หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี >อ.สิรินธร >ต.คำเขื่อนแก้ว > เขื่อนปากมูล
TL;DR: เขื่อนปากมูล อยู่ที่บ้านหัวเห่ว อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี บริเวณแม่น้ำมูลก่อนบรรจบแม่น้ำโขง เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น.
เขื่อนปากมูล

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น.
เขื่อนปากมูล จังหวัดอุบลราชธานี เป็นเขื่อนสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่สร้างกั้นลำน้ำมูลบริเวณบ้านหัวเห่ว อำเภอโขงเจียม ก่อนที่แม่น้ำมูลจะไหลไปบรรจบกับแม่น้ำโขงในระยะไม่ไกล จุดเด่นของเขื่อนแห่งนี้คือการเป็นทั้งแหล่งผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ แหล่งบริหารจัดการน้ำ พื้นที่เชื่อมโยงวิถีประมงพื้นบ้าน และจุดชมภูมิทัศน์ริมแม่น้ำที่มีความหมายต่อชุมชนอุบลราชธานีอย่างลึกซึ้ง เขื่อนปากมูลมีความสูง 17 เมตร สันเขื่อนยาว 300 เมตร และมีกำลังผลิตตามสัญญา 136 เมกะวัตต์ จึงเป็นสถานที่ที่ผสานเรื่องพลังงาน น้ำ เกษตรกรรม การเดินทาง และประวัติศาสตร์สังคมท้องถิ่นไว้ในพื้นที่เดียว
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการรู้จักอุบลราชธานีในมุมที่ลึกกว่าการชมวัดหรือการเดินทางไปผาแต้ม เขื่อนปากมูลเป็นจุดหมายที่ให้ภาพของจังหวัดในอีกระดับหนึ่ง เพราะพื้นที่นี้อยู่ตรงปลายลำน้ำมูลก่อนเข้าสู่แม่น้ำโขง ทำให้เห็นความสำคัญของสายน้ำต่อผู้คนในลุ่มน้ำอีสานตอนล่างอย่างชัดเจน ผู้มาเยือนสามารถชมสันเขื่อน ประตูระบายน้ำ ทัศนียภาพแม่น้ำมูล บริเวณท้ายเขื่อน เส้นทางเชื่อมอำเภอโขงเจียมกับอำเภอสิรินธร และพื้นที่ใกล้เคียงที่ต่อเนื่องไปยังจุดบรรจบของแม่น้ำมูลกับแม่น้ำโขงซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อแม่น้ำสองสี
เขื่อนปากมูลสร้างขึ้นเพื่อพัฒนาแหล่งน้ำ เพิ่มระดับน้ำในแม่น้ำมูลช่วงฤดูแล้ง สนับสนุนการใช้น้ำเพื่อการเกษตร และผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แม่น้ำมูลเป็นแม่น้ำสำคัญของอีสาน มีบทบาทต่อพื้นที่กว้างใหญ่ทั้งในด้านเกษตรกรรม ประมง การเดินทาง และวัฒนธรรม เมื่อมีการก่อสร้างเขื่อนขึ้นบริเวณบ้านหัวเห่ว อำเภอโขงเจียม พื้นที่แห่งนี้จึงกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ของการบริหารน้ำและพลังงาน ขณะเดียวกันก็เป็นจุดที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างสาธารณูปโภคขนาดใหญ่กับวิถีชีวิตของชุมชนริมแม่น้ำ
ในเชิงวิศวกรรม เขื่อนปากมูลมีลักษณะเป็นเขื่อนผันน้ำแบบน้ำไหลผ่าน มีประตูระบายน้ำ 8 บาน ทำหน้าที่ควบคุมระดับน้ำและระบายน้ำตามสถานการณ์ กฟผ.ระบุว่าโรงไฟฟ้าประกอบด้วยเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 4 เครื่อง เครื่องละ 34 เมกะวัตต์ รวมกำลังผลิตตามสัญญา 136 เมกะวัตต์ และสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าเฉลี่ยปีละประมาณ 280 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง เครื่องกำเนิดไฟฟ้าของเขื่อนปากมูลมีลักษณะเฉพาะ โดยเป็นระบบที่จัดวางเครื่องกำเนิดไฟฟ้าในแนวนอนบริเวณระดับน้ำ เหมาะกับเขื่อนที่มีความสูงไม่มากแต่ใช้ปริมาณน้ำไหลผ่านเพื่อผลิตพลังงาน
การก่อสร้างเขื่อนปากมูลเริ่มขึ้นในเดือนมิถุนายน 2533 และแล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายน 2537 เขื่อนจึงเป็นโครงสร้างที่อยู่คู่กับอุบลราชธานีมานานหลายทศวรรษ ตลอดช่วงเวลานั้น เขื่อนปากมูลทำหน้าที่ทั้งในด้านพลังงานและการจัดการน้ำ แต่ขณะเดียวกันก็เป็นพื้นที่ที่มีเรื่องราวทางสังคม สิ่งแวดล้อม และวิถีชุมชนเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง การเดินทางมาที่นี่จึงไม่ได้เป็นเพียงการชมเขื่อนในฐานะสิ่งก่อสร้าง แต่ยังเป็นการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ร่วมสมัยของลุ่มน้ำมูลและความเปลี่ยนแปลงของชุมชนริมแม่น้ำ
ลักษณะภูมิประเทศของเขื่อนปากมูลมีเสน่ห์เฉพาะตัว เพราะตั้งอยู่ใกล้บริเวณที่แม่น้ำมูลไหลไปบรรจบกับแม่น้ำโขง ระยะห่างจากจุดบรรจบประมาณ 6 กม. ทำให้พื้นที่นี้เกี่ยวข้องกับภาพจำสำคัญของอำเภอโขงเจียม คือแม่น้ำสองสีหรือบริเวณที่สายน้ำ 2 สายมาพบกัน ความแตกต่างของสีแม่น้ำมูลและแม่น้ำโขงในบางช่วงฤดูกาลทำให้โขงเจียมเป็นจุดชมวิวแม่น้ำที่มีชื่อเสียง เมื่อรวมเขื่อนปากมูลเข้าไปในเส้นทางเดียวกัน นักท่องเที่ยวจะเห็นระบบน้ำตั้งแต่บริเวณเขื่อน ท้ายเขื่อน ลำน้ำมูล และจุดบรรจบกับแม่น้ำโขงได้อย่างต่อเนื่อง
สันเขื่อนปากมูลยังมีประโยชน์ด้านการเดินทาง เพราะสามารถใช้เป็นเส้นทางลัดระหว่างอำเภอโขงเจียมกับอำเภอสิรินธรโดยไม่ต้องย้อนกลับไปทางอำเภอพิบูลมังสาหาร เส้นทางนี้ทำให้เขื่อนปากมูลเป็นมากกว่าจุดชมวิว แต่เป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายการเดินทางในพื้นที่ชายแดนตะวันออกของอุบลราชธานี ผู้ที่ขับรถเที่ยวเองสามารถจัดเส้นทางให้ผ่านเขื่อนปากมูล แล้วเดินทางต่อไปยังเขื่อนสิรินธร ช่องเม็ก ผาแต้ม แก่งตะนะ หรือกลับเข้าสู่ตัวเมืองอุบลราชธานีได้สะดวก
บริเวณท้ายเขื่อนเป็นพื้นที่ที่น่าสนใจสำหรับการชมทิวทัศน์ลำน้ำมูล บางช่วงมีบริการเรือล่องชมทัศนียภาพไปตามแม่น้ำมูลต่อเนื่องไปยังจุดบรรจบกับแม่น้ำโขง บรรยากาศริมแม่น้ำบริเวณนี้แตกต่างจากการชมวิวบนสันเขื่อน เพราะผู้มาเยือนจะเห็นระดับน้ำ กระแสน้ำ เกาะแก่ง และชีวิตริมฝั่งอย่างใกล้ชิด การล่องเรือในพื้นที่ควรติดต่อผู้ให้บริการในพื้นที่โดยตรงและเลือกช่วงเวลาที่สภาพน้ำเหมาะสม โดยเฉพาะช่วงที่ระดับน้ำและการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำมีผลต่อความแรงของกระแสน้ำ
เขื่อนปากมูลมีความเกี่ยวข้องกับระบบนิเวศและประมงพื้นบ้านอย่างเด่นชัด กฟผ.จัดทำทางปลาโจนเพื่อให้ปลาจากแม่น้ำโขงสามารถว่ายขึ้นไปวางไข่ในแม่น้ำมูลได้ และมีการจัดตั้งศูนย์ประมงเพื่อสนับสนุนการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำและการอนุรักษ์พันธุ์ปลาในพื้นที่ ความสัมพันธ์ระหว่างเขื่อนกับการประมงเป็นประเด็นสำคัญของลุ่มน้ำมูล เพราะแม่น้ำมูลและแม่น้ำโขงเป็นแหล่งปลาและแหล่งอาหารของชุมชนมายาวนาน การเที่ยวเขื่อนปากมูลจึงช่วยให้มองเห็นทั้งบทบาทด้านพลังงานและมิติของทรัพยากรน้ำที่ผูกกับชีวิตผู้คน
ในปี 2569 มีมติให้เปิดบานประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูลทั้ง 8 บานตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป โดยเป็นการบริหารจัดการน้ำตามสถานการณ์ระดับน้ำโขงและหลักเกณฑ์การเปิด-ปิดประตูระบายน้ำที่เกี่ยวข้อง การเปิดประตูระบายน้ำมีผลต่อระดับน้ำเหนือเขื่อนและท้ายเขื่อน รวมถึงกิจกรรมของชุมชนริมแม่น้ำ นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปชมเขื่อนในช่วงฤดูน้ำควรสังเกตป้ายแจ้งเตือนและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เพราะระดับน้ำและกระแสน้ำสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามการบริหารจัดการน้ำและสภาพฝนในลุ่มน้ำ
แม้เขื่อนปากมูลเป็นโครงสร้างทางพลังงานและชลประโยชน์ แต่ในด้านท่องเที่ยว ที่นี่เหมาะกับผู้ที่สนใจภูมิทัศน์แม่น้ำ จุดชมวิว เส้นทางขับรถ และการเรียนรู้เรื่องน้ำในภาคอีสาน นักท่องเที่ยวสามารถแวะชมเขื่อนระหว่างเดินทางไปอำเภอโขงเจียม ผาแต้ม หรือแก่งตะนะ ใช้เวลาเที่ยวไม่นานหากต้องการเพียงชมวิวและถ่ายภาพ แต่หากต้องการทำความเข้าใจพื้นที่มากขึ้น ควรใช้เวลาสังเกตสันเขื่อน ประตูระบายน้ำ ท้ายเขื่อน วิถีประมง และเส้นทางน้ำที่มุ่งหน้าไปแม่น้ำสองสี
บรรยากาศของเขื่อนปากมูลเหมาะกับการเดินทางช่วงเช้าและช่วงเย็น ช่วงเช้ามีแสงอ่อน อากาศไม่ร้อน และเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นพื้นที่เขื่อนในจังหวะสงบ ส่วนช่วงเย็นเหมาะกับการชมแสงตกกระทบผิวน้ำและแนวแม่น้ำมูล บริเวณเขื่อนเป็นพื้นที่เปิดโล่ง จึงควรเตรียมหมวก น้ำดื่ม และอุปกรณ์กันแดด โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเดินชมวิวหรือถ่ายภาพกลางแจ้งเป็นเวลานาน
เขื่อนปากมูลเป็นสถานที่ที่มีหลายมิติ หากมองอย่างผิวเผินอาจเห็นเพียงสันเขื่อนและประตูระบายน้ำ แต่เมื่อพิจารณาให้ลึกขึ้นจะเห็นระบบความสัมพันธ์ของสถานที่อย่างกว้างขวาง ทั้งแม่น้ำมูล แม่น้ำโขง อำเภอโขงเจียม อำเภอสิรินธร ชุมชนบ้านหัวเห่ว บ้านเรือนริมแม่น้ำ เส้นทางท่องเที่ยวชายแดน การผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ การบริหารจัดการน้ำช่วงแล้งและช่วงน้ำหลาก รวมถึงประเด็นการอนุรักษ์สัตว์น้ำและระบบนิเวศลำน้ำมูล
ผู้ที่ชอบถ่ายภาพสามารถเลือกมุมถ่ายได้หลายแบบ เช่น ภาพสันเขื่อนในแนวยาว ภาพประตูระบายน้ำ ภาพแม่น้ำมูลท้ายเขื่อน ภาพเรือพื้นบ้าน ภาพถนนบนสันเขื่อน และภาพภูมิทัศน์ที่เชื่อมต่อกับโขงเจียม หากเดินทางในวันที่ท้องฟ้าโปร่ง ภาพผืนน้ำและท้องฟ้าจะให้ความรู้สึกกว้างและสงบ ส่วนวันที่มีเมฆหรือฝน บรรยากาศจะให้ความรู้สึกหนักแน่นและสะท้อนพลังของแม่น้ำได้ชัดเจน
นักท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และสังคมจะพบว่าเขื่อนปากมูลเป็นพื้นที่ที่มีเรื่องราวมากกว่าสิ่งก่อสร้างทางวิศวกรรม เพราะเป็นหนึ่งในเขื่อนที่มีการพูดถึงอย่างต่อเนื่องในบริบทของการจัดการทรัพยากร น้ำ ปลา ชุมชน และนโยบายสาธารณะ ประเด็นเหล่านี้ทำให้เขื่อนปากมูลกลายเป็นสถานที่เรียนรู้ที่สำคัญสำหรับผู้ที่สนใจการพัฒนาในลุ่มน้ำอีสาน การใช้พลังงานสะอาด และผลกระทบที่โครงสร้างขนาดใหญ่มีต่อชีวิตคนท้องถิ่น
ในแง่การวางแผนท่องเที่ยว เขื่อนปากมูลสามารถจัดเป็นจุดแวะระหว่างเส้นทางอุบลราชธานี – โขงเจียม – ผาแต้ม ได้อย่างเหมาะสม หากเริ่มจากตัวเมืองอุบลราชธานี นักท่องเที่ยวสามารถขับรถไปยังอำเภอโขงเจียม แวะเขื่อนปากมูล ชมแม่น้ำสองสี ต่อด้วยวัดถ้ำคูหาสวรรค์หรืออุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ แล้วพักในอำเภอโขงเจียมหรือเดินทางต่อไปยังผาแต้มในวันถัดไป เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการเห็นทั้งภูมิทัศน์แม่น้ำ วัฒนธรรมริมโขง และธรรมชาติของผาหินอุบลราชธานี
จุดเที่ยวใกล้เขื่อนปากมูลมีหลายแห่งที่ช่วยทำให้ทริปสมบูรณ์ขึ้น แม่น้ำสองสีเป็นจุดสำคัญของโขงเจียมที่อยู่ใกล้ที่สุด อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะเหมาะสำหรับผู้ที่ชอบธรรมชาติริมแม่น้ำและโขดหิน วัดถ้ำคูหาสวรรค์เป็นวัดที่เชื่อมโยงกับวิวแม่น้ำและความศรัทธาท้องถิ่น ส่วนอุทยานแห่งชาติผาแต้มและเสาเฉลียงเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและโบราณคดีที่มีชื่อเสียงของอุบลราชธานี เมื่อนำสถานที่เหล่านี้มารวมกับเขื่อนปากมูล จะได้เส้นทางท่องเที่ยวเชิงลึกที่ครอบคลุมทั้งน้ำ ป่า หิน และชุมชน
ร้านอาหารในโขงเจียมส่วนใหญ่มีจุดเด่นเรื่องอาหารปลาแม่น้ำ อาหารอีสาน และบรรยากาศริมโขงหรือริมมูล เมนูที่พบได้บ่อย ได้แก่ ต้มยำปลาคัง ปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม ลาบปลา ปลานึ่งแจ่ว กุ้งแม่น้ำ และอาหารพื้นบ้านรสจัดจ้าน นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเขื่อนปากมูลสามารถแวะรับประทานอาหารในตัวอำเภอโขงเจียมก่อนหรือหลังเที่ยวเขื่อน เพราะระยะทางระหว่างเขื่อนกับร้านอาหารริมแม่น้ำไม่ไกล เหมาะกับการจัดเป็นทริปครึ่งวันหรือทริปเต็มวัน
ที่พักที่สะดวกสำหรับผู้มาเที่ยวเขื่อนปากมูลอยู่ในอำเภอโขงเจียมและพื้นที่ริมแม่น้ำโขง มีทั้งโรงแรมในตัวอำเภอ รีสอร์ตริมแม่น้ำ และที่พักบรรยากาศสงบสำหรับผู้ที่ต้องการพักใกล้ธรรมชาติ หากบสำหรับผู้ที่ต้องการพักใกล้ต้องการชมพระอาทิตย์ขึ้นหรือเดินทางต่อไปผาแต้มในตอนเช้า การพักในโขงเจียมจะสะดวกกว่าการย้อนกลับไปพักในตัวเมืองอุบลราชธานี เพราะช่วยประหยัดเวลาและทำให้สัมผัสบรรยากาศริมโขงได้มากขึ้น
บสำหรับผู้ที่ต้องการพักใกล้ต้องการชมพระอาทิตย์ขึ้นหรือเดินทางต่อไปผาแต้มในตอนเช้า การพักในโขงเจีย
การเดินทาง จากตัวเมืองอุบลราชธานีไปเขื่อนปากมูลใช้เส้นทางมุ่งหน้าไปอำเภอโขงเจียม ระยะทางประมาณ 75 กม. เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถจักรยานยนต์สำหรับผู้ที่คุ้นเคยเส้นทางต่างจังหวัด เมื่อถึงพื้นที่โขงเจียมสามารถใช้เขื่อนปากมูลเป็นจุดเชื่อมต่อไปยังอำเภอสิรินธรได้ โดยสันเขื่อนเป็นเส้นทางลัดที่ช่วยลดการย้อนเส้นทาง ผู้เดินทางควรตรวจสภาพรถ เติมน้ำมันให้พร้อม และวางแผนเวลาขับขี่ให้เหมาะสม โดยเฉพาะหากต้องการเดินทางต่อไปยังผาแต้ม ช่องเม็ก หรือเขื่อนสิรินธร
การเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะสามารถใช้บริการรถโดยสารหรือรถตู้จากตัวเมืองอุบลราชธานีไปอำเภอโขงเจียม แล้วต่อรถท้องถิ่นหรือเหมารถไปยังเขื่อนปากมูล วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัว แต่ควรวางแผนเวลาเดินทางล่วงหน้า เพราะรถท้องถิ่นอาจไม่ได้มีรอบถี่เท่าพื้นที่ในเมือง หากเดินทางเป็นกลุ่ม การเช่ารถพร้อมคนขับหรือเหมารถท้องถิ่นในโขงเจียมจะช่วยให้แวะเที่ยวหลายจุดได้สะดวกกว่า
ผู้มาเยือนควรปฏิบัติตามข้อควรระวังบริเวณเขื่อนอย่างเคร่งครัด ไม่เข้าใกล้พื้นที่หวงห้าม ไม่ปีนราวกันตก ไม่ลงเล่นน้ำในบริเวณที่มีกระแสน้ำแรง และไม่รบกวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ พื้นที่เขื่อนเป็นโครงสร้างสาธารณูปโภคที่ยังใช้งานจริง การเที่ยวชมจึงควรอยู่ในขอบเขตพื้นที่ปลอดภัยและให้ความสำคัญกับป้ายเตือนเป็นอันดับแรก
อีกสิ่งหนึ่งที่ควรคำนึงคือการเคารพชุมชนรอบเขื่อน ชาวบ้านในพื้นที่ใช้แม่น้ำมูลและแม่น้ำโขงเพื่อการดำรงชีวิต การจับปลา การค้าขาย และการเดินทาง ผู้มาเยือนควรรักษาความสะอาด ไม่ทิ้งขยะลงแม่น้ำหรือริมทาง ไม่ส่งเสียงดังรบกวนชุมชน และเลือกใช้บริการร้านอาหารหรือที่พักท้องถิ่นอย่างเหมาะสม การท่องเที่ยวเช่นนี้ช่วยให้รายได้กระจายสู่ชุมชนและทำให้การเดินทางมีคุณค่ามากกว่าการแวะชมวิวเพียงอย่างเดียว
สำหรับผู้ที่สนใจธรรมชาติ เขื่อนปากมูลเป็นจุดที่ช่วยเปิดมุมมองต่อแม่น้ำมูลในช่วงปลายทาง ก่อนสายน้ำจะไหลเข้าสู่แม่น้ำโขง แม่น้ำมูลในบริเวณนี้มีบรรยากาศกว้างและสงบกว่าหลายช่วงของลำน้ำ เมื่อมองจากท้ายเขื่อนหรือบริเวณริมฝั่งจะเห็นว่าพื้นที่น้ำไม่ได้เป็นเพียงทรัพยากร แต่เป็นภูมิทัศน์ที่สร้างความทรงจำให้ผู้คน ทั้งคนท้องถิ่นที่ผูกพันกับสายน้ำและนักเดินทางที่มาเยือนเพียงช่วงสั้น ๆ
เขื่อนปากมูลยังเหมาะกับการเป็นจุดเรียนรู้เรื่องพลังงานหมุนเวียนและการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำสำหรับนักเรียน นักศึกษา หรือผู้สนใจด้านวิศวกรรมพลังงาน เพราะเป็นตัวอย่างของเขื่อนที่ใช้ระดับน้ำไม่สูงมาก แต่ใช้การไหลของน้ำในการขับเคลื่อนเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ข้อมูลของเขื่อนช่วยให้เข้าใจว่าพลังงานน้ำไม่ได้มีรูปแบบเดียว และการออกแบบโรงไฟฟ้าต้องสัมพันธ์กับสภาพภูมิประเทศ ปริมาณน้ำ และเป้าหมายการใช้งานจริงของพื้นที่
ด้านหนึ่ง เขื่อนปากมูลเป็นสัญลักษณ์ของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภาคอีสาน แต่อีกด้านหนึ่งก็เป็นพื้นที่ที่เตือนให้เห็นว่าการจัดการน้ำต้องคำนึงถึงผู้คน ระบบนิเวศ และการใช้ประโยชน์หลายด้านพร้อมกัน บทเรียนของเขื่อนปากมูลจึงมีคุณค่าต่อผู้ที่สนใจเรื่องการท่องเที่ยวเชิงความรู้ เพราะช่วยให้มองสถานที่ท่องเที่ยวในฐานะพื้นที่มีชีวิต มีข้อเท็จจริง มีประวัติศาสตร์ และมีผลต่อชุมชนจริง
เมื่อยืนอยู่บริเวณเขื่อนปากมูล นักท่องเที่ยวจะเห็นภาพซ้อนกันหลายชั้น ชั้นแรกคือโครงสร้างเขื่อนและโรงไฟฟ้า ชั้นที่สองคือแม่น้ำมูลที่ไหลผ่านพื้นที่ ชั้นที่สามคือชุมชนริมฝั่งที่ยังพึ่งพาแม่น้ำ และชั้นที่สี่คือภูมิทัศน์โขงเจียมที่เชื่อมสู่แม่น้ำโขงและพรมแดนธรรมชาติของไทยกับลาว ภาพรวมนี้ทำให้เขื่อนปากมูลเป็นสถานที่ที่มีคุณค่าทั้งในเชิงการเดินทางและการเรียนรู้
สำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการเข้าใจอุบลราชธานีในมุมลึก เขื่อนปากมูลเป็นสถานที่ที่ช่วยอธิบายความสำคัญของสายน้ำในภาคอีสานได้ดี เพราะแม่น้ำไม่ใช่เพียงฉากหลังของภูมิทัศน์ แต่เป็นแกนของอาหาร อาชีพ การเดินทาง ความเชื่อ การบริหารจัดการทรัพยากร และการพัฒนา การแวะเที่ยวเขื่อนแห่งนี้จึงทำให้การเดินทางในโขงเจียมมีบริบทมากขึ้น และทำให้การไปชมแม่น้ำสองสี ผาแต้ม หรือแก่งตะนะมีความหมายเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเที่ยวเขื่อนปากมูลขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของผู้เดินทาง หากต้องการชมวิวและถ่ายภาพทั่วไป ช่วงเช้าและเย็นคือเวลาที่เหมาะที่สุด หากต้องการเห็นบรรยากาศน้ำมากและความเคลื่อนไหวของลำน้ำ ช่วงฤดูฝนและช่วงที่มีการเปิดประตูระบายน้ำจะให้ภาพที่แตกต่างจากฤดูแล้ง ส่วนผู้ที่ต้องการเดินทางต่อไปยังสถานที่อื่นควรวางแผนให้ถึงเขื่อนในช่วงกลางวันหรือบ่ายต้น เพื่อให้มีเวลาเดินทางต่ออย่างปลอดภัย
เขื่อนปากมูลจึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะกับการเดินทางเชิงลึกในอุบลราชธานี เพราะมีทั้งข้อมูลวิศวกรรม ประวัติศาสตร์สมัยใหม่ ภูมิทัศน์แม่น้ำ วิถีชุมชน และเส้นทางเชื่อมต่อสถานที่สำคัญของโขงเจียม หากมองเพียงว่าเป็นเขื่อน อาจใช้เวลาแวะไม่นาน แต่หากมองว่าเป็นพื้นที่ที่เล่าเรื่องแม่น้ำมูลก่อนเข้าสู่แม่น้ำโขง ที่นี่จะกลายเป็นจุดหมายที่ช่วยให้เข้าใจอุบลราชธานีได้ชัดขึ้น
การเที่ยวเขื่อนปากมูลควรจบด้วยการต่อเส้นทางไปยังแม่น้ำสองสีหรือจุดชมวิวในอำเภอโขงเจียม เพราะจะทำให้เห็นปลายทางของแม่น้ำมูลหลังผ่านพื้นที่เขื่อน ภาพแม่น้ำมูลไหลออกสู่แม่น้ำโขงคือภาพที่ช่วยเติมความเข้าใจให้กับสถานที่แห่งนี้อย่างสมบูรณ์ จากเขื่อนที่ควบคุมน้ำและผลิตไฟฟ้า ไปสู่จุดบรรจบของสายน้ำที่หล่อเลี้ยงชุมชนและสร้างภูมิทัศน์สำคัญของจังหวัดอุบลราชธานี
ด้วยบทบาทที่หลากหลาย เขื่อนปากมูลจึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการท่องเที่ยวแบบมีเนื้อหา ไม่ว่าจะเป็นคนไทยที่อยากรู้จักบ้านเมืองตัวเองในเชิงลึก นักท่องเที่ยวต่างชาติที่สนใจภูมิทัศน์แม่น้ำและชีวิตชนบทอีสาน นักเรียนที่ต้องการเรียนรู้เรื่องพลังงานน้ำ หรือผู้ที่วางแผนเที่ยวโขงเจียมแบบครบมิติ สถานที่แห่งนี้ให้คำตอบได้มากกว่าการเป็นจุดถ่ายภาพ เพราะเป็นพื้นที่ที่รวมความรู้ ประสบการณ์ และภาพจริงของลุ่มน้ำมูลไว้ในแห่งเดียว
| ชื่อสถานที่ | เขื่อนปากมูล |
| ที่ตั้ง | บ้านหัวเห่ว อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี บริเวณแม่น้ำมูลก่อนบรรจบแม่น้ำโขง |
| ที่อยู่ | เขื่อนปากมูล ตำบลคำเขื่อนแก้ว อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี 34350 และพื้นที่ต่อเนื่องบ้านหัวเห่ว อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี |
| ไฮไลต์ | เขื่อนกั้นแม่น้ำมูลใกล้จุดบรรจบแม่น้ำโขง มีสันเขื่อนยาว 300 เมตร สูง 17 เมตร เป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ จุดชมวิวแม่น้ำ และเส้นทางเชื่อมโขงเจียมกับสิรินธร |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เริ่มก่อสร้างเดือนมิถุนายน 2533 แล้วเสร็จเดือนพฤศจิกายน 2537 สร้างขึ้นเพื่อพัฒนาแหล่งน้ำ เพิ่มระดับน้ำในแม่น้ำมูลช่วงฤดูแล้ง สนับสนุนการเกษตร และผลิตกระแสไฟฟ้า |
| ลักษณะเด่น | เขื่อนผันน้ำแบบน้ำไหลผ่าน มีประตูระบายน้ำ 8 บาน เครื่องกำเนิดไฟฟ้า 4 เครื่อง กำลังผลิตตามสัญญา 136 เมกะวัตต์ ผลิตไฟฟ้าเฉลี่ยประมาณ 280 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อปี |
| ความสำคัญ | เป็นเขื่อนสำคัญของลุ่มน้ำมูล มีบทบาทด้านการผลิตไฟฟ้า การบริหารจัดการน้ำ การเกษตร การประมง การเดินทาง และการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ในอำเภอโขงเจียม |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองอุบลราชธานีเดินทางไปทางอำเภอโขงเจียม ระยะทางประมาณ 75 กม. เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถจักรยานยนต์ และสามารถใช้สันเขื่อนเป็นเส้นทางลัดไปอำเภอสิรินธรได้ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นพื้นที่เขื่อนและแหล่งท่องเที่ยวริมแม่น้ำ โดยมีมติเปิดบานประตูระบายน้ำทั้ง 8 บานตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ตามการบริหารจัดการน้ำของจังหวัดอุบลราชธานีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.30 – 16.30 น. |
| ค่าเข้า | ไม่เสียค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ถนนบนสันเขื่อน จุดชมวิวริมเขื่อน เส้นทางเชื่อมโขงเจียม-สิรินธร พื้นที่ท้ายเขื่อน และพื้นที่เชื่อมต่อบริการเรือท้องถิ่นในบางช่วง |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | สันเขื่อน ประตูระบายน้ำ 8 บาน โรงไฟฟ้าพลังน้ำ พื้นที่ท้ายเขื่อน ทางปลาโจน พื้นที่ริมแม่น้ำมูล และเส้นทางต่อไปยังแม่น้ำสองสี |
| ผู้ดูแล | การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เขื่อนปากมูล และกองโรงไฟฟ้าเขื่อนสิรินธร |
| เบอร์ติดต่อหลัก | กฟผ. เขื่อนปากมูล โทร. 0 4536 6079 โทร. 0 4344 6148-9, 0 4536 6081-3 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | เว็บไซต์การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. แม่น้ำสองสี / จุดบรรจบแม่น้ำมูลกับแม่น้ำโขง 6 กม. 2. อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ 3 กม. 3. วัดถ้ำคูหาสวรรค์ 8 กม. 4. ตัวอำเภอโขงเจียมและถนนริมโขง 8 กม. 5. อุทยานแห่งชาติผาแต้ม 20 กม. 6. เสาเฉลียง 22 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. แพอารยาโขงเจียม 7 กม. โทร. 045-351-015 2. ครัวโขงเจียม 8 กม. โทร. 045-351-027, 062-829-3697 3. ร้านลาบปลาโขงเจียม 9 กม. โทร. 0-4535-1283 4. แพเลอมูล 6 กม. โทร. 098-242-4464 5. ร้านอาหารเฮือนรับลม โขงเจียม 8 กม. โทร. 084-595-5502 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Khong Chiam Hotel 8 กม. โทร. 086-468-7431 2. โรงแรมวิวโขง โขงเจียม 8 กม. โทร. 065-242-3392 3. ทอแสง เฮอริเทจ โขงเจียม 11 กม. โทร. 045-351-174-6 4. เศรษฐปุระ บาย ทอแสง 11 กม. โทร. 094-310-6202 5. โขงเจียม ออร์คิด ริเวอร์ไซด์ รีสอร์ท 12 กม. โทร. 098-916-8771 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: เขื่อนปากมูลตั้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: เขื่อนปากมูลตั้งอยู่บริเวณบ้านหัวเห่ว อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ใกล้จุดที่แม่น้ำมูลไหลไปบรรจบกับแม่น้ำโขง
ถาม: เขื่อนปากมูลเปิดให้เข้าชมวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น.
ถาม: เขื่อนปากมูลเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม
ถาม: เขื่อนปากมูลมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: เขื่อนปากมูลมีความสำคัญด้านการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ การบริหารจัดการน้ำ การเกษตร การประมง การเดินทาง และการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ในลุ่มน้ำมูล
ถาม: เขื่อนปากมูลมีกำลังผลิตไฟฟ้าเท่าไร?
ตอบ: เขื่อนปากมูลมีกำลังผลิตตามสัญญา 136 เมกะวัตต์ จากเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 4 เครื่อง และผลิตไฟฟ้าเฉลี่ยประมาณ 280 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อปี
ถาม: ควรเที่ยวเขื่อนปากมูลช่วงเวลาใดดีที่สุด?
ตอบ: ช่วงเช้าและช่วงเย็นเหมาะที่สุดสำหรับการชมวิวและถ่ายภาพ เพราะอากาศไม่ร้อน แสงสวย และมองเห็นบรรยากาศริมแม่น้ำได้ชัดเจน
ถาม: เขื่อนปากมูลเที่ยวร่วมกับสถานที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับแม่น้ำสองสี อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ วัดถ้ำคูหาสวรรค์ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม และเสาเฉลียงได้อย่างสะดวก
ถาม: เดินทางจากตัวเมืองอุบลราชธานีไปเขื่อนปากมูลอย่างไร?
ตอบ: เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถจักรยานยนต์ไปทางอำเภอโขงเจียม ระยะทางประมาณ 75 กม. และสามารถใช้สันเขื่อนเป็นเส้นทางต่อไปอำเภอสิรินธรได้
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ
ปรับปรุงล่าสุด : 3 เดือนที่แล้ว




