หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี >อ.สิรินธร >ต.คำเขื่อนแก้ว > ชมรมอนุรักษ์ม้าพันธุ์พื้นบ้าน
TL;DR: ชมรมอนุรักษ์ม้าพันธุ์พื้นบ้าน อยู่ที่บ้านหนองชาด ตำบลคำเขื่อนแก้ว อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. การเดินทางสะดวก ตั้งอยู่บนเส้นทางมุ่งสู่ช่องเม็ก หากเดินทางจากอำเภอโขงเจียมใช้ระยะทางประมาณ 9–10 กม.
ชมรมอนุรักษ์ม้าพันธุ์พื้นบ้าน

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
ชมรมอนุรักษ์ม้าพันธุ์พื้นบ้านสิรินธร อุบลราชธานี เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และแหล่งเรียนรู้วิถีม้าพื้นบ้านที่ตั้งอยู่บ้านหนองชาด ตำบลคำเขื่อนแก้ว อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี บริเวณเส้นทางมุ่งสู่ช่องเม็กและไม่ไกลจากอำเภอโขงเจียม สถานที่แห่งนี้มีความสำคัญในฐานะพื้นที่อนุรักษ์ม้าพันธุ์พื้นบ้าน หรือที่คนท้องถิ่นมักเรียกว่า “ม้าแกลบ” ซึ่งเป็นม้าขนาดเล็ก แข็งแรง อดทน และเคยเป็นพาหนะสำคัญของผู้คนในอดีต ก่อนที่รถยนต์และยานพาหนะสมัยใหม่จะเข้ามาแทนที่ วิถีม้าพื้นบ้านจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของสัตว์เลี้ยง แต่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์การเดินทาง การทำมาหากิน การขนส่ง การดูแลชุมชน และภาพจำของสังคมชนบทไทยในช่วงเวลาที่ม้ายังเป็นพาหนะคู่ชีวิตของผู้คน
ชมรมแห่งนี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจของอาจารย์ชูชาติ วารปรีดี ผู้มีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์ม้าพันธุ์พื้นบ้านในพื้นที่สิรินธรและโขงเจียม จุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์ไม่ได้มาจากแนวคิดการท่องเที่ยวก่อนเป็นอันดับแรก แต่มาจากความรัก ความผูกพัน และความกังวลว่าม้าพื้นบ้านที่เคยมีบทบาทในวิถีชีวิตท้องถิ่นจะค่อย ๆ หายไปจากชุมชน เมื่อม้าถูกแทนที่ด้วยรถและเครื่องจักร ความจำเป็นในการเลี้ยงม้าก็ลดลง จำนวนม้าพื้นบ้านจึงลดน้อยลงตามไปด้วย การตั้งชมรมอนุรักษ์ม้าพันธุ์พื้นบ้านสิรินธรจึงเป็นการรักษาทั้งสายพันธุ์ม้า ภูมิปัญญาการเลี้ยงม้า และความทรงจำของท้องถิ่นให้คงอยู่ในรูปแบบที่คนรุ่นหลังยังสามารถเข้ามาเห็น เรียนรู้ และสัมผัสได้จริง
เอกลักษณ์ของม้าพันธุ์พื้นบ้านที่ชมรมอนุรักษ์ไว้คือรูปร่างกะทัดรัด ความสูงเมื่อโตเต็มที่โดยทั่วไปประมาณ 120–130 เซนติเมตร เป็นม้าที่ไม่ใหญ่เท่าม้าสายพันธุ์ต่างประเทศ แต่มีความคล่องตัวสูง เหมาะกับเส้นทางชนบท เส้นทางป่า เส้นทางดิน และพื้นที่ธรรมชาติที่รถหรือพาหนะขนาดใหญ่เข้าถึงได้ยาก ม้าพื้นบ้านประเภทนี้จึงเคยเป็นพาหนะที่เหมาะกับภูมิประเทศของอีสานใต้ โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้ป่า ภูเขา แก่ง และหมู่บ้านริมแม่น้ำ การรักษาม้าพื้นบ้านจึงเท่ากับการรักษาความรู้เรื่องสัตว์ที่ปรับตัวเข้ากับภูมิประเทศท้องถิ่นอย่างยาวนาน
ในอดีต ม้าเป็นพาหนะสำคัญของคนไทยและชุมชนชนบทในหลายพื้นที่ ใช้ทั้งเดินทาง ใช้ขนของ ใช้ในการติดต่อระหว่างหมู่บ้าน ใช้เทียมรถม้า และเกี่ยวข้องกับการป้องกันบ้านเมืองในยุคที่การเดินทางยังพึ่งพาแรงสัตว์เป็นหลัก เมื่อเปรียบกับปัจจุบัน ม้าทำหน้าที่คล้ายยานพาหนะส่วนตัวของผู้คน แต่ต่างกันตรงที่ม้าเป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องได้รับการดูแล ฝึกฝน และสร้างความสัมพันธ์กับผู้ขี่ การใช้ม้าในอดีตจึงต้องอาศัยทั้งความรู้ ความอดทน ความเข้าใจนิสัยสัตว์ และความรับผิดชอบ ชมรมอนุรักษ์ม้าพันธุ์พื้นบ้านสิรินธรจึงเป็นสถานที่ที่ช่วยให้ผู้มาเยือนได้ย้อนมองบทบาทของม้าในสังคมไทยก่อนยุคถนนและรถยนต์
เมื่อเดินทางมาถึงชมรม นักท่องเที่ยวจะพบพื้นที่เลี้ยงม้าและพื้นที่เรียนรู้ที่จัดอยู่ในบรรยากาศชนบทใกล้เส้นทางธรรมชาติ ความน่าสนใจของสถานที่แห่งนี้ไม่ได้อยู่ที่ความหรูหราหรือการจัดแสดงขนาดใหญ่ แต่อยู่ที่ความใกล้ชิดกับม้าและความจริงใจของการอนุรักษ์ ผู้มาเยือนสามารถเห็นม้าพื้นบ้านในสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับวิถีการเลี้ยงจริง เห็นลักษณะรูปร่าง การเดิน การยืน การตอบสนองต่อคน และความแตกต่างของม้าแต่ละตัวอย่างชัดเจน ประสบการณ์ลักษณะนี้ทำให้การเที่ยวชมรมอนุรักษ์ม้าพันธุ์พื้นบ้านเป็นการเรียนรู้มากกว่าการแวะถ่ายภาพธรรมดา
หัวใจของชมรมคือการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับม้า ทั้งเรื่องการเลี้ยง การฝึก การดูแล การสังเกตนิสัยของม้า และการฝึกขี่ม้าพันธุ์พื้นบ้านอย่างปลอดภัย ม้าแต่ละตัวมีนิสัยต่างกัน บางตัวนิ่ง บางตัวตื่นตัว บางตัวคุ้นกับคนมากกว่า บางตัวต้องใช้เวลาในการสร้างความไว้ใจ การเรียนรู้เรื่องม้าจึงเริ่มจากการเข้าใจว่าสัตว์ไม่ใช่เครื่องมือ แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีอารมณ์ ความกลัว ความเคยชิน และความไวต่อสิ่งรอบตัว ผู้ที่ได้เรียนรู้กับม้าจะเข้าใจเรื่องความสงบ การควบคุมร่างกาย น้ำหนักมือ น้ำหนักขา น้ำเสียง และความสัมพันธ์ระหว่างผู้ขี่กับสัตว์ได้ดีขึ้น
กิจกรรมขี่ม้าชมธรรมชาติเป็นกิจกรรมเด่นของชมรม นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสความรู้สึกของการเคลื่อนที่ไปกับม้าในเส้นทางธรรมชาติ ซึ่งต่างจากการเดินเท้าและต่างจากการนั่งรถอย่างชัดเจน จังหวะการก้าวของม้าทำให้ผู้ขี่รับรู้พื้นดิน ระยะทาง เสียงรอบตัว และสภาพแวดล้อมอย่างละเอียดขึ้น เส้นทางธรรมชาติบริเวณบ้านหนองชาดและพื้นที่ใกล้อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะช่วยให้กิจกรรมขี่ม้ามีความหมายมากกว่าความสนุก เพราะผู้ขี่ได้เรียนรู้การเคลื่อนไหวของม้าในพื้นที่จริง เห็นธรรมชาติรอบทาง และเข้าใจว่าทำไมม้าจึงเคยเป็นพาหนะที่เหมาะกับเส้นทางชนบทในอดีต
สำหรับผู้ที่ไม่เคยขี่ม้ามาก่อน ชมรมแห่งนี้เหมาะกับการเริ่มต้นเรียนรู้ เพราะม้าพื้นบ้านมีขนาดไม่สูงเกินไป ทำให้ผู้เริ่มต้นรู้สึกเข้าถึงได้ง่ายกว่าม้าขนาดใหญ่ การฝึกขี่ม้าเริ่มจากการทำความรู้จักม้า การขึ้นและลงจากหลังม้า การนั่งให้สมดุล การจับบังเหียน การใช้เสียง การควบคุมทิศทาง และการหยุดม้า ผู้ฝึกจะค่อย ๆ เข้าใจว่าการขี่ม้าไม่ใช่การใช้แรงบังคับ แต่เป็นการสื่อสารกับสัตว์อย่างมีจังหวะ การเรียนรู้เช่นนี้ช่วยสร้างความกล้า ความรับผิดชอบ และความละเอียดอ่อนให้กับผู้เรียนได้ดี
ชมรมอนุรักษ์ม้าพันธุ์พื้นบ้านสิรินธรยังมีมิติด้านเยาวชนและการเรียนรู้นอกห้องเรียนอย่างชัดเจน ที่นี่เคยเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมยุวมัคคุเทศก์ “อาชาพาเที่ยว” เพื่อให้เยาวชนในพื้นที่ได้เรียนรู้ทักษะการใช้ม้า การนำเที่ยว การเล่าเรื่องท้องถิ่น การอนุรักษ์ธรรมชาติ และการทำงานร่วมกับชุมชน เยาวชนไม่ได้เป็นเพียงผู้ชม แต่ได้ฝึกบทบาทของผู้ถ่ายทอดความรู้ให้ผู้มาเยือน การใช้ม้าเป็นสื่อกลางจึงช่วยเชื่อมโยงเด็กกับธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญา และความภาคภูมิใจในบ้านเกิดได้อย่างเป็นรูปธรรม
ความพิเศษของแหล่งเรียนรู้นี้คือการนำม้ามาเชื่อมกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ ผู้ที่เรียนรู้เรื่องม้าจะเรียนรู้เรื่องป่า เส้นทาง ทุ่งหญ้า น้ำ อาหารสัตว์ และการใช้พื้นที่อย่างรับผิดชอบไปพร้อมกัน การเลี้ยงม้าไม่ได้แยกจากสิ่งแวดล้อม เพราะม้าต้องการอาหาร น้ำ พื้นที่ออกกำลัง และสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย การดูแลม้าจึงทำให้ผู้เรียนเข้าใจระบบความสัมพันธ์ของธรรมชาติในระดับพื้นฐาน ทั้งคน สัตว์ พืช ดิน น้ำ และชุมชน การท่องเที่ยวที่นี่จึงเป็นการเรียนรู้ระบบนิเวศผ่านสัตว์เลี้ยงพื้นบ้าน ไม่ใช่เพียงกิจกรรมขี่ม้าเพื่อความบันเทิง
นอกจากการขี่ม้า ชมรมยังมีบทบาทในฐานะแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับอาชาบำบัดและกิจกรรมสำหรับเด็กและเยาวชน ม้ามีจังหวะการเคลื่อนไหวที่ช่วยให้ผู้ขี่ฝึกการทรงตัว การควบคุมกล้ามเนื้อ ความมั่นใจ และการตอบสนองต่อสิ่งรอบตัว การใช้ม้าในกิจกรรมบำบัดจึงมีคุณค่าต่อเด็กที่ต้องการการฝึกพิเศษในบางด้าน แม้การบำบัดต้องอยู่ภายใต้การดูแลของผู้มีความรู้ แต่บทบาทนี้ทำให้ชมรมอนุรักษ์ม้าพันธุ์พื้นบ้านสิรินธรมีความหมายมากกว่าการเป็นสถานที่ท่องเที่ยว เพราะเป็นพื้นที่ที่ม้าช่วยเปิดโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาคนได้ด้วย
การมาเที่ยวชมรมควรใช้เวลาอย่างน้อย 1–2 ชั่วโมงสำหรับการชมม้า ฟังคำแนะนำ และเรียนรู้เบื้องต้น หากต้องการขี่ม้าชมธรรมชาติหรือจัดกิจกรรมเป็นกลุ่มควรติดต่อจองล่วงหน้า เพราะกิจกรรมเกี่ยวกับม้าต้องเตรียมตัวทั้งคน ม้า เส้นทาง และผู้ดูแล ไม่เหมาะกับการเข้าร่วมแบบเร่งรีบโดยไม่แจ้งล่วงหน้า การจัดกิจกรรมล่วงหน้ายังช่วยให้ชมรมจัดม้าให้เหมาะกับผู้ขี่แต่ละคนได้ดีขึ้น โดยเฉพาะเด็ก ผู้เริ่มต้น หรือผู้ที่ไม่เคยมีประสบการณ์กับม้ามาก่อน
ด้านความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับการเที่ยวชมรมอนุรักษ์ม้าพันธุ์พื้นบ้าน นักท่องเที่ยวควรปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ดูแลอย่างเคร่งครัด ไม่เข้าใกล้ม้าจากด้านหลัง ไม่ส่งเสียงดัง ไม่วิ่งเล่นใกล้ม้า ไม่ให้อาหารม้าเองโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่จับอุปกรณ์หรือขึ้นหลังม้าโดยไม่มีผู้ดูแล การเข้าหาม้าควรทำอย่างช้า ๆ ให้ม้าเห็นตัวและรับรู้การเข้าใกล้ก่อนเสมอ เพราะม้าเป็นสัตว์ที่ไวต่อการเคลื่อนไหวและเสียง การเคารพระยะปลอดภัยทำให้ทั้งคนและม้าสบายใจมากขึ้น
เครื่องแต่งกายสำหรับการมาเที่ยวควรเป็นชุดที่เคลื่อนไหวง่าย รองเท้าหุ้มส้นหรือรองเท้าที่เกาะพื้นดีเหมาะกว่ารองเท้าแตะ เสื้อผ้าควรไม่รุ่มร่ามและไม่หลุดง่าย หากต้องขี่ม้าควรหลีกเลี่ยงกระโปรงยาวหรือเสื้อผ้าที่เกี่ยวกับอุปกรณ์ได้ง่าย ควรเตรียมน้ำดื่ม หมวกกันแดด และอุปกรณ์กันแดด เพราะพื้นที่อีสานใต้มีอากาศร้อนในหลายช่วงของปี ผู้ที่พาเด็กมาด้วยควรดูแลใกล้ชิดและเลือกกิจกรรมตามวัย น้ำหนักตัว และความพร้อมของเด็ก
การเดินทางมายังชมรมอนุรักษ์ม้าพันธุ์พื้นบ้านสิรินธรสะดวกสำหรับผู้ที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า จากตัวเมืองอุบลราชธานีสามารถมุ่งหน้าไปทางอำเภอพิบูลมังสาหาร อำเภอสิรินธร หรือเส้นทางโขงเจียม จากนั้นเข้าสู่ตำบลคำเขื่อนแก้วและบ้านหนองชาด ตัวชมรมตั้งอยู่ใกล้เส้นทางมุ่งสู่ช่องเม็ก หากเดินทางจากอำเภอโขงเจียมจะมีระยะทางประมาณ 9–10 กิโลเมตร และอยู่ในเส้นทางที่สามารถเชื่อมกับอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ วัดถ้ำคูหาสวรรค์ แม่น้ำสองสี เขื่อนสิรินธร และตลาดช่องเม็กได้สะดวก
หากจัดทริปจากโขงเจียม ชมรมอนุรักษ์ม้าพันธุ์พื้นบ้านสามารถเป็นจุดแวะครึ่งวันได้อย่างเหมาะสม นักท่องเที่ยวอาจเริ่มจากชมแม่น้ำสองสีและวัดถ้ำคูหาสวรรค์ในช่วงเช้า จากนั้นเดินทางต่อมายังบ้านหนองชาดเพื่อเรียนรู้เรื่องม้าและกิจกรรมขี่ม้าชมธรรมชาติ แล้วปิดท้ายด้วยอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะหรือสะพานแขวนแก่งตะนะในช่วงบ่าย เส้นทางนี้ช่วยให้เห็นทั้งแม่น้ำ ม้า ป่า แก่ง และวิถีชุมชนในวันเดียวกันอย่างครบมิติ
หากเดินทางจากช่องเม็กหรืออำเภอสิรินธร นักท่องเที่ยวสามารถจัดชมรมเป็นจุดแวะก่อนหรือหลังเที่ยวตลาดชายแดนช่องเม็กและเขื่อนสิรินธรได้ เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการผสมผสานการท่องเที่ยวเชิงชุมชนกับการชมทิวทัศน์เขื่อนและเส้นทางชายแดนไทย – ลาว การได้แวะชมม้าพื้นบ้านก่อนเดินทางต่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวใหญ่ช่วยทำให้ทริปมีความหลากหลายขึ้น เพราะไม่ได้มีเพียงวิวธรรมชาติหรือการซื้อของ แต่ยังมีเรื่องราวของการอนุรักษ์สัตว์พื้นบ้านและภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมอยู่ด้วย
โซนภายในชมรมสามารถมองเป็นพื้นที่หลักหลายส่วน ได้แก่ พื้นที่เลี้ยงม้า พื้นที่เรียนรู้และพูดคุยเรื่องม้า พื้นที่ฝึกขี่ม้าเบื้องต้น เส้นทางขี่ม้าชมธรรมชาติ พื้นที่พักแรมหรือโฮมสเตย์ตามการจัดบริการ พื้นที่กิจกรรมเยาวชน และพื้นที่เชื่อมต่อเส้นทางธรรมชาติรอบบ้านหนองชาด แต่ละโซนมีหน้าที่ต่างกัน พื้นที่เลี้ยงม้าเหมาะกับการสังเกตรูปร่างและพฤติกรรมม้า พื้นที่ฝึกเหมาะกับผู้เริ่มต้น เส้นทางธรรมชาติเหมาะกับผู้ที่ต้องการประสบการณ์ลึก ส่วนพื้นที่พักแรมเหมาะกับกลุ่มที่ต้องการกิจกรรมหลายชั่วโมงหรือหลายวัน
พื้นที่ชมรมเหมาะกับการเที่ยวแบบช้า ๆ เพราะสิ่งสำคัญของสถานที่ไม่ได้อยู่ที่การเดินให้ครบทุกจุด แต่อยู่ที่การมีเวลาเข้าใจม้าและเรื่องเล่าของม้าพื้นบ้าน การได้ยืนดูม้าเคี้ยวหญ้า ดูม้าเดิน ดูความสัมพันธ์ระหว่างผู้เลี้ยงกับม้า หรือฟังคำอธิบายจากผู้รู้ อาจให้ความรู้สึกมากกว่าการถ่ายภาพเพียงไม่กี่รูป นักท่องเที่ยวที่มาแบบใจเย็นจะเห็นว่าม้าพื้นบ้านแต่ละตัวมีบุคลิก มีสายตา มีจังหวะเดิน และมีการตอบสนองต่อคนต่างกัน ประสบการณ์นี้ทำให้การเรียนรู้เรื่องสัตว์มีความเป็นมนุษย์และลึกซึ้งมากขึ้น
สำหรับครอบครัวที่พาเด็กมาเที่ยว ชมรมอนุรักษ์ม้าพันธุ์พื้นบ้านเป็นสถานที่ที่ช่วยปลูกฝังความเมตตาต่อสัตว์ได้ดี เด็กจะได้เรียนรู้ว่าการดูแลสัตว์ต้องใช้เวลา อาหาร น้ำ ความสะอาด และความอดทน ไม่ใช่แค่ความสนุกจากการขี่ม้า ผู้ปกครองสามารถอธิบายให้เด็กเข้าใจว่าม้าเคยช่วยคนเดินทางอย่างไร ทำไมม้าพื้นบ้านจึงต้องได้รับการอนุรักษ์ และทำไมการเข้าใกล้ม้าต้องทำอย่างสุภาพ การเรียนรู้จากประสบการณ์จริงช่วยให้เด็กเข้าใจเรื่องความรับผิดชอบมากกว่าการบอกสั้น ๆ ในห้องเรียน
สำหรับนักเรียนและนักศึกษา สถานที่แห่งนี้เหมาะกับการเรียนรู้หลายสาขาพร้อมกัน ทั้งประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ชีววิทยาสัตว์ พฤติกรรมสัตว์ ภูมิปัญญาชุมชน การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และการจัดการแหล่งเรียนรู้ชุมชน ผู้เรียนสามารถศึกษาว่าทำไมสัตว์พื้นบ้านจึงสูญหายจากสังคมสมัยใหม่ได้ง่าย การอนุรักษ์ต้องใช้เงิน คน พื้นที่ และเครือข่ายอย่างไร และกิจกรรมท่องเที่ยวสามารถช่วยให้การอนุรักษ์อยู่รอดได้อย่างไรโดยไม่ทำให้คุณค่าดั้งเดิมหายไป
สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ชมรมอนุรักษ์ม้าพันธุ์พื้นบ้านสิรินธรเป็นสถานที่ที่ช่วยเปิดมุมมองต่ออุบลราชธานีในแบบที่ต่างจากวัด ผาแต้ม สามพันโบก หรือแม่น้ำโขง ที่นี่แสดงให้เห็นวิถีการใช้สัตว์ในสังคมชนบทไทย ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับม้า และการพยายามรักษาสัตว์พื้นบ้านให้ยังมีบทบาทในยุคปัจจุบัน นักท่องเที่ยวต่างชาติที่สนใจวัฒนธรรมชนบท การขี่ม้า การอนุรักษ์สัตว์ หรือการท่องเที่ยวชุมชน จะได้รับประสบการณ์ที่เฉพาะตัวและไม่เหมือนการเที่ยวแหล่งธรรมชาติทั่วไป
ความสำคัญของชมรมยังอยู่ที่การสร้างรายได้และบทบาทให้เยาวชนท้องถิ่น การฝึกยุวมัคคุเทศก์และกิจกรรมอาชาพาเที่ยวทำให้เด็กในพื้นที่ไม่ได้อยู่ห่างจากแหล่งท่องเที่ยวของบ้านตัวเอง แต่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการดูแล ถ่ายทอด และต้อนรับผู้มาเยือน เด็กที่เรียนรู้การดูแลม้าและการเล่าเรื่องชุมชนจะมีความมั่นใจมากขึ้น เห็นคุณค่าของบ้านเกิด และสามารถสร้างรายได้เสริมจากทักษะที่เชื่อมกับทรัพยากรท้องถิ่นได้ นี่คือรูปแบบการท่องเที่ยวชุมชนที่มีคุณค่าทั้งต่อคน สัตว์ และพื้นที่
ใกล้ชมรมมีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและวัฒนธรรมหลายแห่งที่สามารถจัดเส้นทางร่วมกันได้ อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะอยู่ใกล้มากและเป็นพื้นที่ธรรมชาติสำคัญของอำเภอสิรินธรและโขงเจียม มีแก่งหิน แม่น้ำมูล และพื้นที่ป่าธรรมชาติ วัดถ้ำคูหาสวรรค์ในโขงเจียมเป็นวัดสำคัญริมแม่น้ำที่มีจุดชมวิวแม่น้ำสองสี เขื่อนสิรินธรและพัทยาน้อยให้บรรยากาศพักผ่อนริมอ่างเก็บน้ำ ส่วนช่องเม็กเป็นด่านชายแดนและตลาดการค้าชายแดนที่เชื่อมกับประเทศลาว การจัดเส้นทางเหล่านี้ร่วมกับชมรมทำให้ทริปมีทั้งธรรมชาติ ศาสนา ชุมชน ชายแดน และการอนุรักษ์ม้า
ร้านอาหารที่สะดวกสำหรับผู้มาเที่ยวชมรมส่วนใหญ่อยู่ในโขงเจียม ช่องเม็ก และพื้นที่รอบเส้นทางสิรินธร ร้านอาหารในโขงเจียมเหมาะกับผู้ที่ต้องการอาหารปลาแม่น้ำ วิวริมน้ำ และอาหารอีสาน ส่วนร้านอาหารฝั่งช่องเม็กเหมาะกับผู้ที่เดินทางต่อไปตลาดชายแดนหรือเขื่อนสิรินธร นักท่องเที่ยวควรวางแผนมื้ออาหารล่วงหน้า เพราะตัวชมรมเป็นแหล่งเรียนรู้และพื้นที่เลี้ยงม้า ไม่ใช่ศูนย์อาหารขนาดใหญ่ หากเดินทางเป็นกลุ่มควรรับประทานอาหารก่อนหรือหลังทำกิจกรรม และเผื่อเวลาให้เพียงพอกับการเดินทางระหว่างสถานที่
ที่พักที่เหมาะกับการเที่ยวชมรมมีทั้งที่พักในโขงเจียม ที่พักริมแม่น้ำโขง ที่พักใกล้ช่องเม็ก และรีสอร์ตในเส้นทางสิรินธร หากต้องการเชื่อมทริปกับแม่น้ำสองสี วัดถ้ำคูหาสวรรค์ และผาแต้ม ควรพักในโขงเจียม หากต้องการเชื่อมทริปกับช่องเม็กและเขื่อนสิรินธร ควรเลือกที่พักฝั่งช่องเม็กหรือสิรินธร ส่วนผู้ที่ต้องการความสะดวกและตัวเลือกมากขึ้นสามารถพักในตัวเมืองอุบลราชธานีแล้วขับรถมาเที่ยวแบบไปกลับได้ แต่ควรเผื่อเวลาขับรถมากพอเพราะระยะทางจากตัวเมืองถึงพื้นที่ค่อนข้างไกล
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับมาเที่ยวคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายที่แดดไม่แรงเกินไป ช่วงเช้าอากาศมักสบาย เหมาะกับการเริ่มเรียนรู้และฝึกขี่ม้า ส่วนช่วงบ่ายแก่เหมาะกับการชมบรรยากาศธรรมชาติและถ่ายภาพ หากมาในฤดูฝนควรตรวจสภาพเส้นทางและสภาพอากาศก่อนเดินทาง เพราะกิจกรรมกลางแจ้งและเส้นทางธรรมชาติอาจได้รับผลจากฝน พื้นดินลื่น หรือสภาพทางเปียก การเตรียมตัวตามฤดูกาลช่วยให้เที่ยวได้ปลอดภัยและใช้เวลากับสถานที่ได้อย่างเต็มที่
มารยาทในการเข้าชมเป็นสิ่งสำคัญ ผู้มาเยือนควรเคารพสถานที่ ไม่ส่งเสียงดังเกินไป ไม่เข้าไปในพื้นที่เลี้ยงม้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ให้อาหารม้าเอง ไม่ดึงหาง แผงคอ หรือบังเหียน ไม่ใช้แฟลชใกล้สัตว์ และไม่ทำให้ม้าตกใจเพื่อหวังถ่ายภาพหรือคลิปวิดีโอ ม้าพื้นบ้านเป็นสัตว์ที่มีคุณค่าและเป็นหัวใจของชมรม การปฏิบัติต่อม้าอย่างอ่อนโยนคือส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์ ไม่ใช่เรื่องแยกจากการท่องเที่ยว
โดยสรุป ชมรมอนุรักษ์ม้าพันธุ์พื้นบ้านสิรินธร อุบลราชธานี เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่มีคุณค่ามากในบ้านหนองชาด ตำบลคำเขื่อนแก้ว อำเภอสิรินธร จุดเด่นคือการอนุรักษ์ม้าพื้นบ้านขนาดเล็กที่เคยเป็นพาหนะสำคัญของผู้คนในอดีต พร้อมเปิดพื้นที่ให้เรียนรู้การเลี้ยงม้า นิสัยของม้า การฝึกขี่ม้า และกิจกรรมขี่ม้าชมธรรมชาติ สถานที่แห่งนี้เหมาะสำหรับครอบครัว นักเรียน นักศึกษา นักท่องเที่ยวเชิงชุมชน ชาวต่างชาติ และผู้ที่ต้องการเข้าใจอุบลราชธานีในมิติของสัตว์พื้นบ้าน ภูมิปัญญา และการอนุรักษ์ การมาเที่ยวควรจองกิจกรรมล่วงหน้า แต่งกายให้เหมาะสม ปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ดูแล และใช้เวลาอย่างสงบ เพื่อให้การเดินทางครั้งนี้เป็นทั้งการพักผ่อน การเรียนรู้ และการร่วมรักษาม้าพันธุ์พื้นบ้านให้คงอยู่ต่อไป
| ชื่อสถานที่ | ชมรมอนุรักษ์ม้าพันธุ์พื้นบ้านสิรินธร |
| ชื่อเรียกอื่น | ชมรมอนุรักษ์ม้าพันธุ์พื้นบ้าน บ้านหนองชาด, ขี่ม้าพันธุ์พื้นบ้าน บ้านหนองชาด |
| ที่ตั้ง | บ้านหนองชาด ตำบลคำเขื่อนแก้ว อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี |
| ที่อยู่ | 111 บ้านหนองชาด ตำบลคำเขื่อนแก้ว อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี 34350 |
| ไฮไลต์ | แหล่งอนุรักษ์ม้าพันธุ์พื้นบ้านหรือม้าแกลบ เรียนรู้การเลี้ยงม้า การฝึกขี่ม้า และกิจกรรมขี่ม้าชมธรรมชาติในเส้นทางบ้านหนองชาดและพื้นที่ใกล้แก่งตะนะ |
| ประวัติ / การก่อตั้ง | ก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2541 เพื่ออนุรักษ์ม้าพันธุ์พื้นบ้าน ส่งเสริมการเรียนรู้ ฝึกขี่ม้า สร้างรายได้ให้คนท้องถิ่น และรักษาภูมิปัญญาพื้นบ้านให้คงอยู่ |
| ลักษณะเด่นของม้า | ม้าพันธุ์พื้นบ้านขนาดเล็ก ตัวโตเต็มที่สูงเฉลี่ยประมาณ 120–130 เซนติเมตร คล่องตัว แข็งแรง และเหมาะกับเส้นทางชนบทหรือเส้นทางธรรมชาติ |
| ประเภทสถานที่ | แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์, แหล่งเรียนรู้ชุมชน, กิจกรรมขี่ม้า, การท่องเที่ยวเชิงเกษตรและธรรมชาติ |
| การเดินทาง | ตั้งอยู่บนเส้นทางมุ่งสู่ช่องเม็ก หากเดินทางจากอำเภอโขงเจียมใช้ระยะทางประมาณ 9–10 กม. และอยู่ริมเส้นทางก่อนถึงอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะประมาณ 4 กม. เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถในพื้นที่ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชมในฐานะแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ของตำบลคำเขื่อนแก้ว อำเภอสิรินธร |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| ค่ากิจกรรม | กิจกรรมขี่ม้า ฝึกขี่ม้า พักแรม และนำเที่ยวเป็นบริการของชมรม ควรติดต่อจองล่วงหน้าก่อนเดินทาง |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่เลี้ยงม้า พื้นที่เรียนรู้ พื้นที่ฝึกขี่ม้า เส้นทางขี่ม้าชมธรรมชาติ พื้นที่พักแรมตามการจัดบริการ และพื้นที่กิจกรรมเยาวชน |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | โซนเลี้ยงม้าพื้นบ้าน, โซนเรียนรู้การเลี้ยงและนิสัยม้า, โซนฝึกขี่ม้าเบื้องต้น, เส้นทางขี่ม้าชมธรรมชาติ, พื้นที่พักแรมและโฮมสเตย์ตามการจัดบริการ, พื้นที่กิจกรรมยุวมัคคุเทศก์อาชาพาเที่ยว, เส้นทางเชื่อมอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ |
| ผู้ดูแล | ชมรมอนุรักษ์ม้าพันธุ์พื้นบ้านสิรินธร โดยอาจารย์ชูชาติ วารปรีดี ประธานชมรมอนุรักษ์ม้าพันธุ์พื้นบ้าน |
| หน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ | องค์การบริหารส่วนตำบลคำเขื่อนแก้ว โทร. 045-210-741 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ ประมาณ 4 กม. 2. สะพานแขวนแก่งตะนะ ประมาณ 5 กม. 3. แม่น้ำสองสี โขงเจียม ประมาณ 10 กม. 4. วัดถ้ำคูหาสวรรค์ โขงเจียม ประมาณ 11 กม. 5. บ่อน้ำพระอินทร์ ตำบลคำเขื่อนแก้ว ประมาณ 12 กม. 6. เขื่อนสิรินธรและพัทยาน้อย ประมาณ 25 กม. 7. ตลาดชายแดนช่องเม็ก ประมาณ 28 กม. 8. วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว ประมาณ 32 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ครัวโขงเจียม ประมาณ 10 กม. โทร. 045-351027, 062-829-3697 2. แพลำโขง โขงเจียม ประมาณ 10 กม. โทร. 091-918-9168 3. พรนภาปลาจุ่ม โขงเจียม ประมาณ 11 กม. โทร. 080-162-2469 4. จันทร์ดารา โขงเจียม ประมาณ 11 กม. โทร. 098-242-4464 5. ตอง999 โขงเจียม ประมาณ 11 กม. โทร. 066-137-1462 6. ร้านอาหารกุ๊กกิ๊ก ช่องเม็ก ประมาณ 25 กม. โทร. 094-978-2882, 045-476-055 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. บ้านเคียงตะวัน โขงเจียม ประมาณ 10 กม. โทร. 099-039-4290 2. โขงเจียม ออร์คิด ริเวอร์ไซด์ รีสอร์ท ประมาณ 12 กม. โทร. 098-916-8771 3. ทอแสง เฮอริเทจ โขงเจียม ประมาณ 12 กม. โทร. 045-351-174 4. Bankoncom Khongchiam ประมาณ 12 กม. โทร. 087-869-0079 5. โรงแรมโขงเจียม 2 ประมาณ 12 กม. โทร. 094-708-9822 6. ก๊อตบ้านสวนรีสอร์ท ช่องเม็ก ประมาณ 25 กม. โทร. 086-244-1129 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ชมรมอนุรักษ์ม้าพันธุ์พื้นบ้านสิรินธรอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ชมรมตั้งอยู่ที่บ้านหนองชาด ตำบลคำเขื่อนแก้ว อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี อยู่ในเส้นทางมุ่งสู่ช่องเม็กและไม่ไกลจากอำเภอโขงเจียม
ถาม: ชมรมอนุรักษ์ม้าพันธุ์พื้นบ้านเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: จุดเด่นของชมรมอนุรักษ์ม้าพันธุ์พื้นบ้านคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือการอนุรักษ์ม้าพันธุ์พื้นบ้านหรือม้าแกลบขนาดเล็ก พร้อมกิจกรรมเรียนรู้การเลี้ยงม้า นิสัยของม้า การฝึกขี่ม้า และการขี่ม้าชมธรรมชาติ
ถาม: ม้าพันธุ์พื้นบ้านที่นี่มีลักษณะอย่างไร?
ตอบ: เป็นม้าขนาดเล็ก ตัวโตเต็มที่สูงเฉลี่ยประมาณ 120–130 เซนติเมตร คล่องตัว แข็งแรง และเหมาะกับเส้นทางชนบทหรือเส้นทางธรรมชาติ
ถาม: ต้องจองล่วงหน้าก่อนไปทำกิจกรรมหรือไม่?
ตอบ: กิจกรรมขี่ม้า ฝึกขี่ม้า พักแรม และนำเที่ยวควรติดต่อจองล่วงหน้า เพราะต้องเตรียมม้า เส้นทาง และผู้ดูแลให้เหมาะกับจำนวนผู้ร่วมกิจกรรม
ถาม: เด็กและครอบครัวเที่ยวชมรมนี้ได้หรือไม่?
ตอบ: เที่ยวได้ เหมาะกับเด็กและครอบครัวที่ต้องการเรียนรู้เรื่องม้า สัตว์พื้นบ้าน ความรับผิดชอบต่อสัตว์ และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยควรมีผู้ใหญ่ดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด
ถาม: ไปชมรมอนุรักษ์ม้าพันธุ์พื้นบ้านควรแต่งตัวอย่างไร?
ตอบ: ควรสวมเสื้อผ้าที่เคลื่อนไหวง่าย รองเท้าหุ้มส้นหรือรองเท้าที่เกาะพื้นดี เตรียมน้ำดื่ม หมวก และอุปกรณ์กันแดด โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการฝึกขี่ม้าหรือเดินชมพื้นที่ธรรมชาติ
ถาม: เที่ยวชมรมอนุรักษ์ม้าพันธุ์พื้นบ้านแล้วควรเที่ยวที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ สะพานแขวนแก่งตะนะ แม่น้ำสองสี วัดถ้ำคูหาสวรรค์ เขื่อนสิรินธร ตลาดชายแดนช่องเม็ก และวัดสิรินธรวรารามภูพร้าวได้
หมวดหมู่: ●บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
กลุ่ม: ●แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์
ปรับปรุงล่าสุด : 1 สัปดาห์ที่แล้ว




