หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี >อ.วารินชำราบ >ต.หนองกินเพล > บ้านคำปุน
TL;DR: บ้านคำปุน อยู่ที่อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เปิดเปิดให้บุคคลภายนอกเข้าชมตามรอบกิจกรรม “เปิดบ้านคำปุน” เวลา 09.00 – 17.00 น. ในรอบกิจกรรมเปิดบ้านคำปุน.
บ้านคำปุน

วันเปิดทำการ: เปิดให้บุคคลภายนอกเข้าชมตามรอบกิจกรรม “เปิดบ้านคำปุน” ปีละครั้งในช่วงงานประเพณีแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานี
เวลาเปิดทำการ: 09.00 – 17.00 น. ในรอบกิจกรรมเปิดบ้านคำปุน
บ้านคำปุน อุบลราชธานี เป็นแหล่งหัตถศิลป์ผ้าทอมือและพิพิธภัณฑ์ผ้าพื้นเมืองอีสานที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี ตั้งอยู่ในอำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี บ้านคำปุนไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ผลิตผ้าไหมหรือแหล่งจำหน่ายผ้าทอคุณภาพสูงเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ที่รวบรวมมรดกผ้าทออีสาน ภูมิปัญญาช่างทอพื้นบ้าน สถาปัตยกรรมไทยอีสาน งานศิลปะพื้นถิ่น และเรื่องราวของครอบครัวช่างทอที่สร้างชื่อให้จังหวัดอุบลราชธานีในระดับประเทศ จุดเด่นของบ้านคำปุนคือการเป็นพื้นที่กึ่งพิพิธภัณฑ์เอกชนที่เก็บรักษาผ้าโบราณสูงค่า เปิดให้คนทั่วไปได้สัมผัสโลกของผืนผ้าในช่วงกิจกรรมพิเศษปีละครั้งระหว่างงานประเพณีแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานี และเป็นสถานที่ที่ทำให้ผู้มาเยือนเข้าใจว่าผ้าทออุบลราชธานีไม่ใช่เพียงเครื่องแต่งกาย แต่เป็นงานศิลป์ที่สะท้อนศรัทธา ความอดทน รสนิยม วัฒนธรรม และจิตวิญญาณของผู้คนริมลุ่มน้ำมูล
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าใจอุบลราชธานีให้ลึกกว่าการเที่ยววัด ชมต้นเทียน หรือเดินตลาดในเมือง บ้านคำปุนคือจุดหมายที่ช่วยเปิดประตูสู่โลกของหัตถศิลป์อีสานอย่างแท้จริง เพราะที่นี่รวมทั้งการอนุรักษ์ผ้าโบราณ การสืบทอดเทคนิคการทอแบบดั้งเดิม การพัฒนาเอกลักษณ์ผ้ากาบบัว และการสร้างสรรค์ผ้าไหมร่วมสมัยที่ยังรักษารากเดิมไว้อย่างมั่นคง ภายในพื้นที่ประกอบด้วยกลุ่มอาคารไม้สถาปัตยกรรมอีสาน สนามหญ้า โรงเรือนทอผ้า พื้นที่จัดแสดงผ้า พื้นที่สาธิตงานหัตถกรรม และบรรยากาศของบ้านช่างทอที่ยังเชื่อมโยงงานศิลป์กับชีวิตจริง ทุกองค์ประกอบทำให้บ้านคำปุนมีลักษณะต่างจากพิพิธภัณฑ์ทั่วไป เพราะผู้มาเยือนไม่ได้เห็นเพียงผ้าที่จัดแสดง แต่ได้มองเห็นวิธีคิด วิธีทำงาน และวัฒนธรรมที่อยู่เบื้องหลังผืนผ้าแต่ละผืน
บ้านคำปุนมีชื่อเสียงจากงานผ้าทอที่ละเอียดประณีตและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเฉพาะผ้าไหมมัดหมี่ทอผสมเทคนิคจกซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้ทักษะสูงมาก ตั้งแต่การเตรียมเส้นไหม การคัดเส้น การย้อมสี การมัดหมี่ การตั้งกี่ การควบคุมจังหวะเส้นยืนและเส้นพุ่ง ไปจนถึงการจกหรือยกเส้นเพื่อสร้างลวดลายบนผืนผ้า งานแต่ละผืนต้องอาศัยทั้งความรู้ด้านวัสดุ สี ลายผ้า โครงสร้างผืนผ้า และความนิ่งของช่างทอ บ้านคำปุนจึงเป็นสถานที่ที่ทำให้เห็นว่าผ้าทอมือหนึ่งผืนไม่ใช่เพียงสินค้าหัตถกรรม แต่เป็นผลลัพธ์ของเวลา ความชำนาญ และความละเอียดอ่อนที่สะสมผ่านหลายชั่วอายุคน
หัวใจของบ้านคำปุนผูกพันกับชื่อของแม่คำปุน ศรีใส ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ประณีตศิลป์-ทอผ้า พุทธศักราช 2561 ผู้สืบทอดศิลปะการทอผ้าจากครอบครัวและพัฒนางานผ้าทออีสานให้มีความงามลุ่มลึกยิ่งขึ้น แม่คำปุนได้รับการถ่ายทอดการทอผ้าตั้งแต่วัยเยาว์ ทั้งผ้ามัดหมี่ ผ้าไหมยกเงิน ผ้าไหมยกทอง และงานทอที่ยึดรากฐานเทคนิคอีสาน ได้แก่ หมี่ ขิด ยก และจก เมื่อประสบการณ์และความชำนาญเพิ่มขึ้น แม่คำปุนได้พัฒนาลวดลาย สี และเทคนิคจนเกิดผ้าทอที่มีเอกลักษณ์ของบ้านคำปุนอย่างชัดเจน ความงามของผ้าบ้านคำปุนจึงไม่ได้เกิดจากความวิจิตรเพียงภายนอก แต่เกิดจากการถือมั่นในมาตรฐานช่าง การเลือกใช้วัสดุคุณภาพ และความเข้าใจในรากวัฒนธรรมผ้าทออีสาน
อีกบุคคลสำคัญที่ทำให้บ้านคำปุนเป็นชื่อที่มีความหมายในโลกผ้าทอไทยคือครูมีชัย แต้สุจริยา บุตรชายของแม่คำปุน ผู้ก่อตั้งบ้านคำปุนและพิพิธภัณฑ์คำปุน รวมถึงเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ทอผ้า พุทธศักราช 2564 ครูมีชัยเป็นผู้สืบสานและต่อยอดงานผ้าทอจากครอบครัว ถ่ายทอดมรดกของแม่และคุณยายให้กลายเป็นงานศิลปะร่วมสมัยที่ยังคงหัวใจของอีสานไว้ครบถ้วน บทบาทสำคัญของครูมีชัยคือการคิดค้นและพัฒนาผ้ากาบบัว ซึ่งกลายเป็นผ้าเอกลักษณ์ประจำจังหวัดอุบลราชธานีในเวลาต่อมา บ้านคำปุนจึงเป็นทั้งแหล่งผลิตผ้า บ้านของครอบครัวศิลปิน พื้นที่เรียนรู้ และหมุดหมายสำคัญของประวัติศาสตร์ผ้าทอเมืองอุบลราชธานี
ผ้ากาบบัวคือหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ทำให้บ้านคำปุนควรค่าแก่การศึกษา ผ้ากาบบัวเกิดจากการผสมผสานเทคนิคการทอหลายแบบในผืนเดียว โดยมีแนวคิดเชื่อมโยงกับดอกบัว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดอุบลราชธานี ลักษณะสำคัญของผ้ากาบบัวเกี่ยวข้องกับเส้นยืนที่ให้มิติของสี การทอเส้นพุ่งด้วยเทคนิคมัดหมี่ การใช้ไหมควบหรือไหมหางกระรอก และการขิดหรือจกเพื่อสร้างลวดลาย ผืนผ้าจึงมีทั้งมิติของสี ลวดลาย จังหวะ และพื้นผิวในตัวเอง การที่ผ้ากาบบัวได้รับการยอมรับให้เป็นผ้าเอกลักษณ์ของจังหวัดอุบลราชธานีทำให้บ้านคำปุนมีบทบาทเกินกว่าการเป็นร้านผ้าหรือแหล่งผลิต เพราะเป็นสถานที่ที่มีส่วนสร้างภาพจำทางวัฒนธรรมของจังหวัดทั้งในเชิงศิลปะ ประวัติศาสตร์ และอัตลักษณ์ท้องถิ่น
เมื่อเดินเข้าสู่พื้นที่บ้านคำปุน ผู้มาเยือนจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศของบ้านไม้แบบอีสานที่จัดวางอย่างสงบ กลุ่มอาคารไม้สีแดงและสนามหญ้ากว้างทำให้สถานที่มีเอกลักษณ์ชัดเจน อาคารแต่ละหลังไม่ได้ตั้งอยู่เพื่อความงามทางสถาปัตยกรรมเท่านั้น แต่ทำหน้าที่รองรับชีวิตของงานผ้า ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่เก็บสะสมผ้าโบราณ พื้นที่จัดแสดงผลงาน พื้นที่ทำงานของช่างทอ หรือพื้นที่ต้อนรับผู้มาเยือนในรอบกิจกรรมพิเศษ ลักษณะของบ้านคำปุนจึงเป็นงานจัดวางทางวัฒนธรรมขนาดใหญ่ที่เชื่อมอาคาร ผืนผ้า ต้นไม้ เสียงกี่ทอผ้า และผู้คนเข้าด้วยกันอย่างเป็นธรรมชาติ
สิ่งที่ทำให้บ้านคำปุนแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวทั่วไปคือการเปิดบ้านปีละครั้งในช่วงงานประเพณีแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานี ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นฤดูกาลวัฒนธรรมสำคัญของเมืองอุบลราชธานี เมืองเต็มไปด้วยต้นเทียนพรรษา ขบวนแห่ ศิลปะ งานช่าง ความศรัทธา และผู้คนจากหลายพื้นที่ การเปิดบ้านคำปุนในช่วงเดียวกันจึงทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นอุบลราชธานีในมิติที่ลึกขึ้น จากงานแกะสลักเทียนไปสู่งานทอผ้า จากศิลปะพระพุทธศาสนาไปสู่ศิลปะพื้นบ้าน จากพื้นที่สาธารณะในเมืองไปสู่พื้นที่ครอบครัวช่างทอที่รักษาภูมิปัญญาไว้ด้วยความละเอียดอ่อน กิจกรรมเปิดบ้านคำปุนจึงเป็นประสบการณ์ที่เหมาะกับผู้เดินทางมาอุบลราชธานีในช่วงแห่เทียนอย่างยิ่ง
ภายในรอบกิจกรรมเปิดบ้านคำปุน ผู้เข้าชมจะได้ชมโรงเรือนผลิตผ้าทอ การทำงานของช่างทอ การจัดแสดงผลงานผ้าโบราณและผ้าร่วมสมัย นิทรรศการเกี่ยวกับแม่คำปุน ศรีใส และครูมีชัย แต้สุจริยา รวมถึงกิจกรรมสาธิตงานศิลป์พื้นถิ่นหลายประเภท เช่น การเตรียมเส้นไหม การมัดหมี่ การทอผ้า การจัดดอกไม้ การทำดอกผึ้ง ต้นผึ้ง หรือปราสาทผึ้งแบบโบราณ การแสดงดนตรีไทย และการแสดงศิลปวัฒนธรรมอีสาน กิจกรรมเหล่านี้ทำให้บ้านคำปุนไม่ใช่เพียงสถานที่ชมผ้า แต่เป็นพื้นที่ที่รวมศิลปะหลายแขนงของอุบลราชธานีไว้ในบรรยากาศเดียวกัน
โรงเรือนผลิตผ้าทอเป็นพื้นที่ที่ผู้สนใจงานหัตถศิลป์ควรให้เวลาเป็นพิเศษ เพราะเป็นจุดที่ทำให้เข้าใจกระบวนการสร้างผืนผ้าอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่เส้นไหมที่ยังเป็นวัตถุดิบไปจนถึงผ้าสำเร็จรูปบนกี่ทอผ้า ทุกขั้นตอนต้องอาศัยจังหวะมือ ความจำ ความแม่นยำ และสมาธิของช่างทอ การเห็นช่างทำงานจริงช่วยให้เข้าใจว่าลายผ้าไม่ได้เกิดจากการวาดลายลงบนผืนผ้า แต่เกิดจากการวางแผนตั้งแต่ก่อนทอ การมัดเส้นไหม การคำนวณลาย การย้อมสีซ้ำหลายรอบ และการควบคุมเส้นไหมทีละเส้น การชมโรงเรือนจึงเป็นประสบการณ์ที่ทำให้คุณค่าของผ้าบ้านคำปุนชัดเจนขึ้นทันที
ผ้าโบราณที่บ้านคำปุนอนุรักษ์และสั่งสมไว้มีคุณค่าในฐานะหลักฐานทางวัฒนธรรม ผืนผ้าแต่ละผืนเก็บข้อมูลเกี่ยวกับยุคสมัย กลุ่มคน เทคนิค รสนิยม และสถานะทางสังคมไว้ในตัวเอง บางผืนสะท้อนรูปแบบผ้าซิ่นของชุมชนอีสาน บางผืนแสดงความงามของลายมัดหมี่ บางผืนบอกอิทธิพลของงานราชสำนักหรือกลุ่มวัฒนธรรมใกล้เคียง การเก็บรักษาผ้าเหล่านี้จึงเท่ากับการเก็บรักษาเอกสารประวัติศาสตร์ที่เขียนด้วยเส้นไหม สี และลายทอ ผู้ชมที่เดินผ่านผ้าแต่ละผืนจึงกำลังอ่านประวัติศาสตร์ผ่านวัสดุที่ละเอียดอ่อนและมีชีวิต
บ้านคำปุนยังสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างงานศิลป์กับชุมชนท้องถิ่น ช่างทอมากกว่า 30 คนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตผ้าไหมด้วยกี่ทอมือเป็นส่วนหนึ่งของระบบความรู้ที่สืบต่อกันมา งานผ้าช่วยสร้างรายได้ สร้างความภาคภูมิใจ และทำให้คนในชุมชนเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาบ้านเกิด การที่บ้านคำปุนสามารถพัฒนาผ้าทอให้เป็นงานคุณภาพสูงและเป็นที่ยอมรับในระดับประเทศ ทำให้หัตถศิลป์ท้องถิ่นไม่ถูกจำกัดอยู่เพียงในหมู่บ้าน แต่สามารถเดินทางเข้าสู่พิธีการสำคัญ วงการศิลปะ แฟชั่น และการสะสมผ้าระดับสูงได้
ในด้านสถาปัตยกรรม บ้านคำปุนมีเสน่ห์จากการใช้รูปแบบอาคารไม้ไทยอีสานที่สง่างามและมีระเบียบ อาคารไม้ หลังคา เสา ระเบียง และพื้นที่โล่งภายในบ้านให้ความรู้สึกเชื่อมโยงกับบ้านอีสานดั้งเดิม แต่ได้รับการจัดวางให้เหมาะกับการทำงานศิลป์และการต้อนรับผู้เข้าชม อาคารเหล่านี้ช่วยเสริมคุณค่าของผ้า เพราะผืนผ้าไม่ได้ถูกวางในพื้นที่ที่ตัดขาดจากบริบท แต่ตั้งอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีกลิ่นอายของบ้าน ชุมชน และงานมือ สถาปัตยกรรมจึงเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ ไม่ใช่ฉากหลังที่แยกจากผ้า
ช่วงงานแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานีเป็นเวลาที่เมืองอุบลราชธานีมีชีวิตชีวาที่สุดช่วงหนึ่งของปี นักท่องเที่ยวสามารถเริ่มต้นจากการชมขบวนแห่เทียนบริเวณทุ่งศรีเมืองและถนนอุปราช จากนั้นวางแผนข้ามไปอำเภอวารินชำราบเพื่อเยี่ยมชมบ้านคำปุนในรอบกิจกรรมเปิดบ้าน การเชื่อมเส้นทางนี้ทำให้ได้เห็นเมืองอุบลราชธานีในหลายมิติ ทั้งงานช่างเทียน งานวัด งานขบวนแห่ งานดนตรี นาฏศิลป์ และงานผ้าทอมือที่ต้องอาศัยความประณีตไม่แพ้กัน บ้านคำปุนจึงเป็นจุดหมายที่เสริมการเที่ยวงานแห่เทียนให้สมบูรณ์ขึ้น
ในเชิงการท่องเที่ยว บ้านคำปุนเหมาะกับผู้สนใจวัฒนธรรมไทย ผ้าทอมือ ศิลปะอีสาน สถาปัตยกรรมพื้นถิ่น งานหัตถกรรม พิพิธภัณฑ์เอกชน และเรื่องราวของศิลปินแห่งชาติ ไม่เหมาะกับการเที่ยวแบบเร่งรีบ เพราะรายละเอียดสำคัญของสถานที่อยู่ที่การสังเกตอย่างช้า ๆ ทั้งลายผ้า สี เส้นไหม วิธีวางอาคาร จังหวะการทอ และเรื่องเล่าที่อยู่เบื้องหลังผลงาน ผู้ที่เข้าชมควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1 – 2 ชั่วโมงในรอบเปิดบ้าน เพื่อเดินชมโรงเรือน นิทรรศการ และพื้นที่จัดแสดงอย่างเต็มที่ หากเป็นผู้สนใจผ้าจริงจัง อาจใช้เวลานานกว่านั้น เพราะผลงานแต่ละชิ้นมีรายละเอียดมากและควรอ่านด้วยสายตาอย่างละเมียด
มารยาทในการเข้าชมบ้านคำปุนควรให้ความสำคัญกับความสงบและการเคารพพื้นที่ เนื่องจากเป็นพื้นที่เอกชนที่มีทั้งลักษณะบ้าน พิพิธภัณฑ์ และแหล่งผลิตงานหัตถศิลป์ ผู้เข้าชมควรเดินตามเส้นทางที่จัดไว้ ไม่จับต้องผ้าโบราณหรือเครื่องมือทอผ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่รบกวนช่างทอขณะทำงาน และถ่ายภาพตามกติกาของพื้นที่ การชมผ้าควรใช้เวลาและความระมัดระวัง เพราะผ้าบางผืนเป็นผ้าโบราณหรือผลงานชั้นสูงที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม การเข้าชมด้วยความเคารพทำให้ประสบการณ์ของทั้งผู้ชมและผู้ดูแลสถานที่ดำเนินไปอย่างเหมาะสม
บ้านคำปุนยังเหมาะสำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการเข้าใจ Thai textiles ในระดับลึก เพราะคำว่า Thai silk ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงผ้าไหมแบบทั่วไป แต่หมายถึงผลงานที่รวมเทคนิคท้องถิ่น ความรู้เรื่องสี วัสดุ ความเชื่อ และประวัติศาสตร์ชุมชนไว้ในผืนเดียว การอธิบายบ้านคำปุนให้ชาวต่างชาติเข้าใจควรเริ่มจากการมองผ้าเป็น cultural object ไม่ใช่ souvenir ผ้าแต่ละผืนมีสถานะเหมือนงานศิลปะที่เกิดจากมือคนและเวลาจริง ผู้ที่สนใจงานคราฟต์ งานออกแบบ หรือมรดกภูมิปัญญาท้องถิ่นจะพบว่าบ้านคำปุนเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ทำให้เข้าใจความซับซ้อนของงานผ้าไทยได้ชัดเจนมาก
ค่าเข้าชมในรอบกิจกรรมเปิดบ้านคำปุนที่เผยแพร่ล่าสุดอยู่ที่ 100 บาท โดยรายได้จากกิจกรรมถูกระบุว่าใช้เพื่อสนับสนุนกิจกรรมสาธารณประโยชน์และงานพิพิธภัณฑ์ในพื้นที่อุบลราชธานี ผู้ที่จะเดินทางควรตรวจรอบกิจกรรมประจำปีของบ้านคำปุนก่อนวางแผน เพราะบ้านคำปุนไม่ได้เปิดโรงเรือนผลิตผ้าทอให้บุคคลภายนอกเข้าชมทุกวันแบบพิพิธภัณฑ์สาธารณะทั่วไป การใช้ข้อมูลล่าสุดของแต่ละปีมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะวันจัดกิจกรรม จำนวนรอบเข้าชม ค่าเข้าชม กติกาการถ่ายภาพ และกิจกรรมพิเศษที่เปลี่ยนไปตามปี
การเดินทาง ไปบ้านคำปุนทำได้สะดวกจากตัวเมืองอุบลราชธานี โดยใช้สะพานข้ามแม่น้ำมูลไปยังอำเภอวารินชำราบ แล้วเข้าสู่ถนนศรีสะเกษหรือเส้นทางในเขตตำบลหนองกินเพล ระยะทางจากทุ่งศรีเมืองและย่านเมืองเก่าอุบลราชธานีประมาณ 8 กม. ใช้เวลาประมาณ 15 – 25 นาทีตามสภาพการจราจร หากเดินทางจากสนามบินอุบลราชธานีสามารถใช้รถแท็กซี่ รถเช่า หรือบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันเข้าพื้นที่วารินชำราบได้โดยตรง สำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถไฟ สถานีรถไฟอุบลราชธานีตั้งอยู่ในอำเภอวารินชำราบ จึงสามารถต่อรถไปบ้านคำปุนได้สะดวกกว่าการเริ่มจากฝั่งตัวเมือง
การจัดเส้นทางท่องเที่ยวรอบบ้านคำปุนสามารถทำได้หลายรูปแบบ หากต้องการเน้นวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ ควรรวมบ้านคำปุนกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี วัดทุ่งศรีเมือง ทุ่งศรีเมือง และวัดศรีอุบลรัตนาราม หากต้องการเที่ยวแบบใกล้พื้นที่วารินชำราบ สามารถรวมกับวัดหนองป่าพง บ้านสวนคุณตา และย่านร้านอาหารในวารินชำราบได้ หากเดินทางช่วงแห่เทียน ควรวางบ้านคำปุนเป็นกิจกรรมครึ่งวัน แล้วกลับไปชมขบวนแห่หรือกิจกรรมกลางคืนในตัวเมือง การวางแผนเช่นนี้ทำให้ทริปมีทั้งงานช่างเทียน งานผ้า พื้นที่ศรัทธา และวัฒนธรรมเมืองครบในวันเดียว
บ้านคำปุนจึงเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่ทำให้ชื่ออุบลราชธานีไม่ได้ถูกจดจำเฉพาะงานแห่เทียนพรรษา แต่ยังเชื่อมโยงกับมรดกผ้าทอมือชั้นสูงของอีสานใต้ ที่นี่เป็นทั้งบ้านของศิลปิน พิพิธภัณฑ์ผ้า แหล่งผลิตงานหัตถศิลป์ โรงเรียนชีวิตของช่างทอ และพื้นที่ที่ทำให้ผู้คนเห็นว่าภูมิปัญญาท้องถิ่นสามารถพัฒนาเป็นงานศิลปะระดับประเทศได้โดยไม่สูญเสียรากเหง้าเดิม การได้เข้าชมบ้านคำปุนในรอบเปิดบ้านจึงเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่ามากกว่าการซื้อผ้าสวย ๆ สักผืน เพราะผู้มาเยือนจะได้เห็นเวลาที่ถูกถักทอเป็นลาย ได้เห็นศรัทธาที่อยู่ในเส้นไหม และได้เข้าใจว่าผืนผ้าหนึ่งผืนสามารถบอกเล่าเมืองอุบลราชธานีได้ลึกเพียงใด
| ชื่อสถานที่ | บ้านคำปุน อุบลราชธานี / พิพิธภัณฑ์บ้านคำปุน |
| ที่ตั้ง | อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี |
| ที่อยู่ | 331 ถนนศรีสะเกษ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี / พื้นที่ชุมชนบ้านคำปุน หมู่ 9 ตำบลหนองกินเพล อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี 34190 |
| พิกัด | 15.195682, 104.827141 |
| ไฮไลต์ | พิพิธภัณฑ์ผ้าพื้นเมืองอีสานและแหล่งผลิตผ้าทอมือคุณภาพสูงที่มีชื่อเสียงของอุบลราชธานี มีผ้าโบราณสูงค่า โรงเรือนทอผ้า อาคารไม้สถาปัตยกรรมอีสาน และเรื่องราวของแม่คำปุน ศรีใส กับครูมีชัย แต้สุจริยา |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | บ้านคำปุนสืบทอดภูมิปัญญาการทอผ้าไหมพื้นเมืองอีสานจากครอบครัวช่างทอหลายชั่วอายุคน พัฒนาสู่พิพิธภัณฑ์ผ้าและแหล่งผลิตงานหัตถศิลป์ร่วมสมัย โดยมีแม่คำปุน ศรีใส ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. 2561 และครูมีชัย แต้สุจริยา ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. 2564 เป็นบุคคลสำคัญ |
| ที่มาของชื่อ | ใช้ชื่อตามแม่คำปุน ศรีใส ครูช่างทอผ้าคนสำคัญของครอบครัวและของจังหวัดอุบลราชธานี |
| ลักษณะเด่น | กลุ่มอาคารไม้แบบสถาปัตยกรรมอีสาน พื้นที่ผลิตผ้าไหมกี่ทอมือ ผ้าไหมมัดหมี่ผสมเทคนิคจก ผ้าทอยกทองแบบอุบลฯ ผ้าทอร่วมสมัย และผ้ากาบบัวซึ่งเป็นผ้าเอกลักษณ์จังหวัดอุบลราชธานี |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองอุบลราชธานีข้ามแม่น้ำมูลไปอำเภอวารินชำราบ เข้าสู่ถนนศรีสะเกษหรือเขตตำบลหนองกินเพล ระยะทางจากทุ่งศรีเมืองประมาณ 8 กม. ใช้เวลาประมาณ 15 – 25 นาที |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้บุคคลภายนอกเข้าชมโรงเรือนผลิตผ้าทอเป็นรอบกิจกรรมปีละครั้งในช่วงงานประเพณีแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานี ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์สาธารณะรายวันที่เดินเข้าได้ตลอดปี |
| วันเปิดทำการ | เปิดตามรอบกิจกรรม “เปิดบ้านคำปุน” ประจำปีในช่วงงานประเพณีแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานี |
| เวลาเปิดทำการ | 09.00 – 17.00 น. ในรอบกิจกรรมเปิดบ้านคำปุน |
| ค่าเข้า | บัตรเข้าชมกิจกรรมเปิดบ้านคำปุนรอบล่าสุดที่เผยแพร่ 100 บาท |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่ต้อนรับผู้เข้าชมในรอบกิจกรรม โรงเรือนทอผ้า พื้นที่จัดแสดงผ้า อาคารไม้แบบอีสาน พื้นที่กิจกรรมสาธิต และลานภายในบริเวณบ้านคำปุน |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | โรงเรือนผลิตผ้าทอมือ พื้นที่จัดแสดงผ้าโบราณและผ้าทอร่วมสมัย กลุ่มอาคารไม้สถาปัตยกรรมอีสาน พื้นที่นิทรรศการแม่คำปุน ศรีใส พื้นที่นิทรรศการครูมีชัย แต้สุจริยา พื้นที่สาธิตงานหัตถกรรมในรอบกิจกรรมเปิดบ้าน พื้นที่จัดแสดงเรื่องผ้ากาบบัวและผ้าทอเมืองอุบล |
| ผู้ดูแล | บ้านคำปุนและครอบครัวแต้สุจริยา |
| บุคคลสำคัญ | แม่คำปุน ศรีใส ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ประณีตศิลป์-ทอผ้า พ.ศ. 2561 ครูมีชัย แต้สุจริยา ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ทอผ้า พ.ศ. 2564 |
| เบอร์ติดต่อพื้นที่ชุมชน | องค์การบริหารส่วนตำบลหนองกินเพล โทร. 045-251-824 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. สถานีรถไฟอุบลราชธานี ประมาณ 5 กม. 2. วัดศรีอุบลรัตนาราม ประมาณ 7 กม. 3. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี ประมาณ 8 กม. 4. ทุ่งศรีเมือง อุบลราชธานี ประมาณ 8 กม. 5. วัดทุ่งศรีเมือง ประมาณ 8 กม. 6. วัดหนองป่าพง ประมาณ 14 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. Khampun Museum Cafe ประมาณ 0.1 กม. 2. ห้องอาหารจามจุรี โรงแรมบ้านสวนคุณตา ประมาณ 3 กม. โทร. 093-498-8811, 045-251-288 3. ปากหม้อ ข้างสระว่ายน้ำวารินฯ ประมาณ 4 กม. โทร. 083-682-8059 4. Nom Hok Warin Restaurant ประมาณ 5 กม. โทร. 045-322-378, 086-471-0578 5. อร่อยวาริน วารินชำราบ ประมาณ 5 กม. โทร. 087-444-0618 6. เจนหมูกระทะ วารินชำราบ ประมาณ 5 กม. โทร. 094-225-9509 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. บ้านสวนคุณตา กอล์ฟ แอนด์ รีสอร์ท ประมาณ 3 กม. โทร. 045-251-288, 093-498-8811 2. U Duay Gan Garden Home ประมาณ 5 กม. โทร. 091-835-9784 3. @UBON HOTEL ประมาณ 5 กม. โทร. 045-995-199, 081-393-9995 4. V Hotel Ubon ประมาณ 10 กม. โทร. 097-334-4480, 045-285-757 5. Laithong Hotel ประมาณ 9 กม. โทร. 045-264-271-3 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: บ้านคำปุน อุบลราชธานี อยู่ที่ไหน?
ตอบ: บ้านคำปุนตั้งอยู่ในอำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ในพื้นที่ชุมชนบ้านคำปุน ตำบลหนองกินเพล ใกล้เส้นทางถนนศรีสะเกษและไม่ไกลจากสถานีรถไฟอุบลราชธานี
ถาม: บ้านคำปุนเปิดให้เข้าชมทุกวันหรือไม่?
ตอบ: บ้านคำปุนไม่ได้เปิดโรงเรือนผลิตผ้าทอให้บุคคลภายนอกเข้าชมทุกวันแบบพิพิธภัณฑ์สาธารณะ แต่เปิดเป็นรอบกิจกรรม “เปิดบ้านคำปุน” ปีละครั้งในช่วงงานประเพณีแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานี
ถาม: บ้านคำปุนมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: กิจกรรมเปิดบ้านคำปุนรอบล่าสุดที่เผยแพร่มีบัตรเข้าชม 100 บาท โดยเป็นรอบกิจกรรมพิเศษช่วงงานแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานี
ถาม: บ้านคำปุนมีอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: จุดเด่นคือพิพิธภัณฑ์ผ้าพื้นเมืองอีสาน ผ้าโบราณสูงค่า โรงเรือนทอผ้า อาคารไม้สถาปัตยกรรมอีสาน ผ้าไหมมัดหมี่ผสมเทคนิคจก ผ้าทอยกทองแบบอุบลฯ และเรื่องราวของผ้ากาบบัวซึ่งเป็นผ้าเอกลักษณ์จังหวัดอุบลราชธานี
ถาม: แม่คำปุน ศรีใส เกี่ยวข้องกับบ้านคำปุนอย่างไร?
ตอบ: แม่คำปุน ศรีใส เป็นครูช่างทอผ้าคนสำคัญของบ้านคำปุน และได้รับยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ประณีตศิลป์-ทอผ้า พ.ศ. 2561
ถาม: ผ้ากาบบัวคืออะไร?
ตอบ: ผ้ากาบบัวเป็นผ้าทอเอกลักษณ์จังหวัดอุบลราชธานีที่พัฒนาโดยบ้านคำปุน ใช้การผสมผสานเทคนิคการทอหลายแบบ เช่น มัดหมี่ ไหมควบ ขิด และจก ทำให้ผืนผ้ามีมิติของสี ลวดลาย และพื้นผิวที่โดดเด่น
ถาม: ควรไปบ้านคำปุนช่วงไหนดีที่สุด?
ตอบ: ช่วงที่เหมาะที่สุดคือช่วงงานประเพณีแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานี เพราะเป็นช่วงที่มีการจัดกิจกรรมเปิดบ้านคำปุนให้บุคคลภายนอกเข้าชมโรงเรือนผลิตผ้าทอและนิทรรศการพิเศษ
ถาม: เที่ยวบ้านคำปุนแล้วไปที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถไปต่อที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี ทุ่งศรีเมือง วัดศรีอุบลรัตนาราม วัดทุ่งศรีเมือง สถานีรถไฟอุบลราชธานี และวัดหนองป่าพงได้สะดวก
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●พิพิธภัณฑ์
ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว




