอินเดียมาบรรจุไว้ ได้แก่ สถานที่ประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา และปรินิพพาน เจดีย์องค์นี้จึงมีความหมายลึกกว่าการเป็นสิ่งก่อสร้างภายในวัด เพราะเป็นสัญลักษณ์ของการเชื่อมโยงชุมชนบ้านสงเปือยกับพุทธประวัติและสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาในระดับสากล
รอยพระพุทธบาทจำลองภายในวัดสงเปือยเป็นอีกจุดที่มีความสำคัญทางศรัทธา จัดสร้างโดยจอมพลแปลก พิบูลสงครามและท่านผู้หญิง ในวันสงกรานต์ของทุกปี ประชาชนในท้องถิ่นจะมาสรงน้ำรอยพระพุทธบาทจำลองกันเป็นจำนวนมาก ประเพณีนี้ทำให้พื้นที่วัดสงเปือยมีชีวิตในมิติของพิธีกรรมประจำปี ไม่ใช่เพียงสถานที่เก็บรักษาโบราณวัตถุหรือศาสนสถานเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่คนในชุมชนใช้ประกอบกิจกรรมทางศาสนา ทำบุญ สรงน้ำ ขอพร และรักษาความต่อเนื่องของประเพณีท้องถิ่น
พิพิธภัณฑ์ของโบราณบ้านสงเปือยเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจประวัติศาสตร์ของพื้นที่ได้ชัดเจนขึ้น ภายในเป็นสถานที่รวบรวมของโบราณที่เก็บและขุดพบจากดงเมืองเตย เมืองเก่าสมัยขอม สิ่งของสำคัญที่กล่าวถึงในข้อมูลท้องถิ่น ได้แก่ เตียงบรรทมเจ้าเมืองที่ทำจากศิลา และศิลาจารึกที่สันนิษฐานว่าเป็นอักษรขอมโบราณ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างวัดสงเปือยกับเมืองโบราณดงเมืองเตย เพราะช่วยอธิบายว่าชิ้นส่วนโบราณวัตถุที่พบในพื้นที่ไม่ได้เป็นวัตถุแยกเดี่ยว แต่เป็นหลักฐานของชุมชนโบราณที่เคยมีระบบความเชื่อ การปกครอง และศาสนสถานสำคัญมาก่อน
ซากเมืองโบราณดงเมืองเตยอยู่ทางทิศใต้ของหมู่บ้านสงเปือย ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 1 กิโลเมตร และห่างจากตัวอำเภอคำเขื่อนแก้วประมาณ 7 กิโลเมตร พื้นที่แห่งนี้เป็นเมืองโบราณบนเนินดินรูปร่างค่อนข้างรี มีคูน้ำและคันดินล้อมรอบ ความยาวตามแนวทิศตะวันออกเฉียงเหนือ – ตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 650 เมตร และความกว้างตามแนวทิศตะวันตกเฉียงเหนือ – ตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 450 – 540 เมตร คูเมืองกว้างเฉลี่ยประมาณ 100 เมตร ปัจจุบันคูเมืองหลายส่วนตื้นเขินหรือเปลี่ยนสภาพไปตามการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ แต่ยังคงมีร่องรอยให้เห็นในบางจุด เช่น หนองปู่ตา หนองอีตู้ และหนองฝักหนาม
ดงเมืองเตยเป็นชุมชนโบราณที่มีความสำคัญมากในลุ่มแม่น้ำชีตอนปลาย หลักฐานโบราณคดีชี้ให้เห็นว่าพื้นที่นี้มีการอยู่อาศัยสืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย มีอายุทางโบราณคดีตั้งแต่ประมาณ 2,500 ปีมาแล้ว ต่อเนื่องถึงพุทธศตวรรษที่ 22 พบเศษภาชนะดินเผาแบบทุ่งกุลาร้องไห้ เศษภาชนะดินเผาสมัยทวารวดีและเขมร ตะกรันเหล็ก เครื่องมือ และร่องรอยการใช้พื้นที่ในหลายสมัย หลักฐานเหล่านี้ทำให้ดงเมืองเตยเป็นแหล่งเรียนรู้ที่แสดงพัฒนาการของชุมชนจากสังคมเกษตรกรรม ไปสู่ชุมชนที่มีศาสนสถานและความสัมพันธ์กับเครือข่ายวัฒนธรรมขนาดใหญ่ในภูมิภาค
ลักษณะของเมืองโบราณดงเมืองเตยสะท้อนความเข้าใจเรื่องภูมิประเทศและการจัดการน้ำของชุมชนโบราณ เมืองตั้งอยู่บนพื้นที่ลานตะพักลำน้ำระดับต่ำ ใกล้แม่น้ำชี ลำชีหลง หนองฝักหนาม และแหล่งน้ำธรรมชาติหลายแห่ง พื้นที่โดยรอบเหมาะกับการทำนาและการเพาะปลูก ทำให้ชุมชนโบราณสามารถตั้งถิ่นฐานและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โครงสร้างเมืองที่มีคูน้ำคันดินล้อมรอบไม่เพียงช่วยกำหนดขอบเขตชุมชน แต่ยังสัมพันธ์กับการป้องกันน้ำ การใช้ประโยชน์ทรัพยากร และความหมายเชิงพิธีกรรมของพื้นที่ศาสนสถาน
โบราณสถานดงเมืองเตยมีร่องรอยอาคารก่ออิฐและหินทรายที่สร้างขึ้นในลักษณะศาสนสถาน ตัวอาคารสำคัญมีลักษณะเป็นเจดีย์หรือฐานศาสนสถานก่ออิฐไม่สอปูน ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า สูงประมาณ 1.7 เมตร มีฐานเขียง 2 ชั้น มีบันไดทางขึ้นด้านทิศตะวันออก และมีอัฒจรรย์ก่อด้วยอิฐอยู่ด้านหน้า ถัดออกไปเป็นทางเดินด้านหน้าความยาวประมาณ 28 เมตร รอบองค์เจดีย์มีลักษณะเป็นลานอิฐ พื้นที่นี้จึงเป็นหลักฐานสำคัญของงานก่อสร้างในยุคต้นของอิทธิพลวัฒนธรรมอินเดียแบบคุปตะและหลังคุปตะ ซึ่งแพร่เข้ามาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านเครือข่ายศาสนาและการเมืองโบราณ
จารึกดงเมืองเตยเป็นหลักฐานสำคัญที่ทำให้พื้นที่นี้มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สูงยิ่งขึ้น จารึกดังกล่าวเป็นแผ่นหินทรายมีอักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต อายุราวพุทธศตวรรษที่ 12 ข้อความในจารึกกล่าวถึงบุคคลชั้นผู้นำและการสร้างลิงคโลกที่เคารพบูชา สอดคล้องกับลักษณะศาสนสถานในศาสนาพราหมณ์ที่นับถือพระศิวะ หลักฐานนี้เชื่อมดงเมืองเตยเข้ากับโลกวัฒนธรรมเจนละและขอมยุคต้น ทำให้เห็นว่าพื้นที่บ้านสงเปือยไม่ได้เป็นชุมชนเกษตรกรรมโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายเมืองและศาสนสถานที่มีความสัมพันธ์กับอำนาจทางวัฒนธรรมในลุ่มแม่น้ำมูลและลุ่มแม่น้ำชี
ชื่อเมืองโบราณที่สัมพันธ์กับดงเมืองเตยคือ “ศังขะปุระ” หรือชื่อในกลุ่มข้อมูลโบราณคดีที่เกี่ยวข้องกับดงเมืองเตย ดงเมืองเตย เมืองโบราณดงเมืองเตย ดอนเมืองเตย และศังขปุระ ชื่อเหล่านี้สะท้อนการรับรู้ของนักวิชาการและชุมชนต่อพื้นที่เดียวกันในหลายมิติ ทั้งในฐานะเมืองโบราณ ศาสนสถาน พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ และส่วนหนึ่งของความทรงจำท้องถิ่น ความสัมพันธ์ของดงเมืองเตยกับวัฒนธรรมเจนละ ทำให้พื้นที่นี้เป็นหลักฐานสำคัญของการแพร่อิทธิพลทางศาสนา การเมือง และศิลปกรรมจากโลกขอมเข้ามาสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยในช่วงพุทธศตวรรษที่ 11 – 13
แม้โบราณสถานดงเมืองเตยในปัจจุบันจะชำรุดไปมากตามกาลเวลา แต่ยังคงเห็นเค้าโครงเดิมของเมืองโบราณ ซากวัด สระน้ำ กำแพงเมือง คูเมือง และพื้นที่ศาสนสถานได้อย่างมีความหมาย การที่โบราณสถานยังคงอยู่ท่ามกลางป่าโปร่ง สำนักสงฆ์ พื้นที่เกษตรกรรม และชุมชน ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสลักษณะของแหล่งโบราณคดีที่ยังอยู่ร่วมกับภูมิทัศน์ปัจจุบัน ไม่ใช่เพียงซากอิฐหรือก้อนหิน แต่เป็นพื้นที่ที่มีความสัมพันธ์กับวิถีชุมชน ความเชื่อท้องถิ่น และการอนุรักษ์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ในด้านการท่องเที่ยว แหล่งโบราณสถานบ้านสงเปือยเหมาะกับการจัดเส้นทางแบบครึ่งวันหรือเต็มวัน โดยเริ่มจากวัดสงเปือยเพื่อกราบพระพุทธรูปใหญ่ ชมเจดีย์บรรจุดินจากสังเวชนียสถานและรอยพระพุทธบาทจำลอง จากนั้นแวะพิพิธภัณฑ์ของโบราณเพื่อทำความเข้าใจโบราณวัตถุและเรื่องราวของดงเมืองเตย แล้วเดินทางต่อไปยังซากเมืองโบราณดงเมืองเตยเพื่อชมผังเมือง คูน้ำคันดิน และซากศาสนสถาน การจัดลำดับเช่นนี้ช่วยให้เข้าใจพื้นที่จากศรัทธาปัจจุบัน ย้อนกลับไปสู่รากฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีของชุมชน
บรรยากาศของบ้านสงเปือยมีความเรียบง่ายแบบชนบทอีสาน เส้นทางเข้าสู่พื้นที่ผ่านชุมชน ทุ่งนา พื้นที่เกษตรกรรม และถนนท้องถิ่น ผู้มาเยือนควรใช้เวลาเดินชมอย่างช้า ๆ เพราะคุณค่าของสถานที่ไม่ได้อยู่ที่ความใหญ่โตหรือความสมบูรณ์แบบของสิ่งก่อสร้างเท่านั้น แต่อยู่ที่รายละเอียดของพื้นที่ เช่น รูปทรงเนินดิน คูเมืองที่ยังเหลือเค้าโครง ซากอิฐโบราณ ตำแหน่งสระน้ำ ร่องรอยศาสนสถาน และการอยู่ร่วมกันระหว่างวัด ชุมชน และแหล่งโบราณคดี ช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่เหมาะกับการเดินชมมากที่สุด เพราะอากาศไม่ร้อนเกินไปและถ่ายภาพภูมิทัศน์ได้สวย
สิ่งที่ควรคำนึงเมื่อไปเยือนแหล่งโบราณสถานบ้านสงเปือยคือการเคารพทั้งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และโบราณสถาน ผู้เข้าชมควรแต่งกายสุภาพเมื่อเข้าเขตวัด ไม่ปีนป่ายซากโบราณสถาน ไม่เคลื่อนย้ายก้อนอิฐ หิน ใบเสมา หรือชิ้นส่วนโบราณวัตถุ ไม่ขีดเขียนบนสิ่งก่อสร้าง และไม่ทิ้งขยะในพื้นที่ การเที่ยวในลักษณะนี้ช่วยให้แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ยังคงอยู่ในสภาพเหมาะสมสำหรับคนรุ่นต่อไป และช่วยสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นให้เกิดความภาคภูมิใจในการรักษามรดกวัฒนธรรมของตนเอง
การเดินทาง จากตัวเมืองยโสธรใช้ทางหลวงหมายเลข 23 เส้นทางยโสธร – คำเขื่อนแก้ว – อุบลราชธานี มุ่งหน้าไปทางอำเภอคำเขื่อนแก้ว ระยะทางประมาณ 20 – 25 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวเข้าสู่บ้านสงเปือยตามป้ายบอกทางอีกประมาณ 6.7 – 10 กิโลเมตร เส้นทางเหมาะสำหรับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างท้องถิ่น หากต้องการเดินชมทั้งวัดสงเปือย พิพิธภัณฑ์ของโบราณ และดงเมืองเตย ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 2 – 3 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถชมจุดสำคัญได้ครบและไม่เร่งรีบ
การเดินทางมาที่บ้านสงเปือยยังสามารถเชื่อมต่อกับแหล่งท่องเที่ยวอื่นของจังหวัดยโสธรได้สะดวก เช่น พระธาตุก่องข้าวน้อย วัดมหาธาตุ วิมานพญาแถน พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก และชุมชนเก่าบ้านสิงห์ท่า หากเดินทางต่อไปในเส้นทางคำเขื่อนแก้ว ยังสามารถแวะชมวัดและชุมชนท้องถิ่นในอำเภอใกล้เคียงได้อีกหลายแห่ง แหล่งโบราณสถานบ้านสงเปือยจึงเหมาะกับการเป็นจุดหมายหลักของทริปประวัติศาสตร์ยโสธร หรือเป็นหนึ่งในเส้นทางเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจจังหวัดยโสธรได้ลึกกว่าการเที่ยวเฉพาะตัวเมือง
โดยสรุป แหล่งโบราณสถานบ้านสงเปือยเป็นพื้นที่ที่มีองค์ประกอบครบทั้งศรัทธา ประวัติศาสตร์ โบราณคดี พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น และภูมิทัศน์ชุมชน พระพุทธรูปใหญ่และรอยพระพุทธบาทจำลองสะท้อนความศรัทธาของชาวบ้าน เจดีย์บรรจุดินจากสังเวชนียสถาน 4 ตำบลเชื่อมชุมชนกับพุทธประวัติ พิพิธภัณฑ์ของโบราณช่วยเล่าเรื่องวัตถุหลักฐาน ส่วนดงเมืองเตยแสดงร่องรอยเมืองโบราณและศาสนสถานที่สัมพันธ์กับเจนละ ทวารวดี และขอมยุคต้น สถานที่แห่งนี้จึงเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของจังหวัดยโสธรสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้ประวัติศาสตร์อีสานอย่างลึกซึ้งและครบถ้วนในพื้นที่เดียว
| ชื่อสถานที่ | แหล่งโบราณสถานบ้านสงเปือย |
| ชื่อที่เกี่ยวข้อง | วัดสงเปือย, วัดบ้านสงเปือย, ดงเมืองเตย, เมืองโบราณดงเมืองเตย, ดอนเมืองเตย, ศังขปุระ, พิพิธภัณฑ์ของโบราณบ้านสงเปือย |
| ที่ตั้ง | บ้านสงเปือย ตำบลสงเปือย อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร |
| ที่อยู่ | ตำบลสงเปือย อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร 35110 |
| พิกัด | แหล่งโบราณคดีบ้านสงเปือย: 15.644884483, 104.254178736 ชุมชนโบราณดงเมืองเตย: 15.639465, 104.256903 |
| ไฮไลต์ | พระพุทธรูปใหญ่ในอุโบสถวัดสงเปือย เจดีย์บรรจุดินจากสังเวชนียสถาน 4 ตำบล รอยพระพุทธบาทจำลอง พิพิธภัณฑ์ของโบราณ และซากเมืองโบราณดงเมืองเตย |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | มีร่องรอยตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย อายุประมาณ 2,500 ปี ต่อเนื่องถึงสมัยทวารวดี เจนละ ขอมยุคต้น และช่วงพุทธศตวรรษที่ 20 – 22 |
| หลักฐานสำคัญ | เศษภาชนะดินเผาแบบทุ่งกุลาร้องไห้ เศษภาชนะดินเผาสมัยทวารวดีและเขมร ตะกรันเหล็ก ซากอาคารก่ออิฐ จารึกอักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต ศิลาจารึก เตียงบรรทมเจ้าเมือง และร่องรอยคูน้ำคันดิน |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อบ้านสงเปือยสัมพันธ์กับชุมชนท้องถิ่น ส่วนดงเมืองเตยเป็นชื่อเมืองโบราณที่ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของหมู่บ้านและมีพืชป่ากับต้นเตยขึ้นในพื้นที่ ชื่อศังขปุระสัมพันธ์กับการอธิบายเมืองโบราณในเครือข่ายวัฒนธรรมเจนละ |
| ลักษณะเด่น | เมืองโบราณบนเนินดินรูปร่างค่อนข้างรี มีคูน้ำคันดินล้อมรอบ ความยาวประมาณ 650 เมตร ความกว้างประมาณ 450 – 540 เมตร คูเมืองกว้างเฉลี่ยประมาณ 100 เมตร และมีซากศาสนสถานก่ออิฐหันหน้าไปทางทิศตะวันออก |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. วัดสงเปือยและอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปใหญ่ 2. เจดีย์บรรจุดินจากสังเวชนียสถาน 4 ตำบล 3. รอยพระพุทธบาทจำลอง 4. พิพิธภัณฑ์ของโบราณบ้านสงเปือย 5. ซากเมืองโบราณดงเมืองเตย 6. คูน้ำคันดิน หนองปู่ตา หนองอีตู้ และหนองฝักหนาม 7. สำนักสงฆ์ดงเมืองเตยและพื้นที่ศาสนสถานโบราณ |
| ผู้ดูแล | กรมศิลปากร สำนักสงฆ์ดงเมืองเตย องค์การบริหารส่วนตำบลสงเปือย และหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่นจังหวัดยโสธร |
| เจ้าอาวาสวัดสงเปือย | พระอธิการวรรณชัย ธมฺมวิโร |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองยโสธรใช้ทางหลวงหมายเลข 23 เส้นทางยโสธร – คำเขื่อนแก้ว – อุบลราชธานี มุ่งหน้าไปทางอำเภอคำเขื่อนแก้ว ประมาณ 20 – 25 กม. จากนั้นเลี้ยวเข้าสู่บ้านสงเปือยตามป้ายบอกทางอีกประมาณ 6.7 – 10 กม. |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชม เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ศาสนสถาน และแหล่งเรียนรู้โบราณคดีของอำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| ค่าเข้า | ไม่เสียค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่จอดรถบริเวณวัด พื้นที่กราบไหว้พระ ห้องน้ำในเขตวัด เส้นทางชุมชน ร้านอาหารและคาเฟ่ในอำเภอคำเขื่อนแก้ว และที่พักในตัวเมืองยโสธร |
| เบอร์ติดต่อหลัก | หน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่นจังหวัดยโสธร โทร. 0-4571-1655-6 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | องค์การบริหารส่วนตำบลสงเปือย songpuai.go.th |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ซากเมืองโบราณดงเมืองเตย ประมาณ 1 กม. 2. พิพิธภัณฑ์ของโบราณบ้านสงเปือย ประมาณ 1 กม. 3. พระพุทธรูปใหญ่ วัดสงเปือย ภายในพื้นที่เดียวกัน 4. รอยพระพุทธบาทจำลอง วัดสงเปือย ภายในพื้นที่เดียวกัน 5. พระธาตุก่องข้าวน้อย ประมาณ 20 กม. 6. วิมานพญาแถนและพิพิธภัณฑ์พญาคันคาก ประมาณ 25 กม. 7. วัดมหาธาตุ ยโสธร ประมาณ 25 กม. 8. ชุมชนเก่าบ้านสิงห์ท่า ประมาณ 25 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ครัวคุณปอนด์ คำเขื่อนแก้ว ประมาณ 8 กม. โทร. 085-023-2708 2. ครัวกันเอง คำเขื่อนแก้ว ประมาณ 8 กม. โทร. 094-857-0422 3. ร้านไก่ย่างลืมไม่ลง / ตรงข้าม ปตท.คำเขื่อนแก้ว ประมาณ 8 กม. โทร. 088-635-8355 4. Marucha มารุชา สาขาคำเขื่อนแก้ว ประมาณ 8 กม. โทร. 064-816-1816 5. KAO NA Coffee ยโสธร ตำบลโพนทัน ประมาณ 14 กม. โทร. 083-805-4169 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. โรงแรมช้างใหญ่ใจดี ยโสธร ประมาณ 25 กม. โทร. 045-711-123 2. The Zen Hotel Yasothon ประมาณ 26 กม. โทร. 045-711-455 3. B.M. Grand Hotel ประมาณ 27 กม. โทร. 045-712-333 4. JP Emerald Hotel ประมาณ 27 กม. โทร. 045-714-456 5. The Green Park Grand Yasothon ประมาณ 28 กม. โทร. 045-714-700-4 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: แหล่งโบราณสถานบ้านสงเปือยอยู่ที่ไหน?
ตอบ: แหล่งโบราณสถานบ้านสงเปือยตั้งอยู่ที่บ้านสงเปือย ตำบลสงเปือย อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร ห่างจากตัวเมืองยโสธรประมาณ 25 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 23
ถาม: แหล่งโบราณสถานบ้านสงเปือยเปิดให้เข้าชมวันไหน?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: ต้องเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมวัดสงเปือย พิพิธภัณฑ์ของโบราณ และพื้นที่ซากเมืองโบราณดงเมืองเตยได้โดยไม่มีค่าเข้าชม
ถาม: สิ่งสำคัญภายในแหล่งโบราณสถานบ้านสงเปือยมีอะไรบ้าง?
ตอบ: สิ่งสำคัญได้แก่ พระพุทธรูปใหญ่ เจดีย์บรรจุดินจากสังเวชนียสถาน 4 ตำบล รอยพระพุทธบาทจำลอง พิพิธภัณฑ์ของโบราณ และซากเมืองโบราณดงเมืองเตย
ถาม: ดงเมืองเตยมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างไร?
ตอบ: ดงเมืองเตยเป็นเมืองโบราณที่มีร่องรอยตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย ต่อเนื่องถึงทวารวดี เจนละ และขอมยุคต้น มีคูน้ำคันดิน ซากศาสนสถาน จารึกอักษรปัลลวะ และหลักฐานการใช้พื้นที่หลายสมัย
ถาม: วัดสงเปือยมีเจ้าอาวาสชื่ออะไร?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดสงเปือยคือ พระอธิการวรรณชัย ธมฺมวิโร
ถาม: เดินทางจากตัวเมืองยโสธรไปบ้านสงเปือยอย่างไร?
ตอบ: ใช้ทางหลวงหมายเลข 23 เส้นทางยโสธร – คำเขื่อนแก้ว – อุบลราชธานี มุ่งหน้าไปทางอำเภอคำเขื่อนแก้ว จากนั้นเลี้ยวเข้าสู่บ้านสงเปือยตามป้ายบอกทาง เหมาะสำหรับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างท้องถิ่น
ถาม: เที่ยวแหล่งโบราณสถานบ้านสงเปือยร่วมกับที่ไหนได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับพระธาตุก่องข้าวน้อย วิมานพญาแถน พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก วัดมหาธาตุ และชุมชนเก่าบ้านสิงห์ท่าได้ในวันเดียว
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




