หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดยโสธร >อ.ทรายมูล >ต.นาเวียง > หอไตรวัดสระไตรนุรักษ์
TL;DR: หอไตรวัดสระไตรนุรักษ์ อยู่ที่วัดสระไตรนุรักษ์ บ้านนาเวียง หมู่ 1 ตำบลนาเวียง อำเภอทรายมูล จังหวัดยโสธร 35170 เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
หอไตรวัดสระไตรนุรักษ์

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
หอไตรวัดสระไตรนุรักษ์ จังหวัดยโสธร หรือพิพิธภัณฑ์หอไตรประวัติศาสตร์ วัดสระไตรนุรักษ์ เป็นโบราณสถานและแหล่งเรียนรู้ทางศาสนา ศิลปกรรม และวัฒนธรรมท้องถิ่นที่สำคัญของอำเภอทรายมูล ตั้งอยู่ที่วัดสระไตรนุรักษ์ บ้านนาเวียง หมู่ 1 ตำบลนาเวียง อำเภอทรายมูล จังหวัดยโสธร ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 25 กิโลเมตร จุดเด่นคือหอไตรไม้เก่าแก่ที่ตั้งอยู่กลางสระน้ำ สร้างขึ้นเพื่อใช้เก็บพระไตรปิฎก คัมภีร์ใบลาน และธรรมคัมภีร์ของวัดมาตั้งแต่อดีต ตัวอาคารมีความงดงามจากสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานลักษณะอีสาน ล้านช้าง และอิทธิพลพม่าหรือไทยใหญ่ เกิดเป็นรูปแบบหอไตรกลางน้ำที่มีเอกลักษณ์สูงและหาชมได้ยากในจังหวัดยโสธร
สถานที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงอาคารไม้เก่าที่ตั้งอยู่ในวัด แต่เป็นหลักฐานของภูมิปัญญาช่างไม้ ความศรัทธาทางพระพุทธศาสนา และความสำคัญของคัมภีร์ใบลานในสังคมอีสานโบราณ หอไตรในวัดไทยมีหน้าที่สำคัญคือเก็บรักษาพระไตรปิฎกและเอกสารธรรมะให้ปลอดภัยจากความชื้น ปลวก มอด และสัตว์รบกวน การสร้างหอไตรไว้กลางสระน้ำจึงมีเหตุผลทั้งในด้านประโยชน์ใช้สอยและความศักดิ์สิทธิ์ เพราะสายน้ำช่วยแยกพื้นที่เก็บคัมภีร์ออกจากพื้นที่ทั่วไป และทำให้หอไตรเป็นพื้นที่ที่มีความสงบ งดงาม และน่าเคารพในเวลาเดียวกัน
วัดสระไตรนุรักษ์ หรือวัดนาเวียง เป็นวัดเก่าแก่ของชุมชนนาเวียง ตามคำบอกเล่าท้องถิ่นเกี่ยวข้องกับการอพยพของกลุ่มคนลาวเวียงจันทน์ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 23–24 และมีความสัมพันธ์กับเรื่องราวของพระวอพระตา เสนาบดีในประวัติศาสตร์ลุ่มน้ำโขง วัดแห่งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงวัดประจำหมู่บ้าน แต่เป็นพื้นที่ที่สะท้อนรากวัฒนธรรมของชุมชนลาวอีสาน การเคลื่อนย้ายผู้คน ความศรัทธา และการตั้งถิ่นฐานในพื้นที่อำเภอทรายมูล หอไตรกลางน้ำที่ยังคงอยู่ภายในวัดจึงเป็นเหมือนประตูที่เปิดให้ผู้มาเยือนได้มองย้อนกลับไปสู่ช่วงเวลาการก่อร่างสร้างชุมชนในอดีต
ประวัติการสร้างวัดสระไตรนุรักษ์เชื่อมโยงกับพระครูหลักคำ หรือพระครูหลักคำชา ภิกษุชาวลาวซึ่งมีบทบาทในการสร้างวัดและหอไตรเพื่อเก็บรักษาธรรมคัมภีร์ที่นำมาจากเมืองเวียงจันทน์ การนำคัมภีร์และความรู้ทางพระพุทธศาสนามาเก็บไว้ในวัดแสดงให้เห็นว่าวัดนาเวียงเป็นศูนย์กลางด้านการศึกษาและศรัทธาของชุมชนตั้งแต่ยุคแรก ๆ การสร้างหอไตรจึงไม่ใช่เพียงการสร้างอาคารประกอบวัด แต่เป็นการสร้างคลังปัญญาทางศาสนาที่ช่วยเก็บรักษาคำสอน พระธรรม และภูมิปัญญาของผู้คนในพื้นที่ให้สืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน
ตัวหอไตรเป็นอาคารไม้ผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้างประมาณ 8.30 เมตร ยาวประมาณ 10.50 เมตร ตั้งอยู่บนเสาไม้กลมจำนวน 30 ต้นกลางสระน้ำ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ภายในแบ่งเป็นส่วนห้องเก็บคัมภีร์และระเบียงโดยรอบ ห้องเก็บคัมภีร์เป็นห้องทึบ ตั้งอยู่บนฐานบัวสูง ประดับกระจกเป็นระยะ บานประตูอยู่กึ่งกลางด้านหน้าและแกะสลักลวดลายพรรณพฤกษาอย่างสวยงาม ส่วนผนังระเบียงตีไม้ระแนงทแยงเป็นรูปก้างปลา ทำให้ตัวอาคารดูโปร่งและมีจังหวะทางสายตาที่ละเอียดอ่อน
หลังคาของหอไตรเป็นส่วนที่แสดงเอกลักษณ์ของอาคารได้เด่นชัด โครงสร้างหลังคาใช้ทรงปั้นหยาในชั้นล่างและซ้อนชั้นลดหลั่นกันขึ้นไป เหนือขึ้นไปเป็นหลังคาทรงจั่วประดับองค์ประกอบแบบศาสนสถาน เช่น โหง่ ใบระกา หางหงส์ และช่อฟ้า ทำให้หอไตรมีบุคลิกที่ผสมผสานระหว่างงานไม้พื้นถิ่นอีสาน งานศิลปะล้านช้าง และอิทธิพลไทยใหญ่ได้อย่างลงตัว การที่หลังคามีหลายชั้นทำให้อาคารดูสูงสง่า แม้ตัวหอไตรจะไม่ได้มีขนาดใหญ่มาก แต่สัดส่วนโดยรวมทำให้เกิดความรู้สึกศักดิ์สิทธิ์และทรงคุณค่าอย่างชัดเจน
บรรยากาศของหอไตรกลางน้ำเป็นเสน่ห์สำคัญของสถานที่ เมื่อมองจากริมสระจะเห็นเงาอาคารไม้สะท้อนบนผิวน้ำ เสาไม้จำนวนมากรับน้ำหนักตัวอาคารอยู่เหนือสระ บริเวณโดยรอบมีต้นไม้และความสงบร่มรื่นของวัดชุมชน ภาพเช่นนี้ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสความงดงามที่เกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างสถาปัตยกรรมกับธรรมชาติ หอไตรไม่ได้ตั้งอยู่บนลานคอนกรีตหรือพื้นที่แห้งแล้ง แต่ยืนอยู่กลางน้ำอย่างสง่างาม ราวกับแยกโลกแห่งธรรมคัมภีร์ออกจากความวุ่นวายของพื้นที่รอบนอก
การสร้างหอไตรกลางสระน้ำมีเหตุผลด้านการอนุรักษ์คัมภีร์ที่สำคัญ ในอดีตพระไตรปิฎกและคัมภีร์ธรรมจำนวนมากถูกบันทึกบนใบลาน ซึ่งเป็นวัสดุธรรมชาติที่ต้องป้องกันความชื้น ปลวก มอด และสัตว์รบกวน การยกอาคารขึ้นบนเสาไม้และล้อมด้วยน้ำจึงช่วยลดความเสี่ยงจากการทำลายของแมลงและสัตว์บางชนิด ขณะเดียวกันยังทำให้พื้นที่เก็บคัมภีร์มีความเป็นสัดส่วนและยากต่อการเข้าออกโดยไม่จำเป็น การออกแบบเช่นนี้สะท้อนภูมิปัญญาเชิงสถาปัตยกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานและการสร้างความศักดิ์สิทธิ์
คัมภีร์ใบลานที่เก็บรักษาอยู่ในหอไตรเป็นมรดกสำคัญของวัดและชุมชน ภายในหอไตรมีตู้พระธรรมบรรจุคัมภีร์ใบลาน และมีคัมภีร์ใบลานจำนวนมากที่ตกทอดมาตั้งแต่อดีต คัมภีร์เหล่านี้เป็นหลักฐานของการเรียนรู้พระธรรม การถ่ายทอดภาษาอีสาน ตัวอักษรธรรม อักษรโบราณ และวิธีคิดของชุมชนที่ใช้วัดเป็นศูนย์กลางการศึกษา ใบลานแต่ละผูกจึงไม่ได้มีคุณค่าเฉพาะด้านศาสนา แต่ยังมีคุณค่าด้านภาษา วรรณกรรม ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และภูมิปัญญาการจัดเก็บความรู้ของสังคมอีสาน
วัดสระไตรนุรักษ์ยังเกี่ยวข้องกับตำนานพระธาตุตะกุ้ง ฉบับวัดสระไตรนุรักษ์ บ้านนาเวียง ซึ่งเป็นวรรณกรรมท้องถิ่นที่สะท้อนความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ความเชื่อเรื่องพระธาตุ และการใช้ภาษาอีสานกับภาษาบาลีในการถ่ายทอดเรื่องราวทางศาสนา การมีตำนานท้องถิ่นเช่นนี้ทำให้หอไตรมีความหมายมากกว่าอาคารเก็บคัมภีร์ เพราะเชื่อมโยงเข้ากับวัฒนธรรมการเล่าเรื่อง การจดจำ และการสืบทอดคติธรรมของชุมชน ผู้ที่มาเยือนจึงควรมองหอไตรในฐานะคลังเอกสารและคลังความทรงจำของท้องถิ่นไปพร้อมกัน
ในปัจจุบันหอไตรแห่งนี้ใช้เป็นพิพิธภัณฑ์หอไตรประวัติศาสตร์ ทำหน้าที่เก็บรักษาคัมภีร์ใบลานและโบราณวัตถุที่เกี่ยวข้องกับวัดและชุมชน นอกจากนี้บริเวณข้างศาลาการเปรียญยังมีการจัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของชาวบ้าน เช่น เครื่องมือจับปลา เครื่องใช้ในครัวเรือน คาด ไถ และของใช้พื้นบ้านอื่น ๆ ภายใต้แนวคิดศูนย์บูรณาการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน ตำบลนาเวียง ทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นทั้งมรดกทางพระพุทธศาสนาและวิถีชีวิตท้องถิ่นในพื้นที่เดียวกัน
ของเด่นภายในพิพิธภัณฑ์หอไตรประวัติศาสตร์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงคัมภีร์ใบลาน แต่ยังรวมถึงตู้พระธรรมลักษณะหลังช้าง พระเสี่ยงทาย เมล็ดข้าวใหญ่ที่ทำจากไม้ พระงา พระนอ โหวดหอยสังข์หรือเขากวางหด ผ้าขิดโบราณ และวัตถุพื้นบ้านอีกหลายประเภท สิ่งของเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าวัดเป็นพื้นที่รวมความรู้และสิ่งสำคัญของชุมชน ทั้งในด้านศาสนา พิธีกรรม งานช่างพื้นบ้าน เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน และความเชื่อของผู้คน การเดินชมพิพิธภัณฑ์จึงทำให้เข้าใจว่าหอไตรไม่ได้เป็นเพียงที่เก็บหนังสือธรรมะ แต่เป็นที่เก็บโลกทางวัฒนธรรมของบ้านนาเวียง
หอไตรวัดสระไตรนุรักษ์ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถานโดยกรมศิลปากรเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2533 เนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ 1 งาน 5 ตารางวา การขึ้นทะเบียนโบราณสถานทำให้หอไตรได้รับการคุ้มครองในฐานะมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ สถานะดังกล่าวมีความสำคัญต่อการรักษาอาคารไม้เก่าแก่ เพราะหอไตรกลางน้ำเป็นงานไม้ที่ต้องดูแลอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านโครงสร้าง เสาไม้ หลังคา ผนัง ระเบียง สะพานไม้ และสภาพแวดล้อมของสระน้ำโดยรอบ
การบูรณะหอไตรมีบทบาทสำคัญต่อการคงอยู่ของสถานที่แห่งนี้ ในอดีตสระน้ำเคยแห้งขอดเป็นประจำทุกปี ทำให้ปลวกขึ้นไปทำลายหอไตรและเกิดความเสียหาย ชุมชนจึงรายงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอรับการบูรณะ ต่อมาในปี พ.ศ. 2539 กรมศิลปากรโดยหน่วยศิลปากรที่ 6 ได้ออกแบบแปลนและดำเนินการบูรณะซ่อมแซมหอไตร โดยคงลักษณะเดิมไว้ การบูรณะครั้งนี้ช่วยให้หอไตรยังคงรูปทรง สัดส่วน และรายละเอียดทางศิลปกรรมสำคัญไว้ได้ พร้อมทำให้ผู้คนรุ่นหลังสามารถเข้ามาศึกษาและชมความงดงามของสถาปัตยกรรมไม้กลางน้ำแห่งนี้ต่อไป
ความงามของหอไตรวัดสระไตรนุรักษ์อยู่ที่ความสมดุลระหว่างโครงสร้างและรายละเอียด ตัวอาคารมีขนาดกะทัดรัดแต่มีสัดส่วนแน่นชัด ระเบียงรอบอาคารช่วยให้หอไตรดูโปร่งและสัมพันธ์กับสระน้ำ ส่วนห้องเก็บคัมภีร์ที่เป็นห้องทึบให้ความรู้สึกมั่นคงและสงบ บานประตูไม้แกะสลักลายพรรณพฤกษาทำหน้าที่เป็นทั้งทางเข้าและจุดแสดงฝีมือช่าง ด้านหลังคาซ้อนชั้นช่วยยกระดับอาคารให้มีความสง่างาม สะท้อนแนวคิดการสร้างอาคารศักดิ์สิทธิ์ที่ให้ความสำคัญกับทั้งประโยชน์ใช้สอยและความงามทางจิตใจ
สำหรับผู้ที่สนใจงานช่างไม้ หอไตรแห่งนี้เป็นตัวอย่างที่ควรใช้เวลาเดินดูอย่างละเอียด เสาไม้กลม 30 ต้นช่วยรับน้ำหนักอาคารกลางน้ำ ระเบียงไม้รอบอาคารสร้างจังหวะของแสงและเงา ผนังระแนงทแยงรูปก้างปลาช่วยระบายอากาศและเพิ่มความงาม บานประตูแกะสลักแสดงทักษะงานช่างประณีต ส่วนหลังคาที่ซ้อนชั้นและประดับองค์ประกอบแบบศาสนสถานทำให้โครงสร้างโดยรวมมีความเคลื่อนไหวทางสายตา ผู้มาเยือนที่ชมอย่างช้า ๆ จะเห็นว่าทุกส่วนของหอไตรมีเหตุผลและความงดงามเฉพาะตัว
สำหรับผู้ที่สนใจศาสนาและคัมภีร์ใบลาน หอไตรวัดสระไตรนุรักษ์เป็นสถานที่ที่แสดงให้เห็นความสำคัญของการเก็บรักษาพระธรรมในอดีต คัมภีร์ใบลานต้องผ่านกระบวนการเตรียมใบลาน จารอักษร เจาะรู ร้อยเชือก ห่อผ้า และจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบ ตู้พระธรรมและห้องเก็บคัมภีร์จึงเป็นส่วนหนึ่งของระบบการอนุรักษ์ความรู้ทางศาสนา การมาเยือนหอไตรจึงช่วยให้เข้าใจว่าการสืบทอดพระพุทธศาสนาไม่ได้อาศัยเพียงการบอกเล่า แต่ต้องอาศัยวัสดุ งานเขียน ผู้คัดลอก ผู้เก็บรักษา และชุมชนที่เห็นคุณค่าของพระธรรมร่วมกัน
สำหรับผู้ที่สนใจวิถีชีวิตท้องถิ่น ศูนย์บูรณาการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนภายในวัดช่วยให้การเที่ยวหอไตรมีมิติเพิ่มขึ้น เครื่องมือจับปลา เครื่องมือทำนา เครื่องใช้ในครัวเรือน และสิ่งของพื้นบ้านที่จัดแสดงช่วยเล่าเรื่องชีวิตประจำวันของคนอีสานในอดีต ทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นว่าศาสนากับวิถีชีวิตไม่เคยแยกจากกัน วัดเป็นทั้งที่เก็บคัมภีร์ ที่ประกอบพิธีกรรม ที่รวมชาวบ้าน และที่เก็บรักษาของใช้ซึ่งสะท้อนภูมิปัญญาชุมชนในช่วงเวลาต่าง ๆ
บรรยากาศโดยรอบวัดสระไตรนุรักษ์เหมาะกับการท่องเที่ยวแบบสงบ ผู้มาเยือนสามารถเริ่มจากการไหว้พระภายในวัด เดินชมสระน้ำและหอไตรกลางน้ำ จากนั้นเข้าสู่พื้นที่พิพิธภัณฑ์และศูนย์วัฒนธรรมเพื่อชมคัมภีร์ใบลานและเครื่องมือเครื่องใช้พื้นบ้าน การเรียงลำดับการชมเช่นนี้ช่วยให้เข้าใจสถานที่จากมิติศรัทธาก่อน แล้วจึงค่อยเข้าสู่มิติประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และวิถีชีวิตชุมชน การใช้เวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมงจะช่วยให้เห็นรายละเอียดได้ชัดเจนมากกว่าการแวะถ่ายภาพเพียงจุดเดียว
มารยาทในการเข้าชมหอไตรมีความสำคัญมาก เพราะเป็นทั้งวัด พิพิธภัณฑ์ และโบราณสถาน ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงเบา ไม่จับต้องคัมภีร์ใบลาน ตู้พระธรรม บานประตูแกะสลัก หรือชิ้นส่วนอาคารไม้โดยไม่จำเป็น ไม่ปีนราวสะพานหรือระเบียง ไม่แกะ ขูด ขีด เขียน หรือผูกสิ่งของกับโครงสร้างไม้ และไม่ทิ้งขยะลงในสระน้ำ การรักษามารยาทเหล่านี้ช่วยปกป้องทั้งความสงบของวัดและสภาพของอาคารไม้โบราณให้คงอยู่ต่อไป
สำหรับนักท่องเที่ยวไทย หอไตรวัดสระไตรนุรักษ์เป็นสถานที่ที่ช่วยให้เข้าใจวัดอีสานในมิติที่ลึกกว่าการไหว้พระทั่วไป เพราะหอไตรสะท้อนระบบความรู้ของวัดโบราณ การเก็บคัมภีร์ใบลาน การใช้สถาปัตยกรรมกลางน้ำเพื่อป้องกันเอกสาร และความสัมพันธ์ระหว่างพระสงฆ์กับชุมชนบ้านนาเวียง สถานที่แห่งนี้จึงเหมาะกับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่น งานไม้ โบราณสถาน คัมภีร์ใบลาน วัฒนธรรมอีสาน และการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ที่ไม่เร่งรีบ
สำหรับชาวต่างชาติ หอไตรวัดสระไตรนุรักษ์เป็นสถานที่ที่ช่วยอธิบายวัฒนธรรมไทยและอีสานได้อย่างชัดเจน เพราะผู้มาเยือนจะได้เห็นว่าวัดไทยไม่ได้มีเพียงพระอุโบสถ เจดีย์ หรือพระพุทธรูปเท่านั้น แต่ยังมีอาคารเฉพาะสำหรับเก็บคัมภีร์และความรู้ทางศาสนา หอไตรกลางน้ำแสดงแนวคิดด้านการป้องกันเอกสารศักดิ์สิทธิ์ด้วยภูมิปัญญาพื้นบ้าน ขณะเดียวกันรูปแบบสถาปัตยกรรมยังสะท้อนการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างอีสาน ล้านช้าง และไทยใหญ่ ทำให้สถานที่แห่งนี้มีคุณค่าต่อผู้ที่ต้องการเข้าใจพระพุทธศาสนาในชีวิตจริงของชุมชนไทย
อำเภอทรายมูลมีคำขวัญที่กล่าวถึงพระธาตุฝุ่น สวนป่าดงมะไฟ หอไตรประวัติศาสตร์ และเห็ดธรรมชาติ แสดงให้เห็นว่าหอไตรวัดสระไตรนุรักษ์เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของอำเภอ หอไตรจึงไม่ได้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของตัวตนทางวัฒนธรรมของทรายมูล ผู้ที่เดินทางมาชมสถานที่แห่งนี้จะได้เห็นอำเภอทรายมูลในมิติของชุมชนเก่า วัดเก่า งานไม้ คัมภีร์ใบลาน และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ยังคงมีชีวิตอยู่ในพื้นที่
การเดินทาง ไปหอไตรวัดสระไตรนุรักษ์สะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า โดยตั้งปลายทางไปยังวัดสระไตรนุรักษ์ บ้านนาเวียง หมู่ 1 ตำบลนาเวียง อำเภอทรายมูล จังหวัดยโสธร จากตัวเมืองยโสธรใช้เส้นทางไปอำเภอทรายมูลและต่อเข้าสู่ตำบลนาเวียง ระยะทางจากตัวจังหวัดประมาณ 25 กิโลเมตร เส้นทางเป็นถนนเชื่อมชุมชนและพื้นที่ชนบท ควรเดินทางช่วงกลางวันเพื่อให้มองเห็นป้ายทางเข้าวัด ถนนชุมชน และจุดจอดรถได้ชัดเจน ผู้ที่ไม่คุ้นเคยพื้นที่ควรใช้แผนที่นำทางร่วมกับการสอบถามคนในชุมชน
ผู้ที่เดินทางจากอำเภอกุดชุมหรืออำเภอเมืองยโสธรสามารถวางเส้นทางร่วมกับอำเภอทรายมูลได้สะดวก หากต้องการเที่ยวต่อภายในอำเภอ สามารถแวะพระธาตุฝุ่นหรือพื้นที่ธรรมชาติในเขตทรายมูลเพิ่มเติมได้ ส่วนผู้ที่ต้องการท่องเที่ยวแบบเต็มวันสามารถเชื่อมเส้นทางจากหอไตรวัดสระไตรนุรักษ์ไปยังพระธาตุก่องข้าวน้อย พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก สวนสาธารณะพญาแถน วัดมหาธาตุ และบ้านสิงห์ท่าในอำเภอเมืองยโสธรได้ การมีรถส่วนตัวจะทำให้จัดเวลาและแวะร้านอาหารหรือที่พักได้คล่องตัวที่สุด
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนคือช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่ ๆ ช่วงเช้าเหมาะกับการไหว้พระและชมบรรยากาศหอไตรกลางน้ำในอากาศไม่ร้อน ส่วนช่วงบ่ายแก่เหมาะกับการถ่ายภาพเพราะแสงตกกระทบอาคารไม้และผิวน้ำอย่างนุ่มนวล หากมาในฤดูฝนควรเดินอย่างระมัดระวังบริเวณสะพานไม้ ทางเดิน และริมสระ เพราะพื้นอาจเปียกหรือลื่น ผู้มาเยือนควรรักษาความสะอาดของสระน้ำและไม่โยนอาหารหรือสิ่งของลงไปในน้ำ
การถ่ายภาพหอไตรวัดสระไตรนุรักษ์ทำได้หลายมุม ทั้งมุมริมสระที่เห็นอาคารสะท้อนน้ำ มุมสะพานไม้ที่เชื่อมเข้าหาหอไตร มุมด้านหน้าอาคารที่เห็นบานประตูแกะสลัก และมุมด้านข้างที่เห็นเสาไม้กับระเบียงรอบอาคาร ภาพที่ดีของสถานที่แห่งนี้ควรสื่อถึงความสงบ ความเก่าแก่ และความงามของงานไม้มากกว่าการจัดท่าที่รบกวนโบราณสถาน ผู้มาเยือนไม่ควรปีน ราว เดินออกนอกเส้นทาง หรือสัมผัสส่วนไม้เก่าเพื่อถ่ายภาพ เพราะอาคารไม้ต้องได้รับการดูแลอย่างระมัดระวัง
สิ่งที่ทำให้หอไตรวัดสระไตรนุรักษ์ควรค่าแก่การมาเยือนคือความครบขององค์ประกอบในสถานที่เดียว มีทั้งอาคารไม้กลางน้ำอายุมากกว่าร้อยปี คัมภีร์ใบลาน ตู้พระธรรม งานแกะสลักไม้ บานประตูพรรณพฤกษา สะพานไม้ สระน้ำ ศูนย์วัฒนธรรมท้องถิ่น เครื่องมือเครื่องใช้พื้นบ้าน และเรื่องราวการอพยพของชุมชนลาวเวียงจันทน์ในอดีต สถานที่แห่งนี้จึงเป็นทั้งโบราณสถาน พิพิธภัณฑ์ วัดชุมชน และแหล่งเรียนรู้ที่สะท้อนยโสธรในมิติศาสนา ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตพื้นบ้านอย่างชัดเจน
ร้านอาหารใกล้เคียงส่วนใหญ่อยู่ในเขตอำเภอทรายมูลและเส้นทางกลับเข้าสู่ตัวเมืองยโสธร ผู้เดินทางควรวางแผนมื้ออาหารตามเส้นทาง เพราะบ้านนาเวียงเป็นชุมชนชนบท ร้านอาหารขนาดใหญ่อาจไม่ได้อยู่ติดกับวัดโดยตรง ตัวเลือกในอำเภอทรายมูลมีทั้งร้านอาหารไทย ร้านอาหารอีสาน คาเฟ่ และร้านเครื่องดื่ม ส่วนผู้ที่ต้องการตัวเลือกที่หลากหลายขึ้นสามารถกลับเข้าเมืองยโสธรหลังจากชมวัดได้ การวางแผนเรื่องอาหารล่วงหน้าช่วยให้การเที่ยวหอไตรและสถานที่ใกล้เคียงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
ที่พักใกล้หอไตรวัดสระไตรนุรักษ์มีทั้งที่พักในอำเภอทรายมูลและโรงแรมในอำเภอเมืองยโสธร ผู้ที่ต้องการพักใกล้พื้นที่ทรายมูลสามารถเลือกที่พักในตัวอำเภอ ส่วนผู้ที่ต้องการความสะดวกด้านร้านอาหาร ตลาด และการเดินทางต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่นสามารถพักในตัวเมืองยโสธรได้ การพักในตัวเมืองเหมาะกับผู้ที่ต้องการต่อเส้นทางไปพระธาตุก่องข้าวน้อย พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก บ้านสิงห์ท่า หรือสถานที่ท่องเที่ยวอื่นในวันเดียวกันหรือวันถัดไป
โดยสรุป หอไตรวัดสระไตรนุรักษ์ จังหวัดยโสธร เป็นหอไตรไม้กลางน้ำเก่าแก่ของวัดสระไตรนุรักษ์ บ้านนาเวียง ตำบลนาเวียง อำเภอทรายมูล เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. ไม่มีค่าเข้าชม จุดเด่นคือสถาปัตยกรรมไม้แบบอีสาน ล้านช้าง และอิทธิพลไทยใหญ่ ตัวอาคารกว้าง 8.30 เมตร ยาว 10.50 เมตร ตั้งบนเสาไม้กลม 30 ต้น มีห้องเก็บคัมภีร์ใบลาน ระเบียงรอบ บานประตูแกะสลัก และหลังคาซ้อนชั้นงดงาม ปัจจุบันใช้เป็นพิพิธภัณฑ์หอไตรประวัติศาสตร์และแหล่งเรียนรู้วิถีชีวิตท้องถิ่น เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับผู้ต้องการไหว้พระ ชมโบราณสถาน ศึกษาคัมภีร์ใบลาน เรียนรู้งานไม้โบราณ และเข้าใจวัฒนธรรมชุมชนอีสานในระดับลึก
| ชื่อสถานที่ | หอไตรวัดสระไตรนุรักษ์ / พิพิธภัณฑ์หอไตรประวัติศาสตร์ / วัดสระไตรนุรักษ์ / วัดนาเวียง |
| ที่ตั้ง | วัดสระไตรนุรักษ์ บ้านนาเวียง หมู่ 1 ตำบลนาเวียง อำเภอทรายมูล จังหวัดยโสธร 35170 |
| ไฮไลต์ | หอไตรไม้กลางน้ำอายุมากกว่าร้อยปี สถาปัตยกรรมอีสาน-ล้านช้างผสมอิทธิพลไทยใหญ่ ห้องเก็บคัมภีร์ใบลาน ตู้พระธรรม บานประตูแกะสลัก และศูนย์วัฒนธรรมท้องถิ่นภายในวัด |
| ประวัติ / ความสำคัญ | วัดสระไตรนุรักษ์หรือวัดนาเวียงสร้างในช่วงพุทธศตวรรษที่ 23–24 ตามคำบอกเล่าท้องถิ่นเกี่ยวข้องกับกลุ่มคนลาวเวียงจันทน์ที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐาน หอไตรใช้เก็บธรรมคัมภีร์และคัมภีร์ใบลานมาตั้งแต่อดีต |
| อายุ / สมัย | อยู่ในระยะพุทธศตวรรษที่ 24 และเป็นหอไตรไม้เก่าแก่ที่มีอายุมากกว่าร้อยปี |
| ลักษณะเด่นทางสถาปัตยกรรม | อาคารไม้ผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้างประมาณ 8.30 เมตร ยาวประมาณ 10.50 เมตร ตั้งบนเสาไม้กลม 30 ต้น มีระเบียงรอบ ห้องเก็บคัมภีร์ บานประตูแกะสลักลายพรรณพฤกษา และหลังคาซ้อนชั้นประดับโหง่ ใบระกา หางหงส์ และช่อฟ้า |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองยโสธรเดินทางไปอำเภอทรายมูล แล้วต่อเข้าสู่ตำบลนาเวียง บ้านนาเวียง หมู่ 1 ระยะทางจากตัวจังหวัดประมาณ 25 กม. ใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าสะดวกที่สุด |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดดำเนินการเป็นพิพิธภัณฑ์หอไตรประวัติศาสตร์ โบราณสถาน วัดชุมชน และแหล่งเรียนรู้คัมภีร์ใบลานกับวิถีชีวิตท้องถิ่น |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| ค่าเข้าชม | ไม่เก็บค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่ไหว้พระ พื้นที่ชมโบราณสถาน สะพานไม้เข้าหอไตร พื้นที่พิพิธภัณฑ์ พื้นที่จัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้พื้นบ้าน ศาลาการเปรียญ ห้องน้ำ และพื้นที่จอดรถภายในวัด |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | หอไตรกลางน้ำ, สะพานไม้, ห้องเก็บคัมภีร์ใบลาน, ระเบียงรอบหอไตร, ตู้พระธรรม, สระน้ำรอบหอไตร, ศูนย์บูรณาการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน, ศาลาการเปรียญ, พื้นที่ไหว้พระภายในวัด |
| ผู้ดูแลพื้นที่ / เจ้าอาวาส | พระครูวรเขตโสภณ |
| เบอร์ติดต่อ | 085-764-8259 |
| หน่วยงานเกี่ยวข้อง | วัดสระไตรนุรักษ์ กรมศิลปากร และเทศบาลตำบลนาเวียง |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดสระไตรนุรักษ์และพิพิธภัณฑ์หอไตรประวัติศาสตร์ ภายในพื้นที่เดียวกัน โทร. 085-764-8259 2. พระธาตุฝุ่น อำเภอทรายมูล ประมาณ 28 กม. 3. สวนป่าดงมะไฟ อำเภอทรายมูล ประมาณ 30 กม. 4. พระธาตุก่องข้าวน้อย ตำบลตาดทอง ประมาณ 35 กม. 5. พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก อำเภอเมืองยโสธร ประมาณ 38 กม. โทร. 045-714-212 6. บ้านสิงห์ท่า เมืองเก่ายโสธร ประมาณ 39 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านอิ่มอร่อย อำเภอทรายมูล ประมาณ 28 กม. โทร. 088-560-2706 2. ร้านครกนัวครัวแซ่บ อำเภอทรายมูล ประมาณ 28 กม. โทร. 087-831-7114, 094-081-9707 3. Friends Café อำเภอทรายมูล ประมาณ 28 กม. โทร. 085-024-7642 4. Café Amazon ปตท. ทรายมูล ประมาณ 29 กม. โทร. 085-858-5788 5. ล้านนานาเค้ก สาขาทรายมูล ประมาณ 29 กม. โทร. 087-655-5084 6. ร้านอาหารในตัวเมืองยโสธร ประมาณ 38 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. บ้านรักรีสอร์ท อำเภอทรายมูล ประมาณ 30 กม. โทร. 045-787-280, 086-530-1182 2. โรงแรมฉัฐพิมานรีสอร์ท ยโสธร ตำบลตาดทอง ประมาณ 35 กม. โทร. 045-713-989 3. โรงแรมเดอะ เซน โฮเต็ล ยโสธร ประมาณ 38 กม. โทร. 045-711-455 4. โรงแรมเจพี เอ็มเมอรัลด์ ยโสธร ประมาณ 39 กม. โทร. 045-714-456 5. โรงแรมเดอะกรีนปาร์คแกรนด์ ยโสธร ประมาณ 40 กม. โทร. 045-714-700-4 6. The Greenview Hotel Yasothon ประมาณ 40 กม. โทร. 062-131-8575 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: หอไตรวัดสระไตรนุรักษ์อยู่ที่ไหน?
ตอบ: หอไตรวัดสระไตรนุรักษ์ตั้งอยู่ที่วัดสระไตรนุรักษ์ บ้านนาเวียง หมู่ 1 ตำบลนาเวียง อำเภอทรายมูล จังหวัดยโสธร 35170
ถาม: หอไตรวัดสระไตรนุรักษ์เปิดให้เข้าชมวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: หอไตรวัดสระไตรนุรักษ์มีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เก็บค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถเข้าชมได้โดยรักษาความสงบและปฏิบัติตามมารยาทของวัด พิพิธภัณฑ์ และโบราณสถาน
ถาม: จุดเด่นของหอไตรวัดสระไตรนุรักษ์คืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือหอไตรไม้กลางน้ำอายุมากกว่าร้อยปี สถาปัตยกรรมอีสาน-ล้านช้างผสมอิทธิพลไทยใหญ่ บานประตูแกะสลัก ห้องเก็บคัมภีร์ใบลาน ตู้พระธรรม และบรรยากาศสระน้ำรอบอาคาร
ถาม: หอไตรวัดสระไตรนุรักษ์ใช้ทำอะไรในอดีต?
ตอบ: ใช้เป็นที่เก็บพระไตรปิฎก ธรรมคัมภีร์ และคัมภีร์ใบลานของวัดมาตั้งแต่อดีต เพื่อรักษาคำสอนทางพระพุทธศาสนาและป้องกันคัมภีร์จากความชื้น ปลวก มอด และสัตว์รบกวน
ถาม: เจ้าอาวาสวัดสระไตรนุรักษ์คือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดสระไตรนุรักษ์คือพระครูวรเขตโสภณ
ถาม: เดินทางไปหอไตรวัดสระไตรนุรักษ์อย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองยโสธรเดินทางไปอำเภอทรายมูล แล้วต่อเข้าสู่ตำบลนาเวียง บ้านนาเวียง หมู่ 1 ระยะทางจากตัวจังหวัดประมาณ 25 กม. รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเป็นวิธีเดินทางที่สะดวกที่สุด
ถาม: ไปชมหอไตรวัดสระไตรนุรักษ์ควรระวังอะไร?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงเบา ไม่จับต้องคัมภีร์ใบลาน ตู้พระธรรม หรือส่วนไม้เก่าโดยไม่จำเป็น ไม่ปีนราวสะพาน ไม่ทิ้งขยะลงสระน้ำ และถ่ายภาพด้วยความเคารพต่อโบราณสถาน
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว




