หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานี >อ.บ้านผือ >ต.เมืองพาน > พระพุทธบาทหลังเต่า
TL;DR: พระพุทธบาทหลังเต่า อยู่ที่อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ตำบลเมืองพาน อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น. จุดเด่นคือ รอยพระพุทธบาทรูปทรงคล้ายฝ่าเท้า หันปลายพระบาทไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ขนาดประมาณกว้าง 0.71 เมตร ยาว 1.68 เมตร.

อุดรธานี

พระพุทธบาทหลังเต่า

พระพุทธบาทหลังเต่า

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น.
 
พระพุทธบาทหลังเต่า จังหวัดอุดรธานี เป็นหนึ่งในโบราณสถานสำคัญภายในอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท อำเภอบ้านผือ ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของพระพุทธบาทบัวบก บนพื้นที่ลานหินทรายของภูพระบาทซึ่งเป็นภูเขาขนาดย่อมในแนวเทือกเขาภูพานน้อย พื้นที่แห่งนี้มีทั้งรอยพระพุทธบาทสลักบนพื้นหิน เพิงหินธรรมชาติรูปร่างคล้ายเต่า กลุ่มถ้ำและเพิงหินที่พบภาพเขียนสีโบราณ ลานหินสวยงาม ชิ้นส่วนใบเสมา และหินทรายจำหลักพระพุทธรูปศิลปะทวารวดี พระพุทธบาทหลังเต่าจึงเป็นจุดหมายที่รวมทั้งศรัทธา ตำนาน ภูมิประเทศหินทราย และหลักฐานทางโบราณคดีไว้ในพื้นที่เดียวกันอย่างชัดเจน
 
พระพุทธบาทหลังเต่าเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวภูพระบาทอย่างลึกซึ้งกว่าการชมเฉพาะหอนางอุสาหรือจุดเด่นหลักของอุทยาน เพราะรอยพระพุทธบาทแห่งนี้ช่วยอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างภูมิทัศน์ธรรมชาติและความเชื่อทางพระพุทธศาสนาในพื้นที่บ้านผือได้เป็นอย่างดี พื้นหินทราย ลานหินกว้าง เพิงหินรูปร่างแปลกตา และรอยพระพุทธบาทที่สลักอยู่บนหินทำให้เห็นว่าผู้คนในอดีตไม่ได้สร้างศาสนสถานแยกขาดจากธรรมชาติ แต่ใช้ภูมิประเทศเดิมเป็นฐานในการสร้างความหมายทางศาสนาและพิธีกรรม
 
ชื่อพระพุทธบาทหลังเต่ามาจากลักษณะของก้อนหินขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้รอยพระพุทธบาท ก้อนหินดังกล่าวมีส่วนบนโค้งและมีลวดลายคล้ายกระดองเต่า ชาวบ้านจึงเรียกรอยพระพุทธบาทที่อยู่บริเวณใกล้เคียงว่า พระพุทธบาทหลังเต่า ชื่อนี้สะท้อนวิธีตั้งชื่อสถานที่ของคนท้องถิ่นที่อาศัยการสังเกตรูปทรงธรรมชาติรอบตัว แล้วเชื่อมโยงเข้ากับสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเรื่องเล่าทางศาสนา ทำให้ชื่อสถานที่จดจำง่าย มีภาพจำชัด และสัมพันธ์กับภูมิประเทศจริงในบริเวณนั้น
 
ลักษณะของพระพุทธบาทหลังเต่าเป็นรอยพระบาทบนลานหิน มีรูปทรงคล้ายฝ่าเท้า หันปลายพระบาทไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ใจกลางฝ่าพระบาทมีรูปดอกบัวบาน กลีบแหลมซ้อนกันและนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ขนาดโดยรอบรอยพระพุทธบาทกว้างประมาณ 0.71 เมตร และยาวประมาณ 1.68 เมตร เดิมมีการก่อล้อมด้วยศิลาแลง แต่ต่อมามีการบูรณะและนำศิลาแลงออกไป ปัจจุบันรอยพระพุทธบาทมีสภาพชำรุดบางส่วน โดยยังเหลือปูนบริเวณฝ่าพระบาทให้เห็นหลักฐานสำคัญของรูปแบบเดิม
 
ดอกบัวที่สลักอยู่ใจกลางฝ่าพระบาทมีความหมายทางพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง ดอกบัวเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ การตื่นรู้ และการก้าวพ้นจากความหม่นมัวของโลก เมื่อรูปดอกบัวปรากฏอยู่กลางรอยพระพุทธบาท จึงทำให้รอยพระบาทแห่งนี้มีความหมายทั้งในฐานะสัญลักษณ์ของพระพุทธเจ้าและสัญลักษณ์ของธรรมะที่เบ่งบานในใจผู้คน การที่กลีบบัวนูนขึ้นชัดเจนบนพื้นหินยังทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นศิลปะศรัทธาที่ผสานกับวัสดุธรรมชาติอย่างเรียบง่ายแต่ทรงพลัง
 
ในอดีตพระพุทธบาทหลังเต่าน่าจะมีอาคารขนาดใหญ่สร้างครอบพื้นที่รอยพระพุทธบาทและลานหินโดยรอบ จากการศึกษาผังพื้นที่สามารถอธิบายได้ว่าอาคารแบ่งได้เป็น 2 ชั้น ชั้นแรกเป็นห้องขนาดเล็กครอบรอยพระพุทธบาท มีลักษณะคล้ายอุโมงค์ตามแบบวัฒนธรรมลาวหรือล้านช้าง ส่วนชั้นที่สองเป็นโถงอาคารขนาดใหญ่ สร้างครอบคลุมทั้งรอยพระพุทธบาทและลานหินโดยรอบ ลักษณะดังกล่าวสื่อว่าพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นจุดประกอบพิธีกรรมหรือสถานที่รองรับผู้คนที่มาสักการะจำนวนมาก ไม่ใช่เพียงรอยสลักบนหินที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยว
 
ร่องรอยของหลุมที่สกัดบนลานหินด้านหน้าและบนก้อนหินขนาดใหญ่ด้านข้างพระพุทธบาทหลังเต่าเป็นหลักฐานสำคัญอีกส่วนหนึ่ง หลุมเหล่านี้เรียงตัวเป็นแนวยาวบนพื้นที่ประมาณ 15 เมตร กว้างประมาณ 12 เมตร สะท้อนว่าบริเวณนี้เคยมีโครงสร้างไม้หรือองค์ประกอบสถาปัตยกรรมประกอบกับพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ การใช้ไม้ร่วมกับหินเป็นลักษณะที่พบได้ในศาสนสถานโบราณหลายแห่งของภูมิภาค เพราะหินเป็นฐานที่มั่นคง ส่วนไม้ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างหลังคา ศาลา หรือพื้นที่พักของผู้มาสักการะ
 
พระพุทธบาทหลังเต่ามีความเกี่ยวข้องกับตำนานพระเจ้าเลียบโลกซึ่งเป็นตำนานสำคัญในกลุ่มความเชื่อพระพุทธบาทของอีสานและลุ่มน้ำโขง ตำนานกล่าวถึงการเสด็จของพระพุทธเจ้ามายังภูพระบาท ซึ่งเป็นที่อยู่ของพญานาคกุทโธปาปนาคและมิลินทนาค พระพุทธองค์ทรงปราบพญานาคทั้งสองจนยอมจำนนและเกิดศรัทธาในพระพุทธศาสนา มิลินทนาคจึงกราบทูลขอรอยพระพุทธบาทไว้สักการะ พระพุทธองค์จึงประทานรอยพระบาทขวาไว้ ณ ภูพระบาท ก่อนเสด็จต่อไปยังกรุงศรีสัตนาคนหุต เรื่องเล่านี้ทำให้รอยพระพุทธบาทหลังเต่ามีความหมายมากกว่าหลักฐานทางศิลปกรรม เพราะเป็นจุดที่เชื่อมศรัทธา พญานาค พระพุทธเจ้า และภูมิประเทศศักดิ์สิทธิ์เข้าด้วยกัน
 
ภูพระบาทเป็นพื้นที่ที่มีลักษณะทางธรณีวิทยาโดดเด่น หินทรายในบริเวณนี้อยู่ในกลุ่มหินภูพานของชุดโคราช มีอายุทางธรณีวิทยานับร้อยล้านปี ผ่านการกัดกร่อนของน้ำ ลม และเวลา จนเกิดเป็นเพิงหิน เสาหิน ลานหิน และโขดหินรูปร่างแปลกตาจำนวนมาก ลักษณะหินที่ชั้นบนแข็งกว่าชั้นล่างทำให้เกิดรูปทรงคล้ายเห็ดหรือหลังคาหินตามธรรมชาติ เมื่อมนุษย์เข้ามาใช้พื้นที่ จึงเกิดการตีความหินเหล่านี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ศาลา ถ้ำ ที่พัก หรือพื้นที่ประกอบพิธีกรรม
 
ความพิเศษของพระพุทธบาทหลังเต่าจึงไม่ได้อยู่เฉพาะตัวรอยพระพุทธบาท แต่รวมถึงภูมิทัศน์หินทรายที่รายล้อมอยู่ด้วย ก้อนหินรูปหลังเต่า ลานหินกว้าง พื้นหินที่ถูกสกัดเป็นรอยพระบาท และหลุมเสาบนลานหิน ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นหลักฐานว่าคนโบราณมองธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่เพียงฉากหลังของศาสนสถาน ความศักดิ์สิทธิ์เกิดขึ้นจากการอยู่ร่วมกันของหิน ตำนาน ศรัทธา และพิธีกรรมที่สืบต่อกันมา
 
บริเวณโดยรอบพระพุทธบาทหลังเต่ายังมีถ้ำและเพิงหินต่าง ๆ ตั้งกระจายอยู่ในพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมได้ในระยะทางไม่ไกลนัก เช่น ถ้ำลายมือ ถ้ำโนนสาวเอ้ ถ้ำคน และถ้ำวัวแดง ถ้ำเหล่านี้มีความสำคัญเพราะพบภาพเขียนสีโบราณ ทั้งรูปคน รูปมือ รูปสัตว์ และรูปเรขาคณิต ซึ่งสะท้อนการใช้พื้นที่ของมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ภาพเขียนเหล่านี้ทำให้ภูพระบาทเป็นมากกว่าแหล่งพระพุทธบาท เพราะเป็นพื้นที่ที่มีร่องรอยมนุษย์หลายยุคต่อเนื่องกันยาวนาน
 
ถ้ำลายมือเป็นหนึ่งในจุดที่ช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับหินอย่างชัดเจน ภาพมือที่ปรากฏบนผนังหินเป็นหลักฐานของการแสดงตัวตน การประกอบพิธีกรรม หรือการสื่อสารบางอย่างของมนุษย์โบราณ แม้ไม่สามารถรู้เจตนาทั้งหมดของผู้เขียนภาพได้อย่างแน่นอน แต่ภาพมือเหล่านี้ทำให้ผู้มาเยือนสัมผัสได้ว่าพื้นที่ภูพระบาทเคยมีผู้คนอาศัย ผ่านมา ใช้พื้นที่ และทิ้งร่องรอยไว้ก่อนยุคที่ศาสนสถานทางพระพุทธศาสนาจะเกิดขึ้น
 
ถ้ำคนและถ้ำวัวแดงเป็นแหล่งภาพเขียนสีที่ช่วยบอกเล่าเรื่องราวของมนุษย์และสัตว์ในอดีต ภาพคนที่เขียนด้วยสีแดง ภาพสัตว์ และลายเส้นต่าง ๆ สะท้อนวิถีชีวิต ความเชื่อ และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมในยุคก่อนประวัติศาสตร์ การมีภาพเขียนสีอยู่ใกล้กับพื้นที่พระพุทธบาทและศาสนสถานสมัยหลัง ทำให้เห็นว่าภูพระบาทเป็นพื้นที่ที่มนุษย์ใช้ซ้ำและตีความใหม่หลายยุค ตั้งแต่พื้นที่อยู่อาศัยหรือประกอบพิธีกรรมของมนุษย์โบราณ ไปจนถึงพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ทางพระพุทธศาสนา
 
ถ้ำโนนสาวเอ้และลานหินโนนสาวเอ้เป็นอีกกลุ่มพื้นที่ที่ช่วยเติมมิติทางภูมิทัศน์ให้พระพุทธบาทหลังเต่า บริเวณนี้มีทั้งเพิงหิน ภาพเขียนสี และลานหินที่มีลวดลายธรรมชาติสวยงาม ชื่อโนนสาวเอ้เกี่ยวข้องกับเรื่องเล่าท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกับการแต่งตัวของหญิงสาวก่อนขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาท เรื่องเล่าดังกล่าวสะท้อนว่าผู้คนไม่ได้มองหินและลานหินเป็นเพียงวัตถุธรรมชาติ แต่ผูกเข้ากับจินตนาการ พิธีกรรม และวิถีชุมชน
 
บริเวณเพิงหินวัดพ่อตาและเพิงหินวัดลูกเขยยังพบชิ้นส่วนหลักเสมาและหินทรายจำหลักพระพุทธรูปศิลปะทวารวดี หลักฐานเหล่านี้สำคัญต่อความเข้าใจภูพระบาทในฐานะพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ทางพระพุทธศาสนาในสมัยประวัติศาสตร์ ใบเสมาเป็นเครื่องหมายกำหนดเขตศักดิ์สิทธิ์หรือเขตประกอบสังฆกรรม การพบชิ้นส่วนเสมาและภาพสลักพระพุทธรูปในพื้นที่เดียวกับถ้ำ ภาพเขียนสี และเพิงหินธรรมชาติ แสดงให้เห็นการเปลี่ยนพื้นที่ธรรมชาติให้เป็นพื้นที่ทางศาสนาอย่างต่อเนื่อง
 
อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในชื่อภูพระบาท ประจักษ์พยานแห่งวัฒนธรรมสีมาสมัยทวารวดี ความสำคัญในระดับโลกของภูพระบาทมาจากการเป็นพื้นที่ที่เก็บรักษากลุ่มใบเสมาหินทรายและพื้นที่พิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาในภูมิทัศน์หินทรายไว้อย่างโดดเด่น พระพุทธบาทหลังเต่าเป็นหนึ่งในจุดที่ช่วยสะท้อนภาพรวมดังกล่าว เพราะแสดงให้เห็นว่าพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์บนภูพระบาทไม่ได้มีเพียงใบเสมา แต่ยังมีรอยพระพุทธบาท ตำนานล้านช้าง อาคารพิธีกรรม และเพิงหินธรรมชาติประกอบกันอย่างซับซ้อน
 
ในฐานะโบราณสถาน พระพุทธบาทหลังเต่ามีชั้นความหมายหลายระดับ ระดับแรกคือรอยพระพุทธบาทที่เป็นสัญลักษณ์ของพระพุทธเจ้าและเป็นจุดสักการะของผู้ศรัทธา ระดับที่สองคือหลักฐานสถาปัตยกรรมที่เคยสร้างครอบรอยพระพุทธบาทและลานหิน ระดับที่สามคือภูมิทัศน์ธรรมชาติที่มีหินรูปเต่าและลานหินเป็นองค์ประกอบสำคัญ ระดับที่สี่คือความเชื่อท้องถิ่นและตำนานพระเจ้าเลียบโลกที่ทำให้รอยพระบาทมีความหมายในฐานะสถานที่ที่พระพุทธเจ้าเสด็จมาประทับรอยไว้
 
นักท่องเที่ยวที่มาเยือนพระพุทธบาทหลังเต่าควรใช้เวลาชมอย่างช้า ๆ เพราะรายละเอียดจำนวนมากไม่ได้ปรากฏแบบโดดเด่นในครั้งแรก การมองพื้นหิน รอยสลัก หลุมเสา แนวลานหิน และรูปร่างของเพิงหินใกล้เคียงจะช่วยให้เข้าใจว่าพื้นที่นี้เคยถูกใช้อย่างไร หากเดินชมเพียงผ่าน ๆ อาจเห็นเป็นเพียงรอยพระบาทชำรุดบนลานหิน แต่เมื่อสังเกตอย่างละเอียด จะเห็นว่ารอยพระบาทนี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีโครงสร้างและความหมายซับซ้อน
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเข้าชมคือช่วงเช้าถึงก่อนเที่ยง เพราะอากาศไม่ร้อนมาก แสงธรรมชาติช่วยให้มองเห็นรายละเอียดของพื้นหินและรอยสลักได้ชัดเจน และการเดินตามเส้นทางภายในอุทยานจะทำได้สะดวกกว่าในช่วงบ่ายจัด พื้นที่ภูพระบาทเป็นลานหินและเส้นทางเดินกลางแจ้งหลายช่วง ผู้มาเยือนควรสวมรองเท้าที่เดินสะดวก เตรียมน้ำดื่ม หมวก หรือร่ม และควรใช้เวลาอย่างน้อย 1.5–3 ชั่วโมงหากต้องการชมทั้งพระพุทธบาทหลังเต่า ถ้ำต่าง ๆ ลานหิน และโบราณสถานสำคัญในเส้นทางเดียวกัน
 
มารยาทในการเข้าชมพระพุทธบาทหลังเต่าควรยึดหลักการเข้าชมโบราณสถานและศาสนสถานพร้อมกัน ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ไม่ปีนป่ายรอยพระพุทธบาท ไม่ขูด ขีด หรือสัมผัสภาพเขียนสี ไม่เคลื่อนย้ายก้อนหินหรือชิ้นส่วนโบราณวัตถุ ไม่วางสิ่งของบนโบราณสถาน และไม่ทิ้งขยะในพื้นที่ การรักษาความสงบและเดินตามเส้นทางที่เจ้าหน้าที่กำหนดเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการปกป้องทั้งโบราณสถานและภูมิทัศน์ธรรมชาติของภูพระบาท
 
การมาเที่ยวพระพุทธบาทหลังเต่าควรวางแผนร่วมกับแหล่งสำคัญอื่นภายในอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท เช่น พระพุทธบาทบัวบก หอนางอุสา ถ้ำพระ ถ้ำวัว ถ้ำคน กู่นางอุสา บ่อน้ำนางอุสา วัดพ่อตา และวัดลูกเขย เส้นทางเหล่านี้จะทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นภาพรวมของภูพระบาทครบถ้วน ทั้งด้านธรณีวิทยา ภาพเขียนสีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ศาสนสถานในวัฒนธรรมทวารวดี ลพบุรี ล้านช้าง และเรื่องเล่าพื้นบ้านนางอุสา-ท้าวบารสที่ยังมีอิทธิพลต่อการรับรู้พื้นที่ในปัจจุบัน
 
การเดินทาง ไปพระพุทธบาทหลังเต่าทำได้โดยเดินทางไปยังอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ตำบลเมืองพาน อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี จากตัวเมืองอุดรธานีสามารถใช้เส้นทางมุ่งหน้าไปทางจังหวัดหนองคาย แล้วเลี้ยวซ้ายบริเวณหมู่บ้านนาข่าเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2021 ประมาณ 67 กิโลเมตร จนถึงที่ทำการอุทยาน อีกเส้นทางหนึ่งสามารถไปทางอำเภอบ้านผือ จากนั้นต่อไปตามเส้นทางสู่อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท เมื่อถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยวควรสอบถามเส้นทางเดินไปพระพุทธบาทหลังเต่าและจุดใกล้เคียง เพื่อจัดลำดับการเดินชมให้เหมาะกับเวลาและสภาพอากาศ
 
อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30–16.30 น. ค่าเข้าชมชาวไทย 20 บาท และชาวต่างชาติ 100 บาท ภายในพื้นที่มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว แผนที่ เส้นทางเดินชม จุดจอดรถ และสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน การเข้าชมพระพุทธบาทหลังเต่าจึงควรเริ่มจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเพื่อรับข้อมูลเส้นทางก่อนเดินเข้าสู่พื้นที่โบราณสถาน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการชมหลายจุดในวันเดียว
 
พระพุทธบาทหลังเต่าเหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม ผู้ที่สนใจพระพุทธศาสนาจะได้สักการะรอยพระพุทธบาทและเรียนรู้ตำนานพระเจ้าเลียบโลก ผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์จะได้เห็นหลักฐานการใช้พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์หลายยุค ผู้ที่สนใจธรรมชาติจะได้ชมภูมิประเทศหินทรายรูปร่างแปลกตา ส่วนผู้ที่สนใจภาพเขียนสีและศิลปกรรมโบราณสามารถเดินต่อไปยังถ้ำและเพิงหินใกล้เคียงได้ในเส้นทางเดียวกัน สถานที่แห่งนี้จึงให้ประสบการณ์ที่ครบทั้งศรัทธา ความรู้ และการเดินชมธรรมชาติ
 
สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย พระพุทธบาทหลังเต่าช่วยให้เห็นว่าอุดรธานีมีมรดกทางวัฒนธรรมที่ลึกและหลากหลายกว่าภาพจำทั่วไปของจังหวัด ส่วนชาวต่างชาติ สถานที่แห่งนี้เป็นตัวอย่างสำคัญของรอยพระพุทธบาทในภูมิทัศน์หินทราย ศาสนสถานกลางธรรมชาติ ภาพเขียนสีโบราณ และวัฒนธรรมใบเสมาสมัยทวารวดีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย การมาเยือนพระพุทธบาทหลังเต่าจึงช่วยให้เข้าใจว่าความศักดิ์สิทธิ์ในภูมิภาคนี้เกิดจากการซ้อนทับของธรรมชาติ ศิลปกรรม ตำนาน และความศรัทธาของผู้คนหลายยุค
 
พระพุทธบาทหลังเต่าจึงเป็นหนึ่งในจุดสำคัญของอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทที่ไม่ควรมองข้าม แม้จะไม่ได้เป็นสัญลักษณ์หลักเท่าหอนางอุสา แต่มีคุณค่าในฐานะรอยพระพุทธบาทที่เชื่อมโยงกับตำนานล้านช้าง ร่องรอยอาคารพิธีกรรม และภูมิทัศน์หินทรายอันเป็นหัวใจของภูพระบาท ผู้ที่ใช้เวลาเดินชมอย่างตั้งใจจะพบว่าสถานที่แห่งนี้ช่วยเปิดความเข้าใจต่อภูพระบาททั้งระบบ และทำให้การเที่ยวอุดรธานีมีความลึก ครบถ้วน และเชื่อมโยงกับมรดกวัฒนธรรมระดับโลกได้อย่างแท้จริง
 
ชื่อสถานที่พระพุทธบาทหลังเต่า
ที่ตั้งอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ตำบลเมืองพาน อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี
ที่อยู่อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ตำบลเมืองพาน อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี 41160
ไฮไลต์รอยพระพุทธบาทบนลานหิน ใจกลางฝ่าพระบาทมีรูปดอกบัวบานนูนเด่น อยู่ใกล้เพิงหินธรรมชาติรูปร่างคล้ายเต่า และอยู่ในกลุ่มโบราณสถานสำคัญของอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท
ประวัติ / สมัย / ยุคเกี่ยวข้องกับตำนานพระเจ้าเลียบโลกและความเชื่อเรื่องรอยพระพุทธบาทบนภูพระบาท จากลักษณะรอยพระพุทธบาทและหลักฐานประกอบในพื้นที่มีอายุเกี่ยวข้องกับสมัยล้านช้างราวพุทธศตวรรษที่ 22–23 และสมัยรัตนโกสินทร์ช่วงหลังพุทธศตวรรษที่ 24
ที่มาของชื่อได้ชื่อจากก้อนหินขนาดใหญ่ใกล้รอยพระพุทธบาทที่มีส่วนบนโค้งและมีลวดลายคล้ายกระดองเต่า ชาวบ้านจึงเรียกพื้นที่นี้ว่าพระพุทธบาทหลังเต่า
ลักษณะเด่นรอยพระพุทธบาทรูปทรงคล้ายฝ่าเท้า หันปลายพระบาทไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ขนาดประมาณกว้าง 0.71 เมตร ยาว 1.68 เมตร ใจกลางฝ่าพระบาทมีรูปดอกบัวบานกลีบแหลมซ้อนกันนูนขึ้นจากพื้นหิน
หลักฐานสำคัญรอยพระพุทธบาทบนลานหิน หลุมเสาบนลานหิน ร่องรอยอาคารครอบพระพุทธบาท เพิงหินรูปหลังเต่า ถ้ำและเพิงหินใกล้เคียง ภาพเขียนสี ชิ้นส่วนหลักเสมา และหินทรายจำหลักพระพุทธรูปศิลปะทวารวดีในกลุ่มพื้นที่ภูพระบาท
การเดินทางจากตัวเมืองอุดรธานีมุ่งหน้าไปทางจังหวัดหนองคาย แล้วเลี้ยวซ้ายบริเวณหมู่บ้านนาข่าเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2021 ประมาณ 67 กม. จนถึงอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวให้เดินตามเส้นทางชมโบราณสถานไปยังพระพุทธบาทหลังเต่า
สถานะปัจจุบันเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชมภายในพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท เป็นโบราณสถานและจุดเรียนรู้ด้านศรัทธา ธรรมชาติ และวัฒนธรรมในอำเภอบ้านผือ
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.30 – 16.30 น.
ค่าเข้าชมชาวไทย 20 บาท
ชาวต่างชาติ 100 บาท
สิ่งอำนวยความสะดวกศูนย์บริการนักท่องเที่ยว แผนที่ เส้นทางเดินชมโบราณสถาน ห้องน้ำ พื้นที่จอดรถ และรถสี่ล้อไฟฟ้าสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญรอยพระพุทธบาทหลังเต่า
เพิงหินรูปหลังเต่า
ลานหินและหลุมเสาโบราณ
ถ้ำลายมือ
ถ้ำโนนสาวเอ้
ถ้ำคนและถ้ำวัวแดง
ลานหินโนนสาวเอ้
เพิงหินวัดพ่อตาและเพิงหินวัดลูกเขย
ผู้ดูแลอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท กรมศิลปากร
เบอร์ติดต่อหลักอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท โทร. 042-251-350 ถึง 2
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. พระพุทธบาทบัวบก ประมาณ 2 กม.
2. หอนางอุสา ประมาณ 2 กม.
3. ถ้ำพระ อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ประมาณ 2 กม.
4. กู่นางอุสา ประมาณ 2 กม.
5. พิพิธภัณฑ์ไทยพวนบ้านผือ ประมาณ 22 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. บานย่า คาเฟ่ - โมโตโอ บ้านผือ ประมาณ 22 กม. โทร. 095-651-5252
2. จังเกิล คาเฟ่ สาขาบ้านผือ ประมาณ 22 กม. โทร. 086-396-3624
3. กาแฟพันธุ์ไทย ถนนชนบทบำรุง บ้านผือ ประมาณ 22 กม. โทร. 080-071-9270
4. ร้านพิมอาหารตามสั่ง ประมาณ 23 กม. โทร. 083-843-7638
5. ก๋วยเตี๋ยว อาหารตามสั่ง นครปฐม สาขา 1 บ้านผือ ประมาณ 23 กม.
ที่พักใกล้เคียง1. ธารารินทร์รีสอร์ท บ้านผือ ประมาณ 12 กม. โทร. 088-552-0872
2. อุ่นรักรีสอร์ท บ้านผือ ประมาณ 19 กม. โทร. 061-196-9897
3. พัชชาวัลย์รีสอร์ท ประมาณ 20 กม. โทร. 099-536-1129, 082-532-6632
4. ร่มรื่นรีสอร์ท บ้านผือ ประมาณ 20 กม. โทร. 064-963-9053
5. น้องใหม่ รีสอร์ท บ้านผือ ประมาณ 24 กม. โทร. 042-219-633
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: พระพุทธบาทหลังเต่าอยู่ที่ไหน?
ตอบ: พระพุทธบาทหลังเต่าตั้งอยู่ภายในอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ตำบลเมืองพาน อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี อยู่ทางทิศใต้ของพระพุทธบาทบัวบก
 
ถาม: พระพุทธบาทหลังเต่าเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมตามเวลาอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท คือทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น.
 
ถาม: พระพุทธบาทหลังเต่ามีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: มีค่าเข้าชมอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ชาวไทย 20 บาท และชาวต่างชาติ 100 บาท
 
ถาม: ทำไมจึงเรียกว่าพระพุทธบาทหลังเต่า?
ตอบ: เพราะรอยพระพุทธบาทตั้งอยู่ใกล้ก้อนหินธรรมชาติที่มีส่วนบนโค้งและมีลวดลายคล้ายกระดองเต่า ชาวบ้านจึงเรียกพื้นที่นี้ว่าพระพุทธบาทหลังเต่า
 
ถาม: พระพุทธบาทหลังเต่ามีลักษณะเด่นอะไร?
ตอบ: มีลักษณะเป็นรอยพระพุทธบาทบนลานหิน ใจกลางฝ่าพระบาทสลักเป็นรูปดอกบัวบานกลีบแหลมนูนขึ้นมา และมีร่องรอยหลุมเสากับลานหินที่เกี่ยวข้องกับอาคารพิธีกรรมเดิม
 
ถาม: พระพุทธบาทหลังเต่าเกี่ยวข้องกับตำนานใด?
ตอบ: เกี่ยวข้องกับตำนานพระเจ้าเลียบโลก ซึ่งกล่าวถึงการเสด็จของพระพุทธเจ้ามายังภูพระบาทและประทานรอยพระบาทไว้ให้พญานาคและผู้ศรัทธาสักการะ
 
ถาม: ควรเที่ยวพระพุทธบาทหลังเต่าร่วมกับจุดใดในภูพระบาท?
ตอบ: ควรเที่ยวร่วมกับพระพุทธบาทบัวบก หอนางอุสา ถ้ำพระ ถ้ำคน ถ้ำวัวแดง กู่นางอุสา วัดพ่อตา วัดลูกเขย และลานหินโนนสาวเอ้
 
ถาม: ควรเตรียมตัวอย่างไรเมื่อไปพระพุทธบาทหลังเต่า?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ สวมรองเท้าที่เดินสะดวก เตรียมน้ำดื่ม หมวกหรือร่ม ไม่ปีนป่ายโบราณสถาน ไม่สัมผัสภาพเขียนสี และเดินตามเส้นทางที่กำหนด

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆกลุ่ม: ●สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่พระพุทธบาทหลังเต่า

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(1)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(2)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(2)
วัด วัด(21)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(8)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(3)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(1)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(8)
น้ำตก น้ำตก(6)
ถ้ำ ถ้ำ(1)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(4)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(3)
สวนน้ำ สวนน้ำ(1)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(1)