หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี >อ.ศรีเมืองใหม่ >ต.สงยาง > วัดภูหล่น
TL;DR: วัดภูหล่น อยู่ที่ตำบลสงยาง อำเภอศรีเมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น. จุดเด่นคือ เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมบนภูเขาหินขนาดย่อม มีสภาพแวดล้อมสงบ ร่มรื่น และมีความสำคัญในฐานะจุดเริ่มต้นการฝึกสมถวิปัสสนาของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต.

อุบลราชธานี

วัดภูหล่น

วัดภูหล่น

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น.
 
วัดภูหล่น อุบลราชธานี เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมสำคัญในอำเภอศรีเมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี ตั้งอยู่ที่ตำบลสงยาง ห่างจากตัวอำเภอศรีเมืองใหม่ไปทางทิศเหนือประมาณ 20 กิโลเมตร และห่างจากตัวเมืองอุบลราชธานีประมาณ 78 กิโลเมตร พื้นที่วัดตั้งอยู่บนภูเขาขนาดย่อมที่มีลานหินกว้าง เพิงหิน โขดหินน้อยใหญ่ และป่าไม้ขึ้นปกคลุมเป็นระยะ บรรยากาศโดยรอบสงบ เย็นสบาย และยังคงลักษณะของสถานที่วิเวกที่เหมาะแก่การภาวนา วัดแห่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในประวัติพระกรรมฐานสายวัดป่า เพราะเป็นปฐมสมถวิปัสสนากัมมัฏฐานของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต พระอาจารย์ใหญ่สายวิปัสสนากรรมฐาน ผู้มีบทบาทสำคัญต่อพระพุทธศาสนาไทยสมัยใหม่
 
จุดเด่นของวัดภูหล่นไม่ได้อยู่ที่ความใหญ่โตหรือความหรูหราของอาคาร แต่เกิดจากความสงบของธรรมชาติและประวัติทางธรรมที่ผูกพันกับหลวงปู่เสาร์ กันตสีโล และหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ภูหล่นเป็นภูเขาหินที่มีพื้นที่ราบบนลานหิน เหมาะแก่การนั่งภาวนา เดินจงกรม และอยู่อย่างเรียบง่ายตามแนวปฏิบัติของพระธุดงค์กรรมฐาน ในอดีตพื้นที่นี้เต็มไปด้วยป่า ไข้ป่า และสัตว์ร้าย การที่หลวงปู่เสาร์พาหลวงปู่มั่นขึ้นมาฝึกสมาธิบนภูหล่นจึงสะท้อนความมุ่งมั่นอย่างสูงในการฝึกจิต ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่สงัดและท้าทายทั้งกายและใจ
 
ภูหล่นอยู่ไม่ไกลจากบ้านคำบง บ้านเกิดของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ซึ่งอยู่ในตำบลสงยาง อำเภอศรีเมืองใหม่เช่นเดียวกัน ความใกล้ชิดของภูหล่นกับบ้านคำบงทำให้พื้นที่นี้มีความหมายมากกว่าสถานที่ปฏิบัติธรรมทั่วไป เพราะเชื่อมโยงทั้งจุดกำเนิดทางชีวิตและจุดเริ่มต้นทางธรรมของหลวงปู่มั่น เมื่อพิจารณาเส้นทางชีวิตของท่าน ภูหล่นคือพื้นที่ที่หลวงปู่มั่นได้รับการฝึกอบรมสมาธิอย่างจริงจังจากหลวงปู่เสาร์ ก่อนที่ท่านจะออกเดินธุดงค์ แสวงหาที่วิเวก และกลายเป็นบูรพาจารย์สำคัญของสายวัดป่าในเวลาต่อมา
 
ในราว พ.ศ. 2440 หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล พระอาจารย์ของหลวงปู่มั่น ได้นำหลวงปู่มั่นมาฝึกอบรมสมาธิบนภูหล่นแห่งนี้ ขณะนั้นพื้นที่ภูหล่นยังเป็นป่าทึบและมีสัตว์ร้าย หลวงปู่มั่นจึงนำชาวบ้านช่วยกันขนหิน ดินโคลน และวัสดุพื้นบ้านขึ้นมาก่อเป็นเพิงพักหรือถ้ำเล็ก ๆ เพื่อกันสัตว์ร้ายและใช้เป็นที่พักอาศัยระหว่างการทำความเพียร เพิงหินแห่งนี้จึงไม่ใช่อาคารศาสนสถานที่สร้างขึ้นเพื่อความงาม แต่เป็นหลักฐานของการปฏิบัติธรรมแบบเอาชีวิตเข้าแลก เป็นพื้นที่ที่สะท้อนความเด็ดเดี่ยว ความอดทน และความตั้งใจในการภาวนาของพระปฏิบัติในยุคต้นของสายกรรมฐาน
 
หนึ่งในเรื่องเล่าที่ทำให้วัดภูหล่นเป็นที่จดจำคือเหตุการณ์เสือจะเข้ามาทำร้ายหลวงปู่มั่นขณะท่านนั่งวิปัสสนา แต่ไม่สามารถทำอันตรายท่านได้ ปัจจุบันยังมีรอยเท้าเสือที่ไม่มีเล็บปรากฏอยู่บนผนังเพิงพัก กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของภูหล่นและเป็นหลักฐานเชิงความทรงจำที่ผู้มาเยือนนิยมไปชมด้วยความเคารพ เรื่องเล่านี้สะท้อนคติของพระกรรมฐานที่มองภัยอันตรายภายนอกเป็นเครื่องทดสอบกำลังใจและสติ การอยู่ในป่ากับสัตว์ร้ายจึงไม่ใช่เรื่องของความกล้าทางร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการฝึกจิตให้มั่นคง ไม่หวั่นไหว และไม่หลงกลัวต่ออุปสรรค
 
หลังจากหลวงปู่เสาร์อบรมหลวงปู่มั่นจนเห็นว่ากำลังสมาธิของท่านตั้งมั่นแล้ว หลวงปู่เสาร์จึงแยกจากไป ส่วนหลวงปู่มั่นยังบำเพ็ญภาวนาอยู่ที่ภูหล่นต่อเนื่องประมาณ 5 ปี ช่วงเวลานี้เป็นระยะสำคัญที่หล่อหลอมพื้นฐานการปฏิบัติของหลวงปู่มั่นอย่างลึกซึ้ง ท่านใช้ภูหล่นเป็นสถานที่ฝึกจิต เจริญสมถะ วิปัสสนา และต่อมาท่านได้อบรมโยมมารดาจนเกิดศรัทธาออกประพฤติศีลพรหมจรรย์ตามท่านไป เมื่อถึงราว พ.ศ. 2449 หลวงปู่มั่นได้ออกจากภูหล่นและไม่ได้ย้อนกลับมาที่สถานที่แห่งนี้อีก ภูหล่นจึงกลายเป็นปฐมสถานแห่งการปฏิบัติธรรมในเส้นทางชีวิตของท่าน
 
การเรียกว่าวัดภูหล่นเป็นปฐมสมถวิปัสสนากัมมัฏฐานของหลวงปู่มั่นมีความหมายลึกมาก เพราะคำว่า ปฐม หมายถึงจุดเริ่มต้นหรือสถานที่แรก ส่วนสมถวิปัสสนากัมมัฏฐานหมายถึงการฝึกจิตทั้งด้านความสงบและปัญญา ภูหล่นจึงเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับการวางรากฐานทางจิตของหลวงปู่มั่นก่อนที่ท่านจะออกธุดงค์ไปยังภูมิภาคต่าง ๆ และสร้างสายธรรมที่มีอิทธิพลกว้างขวางต่อพระปฏิบัติไทย พระเถระผู้ใหญ่จำนวนมากในสายวัดป่าต่างยกย่องหลวงปู่มั่นในฐานะครูบาอาจารย์ผู้ฟื้นฟูการปฏิบัติธรรมอย่างจริงจังในยุคปัจจุบัน ภูหล่นจึงมีฐานะเป็นพื้นที่ต้นธารทางธรรมของสายปฏิบัติสำคัญสายหนึ่งของประเทศไทย
 
เมื่อมองจากลักษณะภูมิประเทศ วัดภูหล่นเป็นภูเขาหินขนาดไม่สูงมาก แต่มีเสน่ห์จากความสงบและภูมิทัศน์ที่เปิดโล่งเป็นช่วง ๆ พื้นที่บางส่วนเป็นลานหินกว้าง บางส่วนเป็นเพิงหินคล้ายถ้ำ บางส่วนมีต้นไม้ขึ้นแทรกตามซอกหิน ทำให้เกิดบรรยากาศกึ่งป่ากึ่งลานหินที่เหมาะแก่การปลีกวิเวก บริเวณโดยรอบสามารถมองเห็นแนวเทือกเขาหัวตัดและที่นาของชาวบ้านด้านล่างได้ชัดเจน ในวันที่อากาศดี ภาพทุ่งนา ป่าไม้ และภูเขาที่มองจากพื้นที่วัดช่วยให้ผู้มาเยือนรับรู้ถึงความเรียบง่ายของภูมิทัศน์อีสานตะวันออกที่หล่อหลอมชีวิตพระธุดงค์ในอดีต
 
ทางเข้าสู่วัดมีลักษณะเรียบง่ายและกลมกลืนกับธรรมชาติ ผู้มาเยือนจะสัมผัสได้ตั้งแต่แรกว่าภูหล่นไม่ใช่วัดท่องเที่ยวแบบเน้นสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ แต่เป็นวัดที่รักษาบรรยากาศวิเวกไว้เป็นแกนสำคัญ ภายในพื้นที่มีทางเดิน ลานหิน จุดสักการะ เพิงหิน จุดชมวิว รูปเหมือนหรือรูปปั้นหลวงปู่มั่น และพื้นที่นิทรรศการที่บอกเล่าชีวประวัติของหลวงปู่เสาร์กับหลวงปู่มั่น การเดินชมจึงควรเดินอย่างช้า ๆ ใช้ความสงบมากกว่าความเร่งรีบ เพราะทุกจุดของภูหล่นสัมพันธ์กับเรื่องราวการภาวนาและความทรงจำทางธรรม
 
เพิงหินหรือถ้ำที่เกี่ยวข้องกับหลวงปู่มั่นเป็นจุดสำคัญที่สุดจุดหนึ่งของวัด ผู้มาเยือนควรเข้าชมด้วยความสำรวม เพราะเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับการทำความเพียรของพระอริยสงฆ์ในอดีต เพิงหินนี้เกิดจากการก่อสร้างอย่างเรียบง่ายด้วยแรงร่วมของหลวงปู่มั่นและชาวบ้าน เพื่อให้เป็นที่พักปฏิบัติในสภาพป่าที่เต็มไปด้วยอันตราย ภายในและรอบเพิงหินจึงให้ความรู้สึกต่างจากถ้ำท่องเที่ยวทั่วไปอย่างชัดเจน เพราะไม่ได้มีความหมายในเชิงธรรมชาติอย่างเดียว แต่เป็นพื้นที่แห่งการฝึกจิตและความทรงจำทางธรรม
 
รูปปั้นหลวงปู่มั่นที่ประดิษฐานภายในวัดเป็นอีกจุดที่ผู้ศรัทธานิยมไปกราบสักการะ รูปปั้นขนาดใหญ่ทำให้ผู้มาเยือนได้ระลึกถึงบุคลิกความสงบ สำรวม และเด็ดเดี่ยวของท่าน การกราบหลวงปู่มั่นที่ภูหล่นมีความหมายเป็นพิเศษ เพราะไม่ใช่การกราบอนุสรณ์สถานที่แยกจากสถานที่จริง แต่เป็นการกราบในพื้นที่ที่ท่านเคยบำเพ็ญภาวนาและผ่านการฝึกฝนภายในอย่างเข้มข้น ผู้ที่สนใจประวัติพระกรรมฐานจึงมักถือว่าภูหล่นเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ควรเดินทางมาสักการะในเส้นทางตามรอยหลวงปู่มั่น
 
พื้นที่นิทรรศการภายในวัดช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจเรื่องราวของหลวงปู่เสาร์และหลวงปู่มั่นได้เป็นระบบมากขึ้น เนื้อหานิทรรศการเชื่อมโยงประวัติชีวิต การปฏิบัติธรรม การเดินธุดงค์ และบทบาทของครูบาอาจารย์ทั้งสองในพระพุทธศาสนาไทย การมีนิทรรศการอยู่ภายในวัดทำให้ภูหล่นไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนมาทำบุญ แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ช่วยถ่ายทอดประวัติพระปฏิบัติแก่คนรุ่นใหม่ นักเรียน นักศึกษา นักท่องเที่ยว และผู้สนใจธรรมะจากต่างถิ่น
 
การบูรณะและฟื้นฟูวัดภูหล่นมีความเกี่ยวข้องกับพระครูกมลภาวนากร หรือหลวงพ่อสีทน กมโล พระนักพัฒนาสงเคราะห์ผู้มีบทบาทสำคัญในการทำให้ภูหล่นกลับมาเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ท่านเคยมาปฏิบัติธรรมที่วัดภูหล่น และภายหลังเกิดแรงบันดาลใจให้กลับมาบูรณะสถานที่แห่งนี้ ในช่วง พ.ศ. 2527 เป็นต้นมา ท่านเป็นผู้นำในการพัฒนาพื้นที่วัด ปรับปรุงเสนาสนะ และรักษาสถานที่ปฏิบัติธรรมเดิมของหลวงปู่มั่นให้เป็นแหล่งศรัทธาและแหล่งเรียนรู้ของสาธารณชน วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2538 ทำให้สถานที่แห่งนี้มีสถานะมั่นคงในฐานะวัดที่ประชาชนรู้จักและเดินทางมาสักการะต่อเนื่อง
 
พระครูกมลภาวนากรเป็นอดีตพระเถระที่ชุมชนและผู้ศรัทธาระลึกถึงในฐานะผู้เสียสละเพื่อการบูรณะภูหล่น ท่านมรณภาพใน พ.ศ. 2549 แต่ผลงานการฟื้นฟูวัดยังคงปรากฏให้เห็นในพื้นที่ปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางเข้าชม จุดสักการะ การจัดพื้นที่ปฏิบัติธรรม และการรักษาเรื่องราวของหลวงปู่มั่นไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา การมาวัดภูหล่นจึงเป็นการระลึกถึงทั้งหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น และพระครูกมลภาวนากร ผู้ทำให้สถานที่วิเวกแห่งนี้ยังคงมีชีวิตในความทรงจำของพุทธศาสนิกชน
 
ปัจจุบันวัดภูหล่นอยู่ภายใต้การดูแลของพระครูสุนทรวินัยคุณ เจ้าอาวาสวัดภูหล่น พร้อมคณะสงฆ์และชุมชนในพื้นที่ตำบลสงยาง วัดยังคงเป็นสถานที่ที่ชาวบ้านเดินทางมาทำบุญอยู่เสมอ และเป็นพื้นที่สำหรับผู้ศรัทธาที่ต้องการเยี่ยมชมสถานที่ปฏิบัติธรรมเดิมของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต บรรยากาศของวัดยังคงเน้นความสงบ เรียบง่าย และใกล้ชิดธรรมชาติ ผู้มาเยือนควรรักษาความเงียบ ไม่ใช้เสียงดัง และเข้าชมด้วยความเคารพต่อพื้นที่ที่มีความหมายทางธรรมอย่างลึกซึ้ง
 
วัดภูหล่นเหมาะสำหรับผู้มาเยือนหลายกลุ่ม กลุ่มแรกคือพุทธศาสนิกชนที่ศรัทธาหลวงปู่มั่นและหลวงปู่เสาร์ กลุ่มที่ 2 คือผู้สนใจประวัติพระกรรมฐานสายวัดป่า กลุ่มที่ 3 คือผู้ต้องการสถานที่สงบสำหรับไหว้พระ ทำสมาธิ และพักใจ กลุ่มที่ 4 คือผู้สนใจธรรมชาติและภูมิทัศน์ของศรีเมืองใหม่ กลุ่มที่ 5 คือผู้ที่ต้องการจัดเส้นทางตามรอยหลวงปู่มั่นร่วมกับบ้านคำบง วัดศรีบุญเรือง และพุทธอุทยานบ้านคำบง การมาเที่ยววัดภูหล่นจึงสามารถเป็นได้ทั้งการไหว้พระ การเรียนรู้ประวัติธรรมะ และการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติในวันเดียว
 
เส้นทางตามรอยหลวงปู่มั่นที่เหมาะกับวัดภูหล่นสามารถเริ่มจากบ้านคำบง ซึ่งเป็นบ้านเกิดของหลวงปู่มั่น ต่อด้วยวัดศรีบุญเรืองซึ่งเป็นวัดที่ท่านเคยบรรพชาเป็นสามเณร จากนั้นไปพุทธอุทยานบ้านคำบงเพื่อกราบรูปเหมือนหลวงปู่มั่นองค์ใหญ่ แล้วเดินทางต่อมายังวัดภูหล่นซึ่งเป็นปฐมสถานปฏิบัติสมถวิปัสสนาของท่าน เส้นทางนี้ช่วยให้เข้าใจชีวิตของหลวงปู่มั่นตั้งแต่ชาตสถาน การบรรพชา จุดเริ่มต้นทางธรรม และการฝึกสมาธิในสถานที่วิเวกอย่างเป็นลำดับ
 
นอกจากเส้นทางหลวงปู่มั่นแล้ว วัดภูหล่นยังสามารถเชื่อมกับแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและวัฒนธรรมของอำเภอศรีเมืองใหม่และอำเภอใกล้เคียงได้ เช่น วนอุทยานน้ำตกผาหลวง วัดภูจันแดงภาวนาราม แก่งสะพือ สามพันโบก และอุทยานแห่งชาติผาแต้ม แต่ละแห่งมีเอกลักษณ์ต่างกัน วัดภูหล่นเน้นธรรมะและความสงบ บ้านคำบงเน้นประวัติหลวงปู่มั่น น้ำตกผาหลวงเน้นธรรมชาติฤดูฝน แก่งสะพือและสามพันโบกเน้นภูมิทัศน์แม่น้ำ ส่วนผาแต้มเน้นภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์และหน้าผาริมโขง นักท่องเที่ยวจึงสามารถวางเส้นทางได้ทั้งแบบครึ่งวัน หนึ่งวัน หรือพักค้างคืนในศรีเมืองใหม่และโขงเจียม
 
ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การมาเยือนวัดภูหล่นคือช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่ เพราะอากาศไม่ร้อนจัดและเหมาะกับการเดินชมลานหิน เพิงหิน และจุดชมวิว ช่วงเช้าจะได้บรรยากาศสงบ มีแสงอ่อน และเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการไหว้พระหรือนั่งสงบใจ ส่วนช่วงบ่ายแก่เหมาะกับการชมวิวภูเขาและทุ่งนาจากมุมสูง ฤดูฝนและต้นฤดูหนาวเป็นช่วงที่ธรรมชาติรอบวัดสดชื่นที่สุด ป่าไม้มีสีเขียวมากขึ้นและอากาศสบายกว่าฤดูร้อน อย่างไรก็ตาม เส้นทางขึ้นภูและบริเวณลานหินอาจลื่นหลังฝนตก จึงควรเดินด้วยความระมัดระวัง
 
การเดินชมวัดภูหล่นควรใช้เวลาประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง เริ่มจากประตูทางเข้าและลานวัด เดินไปยังเพิงหินหรือถ้ำที่เกี่ยวข้องกับหลวงปู่มั่น ชมรอยเท้าเสือ สักการะรูปปั้นหลวงปู่มั่น ชมพื้นที่นิทรรศการ และเดินต่อไปยังจุดชมวิวธรรมชาติ หากต้องการนั่งสมาธิหรือใช้เวลาสงบภายในพื้นที่วัด ควรเผื่อเวลาเพิ่มและเลือกจุดที่ไม่รบกวนพระสงฆ์ ผู้ปฏิบัติธรรม หรือผู้มาเยือนคนอื่น วัดแห่งนี้ไม่เหมาะกับการใช้เสียงดังหรือทำกิจกรรมแบบท่องเที่ยวทั่วไป เพราะแกนหลักของพื้นที่คือความสงบและการระลึกถึงการภาวนา
 
วัดภูหล่นเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น. และไม่เสียค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถร่วมทำบุญบำรุงวัดได้ตามศรัทธา การเข้าชมควรแต่งกายสุภาพ สวมรองเท้าที่เหมาะกับการเดินบนพื้นหินและทางลาด พกน้ำดื่มให้เพียงพอ โดยเฉพาะในฤดูร้อน และควรหลีกเลี่ยงการเดินออกนอกเส้นทางที่จัดไว้ เนื่องจากพื้นที่บางส่วนเป็นภูเขาหินและป่าโปร่ง ควรรักษาความสะอาด ไม่ทิ้งขยะ ไม่ขีดเขียนบนหินหรือผนังเพิง และไม่สัมผัสรอยเท้าเสือหรือจุดสำคัญทางประวัติธรรมโดยไม่จำเป็น
 
การเดินทาง ไปวัดภูหล่นจากตัวเมืองอุบลราชธานี ใช้เส้นทางมุ่งหน้าไปอำเภอตระการพืชผลและอำเภอศรีเมืองใหม่ จากนั้นเดินทางต่อไปยังตำบลสงยางและบ้านภูหล่น ระยะทางรวมประมาณ 78 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาทีถึง 2 ชั่วโมงตามสภาพถนนและการจราจร หากเริ่มจากที่ว่าการอำเภอศรีเมืองใหม่ เดินทางไปทางทิศเหนือประมาณ 20 กิโลเมตรก็จะถึงพื้นที่วัด เส้นทางเหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถตู้ท่องเที่ยว หรือการเหมารถท้องถิ่น เพราะบริการขนส่งสาธารณะไปถึงหน้าวัดมีจำกัด ผู้ที่เดินทางเป็นคณะควรตรวจสอบเส้นทางและสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง
 
พื้นที่วัดอยู่ใกล้ชุมชนบ้านภูหล่นและไม่ไกลจากบ้านคำบง จึงสามารถจัดเส้นทางให้สอดคล้องกับเวลาได้ดี หากต้องการเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ แนะนำให้เริ่มจากบ้านคำบงในช่วงเช้า ไปวัดศรีบุญเรืองและพุทธอุทยานบ้านคำบง แล้วค่อยขึ้นวัดภูหล่นในช่วงสายหรือบ่าย หลังจากนั้นสามารถกลับไปพักในอำเภอศรีเมืองใหม่ หรือเดินทางต่อไปยังอำเภอโขงเจียมเพื่อชมแม่น้ำโขงและผาแต้มในวันถัดไป เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวเชิงธรรมะและธรรมชาติควบคู่กัน
 
สำหรับชาวต่างชาติ วัดภูหล่นเป็นสถานที่ที่ช่วยอธิบาย Thai Forest Meditation Tradition ได้ชัดเจนมาก เพราะที่นี่เป็นสถานที่จริงที่หลวงปู่มั่น ภูริทัตโตใช้ฝึกสมถวิปัสสนาในช่วงต้นของเส้นทางธรรม สภาพภูเขา ลานหิน เพิงหิน ป่าไม้ รอยเท้าเสือ และความสงบของพื้นที่ช่วยให้เข้าใจว่าการปฏิบัติธรรมของพระธุดงค์ไม่ได้เกิดขึ้นในสถานที่สะดวกสบาย แต่เกิดขึ้นท่ามกลางธรรมชาติ ความวิเวก ความไม่แน่นอน และการฝึกจิตอย่างต่อเนื่อง นักท่องเที่ยวต่างชาติที่สนใจพุทธศาสนาไทย การทำสมาธิ หรือประวัติพระสายวัดป่า จะได้รับประสบการณ์ที่ลึกกว่าการชมวัดในเชิงสถาปัตยกรรมทั่วไป
 
ในภาพรวม วัดภูหล่นเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่สุดของอุบลราชธานีสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจรากฐานของพระกรรมฐานสายวัดป่า วัดแห่งนี้รวมคุณค่าหลายชั้นไว้พร้อมกัน ทั้งประวัติหลวงปู่เสาร์และหลวงปู่มั่น ความสงบของลานหินและเพิงหิน รอยเท้าเสือที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความเพียร พื้นที่นิทรรศการชีวประวัติครูบาอาจารย์ จุดชมวิวธรรมชาติ และความศรัทธาของชาวบ้านที่ยังเดินทางมาทำบุญอย่างต่อเนื่อง การมาเยือนวัดภูหล่นจึงไม่ใช่เพียงการเที่ยววัดบนภูเขา แต่เป็นการย้อนกลับไปสัมผัสจุดเริ่มต้นทางธรรมของพระอาจารย์ใหญ่สายวัดป่า และเข้าใจว่าความสงบที่แท้จริงเกิดขึ้นจากการฝึกฝนอย่างมั่นคงท่ามกลางธรรมชาติอันเรียบง่าย
 
ชื่อสถานที่วัดภูหล่น / สำนักสงฆ์ภูหล่น อุบลราชธานี
ที่ตั้งตำบลสงยาง อำเภอศรีเมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี
ที่อยู่วัดภูหล่น ตำบลสงยาง อำเภอศรีเมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี 34250
พิกัด15.636161, 105.276807
ไฮไลต์ปฐมสมถวิปัสสนากัมมัฏฐานของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ลานหินกว้าง เพิงหินหรือถ้ำที่ใช้ปฏิบัติธรรม รอยเท้าเสือ รูปปั้นหลวงปู่มั่น นิทรรศการชีวประวัติหลวงปู่เสาร์และหลวงปู่มั่น และจุดชมวิวแนวเทือกเขาหัวตัด
ประวัติ / สมัย / ยุคในราว พ.ศ. 2440 หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล ได้นำหลวงปู่มั่น ภูริทัตโตมาอบรมสมาธิบนภูหล่น หลวงปู่มั่นบำเพ็ญภาวนาอยู่ที่นี่ประมาณ 5 ปี ก่อนออกเดินทางจากภูหล่นในราว พ.ศ. 2449 ต่อมาพระครูกมลภาวนากร (สีทน กมโล) เป็นผู้นำการบูรณะวัดตั้งแต่ พ.ศ. 2527 และวัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2538
ที่มาของชื่อชื่อภูหล่นสัมพันธ์กับภูเขาหินขนาดย่อมในพื้นที่บ้านภูหล่น ตำบลสงยาง ซึ่งเป็นภูมิประเทศลานหิน เพิงหิน และป่าโปร่ง เหมาะแก่การปลีกวิเวกและปฏิบัติธรรม
ลักษณะเด่นเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมบนภูเขาหินขนาดย่อม มีสภาพแวดล้อมสงบ ร่มรื่น และมีความสำคัญในฐานะจุดเริ่มต้นการฝึกสมถวิปัสสนาของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
การเดินทางจากตัวเมืองอุบลราชธานีเดินทางไปทางอำเภอตระการพืชผลและอำเภอศรีเมืองใหม่ แล้วต่อไปตำบลสงยางและบ้านภูหล่น ระยะทางประมาณ 78 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาทีถึง 2 ชั่วโมง จากที่ว่าการอำเภอศรีเมืองใหม่เดินทางไปทางทิศเหนือประมาณ 20 กิโลเมตร
สถานะปัจจุบันเปิดให้เข้าชมและยังเป็นวัดที่ใช้งานทางพระพุทธศาสนา เป็นสถานที่ทำบุญ ปฏิบัติธรรม ศึกษาประวัติหลวงปู่เสาร์และหลวงปู่มั่น และท่องเที่ยวเชิงธรรมะของอำเภอศรีเมืองใหม่
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.30 – 16.30 น.
ค่าเข้าไม่เสียค่าเข้าชม สามารถร่วมทำบุญบำรุงวัดได้ตามศรัทธา
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่จอดรถ ลานวัด ทางเดินชมลานหิน จุดสักการะรูปปั้นหลวงปู่มั่น พื้นที่นิทรรศการ จุดชมวิว และพื้นที่ปฏิบัติธรรม
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญประตูทางเข้าวัดภูหล่น
ลานหินกว้าง
เพิงหินหรือถ้ำที่หลวงปู่มั่นใช้ปฏิบัติธรรม
รอยเท้าเสือบนผนังเพิงพัก
รูปปั้นหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
พื้นที่นิทรรศการชีวประวัติหลวงปู่เสาร์และหลวงปู่มั่น
ทางเดินชมธรรมชาติ
จุดชมวิวแนวเทือกเขาหัวตัดและทุ่งนาบ้านสงยาง
พื้นที่ปฏิบัติธรรมและลานวิเวก
ผู้ดูแลวัดภูหล่น คณะสงฆ์ธรรมยุต ชุมชนตำบลสงยาง และคณะศรัทธาผู้ดูแลสถานที่ปฏิบัติธรรมตามรอยหลวงปู่มั่น
เจ้าอาวาสพระครูสุนทรวินัยคุณ
อดีตพระเถระผู้บูรณะสำคัญพระครูกมลภาวนากร (สีทน กมโล) ผู้มีบทบาทสำคัญในการบูรณะและพัฒนาวัดภูหล่นตั้งแต่ พ.ศ. 2527
ข้อควรรู้ในการเข้าชมควรแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงเบา สวมรองเท้าที่เหมาะกับการเดินบนลานหิน ไม่ทิ้งขยะ ไม่ขีดเขียนบนหิน ไม่สัมผัสรอยเท้าเสือ และไม่รบกวนพระสงฆ์หรือผู้ปฏิบัติธรรม
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. บ้านคำบง บ้านเกิดหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ประมาณ 5 กม.
2. วัดศรีบุญเรือง บ้านคำบง ประมาณ 5 กม.
3. พุทธอุทยานบ้านคำบง หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ประมาณ 6 กม.
4. วัดภูจันแดงภาวนาราม ประมาณ 8 กม.
5. วนอุทยานน้ำตกผาหลวง ประมาณ 25 กม.
6. แก่งสะพือ อำเภอพิบูลมังสาหาร ประมาณ 45 กม.
7. สามพันโบก อำเภอโพธิ์ไทร ประมาณ 70 กม.
8. อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อำเภอโขงเจียม ประมาณ 75 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. สบายพุง อ.ศรีเมืองใหม่ จ.อุบลฯ ประมาณ 20 กม. โทร. 061-954-0245
2. เทอร์โบนมสด อ.ศรีเมืองใหม่ จ.อุบลราชธานี ประมาณ 20 กม. โทร. 061-689-7546
3. ร้านแตงอ่อน & ศศิกานต์ ตามสั่ง ประมาณ 21 กม. โทร. 089-699-5943
4. ครัวภัสดา ประมาณ 22 กม. โทร. 085-316-4395
5. KFC ปตท. โออาร์ ศรีเมืองใหม่ ประมาณ 22 กม. โทร. 065-729-8603
6. ร้านอาหารชุมชนบ้านคำบงและบ้านภูหล่น ประมาณ 5 – 6 กม.
ที่พักใกล้เคียง1. ภัทรรีสอร์ท อำเภอศรีเมืองใหม่ ประมาณ 22 กม. โทร. 089-719-1219
2. บ้านกลางซอย รีสอร์ท อุบล ประมาณ 22 กม. โทร. 081-966-7939, 090-190-9824
3. สบายดีห้องพัก อำเภอศรีเมืองใหม่ ประมาณ 25 กม. โทร. 086-248-7474, 080-473-7555
4. Sabaidee Residence ประมาณ 25 กม. โทร. 086-824-7474, 087-909-7955
5. อารยา รีสอร์ท โขงเจียม ริเวอร์ไซด์ ประมาณ 55 กม. โทร. 092-389-5231
6. ที่พักชุมชนและโฮมสเตย์ในเส้นทางตามรอยหลวงปู่มั่น บ้านคำบงและศรีเมืองใหม่ ประมาณ 5 – 25 กม.
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดภูหล่น อุบลราชธานี อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดภูหล่นตั้งอยู่ที่ตำบลสงยาง อำเภอศรีเมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี ห่างจากตัวอำเภอศรีเมืองใหม่ไปทางทิศเหนือประมาณ 20 กิโลเมตร และห่างจากตัวเมืองอุบลราชธานีประมาณ 78 กิโลเมตร
 
ถาม: วัดภูหล่นเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น.
 
ถาม: วัดภูหล่นเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถร่วมทำบุญบำรุงวัดได้ตามศรัทธา
 
ถาม: วัดภูหล่นมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: วัดภูหล่นเป็นปฐมสมถวิปัสสนากัมมัฏฐานของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต โดยหลวงปู่เสาร์ กันตสีโล พาหลวงปู่มั่นมาฝึกอบรมสมาธิบนภูหล่นในราว พ.ศ. 2440
 
ถาม: วัดภูหล่นมีอะไรเด่น?
ตอบ: จุดเด่นสำคัญคือเพิงหินหรือถ้ำที่หลวงปู่มั่นใช้ปฏิบัติธรรม รอยเท้าเสือ รูปปั้นหลวงปู่มั่น ลานหินกว้าง นิทรรศการชีวประวัติหลวงปู่เสาร์และหลวงปู่มั่น และจุดชมวิวแนวเทือกเขาหัวตัด
 
ถาม: เจ้าอาวาสวัดภูหล่นคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดภูหล่นคือพระครูสุนทรวินัยคุณ
 
ถาม: ควรเตรียมตัวอย่างไรเมื่อไปวัดภูหล่น?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ สวมรองเท้าที่เหมาะกับการเดินบนลานหิน พกน้ำดื่ม ใช้เสียงเบา ไม่ทิ้งขยะ ไม่ขีดเขียนบนหิน และไม่รบกวนพระสงฆ์หรือผู้ปฏิบัติธรรม
 
ถาม: เที่ยววัดภูหล่นแล้วไปที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถไปต่อที่บ้านคำบง วัดศรีบุญเรือง พุทธอุทยานบ้านคำบง วัดภูจันแดงภาวนาราม วนอุทยานน้ำตกผาหลวง แก่งสะพือ สามพันโบก และอุทยานแห่งชาติผาแต้มได้ตามเวลาที่จัดไว้

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัด ●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 3 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(5)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(2)
พระราชวัง พระราชวัง(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(7)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
วัด วัด(37)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(4)
โครงการหลวง โครงการหลวง(2)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(2)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(4)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(5)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(6)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(8)
น้ำตก น้ำตก(12)
น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(1)
ถ้ำ ถ้ำ(2)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(11)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(8)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(2)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(6)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(2)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(1)
สวนน้ำ สวนน้ำ(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)