หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานี >อ.หนองหาน >ต.บ้านเชียง > วัดโพธิ์ศรีใน
TL;DR: วัดโพธิ์ศรีใน อยู่ที่บ้านเชียง หมู่ 1 ตำบลบ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 16.00 น. จุดเด่นคือ เป็นวัดราษฎร์ สังกัดมหานิกาย และเป็นพื้นที่จัดแสดงหลุมขุดค้นทางโบราณคดีบ้านเชียงในบริบทสถานที่จริง.
วัดโพธิ์ศรีใน

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.00 น.
วัดโพธิ์ศรีใน อุดรธานี เป็นวัดเก่าแก่ของบ้านเชียง ตำบลบ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี และเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญที่สุดของแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง เพราะภายในวัดมีอาคารครอบหลุมขุดค้นทางโบราณคดีที่จัดแสดงสภาพชั้นดิน โครงกระดูกมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ภาชนะดินเผา และหลักฐานเกี่ยวกับวิถีชีวิตของผู้คนในวัฒนธรรมบ้านเชียงอย่างชัดเจน วัดแห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงวัดชุมชนสำหรับไหว้พระและประกอบศาสนกิจเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ โบราณคดี มานุษยวิทยา และมรดกโลกที่ช่วยอธิบายรากฐานการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้อย่างเป็นรูปธรรม
จุดเด่นของวัดโพธิ์ศรีในคือหลุมขุดค้นภายในวัด ซึ่งเป็นหลุมขุดค้นลักษณะคล้ายรูปตัวแอล มีอาคารหลังคาครอบป้องกันแดด ฝน และความเสียหายจากสภาพแวดล้อม ภายในหลุมจัดแสดงร่องรอยการฝังศพของคนโบราณ โครงกระดูก ภาชนะดินเผาหลายขนาด และหลักฐานที่สะท้อนพิธีกรรม ความเชื่อ เทคโนโลยี และสภาพสังคมของผู้คนในอดีต นักท่องเที่ยวที่เดินเข้ามาภายในอาคารจะได้เห็นภาพแหล่งโบราณคดีในพื้นที่จริง ไม่ใช่เพียงวัตถุที่นำออกไปตั้งแสดงในตู้กระจก ทำให้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างชั้นดิน โครงกระดูก ภาชนะ และบริบทการฝังศพได้ง่ายขึ้น
วัดโพธิ์ศรีในตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านเชียง หมู่ 1 ตำบลบ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี พื้นที่บ้านเชียงเป็นแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปี พ.ศ. 2535 วัดโพธิ์ศรีในจึงมีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ช่วยให้ผู้มาเยือนเห็นหลักฐานทางโบราณคดีในตำแหน่งจริงของการขุดค้น และยังอยู่ไม่ไกลจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง ซึ่งเป็นอาคารจัดแสดงหลักของโบราณวัตถุและองค์ความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมบ้านเชียง
ประวัติของวัดโพธิ์ศรีในมีความเก่าแก่ในฐานะวัดชุมชนของบ้านเชียง วัดแห่งนี้เป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย และได้รับการขึ้นทะเบียนวัดเมื่อ พ.ศ. 2390 ชาวบ้านในพื้นที่มีความสัมพันธ์กับวัดมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ทั้งในด้านการทำบุญ งานประเพณี การประกอบพิธีกรรม และการใช้พื้นที่วัดเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน สิ่งที่ทำให้วัดโพธิ์ศรีในมีเอกลักษณ์เหนือกว่าวัดชุมชนทั่วไปคือการที่พื้นที่วัดตั้งอยู่บนชั้นวัฒนธรรมของบ้านเชียง และมีการขุดค้นพบหลักฐานทางโบราณคดีจำนวนมากภายในพื้นที่วัด
พระอุโบสถของวัดโพธิ์ศรีในเป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งที่สะท้อนประวัติวัดในฐานะศาสนสถานของชุมชน พระอุโบสถเดิมเคยเป็นอาคารไม้สร้างอยู่บนเนินดินที่มีศิลาแลงกองอยู่ ต่อมามีการซ่อมแซมหลายครั้ง และในช่วง พ.ศ. 2518 – 2522 พระครูวิมล ปัญญากร เจ้าอาวาสรูปที่ 30 ได้ก่อสร้างพระอุโบสถใหม่ด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ภายในประดิษฐานพระประธานปูนปั้นศิลปะพื้นเมืองปางมารวิชัย ประทับบนฐานสูง เป็นพระพุทธรูปที่ชาวบ้านเคารพสักการะ วัดจึงมีคุณค่าทั้งด้านพระพุทธศาสนาและด้านมรดกวัฒนธรรมในพื้นที่เดียวกัน
การค้นพบโบราณวัตถุที่บ้านเชียงเริ่มเป็นที่สนใจอย่างกว้างขวางตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 2500 และนำไปสู่การศึกษาทางโบราณคดีอย่างจริงจังในเวลาต่อมา ในปี พ.ศ. 2515 กรมศิลปากรเริ่มโครงการสำรวจและขุดค้นอย่างเป็นระบบที่บ้านเชียง รวมถึงพื้นที่วัดโพธิ์ศรีใน การขุดค้นครั้งนั้นพบเครื่องมือเครื่องใช้สำริด เครื่องมือเหล็ก ภาชนะดินเผา เครื่องประดับ และโบราณวัตถุหลายประเภทฝังร่วมกับโครงกระดูกมนุษย์ หลักฐานเหล่านี้ทำให้บ้านเชียงกลายเป็นแหล่งสำคัญในการศึกษาพัฒนาการของสังคมเกษตรกรรม เทคโนโลยีโลหกรรม และพิธีกรรมการฝังศพในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
หลุมขุดค้นวัดโพธิ์ศรีในได้รับการปรับปรุงให้เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งแห่งแรกของประเทศไทย หลังจากการเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรแหล่งขุดค้นในพื้นที่บ้านเชียงเมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2515 ต่อมาพื้นที่หลุมขุดค้นได้รับการดูแล ปรับปรุง และพัฒนาเพื่อให้ประชาชนเข้าชมได้อย่างปลอดภัยและเข้าใจง่าย ภายในอาคารจึงจัดแสดงสภาพหลุมขุดค้นและหลักฐานทางโบราณคดีในลักษณะที่ช่วยให้ผู้ชมเห็นการทำงานของนักโบราณคดี เห็นชั้นดิน เห็นตำแหน่งโครงกระดูก และเห็นการวางภาชนะดินเผาที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมการฝังศพ
ความพิเศษของการชมหลุมขุดค้นวัดโพธิ์ศรีในคือผู้มาเยือนสามารถมองเห็นแหล่งหลักฐานในบริบทเดิมได้มากกว่าการชมวัตถุในพิพิธภัณฑ์เพียงอย่างเดียว โครงกระดูกมนุษย์และภาชนะดินเผาที่อยู่ในตำแหน่งใกล้เคียงกันช่วยให้เข้าใจว่าคนบ้านเชียงโบราณมีพิธีกรรมเกี่ยวกับความตายอย่างเป็นระบบ ภาชนะบางใบถูกวางไว้ใกล้ศีรษะ ปลายเท้า หรือบริเวณร่างกาย ขณะที่บางช่วงเวลามีการทุบภาชนะดินเผาให้แตกแล้วนำมารองหรือโปรยทับศพ พฤติกรรมเหล่านี้สะท้อนความเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตาย การให้วัตถุอุทิศ และความสัมพันธ์ระหว่างคนเป็นกับผู้ตายในสังคมโบราณ
ข้อมูลจากการศึกษาหลุมฝังศพในวัดโพธิ์ศรีในช่วยแบ่งวัฒนธรรมบ้านเชียงออกเป็น 3 สมัย ได้แก่ สมัยต้น สมัยกลาง และสมัยปลาย โดยแต่ละช่วงมีรูปแบบการฝังศพและรูปแบบภาชนะที่แตกต่างกัน สมัยต้นพบการฝังศพแบบนอนหงายเหยียดยาว การนอนงอเข่า และการฝังศพเด็กทารกในภาชนะ สมัยกลางพบการทุบภาชนะดินเผาให้แตกแล้วใช้ร่วมกับพิธีฝังศพ รวมถึงหลักฐานเครื่องมือโลหะผสมระหว่างสำริดและเหล็ก ส่วนสมัยปลายโดดเด่นด้วยภาชนะดินเผาเขียนสีที่มีลวดลายซับซ้อนมากขึ้น เช่น ลายเส้นโค้ง ลายก้นหอย ลายวงกลม ลายตัวเอส และลายตัวแซด
ภาชนะดินเผาบ้านเชียงเป็นหลักฐานที่ทำให้แหล่งโบราณคดีแห่งนี้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ลายเขียนสีบนผิวภาชนะไม่ได้มีคุณค่าเฉพาะด้านความสวยงาม แต่ยังช่วยบอกพัฒนาการทางสังคม ความคิด ความเชื่อ และทักษะของผู้ผลิต ภาชนะลวดลายเรียบง่ายในช่วงแรกค่อย ๆ พัฒนาไปสู่ลวดลายที่ซับซ้อนขึ้นในช่วงหลัง แสดงให้เห็นว่าชุมชนบ้านเชียงมีการสะสมความรู้ ความชำนาญ และแบบแผนทางศิลปะอย่างต่อเนื่อง การได้เห็นภาชนะจำนวนมากในบริบทของหลุมฝังศพจึงช่วยให้เข้าใจว่าภาชนะเหล่านี้เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมและความหมายทางสังคม ไม่ใช่เพียงเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันเท่านั้น
การวิเคราะห์โครงกระดูกมนุษย์จากแหล่งบ้านเชียงช่วยเปิดภาพชีวิตของคนโบราณอย่างละเอียด ทั้งรูปร่าง อายุ สุขภาพ โรคภัย และสภาพความเป็นอยู่ ข้อมูลที่ผู้ใช้ให้มาระบุว่าผู้ชายบ้านเชียงโบราณมีส่วนสูงเฉลี่ยประมาณ 162.5 – 172.5 เซนติเมตร ส่วนผู้หญิงมีส่วนสูงเฉลี่ยประมาณ 147.5 – 155 เซนติเมตร อายุเฉลี่ยเมื่อเสียชีวิตประมาณ 31 ปี และในช่วงแรกของการตั้งถิ่นฐาน เด็กมีอัตราการตายมากกว่าผู้ใหญ่ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เห็นว่าสังคมบ้านเชียงมีชีวิตจริง มีสุขภาพ มีความเสี่ยง และมีข้อจำกัดด้านสิ่งแวดล้อมเหมือนมนุษย์ทุกยุคทุกสมัย
หลักฐานจากฟันและกระดูกยังช่วยให้นักวิชาการศึกษาปัญหาสุขภาพของคนโบราณ เช่น โรคฟันผุ ความผิดปกติของเลือด ภาวะที่เกี่ยวข้องกับโรคภัย และร่องรอยความเครียดทางชีวภาพที่สะท้อนสภาพการดำรงชีวิต การศึกษาร่างกายของคนบ้านเชียงโบราณจึงไม่ได้เป็นเพียงการวัดขนาดโครงกระดูก แต่เป็นการอ่านประวัติชีวิตจากร่องรอยบนร่างกาย ผู้มาเยือนที่ชมหลุมขุดค้นจึงควรมองโครงกระดูกเหล่านี้ในฐานะหลักฐานของมนุษย์จริงในอดีต ไม่ใช่วัตถุแปลกตาหรือสิ่งน่าตื่นเต้นเพียงอย่างเดียว
นอกจากโครงกระดูกมนุษย์แล้ว กระดูกสัตว์และเปลือกหอยที่พบจากการขุดค้นยังช่วยอธิบายสภาพแวดล้อมของบ้านเชียงในอดีตได้อย่างชัดเจน หลักฐานจากสัตว์น้ำและสัตว์ป่าบอกว่าช่วงแรกของการตั้งถิ่นฐานมีแหล่งน้ำจืดที่ใช้ได้ตลอดปีอยู่หลายแห่งใกล้หมู่บ้าน พื้นที่โดยรอบเป็นป่าและมีภูมิอากาศแบบมรสุม ต่อมาเมื่อเวลาผ่านไปกว่า 3,000 ปี ปริมาณแหล่งน้ำลดลงและสภาพป่าเปลี่ยนเป็นพื้นที่เปิดโล่งมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้สัมพันธ์กับการขยายพื้นที่เพาะปลูกของคนบ้านเชียงโบราณ และช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ เทคโนโลยีเกษตรกรรม และสิ่งแวดล้อม
กระดูกสัตว์ที่พบมีความหลากหลายมาก ทั้งสัตว์เลี้ยง สัตว์ป่า สัตว์น้ำ และสัตว์ขนาดเล็ก หลักฐานที่สำคัญคือกระดูกควาย ซึ่งตีความได้ว่าเป็นควายเลี้ยงที่ใช้แรงงาน เพราะกระดูกเท้าของควายมีลักษณะผิดปกติจากการรับแรงกดทับจากการลากไถ การพบควายในช่วงเดียวกับหลักฐานเครื่องมือเหล็กทำให้เห็นว่าชุมชนบ้านเชียงมีพัฒนาการด้านเกษตรกรรมและเทคโนโลยีที่ซับซ้อนขึ้น ไม่ได้เป็นชุมชนที่ดำรงชีวิตแบบง่าย ๆ เพียงล่าสัตว์หรือเก็บของป่า แต่เป็นสังคมที่รู้จักจัดการแรงงาน สัตว์เลี้ยง เครื่องมือ และพื้นที่เพาะปลูกอย่างเป็นระบบ
วัดโพธิ์ศรีในจึงเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้คนรุ่นปัจจุบันเข้าใจว่าบ้านเชียงไม่ได้เป็นเพียงชื่อแหล่งโบราณคดีที่มีหม้อเขียนสีสวยงาม แต่เป็นชุมชนโบราณที่มีระบบชีวิตซับซ้อน มีพิธีกรรม มีการผลิตเครื่องมือโลหะ มีการเพาะปลูก มีสัตว์เลี้ยง มีการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อม และมีความสัมพันธ์กับชุมชนอื่นในภูมิภาค การเดินชมหลุมขุดค้นอย่างตั้งใจจะช่วยให้เห็นว่าทุกชิ้นส่วนในหลุมมีความหมาย ตั้งแต่ตำแหน่งกระดูก ภาชนะที่แตก เศษโลหะ เม็ดลูกปัด เปลือกหอย ไปจนถึงชั้นดินที่ทับถมกันเป็นเวลาหลายพันปี
ความสัมพันธ์ระหว่างวัดโพธิ์ศรีในกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียงเป็นส่วนสำคัญที่ผู้มาเยือนควรเข้าใจ พิพิธภัณฑ์หลักตั้งอยู่ห่างจากหลุมขุดค้นวัดโพธิ์ศรีในไปทางทิศตะวันตกประมาณ 500 เมตร ภายในพิพิธภัณฑ์มีอาคารจัดแสดงหลักหลายส่วน เช่น อาคารสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี อาคารกัลยาณิวัฒนา อาคารนิทรรศการไทพวน และส่วนจัดแสดงโบราณวัตถุจากการขุดค้นที่วัดโพธิ์ศรีใน ผู้ที่ต้องการเข้าใจบ้านเชียงอย่างครบถ้วนควรชมทั้งพิพิธภัณฑ์หลักและหลุมขุดค้นในวัด เพราะทั้งสองส่วนทำหน้าที่ต่างกัน พิพิธภัณฑ์ช่วยอธิบายภาพรวม ส่วนหลุมขุดค้นช่วยให้เห็นพื้นที่จริงของหลักฐาน
เส้นทางการชมที่เหมาะสมคือเริ่มจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง เพื่อเข้าใจภาพรวมของวัฒนธรรมบ้านเชียง ลำดับเวลาการศึกษา โบราณวัตถุ เครื่องมือ เครื่องประดับ เทคโนโลยีโลหกรรม และความสำคัญในฐานะมรดกโลก จากนั้นจึงเดินทางต่อมายังวัดโพธิ์ศรีในเพื่อชมหลุมขุดค้นจริง วิธีนี้ช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจได้ง่ายขึ้นว่าโบราณวัตถุที่เห็นในพิพิธภัณฑ์มีที่มาจากบริบททางโบราณคดีอย่างไร และทำไมการขุดค้นตามหลักวิชาการจึงสำคัญต่อการตีความอดีตมากกว่าการเก็บวัตถุแยกชิ้น
ในฐานะวัดชุมชน วัดโพธิ์ศรีในยังคงมีบทบาททางพระพุทธศาสนาอยู่ควบคู่กับบทบาททางโบราณคดี ผู้มาเยือนจึงควรเคารพทั้งสถานะของวัดและสถานะของแหล่งมรดกโลก ภายในวัดมีพระอุโบสถ พระประธาน และพื้นที่ศาสนกิจของชุมชนบ้านเชียง การแต่งกายสุภาพ การพูดคุยด้วยเสียงเบา การไม่จับต้องหลักฐานโบราณคดี และการเดินชมอย่างระมัดระวังเป็นมารยาทที่จำเป็น เพราะสถานที่แห่งนี้เป็นทั้งพื้นที่ศรัทธาของคนในท้องถิ่นและพื้นที่เก็บรักษามรดกทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ
วัดโพธิ์ศรีในเหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม ผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์จะได้เห็นหลักฐานการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ผู้ที่สนใจมานุษยวิทยาจะได้เรียนรู้เรื่องโครงกระดูก โรคภัย อายุเฉลี่ย และวิถีชีวิต ผู้ที่สนใจศิลปะจะได้เข้าใจพัฒนาการลวดลายภาชนะดินเผา ผู้ที่เดินทางแบบครอบครัวสามารถพาเด็กและเยาวชนมาเรียนรู้นอกห้องเรียนได้ ส่วนชาวต่างชาติจะได้เห็นแหล่งมรดกโลกที่ยังเชื่อมโยงกับวัด ชุมชน และชีวิตประจำวันของคนไทยในปัจจุบัน
การเดินทาง ไปวัดโพธิ์ศรีในสามารถเริ่มต้นจากตัวเมืองอุดรธานี โดยใช้เส้นทางมุ่งหน้าอำเภอหนองหานและตำบลบ้านเชียง ระยะทางจากตัวเมืองอุดรธานีถึงบ้านเชียงประมาณ 50 – 55 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 1 ชั่วโมงถึง 1 ชั่วโมงครึ่งตามสภาพจราจร จากตัวอำเภอหนองหานเข้าสู่บ้านเชียงใช้เวลาไม่นาน ผู้ที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าจะเดินทางสะดวกที่สุด เพราะสามารถแวะพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง วัดโพธิ์ศรีใน ร้านค้าชุมชน และแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงได้ในวันเดียว
ผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถเดินทางจากตัวเมืองอุดรธานีไปยังอำเภอหนองหาน แล้วต่อรถรับจ้างท้องถิ่นเข้าสู่บ้านเชียง หรือเหมารถสำหรับเที่ยวหลายจุดในเส้นทางเดียวกัน การเหมารถเหมาะกับผู้ที่ต้องการเก็บครบทั้งพิพิธภัณฑ์ หลุมขุดค้นในวัดโพธิ์ศรีใน ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบ้านเชียง ร้านจำหน่ายเครื่องปั้นดินเผา และสถานที่ใกล้เคียง เพราะช่วยจัดเวลาได้สะดวกกว่าและไม่ต้องกังวลเรื่องรถขากลับ
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเข้าชมคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายต้น ๆ ภายในอาคารหลุมขุดค้นมีหลังคาครอบ แต่การเดินทางในชุมชนและการต่อไปยังพิพิธภัณฑ์หลักจะสะดวกกว่าเมื่อมีเวลาเพียงพอก่อนปิดทำการ ผู้มาเยือนควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1 – 2 ชั่วโมงสำหรับการชมหลุมขุดค้นวัดโพธิ์ศรีใน และควรเผื่อเวลาเพิ่มอีก 1 – 2 ชั่วโมงหากต้องการชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียงอย่างละเอียด การชมแบบไม่เร่งรีบจะช่วยให้เข้าใจความหมายของหลักฐานมากกว่าการเดินผ่านอย่างรวดเร็ว
สำหรับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแบบเต็มวัน เส้นทางที่เหมาะคือเริ่มจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง ต่อด้วยวัดโพธิ์ศรีในและหลุมขุดค้น จากนั้นเดินชมชุมชนบ้านเชียง แวะร้านเครื่องปั้นดินเผาหรืองานหัตถกรรมในพื้นที่ แล้วรับประทานอาหารในอำเภอหนองหาน หากเดินทางช่วงฤดูหนาวสามารถวางแผนต่อไปยังทะเลบัวแดงในอำเภอกุมภวาปีได้ ส่วนผู้ที่สนใจวัฒนธรรมความเชื่อร่วมสมัยสามารถต่อเส้นทางไปยังคำชะโนดได้ แต่ควรคำนวณเวลาเดินทางให้เหมาะสมเพราะระยะทางค่อนข้างไกลจากบ้านเชียง
วัดโพธิ์ศรีในมีคุณค่าอย่างมากในฐานะสถานที่ที่ทำให้มรดกโลกบ้านเชียงจับต้องได้ในเชิงพื้นที่ ผู้มาเยือนไม่ได้เห็นเพียงคำอธิบายว่า บ้านเชียงมีอายุหลายพันปี แต่ได้มองเห็นหลุมฝังศพ ชั้นดิน โครงกระดูก และภาชนะดินเผาที่อยู่ในบริบทของสถานที่จริง ความรู้สึกเมื่อยืนอยู่หน้าแหล่งขุดค้นแตกต่างจากการอ่านหนังสือหรือชมภาพถ่าย เพราะพื้นที่จริงทำให้เห็นขนาด ความลึก และความสัมพันธ์ของหลักฐานอย่างชัดเจน นี่คือเหตุผลที่หลุมขุดค้นวัดโพธิ์ศรีในควรเป็นหนึ่งในจุดหลักของการมาเที่ยวบ้านเชียง
สิ่งที่ควรให้ความสำคัญเมื่อเข้าชมคือการมองโบราณวัตถุและโครงกระดูกด้วยความเคารพ หลักฐานเหล่านี้ไม่ใช่ของตกแต่ง แต่เป็นร่องรอยของมนุษย์ในอดีตที่เคยมีชีวิต มีครอบครัว มีโรคภัย มีความเชื่อ และมีสังคมของตนเอง การศึกษาทางโบราณคดีทำให้คนรุ่นหลังเข้าใจอดีตได้โดยไม่ทำลายความหมายของสถานที่ การเข้าชมอย่างสุภาพจึงเป็นส่วนหนึ่งของการรักษามรดกทางวัฒนธรรมให้คงอยู่ต่อไป
เมื่อพิจารณาจากความเป็นวัดเก่าแก่ของบ้านเชียง บทบาทในฐานะแหล่งขุดค้นทางโบราณคดี ความสำคัญของหลุมฝังศพ โครงกระดูก ภาชนะดินเผา เครื่องมือโลหะ และความเชื่อมโยงกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง วัดโพธิ์ศรีในจึงเป็นสถานที่ที่ไม่ควรมองข้ามในการเที่ยวอุดรธานีเชิงประวัติศาสตร์ ผู้ที่มาเยือนจะได้ทั้งไหว้พระ เรียนรู้มรดกโลก เห็นหลักฐานชีวิตมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ และเข้าใจว่าชุมชนบ้านเชียงคือแหล่งความรู้สำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ยังคงมีชีวิตอยู่ผ่านวัด ชุมชน และพิพิธภัณฑ์จนถึงปัจจุบัน
| ชื่อสถานที่ | วัดโพธิ์ศรีใน และหลุมขุดค้นวัดโพธิ์ศรีใน |
| ที่ตั้ง | บ้านเชียง หมู่ 1 ตำบลบ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี |
| ที่อยู่ | ตำบลบ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี 41320 |
| ไฮไลต์ | หลุมขุดค้นทางโบราณคดีภายในวัด อาคารครอบหลุม โครงกระดูกมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ภาชนะดินเผา เครื่องมือโลหะ และหลักฐานพิธีกรรมการฝังศพของวัฒนธรรมบ้านเชียง |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | วัดโพธิ์ศรีในได้รับการขึ้นทะเบียนวัดเมื่อ พ.ศ. 2390 ส่วนหลุมขุดค้นทางโบราณคดีเริ่มขุดค้นอย่างเป็นระบบในปี พ.ศ. 2515 และเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมบ้านเชียงสมัยก่อนประวัติศาสตร์ |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อวัดโพธิ์ศรีในเป็นชื่อวัดชุมชนดั้งเดิมของบ้านเชียง และคำว่า “ใน” ช่วยแยกความต่างจากวัดหรือพื้นที่อื่นที่มีชื่อใกล้เคียงในท้องถิ่น |
| ลักษณะเด่น | เป็นวัดราษฎร์ สังกัดมหานิกาย และเป็นพื้นที่จัดแสดงหลุมขุดค้นทางโบราณคดีบ้านเชียงในบริบทสถานที่จริง |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองอุดรธานีใช้เส้นทางมุ่งหน้าอำเภอหนองหานและตำบลบ้านเชียง ระยะทางประมาณ 50 – 55 กม. เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างแบบเหมาคัน หากเดินทางด้วยรถสาธารณะควรต่อรถจากตัวอำเภอหนองหานเข้าสู่บ้านเชียง |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมหลุมขุดค้นทางโบราณคดีภายในวัด และยังเป็นวัดชุมชนที่ใช้ประกอบศาสนกิจของบ้านเชียง |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.30 – 16.00 น. |
| ค่าเข้าชม | คนไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 150 บาท ยกเว้นค่าเข้าชมสำหรับนักเรียน นักศึกษาในเครื่องแบบ ผู้สูงอายุชาวไทย ภิกษุ สามเณร และนักบวชในศาสนาต่าง ๆ |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | อาคารครอบหลุมขุดค้น นิทรรศการประกอบ พื้นที่ไหว้พระภายในวัด ทางเดินชมหลุมขุดค้น และบริการข้อมูลจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | พระอุโบสถวัดโพธิ์ศรีใน พระประธานปูนปั้นศิลปะพื้นเมืองปางมารวิชัย อาคารหลุมขุดค้นวัดโพธิ์ศรีใน หลุมขุดค้นรูปตัวแอล พื้นที่จัดแสดงโครงกระดูกมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ พื้นที่จัดแสดงภาชนะดินเผาและหลักฐานการฝังศพ นิทรรศการแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | ข้อมูลเจ้าอาวาสปัจจุบันของวัดไม่ปรากฏในแหล่งยืนยันสาธารณะที่ตรวจสอบได้ ผู้ดูแลข้อมูลและการจัดแสดงแหล่งโบราณคดี: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง กรมศิลปากร |
| เบอร์ติดต่อหลัก | พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง โทร. 042-235-040 สำนักงานเทศบาลตำบลบ้านเชียง โทร. 042-235-001 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง กรมศิลปากร เพจเฟซบุ๊กพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง ประมาณ 0.5 กม. 2. ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบ้านเชียง ประมาณ 0.6 กม. โทร. 096-456-6926 3. ร้านเครื่องปั้นดินเผาและงานหัตถกรรมบ้านเชียง ประมาณ 1 กม. 4. วัดสันติวนาราม หรือวัดป่าดงไร่ ประมาณ 14 กม. 5. ตัวอำเภอหนองหาน ประมาณ 16 กม. 6. ทะเลบัวแดง อำเภอกุมภวาปี ประมาณ 55 กม. 7. คำชะโนด วังนาคินทร์ ประมาณ 58 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านอาหารพื้นบ้านในชุมชนบ้านเชียง ประมาณ 1 กม. 2. ร้านอาหารในโซนพิพิธภัณฑ์และชุมชนท่องเที่ยวบ้านเชียง ประมาณ 1 กม. 3. ร้านอาหารท้องถิ่นตัวอำเภอหนองหาน ประมาณ 16 กม. 4. ร้านขนมจีนชาววัง หนองหาน ประมาณ 17 กม. โทร. 098-828-9955 5. Jungle Cafe สาขาหนองหาน ประมาณ 17 กม. โทร. 085-646-9149 6. สเต็กนอกเมือง Cafe หนองหาน ประมาณ 17 กม. โทร. 080-010-2216 7. โอหวะชาบู สาขาหนองหาน ประมาณ 17 กม. โทร. 063-743-3309 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. โฮมสเตย์เชิงอนุรักษ์วัฒนธรรมบ้านเชียง ประมาณ 1 กม. 2. ที่พักและโฮมสเตย์ในชุมชนบ้านเชียง ประมาณ 1 กม. 3. Kasalong View Resort Nonghan ประมาณ 18 กม. โทร. 042-261-233 4. Nonghan Grand Hotel and Resort ประมาณ 22 กม. โทร. 042-111-408, 098-175-1235 5. Moai Homeplace ประมาณ 24 กม. โทร. 099-587-9990 6. ที่พักในตัวเมืองอุดรธานี ประมาณ 55 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดโพธิ์ศรีใน อุดรธานี อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดโพธิ์ศรีในตั้งอยู่ที่บ้านเชียง หมู่ 1 ตำบลบ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี อยู่ใกล้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง และเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง
ถาม: วัดโพธิ์ศรีในเปิดให้เข้าชมวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: หลุมขุดค้นวัดโพธิ์ศรีในเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30 – 16.00 น. เหมาะสำหรับเข้าชมร่วมกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียงในวันเดียวกัน
ถาม: วัดโพธิ์ศรีในมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: การเข้าชมหลุมขุดค้นมีค่าเข้าชมคนไทย 30 บาท และชาวต่างชาติ 150 บาท โดยมีข้อยกเว้นสำหรับนักเรียน นักศึกษาในเครื่องแบบ ผู้สูงอายุชาวไทย ภิกษุ สามเณร และนักบวชในศาสนาต่าง ๆ
ถาม: จุดเด่นของวัดโพธิ์ศรีในคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือหลุมขุดค้นทางโบราณคดีภายในวัด ซึ่งจัดแสดงโครงกระดูกมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ภาชนะดินเผา หลักฐานการฝังศพ และชั้นดินของวัฒนธรรมบ้านเชียงในบริบทสถานที่จริง
ถาม: วัดโพธิ์ศรีในเกี่ยวข้องกับมรดกโลกบ้านเชียงอย่างไร?
ตอบ: วัดโพธิ์ศรีในเป็นพื้นที่สำคัญของแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง มีหลุมขุดค้นที่แสดงหลักฐานการตั้งถิ่นฐาน พิธีกรรมการฝังศพ และโบราณวัตถุของชุมชนก่อนประวัติศาสตร์บ้านเชียง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม
ถาม: ควรชมวัดโพธิ์ศรีในก่อนหรือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียงก่อน?
ตอบ: ควรเริ่มจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียงเพื่อเข้าใจภาพรวมของวัฒนธรรมบ้านเชียง จากนั้นจึงไปชมหลุมขุดค้นวัดโพธิ์ศรีใน เพื่อเห็นบริบทจริงของโครงกระดูก ภาชนะดินเผา และหลักฐานทางโบราณคดี
ถาม: เดินทางไปวัดโพธิ์ศรีในอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองอุดรธานีให้เดินทางไปทางอำเภอหนองหานและตำบลบ้านเชียง ระยะทางประมาณ 50 – 55 กม. เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างแบบเหมาคัน หากไม่มีรถส่วนตัวสามารถต่อรถจากอำเภอหนองหานเข้าสู่บ้านเชียงได้
ถาม: เที่ยววัดโพธิ์ศรีในแล้วควรไปเที่ยวที่ไหนต่อ?
ตอบ: สถานที่ใกล้เคียงที่เหมาะสำหรับเที่ยวต่อ ได้แก่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบ้านเชียง ร้านเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง วัดสันติวนาราม ทะเลบัวแดง และคำชะโนด
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 3 เดือนที่แล้ว




