หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี >อ.พิบูลมังสาหาร >ต.พิบูล > วัดภูเขาแก้ว
TL;DR: วัดภูเขาแก้ว อยู่ที่ตำบลพิบูล อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี เปิดทุกวัน เวลา 09.00 – 16.00 น. จุดเด่นคือ เป็นวัดป่ากรรมฐานที่มีอุโบสถกระเบื้องเคลือบสีอิฐทั้งหลัง ตั้งอยู่บนเนินเขา มีงานปูนปั้น ลายก้านขด คันทวยนาค และภาพนูนสูงภายในอุโบสถ.

อุบลราชธานี

วัดภูเขาแก้ว

วัดภูเขาแก้ว

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 09.00 – 16.00 น.
 
วัดภูเขาแก้ว อุบลราชธานี เป็นวัดสำคัญของอำเภอพิบูลมังสาหาร ตั้งอยู่บนเนินเขาในตำบลพิบูล จังหวัดอุบลราชธานี ห่างจากตัวจังหวัดอุบลราชธานีประมาณ 44 กม. และอยู่ก่อนถึงตัวอำเภอพิบูลมังสาหารประมาณ 1 กม. ตามทางหลวงหมายเลข 217 วัดแห่งนี้เป็นจุดหมายของผู้ที่ต้องการเที่ยววัดอุบลราชธานีเชิงลึก เพราะมีทั้งประวัติความเป็นมาที่เกี่ยวข้องกับพระกรรมฐานสายหลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล พระอาจารย์ดี ฉนฺโน และสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ติสฺโส อ้วน) รวมถึงมีพระอุโบสถกระเบื้องเคลือบที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นมากที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี ภายในพระอุโบสถยังประดับภาพนูนสูงเล่าเรื่องพระธาตุสำคัญของประเทศไทย ทำให้วัดภูเขาแก้วเป็นทั้งวัดป่าสายปฏิบัติ แหล่งสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นอีสาน และแหล่งเรียนรู้ศิลปะพุทธศาสนาที่เหมาะกับทั้งชาวไทย ชาวต่างชาติ และผู้สนใจเส้นทางท่องเที่ยวเชิงศรัทธาอย่างจริงจัง
 
วัดภูเขาแก้วมีภาพจำที่ชัดเจนจากพระอุโบสถสีอิฐเคลือบทั้งหลัง ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาและมองเห็นได้เด่นตั้งแต่บริเวณทางเข้า ความงามของอุโบสถไม่ใช่เพียงความสวยงามภายนอก แต่เป็นการผสานภูมิปัญญาช่างท้องถิ่น ความศรัทธาของชุมชน และแนวคิดทางพระพุทธศาสนาเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ หลังคาเป็นโครงสร้างไทยแบบไม่มีมุข ลดหลั่นกัน 4 ชั้นทั้งด้านหน้าและด้านหลัง มุงด้วยกระเบื้องเคลือบดินเผา ประดับด้วยช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ และคันทวยรูปนาคโดยรอบ บริเวณกลางหลังคาตกแต่งเป็นยอดปราสาททอง ทำให้อาคารมีมิติทั้งด้านความสง่างามและสัญลักษณ์ทางศาสนา
 
ความโดดเด่นของวัดภูเขาแก้วอยู่ที่การเป็นวัดซึ่งเล่าเรื่องผ่านพื้นที่จริง ตั้งแต่เนินเขา เส้นทางขึ้นวัด ประตูทางเข้า อุโบสถ ศาลาการเปรียญ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน ไปจนถึงร่องรอยประวัติการสร้างวัดป่ากรรมฐานในอำเภอพิบูลมังสาหาร ผู้เดินทางมาที่นี่จึงไม่ได้เพียงมาไหว้พระหรือชมอาคารสวยงามเท่านั้น แต่ยังได้เห็นว่าศาสนสถานหนึ่งแห่งสามารถสะท้อนทั้งประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วิถีศรัทธา การปฏิบัติธรรม และศิลปกรรมพื้นบ้านได้อย่างครบถ้วน วัดแห่งนี้จึงเหมาะกับผู้ที่ชอบวัดที่มีเรื่องราว ไม่ใช่เพียงจุดถ่ายภาพหรือแวะพักระหว่างทาง
 
ประวัติของวัดภูเขาแก้วเริ่มชัดเจนใน พ.ศ. 2480 เมื่อสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ติสฺโส อ้วน) ได้ให้พระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล หรือหลวงปู่เสาร์ มาพิจารณาหาหนทางสร้างวัดป่ากรรมฐานขึ้นในอำเภอพิบูลมังสาหาร ด้วยความตั้งใจให้พื้นที่นี้เป็นศูนย์รวมการบำเพ็ญบุญและอบรมภาวนาจิตของชาวบ้าน ต่อมาพระอาจารย์เสงี่ยมและพระอาจารย์ดี ฉนฺโน ได้มาตั้งสำนักปฏิบัติธรรมในพื้นที่เนินป่าภูดิน ซึ่งชาวบ้านเรียกว่าวัดป่า วัดป่าภูเขาแก้ว และพัฒนามาเป็นวัดภูเขาแก้วในปัจจุบัน
 
ความเป็นวัดป่าของวัดภูเขาแก้วมีรากฐานจากการปฏิบัติกรรมฐาน ไม่ใช่เพียงการสร้างอาคารถาวรให้เป็นศูนย์กลางชุมชน ในอดีตพื้นที่นี้เป็นเนินสูงและมีสภาพเป็นป่าช้าภูดินก่อนเข้าสู่ตัวอำเภอพิบูลมังสาหาร ความสงัดของพื้นที่ทำให้เหมาะแก่การฝึกจิตและการอบรมธรรม เมื่อคณะครูบาอาจารย์ฝ่ายกรรมฐานเข้ามาใช้พื้นที่และชาวบ้านร่วมแรงร่วมใจกันสนับสนุน วัดจึงค่อย ๆ เติบโตจากสำนักปฏิบัติธรรมเป็นศาสนสถานที่มีความสำคัญต่อชุมชนพิบูลมังสาหารอย่างต่อเนื่อง
 
พระอาจารย์ดี ฉนฺโน เป็นบุคคลสำคัญที่ผูกพันกับวัดภูเขาแก้วอย่างลึกซึ้ง ท่านเป็นศิษย์ในสายพระกรรมฐานและมีบทบาทในการวางรากฐานวัดป่าภูเขาแก้วตั้งแต่ระยะแรก ลำดับการบริหารวัดที่ปรากฏในประวัติวัดระบุพระอาจารย์ดี ฉนฺโน เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก ต่อมาคือหลวงพ่อเพชร และพระครูวิบูลธรรมภาณ หรือหลวงพ่อโชติ อาภคฺโค เป็นเจ้าอาวาสรูปสำคัญอีกองค์หนึ่งในประวัติของวัด เส้นทางการสืบต่อครูบาอาจารย์เหล่านี้ทำให้วัดภูเขาแก้วยังคงถูกจดจำในฐานะวัดที่เกี่ยวข้องกับพระกรรมฐานสายอีสาน ไม่ใช่วัดสถาปัตยกรรมเพียงอย่างเดียว
 
เดิมภายในวัดมีศาลาการเปรียญไม้ตะเคียน 2 ชั้นที่พระอาจารย์ดี ฉนฺโน สร้างไว้ ต่อมาอาคารหลังดังกล่าวถูกเพลิงไหม้เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2516 พระครูพิบูลธรรมภาณ (โชติ อาภคฺโค) จึงออกแบบพระอุโบสถหลังใหม่ขึ้นแทน โดยสร้างเป็นอุโบสถ 2 ชั้น ชั้นล่างใช้เป็นศาลาการเปรียญและพื้นที่นั่งกรรมฐาน ส่วนชั้นบนเป็นพระอุโบสถ ตัวอาคารตั้งอยู่ในรูปเรือที่เรียกว่า “พุทธนาวา” หรือเรือแห่งพระพุทธศาสนา แนวคิดนี้ทำให้พระอุโบสถของวัดภูเขาแก้วมีความหมายมากกว่าศาสนาคารทั่วไป เพราะอาคารทั้งหลังสื่อถึงเรือธรรมที่นำพาผู้คนข้ามจากความทุกข์ไปสู่ความสงบ
 
รูปแบบพระอุโบสถกระเบื้องเคลือบของวัดภูเขาแก้วเป็นตัวอย่างชัดเจนของการออกแบบที่รวมศิลปะไทย ศิลปะพื้นบ้านอีสาน และแนวคิดเชิงสัญลักษณ์ทางพุทธศาสนาไว้ในอาคารเดียว หลังคาทรงไทยที่ลดหลั่น 4 ชั้นทำให้อาคารดูสง่างามจากทุกมุมมอง ส่วนคันทวยรูปนาคที่รองรับชายคาโดยรอบเชื่อมโยงกับความเชื่อเรื่องนาคในลุ่มน้ำโขงและวัฒนธรรมอีสาน ลวดลายปูนปั้นหน้าบันเป็นลายก้านขดอ่อนช้อย กลมกลืนกับบัวเสาที่ได้รับอิทธิพลศิลปะอินเดีย เมื่อมองรวมทั้งหลัง อาคารจึงมีทั้งความหนักแน่นของศาสนสถานและความละเอียดอ่อนของงานช่าง
 
กระเบื้องเคลือบดินเผาที่หุ้มอาคารทั้งหลังทำให้พระอุโบสถมีผิวสัมผัสและสีสันที่แตกต่างจากวัดทั่วไปในจังหวัดอุบลราชธานี เฉดสีของกระเบื้องให้ความรู้สึกอบอุ่น เรียบง่าย และกลมกลืนกับบรรยากาศเนินเขา กระเบื้องเหล่านี้ทำหน้าที่ทั้งในเชิงประโยชน์ใช้สอยและเชิงศิลปกรรม เพราะช่วยปกป้องอาคารจากสภาพอากาศ ขณะเดียวกันก็สร้างลักษณะเฉพาะให้ผู้มาเยือนจดจำได้ทันทีว่าอุโบสถหลังนี้คือสัญลักษณ์ของวัดภูเขาแก้ว
 
ภายในพระอุโบสถมีภาพนูนสูงอยู่เหนือบานประตูและหน้าต่าง เล่าเรื่องราวและจำลองภาพเกี่ยวกับพระธาตุสำคัญของประเทศไทย พร้อมประวัติโดยสังเขปของพระธาตุแต่ละองค์ งานตกแต่งลักษณะนี้ทำให้อุโบสถเป็นมากกว่าพื้นที่ประกอบสังฆกรรม เพราะทำหน้าที่คล้ายห้องเรียนทางพระพุทธศาสนาและประวัติศาสตร์ศิลปกรรม ผู้ที่เดินชมภายในสามารถเรียนรู้เรื่องพระธาตุสำคัญจากหลายภูมิภาคของประเทศในพื้นที่เดียว โดยไม่ต้องอ่านตำราอย่างเป็นทางการ
 
ภาพนูนสูงภายในพระอุโบสถช่วยให้วัดภูเขาแก้วมีคุณค่าทั้งต่อผู้ศรัทธาและผู้สนใจศิลปะ สำหรับผู้ศรัทธา ภาพเหล่านี้ช่วยกระตุ้นการระลึกถึงพระพุทธศาสนา พระบรมสารีริกธาตุ และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำคัญของไทย สำหรับผู้สนใจงานช่าง ภาพนูนสูงแสดงให้เห็นความสามารถของช่างท้องถิ่นในการเล่าเรื่องผ่านรูปทรง ลายเส้น และการจัดองค์ประกอบบนผนังอาคาร วัดแห่งนี้จึงเหมาะกับการเดินชมอย่างละเอียด ไม่ใช่เพียงการมองผ่านจากด้านนอก
 
ชั้นล่างของพระอุโบสถใช้เป็นศาลาการเปรียญและพื้นที่นั่งกรรมฐาน สะท้อนแนวคิดที่เชื่อมโยงการเรียนธรรม การฟังธรรม และการปฏิบัติธรรมไว้ภายในอาคารเดียว พื้นที่ชั้นล่างยังช่วยให้เข้าใจจุดกำเนิดของวัดในฐานะวัดป่ากรรมฐาน เพราะวัดภูเขาแก้วไม่ได้วางตัวเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อชมสถาปัตยกรรมเพียงด้านเดียว แต่มีรากทางธรรมที่เกี่ยวข้องกับการฝึกจิตและการอบรมภาวนาอย่างชัดเจน
 
ภายในวัดยังมีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดภูเขาแก้ว ซึ่งเป็นพื้นที่จัดแสดงวัตถุท้องถิ่นและของสะสมเก่าแก่ เช่น ข้าวของเครื่องใช้ วัตถุโบราณ ไห เครื่องเคลือบ และเครื่องทองเหลือง พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เติมมิติด้านวิถีชีวิตชุมชนให้กับการเยี่ยมชมวัด เพราะทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการเก็บรักษาสิ่งของเก่า การส่งต่อความทรงจำของท้องถิ่น และการใช้วัดเป็นพื้นที่เรียนรู้ทางวัฒนธรรมสำหรับคนรุ่นหลัง
 
พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดภูเขาแก้วเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 09.00 – 16.00 น. และไม่เก็บค่าเข้าชม จึงเป็นจุดที่ควรจัดเวลาให้ตรงกับการเดินทาง ผู้ที่ต้องการชมทั้งพระอุโบสถและพิพิธภัณฑ์สามารถวางแผนใช้เวลาอย่างน้อย 1 – 2 ชั่วโมง เพื่อเดินชมภายนอกอุโบสถ ชมรายละเอียดภายใน และต่อด้วยการเรียนรู้วัตถุจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์โดยไม่เร่งรีบ
 
ที่ตั้งของวัดบนเนินเขาช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้การมาเยือน เพราะผู้มาเยือนได้สัมผัสทั้งความสูงของพื้นที่ ทางเดินขึ้นวัด และมุมมองที่เปิดกว้างกว่าพื้นที่ราบทั่วไป เส้นทางขึ้นสู่พระอุโบสถช่วยสร้างจังหวะของการเดินทางจากโลกภายนอกเข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ เมื่อผ่านประตูและบันไดขึ้นไปยังตัววัด ความรู้สึกของการค่อย ๆ เข้าสู่พื้นที่สงบจะปรากฏชัดเจนขึ้น การตั้งอยู่บนเนินเขายังทำให้ชื่อ “ภูเขาแก้ว” สอดคล้องกับภูมิประเทศจริงของวัด
 
สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ วัดภูเขาแก้วเป็นตัวอย่างที่ดีของวัดไทยในภาคอีสานที่แตกต่างจากวัดยอดนิยมในกรุงเทพฯ หรือเชียงใหม่อย่างชัดเจน วัดแห่งนี้ไม่ได้เน้นทองคำหรือความใหญ่โต แต่เน้นงานกระเบื้องเคลือบ งานปูนปั้น รูปทรงพุทธนาวา และเรื่องราวของพระธาตุไทยภายในอุโบสถ นอกจากนี้ยังมีประวัติที่เกี่ยวข้องกับสายพระกรรมฐาน ทำให้ผู้มาเยือนได้เข้าใจว่าพระพุทธศาสนาไทยมีทั้งมิติศิลปกรรม มิติชุมชน และมิติการปฏิบัติภาวนาอยู่ร่วมกัน
 
การมาเยือนวัดภูเขาแก้วเหมาะกับผู้ที่กำลังจัดเส้นทางเที่ยวอำเภอพิบูลมังสาหาร เพราะวัดตั้งอยู่ใกล้ตัวอำเภอและเชื่อมต่อกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง เช่น แก่งสะพือ วัดดอนธาตุ แก่งไฮ ภูกระแต วัดป่าปากโดม และเส้นทางต่อไปยังอำเภอสิรินธรหรือโขงเจียม หากเดินทางจากตัวเมืองอุบลราชธานี สามารถใช้วัดภูเขาแก้วเป็นจุดแวะไหว้พระและชมศิลปกรรมก่อนเข้าสู่ตัวอำเภอพิบูลมังสาหารได้อย่างลงตัว
 
แก่งสะพือเป็นจุดท่องเที่ยวใกล้วัดที่ควรอยู่ในเส้นทางเดียวกัน เพราะอยู่ในอำเภอพิบูลมังสาหารและเป็นแหล่งพักผ่อนริมแม่น้ำมูลที่รู้จักกันมายาวนาน ช่วงหน้าแล้งน้ำลดจะเห็นแก่งหินชัดเจน ส่วนช่วงอื่นของปีเหมาะกับการเดินเล่นริมแม่น้ำและรับประทานอาหารท้องถิ่น วัดภูเขาแก้วกับแก่งสะพือจึงเป็นคู่เส้นทางที่ทำให้ทริปพิบูลมังสาหารมีทั้งมิติศรัทธา ศิลปกรรม และธรรมชาติริมแม่น้ำมูล
 
วัดดอนธาตุเป็นอีกสถานที่ใกล้เคียงที่เชื่อมโยงกับพระกรรมฐานสายหลวงปู่เสาร์โดยตรง วัดดอนธาตุตั้งอยู่บนเกาะกลางลำน้ำมูลและเป็นสถานที่ที่หลวงปู่เสาร์เคยจำพรรษา เมื่อเที่ยววัดภูเขาแก้วแล้วต่อด้วยวัดดอนธาตุ นักท่องเที่ยวจะได้เห็นภาพต่อเนื่องของประวัติพระกรรมฐานในอำเภอพิบูลมังสาหาร ตั้งแต่พื้นที่วัดป่าบนเนินเขาไปจนถึงวัดป่าบนเกาะกลางแม่น้ำมูล เส้นทางนี้จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยววัดแบบมีแกนเรื่อง ไม่ใช่เพียงแวะหลายแห่งแบบแยกส่วน
 
บรรยากาศโดยรวมของวัดภูเขาแก้วสงบกว่าที่คาดจากความโดดเด่นของอุโบสถ ภายในพื้นที่วัดมีความร่มรื่นและมีจังหวะของวัดท้องถิ่นที่ไม่พลุกพล่านมาก การเดินชมอาคารควรให้เวลากับรายละเอียดของลายปูนปั้น ช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ คันทวยนาค และการจัดวางภาพนูนสูงภายในอุโบสถ เพราะรายละเอียดเหล่านี้เป็นหัวใจของสถานที่ หากเดินชมอย่างตั้งใจจะเห็นว่างานช่างของวัดภูเขาแก้วมีทั้งความประณีตและเอกลักษณ์เฉพาะตัว
 
ผู้ที่สนใจถ่ายภาพจะพบว่าวัดภูเขาแก้วมีมุมถ่ายภาพที่หลากหลาย ตั้งแต่ประตูทางเข้า บันไดขึ้นวัด พระอุโบสถทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และรายละเอียดหลังคา ไปจนถึงลวดลายปูนปั้นและกระเบื้องเคลือบ แต่การถ่ายภาพภายในวัดควรอยู่บนความสำรวม ไม่ใช้เสียงดัง ไม่รบกวนผู้มาทำบุญ และระมัดระวังพื้นที่ภายในอุโบสถกับพิพิธภัณฑ์ที่เป็นพื้นที่ศาสนาและพื้นที่เรียนรู้ ไม่ใช่ฉากถ่ายภาพเชิงบันเทิง
 
การแต่งกายเมื่อเข้าชมวัดภูเขาแก้วควรเป็นชุดสุภาพ เสื้อมีแขน กางเกงหรือกระโปรงยาวเหมาะสม และถอดรองเท้าก่อนเข้าสู่พื้นที่อุโบสถตามธรรมเนียมวัดไทย ผู้มาเยือนควรพูดคุยด้วยเสียงเบา เดินชมอย่างสำรวม และหลีกเลี่ยงการสัมผัสวัตถุจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต การรักษามารยาทเหล่านี้ช่วยให้การเยี่ยมชมเหมาะสมกับสถานที่และยังช่วยรักษาบรรยากาศสงบของวัดไว้สำหรับผู้มาเยือนคนอื่น
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนคือช่วงเช้าถึงบ่ายต้น ๆ เพราะตรงกับเวลาเปิดเข้าชมพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดภูเขาแก้วและมีแสงธรรมชาติเหมาะกับการชมอาคาร ช่วงเช้าให้บรรยากาศเย็นสบายและเหมาะกับการเดินชมวัด ส่วนช่วงบ่ายแสงจะช่วยขับให้กระเบื้องเคลือบและลวดลายบนอุโบสถดูมีมิติมากขึ้น หากต้องการเที่ยวต่อแก่งสะพือหรือวัดดอนธาตุ สามารถจัดเวลาให้วัดภูเขาแก้วเป็นจุดแรกหรือจุดกลางของทริปได้อย่างสะดวก
 
สำหรับผู้ที่สนใจประวัติศิลปกรรม วัดภูเขาแก้วมีคุณค่าในฐานะศาสนสถานที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากศาลาการเปรียญไม้แบบเดิมไปสู่อุโบสถกระเบื้องเคลือบที่มีรูปทรงและความหมายใหม่ การออกแบบโดยพระครูพิบูลธรรมภาณ (โชติ อาภคฺโค) ทำให้อาคารไม่ได้เป็นเพียงการสร้างทดแทนอาคารที่สูญเสียไป แต่เป็นการสร้างสัญลักษณ์ใหม่ให้วัด และสัญลักษณ์นั้นยังคงทำให้วัดภูเขาแก้วเป็นที่จดจำมาจนถึงปัจจุบัน
 
ในมิติของชุมชน วัดภูเขาแก้วทำหน้าที่เป็นทั้งวัด ศูนย์รวมจิตใจ และแหล่งเก็บรักษาความทรงจำท้องถิ่น พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านที่จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้และวัตถุเก่าทำให้เห็นว่าชุมชนพิบูลมังสาหารมีชีวิตทางวัฒนธรรมที่ผูกพันกับวัดอย่างใกล้ชิด วัดไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ประกอบพิธีกรรม แต่ยังเป็นสถานที่ที่รวบรวมสิ่งของ เรื่องเล่า และภูมิปัญญาที่ควรส่งต่อให้คนรุ่นหลัง
 
นักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าใจอำเภอพิบูลมังสาหารให้ลึกขึ้นควรให้วัดภูเขาแก้วเป็นหนึ่งในจุดหลักของแผนเดินทาง เพราะวัดนี้ช่วยเติมเต็มภาพของพิบูลมังสาหารจากเมืองริมแม่น้ำมูลให้กลายเป็นพื้นที่ที่มีประวัติพระกรรมฐาน ศิลปกรรมอุโบสถเฉพาะตัว พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน และเส้นทางเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอุบลราชธานีตอนตะวันออก การมาเยือนวัดเพียงแห่งเดียวจึงช่วยเปิดประตูไปสู่หลายมิติของจังหวัดอุบลราชธานี
 
การเดินทาง ไปวัดภูเขาแก้วสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว จากตัวเมืองอุบลราชธานีใช้ทางหลวงหมายเลข 217 มุ่งหน้าไปอำเภอพิบูลมังสาหาร ระยะทางประมาณ 44 กม. วัดตั้งอยู่ก่อนถึงตัวอำเภอประมาณ 1 กม. และอยู่บนเนินเขาในเขตตำบลพิบูล ผู้ที่เดินทางจากตัวอำเภอพิบูลมังสาหารสามารถย้อนออกมาตามถนนหมายเลข 217 ได้ในระยะสั้น การใช้รถยนต์ส่วนตัวช่วยให้จัดเส้นทางต่อไปยังแก่งสะพือ วัดดอนธาตุ หรือวัดป่าปากโดมได้ง่ายขึ้น
 
ผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถเดินทางมายังตัวอำเภอพิบูลมังสาหารก่อน แล้วใช้รถรับจ้างท้องถิ่นไปยังวัดภูเขาแก้ว การวางแผนเวลาเดินทางให้สอดคล้องกับเวลาเข้าชมพิพิธภัณฑ์ช่วยให้ไม่พลาดส่วนสำคัญของวัด หากเดินทางเป็นกลุ่มหรือมากับครอบครัว การเหมารถจากตัวเมืองอุบลราชธานีหรือจากตัวอำเภอพิบูลมังสาหารจะช่วยให้ควบคุมเวลาได้ดีกว่า และสามารถแวะสถานที่ใกล้เคียงได้ครบในวันเดียว
 
เมื่อถึงวัด ผู้มาเยือนสามารถเริ่มจากการชมพระอุโบสถด้านนอกก่อน เพื่อเห็นรูปทรงพุทธนาวาและหลังคาลดหลั่น 4 ชั้นอย่างเต็มตา จากนั้นจึงเดินเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อชมภาพนูนสูงเกี่ยวกับพระธาตุสำคัญของประเทศไทย แล้วต่อด้วยพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดภูเขาแก้ว การจัดลำดับเช่นนี้ทำให้เข้าใจวัดอย่างครบทั้งด้านสถาปัตยกรรม ศิลปะ ศรัทธา และวัฒนธรรมท้องถิ่น
 
วัดภูเขาแก้วเป็นสถานที่ที่ให้ประสบการณ์แตกต่างจากวัดชื่อดังหลายแห่งในจังหวัดอุบลราชธานี เพราะมีทั้งความงามของอาคารและความลึกของเรื่องราวทางพระกรรมฐาน อุโบสถกระเบื้องเคลือบทำให้ผู้มาเยือนจดจำภาพสถานที่ได้ทันที ส่วนประวัติการสร้างวัดและบทบาทของครูบาอาจารย์ทำให้การเที่ยวมีความหมายมากกว่าการชมความสวยงามภายนอก การมาเยือนวัดแห่งนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยววัดอย่างมีเนื้อหา เข้าใจพื้นที่จริง และเห็นคุณค่าของศิลปกรรมท้องถิ่นอีสานอย่างลึกซึ้ง
 
หากมองในภาพรวม วัดภูเขาแก้วคือจุดหมายที่เชื่อมโยง 3 แกนสำคัญเข้าด้วยกัน ได้แก่ พระกรรมฐานสายหลวงปู่เสาร์และพระอาจารย์ดี ฉนฺโน งานสถาปัตยกรรมอุโบสถกระเบื้องเคลือบรูปพุทธนาวา และพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านที่เก็บรักษาวัตถุท้องถิ่นของชุมชนพิบูลมังสาหาร ทั้ง 3 แกนนี้ทำให้วัดภูเขาแก้วเป็นมากกว่าสถานที่ไหว้พระทั่วไป แต่เป็นวัดที่ช่วยให้ผู้มาเยือนได้เข้าใจประวัติศาสตร์ ศิลปะ ความศรัทธา และวิถีชุมชนของอุบลราชธานีในเวลาเดียวกัน
 
การเดินทางมายังวัดภูเขาแก้วจึงเป็นประสบการณ์ที่เหมาะสำหรับทั้งคนไทยที่ต้องการเที่ยววัดอย่างลึกซึ้งและชาวต่างชาติที่ต้องการเข้าใจวัฒนธรรมพุทธศาสนาไทยนอกเส้นทางหลัก วัดแห่งนี้สงบ เข้าถึงง่าย มีข้อมูลให้เรียนรู้ มีศิลปกรรมเฉพาะตัว และเชื่อมโยงกับสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของพิบูลมังสาหารได้อย่างดี หากวางแผนเวลาให้เหมาะสม วัดภูเขาแก้วสามารถเป็นหัวใจของทริปวันเดียวในอำเภอพิบูลมังสาหาร และเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการสำรวจอุบลราชธานีเชิงลึกต่อไปได้อย่างสมบูรณ์
 
ชื่อสถานที่วัดภูเขาแก้ว
ชื่อเรียกเดิมวัดป่า / วัดป่าภูเขาแก้ว
ที่ตั้งตำบลพิบูล อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี
ที่อยู่วัดภูเขาแก้ว ตำบลพิบูล อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี 34110
พิกัด15.241985, 105.227090
ไฮไลต์พระอุโบสถกระเบื้องเคลือบทั้งหลัง รูปแบบพุทธนาวา หลังคาลดหลั่น 4 ชั้น ภาพนูนสูงเรื่องพระธาตุสำคัญของประเทศไทย และพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดภูเขาแก้ว
ประวัติ / สมัย / ยุคเริ่มวางรากฐานเป็นวัดป่ากรรมฐานใน พ.ศ. 2480 จากแนวคิดของสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ติสฺโส อ้วน) และเกี่ยวข้องกับหลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล พระอาจารย์เสงี่ยม และพระอาจารย์ดี ฉนฺโน
ที่มาของชื่อมาจากลักษณะที่ตั้งบนเนินสูงหรือภูเขาในเขตอำเภอพิบูลมังสาหาร และพัฒนาจากชื่อวัดป่าภูเขาแก้วมาเป็นวัดภูเขาแก้ว
ลักษณะเด่นเป็นวัดป่ากรรมฐานที่มีอุโบสถกระเบื้องเคลือบสีอิฐทั้งหลัง ตั้งอยู่บนเนินเขา มีงานปูนปั้น ลายก้านขด คันทวยนาค และภาพนูนสูงภายในอุโบสถ
การเดินทางจากตัวเมืองอุบลราชธานีใช้ทางหลวงหมายเลข 217 ไปอำเภอพิบูลมังสาหาร ระยะทางประมาณ 44 กม. วัดอยู่ก่อนถึงตัวอำเภอประมาณ 1 กม.
สถานะปัจจุบันเปิดให้เข้าชมและยังเป็นวัดสำคัญด้านศิลปกรรม พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน และประวัติพระกรรมฐานของอำเภอพิบูลมังสาหาร
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ09.00 – 16.00 น.
ค่าเข้าไม่เก็บค่าเข้าชม
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญพระอุโบสถกระเบื้องเคลือบรูปพุทธนาวา
ชั้นล่างศาลาการเปรียญและพื้นที่นั่งกรรมฐาน
ภาพนูนสูงเรื่องพระธาตุสำคัญของประเทศไทย
พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดภูเขาแก้ว
บันไดและทางขึ้นบนเนินเขา
พื้นที่วัดป่าและลานวัดโดยรอบ
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลลำดับเจ้าอาวาสที่ปรากฏในประวัติวัด ได้แก่ พระอาจารย์ดี ฉนฺโน, หลวงพ่อเพชร และพระครูวิบูลธรรมภาณ (โชติ อาภคฺโค); พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดภูเขาแก้วจัดการโดยวัด
เบอร์ติดต่อหลัก045-251-798
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. แก่งสะพือ ประมาณ 4 กม.
2. วัดดอนธาตุ ประมาณ 10 กม.
3. แก่งไฮ พิบูลมังสาหาร ประมาณ 15 กม.
4. ภูกระแต ประมาณ 16 กม.
5. วัดป่าปากโดม ประมาณ 26 กม.
6. วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว ประมาณ 39 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. Pimbunya Bakery House & Cafe พิมพ์บุญญา ประมาณ 2 กม. โทร. 096-417-7026
2. ร้านแก่งสะพือ ประมาณ 4 กม. โทร. 086-873-5714
3. สหโภชนา แก่งสะพือ ประมาณ 4 กม.
4. ร้านอาหารจิ๊บเฮ้าส์ อาหารไทย-อีสาน ปลาคัง ลาบ ต้ม ลวกจิ้ม ประมาณ 5 กม. โทร. 083-460-1866
5. ครัวชมมูล แพอาหารอำเภอพิบูลมังสาหาร ประมาณ 15 กม. โทร. 045-959-889
ที่พักใกล้เคียง1. Pimbunya House / Pimbunya Bakery House & Cafe ประมาณ 2 กม. โทร. 096-417-7026
2. O-Rich Gold Hotel ประมาณ 2 กม. โทร. 092-167-3450
3. Sunny Resort ประมาณ 4 กม. โทร. 089-791-6391
4. Koompasansuk Resort ประมาณ 5 กม. โทร. 086-469-6102
5. Sabaithong Resort ประมาณ 9 กม. โทร. 084-478-1108
6. Bluemoon Riverside Resort Ubon Ratchathani ประมาณ 15 กม. โทร. 062-904-4441
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดภูเขาแก้วอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดภูเขาแก้วตั้งอยู่ที่ตำบลพิบูล อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี บนเนินเขาก่อนถึงตัวอำเภอพิบูลมังสาหารประมาณ 1 กม.
 
ถาม: วัดภูเขาแก้วเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดและพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดภูเขาแก้วเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 09.00 – 16.00 น.
 
ถาม: วัดภูเขาแก้วเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: วัดภูเขาแก้วและพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดภูเขาแก้วไม่เก็บค่าเข้าชม
 
ถาม: จุดเด่นของวัดภูเขาแก้วคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือพระอุโบสถกระเบื้องเคลือบทั้งหลัง รูปทรงพุทธนาวา หลังคาลดหลั่น 4 ชั้น คันทวยรูปนาค และภาพนูนสูงเรื่องพระธาตุสำคัญของประเทศไทย
 
ถาม: วัดภูเขาแก้วเกี่ยวข้องกับพระกรรมฐานอย่างไร?
ตอบ: วัดภูเขาแก้วเริ่มจากการวางรากฐานเป็นวัดป่ากรรมฐานใน พ.ศ. 2480 เกี่ยวข้องกับสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ติสฺโส อ้วน) หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล และพระอาจารย์ดี ฉนฺโน
 
ถาม: ภายในวัดภูเขาแก้วมีอะไรน่าสนใจบ้าง?
ตอบ: ภายในวัดมีพระอุโบสถกระเบื้องเคลือบ ชั้นล่างศาลาการเปรียญ พื้นที่นั่งกรรมฐาน ภาพนูนสูงเรื่องพระธาตุไทย และพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดภูเขาแก้ว
 
ถาม: เดินทางไปวัดภูเขาแก้วอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองอุบลราชธานีใช้ทางหลวงหมายเลข 217 มุ่งหน้าไปอำเภอพิบูลมังสาหาร ระยะทางประมาณ 44 กม. วัดอยู่ก่อนถึงตัวอำเภอประมาณ 1 กม.
 
ถาม: วัดภูเขาแก้วเที่ยวร่วมกับที่ไหนได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับแก่งสะพือ วัดดอนธาตุ แก่งไฮ ภูกระแต วัดป่าปากโดม และวัดสิรินธรวรารามภูพร้าวได้

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัด ●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 3 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(5)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(2)
พระราชวัง พระราชวัง(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(7)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
วัด วัด(37)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(4)
โครงการหลวง โครงการหลวง(2)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(2)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(4)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(5)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(6)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(8)
น้ำตก น้ำตก(12)
น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(1)
ถ้ำ ถ้ำ(2)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(11)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(8)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(2)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(6)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(2)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(1)
สวนน้ำ สวนน้ำ(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)