หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี >อ.โขงเจียม >ต.โขงเจียม > แม่น้ำสองสี
TL;DR: แม่น้ำสองสี อยู่ที่บ้านเวินบึก ตำบลโขงเจียม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี เปิดทุกวัน เวลา เปิดตลอดวัน. จุดเด่นคือ จุดที่แม่น้ำมูลไหลลงสู่แม่น้ำโขง เกิดความแตกต่างของสีน้ำจนเป็นที่มาของวลี “โขงสีปูน มูลสีคราม” สามารถชมได้จากหน้าวัดโขงเจียม.
แม่น้ำสองสี

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: เปิดตลอดวัน
แม่น้ำสองสี หรือดอนด่านปากแม่น้ำมูล จังหวัดอุบลราชธานี เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติริมลำน้ำสำคัญของอำเภอโขงเจียม ตั้งอยู่ในเขตบ้านเวินบึก ตำบลโขงเจียม และเป็นจุดที่แม่น้ำมูลไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขงจนเกิดภาพสีน้ำ 2 สายที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน คนท้องถิ่นจึงเรียกกันอย่างคล้องจองว่า “โขงสีปูน มูลสีคราม” เพราะสายน้ำโขงมีสีขาวขุ่นหรือสีปูนจากตะกอนในลำน้ำใหญ่ ส่วนสายน้ำมูลมีสีเขียวอมฟ้าหรือสีครามเมื่อไหลมารวมกันที่ปากแม่น้ำมูล ปรากฏการณ์นี้ทำให้โขงเจียมเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีเอกลักษณ์ทางภูมิประเทศเด่นที่สุดของอุบลราชธานี และเป็นจุดหมายสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการชมธรรมชาติริมแม่น้ำโขงอย่างลึกซึ้ง
แม่น้ำสองสีไม่ใช่เพียงจุดชมวิวริมตลิ่ง แต่เป็นภูมิทัศน์ของการบรรจบกันระหว่างแม่น้ำสำคัญ 2 สาย แม่น้ำมูลเป็นลำน้ำหลักของภาคอีสานตอนล่าง ไหลผ่านหลายจังหวัดก่อนมาบรรจบกับแม่น้ำโขงที่โขงเจียม ส่วนแม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำนานาชาติขนาดใหญ่ที่เชื่อมผู้คนหลายประเทศในลุ่มน้ำโขงเข้าด้วยกัน เมื่อสายน้ำทั้งสองมาพบกันที่บริเวณดอนด่านปากแม่น้ำมูล พื้นที่นี้จึงกลายเป็นจุดสำคัญทั้งทางภูมิศาสตร์ วิถีชีวิต การเดินเรือ การค้าชายแดน ความเชื่อ และการท่องเที่ยวของอำเภอโขงเจียม
จุดชมแม่น้ำสองสีที่เข้าถึงง่ายที่สุดอยู่บริเวณลาดริมตลิ่งหน้าวัดโขงเจียม นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้ามายังตัวอำเภอโขงเจียม จอดรถบริเวณวัดหรือพื้นที่ใกล้เคียง แล้วเดินไปยังจุดชมวิวริมตลิ่งได้สะดวก บริเวณนี้มองเห็นแนวแม่น้ำมูลที่ไหลออกสู่แม่น้ำโขง เห็นพื้นที่บ้านเรือนริมฝั่ง เห็นฝั่งประเทศลาวในระยะไกล และเห็นภาพของสายน้ำ 2 สีในช่วงที่สภาพน้ำและแสงเหมาะสม นอกจากจุดหน้าวัดโขงเจียมแล้ว บางส่วนของหมู่บ้านห้วยหมากยังเป็นพื้นที่ที่สามารถเห็นแนวสีน้ำได้ชัดเช่นกัน
บ้านเวินบึกเป็นอีกชื่อสำคัญที่เชื่อมโยงกับแม่น้ำสองสี เพราะเป็นพื้นที่ใกล้ปากแม่น้ำมูลและเส้นทางเรือนำเที่ยว นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือจากตัวอำเภอโขงเจียมไปชมบริเวณดอนด่านปากแม่น้ำมูลได้ในเวลาสั้น ๆ การนั่งเรือทำให้เห็นแม่น้ำสองสีในมุมที่ต่างจากการยืนชมบนตลิ่ง เพราะจะได้เข้าใกล้แนวที่สายน้ำมูลและสายน้ำโขงไหลมาพบกัน ได้เห็นความกว้างของแม่น้ำโขง เห็นวิถีริมฝั่ง และเห็นภูมิทัศน์ของบ้านเวินบึกในฐานะชุมชนริมแม่น้ำที่มีความสัมพันธ์กับการเดินเรือและการท่องเที่ยว
ความต่างของสีน้ำเกิดจากธรรมชาติของแม่น้ำแต่ละสาย แม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำใหญ่ที่มีตะกอนจำนวนมาก สีน้ำจึงมักออกขาวขุ่น น้ำตาลอ่อน หรือสีปูนตามฤดูกาล ส่วนแม่น้ำมูลในบางช่วงมีสีเขียวอมฟ้าหรือสีคราม เมื่อไหลมารวมกับแม่น้ำโขงจึงเกิดเส้นแบ่งของสีน้ำให้มองเห็นเป็น 2 โทนในพื้นที่เดียวกัน ภาพนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเหมือนกันทุกวัน แต่ขึ้นอยู่กับระดับน้ำ ปริมาณตะกอน แสงแดด สภาพฟ้า ฤดูกาล และแรงไหลของแม่น้ำทั้งสองสาย
เดือนเมษายนเป็นช่วงที่มองเห็นความแตกต่างของสีน้ำได้ชัดเจนที่สุด เพราะระดับน้ำและสภาพตะกอนในแม่น้ำมักเอื้อต่อการเห็นสีของแม่น้ำมูลและแม่น้ำโขงแยกกันอย่างเด่นชัด ช่วงนี้ท้องฟ้ามักเปิด แสงแดดช่วยให้สีของน้ำปรากฏชัด และระดับน้ำที่ลดลงทำให้เห็นแนวไหลของแม่น้ำได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม แม่น้ำสองสีสามารถชมได้ตลอดปี โดยแต่ละฤดูกาลให้ภาพต่างกัน ฤดูแล้งเห็นแนวสีชัด ฤดูฝนเห็นความยิ่งใหญ่ของลำน้ำและบรรยากาศเขียวสด ส่วนปลายฝนต้นหนาวเหมาะกับการเที่ยวเชื่อมเส้นทางธรรมชาติใกล้เคียง
วลี “โขงสีปูน มูลสีคราม” เป็นถ้อยคำที่สรุปความงามของแม่น้ำสองสีได้อย่างกระชับและมีพลัง เพราะไม่เพียงอธิบายสีของน้ำ แต่ยังทำให้ผู้ฟังจดจำสถานที่ได้ทันที คำว่าโขงสีปูนสื่อถึงสายน้ำโขงที่ขุ่นนวลจากตะกอน ส่วนมูลสีครามสื่อถึงสายน้ำมูลที่มีสีเข้มกว่าและออกเขียวอมฟ้า วลีนี้จึงเป็นทั้งภาษาท้องถิ่น ภูมิปัญญาการสังเกตธรรมชาติ และชื่อจำทางการท่องเที่ยวที่ทำให้แม่น้ำสองสีมีเอกลักษณ์เหนือกว่าการเป็นเพียงจุดบรรจบของแม่น้ำทั่วไป
ดอนด่านปากแม่น้ำมูลเป็นชื่อที่ช่วยอธิบายตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของพื้นที่ได้ชัดเจน คำว่า “ปากแม่น้ำมูล” หมายถึงบริเวณที่แม่น้ำมูลไหลลงสู่แม่น้ำโขง ส่วนคำว่า “ดอนด่าน” สื่อถึงพื้นที่ดอนหรือสันดอนริมลำน้ำที่มีบทบาทต่อการเดินทาง การหยุดพัก และการมองเห็นแนวลำน้ำในอดีต พื้นที่นี้จึงมีความหมายทั้งด้านธรรมชาติและวิถีชีวิต เพราะเป็นบริเวณที่แม่น้ำใหญ่ 2 สายมาพบกัน และเป็นพื้นที่ที่ชุมชนริมโขงใช้ประโยชน์จากลำน้ำมาอย่างต่อเนื่อง
อำเภอโขงเจียมเป็นอำเภอที่มีเอกลักษณ์จากการอยู่ริมแม่น้ำโขงและแม่น้ำมูล การมาเที่ยวแม่น้ำสองสีจึงทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นหัวใจของพื้นที่อย่างชัดเจน โขงเจียมไม่ได้เป็นเพียงเมืองผ่านไปยังผาแต้ม หรือเป็นจุดแวะพักริมแม่น้ำเท่านั้น แต่เป็นอำเภอที่มีภูมิประเทศเฉพาะ มีชุมชนริมแม่น้ำ วัดเก่าแก่ ร้านอาหารริมโขง ท่าเรือ จุดชมวิว และเส้นทางเชื่อมต่อไปยังอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะและอุทยานแห่งชาติผาแต้ม การเริ่มต้นรู้จักโขงเจียมจากแม่น้ำสองสีจึงเป็นวิธีที่เข้าใจพื้นที่ได้เร็วและลึกที่สุด
จุดชมวิวหน้าวัดโขงเจียมมีความสำคัญเพราะเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวเข้าถึงง่ายที่สุด และยังเชื่อมโยงกับวัดโขงเจียมซึ่งเป็นวัดริมแม่น้ำที่อยู่คู่ชุมชนท้องถิ่น การชมแม่น้ำสองสีจากพื้นที่วัดทำให้การท่องเที่ยวมีมิติศรัทธาและมิติชุมชนร่วมอยู่ด้วย ผู้มาเยือนสามารถเดินชมวิวริมตลิ่ง ไหว้พระในวัด นั่งพักรับลมแม่น้ำ และถ่ายภาพแม่น้ำได้ในบริเวณเดียวกัน บรรยากาศของจุดชมวิวจึงไม่ได้แยกจากชีวิตของคนโขงเจียม แต่เป็นพื้นที่สาธารณะที่ชุมชนและนักท่องเที่ยวใช้ร่วมกัน
การนั่งเรือชมแม่น้ำสองสีเป็นประสบการณ์ที่ช่วยให้เข้าใจแม่น้ำได้ชัดขึ้น เพราะเมื่ออยู่บนเรือ นักท่องเที่ยวจะมองเห็นระดับน้ำ เส้นทางไหล และแนวแบ่งสีจากมุมต่ำใกล้ผิวน้ำมากกว่าการชมจากตลิ่ง เรือท่องเที่ยวในบริเวณโขงเจียมสามารถพาไปชมทัศนียภาพสองฝั่งแม่น้ำ ชมจุดบรรจบของแม่น้ำมูลและแม่น้ำโขง ชมบ้านเวินบึก ชมแก่งตะนะในเส้นทางที่เชื่อมโยงกัน และในบางโปรแกรมสามารถเชื่อมต่อไปยังเส้นทางผาแต้มและพื้นที่ริมฝั่งประเทศลาวตามเงื่อนไขของผู้ให้บริการ
การล่องเรือในพื้นที่แม่น้ำสองสีควรเลือกช่วงเวลาที่มีแสงดีและลมไม่แรง ช่วงเช้าให้บรรยากาศสงบ เห็นผิวน้ำเรียบ และอากาศไม่ร้อนจัด ส่วนช่วงบ่ายแก่ถึงเย็นให้แสงสีทองสะท้อนผืนน้ำ เหมาะกับการถ่ายภาพและชมวิถีริมโขง ผู้ที่ต้องการเห็นสีของน้ำชัดควรเลือกวันที่ฟ้าเปิด แสงดี และน้ำไม่ปั่นป่วนมาก การมองจากเรือช่วยให้เห็นเส้นน้ำ 2 สีได้ใกล้ขึ้น แต่การยืนชมจากวัดโขงเจียมก็ยังเป็นวิธีที่สะดวกและเหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการลงเรือ
แม่น้ำสองสีมีความสำคัญในเชิงภูมิศาสตร์ เพราะเป็นจุดสิ้นสุดของแม่น้ำมูลและเป็นจุดเชื่อมต่อกับแม่น้ำโขง แม่น้ำมูลเป็นลำน้ำที่ไหลผ่านพื้นที่เศรษฐกิจและชุมชนจำนวนมากในภาคอีสาน การที่สายน้ำมูลมาสิ้นสุดและรวมกับโขงที่โขงเจียม ทำให้พื้นที่นี้เป็นเหมือนประตูน้ำธรรมชาติของอีสานตอนล่าง ส่วนแม่น้ำโขงทำหน้าที่เชื่อมประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน พื้นที่แม่น้ำสองสีจึงไม่ใช่เพียงทิวทัศน์สวย แต่เป็นจุดที่สายน้ำท้องถิ่นและสายน้ำนานาชาติมาบรรจบกัน
ในเชิงวัฒนธรรม แม่น้ำสองสีสะท้อนชีวิตของผู้คนริมแม่น้ำโขงและแม่น้ำมูลอย่างชัดเจน ชาวบ้านใช้แม่น้ำเป็นเส้นทางเดินทาง แหล่งอาหาร แหล่งประมง พื้นที่ค้าขาย และพื้นที่ประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อท้องถิ่น การตั้งบ้านเรือนริมฝั่ง การมีวัดริมแม่น้ำ การมีท่าเรือ และการมีร้านอาหารริมโขง ล้วนแสดงให้เห็นว่าลำน้ำไม่ได้เป็นฉากหลังของชุมชน แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คนในโขงเจียม
สำหรับผู้ที่สนใจธรรมชาติ แม่น้ำสองสีเป็นพื้นที่เรียนรู้เรื่องตะกอน น้ำไหล ฤดูกาล และการเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำได้อย่างดี สีของน้ำไม่ได้เกิดจากการแต่งเติม แต่เกิดจากคุณสมบัติของลำน้ำจริง เมื่อแม่น้ำมีตะกอนมาก สีจะขุ่นขึ้น เมื่อปริมาณตะกอนลดลงหรือแสงสะท้อนแตกต่าง สีของน้ำก็เปลี่ยนไป การมองแม่น้ำสองสีจึงช่วยให้เข้าใจว่าแม่น้ำเป็นระบบธรรมชาติที่เคลื่อนไหวตลอดเวลา ไม่ใช่ภาพนิ่งที่เหมือนเดิมทุกวัน
บริเวณหน้าวัดโขงเจียมและพื้นที่ริมตลิ่งเหมาะสำหรับการชมวิวแบบไม่เร่งรีบ นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่น ถ่ายภาพ นั่งรับลม ชมเรือในแม่น้ำ และมองฝั่งประเทศลาวในระยะไกล จุดนี้เหมาะกับครอบครัว ผู้สูงอายุ นักเดินทางคนเดียว และนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพราะเดินทางง่าย ใช้เวลาไม่นาน และไม่ต้องเดินป่าหรือขึ้นเขา การมาในช่วงเช้าหรือเย็นจะให้บรรยากาศดีกว่าช่วงแดดจัดกลางวัน
สำหรับนักถ่ายภาพ แม่น้ำสองสีมีมุมภาพที่หลากหลาย ทั้งภาพมุมกว้างของจุดบรรจบแม่น้ำ ภาพเรือที่แล่นผ่านเส้นแบ่งสีน้ำ ภาพศาลาริมตลิ่ง ภาพวัดโขงเจียมกับลำน้ำ ภาพพระอาทิตย์ตกริมโขง และภาพวิถีชีวิตริมฝั่ง ช่วงเดือนเมษายนเหมาะกับการถ่ายภาพแนวสีของน้ำ ส่วนช่วงเช้าเหมาะกับภาพแม่น้ำที่สงบและแสงนุ่ม ช่วงเย็นเหมาะกับภาพสะท้อนแสงอาทิตย์บนผิวน้ำ
การท่องเที่ยวแม่น้ำสองสีสามารถเชื่อมต่อกับแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงได้หลากหลาย หากต้องการเที่ยวแบบครึ่งวัน สามารถเริ่มที่วัดโขงเจียมและจุดชมวิวแม่น้ำสองสี ต่อด้วยการรับประทานอาหารริมโขง แล้วแวะวัดถ้ำคูหาสวรรค์หรือจุดชมวิวริมแม่น้ำในอำเภอโขงเจียม หากต้องการเที่ยวเต็มวัน สามารถเพิ่มอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ สะพานแขวนแก่งตะนะ เขื่อนสิรินธร หรือวัดสิรินธรวรารามภูพร้าวเข้าในแผนเดินทางได้
อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะเป็นสถานที่ใกล้เคียงที่ควรเชื่อมกับแม่น้ำสองสี เพราะอยู่ในบริบทของลำน้ำมูลเช่นเดียวกัน แก่งตะนะเป็นแก่งหินสำคัญกลางแม่น้ำมูล มีดอนตะนะ สะพานแขวน และภูมิประเทศริมแม่น้ำที่ต่างจากจุดชมแม่น้ำสองสี การเที่ยวแม่น้ำสองสีร่วมกับแก่งตะนะจึงช่วยให้เห็นเส้นทางของแม่น้ำมูลตั้งแต่ช่วงแก่งหิน ไปจนถึงจุดที่แม่น้ำมูลไหลลงแม่น้ำโขง
วัดถ้ำคูหาสวรรค์เป็นอีกสถานที่ที่อยู่ใกล้จุดชมวิวแม่น้ำสองสีและเหมาะกับการจัดร่วมกันในทริปสั้น วัดแห่งนี้เป็นวัดสำคัญของอำเภอโขงเจียม มีความเกี่ยวข้องกับศรัทธาท้องถิ่นและอยู่ไม่ไกลจากริมแม่น้ำ การแวะวัดถ้ำคูหาสวรรค์หลังชมแม่น้ำสองสีทำให้ทริปมีทั้งธรรมชาติ วัด และชุมชนริมโขงครบในเวลาสั้น ๆ
อุทยานแห่งชาติผาแต้มเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการต่อยอดจากแม่น้ำสองสีไปสู่เส้นทางธรรมชาติและโบราณคดี ผาแต้มมีภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ เสาเฉลียง ลานหิน หน้าผาริมโขง และจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่โดดเด่น การจัดทริปให้เริ่มจากแม่น้ำสองสีแล้วต่อไปผาแต้มจะช่วยให้เห็นทั้งลุ่มน้ำและหน้าผาหินทรายซึ่งเป็นภาพจำสำคัญของอุบลราชธานีฝั่งตะวันออก
บ้านเวินบึกและหมู่บ้านริมฝั่งแม่น้ำเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้เข้าใจวิถีโขงเจียมได้มากขึ้น นักท่องเที่ยวที่นั่งเรือหรือเดินทางผ่านชุมชนจะเห็นบ้านเรือน ร้านค้า ท่าเรือ และกิจกรรมของคนริมแม่น้ำ ภาพเหล่านี้ทำให้แม่น้ำสองสีไม่ใช่แค่ปรากฏการณ์ทางสายตา แต่เป็นพื้นที่ที่คนใช้ชีวิตจริง มีการค้าขาย การเดินเรือ การหาปลา และการต้อนรับนักท่องเที่ยวเกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน
การเดินทางมาแม่น้ำสองสีทำได้สะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถโดยสารที่มุ่งหน้าอำเภอโขงเจียม จากตัวเมืองอุบลราชธานีใช้เส้นทางไปอำเภอพิบูลมังสาหารหรือสิรินธร แล้วต่อเข้าสู่อำเภอโขงเจียม ระยะทางจากตัวเมืองอุบลราชธานีประมาณ 84 กม. เมื่อถึงตัวอำเภอโขงเจียม ให้มุ่งไปบริเวณวัดโขงเจียมหรือท่าเรือริมโขงเพื่อชมแม่น้ำสองสีและเลือกใช้บริการเรือนำเที่ยวตามต้องการ
การเดินทาง หากเริ่มจากตัวเมืองอุบลราชธานี ให้ใช้เส้นทางอุบลราชธานี-พิบูลมังสาหาร-โขงเจียม หรือเส้นทางอุบลราชธานี-สิรินธร-โขงเจียมตามแผนท่องเที่ยวของวันนั้น เมื่อเข้าสู่ตัวอำเภอโขงเจียมให้ตั้งจุดหมายไปยังวัดโขงเจียมหรือจุดชมวิวแม่น้ำสองสี บริเวณนี้สามารถจอดรถแล้วเดินไปยังลาดริมตลิ่งเพื่อชมแม่น้ำได้ หากต้องการชมจากกลางน้ำให้ไปยังท่าเรือท้องถิ่นเพื่อใช้บริการเรือนำเที่ยวในเส้นทางแม่น้ำมูลและแม่น้ำโขง
ผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถเดินทางด้วยรถโดยสารจากตัวเมืองอุบลราชธานีมายังอำเภอโขงเจียม จากนั้นใช้รถท้องถิ่น รถรับจ้าง หรือเดินทางต่อไปยังวัดโขงเจียมและท่าเรือริมโขง การพักค้างคืนในโขงเจียมจะช่วยให้มีเวลาชมแม่น้ำสองสีทั้งช่วงเช้าและเย็น รวมถึงเที่ยวต่อไปยังแก่งตะนะ ผาแต้ม และร้านอาหารริมโขงได้สะดวกขึ้น
แม่น้ำสองสีเหมาะกับทริปครึ่งวันสำหรับผู้ที่อยู่ในโขงเจียมอยู่แล้ว สามารถเริ่มจากจุดชมวิวหน้าวัดโขงเจียม เดินเล่นริมแม่น้ำ ถ่ายภาพแนวสีน้ำ รับประทานอาหารปลาแม่น้ำหรืออาหารอีสานในตัวอำเภอ แล้วต่อด้วยวัดถ้ำคูหาสวรรค์หรืออุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ หากต้องการประสบการณ์ลึกขึ้น สามารถเพิ่มการล่องเรือชมบ้านเวินบึกและทัศนียภาพสองฝั่งแม่น้ำได้
สำหรับทริปหนึ่งวันเต็ม สามารถเริ่มจากแม่น้ำสองสีในช่วงเช้า ต่อด้วยล่องเรือในช่วงสาย รับประทานอาหารกลางวันริมแม่น้ำโขง แล้วเดินทางไปอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะหรือสะพานแขวนแก่งตะนะในช่วงบ่าย ก่อนปิดท้ายด้วยวิวพระอาทิตย์ตกริมโขงหรือเดินทางต่อไปพักในโขงเจียม เส้นทางนี้ทำให้ได้เห็นทั้งจุดบรรจบแม่น้ำ ลำน้ำมูล แก่งหิน ร้านอาหารริมโขง และบรรยากาศเมืองชายแดนในวันเดียว
สำหรับทริป 2 วัน 1 คืน โขงเจียมเป็นฐานพักที่เหมาะมาก วันแรกสามารถเที่ยวแม่น้ำสองสี วัดโขงเจียม วัดถ้ำคูหาสวรรค์ อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ และร้านอาหารริมโขง วันที่สองสามารถเดินทางต่อไปอุทยานแห่งชาติผาแต้ม เสาเฉลียง น้ำตกแสงจันทร์ น้ำตกทุ่งนาเมือง หรือเส้นทางดงนาทาม การพักในโขงเจียมช่วยให้เที่ยวแบบไม่เร่งรีบและได้สัมผัสบรรยากาศริมโขงทั้งกลางวันและกลางคืน
สิ่งที่ควรเตรียมเมื่อมาเที่ยวแม่น้ำสองสี ได้แก่ หมวก แว่นกันแดด น้ำดื่ม กล้องถ่ายภาพหรือโทรศัพท์มือถือ ถุงกันน้ำสำหรับลงเรือ และเสื้อผ้าที่เหมาะกับอากาศริมแม่น้ำ หากล่องเรือควรสวมเสื้อชูชีพตามคำแนะนำของผู้ให้บริการ เลือกเรือที่มีความพร้อม และหลีกเลี่ยงการยืนหรือเปลี่ยนที่นั่งขณะเรือแล่น เพื่อให้การชมแม่น้ำเป็นไปอย่างปลอดภัย
ข้อควรระวังสำคัญคือสภาพอากาศ ลม และระดับน้ำของแม่น้ำโขงและแม่น้ำมูล ในวันที่ลมแรงหรือมีฝนตก การล่องเรือควรใช้ความระมัดระวังมากขึ้น หากชมจากตลิ่งควรระวังบริเวณลาดริมฝั่ง พื้นเปียก หรือจุดที่ไม่มีราวกันตก เด็กควรอยู่ในความดูแลของผู้ใหญ่ตลอดเวลา และไม่ควรลงเล่นน้ำบริเวณจุดบรรจบแม่น้ำ เพราะกระแสน้ำของแม่น้ำใหญ่มีแรงและเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว
การรักษาความสะอาดเป็นสิ่งสำคัญสำหรับแม่น้ำสองสี เพราะพื้นที่นี้เป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยว แหล่งน้ำ และพื้นที่ชุมชน ไม่ควรทิ้งขยะลงแม่น้ำ ไม่ควรทิ้งเศษอาหารไว้ริมตลิ่ง ไม่ควรใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้งโดยไม่จำเป็น และควรนำขยะกลับไปทิ้งในจุดที่เหมาะสม การดูแลพื้นที่ริมแม่น้ำช่วยรักษาความสวยงามของจุดชมวิวและลดผลกระทบต่อแม่น้ำมูลและแม่น้ำโขง
ร้านอาหารในโขงเจียมเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์แม่น้ำสองสี เพราะหลายร้านตั้งอยู่ใกล้ริมโขงหรืออยู่ในตัวอำเภอที่เดินทางสะดวก เมนูเด่นในพื้นที่มักเป็นปลาแม่น้ำ อาหารอีสาน ส้มตำ ลาบปลา ต้มยำปลา และอาหารไทยพื้นบ้าน การรับประทานอาหารริมแม่น้ำหลังชมวิวหรือหลังล่องเรือช่วยให้ทริปสมบูรณ์ขึ้น เพราะนักท่องเที่ยวได้สัมผัสทั้งทัศนียภาพ รสชาติ และบรรยากาศเมืองริมโขงในคราวเดียวกัน
ที่พักในโขงเจียมมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่โรงแรมขนาดเล็กใกล้ตัวอำเภอ รีสอร์ตริมแม่น้ำโขง ไปจนถึงที่พักบรรยากาศสงบใกล้เส้นทางธรรมชาติ การพักในโขงเจียมเหมาะกับผู้ที่ต้องการชมแม่น้ำสองสีในหลายช่วงเวลา เพราะสีของน้ำและแสงเปลี่ยนไปตามเวลา เช้าตรู่ให้ภาพสงบ เย็นให้แสงสวย กลางวันเห็นสีของน้ำชัดในวันที่ฟ้าเปิด การค้างคืนยังช่วยให้วางแผนต่อไปผาแต้มและแก่งตะนะได้ง่ายขึ้น
สำหรับชาวต่างชาติ แม่น้ำสองสีเป็นสถานที่ที่อธิบายความงามของอุบลราชธานีได้ดี เพราะเป็นจุดที่ธรรมชาติระดับภูมิภาคและวิถีท้องถิ่นมาพบกัน นักท่องเที่ยวจะได้เห็นแม่น้ำมูลที่เป็นลำน้ำสำคัญของภาคอีสานไหลสู่แม่น้ำโขงซึ่งเป็นแม่น้ำนานาชาติ ได้เห็นหมู่บ้านริมฝั่ง ได้เห็นวัดริมแม่น้ำ ได้ล่องเรือในพื้นที่ชายแดน และได้เข้าใจว่าการท่องเที่ยวในไทยไม่ได้มีเพียงทะเลหรือเมืองใหญ่ แต่ยังมีเมืองริมแม่น้ำที่มีภูมิประเทศและวัฒนธรรมเฉพาะตัวอย่างโขงเจียม
แม่น้ำสองสีจึงเป็นจุดหมายที่เหมาะกับทั้งนักท่องเที่ยวทั่วไป ครอบครัว นักถ่ายภาพ นักเดินทางเชิงวัฒนธรรม และผู้ที่ต้องการเข้าใจอุบลราชธานีในมิติของลำน้ำ จุดเด่นของสถานที่คือภาพสายน้ำโขงและมูลที่บรรจบกัน วลีโขงสีปูนมูลสีคราม จุดชมวิวหน้าวัดโขงเจียม บ้านเวินบึก บริการเรือนำเที่ยว ร้านอาหารริมโขง และเส้นทางเชื่อมต่อไปแก่งตะนะ ผาแต้ม และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของโขงเจียม ผู้มาเยือนที่ใช้เวลาอย่างตั้งใจจะพบว่าแม่น้ำสองสีไม่ได้มีความสวยเพียงชั่วขณะของสีสายน้ำ แต่ยังเป็นภาพรวมของภูมิศาสตร์ ศรัทธา ชุมชน และชีวิตริมแม่น้ำโขงที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว
| ชื่อสถานที่ | แม่น้ำสองสี / ดอนด่านปากแม่น้ำมูล |
| ที่ตั้ง | บ้านเวินบึก ตำบลโขงเจียม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี |
| ที่อยู่ | บริเวณจุดบรรจบแม่น้ำมูลและแม่น้ำโขง ใกล้หน้าวัดโขงเจียม บ้านเวินบึก ตำบลโขงเจียม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี 34220 |
| พิกัด / จุดนำทาง | จุดชมวิวแม่น้ำสองสี วัดโขงเจียม ตำบลโขงเจียม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี |
| ลักษณะเด่น | จุดที่แม่น้ำมูลไหลลงสู่แม่น้ำโขง เกิดความแตกต่างของสีน้ำจนเป็นที่มาของวลี “โขงสีปูน มูลสีคราม” สามารถชมได้จากหน้าวัดโขงเจียม หมู่บ้านห้วยหมาก และทางเรือบริเวณบ้านเวินบึก |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อแม่น้ำสองสีมาจากปรากฏการณ์สายน้ำ 2 สีของแม่น้ำโขงและแม่น้ำมูลที่ไหลมาบรรจบกัน ส่วนชื่อดอนด่านปากแม่น้ำมูลสื่อถึงพื้นที่ปากน้ำมูลก่อนออกสู่แม่น้ำโขง |
| ลักษณะทางธรรมชาติ | เป็นจุดบรรจบของแม่น้ำขนาดใหญ่ 2 สาย สีของน้ำเปลี่ยนตามตะกอน ระดับน้ำ แสง ฤดูกาล และแรงไหลของแม่น้ำ ทำให้ภาพของแม่น้ำสองสีแตกต่างกันในแต่ละช่วงปี |
| จุดชมวิวหลัก | ลาดริมตลิ่งหน้าวัดโขงเจียม บางส่วนของหมู่บ้านห้วยหมาก ท่าเรือโขงเจียม และเส้นทางเรือบริเวณบ้านเวินบึก |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองอุบลราชธานีเดินทางสู่อำเภอโขงเจียม ระยะทางประมาณ 84 กม. จากนั้นมุ่งหน้าไปยังวัดโขงเจียมหรือท่าเรือโขงเจียม สามารถชมวิวจากริมตลิ่งหรือใช้บริการเรือนำเที่ยวไปยังบริเวณดอนด่านปากแม่น้ำมูล |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชมเป็นจุดชมวิวธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวริมแม่น้ำของตำบลโขงเจียม |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | เปิดตลอดวัน |
| ค่าเข้าชม / ค่าบริการ | จุดชมวิวไม่มีค่าเข้าชม บริการเรือนำเที่ยวคิดค่าบริการตามเส้นทางและผู้ให้บริการหน้าท่าเรือ |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | จุดชมวิวริมตลิ่ง วัดโขงเจียม พื้นที่จอดรถตามสภาพพื้นที่ ท่าเรือโขงเจียม ร้านอาหารริมโขง ร้านค้าในตัวอำเภอ บริการเรือนำเที่ยว และที่พักในอำเภอโขงเจียม |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | โซนจุดชมวิวหน้าวัดโขงเจียม โซนลาดริมตลิ่งแม่น้ำโขง โซนปากแม่น้ำมูล โซนบ้านเวินบึก โซนหมู่บ้านห้วยหมาก โซนท่าเรือโขงเจียม โซนล่องเรือชมแม่น้ำสองสี โซนร้านอาหารและที่พักริมโขง |
| ผู้ดูแล | องค์การบริหารส่วนตำบลโขงเจียม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ร่วมกับชุมชนท้องถิ่นและผู้ประกอบการเรือนำเที่ยวในพื้นที่ |
| เบอร์ติดต่อหลัก | องค์การบริหารส่วนตำบลโขงเจียม โทร. 045-351-223 |
| ช่วงเวลาน่าเที่ยว | เดือนเมษายนเหมาะกับการชมความต่างของสีน้ำอย่างชัดเจน ส่วนช่วงเช้าและเย็นเหมาะกับการชมวิว ถ่ายภาพ และล่องเรือริมโขง |
| ข้อควรระวัง | ระวังพื้นที่ลาดริมตลิ่ง กระแสน้ำแรง สภาพลมและฝนขณะล่องเรือ ควรสวมเสื้อชูชีพเมื่อใช้บริการเรือ และไม่ควรลงเล่นน้ำบริเวณจุดบรรจบแม่น้ำ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดโขงเจียม / จุดชมวิวแม่น้ำสองสี 0 กม. โทร. 045-351-223 2. ท่าเรือโขงเจียม 1 กม. โทร. 045-351-223 3. วัดถ้ำคูหาสวรรค์ 2 กม. 4. บ้านเวินบึก 3 กม. โทร. 045-351-223 5. อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ 6 กม. โทร. 045-252-722 6. สะพานแขวนแก่งตะนะ 6 กม. โทร. 045-252-722 7. ถ้ำเหวสินธุ์ชัย 8 กม. 8. อุทยานแห่งชาติผาแต้ม 18 กม. โทร. 045-252-581 9. เขื่อนสิรินธร 24 กม. โทร. 045-366-081 ต่อ 3 10. วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว 29 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านอาหารแม่น้ำสองสี-โขงเจียม 1 กม. โทร. 083-720-7706 2. แม่น้ำสองสี ร้านอาหาร 1 กม. โทร. 064-152-9492 3. ครัวโขงเจียม 1 กม. โทร. 045-351-027, 062-829-3697 4. แพอารยา โขงเจียม 1 กม. โทร. 045-351-015 5. ลาบปลาโขงเจียม 1 กม. โทร. 045-351-283 6. CAFE DE KHONG 3 กม. โทร. 081-860-5905, 045-351-174 7. ร้านอาหารเบิ่งตะวัน 5 กม. โทร. 089-717-7627 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Khong Chiam Hotel 1 กม. โทร. 086-468-7431 2. View Khong Khong Chiam Hotel 1 กม. โทร. 065-242-3392 3. บ้านเคียงตะวัน โขงเจียม 2 กม. โทร. 099-039-4290 4. Tohsang Heritage Khongjiam 3 กม. โทร. 081-860-5905, 045-351-174-6 5. Khong Chiam Orchid Riverside Resort 4 กม. 6. ที่พักอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ 6 กม. โทร. 045-252-722 7. ที่พักและลานกางเต็นท์อุทยานแห่งชาติผาแต้ม 18 กม. โทร. 045-252-581 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: แม่น้ำสองสีตั้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: แม่น้ำสองสี หรือดอนด่านปากแม่น้ำมูล ตั้งอยู่ในเขตบ้านเวินบึก ตำบลโขงเจียม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี จุดชมวิวหลักอยู่บริเวณลาดริมตลิ่งหน้าวัดโขงเจียมและบางส่วนของหมู่บ้านห้วยหมาก
ถาม: แม่น้ำสองสีเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: จุดชมวิวแม่น้ำสองสีเปิดให้เข้าชมทุกวันและเป็นจุดชมวิวริมแม่น้ำที่เข้าถึงได้ตลอดวัน ช่วงเช้าและช่วงเย็นเป็นเวลาที่เหมาะกับการชมวิวและถ่ายภาพมากที่สุด
ถาม: แม่น้ำสองสีมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: จุดชมวิวไม่มีค่าเข้าชม ส่วนบริการเรือนำเที่ยวคิดค่าบริการตามเส้นทางและผู้ให้บริการหน้าท่าเรือ
ถาม: ทำไมจึงเรียกว่าโขงสีปูน มูลสีคราม?
ตอบ: เพราะแม่น้ำโขงมีสีขาวขุ่นหรือสีปูนจากตะกอนในลำน้ำใหญ่ ส่วนแม่น้ำมูลมีสีเขียวอมฟ้าหรือสีคราม เมื่อไหลมาบรรจบกันที่โขงเจียมจึงเกิดภาพสายน้ำ 2 สีในบริเวณเดียวกัน
ถาม: เดือนไหนเห็นแม่น้ำสองสีชัดที่สุด?
ตอบ: เดือนเมษายนเป็นช่วงที่เห็นความแตกต่างของสีน้ำได้ชัดเจนที่สุด เพราะระดับน้ำ แสง และสภาพตะกอนในแม่น้ำเอื้อต่อการมองเห็นแนวสีของแม่น้ำมูลและแม่น้ำโขง
ถาม: สามารถล่องเรือชมแม่น้ำสองสีได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถล่องเรือชมแม่น้ำสองสีได้จากบริเวณท่าเรือโขงเจียม โดยเส้นทางเรือสามารถชมจุดบรรจบของแม่น้ำมูลและแม่น้ำโขง บ้านเวินบึก ทัศนียภาพสองฝั่งแม่น้ำ และเส้นทางใกล้เคียงตามโปรแกรมของผู้ให้บริการ
ถาม: เดินทางไปแม่น้ำสองสีอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองอุบลราชธานีเดินทางสู่อำเภอโขงเจียม ระยะทางประมาณ 84 กม. แล้วมุ่งหน้าไปยังวัดโขงเจียมหรือท่าเรือโขงเจียม สามารถชมวิวจากริมตลิ่งหรือใช้บริการเรือนำเที่ยวได้
ถาม: แม่น้ำสองสีเที่ยวร่วมกับสถานที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับวัดโขงเจียม วัดถ้ำคูหาสวรรค์ บ้านเวินบึก อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ สะพานแขวนแก่งตะนะ ถ้ำเหวสินธุ์ชัย อุทยานแห่งชาติผาแต้ม เขื่อนสิรินธร และวัดสิรินธรวรารามภูพร้าวได้สะดวก
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●แม่น้ำลำคลอง
ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว




