หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี >อ.เมืองอุบลราชธานี >ต.ในเมือง > ประเพณีแห่เทียนพรรษา
TL;DR: ประเพณีแห่เทียนพรรษา เปิดจัดประจำปีช่วงเทศกาลเข้าพรรษา (ปี 2569 จัดกิจกรรม 13 กรกฎาคม – 17 สิงหาคม 2569) เวลา ตามกำหนดกิจกรรมหลัก ขบวนแห่ภาคกลางวัน 08.30 น. และขบวนแห่ภาคกลางคืน 19.00 น.
ประเพณีแห่เทียนพรรษา

วันเปิดทำการ: จัดประจำปีช่วงเทศกาลเข้าพรรษา (ปี 2569 จัดกิจกรรม 13 กรกฎาคม – 17 สิงหาคม 2569)
เวลาเปิดทำการ: ตามกำหนดกิจกรรมหลัก ขบวนแห่ภาคกลางวัน 08.30 น. และขบวนแห่ภาคกลางคืน 19.00 น.
ประเพณีแห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี เป็นงานประเพณีไทยที่ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดงานหนึ่งของภาคอีสาน จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา โดยมีพื้นที่หลักอยู่บริเวณทุ่งศรีเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี งานนี้เป็นการรวมพลังศรัทธาของพระพุทธศาสนา ฝีมือช่างเทียน วิถีคุ้มวัด ศิลปะพื้นบ้านอีสาน ขบวนฟ้อนรำ ดนตรีพื้นเมือง และความร่วมมือของชุมชนทั้งจังหวัดไว้ในงานเดียว จุดเด่นสำคัญคือการสร้างต้นเทียนพรรษาขนาดใหญ่จากขี้ผึ้ง ทั้งประเภทแกะสลัก ประเภทติดพิมพ์ และประเภทโบราณ แล้วนำมารวมกันที่ทุ่งศรีเมืองเพื่อประกวดและจัดขบวนแห่ไปตามถนนสายสำคัญของเมืองอุบลราชธานี
งานแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานีไม่ได้เป็นเพียงงานท่องเที่ยว แต่เป็นประเพณีที่เกิดจากความศรัทธาของชาวบ้านอย่างแท้จริง จุดเริ่มต้นของงานมาจากการที่ชาวพุทธร่วมกันถวายเทียนพรรษาแด่พระสงฆ์ เพื่อให้พระสงฆ์มีแสงสว่างใช้ศึกษาพระธรรม ปฏิบัติศาสนกิจ และจำพรรษาในวัดตลอดช่วงฤดูฝน 3 เดือน ก่อนที่ไฟฟ้าจะเข้าถึงวัดอย่างแพร่หลาย เทียนจึงเป็นสิ่งจำเป็นต่อชีวิตวัดและการเรียนรู้ทางพระพุทธศาสนา เมื่อเวลาผ่านไป การถวายเทียนธรรมดาค่อย ๆ พัฒนาเป็นการหล่อเทียนต้นใหญ่ การตกแต่งต้นเทียนอย่างประณีต และการจัดขบวนแห่ที่มีทั้งความศักดิ์สิทธิ์ ความงดงาม และความสนุกสนานของชุมชน
ประเพณีนี้สะท้อนความผูกพันระหว่างวัดกับชุมชนอย่างลึกซึ้ง ในแต่ละคุ้มวัด ชาวบ้าน ทายก ทายิกา เยาวชน พระสงฆ์ ช่างเทียน และผู้สนับสนุนจากภาคส่วนต่าง ๆ จะร่วมกันเตรียมต้นเทียนของวัดตนเอง ตั้งแต่การบริจาคเทียน การหลอมขี้ผึ้ง การออกแบบลวดลาย การปั้นหุ่น การแกะสลัก การติดพิมพ์ การประดับตกแต่งรถแห่ และการฝึกซ้อมขบวนฟ้อนรำ ต้นเทียนแต่ละต้นจึงไม่ใช่เพียงงานศิลปะ แต่เป็นผลรวมของแรงศรัทธา เวลา ฝีมือ ทุนทรัพย์ และความสามัคคีของคนทั้งคุ้มวัด
พื้นที่ทุ่งศรีเมืองเป็นศูนย์กลางสำคัญของงานประเพณีแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานีมายาวนาน ในช่วงเทศกาล ต้นเทียนจากคุ้มวัดต่าง ๆ จะถูกนำมารวมกันเพื่อจัดแสดง ประกวด และเตรียมเข้าสู่ขบวนแห่ ทุ่งศรีเมืองจึงกลายเป็นเหมือนเวทีกลางของเมืองอุบลราชธานี เป็นพื้นที่ที่นักท่องเที่ยว ชาวบ้าน ช่างเทียน หน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และผู้มาเยือนจากต่างจังหวัดมาพบกัน ภาพต้นเทียนขนาดใหญ่เรียงรายรอบทุ่งศรีเมืองในคืนรวมเทียนเป็นหนึ่งในภาพจำสำคัญของงาน เพราะทำให้ผู้ชมได้เห็นรายละเอียดงานเทียนอย่างใกล้ชิดก่อนเข้าสู่วันขบวนแห่
ในปี 2569 งานประเพณีแห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี จัดกิจกรรมต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม ถึง 17 สิงหาคม โดยช่วงวันที่ 13 – 27 กรกฎาคม เป็นช่วงเยือนชุมชน ชมวิถีทำเทียน นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปชมกระบวนการทำต้นเทียนในคุ้มวัดและชุมชนช่างเทียน วันที่ 28 กรกฎาคม เป็นวันรวมเทียนที่บริเวณทุ่งศรีเมือง วันที่ 29 – 30 กรกฎาคม เป็นขบวนแห่เทียนพรรษาภาคกลางวันและภาคกลางคืน วันที่ 31 กรกฎาคม – 1 สิงหาคม เป็นช่วงวันไหลแห่เทียนและการชมต้นเทียนจัดแสดง ส่วนวันที่ 3 – 17 สิงหาคม เป็นกิจกรรมเทียนอุบล ยลได้ตลอดเดือน ที่วัดพระธาตุหนองบัว
รูปแบบงานแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานีมีพัฒนาการจากงานของชาวบ้านในคุ้มวัดไปสู่งานประเพณีระดับชาติอย่างชัดเจน เดิมทีชาวบ้านในแต่ละวัดจัดทำต้นเทียนถวายพระสงฆ์และนำมาร่วมกันในพื้นที่เมือง ต่อมางานได้รับการสนับสนุนจากส่วนราชการ พ่อค้า ห้างร้าน ภาคเอกชน และประชาชนในวงกว้าง จนในปี พ.ศ. 2519 จังหวัดอุบลราชธานีได้เชิญองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเข้ามาสังเกตการณ์ และตั้งแต่ปี พ.ศ. 2520 เป็นต้นมา งานประเพณีแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานีได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยให้เป็นงานประเพณีระดับชาติ
ความสำคัญของงานยิ่งชัดเจนขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเทียนหลวงมาเป็นเทียนนำชัยในขบวนแห่ แล้วอัญเชิญไปถวายยังอารามหลวงในจังหวัดอุบลราชธานีหมุนเวียนเป็นประจำทุกปี ธรรมเนียมเทียนพรรษาพระราชทานทำให้งานแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานีมีความหมายสูงขึ้นทั้งในเชิงพระพุทธศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ และเกียรติภูมิของจังหวัด
ในช่วงปีท่องเที่ยวไทย Amazing Thailand พ.ศ. 2541 – 2542 งานประเพณีแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานีได้รับการส่งเสริมในฐานะหนึ่งในงานประเพณีสำคัญที่ช่วยนำเสนอวัฒนธรรมไทยต่อชาวต่างชาติ ความงดงามของต้นเทียนขนาดใหญ่ ขบวนแห่ที่มีระเบียบงดงาม การแสดงศิลปวัฒนธรรมอีสาน และบรรยากาศเมืองที่เต็มไปด้วยศรัทธาทำให้งานนี้เป็นที่รู้จักกว้างขึ้นในระดับประเทศและระดับนานาชาติ ปัจจุบันงานแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานีจึงไม่ได้เป็นเพียงงานประจำจังหวัด แต่เป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของประเทศไทยในช่วงเข้าพรรษา
ต้นเทียนพรรษาในงานอุบลราชธานีมีหลายรูปแบบ แต่ละแบบสะท้อนเทคนิคและความถนัดของช่างต่างกัน ประเภทแกะสลักใช้การสร้างโครงต้นเทียนและแกะลวดลายจากขี้ผึ้งเป็นภาพพุทธประวัติ เทวดา พญานาค ครุฑ กินรี ลายกนก ลายพรรณพฤกษา และเรื่องราวทางพระพุทธศาสนา ส่วนประเภทติดพิมพ์ใช้แม่พิมพ์ขี้ผึ้งทำลวดลายชิ้นเล็ก ๆ แล้วนำมาติดเรียงจนเกิดภาพใหญ่ที่มีรายละเอียดแน่นและสวยงาม ประเภทโบราณเน้นรูปแบบเรียบง่ายตามวิถีถวายเทียนแบบดั้งเดิม การมีหลายประเภททำให้งานประกวดต้นเทียนมีทั้งมิติของศิลปะ ความคิดสร้างสรรค์ และการรักษารูปแบบเดิม
กระบวนการทำต้นเทียนเป็นหัวใจของงานที่ควรได้รับความสนใจไม่แพ้วันขบวนแห่ ช่างเทียนต้องเริ่มจากการออกแบบเรื่องราวและองค์ประกอบทั้งหมด จากนั้นสร้างโครงไม้หรือโครงโลหะเพื่อรองรับน้ำหนัก หลอมขี้ผึ้งให้ได้คุณภาพ ปั้นส่วนประกอบ แกะลาย ติดพิมพ์ และตรวจรายละเอียดทีละชั้น งานบางต้นใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนกว่าจะเสร็จสมบูรณ์ ทุกลายต้องคำนึงถึงสัดส่วน น้ำหนัก ความทนทาน และการมองเห็นเมื่ออยู่บนรถแห่ ต้นเทียนจึงเป็นงานประติมากรรมเคลื่อนที่ที่ต้องสมบูรณ์ทั้งด้านศิลปะและโครงสร้าง
ขบวนแห่เทียนพรรษาภาคกลางวันเป็นช่วงที่ผู้ชมได้เห็นรายละเอียดของต้นเทียนอย่างชัดเจน แสงธรรมชาติทำให้สีของขี้ผึ้ง ลวดลายแกะสลัก และรูปทรงประติมากรรมเด่นขึ้น ผู้ชมสามารถเห็นใบหน้าเทวดา พญานาค ลายกนก และรายละเอียดฐานรถแห่ได้ชัดเจน ขบวนฟ้อนรำด้านหน้ารถเทียนช่วยสร้างจังหวะให้ขบวนเคลื่อนตัวอย่างสง่างาม การแต่งกายของผู้แสดงมักใช้ผ้าอีสาน ลายผ้าท้องถิ่น และเครื่องประดับที่สัมพันธ์กับแนวคิดของต้นเทียนแต่ละคุ้มวัด
ขบวนแห่เทียนพรรษาภาคกลางคืนให้ประสบการณ์อีกแบบหนึ่ง แสงไฟช่วยขับให้ต้นเทียนดูมีมิติ ลวดลายเงาและแสงบนผิวขี้ผึ้งสร้างบรรยากาศขลังและงดงาม การแสดงแสง สี เสียง ดนตรี และนาฏศิลป์ช่วยทำให้ขบวนแห่มีความร่วมสมัยมากขึ้น โดยยังคงแกนศรัทธาทางพระพุทธศาสนาไว้ การจัดขบวนทั้งกลางวันและกลางคืนทำให้นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสงานได้สองอารมณ์ในปีเดียวกัน คือความงามของรายละเอียดในแสงธรรมชาติ และความตระการตาของศิลปะเทียนในแสงไฟยามค่ำ
งานแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานียังเป็นพื้นที่สำคัญของศิลปะการแสดงอีสาน ขบวนรำจำนวนมากเกิดจากการฝึกซ้อมของนักเรียน นักศึกษา ชุมชน และกลุ่มศิลปินพื้นบ้าน ท่วงท่าฟ้อน ดนตรีพื้นเมือง กลองยาว พิณ แคน โปงลาง และจังหวะหมอลำช่วยทำให้ต้นเทียนมีชีวิตมากขึ้น ผู้ชมไม่ได้เห็นเพียงวัตถุศิลปะที่เคลื่อนผ่าน แต่เห็นทั้งเสียง สี จังหวะ และร่างกายของผู้คนที่ร่วมกันทำให้ประเพณีมีพลัง
บทบาทของคุ้มวัดเป็นหัวใจของงานนี้อย่างแท้จริง คุ้มวัดคือหน่วยชุมชนที่เชื่อมบ้านกับวัดเข้าด้วยกัน เมื่อถึงช่วงงานแห่เทียน คนในคุ้มวัดจะมีบทบาทแตกต่างกัน บางคนช่วยหล่อเทียน บางคนช่วยแกะลาย บางคนทำอาหารเลี้ยงทีมงาน บางคนฝึกซ้อมรำ บางคนดูแลเครื่องแต่งกาย บางคนสนับสนุนทุนทรัพย์หรือวัสดุ สิ่งเหล่านี้ทำให้งานแห่เทียนพรรษาเป็นพื้นที่สร้างความสามัคคีของชุมชน และเป็นระบบการเรียนรู้ระหว่างคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่
ในเชิงศาสนา งานแห่เทียนพรรษามีความหมายเกี่ยวข้องกับวันเข้าพรรษาโดยตรง วันเข้าพรรษาเป็นวันที่พระสงฆ์เริ่มจำพรรษาอยู่ในวัดเป็นเวลา 3 เดือนในฤดูฝน ตามพระวินัยที่กำหนดให้พระสงฆ์ไม่จาริกไปในที่ต่าง ๆ เพื่อไม่ให้เหยียบย่ำพืชผลและสัตว์เล็กในช่วงฤดูเพาะปลูก ชาวพุทธจึงถือโอกาสนี้ทำบุญ ถวายเทียน ถวายผ้าอาบน้ำฝน รักษาศีล ฟังธรรม และตั้งใจทำความดี งานแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานีจึงตั้งอยู่บนฐานของศรัทธาและการทำบุญ ไม่ใช่เพียงการเฉลิมฉลองทางโลก
การถวายเทียนยังมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ลึกซึ้ง เทียนเป็นแสงสว่างที่ใช้ส่องทางในความมืด เปรียบเหมือนปัญญาที่ช่วยให้มนุษย์เห็นทางแห่งธรรม เมื่อชุมชนร่วมกันหลอมเทียนเล็กจำนวนมากให้เป็นต้นเทียนใหญ่ต้นเดียว จึงเกิดภาพของศรัทธาที่รวมเป็นหนึ่งเดียว คนจำนวนมากอาจบริจาคเทียนเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อนำมารวมกันก็กลายเป็นต้นเทียนขนาดใหญ่ที่งดงามและทรงพลัง ความหมายนี้ทำให้งานแห่เทียนพรรษาเป็นประเพณีที่สะท้อนทั้งธรรมะและความร่วมมือทางสังคม
ทุ่งศรีเมืองในช่วงงานแห่เทียนพรรษากลายเป็นพื้นที่ที่มีชีวิตตลอดวันและคืน นักท่องเที่ยวสามารถชมต้นเทียนที่จอดจัดแสดงรอบลานกิจกรรม เดินถ่ายภาพรายละเอียดงานเทียน ชมเวทีการแสดง ซื้อสินค้าและอาหารท้องถิ่น และสัมผัสบรรยากาศเมืองอุบลราชธานีในช่วงเทศกาล พื้นที่ทุ่งศรีเมืองยังอยู่ใกล้วัดสำคัญ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี ร้านอาหาร โรงแรม และย่านเมืองเก่า ทำให้สามารถวางแผนเที่ยวในเมืองได้สะดวก
นอกจากพื้นที่ทุ่งศรีเมืองแล้ว งานแห่เทียนพรรษายังเชื่อมโยงกับคุ้มวัดและชุมชนทำเทียนหลายแห่งในเมืองอุบลราชธานี การเยือนชุมชนทำเทียนก่อนวันขบวนแห่ช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจขั้นตอนเบื้องหลังมากขึ้น วัดและชุมชนแต่ละแห่งมีเอกลักษณ์ของช่างเทียน เรื่องเล่า และลวดลายที่แตกต่างกัน การได้เห็นช่างกำลังปั้นหรือแกะลาย ทำให้วันชมขบวนแห่มีความหมายมากขึ้น เพราะผู้ชมไม่ได้เห็นเฉพาะผลงานสำเร็จ แต่เข้าใจแรงงานและความพยายามที่อยู่เบื้องหลังต้นเทียนแต่ละต้น
งานแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานีมีผลต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างชัดเจน ในช่วงเทศกาล โรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านของฝาก ตลาด รถรับจ้าง ผู้ประกอบการท่องเที่ยว และชุมชนทำเทียนได้รับประโยชน์จากการเดินทางของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก แต่แกนหลักของงานยังอยู่ที่ศิลปวัฒนธรรมและศรัทธา การเติบโตของงานจึงเป็นตัวอย่างของการใช้ประเพณีท้องถิ่นสร้างคุณค่าทางสังคมและเศรษฐกิจโดยยังรักษาเอกลักษณ์เดิมไว้
สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนครั้งแรก ควรวางแผนล่วงหน้าเพราะช่วงงานมีผู้คนจำนวนมาก ควรเลือกที่พักในตัวเมืองอุบลราชธานีหรือใกล้ทุ่งศรีเมือง เดินทางถึงพื้นที่ก่อนเวลาเริ่มขบวนเพื่อหาจุดชมที่เหมาะสม เตรียมน้ำดื่ม หมวก ร่ม เสื้อผ้าที่สวมสบาย และอุปกรณ์กันฝน เพราะเทศกาลเข้าพรรษาอยู่ในช่วงฤดูฝน การเดินเท้าจะสะดวกกว่าการใช้รถยนต์เข้าใกล้พื้นที่ขบวน เนื่องจากถนนรอบทุ่งศรีเมืองและเส้นทางขบวนอาจมีการปิดการจราจรเป็นช่วง ๆ
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับชมงานขึ้นอยู่กับประสบการณ์ที่ต้องการ หากต้องการชมรายละเอียดต้นเทียนอย่างชัดเจน ควรชมช่วงวันรวมเทียนและขบวนภาคกลางวัน หากต้องการชมบรรยากาศตระการตา แสง สี เสียง และการแสดง ควรชมขบวนภาคกลางคืน หากต้องการถ่ายภาพโดยไม่แออัดมาก ควรใช้ช่วงจัดแสดงต้นเทียนหลังวันขบวนใหญ่ เพราะสามารถเดินดูรายละเอียดได้สะดวกกว่าและใช้เวลาศึกษางานเทียนแต่ละต้นได้มากขึ้น
กิจกรรมเทียนอุบล ยลได้ตลอดเดือน ทำให้นักท่องเที่ยวที่พลาดวันขบวนแห่หลักยังสามารถชมต้นเทียนและงานศิลปะเทียนได้ต่อเนื่องหลังวันเข้าพรรษา ในปี 2569 กิจกรรมส่วนนี้จัดที่วัดพระธาตุหนองบัว ระหว่างวันที่ 3 – 17 สิงหาคม วัดพระธาตุหนองบัวเป็นวัดสำคัญของเมืองอุบลราชธานี มีพระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์เป็นจุดเด่น การนำต้นเทียนหรือกิจกรรมเทียนไปจัดแสดงในพื้นที่วัดช่วยเชื่อมโยงงานศิลปะเทียนกับบริบททางพระพุทธศาสนาอย่างเหมาะสม
ประเพณีแห่เทียนพรรษายังเป็นโอกาสสำคัญในการเรียนรู้ศิลปะของช่างพื้นบ้านอีสาน งานเทียนอุบลราชธานีมีความละเอียดสูงและมีเอกลักษณ์จากการเล่าเรื่องพุทธประวัติ ชาดก เทวดา นาค ครุฑ และสัตว์หิมพานต์ผ่านขี้ผึ้ง ช่างเทียนต้องเข้าใจทั้งพุทธศิลป์ สัดส่วนทางประติมากรรม โครงสร้างรถแห่ และความทนทานของวัสดุ งานเทียนจึงอยู่กึ่งกลางระหว่างศาสนา ศิลปะ งานช่าง และการจัดการขนาดใหญ่ของชุมชน
ในมุมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ งานแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานีเป็นหนึ่งในงานที่ช่วยอธิบายวัฒนธรรมไทยได้ชัดเจนที่สุด เพราะมีทั้งพระพุทธศาสนา ความร่วมมือของชุมชน ศิลปะพื้นบ้าน ดนตรี การแสดง อาหาร เมืองเก่า และพื้นที่สาธารณะในงานเดียว นักท่องเที่ยวต่างชาติจะเห็นว่าประเพณีไทยไม่ได้เป็นเพียงพิธีกรรมในวัด แต่สามารถขยายออกมาเป็นศิลปะสาธารณะขนาดใหญ่ที่ผู้คนทั้งเมืองมีส่วนร่วมได้อย่างงดงาม
เมื่อเปรียบเทียบกับงานประเพณีอื่นในประเทศไทย งานแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานีมีเอกลักษณ์เฉพาะจากความยิ่งใหญ่ของต้นเทียนและระบบคุ้มวัด เมืองอื่นอาจมีการถวายเทียนหรือแห่เทียนเช่นกัน แต่อุบลราชธานีสร้างงานนี้ให้กลายเป็นเวทีศิลปกรรมขนาดใหญ่ที่มีการแข่งขัน ประกวด ขบวนแห่ การแสดง และการท่องเที่ยวครบถ้วน ความต่อเนื่องของงานทำให้จังหวัดอุบลราชธานีได้รับการจดจำในฐานะเมืองแห่งเทียนพรรษาอย่างชัดเจน
การเดินทางมายังงานสะดวกที่สุดด้วยเครื่องบิน รถไฟ รถโดยสารประจำทาง หรือรถยนต์ส่วนตัว เมืองอุบลราชธานีมีท่าอากาศยานนานาชาติอยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง มีสถานีรถไฟอุบลราชธานีในเขตอำเภอวารินชำราบ และมีสถานีขนส่งผู้โดยสารเชื่อมต่อหลายจังหวัด เมื่อถึงตัวเมืองสามารถใช้รถรับจ้าง รถแท็กซี่ รถสองแถว หรือบริการเรียกรถเดินทางเข้าสู่พื้นที่ทุ่งศรีเมืองได้ ระหว่างวันงานควรเผื่อเวลาเดินทาง เพราะบางเส้นทางรอบขบวนแห่อาจมีการปรับการจราจร
การแต่งกายสำหรับการเข้าชมควรสุภาพและคล่องตัว หากต้องเข้าวัดหรือชมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับศาสนา ควรหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าที่ไม่เหมาะสม ควรรักษาความสะอาด ไม่ปีนขึ้นต้นเทียนหรือรถแห่ ไม่แตะต้องลวดลายเทียน ไม่เดินตัดหน้าขบวนในจุดที่เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาต และไม่รบกวนผู้แสดง ข้อปฏิบัติเหล่านี้ช่วยให้การชมงานเป็นระเบียบและช่วยรักษาผลงานเทียนที่ชุมชนใช้เวลาสร้างอย่างยาวนาน
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้ทุ่งศรีเมืองช่วยเติมเต็มเส้นทางเที่ยวเมืองอุบลราชธานีได้ดี วัดทุ่งศรีเมืองอยู่ไม่ไกลและมีหอไตรกลางน้ำที่สำคัญ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาประวัติศาสตร์และโบราณวัตถุของจังหวัด วัดมหาวนารามเป็นวัดสำคัญประดิษฐานพระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง วัดพระธาตุหนองบัวเป็นจุดชมพระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ที่งดงาม ส่วนย่านเมืองเก่าและร้านอาหารในตัวเมืองช่วยให้ทริปแห่เทียนสมบูรณ์ขึ้นทั้งด้านวัฒนธรรมและอาหาร
ประเพณีแห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี จึงเป็นงานที่รวมความหมายหลายชั้นไว้ในเทศกาลเดียว เริ่มจากศรัทธาเล็ก ๆ ของชาวบ้านที่ร่วมกันถวายเทียนให้พระสงฆ์ พัฒนาเป็นงานช่างเทียนขนาดใหญ่ของคุ้มวัด ขยายสู่ขบวนแห่เมืองที่มีผู้ชมจำนวนมาก และเติบโตเป็นประเพณีระดับชาติที่ชาวไทยและชาวต่างชาติรู้จัก จุดแข็งของงานอยู่ที่การไม่ทิ้งรากเดิม แม้งานจะใหญ่ขึ้น มีแสงสี การท่องเที่ยว และการจัดการสมัยใหม่เข้ามา แต่แกนกลางยังเป็นการทำบุญเข้าพรรษา การรวมใจของชุมชน และการถวายแสงสว่างแด่พระพุทธศาสนา
ผู้ที่ต้องการเข้าใจอุบลราชธานีอย่างแท้จริงควรสัมผัสงานแห่เทียนพรรษาสักครั้ง เพราะงานนี้แสดงให้เห็นตัวตนของจังหวัดได้ครบถ้วน ทั้งเมืองพุทธ เมืองช่างเทียน เมืองศิลปะพื้นบ้าน เมืองคุ้มวัด เมืองแห่งดนตรีและการฟ้อนรำ และเมืองที่ยังรักษาความสัมพันธ์ระหว่างศาสนากับชุมชนไว้ได้อย่างเข้มแข็ง เมื่อยืนอยู่ท่ามกลางต้นเทียนขนาดใหญ่ เสียงดนตรีอีสาน และผู้คนที่ร่วมกันชมขบวนแห่ จะเห็นได้ชัดว่าประเพณีนี้ไม่ได้เป็นเพียงเทศกาลประจำปี แต่เป็นหัวใจทางวัฒนธรรมของจังหวัดอุบลราชธานี
| ชื่อประเพณี | ประเพณีแห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี |
| พื้นที่จัดงานหลัก | บริเวณทุ่งศรีเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี และพื้นที่คุ้มวัดต่าง ๆ ในเมืองอุบลราชธานี |
| ที่อยู่พื้นที่หลัก | ทุ่งศรีเมือง ถนนอุปราช / ถนนราชบุตร ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี 34000 |
| ไฮไลต์ | ต้นเทียนพรรษาขนาดใหญ่ ขบวนแห่เทียนภาคกลางวันและภาคกลางคืน การประกวดต้นเทียน คืนรวมเทียนที่ทุ่งศรีเมือง การแสดงแสง สี เสียง ฟ้อนรำอีสาน และกิจกรรมเยือนชุมชนทำเทียน |
| ประวัติ / พัฒนาการ | เริ่มจากการถวายเทียนพรรษาของชาวบ้านและคุ้มวัด พัฒนาเป็นงานขบวนแห่ระดับจังหวัด ต่อมาได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยตั้งแต่ พ.ศ. 2520 และมีเทียนพรรษาพระราชทานเป็นเทียนนำชัยขบวนแห่ตั้งแต่ พ.ศ. 2522 |
| ความสำคัญ | เป็นงานประเพณีระดับชาติที่รวมศรัทธาพระพุทธศาสนา งานช่างเทียน ศิลปกรรมอีสาน ความร่วมมือของคุ้มวัด และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดอุบลราชธานี |
| รูปแบบต้นเทียน | ต้นเทียนประเภทแกะสลัก ต้นเทียนประเภทติดพิมพ์ ต้นเทียนประเภทโบราณ และต้นเทียนจากคุ้มวัดหรือชุมชนต่าง ๆ ในจังหวัดอุบลราชธานี |
| กำหนดงานปี 2569 | 13 – 27 กรกฎาคม 2569 เยือนชุมชน ชมวิถีทำเทียน 28 กรกฎาคม 2569 วันรวมเทียน บริเวณทุ่งศรีเมือง 29 – 30 กรกฎาคม 2569 ขบวนแห่เทียนพรรษาภาคกลางวันและภาคกลางคืน 31 กรกฎาคม – 1 สิงหาคม 2569 วันไหลแห่เทียนและชมต้นเทียนจัดแสดง 3 – 17 สิงหาคม 2569 เทียนอุบล ยลได้ตลอดเดือน ณ วัดพระธาตุหนองบัว |
| วันเปิดทำการ | จัดประจำปีช่วงเทศกาลเข้าพรรษา โดยปี 2569 มีกิจกรรม 13 กรกฎาคม – 17 สิงหาคม 2569 |
| เวลาเปิดทำการ | ตามกำหนดกิจกรรมหลัก ขบวนแห่ภาคกลางวันเริ่ม 08.30 น. และขบวนแห่ภาคกลางคืนเริ่ม 19.00 น. |
| ค่าเข้าชม | ไม่มีค่าเข้าชมพื้นที่ขบวนแห่และพื้นที่จัดแสดงสาธารณะ ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับอาหาร ที่พัก การเดินทาง และบริการส่วนตัว |
| สถานะปัจจุบัน | จัดต่อเนื่องเป็นงานประเพณีสำคัญประจำปีของจังหวัดอุบลราชธานี และปี 2569 ยังมีกิจกรรมต่อเนื่องถึงวันที่ 17 สิงหาคม 2569 |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | โซนทุ่งศรีเมือง โซนคืนรวมเทียน โซนขบวนแห่กลางวัน โซนขบวนแห่กลางคืน โซนเวทีการแสดง โซนประกวดต้นเทียน โซนชุมชนทำเทียน โซนวัดพระธาตุหนองบัวสำหรับกิจกรรมเทียนอุบล ยลได้ตลอดเดือน และโซนอาหารหรือร้านค้าในพื้นที่งาน |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่ชมขบวน พื้นที่จัดแสดงต้นเทียน เวทีการแสดง ห้องน้ำสาธารณะ จุดบริการนักท่องเที่ยว ร้านอาหาร ร้านค้า จุดจอดรถรอบนอก และระบบขนส่งในตัวเมืองตามการจัดการของแต่ละปี |
| ผู้จัด / ผู้ดูแล | จังหวัดอุบลราชธานี เทศบาลนครอุบลราชธานี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุบลราชธานี หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน คุ้มวัด และชุมชนในจังหวัดอุบลราชธานี |
| ติดต่อ | การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุบลราชธานี โทร. 045-243-770, 045-250-714 เทศบาลนครอุบลราชธานี โทร. 045-246-061 |
| การเดินทาง | พื้นที่หลักอยู่ในตัวเมืองอุบลราชธานี สามารถเดินทางด้วยเครื่องบิน รถไฟ รถโดยสารประจำทาง รถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง หรือรถโดยสารท้องถิ่น จากท่าอากาศยานนานาชาติอุบลราชธานีถึงทุ่งศรีเมืองประมาณ 5 กม. |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ทุ่งศรีเมือง อุบลราชธานี ประมาณ 0 กม. 2. วัดทุ่งศรีเมือง ประมาณ 0.5 กม. 3. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี ประมาณ 0.8 กม. โทร. 045-251-015 4. วัดมหาวนาราม ประมาณ 1 กม. 5. วัดพระธาตุหนองบัว ประมาณ 4 กม. 6. ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมกาญจนาภิเษก ประมาณ 4 กม. 7. สวนสัตว์อุบลราชธานี ประมาณ 10 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. S.P. House ถนนราชบุตร ประมาณ 0.4 กม. โทร. 045-261-121 2. บ้านขนมจีน อุบล ซอยราชธานี 3 ประมาณ 1.5 กม. โทร. 089-757-2756 3. ข้าวต้มสันติ โภชนา ประมาณ 1.8 กม. โทร. 045-240-233 4. ข้าวต้มสันติโภชนา ถนนชวาลานอก ประมาณ 1.8 กม. โทร. 045-262-533, 081-879-7423 5. Ricco Caf อุบลราชธานี ประมาณ 4 กม. โทร. 086-868-7888 6. Santi Pochana / Santi Photchana Congee ประมาณ 1.8 กม. โทร. 045-240-233, 045-262-533 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. YUU HOTEL & Cafe อุบลราชธานี ประมาณ 0.5 กม. โทร. 085-614-1111 2. Ubon Best Place ประมาณ 0.7 กม. โทร. 089-928-8694 3. Tohsang Heritage Ubon Hotel ประมาณ 1 กม. โทร. 045-245-531 4. Sunee Grand Hotel & Convention Center ประมาณ 3 กม. โทร. 081-265-3388, 081-955-2992 5. Rapeepan Ville Hotel ประมาณ 4 กม. โทร. 045-312-841, 087-458-2700 6. V Hotel Ubon ประมาณ 4 กม. โทร. 097-334-4480 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ประเพณีแห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี จัดที่ไหน?
ตอบ: พื้นที่หลักของงานอยู่บริเวณทุ่งศรีเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี และเชื่อมโยงกับคุ้มวัดต่าง ๆ ในตัวเมือง
ถาม: งานแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานีปี 2569 จัดวันไหน?
ตอบ: ปี 2569 มีกิจกรรมตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม – 17 สิงหาคม โดยกิจกรรมหลักที่ทุ่งศรีเมืองจัดวันที่ 28 – 30 กรกฎาคม และกิจกรรมเทียนอุบล ยลได้ตลอดเดือน จัดวันที่ 3 – 17 สิงหาคม ที่วัดพระธาตุหนองบัว
ถาม: ขบวนแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานีเริ่มกี่โมง?
ตอบ: ขบวนแห่ภาคกลางวันเริ่มเวลา 08.30 น. และขบวนแห่ภาคกลางคืนเริ่มเวลา 19.00 น. ตามกำหนดกิจกรรมหลักของปี 2569
ถาม: งานแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานีมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่มีค่าเข้าชมพื้นที่ขบวนแห่และพื้นที่จัดแสดงสาธารณะ ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับอาหาร ที่พัก การเดินทาง และบริการส่วนตัวของนักท่องเที่ยว
ถาม: จุดเด่นของประเพณีแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานีคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือขบวนต้นเทียนพรรษาขนาดใหญ่ งานแกะสลักขี้ผึ้งอย่างประณีต ขบวนแห่กลางวันและกลางคืน การฟ้อนรำอีสาน การประกวดต้นเทียน และความร่วมมือของคุ้มวัดทั่วเมือง
ถาม: ทำไมอุบลราชธานีจึงมีชื่อเสียงเรื่องงานแห่เทียนพรรษา?
ตอบ: อุบลราชธานีมีประเพณีถวายเทียนและการทำต้นเทียนจากคุ้มวัดมายาวนาน ต่อมาได้รับการสนับสนุนให้เป็นงานระดับชาติ และมีเอกลักษณ์จากฝีมือช่างเทียน ขบวนแห่ขนาดใหญ่ และการมีส่วนร่วมของชุมชนทั้งจังหวัด
ถาม: นักท่องเที่ยวควรชมงานช่วงไหนดีที่สุด?
ตอบ: หากต้องการชมรายละเอียดต้นเทียนควรชมช่วงวันรวมเทียนและขบวนกลางวัน หากต้องการชมบรรยากาศตระการตาควรชมขบวนกลางคืน และหากต้องการชมแบบไม่แออัดควรชมช่วงจัดแสดงหลังขบวนใหญ่
ถาม: เที่ยวงานแห่เทียนพรรษาแล้วไปที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่วัดทุ่งศรีเมือง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี วัดมหาวนาราม วัดพระธาตุหนองบัว ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมกาญจนาภิเษก และสวนสัตว์อุบลราชธานีได้
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว




