หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี >อ.เมืองอุบลราชธานี >ต.ปทุม > วัดบูรพาราม
TL;DR: วัดบูรพาราม อยู่ที่ถนนบูรพาใน / ถนนพโลรังฤทธิ์ บริเวณซอยบูรพาใน 1 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น.

อุบลราชธานี

วัดบูรพาราม

วัดบูรพาราม

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น.
 
วัดบูรพาราม อุบลราชธานี หรือที่ชาวอุบลราชธานีเรียกสั้น ๆ ว่า “วัดบูรพา” เป็นวัดเก่าแก่สำคัญในตัวเมืองอุบลราชธานี ตั้งอยู่บริเวณถนนบูรพาในและถนนพโลรังฤทธิ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี วัดแห่งนี้มีคุณค่าทั้งในฐานะวัดประจำชุมชน แหล่งโบราณสถานที่ขึ้นทะเบียนกับกรมศิลปากร และสถานที่สำคัญในประวัติศาสตร์สายวิปัสสนากรรมฐานของภาคอีสาน โดยเฉพาะความเกี่ยวข้องกับพระอาจารย์ใหญ่ฝ่ายกรรมฐานหลายรูป ได้แก่ พระอาจารย์สีทา ชยเสโน พระอาจารย์เสาร์ กันตสีโล พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต พระอาจารย์ลี ธมฺมธโร และพระอาจารย์สิงห์ ขนฺตยาคโม ทำให้วัดบูรพารามไม่ได้เป็นเพียงวัดเก่าในเมือง แต่เป็นพื้นที่ทางจิตวิญญาณที่เชื่อมโยงกับพัฒนาการของพระป่าสายกรรมฐานซึ่งมีอิทธิพลต่อพระพุทธศาสนาไทยอย่างลึกซึ้ง
 
สิ่งที่ทำให้วัดบูรพารามมีความหมายเป็นพิเศษคือการเป็นวัดที่เก็บร่องรอยของการปฏิบัติธรรมแบบจริงจังในยุคที่พื้นที่ทางตะวันออกของเมืองอุบลราชธานียังมีลักษณะเป็นป่าโปร่ง เงียบสงบ และเหมาะแก่การภาวนา บริเวณนี้เคยเป็นสถานที่ที่พระอาจารย์สีทา ชยเสโน แห่งวัดศรีทอง หรือวัดศรีอุบลรัตนารามในปัจจุบัน ใช้เป็นที่นั่งวิปัสสนากรรมฐานอยู่เสมอ ความสงบของพื้นที่ทำให้กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ ข้าหลวงต่างพระองค์ผู้สำเร็จราชการมณฑลอีสานในเวลานั้น ทรงเลื่อมใสและสนับสนุนการสร้างวัดขึ้นเพื่อถวายพระอาจารย์สีทา วัดแห่งนี้จึงเกิดขึ้นจากศรัทธาที่มีต่อพระปฏิบัติ และจากความตั้งใจให้มีสถานที่รองรับการฝึกอบรมจิตใจในเมืองอุบลราชธานี
 
ประวัติสำคัญของวัดบูรพารามระบุว่าสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2436 ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนปลาย ชื่อวัดมีความหมายสัมพันธ์กับตำแหน่งที่ตั้งทางทิศตะวันออกของเมือง คำว่า “บูรพา” หมายถึงทิศตะวันออก วัดบูรพารามจึงเป็นวัดที่ตั้งอยู่ด้านบูรพาของเมืองอุบลราชธานีในอดีต ก่อนที่เมืองจะขยายตัวและทำให้วัดเข้ามาอยู่ในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานีอย่างที่เห็นในปัจจุบัน แม้สภาพแวดล้อมรอบวัดจะเปลี่ยนจากพื้นที่สงบชายเมืองมาเป็นย่านชุมชนเมือง แต่แก่นสำคัญของวัดยังคงเป็นพื้นที่สงบสำหรับสักการะบูรพาจารย์ เรียนรู้ประวัติพระกรรมฐาน และชมโบราณสถานท้องถิ่นอีสานที่มีคุณค่าทางศิลปกรรม
 
พระอาจารย์สีทา ชยเสโน เป็นบุคคลสำคัญอย่างยิ่งในประวัติวัดบูรพาราม ท่านเป็นพระเถระผู้มีบทบาทในการวางรากฐานสายวิปัสสนากรรมฐานในเมืองอุบลราชธานี และเป็นครูบาอาจารย์ที่ได้รับความเคารพจากพระเถระรุ่นต่อมา วัดบูรพารามจึงกลายเป็นสถานที่ที่เชื่อมโยงสายธรรมระหว่างพระอาจารย์สีทา พระอาจารย์เสาร์ กันตสีโล และพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต โดยเฉพาะพระอาจารย์มั่นซึ่งเดินทางจากวัดบรมนิวาส กรุงเทพมหานคร มาฝากตัวศึกษาวิปัสสนาที่วัดบูรพารามใน พ.ศ. 2458 เรื่องราวนี้ทำให้วัดบูรพารามมีสถานะเป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นสำคัญของเส้นทางพระกรรมฐานสายอีสานที่ต่อมาขยายอิทธิพลไปทั่วประเทศ
 
เมื่อกล่าวถึงสายวิปัสสนากรรมฐานแบบอีสาน ชื่อของวัดบูรพารามมักปรากฏควบคู่กับวัดเลียบ วัดศรีอุบลรัตนาราม และพื้นที่ปฏิบัติธรรมในตัวเมืองอุบลราชธานี เพราะเมืองอุบลราชธานีเป็นศูนย์กลางสำคัญของพระสงฆ์ฝ่ายธรรมยุตและพระสายปฏิบัติในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของพุทธศาสนาไทยสมัยใหม่ การที่พระอาจารย์สำคัญหลายรูปเคยจำพรรษา ศึกษา หรือปฏิบัติธรรมในพื้นที่นี้ ทำให้อุบลราชธานีมีบทบาทเป็นเมืองแห่งธรรมะและการฝึกจิต ไม่ได้เป็นเพียงเมืองการค้า เมืองราชการ หรือเมืองวัฒนธรรมประเพณีเท่านั้น วัดบูรพารามจึงเป็นหลักฐานสำคัญของมิตินี้อย่างชัดเจน
 
ภายในวัดบูรพาราม จุดสำคัญที่ผู้มาเยือนควรเข้าชมคือสิมเก่า ซึ่งเป็นโบราณสถานที่เกี่ยวข้องกับประวัติพระกรรมฐานและการก่อรูปวัด สิมเก่าของวัดบูรพารามมีรูปแบบพื้นถิ่นอีสาน เป็นอาคารขนาดไม่ใหญ่ แสดงลักษณะของสิมอีสานที่เรียบง่ายและเน้นประโยชน์ทางศาสนพิธีมากกว่าความอลังการ โครงสร้างเดิมประกอบด้วยฐานก่ออิฐถือปูนแบบฐานเอวขัน ผนังที่มีโครงสร้างไม้ระแนงฉาบดินเหนียวผสมวัสดุธรรมชาติ และรูปแบบสถาปัตยกรรมที่สัมพันธ์กับสภาพภูมิอากาศและวัสดุท้องถิ่น แม้สิมเก่าจะชำรุดไปตามกาลเวลา แต่ยังคงเหลือร่องรอยสำคัญที่ช่วยให้เห็นฝีมือช่างและรสนิยมทางศิลปกรรมของอุบลราชธานีในอดีต
 
สิมเก่าของวัดบูรพารามได้รับการบูรณะและสร้างอาคารคลุมเพื่อป้องกันแดดฝน ทำให้ผู้เข้าชมสามารถเห็นร่องรอยอาคารเดิมได้ชัดขึ้น การบูรณะลักษณะนี้มีความสำคัญ เพราะสิมพื้นถิ่นอีสานจำนวนมากสูญหายไปจากการรื้อสร้างอาคารใหม่ วัดบูรพารามจึงเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ยังช่วยให้คนรุ่นหลังศึกษารูปแบบสิมอีสานในเขตเมืองได้จริง สิมหลังนี้ไม่ได้มีคุณค่าเฉพาะความเก่า แต่มีคุณค่าเพราะเป็นหลักฐานของวิธีคิดแบบช่างพื้นบ้าน การใช้วัสดุท้องถิ่น และความสัมพันธ์ระหว่างอาคารศาสนากับภูมิประเทศริมแม่น้ำมูลสายเดิม
 
ภายในสิมเก่ายังเป็นที่ประดิษฐานรูปเหมือนพระบูรพาจารย์สายวิปัสสนากรรมฐาน 5 องค์ ได้แก่ พระอาจารย์สีทา ชยเสโน พระอาจารย์เสาร์ กันตสีโล พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต พระญาณวิศิษฏ์ หรือหลวงปู่ทอง จนฺทสิริ และพระสุทธิธรรมรังสีคัมภีรเมธาจารย์ หรือหลวงปู่ลี ธมฺมธโร รูปเหมือนเหล่านี้เป็นศูนย์รวมศรัทธาของพุทธศาสนิกชนที่เดินทางมากราบนมัสการเพื่อระลึกถึงปฏิปทาของพระอาจารย์ฝ่ายกรรมฐาน ความสำคัญของรูปเหมือนไม่ได้อยู่ที่วัสดุหรือรูปลักษณ์เท่านั้น แต่อยู่ที่การทำให้เส้นทางธรรมของพระบูรพาจารย์ยังคงปรากฏอยู่ในพื้นที่จริงที่ท่านเคยเกี่ยวข้อง
 
การกราบรูปเหมือนพระบูรพาจารย์ที่วัดบูรพารามเป็นประสบการณ์ที่ต่างจากการไหว้พระในวัดท่องเที่ยวทั่วไป เพราะผู้มาเยือนได้ยืนอยู่ในสถานที่ที่ผูกพันกับประวัติการปฏิบัติธรรมอย่างเข้มข้น ชื่อของพระอาจารย์เสาร์และพระอาจารย์มั่นไม่ได้เป็นเพียงชื่อในหนังสือธรรมะ แต่เชื่อมโยงกับการเดินธุดงค์ การภาวนา การฝึกวินัย และการสืบทอดพระพุทธศาสนาด้วยชีวิตจริง การเข้ามากราบในพื้นที่เช่นนี้จึงช่วยให้ผู้สนใจธรรมะเข้าใจว่าพระกรรมฐานไม่ได้เกิดจากแนวคิดลอย ๆ แต่เกิดจากพื้นที่จริง ครูจริง ลูกศิษย์จริง และการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อความสงบ
 
อีกโบราณสถานสำคัญของวัดบูรพารามคือหอไตรคู่ ซึ่งเป็นหอไตรไม้ 2 หลัง ตั้งอยู่คู่กันและยกพื้นสูงด้วยเสาไม้ หอไตรมีหน้าที่เก็บคัมภีร์ ใบลาน สมุดข่อย และพระไตรปิฎกอันเป็นคลังความรู้ทางพระพุทธศาสนา รูปแบบหอไตรคู่ของวัดบูรพารามมีความน่าสนใจมาก เพราะเป็นเรือนไม้ขนาด 3 ห้อง 2 หลัง ตั้งตามแนวเหนือ-ใต้ มีชานเชื่อมกลาง หลังคาทรงจั่ว ฝาผนังตีไม้แนวเฉียงเป็นลายก้างปลา และตกแต่งส่วนล่างของผนังด้วยลายบัวฟันยักษ์ประดับกระจกสี รูปแบบนี้สะท้อนทั้งภูมิปัญญาการเก็บรักษาคัมภีร์และความงามของงานช่างไม้ท้องถิ่น
 
หอไตรเป็นอาคารที่แสดงให้เห็นว่าชุมชนไทยในอดีตให้ความสำคัญกับพระธรรมและคัมภีร์อย่างมาก การสร้างหอไตรต้องคิดทั้งเรื่องความมั่นคง ความปลอดภัย การป้องกันความชื้น แมลง และการดูแลเอกสารที่เปราะบาง หอไตรวัดบูรพารามแม้ไม่ได้ตั้งอยู่กลางน้ำอย่างหอไตรบางแห่ง แต่ใช้การยกพื้นสูงและจัดโครงสร้างไม้ให้เหมาะกับการระบายอากาศ อาคารนี้จึงเป็นตัวแทนของความรู้ทางสถาปัตยกรรมที่รับใช้การอนุรักษ์ความรู้ทางศาสนา การมองหอไตรด้วยสายตาเช่นนี้จะทำให้ผู้มาเยือนเห็นว่าอาคารไม้เรียบ ๆ มีความหมายลึกกว่าความงามภายนอก
 
ความโดดเด่นของวัดบูรพารามยังอยู่ที่บรรยากาศสงบภายในวัด แม้ตั้งอยู่ในเขตเมืองและไม่ไกลจากย่านธุรกิจของอุบลราชธานี แต่ภายในวัดยังคงความเรียบง่าย ไม่เร่งรีบ และเหมาะกับการเดินชมอย่างมีสมาธิ ผู้เข้าชมสามารถเริ่มจากการไหว้พระในพื้นที่ศาสนสถานหลัก แล้วเดินไปชมสิมเก่า หอไตรคู่ และรูปเหมือนพระบูรพาจารย์ จุดต่าง ๆ ภายในวัดไม่ได้กระจายห่างกันมาก จึงใช้เวลาเข้าชมได้อย่างพอดี แต่หากต้องการอ่านรายละเอียด ปฏิบัติตนด้วยความสงบ และทำความเข้าใจประวัติพระกรรมฐาน ควรเผื่อเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
 
วัดบูรพารามเหมาะสำหรับผู้สนใจหลายกลุ่ม กลุ่มแรกคือพุทธศาสนิกชนที่ต้องการมากราบพระบูรพาจารย์สายกรรมฐานและระลึกถึงพระอาจารย์เสาร์ พระอาจารย์มั่น และพระอาจารย์สำคัญของสายวิปัสสนา กลุ่มที่ 2 คือผู้สนใจประวัติศาสตร์เมืองอุบลราชธานี เพราะวัดนี้เกี่ยวข้องกับการขยายตัวของเมืองทางด้านตะวันออกและบทบาทของกรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ กลุ่มที่ 3 คือผู้สนใจสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นอีสาน เพราะสิมเก่าและหอไตรคู่เป็นหลักฐานสำคัญของงานช่างไม้ งานปูน และรูปแบบศาสนสถานท้องถิ่น กลุ่มที่ 4 คือชาวต่างชาติที่ต้องการเข้าใจ Thai forest meditation tradition ในระดับพื้นที่จริง ไม่ใช่เพียงอ่านประวัติจากหนังสือ
 
สำหรับผู้เดินทางมาตามรอยหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต วัดบูรพารามถือเป็นหนึ่งในจุดสำคัญของเส้นทางอุบลราชธานี เพราะพระอาจารย์มั่นเคยเดินทางมาศึกษาวิปัสสนาที่นี่ก่อนที่ชื่อของท่านจะกลายเป็นศูนย์กลางของพระกรรมฐานสายป่าในภายหลัง การมาเยือนวัดนี้จึงช่วยให้เห็นช่วงต้นของเส้นทางธรรมก่อนการธุดงค์และการเผยแผ่ธรรมในหลายภูมิภาค วัดบูรพารามยังช่วยเชื่อมโยงเรื่องราวของครูบาอาจารย์หลายรูปให้เป็นระบบสายธรรมที่มีรากอยู่ในเมืองอุบลราชธานีและพื้นที่ใกล้เคียง
 
การมาเที่ยววัดบูรพารามควรมองวัดในฐานะแหล่งเรียนรู้มากกว่าจุดถ่ายภาพอย่างเดียว แม้วัดจะมีอาคารและพื้นที่ถ่ายภาพได้ แต่หัวใจของวัดคือประวัติพระปฏิบัติและโบราณสถานที่เก็บรักษาร่องรอยของสังคมพุทธอีสาน ผู้มาเยือนควรอ่านป้ายข้อมูล สังเกตโครงสร้างสิมเก่า ดูรูปแบบฐาน เสา ผนัง และตำแหน่งของหอไตรคู่ แล้วเชื่อมข้อมูลเหล่านี้เข้ากับประวัติครูบาอาจารย์ วิธีนี้ทำให้การเดินชมวัดสั้น ๆ กลายเป็นประสบการณ์ที่มีความหมายมากขึ้น
 
ในเชิงภูมิศาสตร์ วัดบูรพารามตั้งอยู่ริมแม่น้ำมูลสายเดิม พื้นที่ด้านทิศใต้ของวัดสัมพันธ์กับสภาพหนองน้ำและร่องน้ำเก่าของเมืองอุบลราชธานี ลักษณะนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมวัดจึงมีบรรยากาศสงบและเคยเหมาะแก่การปฏิบัติธรรมในอดีต เมืองอุบลราชธานีเติบโตขึ้นจากความสัมพันธ์กับแม่น้ำมูล ทั้งในด้านการตั้งถิ่นฐาน การเดินทาง การค้า และศาสนา วัดบูรพารามจึงเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์วัฒนธรรมริมแม่น้ำมูล แม้ปัจจุบันพื้นที่รอบวัดจะกลายเป็นเมืองมากขึ้น แต่ร่องรอยทางภูมิประเทศยังคงช่วยเล่าเรื่องอดีตได้
 
วัดบูรพารามเปิดให้เข้าชมทุกวันและไม่เก็บค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถเข้ามากราบพระบูรพาจารย์ ชมสิมเก่าและหอไตรคู่ได้ตามเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเข้าวัดในช่วงกลางวัน โดยเวลาเปิดทำการที่ใช้ในบทความนี้คือ 08.30 – 16.30 น. ซึ่งเหมาะกับการเดินชมโบราณสถาน อ่านป้ายข้อมูล และถ่ายภาพอย่างสุภาพ หากเดินทางมาในช่วงเช้าจะได้บรรยากาศสงบกว่า ส่วนช่วงบ่ายเหมาะกับการจัดเส้นทางร่วมกับวัดใกล้เคียงและย่านเมืองเก่า
 
มารยาทในการเข้าชมวัดบูรพารามควรเน้นความสงบและความเคารพ เพราะพื้นที่นี้เป็นทั้งวัดที่ยังใช้งานทางพระพุทธศาสนาและโบราณสถานที่ต้องได้รับการดูแล ผู้เข้าชมควรแต่งกายสุภาพ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่สัมผัสรูปเหมือน โบราณวัตถุ หรือส่วนประกอบของสิมและหอไตรโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ปีนหรือเข้าไปในจุดที่กั้นไว้ และถ่ายภาพโดยไม่รบกวนพระภิกษุหรือผู้ที่มาปฏิบัติธรรม การเข้าชมด้วยความเรียบร้อยจะช่วยรักษาบรรยากาศที่เหมาะสมกับวัดสายกรรมฐานและช่วยดูแลมรดกทางวัฒนธรรมให้คงอยู่ต่อไป
 
การเดินทาง ไปวัดบูรพารามสะดวกมาก เพราะวัดตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี หากเริ่มต้นจากทุ่งศรีเมือง สามารถใช้ถนนพโลรังฤทธิ์มุ่งไปทางทิศตะวันออกประมาณ 2 กม. แล้วเข้าสู่บริเวณซอยบูรพาใน 1 หรือถนนบูรพาใน ตัววัดตั้งอยู่ไม่ไกลจากย่านเมืองเก่าและสามารถใช้รถยนต์ส่วนตัว รถแท็กซี่ รถรับจ้าง รถสองแถว หรือบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันได้ หากเดินทางจากสนามบินอุบลราชธานี ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีตามสภาพการจราจร และหากเดินทางจากสถานีรถไฟอุบลราชธานีในอำเภอวารินชำราบ สามารถข้ามแม่น้ำมูลเข้าสู่ตัวเมืองแล้วต่อมายังวัดได้สะดวก
 
เส้นทางท่องเที่ยวที่เหมาะกับวัดบูรพารามคือเส้นทางวัดเก่าและเมืองเก่าอุบลราชธานี โดยสามารถเริ่มจากวัดบูรพารามเพื่อกราบพระบูรพาจารย์ จากนั้นไปวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ วัดมหาวนาราม วัดแจ้ง วัดทุ่งศรีเมือง ทุ่งศรีเมือง และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี เส้นทางนี้ช่วยให้เห็นอุบลราชธานีในหลายมิติ ทั้งพระกรรมฐาน พระพุทธรูปสำคัญ สถาปัตยกรรมพื้นถิ่น สิมเก่า หอไตร และประวัติเมือง การจัดเส้นทางในหนึ่งวันทำได้ไม่ยาก เพราะสถานที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตตัวเมืองและระยะทางไม่ไกลกัน
 
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ วัดบูรพารามเป็นสถานที่ที่อธิบายประวัติ Thai forest meditation tradition ได้ดีมาก แม้วัดจะอยู่ในเมืองและไม่ได้มีสภาพเป็นป่าลึกเหมือนสำนักป่าปัจจุบัน แต่ในอดีตพื้นที่นี้เคยเป็นชายเมืองที่สงบและเหมาะแก่การวิปัสสนา การที่พระอาจารย์สำคัญหลายรูปเคยมาปฏิบัติหรือเกี่ยวข้องกับวัดนี้ ทำให้วัดบูรพารามเป็นจุดเริ่มต้นเชิงประวัติศาสตร์ของสายธรรมที่ต่อมามีอิทธิพลกว้างไกล ชาวต่างชาติที่สนใจพระพุทธศาสนาไทยจะเข้าใจได้ชัดขึ้นว่าแนวปฏิบัติสายป่าไม่ได้เกิดขึ้นแยกจากเมือง แต่มีช่วงเวลาที่สัมพันธ์กับวัดในเมือง ครูบาอาจารย์ และเครือข่ายการเรียนรู้ทางธรรม
 
วัดบูรพารามจึงเป็นสถานที่ที่ควรค่าแก่การแวะชมสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวอุบลราชธานีให้ลึกกว่าเส้นทางท่องเที่ยวทั่วไป ภายในวัดมีทั้งประวัติพระกรรมฐานสายสำคัญ โบราณสถานที่ขึ้นทะเบียน สิมเก่า หอไตรคู่ และรูปเหมือนพระบูรพาจารย์ที่เป็นศูนย์รวมศรัทธา แม้วัดจะไม่ได้มีขนาดใหญ่หรือมีสถาปัตยกรรมอลังการแบบวัดท่องเที่ยวบางแห่ง แต่มีคุณค่าจากความสงบ ความจริงทางประวัติศาสตร์ และความต่อเนื่องของศรัทธา การมาเยือนวัดนี้จึงเป็นการอ่านประวัติอุบลราชธานีผ่านเส้นทางธรรมะ และเป็นการทำความเข้าใจว่าทำไมจังหวัดอุบลราชธานีจึงมีบทบาทสำคัญในประวัติพระพุทธศาสนาสายวิปัสสนากรรมฐานของไทย
 
ชื่อสถานที่วัดบูรพาราม / วัดบูรพา อุบลราชธานี
ที่ตั้งถนนบูรพาใน / ถนนพโลรังฤทธิ์ บริเวณซอยบูรพาใน 1 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี
ที่อยู่ถนนบูรพาใน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี 34000
พิกัด15.231285, 104.874310
ไฮไลต์วัดสำคัญของสายวิปัสสนากรรมฐานอีสาน สิมเก่า หอไตรคู่ และรูปเหมือนพระบูรพาจารย์สายกรรมฐาน 5 องค์
ประวัติ / สมัย / ยุควัดราษฎร์ สังกัดธรรมยุติกนิกาย สร้างเมื่อ พ.ศ. 2436 ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนปลาย โดยกรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ทรงสนับสนุนการสร้างถวายพระอาจารย์สีทา ชยเสโน ต่อมา พ.ศ. 2458 หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต เดินทางมาศึกษาวิปัสสนาที่วัดนี้
ที่มาของชื่อคำว่า “บูรพา” หมายถึงทิศตะวันออก สัมพันธ์กับที่ตั้งเดิมของวัดทางด้านตะวันออกของเมืองอุบลราชธานี
ลักษณะเด่นเป็นวัดที่เชื่อมโยงประวัติพระกรรมฐานสายสำคัญของไทย มีโบราณสถานขึ้นทะเบียน ได้แก่ สิมเก่าและหอไตรคู่ รวมถึงบรรยากาศสงบในเขตเมือง
การเดินทางจากทุ่งศรีเมืองใช้ถนนพโลรังฤทธิ์มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกประมาณ 2 กม. เข้าสู่บริเวณซอยบูรพาใน 1 หรือถนนบูรพาใน วัดตั้งอยู่ในเขตตัวเมือง เดินทางได้ด้วยรถยนต์ส่วนตัว แท็กซี่ รถรับจ้าง รถสองแถว หรือบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน
สถานะปัจจุบันเปิดให้เข้าชมและยังเป็นวัดที่ใช้งานทางพระพุทธศาสนาในตัวเมืองอุบลราชธานี
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.30 – 16.30 น.
ค่าเข้าไม่เสียค่าเข้าชม
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่จอดรถภายในวัด พื้นที่สักการะพระบูรพาจารย์ ป้ายข้อมูลโบราณสถาน ทางเดินชมสิมเก่าและหอไตรคู่ ห้องน้ำ และพื้นที่ทำบุญภายในวัด
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญสิมเก่าวัดบูรพาราม
หอไตรคู่
วิหาร / พื้นที่ประดิษฐานรูปเหมือนพระบูรพาจารย์
พระประธานและพื้นที่สักการะ
อาคารคลุมโบราณสถาน
พื้นที่ทำบุญและลานวัด
บริเวณหนองน้ำและพื้นที่ริมแม่น้ำมูลสายเดิม
ผู้ดูแลวัดบูรพาราม และกรมศิลปากรในส่วนที่เกี่ยวข้องกับโบราณสถานที่ขึ้นทะเบียน
พระบูรพาจารย์สำคัญที่เกี่ยวข้องพระอาจารย์สีทา ชยเสโน
พระอาจารย์เสาร์ กันตสีโล
พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต
พระอาจารย์ลี ธมฺมธโร
พระอาจารย์สิงห์ ขนฺตยาคโม
เบอร์ติดต่อหลัก045-241-714
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ ประมาณ 1.6 กม.
2. หาดวัดใต้ ประมาณ 1.8 กม.
3. วัดมหาวนาราม ประมาณ 2 กม.
4. วัดแจ้ง อุบลราชธานี ประมาณ 2 กม.
5. วัดทุ่งศรีเมือง ประมาณ 2.3 กม.
6. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี ประมาณ 2.5 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. สบายดี วันใหม่ ถนนบูรพาใน ประมาณ 0.3 กม. โทร. 061-994-4546, 089-356-4519
2. ตามสั่งลูกเทวดา by คุณนุช ถนนบูรพาใน ประมาณ 0.7 กม. โทร. 098-173-5652
3. โอชิ อาหารจานด่วน ถนนบูรพา ประมาณ 1 กม. โทร. 096-367-5512
4. Hukikuni Coffee Bar And Restaurant ประมาณ 2 กม. โทร. 098-282-1888
5. The Outside Inn ประมาณ 2 กม. โทร. 088-581-2069, 088-731-3964
6. ก๋วยจั๊บอุบล ประมาณ 2 กม. โทร. 087-074-0499
ที่พักใกล้เคียง1. The Outside Inn ประมาณ 2 กม. โทร. 088-581-2069, 088-731-3964
2. Laithong Hotel ประมาณ 2 กม. โทร. 045-264-271-3
3. T3 House ประมาณ 2 กม. โทร. 045-244-911
4. YUU Hotel & Cafe ประมาณ 2.5 กม. โทร. 085-614-1111
5. Sunee Grand Hotel & Convention Center ประมาณ 3 กม. โทร. 045-352-900
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดบูรพาราม อุบลราชธานี อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดบูรพารามตั้งอยู่บริเวณถนนบูรพาในและถนนพโลรังฤทธิ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี อยู่ในเขตตัวเมืองและเดินทางสะดวกจากทุ่งศรีเมือง
 
ถาม: วัดบูรพารามเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น.
 
ถาม: วัดบูรพารามเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถเข้ากราบพระบูรพาจารย์ ชมสิมเก่า และหอไตรคู่ได้ฟรี
 
ถาม: วัดบูรพารามมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: วัดบูรพารามเป็นวัดสำคัญในประวัติสายวิปัสสนากรรมฐานอีสาน เคยเกี่ยวข้องกับพระอาจารย์สำคัญหลายรูป เช่น พระอาจารย์สีทา ชยเสโน พระอาจารย์เสาร์ กันตสีโล และพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต
 
ถาม: ภายในวัดบูรพารามมีอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: จุดสำคัญคือสิมเก่า หอไตรคู่ รูปเหมือนพระบูรพาจารย์สายกรรมฐาน 5 องค์ ป้ายข้อมูลโบราณสถาน และบรรยากาศวัดสงบในเขตเมืองอุบลราชธานี
 
ถาม: วัดบูรพารามเกี่ยวข้องกับหลวงปู่มั่นอย่างไร?
ตอบ: หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต เคยเดินทางมาศึกษาวิปัสสนาที่วัดบูรพารามใน พ.ศ. 2458 ทำให้วัดนี้เป็นสถานที่สำคัญในเส้นทางประวัติพระกรรมฐานสายป่า
 
ถาม: ควรใช้เวลาเที่ยววัดบูรพารามนานเท่าไร?
ตอบ: ควรใช้เวลาประมาณ 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมง หากต้องการอ่านป้ายข้อมูล ชมสิมเก่า หอไตรคู่ และกราบรูปเหมือนพระบูรพาจารย์อย่างครบถ้วน
 
ถาม: เที่ยววัดบูรพารามแล้วไปที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถไปต่อที่วัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ วัดมหาวนาราม วัดแจ้ง วัดทุ่งศรีเมือง ทุ่งศรีเมือง และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานีได้สะดวก

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(5)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(2)
พระราชวัง พระราชวัง(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(7)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
วัด วัด(37)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(4)
โครงการหลวง โครงการหลวง(2)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(2)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(4)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(5)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(6)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(8)
น้ำตก น้ำตก(12)
น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(1)
ถ้ำ ถ้ำ(2)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(11)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(8)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(2)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(6)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(1)