หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานี >อ.บ้านผือ >ต.เมืองพาน > อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท
TL;DR: อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท อยู่ที่บ้านติ้ว ตำบลเมืองพาน อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น. จุดเด่นคือ เป็นภูมิทัศน์หินทรายที่ธรรมชาติสร้างขึ้นและมนุษย์ในอดีตใช้เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ศาสนสถาน และแหล่งประกอบพิธีกรรม.

อุดรธานี

อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท

อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น.
 
อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่มีความสำคัญระดับโลก ตั้งอยู่บริเวณเขาภูพระบาทในเขตบ้านติ้ว ตำบลเมืองพาน อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 3,430 ไร่ ภายในพื้นที่มีทั้งภูมิประเทศหินทรายรูปร่างแปลกตา เพิงหินธรรมชาติ ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ รอยพระพุทธบาท โบราณสถาน หลักเสมา และร่องรอยศาสนสถานที่แสดงพัฒนาการความเชื่อของมนุษย์ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ต่อเนื่องถึงสมัยทวารวดี ลพบุรี ล้านช้าง และรัตนโกสินทร์ อุทยานแห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงสถานที่ชมธรรมชาติ แต่เป็นพื้นที่ที่ธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ศาสนา ศิลปกรรม และตำนานพื้นบ้านหลอมรวมกันอย่างลึกซึ้ง
 
ภูพระบาทได้รับความสนใจมากขึ้นอย่างชัดเจนหลังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปี 2024 ภายใต้ชื่อ “ภูพระบาท ประจักษ์พยานแห่งวัฒนธรรมสีมา สมัยทวารวดี” จุดเด่นสำคัญของพื้นที่คือการเป็นหลักฐานขนาดใหญ่ของวัฒนธรรมการปักสีมาในสมัยทวารวดี ซึ่งเกี่ยวข้องกับการกำหนดเขตศักดิ์สิทธิ์สำหรับกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา บนภูพระบาทยังคงพบหลักเสมาในตำแหน่งดั้งเดิมจำนวนมาก แสดงให้เห็นว่าพื้นที่ธรรมชาติแห่งนี้เคยถูกปรับความหมายให้กลายเป็นภูมิทัศน์ศักดิ์สิทธิ์ โดยมนุษย์ในอดีตใช้เพิงหิน ลานหิน และพื้นที่ธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรม ความเชื่อ และการประกอบศาสนกิจ
 
สิ่งที่ทำให้อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทแตกต่างจากแหล่งโบราณคดีหลายแห่ง คือสภาพภูมิประเทศที่เกิดจากกระบวนการกัดกร่อนของหินทรายตามธรรมชาติ หินก้อนใหญ่หลายแห่งมีรูปร่างคล้ายดอกเห็ด เสา หอคอย หลังคา เพิงพัก หรือสิ่งมีชีวิตในจินตนาการ เมื่อมนุษย์ในอดีตเข้ามาใช้พื้นที่ จึงเกิดการดัดแปลงบางจุดให้เป็นศาสนสถาน ที่พำนัก ที่ประกอบพิธี หรือพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ร่องรอยที่เหลืออยู่ทำให้ผู้มาเยือนมองเห็นทั้งพลังของธรรมชาติและความสามารถของมนุษย์ในการตีความภูมิประเทศให้มีความหมายทางวัฒนธรรม
 
หอนางอุสาเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่สุดของอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ลักษณะเป็นเพิงหินธรรมชาติขนาดใหญ่ที่มีหินด้านบนวางซ้อนบนฐานหินด้านล่าง คล้ายหอสูงกลางลานหิน เปิดให้เห็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติและการดัดแปลงพื้นที่โดยมนุษย์ ด้านบนของหอนางอุสามีการก่อผนังด้วยก้อนหินทรายและสกัดพื้นที่ภายในให้เป็นช่องหรือคูหา ลักษณะดังกล่าวทำให้หอนางอุสากลายเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมถ่ายภาพมากที่สุด และยังเป็นจุดเชื่อมโยงกับตำนานพื้นบ้านเรื่องนางอุสา-ท้าวบารส ซึ่งทำให้ภูพระบาทมีเสน่ห์มากกว่าการเป็นแหล่งโบราณคดีเชิงวิชาการ
 
ตำนานนางอุสา-ท้าวบารสเป็นหนึ่งในเรื่องเล่าที่ช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจพื้นที่ภูพระบาทในมิติทางวัฒนธรรม ชาวบ้านผูกเรื่องราวของหิน เพิงผา บ่อน้ำ และลานหินต่าง ๆ เข้ากับตัวละครในตำนาน เช่น หอนางอุสา คอกม้าท้าวบารส และบ่อน้ำนางอุสา แม้ตำนานจะไม่ใช่หลักฐานทางโบราณคดีโดยตรง แต่มีความสำคัญในฐานะภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ใช้ตีความภูมิประเทศ ทำให้ก้อนหินและเพิงผาธรรมชาติกลายเป็นพื้นที่ที่มีชีวิต มีเรื่องเล่า และมีความหมายต่อชุมชนรุ่นต่อรุ่น
 
นอกจากหอนางอุสา ภายในอุทยานยังมีถ้ำและเพิงหินหลายแห่งที่เป็นหลักฐานของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ เช่น ถ้ำลายมือ ถ้ำโน สาวเอ้ ถ้ำคน และถ้ำวัวแดง ภาพเขียนสีที่พบในพื้นที่เหล่านี้มีทั้งรูปมือ รูปคน รูปสัตว์ และลวดลายเรขาคณิต สะท้อนว่าพื้นที่ภูพระบาทเคยเป็นที่อยู่อาศัย แหล่งพักพิง หรือพื้นที่ทำกิจกรรมของมนุษย์โบราณมาก่อน ภาพเขียนสีเหล่านี้เป็นหลักฐานสำคัญที่ช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติในอดีต และทำให้การเดินชมอุทยานมีมิติของการย้อนเวลาไปสู่ชีวิตคนยุคก่อนประวัติศาสตร์
 
พระพุทธบาทบัวบกเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญของพื้นที่ อยู่บริเวณทางแยกซ้ายมือก่อนถึงที่ทำการอุทยานฯ คำว่า “บัวบก” มีการอธิบายได้ทั้งจากชื่อพันธุ์ไม้ชนิดหนึ่งที่พบมากในบริเวณดังกล่าว ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “ผักหนอก” และจากคำว่า “บ่บก” ที่สื่อถึงความไม่แห้งแล้ง รอยพระพุทธบาทมีลักษณะเป็นแอ่งลึกลงไปในพื้นหิน ความยาวประมาณ 1.93 เมตร กว้างประมาณ 90 เซนติเมตร และลึกประมาณ 60 เซนติเมตร เดิมมีมณฑปครอบรอยพระพุทธบาท ต่อมาพระอาจารย์ศรีทัตย์ สุวรรณมาโจได้สร้างพระธาตุเจดีย์ขึ้นใหม่ในช่วง พ.ศ. 2463–2477 ภายในพระธาตุเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และมีรูปทรงบัวเหลี่ยมที่ชวนให้นึกถึงองค์พระธาตุพนม
 
พระพุทธบาทบัวบกยังเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชนในพื้นที่ มีงานนมัสการพระพุทธบาทบัวบกในช่วงวันขึ้น 13 ค่ำถึง 15 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี งานดังกล่าวเป็นประเพณีสำคัญที่เชื่อมโยงความศรัทธา วิถีชุมชน และการสืบทอดพระพุทธศาสนาเข้าด้วยกัน นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาในช่วงงานจะได้เห็นบรรยากาศของการทำบุญ การนมัสการรอยพระพุทธบาท และการรวมตัวของชุมชนบ้านผือกับผู้ศรัทธาจากพื้นที่ใกล้เคียง จึงเป็นช่วงเวลาที่ภูพระบาทมีชีวิตชีวาในอีกมิติหนึ่ง
 
พระพุทธบาทหลังเต่าตั้งอยู่ทางทิศใต้ของพระพุทธบาทบัวบก มีลักษณะเป็นรอยพระบาทที่สลักลึกลงไปในพื้นหินประมาณ 25 เซนติเมตร ใจกลางรอยพระบาทสลักเป็นรูปดอกบัว กลีบแหลมนูนขึ้นมาอย่างชัดเจน ชื่อ “พระพุทธบาทหลังเต่า” มาจากตำแหน่งที่อยู่ใกล้เพิงหินธรรมชาติรูปร่างคล้ายเต่า จุดนี้สะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างร่องรอยศรัทธาในพระพุทธศาสนากับภูมิประเทศหินทรายซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของภูพระบาท
 
ลานหินโนนสาวเอ้เป็นพื้นที่ที่แสดงความงามของลานหินและเพิงหินธรรมชาติอย่างชัดเจน ธรรมชาติได้สร้างโครงสร้างหินหลากหลายรูปทรงไว้ในบริเวณนี้ จนกลายเป็นพื้นที่สำคัญในตำนานท้องถิ่นเกี่ยวกับนางอุสา-ท้าวบารส บริเวณใกล้เคียงยังมีคอกม้าท้าวบารส หอนางอุสา และบ่อน้ำนางอุสา ซึ่งช่วยให้เส้นทางเดินชมของนักท่องเที่ยวมีทั้งมิติทางธรรมชาติ มิติทางโบราณคดี และมิติทางเรื่องเล่าในเวลาเดียวกัน
 
เพิงหินวัดพ่อตาและเพิงหินวัดลูกเขยเป็นอีกส่วนหนึ่งที่แสดงถึงร่องรอยทางพุทธศาสนาและศิลปกรรมสมัยทวารวดี ภายในพื้นที่พบชิ้นส่วนหลักเสมา หินทรายจำหลัก และพระพุทธรูปศิลปะทวารวดี หลักฐานเหล่านี้ทำให้เห็นว่าภูพระบาทไม่ได้เป็นเพียงแหล่งพักพิงของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังถูกพัฒนาเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์และศาสนสถานในยุคต่อมาอย่างต่อเนื่อง ความต่อเนื่องนี้คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ภูพระบาทมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สูงมาก
 
วัฒนธรรมสีมาที่ภูพระบาทมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำความเข้าใจพระพุทธศาสนาบนที่ราบสูงโคราชในสมัยทวารวดี สีมาเป็นเครื่องหมายกำหนดเขตศักดิ์สิทธิ์สำหรับประกอบสังฆกรรม และในภูมิภาคนี้พบการใช้หินเป็นหลักสีมาอย่างแพร่หลาย ภูพระบาทมีหลักเสมาจำนวนมากที่ยังคงตั้งอยู่ในตำแหน่งเดิม ทำให้พื้นที่นี้กลายเป็นหลักฐานที่สมบูรณ์และหายากในการศึกษารูปแบบ การจัดวาง หน้าที่ และวิวัฒนาการของสีมาสมัยทวารวดี
 
ผู้มาเยือนอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทจะสัมผัสได้ว่าพื้นที่แห่งนี้มีบรรยากาศแตกต่างจากอุทยานประวัติศาสตร์ที่เป็นเมืองโบราณหรือปราสาทหินทั่วไป ภูพระบาทไม่ได้มีโครงสร้างใหญ่โตแบบกำแพงเมืองหรือปราสาท แต่มีความงดงามแบบภูมิทัศน์ศักดิ์สิทธิ์ที่ซ่อนอยู่ในธรรมชาติ การเดินผ่านลานหิน เพิงผา ต้นไม้ และโขดหิน ทำให้ผู้ชมค่อย ๆ เข้าใจว่าโบราณสถานที่นี่ไม่ได้แยกออกจากธรรมชาติ แต่ธรรมชาติคือส่วนหนึ่งของโบราณสถานโดยตรง
 
ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวภายในอุทยานเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะสมก่อนเดินชมพื้นที่ ภายในมีข้อมูล แผนที่ และคำอธิบายเกี่ยวกับเส้นทางท่องเที่ยว จุดสำคัญ และความเป็นมาของอุทยาน นักท่องเที่ยวควรเริ่มจากศูนย์บริการเพื่อวางแผนเส้นทาง เพราะพื้นที่ภายในค่อนข้างกว้าง แม้เส้นทางหลักจะเดินชมได้ไม่ยาก แต่การเข้าใจลำดับของจุดท่องเที่ยวจะช่วยให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างหินธรรมชาติ ภาพเขียนสี หลักเสมา ศาสนสถาน และตำนานพื้นบ้านได้ชัดเจนขึ้น
 
เส้นทางเดินชมภายในอุทยานควรใช้เวลาอย่างน้อย 2–3 ชั่วโมงสำหรับการชมจุดสำคัญ และควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก รองเท้าที่เดินสะดวก และอุปกรณ์กันแดด โดยเฉพาะในช่วงกลางวัน เพราะบางช่วงเป็นลานหินและพื้นที่เปิดโล่ง ฤดูหนาวเป็นช่วงที่เดินสบายที่สุด ส่วนฤดูฝนทำให้ป่าและธรรมชาติโดยรอบดูสดชื่น แต่ควรเดินด้วยความระมัดระวังในพื้นที่หินที่อาจลื่นหลังฝนตก
 
การเที่ยวภูพระบาทเหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม ผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์จะได้เห็นหลักฐานตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงพุทธศาสนายุคต้นในอีสาน ผู้ที่ชอบธรรมชาติจะได้ชมภูมิประเทศหินทรายที่เกิดจากการกัดกร่อนเป็นรูปร่างแปลกตา ผู้ที่สนใจตำนานพื้นบ้านจะได้เดินตามร่องรอยนางอุสา-ท้าวบารส ส่วนผู้ที่ต้องการเที่ยวเชิงศรัทธาสามารถเชื่อมโยงการเดินทางกับพระพุทธบาทบัวบกและวัดสำคัญในอำเภอบ้านผือได้อย่างลงตัว
 
ด้านการเดินทาง อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทอยู่ห่างจากตัวเมืองอุดรธานีประมาณ 67 กิโลเมตร เส้นทางหลักจากตัวเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข 2 สายอุดรธานี-หนองคาย แล้วเลี้ยวเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2021 ไปทางอำเภอบ้านผือ จากนั้นต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 2348 เข้าสู่พื้นที่อุทยาน เส้นทางโดยรวมเหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถตู้เหมาคัน ผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัวควรวางแผนรถรับส่งล่วงหน้า เพราะระบบขนส่งสาธารณะไปถึงหน้าอุทยานโดยตรงมีข้อจำกัด
 
การจัดทริปเที่ยวภูพระบาทแบบ 1 วันสามารถเริ่มจากตัวเมืองอุดรธานีในช่วงเช้า เดินทางไปอำเภอบ้านผือ เข้าชมอุทยานประมาณครึ่งวัน จากนั้นแวะพระพุทธบาทบัวบก พิพิธภัณฑ์ไทยพวนบ้านผือ หรือวัดป่าบ้านค้อก่อนกลับตัวเมือง หากมีเวลา 2 วัน 1 คืน สามารถพักในอำเภอบ้านผือหรือกลับไปพักในตัวเมืองอุดรธานี แล้วเพิ่มเส้นทางวัดป่าภูก้อนหรือแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอื่นในอุดรธานีได้
 
อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทมีคุณค่ามากเป็นพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เพราะเป็นสถานที่ที่อธิบายพัฒนาการของพระพุทธศาสนาในอีสานผ่านหลักฐานที่ยังอยู่ในภูมิทัศน์เดิม ต่างจากการชมวัตถุในพิพิธภัณฑ์เพียงอย่างเดียว ผู้มาเยือนจะเห็นว่าความเชื่อไม่ได้อยู่ในอาคารปิด แต่กระจายอยู่ตามเพิงหิน ลานหิน เสมา ภาพเขียนสี และรอยพระพุทธบาท การเดินชมจึงเป็นประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกายภาพของพื้นที่กับจิตวิญญาณของผู้คนในอดีต
 
สำหรับนักท่องเที่ยวไทย ภูพระบาทเป็นสถานที่ที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่ต่ออีสานตอนบน อุดรธานีไม่ได้มีเพียงทะเลบัวแดง บ้านเชียง วัดป่าภูก้อน หรือคำชะโนด แต่ยังมีภูพระบาทซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลกที่อธิบายรากวัฒนธรรมของพื้นที่ได้อย่างลึกซึ้ง การมาเยือนภูพระบาทจึงเป็นทั้งการท่องเที่ยว การเรียนรู้ และการทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างคนอีสานกับภูเขา ป่า หิน พระพุทธศาสนา และตำนานพื้นบ้าน
 
มารยาทในการเข้าชมเป็นเรื่องสำคัญ นักท่องเที่ยวควรเดินตามเส้นทางที่กำหนด ไม่ปีนป่ายโบราณสถาน ไม่สัมผัสหรือขีดเขียนบนภาพเขียนสีและก้อนหิน ไม่เคลื่อนย้ายก้อนหินหรือชิ้นส่วนโบราณวัตถุ และไม่ส่งเสียงดังในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ การรักษาพื้นที่ให้คงสภาพเดิมคือการช่วยให้ภูพระบาทสามารถส่งต่อคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไปยังคนรุ่นต่อไปได้อย่างสมบูรณ์
 
เมื่อมองโดยภาพรวม อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทคือหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวเชิงลึกที่สำคัญที่สุดของจังหวัดอุดรธานี เพราะรวมองค์ประกอบที่หาได้ยากไว้ในพื้นที่เดียว ทั้งหินทรายธรรมชาติ ภาพเขียนสีมนุษย์โบราณ รอยพระพุทธบาท หลักเสมาสมัยทวารวดี ศาสนสถานกลางป่า และตำนานพื้นบ้านที่ยังมีชีวิตในความทรงจำของชุมชน ผู้ที่ต้องการเที่ยวอุดรธานีอย่างเข้าใจ ไม่ควรมองภูพระบาทเป็นเพียงจุดถ่ายรูป แต่ควรให้เวลาเดิน อ่าน ฟัง และสังเกตพื้นที่อย่างละเอียด เพราะทุกก้อนหินและทุกเพิงผาในอุทยานแห่งนี้มีเรื่องราวซ่อนอยู่
 
ชื่อสถานที่อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท
ที่ตั้งบ้านติ้ว ตำบลเมืองพาน อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี
ที่อยู่ตำบลเมืองพาน อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี 41160
พื้นที่ประมาณ 3,430 ไร่
ไฮไลต์หอนางอุสา ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ หลักเสมาสมัยทวารวดี พระพุทธบาทบัวบก พระพุทธบาทหลังเต่า และภูมิประเทศหินทรายรูปร่างแปลกตา
ประวัติ / สมัย / ยุคมีหลักฐานมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ ภาพเขียนสี เพิงหิน และร่องรอยศาสนสถานต่อเนื่องถึงสมัยทวารวดี ลพบุรี ล้านช้าง และรัตนโกสินทร์
ความสำคัญระดับโลกได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปี 2024 ในชื่อ “ภูพระบาท ประจักษ์พยานแห่งวัฒนธรรมสีมา สมัยทวารวดี”
ที่มาของชื่อชื่อภูพระบาทเกี่ยวข้องกับรอยพระพุทธบาทบนภูเขา ส่วนพระพุทธบาทบัวบกเกี่ยวข้องกับพืชบัวบกหรือคำว่า “บ่บก” ที่สื่อถึงความไม่แห้งแล้ง
ลักษณะเด่นเป็นภูมิทัศน์หินทรายที่ธรรมชาติสร้างขึ้นและมนุษย์ในอดีตใช้เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ศาสนสถาน และแหล่งประกอบพิธีกรรม
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ1. ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
2. กลุ่มหอนางอุสาและลานหินโนนสาวเอ้
3. กลุ่มถ้ำและเพิงหินภาพเขียนสี เช่น ถ้ำลายมือ ถ้ำคน ถ้ำวัวแดง
4. กลุ่มศาสนสถานและหลักเสมาสมัยทวารวดี
5. พระพุทธบาทบัวบกและพระพุทธบาทหลังเต่า
6. พื้นที่ตำนานนางอุสา-ท้าวบารส เช่น คอกม้าท้าวบารสและบ่อน้ำนางอุสา
ผู้ดูแลกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม โดยสำนักงานอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท
การเดินทางจากตัวเมืองอุดรธานีใช้ทางหลวงหมายเลข 2 สายอุดรธานี-หนองคาย จากนั้นเลี้ยวเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2021 ไปทางอำเภอบ้านผือ และต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 2348 เข้าสู่พื้นที่อุทยาน ระยะทางประมาณ 67 กม.
สถานะปัจจุบันเปิดให้เข้าชมตามปกติ และเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมของประเทศไทย
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.30 – 16.30 น.
ค่าเข้าชมชาวไทย 20 บาท / ชาวต่างชาติ 120 บาท
สิ่งอำนวยความสะดวกศูนย์บริการนักท่องเที่ยว แผนที่ แผ่นพับ นิทรรศการ จุดชมวีดิทัศน์ ร่ม รถวีลแชร์ และรถไฟฟ้าบริการภายในพื้นที่
เบอร์ติดต่อหลัก042-219-837
เว็บไซต์ / เพจทางการอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท กรมศิลปากร
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. พระพุทธบาทบัวบก ประมาณ 2 กม.
2. พิพิธภัณฑ์ไทยพวนบ้านผือ ประมาณ 15 กม.
3. วัดป่าบ้านค้อ ประมาณ 28 กม.
4. วัดป่าภูก้อน ประมาณ 70 กม.
5. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง ประมาณ 95 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ไก่ย่างไทยพวน บ้านผือ ประมาณ 12 กม.
2. กองสิน คาเฟ่ ประมาณ 13 กม.
3. BaanYa Cafe’ - Moto-O บ้านผือ ประมาณ 14 กม. โทร. 095-651-5252
4. ส.กุ้งเผา@บ้านผือ ประมาณ 14 กม. โทร. 081-050-2007
5. เชลลี่คาเฟ่ บ้านผือ ประมาณ 15 กม. โทร. 083-341-6363
6. ก๋วยเตี๋ยวเรือคลองสระบัว ประมาณ 15 กม.
ที่พักใกล้เคียง1. โรงแรมเฮือนพี่น้อง อำเภอบ้านผือ ประมาณ 11 กม.
2. ธารารินทร์รีสอร์ท บ้านผือ ประมาณ 12 กม. โทร. 088-552-0872
3. โรงแรมพัชชาวัลย์ / พัชชาวัลย์รีสอร์ท ประมาณ 13 กม. โทร. 099-536-1129, 082-532-6632
4. นิยม เอสทีเอ็น สาขา 2 บ้านผือ ประมาณ 15 กม.
5. ภูผาดาว รีสอร์ท ประมาณ 18 กม.
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทเปิดให้เข้าชมหรือไม่?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น.
 
ถาม: ค่าเข้าชมอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทเท่าไร?
ตอบ: ค่าเข้าชมชาวไทย 20 บาท และชาวต่างชาติ 120 บาท
 
ถาม: อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่ที่บ้านติ้ว ตำบลเมืองพาน อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี ห่างจากตัวเมืองอุดรธานีประมาณ 67 กม.
 
ถาม: ภูพระบาทมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: ภูพระบาทเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่แสดงหลักฐานวัฒนธรรมสีมาสมัยทวารวดี ภาพเขียนสี เพิงหินธรรมชาติ และร่องรอยศาสนสถานที่มีความต่อเนื่องทางประวัติศาสตร์ยาวนาน
 
ถาม: จุดเด่นที่ไม่ควรพลาดในอุทยานคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นสำคัญ ได้แก่ หอนางอุสา ถ้ำลายมือ ถ้ำคน ถ้ำวัวแดง พระพุทธบาทบัวบก พระพุทธบาทหลังเต่า ลานหินโนนสาวเอ้ และกลุ่มหลักเสมาสมัยทวารวดี
 
ถาม: ควรใช้เวลาเที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทกี่ชั่วโมง?
ตอบ: ควรใช้เวลาอย่างน้อย 2–3 ชั่วโมงสำหรับการเดินชมจุดสำคัญ หากต้องการอ่านป้ายข้อมูลและถ่ายภาพอย่างละเอียดควรเผื่อเวลาครึ่งวัน
 
ถาม: ไปอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทโดยไม่มีรถส่วนตัวได้หรือไม่?
ตอบ: เดินทางได้ แต่ควรวางแผนรถรับส่งหรือเหมารถล่วงหน้า เพราะอุทยานอยู่ห่างจากตัวเมืองและการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะไปถึงหน้าอุทยานโดยตรงมีข้อจำกัด
 
ถาม: ไปเที่ยวภูพระบาทควรเตรียมตัวอย่างไร?
ตอบ: ควรสวมรองเท้าที่เดินสะดวก เตรียมน้ำดื่ม หมวก อุปกรณ์กันแดด และควรเดินตามเส้นทางที่กำหนด ไม่สัมผัสภาพเขียนสี ไม่ปีนโบราณสถาน และไม่เคลื่อนย้ายหินหรือชิ้นส่วนโบราณวัตถุ

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดกหมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์กลุ่ม: ●แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์

ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(1)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(2)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(2)
วัด วัด(21)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(8)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(3)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(1)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(8)
น้ำตก น้ำตก(6)
ถ้ำ ถ้ำ(1)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(4)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(3)
สวนน้ำ สวนน้ำ(1)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(1)