หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี >อ.เมืองอุบลราชธานี >ต.ไร่น้อย > วัดบ้านตำแย
TL;DR: วัดบ้านตำแย อยู่ที่บ้านตำแย หมู่ที่ 1 ตำบลไร่น้อย อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.

อุบลราชธานี

วัดบ้านตำแย

วัดบ้านตำแย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
วัดบ้านตำแย อุบลราชธานี หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า วัดตำแย เป็นวัดราษฎร์เก่าแก่ในตำบลไร่น้อย อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ตั้งอยู่ที่บ้านตำแย หมู่ที่ 1 ทางตอนเหนือของตัวเมืองอุบลราชธานี ไม่ไกลจากถนนชยางกูรและเส้นทางเชื่อมไปยังย่านบ้านนาเมือง วัดแห่งนี้มีคุณค่าทั้งในฐานะศาสนสถานของชุมชน โบราณสถานสำคัญของจังหวัด และแหล่งเรียนรู้สถาปัตยกรรมพื้นถิ่นอีสานที่ยังคงมีตัวอย่างให้เห็นชัดเจนผ่านสิมเก่าหรือพระอุโบสถโบราณซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติ จุดเด่นของวัดอยู่ที่สิมขนาดกะทัดรัด ก่ออิฐถือปูน หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีงานไม้แกะสลักรูปพญานาคและองค์ประกอบศิลปกรรมท้องถิ่นที่สะท้อนฝีมือช่างอีสานอย่างงดงาม อีกทั้งภายในวัดยังมีจุดสักการะท้าวมหาพรหมขนาดใหญ่ที่ชาวบ้านและผู้ศรัทธาเดินทางมากราบไหว้ขอพรอย่างต่อเนื่อง ทำให้วัดบ้านตำแยเป็นทั้งวัดเก่า วัดศักดิ์สิทธิ์ และสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่น่าสนใจของเมืองอุบลราชธานี
 
วัดบ้านตำแยมีบรรยากาศแตกต่างจากวัดใหญ่กลางเมืองหลายแห่ง เพราะตั้งอยู่ในพื้นที่ชุมชนบ้านตำแยที่ยังมีความสงบ ร่มรื่น และมีลักษณะเป็นวัดชุมชนที่ผู้คนในพื้นที่ยังใช้ประกอบศาสนกิจในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง ผู้มาเยือนจะได้เห็นทั้งพื้นที่ไหว้พระ ลานวัด ศาลา พื้นที่ทำบุญ บ่อน้ำเลี้ยงปลา อาคารศาสนสถานร่วมสมัย และสิมเก่าที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นโบราณสถานสำคัญ วัดจึงมีทั้งมิติของวัดที่มีชีวิตและมิติของแหล่งมรดกทางสถาปัตยกรรม เมื่อเดินเข้าสู่วัด ความโดดเด่นไม่ได้เกิดจากความใหญ่โตโอ่อ่า แต่เกิดจากความละเอียดอ่อนของงานช่าง ความเงียบสงบของพื้นที่ และความต่อเนื่องของศรัทธาที่ชุมชนรักษาไว้จากอดีตถึงปัจจุบัน
 
สิ่งสำคัญที่สุดของวัดบ้านตำแยคือสิมหรือพระอุโบสถเก่า ซึ่งเริ่มสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2417 ตามจารึกภาษาไทน้อยที่ปรากฏบริเวณผนังด้านนอกเหนือประตูทางเข้าสิม จารึกระบุถึงญาครูทา สมเด็จชาต ภิกษุ สามเณร อุปาสก และอุบาสิกาที่ร่วมกันสร้างขึ้น ข้อมูลนี้ทำให้สิมวัดบ้านตำแยมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะไม่ได้เป็นเพียงอาคารเก่าแก่ที่ยังหลงเหลืออยู่ แต่เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่บอกชื่อผู้เกี่ยวข้องกับการสร้าง บอกช่วงเวลา และสะท้อนความร่วมมือของพระสงฆ์กับชุมชนในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น-ตอนกลางของอีสานใต้ การมีจารึกอยู่บนตัวอาคารทำให้สิมหลังนี้มีคุณค่าในเชิงเอกสารโบราณควบคู่กับคุณค่าทางสถาปัตยกรรม
 
สิมวัดบ้านตำแยได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถานโดยกรมศิลปากรในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 114 ตอนพิเศษ 80 ง วันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2540 พื้นที่โบราณสถานประมาณ 1 ไร่ 1 งาน 69.28 ตารางวา การขึ้นทะเบียนนี้ยืนยันคุณค่าของสิมในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมระดับชาติ ไม่ใช่เพียงอาคารเก่าในวัดชุมชนเท่านั้น ต่อมาใน พ.ศ. 2545 กรมศิลปากรได้ดำเนินการบูรณะเพื่อเสริมความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร และมีการบูรณะอีกครั้งใน พ.ศ. 2563 โดยพยายามรักษารูปทรงและลักษณะเดิมให้มากที่สุด ทำให้สิมวัดบ้านตำแยยังคงยืนอยู่ในสภาพที่ผู้มาเยือนสามารถศึกษาและชมรายละเอียดได้อย่างชัดเจน
 
ในด้านรูปแบบสถาปัตยกรรม สิมวัดบ้านตำแยเป็นสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นอีสานขนาดเล็ก ก่อด้วยอิฐฉาบปูน ผังอาคารเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 3 ห้อง หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ด้านหน้าเป็นมุขโถง มีราวระเบียงทึบล้อมรอบและมีบันไดทางขึ้นด้านหน้าเพียงด้านเดียวตรงกับประตูทางเข้า โครงสร้างอาคารใช้เสาและผนังรับน้ำหนัก หลังคาทรงจั่วเดิมมุงด้วยแป้นเกล็ดหรือไม้ ก่อนเปลี่ยนเป็นกระเบื้องดินเผา และในระยะหลังเปลี่ยนวัสดุมุงหลังคาเพื่อความคงทน ผนังด้านข้างมีช่องหน้าต่างด้านละ 1 ช่อง ส่วนผนังด้านหลังก่อทึบ ทำให้อาคารมีลักษณะสงบ หนักแน่น และเป็นแบบฉบับของสิมทึบพื้นบ้านอีสาน
 
ฐานของสิมเป็นฐานเอวขันหรือฐานบัวงอนแบบล้านช้างที่ปรับให้เข้ากับรูปแบบท้องถิ่น ฐานล่างซ้อนเป็นชั้น แล้วค่อยยกขึ้นด้วยบัวคว่ำ ท้องไม้ ลูกแก้วอกไก่ บัวหงาย และเส้นรองรับผนัง อาคารจึงดูยกตัวขึ้นจากพื้นอย่างพอดี ไม่สูงจนรู้สึกห่างจากผู้คน แต่สูงพอที่จะทำให้พื้นที่ภายในเป็นเขตศักดิ์สิทธิ์ที่แยกออกจากลานวัดทั่วไป ลักษณะฐานเช่นนี้เป็นตัวอย่างสำคัญของการประยุกต์ศิลปะล้านช้างกับงานช่างพื้นถิ่นอีสาน ช่วยให้สิมขนาดเล็กมีจังหวะทางสถาปัตยกรรมและมีความสง่างามตามสัดส่วน
 
งานประดับหลังคาเป็นส่วนที่ทำให้สิมวัดบ้านตำแยมีเสน่ห์มาก หลังคาทรงจั่วชั้นเดียวมีองค์ประกอบไม้แกะสลัก เช่น โหง่หรือช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ แป้นลม และคันทวย ลักษณะโหง่มีรูปแบบคล้ายช่อฟ้าของสถาปัตยกรรมไทยภาคกลาง แต่ปลายสะบัดโค้งแบบพื้นถิ่น ส่วนแป้นลมมีลักษณะเป็นแผ่นไม้เรียบทอดยาวตามแนวหลังคาที่เรียกว่า ตัวรวย สะท้อนอิทธิพลศิลปะลาว ขณะที่ใบระกาแสดงอิทธิพลจากศิลปะภาคกลาง การผสมผสานนี้ทำให้สิมวัดบ้านตำแยเป็นหลักฐานชัดเจนของการแลกเปลี่ยนทางศิลปกรรมระหว่างลาว ล้านช้าง อีสาน และศิลปะไทยส่วนกลาง
 
คันทวยไม้แกะสลักรูปพญานาคมีปีกเป็นองค์ประกอบที่โดดเด่นที่สุดอย่างหนึ่งของสิมวัดบ้านตำแย คันทวยประดับอยู่ตามผนังด้านข้าง คั่นระหว่างห้องของอาคาร ลำตัวพญานาคม้วนคดโค้งไปมา เศียรอยู่ด้านล่าง หางอยู่ด้านบนและสลักเป็นลายกนกอย่างอ่อนช้อย ตามลำตัวมีรายละเอียดครีบและลวดลายที่แสดงฝีมือช่างไม้พื้นบ้านอย่างชัดเจน พญานาคในคติพุทธศาสนาเป็นสัญลักษณ์ของการคุ้มครองพระพุทธศาสนา เมื่อถูกนำมาใช้เป็นคันทวยรองรับอาคาร สิมทั้งหลังจึงเหมือนอยู่ในความคุ้มครองของพญานาคโดยรอบ ทำให้งานโครงสร้างและงานสัญลักษณ์รวมเป็นสิ่งเดียวกัน
 
หน้าบันของสิมมีลักษณะเป็นไม้ลายตั้ง ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบในสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นอีสาน ความงามของหน้าบันไม่ได้อยู่ที่ความซับซ้อนหรูหรา แต่เกิดจากจังหวะของไม้ ลายประดับ และความพอดีของรูปทรงกับขนาดอาคาร บานประตูและหน้าต่างเป็นบานไม้เรียบ ไม่มีลวดลายมากนัก แต่มีการสลักลวดลายดอกไม้ที่อกเลาในตำแหน่งนมบน นมกลาง และนมล่าง รายละเอียดเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าช่างเลือกประดับเฉพาะจุดสำคัญ ไม่ทำให้อาคารแน่นเกินไป และรักษาความสงบของสิมไว้ตามหน้าที่ทางศาสนา
 
ภายในสิมวัดบ้านตำแยประดิษฐานพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูนปางมารวิชัยในซุ้มเรือนแก้ว ผนังภายในไม่มีภาพจิตรกรรมหลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน แต่ข้อมูลจากแหล่งมรดกศิลปวัฒนธรรมระบุว่าเดิมมีจิตรกรรมฝาผนังและภาพเขียนบางส่วนที่สูญหายไปแล้ว การไม่มีจิตรกรรมเหลือให้เห็นในปัจจุบันไม่ได้ลดคุณค่าของอาคาร แต่ทำให้เห็นความสำคัญของโครงสร้าง รูปทรง งานไม้ และจารึกที่ผนังด้านหน้าได้ชัดขึ้น สิมวัดบ้านตำแยจึงเป็นโบราณสถานที่ควรชมจากทั้งด้านนอกและด้านในอย่างช้า ๆ เพื่อทำความเข้าใจทั้งศิลปกรรมและประวัติที่ซ่อนอยู่ในแต่ละส่วน
 
อีกหนึ่งจุดที่ทำให้วัดบ้านตำแยเป็นที่รู้จักในหมู่ผู้ศรัทธาคือรูปหล่อท้าวมหาพรหมขนาดใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดและเป็นจุดที่ผู้คนเดินทางมาขอพรเรื่องความสำเร็จ ความเจริญก้าวหน้า การงาน การเงิน โชคลาภ สุขภาพ และความราบรื่นในชีวิต ท้าวมหาพรหม 4 พระพักตร์เป็นเทพที่ผู้คนจำนวนมากเคารพในฐานะผู้ประทานพรและความสำเร็จ จุดสักการะนี้ทำให้วัดบ้านตำแยมีมิติเพิ่มจากการเป็นวัดโบราณสถาน เพราะผู้มาเยือนไม่ได้มาเพียงชมสิมเก่า แต่ยังมาทำบุญ ไหว้พระ และกราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อที่ชุมชนให้ความนับถือ
 
ภายในพื้นที่สักการะท้าวมหาพรหม ผู้มาเยือนมักเดินไหว้ให้ครบ 4 พระพักตร์ โดยแต่ละด้านเชื่อมโยงกับคำอธิษฐานในมิติที่ต่างกันตามความเชื่อ เช่น การงาน ความก้าวหน้า ความมั่นคง ทรัพย์สิน สุขภาพ และความร่มเย็นของครอบครัว การไหว้ควรทำด้วยความสำรวมและเคารพต่อสถานที่ ไม่วางของไหว้ในจุดที่กีดขวางทางเดิน ไม่จับต้องของไหว้หรือเครื่องสักการะของผู้อื่น และควรปฏิบัติตามป้ายหรือคำแนะนำของทางวัด พื้นที่นี้เป็นหนึ่งในโซนที่มีผู้แวะเวียนมากที่สุด จึงควรใช้เวลาไหว้อย่างสงบและเปิดพื้นที่ให้ผู้อื่นได้สักการะต่อเนื่อง
 
นอกจากโซนสิมเก่าและท้าวมหาพรหมแล้ว วัดบ้านตำแยยังมีพื้นที่สำคัญอื่น ๆ เช่น ศาลาการเปรียญ พระพุทธรูปขนาดใหญ่ บ่อน้ำเลี้ยงปลา ลานทำบุญ พื้นที่สงฆ์ และพื้นที่ร่มรื่นภายในวัด ขณะสำรวจในฐานข้อมูลแหล่งโบราณคดี ระบุว่าบริเวณศาลาการเปรียญมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ และด้านหน้าศาลามีบ่อน้ำเลี้ยงปลาไว้จำนวนมาก ผู้มาเยือนสามารถทำบุญให้อาหารปลาได้ กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้วัดยังคงมีบทบาทเป็นพื้นที่ทำบุญในชีวิตประจำวันของชุมชน ไม่ใช่เพียงจุดชมโบราณสถานอย่างเดียว วัดจึงมีทั้งความเก่าแก่และความมีชีวิตอยู่พร้อมกัน
 
วัดบ้านตำแยยังมีคุณค่าในเชิงการศึกษา เพราะเป็นแหล่งเรียนรู้สถาปัตยกรรมพื้นถิ่นอีสานที่สามารถศึกษารายละเอียดได้ในพื้นที่จริง ผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ศิลปะสามารถใช้สิมวัดบ้านตำแยเปรียบเทียบกับสิมเก่าแห่งอื่นในเมืองอุบลราชธานี เช่น สิมวัดแจ้ง เพื่อเห็นลักษณะร่วมและลักษณะเฉพาะของสกุลช่างอีสาน ตัวสิมมีขนาดเล็กและเรียบง่าย แต่รายละเอียดด้านฐาน หลังคา คันทวย หน้าบัน และจารึกทำให้เห็นการทำงานของช่างพื้นบ้านอย่างเป็นระบบ อาคารนี้จึงเหมาะทั้งสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป นักเรียน นักศึกษา นักประวัติศาสตร์ศิลปะ และผู้สนใจการอนุรักษ์โบราณสถาน
 
การเข้าชมสิมเก่าควรเริ่มจากการเดินชมภายนอกก่อน โดยยืนมองภาพรวมจากด้านหน้าเพื่อดูทิศทางอาคาร มุขโถง บันได และรูปทรงหลังคา จากนั้นค่อยเดินชมด้านข้างเพื่อสังเกตหน้าต่าง คันทวยไม้แกะสลักรูปพญานาค และสัดส่วนผนัง เมื่อเดินรอบอาคารแล้วจึงกลับมาที่ด้านหน้าเพื่อดูจารึกเหนือประตูทางเข้า หากเปิดให้เข้าชมภายในควรเข้าอย่างสงบ ถอดรองเท้า และไม่สัมผัสผนังหรือองค์ประกอบโบราณสถาน การชมแบบนี้จะช่วยให้เห็นว่าสิมวัดบ้านตำแยเป็นอาคารเล็กที่มีรายละเอียดมาก ไม่ควรเดินผ่านอย่างรวดเร็วหรือมองเพียงจุดเดียว
 
ข้อควรระวังสำคัญคือสิมวัดบ้านตำแยเป็นโบราณสถานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนและมีวัสดุเก่าหลายส่วน ผู้เข้าชมจึงควรหลีกเลี่ยงการจับต้องไม้แกะสลัก คันทวย หน้าต่าง ประตู ผนัง จารึก หรือส่วนประกอบใด ๆ ของอาคาร เพราะความชื้นจากมือและแรงสัมผัสอาจส่งผลต่อวัสดุเก่าได้ การถ่ายภาพควรถ่ายจากพื้นที่ที่เหมาะสม ไม่ปีน ไม่พิง ไม่วางสิ่งของบนโบราณสถาน และไม่ย้ายชิ้นส่วนใด ๆ แม้จะเป็นชิ้นส่วนที่วางอยู่ใกล้อาคาร การเคารพกติกาเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการช่วยรักษามรดกทางวัฒนธรรมให้คงอยู่ต่อไป
 
ในด้านการเดินทาง วัดบ้านตำแยอยู่ในเส้นทางที่เข้าถึงได้ไม่ยากจากตัวเมืองอุบลราชธานี หากเดินทางจากถนนชยางกูร ให้ใช้เส้นทางบริเวณซอยชยางกูร 42 โดยแยกจากถนนชยางกูรแล้วเลี้ยวเข้าซอยไปประมาณ 2.5 กิโลเมตรก็จะถึงวัด หรือสามารถใช้ถนนเลี่ยงเมืองอุบลราชธานีเชื่อมเข้าสู่พื้นที่ตำบลไร่น้อยได้สะดวก ระยะทางจากตัวเมืองประมาณ 6 – 8 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับจุดเริ่มต้น ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 – 25 นาทีตามสภาพการจราจร ผู้มาเยือนสามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว แท็กซี่ รถรับจ้าง หรือบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันได้สะดวก
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ เพราะอากาศไม่ร้อนเกินไปและแสงเหมาะกับการชมรายละเอียดสถาปัตยกรรม ช่วงเช้าเหมาะกับการไหว้พระและกราบท้าวมหาพรหมอย่างสงบ ส่วนช่วงบ่ายแก่เหมาะกับการถ่ายภาพสิมเก่าและเดินชมรอบวัด หากต้องการชมทั้งสิม โซนท้าวมหาพรหม พื้นที่ทำบุญ และบ่อน้ำเลี้ยงปลา ควรเผื่อเวลาประมาณ 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมงครึ่ง วัดแห่งนี้เหมาะกับการจัดรวมในเส้นทางท่องเที่ยวไร่น้อยและบ้านนาเมือง เช่น วัดพระธาตุหนองบัว วัดสระประสานสุขหรือวัดบ้านนาเมือง พิพิธภัณฑ์เปิดบ้านก้านเหลือง และสวนสัตว์อุบลราชธานี
 
วัดบ้านตำแยเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. และไม่เสียค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถเข้าไปไหว้พระ ชมสิมเก่า กราบท้าวมหาพรหม ทำบุญ และเดินชมพื้นที่วัดได้ตามความเหมาะสม การเข้าวัดควรแต่งกายสุภาพ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่รบกวนพระสงฆ์หรือผู้ปฏิบัติธรรม และปฏิบัติตามป้ายของวัด โดยเฉพาะบริเวณโบราณสถานและพื้นที่สักการะ หากเดินทางเป็นคณะใหญ่ควรติดต่อวัดล่วงหน้าเพื่อความเรียบร้อยในการจอดรถและการเข้าชม
 
สำหรับชาวต่างชาติ วัดบ้านตำแยเป็นสถานที่ที่ช่วยอธิบาย Isan vernacular Buddhist architecture ได้ดีมาก เพราะสิมเก่าของวัดมีขนาดเล็ก เรียบง่าย และเต็มไปด้วยรายละเอียดที่สะท้อนภูมิปัญญาช่างท้องถิ่น อาคารนี้แสดงให้เห็นว่าพระพุทธศาสนาในอีสานไม่ได้ปรากฏเฉพาะผ่านวัดใหญ่ พระธาตุสูง หรืออุโบสถแบบส่วนกลางเท่านั้น แต่ยังอยู่ในสิมชุมชนขนาดกะทัดรัดที่สร้างด้วยแรงศรัทธาของพระสงฆ์ สามเณร อุบาสก และอุบาสิกา งานพญานาค คันทวยไม้ ฐานเอวขัน จารึกไทน้อย และผังอาคารทิศตะวันออกช่วยให้ชาวต่างชาติเห็นว่าศิลปกรรมพุทธในอีสานมีความเป็นท้องถิ่นสูงและมีความหมายลึกซึ้ง
 
ในภาพรวม วัดบ้านตำแยเป็นวัดที่ควรค่าแก่การแวะชมสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นอุบลราชธานีในมิติที่ลึกกว่าสถานที่ท่องเที่ยวหลักกลางเมือง สิมเก่าเป็นหัวใจด้านสถาปัตยกรรมและโบราณสถาน ท้าวมหาพรหมเป็นศูนย์ศรัทธาร่วมสมัยของผู้มาขอพร พื้นที่วัดเป็นศูนย์รวมกิจกรรมทำบุญของชุมชน ส่วนที่ตั้งในตำบลไร่น้อยทำให้สามารถเชื่อมเส้นทางกับวัดและสถานที่สำคัญอื่นในเขตตอนเหนือของเมืองได้ง่าย การมาเยือนวัดบ้านตำแยจึงไม่ใช่เพียงการชมวัดเก่า แต่เป็นการสัมผัสงานช่างพื้นบ้าน ศรัทธาโบราณ ความเชื่อร่วมสมัย และชีวิตชุมชนอุบลราชธานีที่ยังดำเนินต่อเนื่องในพื้นที่เดียวกัน
 
ชื่อสถานที่วัดบ้านตำแย / วัดตำแย อุบลราชธานี
ที่ตั้งบ้านตำแย หมู่ที่ 1 ตำบลไร่น้อย อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี
ที่อยู่54 หมู่ที่ 1 บ้านตำแย ตำบลไร่น้อย อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี 34000
พิกัด15.268756, 104.865604
ไฮไลต์สิมหรือพระอุโบสถเก่าแก่ที่กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติ งานคันทวยไม้แกะสลักรูปพญานาค จารึกภาษาไทน้อย พระพุทธรูปปางมารวิชัยในซุ้มเรือนแก้ว และจุดสักการะท้าวมหาพรหมขนาดใหญ่
ประวัติ / สมัย / ยุคสิมวัดบ้านตำแยสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2417 ตามจารึกภาษาไทน้อยเหนือประตูทางเข้าสิม และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติเมื่อวันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2540
พื้นที่โบราณสถานประมาณ 1 ไร่ 1 งาน 69.28 ตารางวา
ที่มาของชื่อชื่อวัดสัมพันธ์กับชุมชนบ้านตำแย ตำบลไร่น้อย ซึ่งเป็นชุมชนท้องถิ่นทางตอนเหนือของตัวเมืองอุบลราชธานี
ลักษณะเด่นสิมก่ออิฐถือปูน ผังสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 3 ห้อง หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีมุขโถงด้านหน้า บันไดทางขึ้นด้านเดียว ช่องหน้าต่างด้านละ 1 ช่อง ฐานเอวขันแบบพื้นถิ่น และคันทวยไม้แกะสลักรูปพญานาคมีปีก
การเดินทางจากถนนชยางกูร ใช้เส้นทางซอยชยางกูร 42 แล้วขับเข้าไปประมาณ 2.5 กิโลเมตรถึงวัด หรือเดินทางจากตัวเมืองอุบลราชธานีประมาณ 6 – 8 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 15 – 25 นาทีตามสภาพการจราจร
สถานะปัจจุบันเปิดให้เข้าชมและยังเป็นวัดที่ใช้งานทางพระพุทธศาสนาในชุมชนบ้านตำแย มีพื้นที่ทำบุญ ไหว้พระ และโบราณสถานที่ได้รับการดูแลรักษา
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าไม่เสียค่าเข้าชม
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่จอดรถ ห้องน้ำ พื้นที่ไหว้พระ ลานทำบุญ ศาลาการเปรียญ บ่อน้ำเลี้ยงปลา ทางเดินชมโบราณสถาน และพื้นที่สักการะท้าวมหาพรหม
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญสิมหรือพระอุโบสถโบราณวัดบ้านตำแย
จารึกภาษาไทน้อยเหนือประตูทางเข้าสิม
พระพุทธรูปก่ออิฐถือปูนปางมารวิชัยในซุ้มเรือนแก้ว
งานคันทวยไม้แกะสลักรูปพญานาคมีปีก
ศาลาท้าวมหาพรหมขนาดใหญ่
พระพุทธรูปขนาดใหญ่บริเวณศาลาการเปรียญ
บ่อน้ำเลี้ยงปลาและพื้นที่ทำบุญ
ลานวัดและพื้นที่ศาสนกิจของชุมชน
ผู้ดูแลวัดบ้านตำแย คณะสงฆ์มหานิกาย ชุมชนบ้านตำแย และกรมศิลปากรในส่วนที่เกี่ยวข้องกับโบราณสถานที่ขึ้นทะเบียน
เจ้าอาวาสพระครูศรีรัตนคุณ
เจ้าอาวาสสำคัญในประวัติโบราณสถานญาครูทา พระเจ้าอาวาสผู้ปรากฏชื่อในจารึกภาษาไทน้อยเกี่ยวกับการสร้างสิมเมื่อ พ.ศ. 2417
เบอร์ติดต่อหลัก085-087-0491
ข้อควรรู้ในการเข้าชมสิมเก่าเป็นโบราณสถานที่ขึ้นทะเบียน ควรชมด้วยความระมัดระวัง ไม่สัมผัสจารึก ไม้แกะสลัก ผนัง ประตู หน้าต่าง หรือส่วนประกอบของอาคาร และควรปฏิบัติตามป้ายหรือคำแนะนำของวัด
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดสระประสานสุข / วัดบ้านนาเมือง ประมาณ 4 กม.
2. วัดพระธาตุหนองบัว ประมาณ 4 กม.
3. พิพิธภัณฑ์เปิดบ้านก้านเหลือง ประมาณ 4 กม.
4. สวนสาธารณะหนองบัว ประมาณ 4.5 กม.
5. สวนสัตว์อุบลราชธานี ประมาณ 5 กม.
6. ห้วยม่วง อุบลราชธานี ประมาณ 6 กม.
7. เซ็นทรัล อุบลราชธานี ประมาณ 7 กม.
8. ทุ่งศรีเมือง อุบลราชธานี ประมาณ 8 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ครัวคุณสุ ชยางกูร 42 ประมาณ 2.5 กม. โทร. 086-640-0731
2. ก๋วยเตี๋ยวตุ๋น ตลาดไร่น้อย ประมาณ 3 กม. โทร. 064-678-3519
3. กาแฟตาหนวด สาขาสี่แยกบ้านนาเมือง ประมาณ 4 กม. โทร. 090-269-7655
4. ยำครัวแซ่บเลิศรสบ้านนาเมือง ประมาณ 4.5 กม. โทร. 091-830-4125
5. ร้านอรซีฟู้ด อาหาร ประมาณ 5 กม. โทร. 081-939-1028
6. ครัวหลังบ้าน ไร่น้อย ประมาณ 5 กม. โทร. 081-204-5091
7. So Rich The Bistro ประมาณ 6 กม. โทร. 087-277-7111, 081-790-3814
ที่พักใกล้เคียง1. B2 Ubon Boutique & Budget Hotel ประมาณ 5 กม. โทร. 1328, 052-009-161, 088-263-2897
2. B2 Ubon Premier Hotel ประมาณ 6 กม. โทร. 1328, 052-009-161, 088-263-2897
3. B2 Ubon Airport Premier Hotel ประมาณ 7 กม. โทร. 1328, 052-009-161, 088-263-2897
4. Preme Village ประมาณ 7 กม. โทร. 093-498-3224
5. Wangnong Resort ประมาณ 7 กม. โทร. 094-291-5419
6. Sunee Grand Hotel & Convention Center ประมาณ 8 กม. โทร. 045-352-900
7. V Hotel Ubon ประมาณ 8 กม. โทร. 097-334-4480
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดบ้านตำแย อุบลราชธานี อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดบ้านตำแยตั้งอยู่ที่บ้านตำแย หมู่ที่ 1 ตำบลไร่น้อย อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ทางตอนเหนือของตัวเมือง ใกล้เส้นทางถนนชยางกูรและซอยชยางกูร 42
 
ถาม: วัดบ้านตำแยเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
 
ถาม: วัดบ้านตำแยเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถเข้าไปไหว้พระ ชมสิมเก่า กราบท้าวมหาพรหม และเดินชมพื้นที่วัดได้ฟรี
 
ถาม: วัดบ้านตำแยมีอะไรเด่น?
ตอบ: จุดเด่นสำคัญคือสิมหรือพระอุโบสถเก่าแก่ที่กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติ งานคันทวยไม้แกะสลักรูปพญานาค จารึกภาษาไทน้อย และจุดสักการะท้าวมหาพรหมขนาดใหญ่
 
ถาม: สิมวัดบ้านตำแยสร้างขึ้นเมื่อใด?
ตอบ: สิมวัดบ้านตำแยสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2417 ตามจารึกภาษาไทน้อยบริเวณเหนือประตูทางเข้าสิม และได้รับการบูรณะโดยกรมศิลปากรเพื่อรักษาโบราณสถานให้มั่นคงแข็งแรง
 
ถาม: เจ้าอาวาสวัดบ้านตำแยคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดบ้านตำแยคือพระครูศรีรัตนคุณ
 
ถาม: เดินทางไปวัดบ้านตำแยอย่างไร?
ตอบ: จากถนนชยางกูรให้ใช้เส้นทางซอยชยางกูร 42 แล้วขับเข้าไปประมาณ 2.5 กิโลเมตรถึงวัด หรือเดินทางจากตัวเมืองอุบลราชธานีประมาณ 15 – 25 นาทีตามสภาพการจราจร
 
ถาม: เที่ยววัดบ้านตำแยแล้วไปที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถไปต่อที่วัดสระประสานสุข วัดพระธาตุหนองบัว พิพิธภัณฑ์เปิดบ้านก้านเหลือง สวนสาธารณะหนองบัว สวนสัตว์อุบลราชธานี ห้วยม่วง และทุ่งศรีเมืองได้สะดวก

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 3 สัปดาห์ที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(5)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(2)
พระราชวัง พระราชวัง(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(7)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
วัด วัด(37)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(4)
โครงการหลวง โครงการหลวง(2)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(2)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(4)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(5)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(6)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(8)
น้ำตก น้ำตก(12)
น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(1)
ถ้ำ ถ้ำ(2)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(11)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(8)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(2)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(6)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(1)