หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี >อ.เขมราฐ >ต.เขมราฐ > วัดโพธิ์
TL;DR: วัดโพธิ์ อยู่ที่ถนนกงพะเนียง ตำบลเขมราฐ อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ เป็นวัดเก่ากลางเมืองเขมราฐที่รวมพระพุทธรูปคู่เมือง ศาสนสถานสำคัญ ประวัติการตั้งถิ่นฐานริมโขง และเส้นทางท่องเที่ยวเมืองเก่าไว้ในจุดเดียวกัน.
วัดโพธิ์

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดโพธิ์ อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นวัดเก่าแก่คู่เมืองเขมราฐ ตั้งอยู่เลขที่ 109 ถนนกงพะเนียง ตำบลเขมราฐ อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี วัดแห่งนี้เป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย และเป็นศาสนสถานสำคัญที่ผูกพันกับประวัติการตั้งถิ่นฐานของชาวเขมราฐริมฝั่งแม่น้ำโขงมาอย่างยาวนาน ภายในวัดประดิษฐานพระเจ้าใหญ่องค์แสน พระพุทธรูปปางมารวิชัยเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของชาวเขมราฐ เป็นพระพุทธรูปที่ได้รับความเคารพสักการะจากชาวบ้าน นักเดินทาง และผู้แสวงบุญที่มาเยือนเมืองเก่าริมโขงแห่งนี้อย่างต่อเนื่อง วัดโพธิ์จึงไม่ใช่เพียงวัดประจำชุมชน แต่เป็นหัวใจทางศรัทธา ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมของเมืองเขมราฐที่ยังมีชีวิตอยู่จนถึงปัจจุบัน
เสน่ห์ของวัดโพธิ์เกิดจากการเป็นวัดเก่าในเมืองริมโขงที่มีทั้งพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ อาคารศาสนสถานสำคัญ มณฑปประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ พระพุทธเขมรัฐวรมงคล เสาอโศก พระหยกมรกต และพื้นที่เชื่อมต่อกับจุดชมวิวริมโขงและถนนคนเดินเขมราฐ เมื่อเดินเข้าสู่วัด ผู้มาเยือนจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศของเมืองเก่าที่ผสมผสานระหว่างความสงบของวัด ความศรัทธาของผู้คน และวิถีชีวิตริมแม่น้ำโขง วัดโพธิ์จึงเหมาะทั้งสำหรับการไหว้พระ ขอพร ศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ถ่ายภาพเมืองเก่า และเริ่มต้นเส้นทางท่องเที่ยวเขมราฐในระยะเดินเท้า
ประวัติของวัดโพธิ์สืบเนื่องกับการอพยพของผู้คนจากเวียงจันทน์ลงมาตามลำน้ำโขง ตามประวัติที่เล่าสืบต่อกันมา วัดโพธิ์ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2331 โดยแม่ชีหรือแม่ขาวซึ่งหนีภัยสงครามพร้อมลูกหลาน ญาติโยม และผู้คนกลุ่มหนึ่งลงมาตามแม่น้ำโขง ก่อนเลือกชัยภูมิบริเวณเขมราฐเป็นที่ตั้งหมู่บ้านและวัดขึ้นในสมัยพระเจ้าตากสินมหาราชแห่งกรุงธนบุรี เรื่องราวนี้ทำให้วัดโพธิ์เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่สะท้อนความเคลื่อนไหวของผู้คนจากลุ่มน้ำโขงฝั่งเวียงจันทน์สู่ฝั่งอุบลราชธานี และทำให้เมืองเขมราฐมีลักษณะเด่นด้านวัฒนธรรมไทย-ลาวที่ยังสัมผัสได้จากภาษาถิ่น วิถีชีวิต งานบุญ และศรัทธาท้องถิ่น
เดิมวัดโพธิ์ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ที่ปัจจุบันเกี่ยวข้องกับที่ทำการศุลกากรและสถานีอนามัย ต่อมาชาวบ้านพบพระพุทธรูปอยู่กลางป่าในบริเวณที่มีต้นโพธิ์ใหญ่ จึงย้ายวัดมาตั้งในพื้นที่ปัจจุบันและเรียกชื่อว่า “วัดโพธิ์” ตามต้นโพธิ์และสถานที่พบพระพุทธรูป การย้ายวัดครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้วัดโพธิ์กลายเป็นศูนย์กลางทางศาสนาของเขมราฐในทำเลที่ใกล้แม่น้ำโขงและชุมชนเมืองเก่า ปัจจุบันวัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อปี พ.ศ. 2516 มีเขตวิสุงคามสีมากว้าง 20 เมตร ยาว 40 เมตร และยังคงเป็นวัดที่ชาวเขมราฐใช้ประกอบศาสนกิจสำคัญอย่างต่อเนื่อง
ปูชนียวัตถุสำคัญที่สุดของวัดคือ พระเจ้าใหญ่องค์แสน พระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 1.09 เมตร สูงรวมเกศ 1.59 เมตร สร้างด้วยอิฐโบราณ และถือด้วยน้ำเกสรดอกไม้ผสมน้ำเปลือกไม้ตามภูมิปัญญาของคนโบราณในยุคที่ยังไม่มีปูนซีเมนต์ใช้แพร่หลาย พระเจ้าใหญ่องค์แสนเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวเขมราฐมาแต่บรรพบุรุษ เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ที่สุดองค์หนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี และเป็นศูนย์รวมศรัทธาของผู้คนที่มากราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล ความมั่นคงทางใจ และความร่มเย็นในชีวิต
ลักษณะสำคัญของพระเจ้าใหญ่องค์แสนอยู่ที่ความเรียบง่าย หนักแน่น และทรงพลังในเชิงศรัทธา พระพุทธรูปปางมารวิชัยเป็นสัญลักษณ์ของการชนะมารด้วยบารมีธรรม แสดงถึงความมั่นคง สติ และพลังแห่งความเพียร เมื่อประดิษฐานอยู่ในเมืองริมโขงอย่างเขมราฐ พระพุทธรูปองค์นี้จึงเป็นมากกว่าปูชนียวัตถุทางศาสนา เพราะเป็นตัวแทนของความทรงจำร่วมของชาวเมือง ผู้ที่เกิดและเติบโตในเขมราฐมักรู้จักพระเจ้าใหญ่องค์แสนในฐานะพระคู่บ้านคู่เมือง ส่วนผู้มาเยือนจากต่างถิ่นมักถือว่าการได้มากราบพระเจ้าใหญ่องค์แสนคือการมาถึงเขมราฐอย่างสมบูรณ์
นอกจากพระเจ้าใหญ่องค์แสนแล้ว วัดโพธิ์ยังมี พระพุทธเขมรัฐวรมงคล พระพุทธรูปขนาดใหญ่ซึ่งมีลักษณะผสมผสานแรงบันดาลใจจากพระพุทธรูปสำคัญหลายองค์ เช่น พระเจ้าใหญ่องค์แสน พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ พระพุทธโสธร และพระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปองค์นี้สร้างด้วยปูนปั้นโครงเหล็ก หน้าตักกว้าง 5 เมตร สูง 7 เมตร วางฤกษ์สร้างแท่นประดิษฐานเมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2547 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 พระพุทธเขมรัฐวรมงคลจึงเป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งที่ทำให้วัดโพธิ์มีทั้งความเก่าแก่และความต่อเนื่องของการสร้างศาสนสถานในยุคปัจจุบัน
ภายในวัดยังมี มณฑปพุทธชยันตี 2600 ปี แห่งการตรัสรู้ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ มณฑปแห่งนี้เกิดขึ้นจากการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นประดิษฐานประจำวัดเจ้าคณะอำเภอ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้และระลึกถึงพุทธประวัติ การมีพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานภายในวัดทำให้วัดโพธิ์เป็นจุดสักการะที่มีความหมายลึกซึ้งยิ่งขึ้น ผู้มาเยือนสามารถกราบพระเจ้าใหญ่องค์แสน แล้วต่อด้วยการสักการะพระบรมสารีริกธาตุ เพื่อเชื่อมโยงความศรัทธาระดับท้องถิ่นกับพุทธศรัทธาสากล
เสาอโศกภายในวัดเป็นอีกสิ่งที่มีความหมายทางศาสนาและประวัติบุคคล เสาอโศกเป็นสัญลักษณ์ที่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานให้พระครูวรกิจโกวิท เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ เพื่อเชิดชูเกียรติในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ เสาอโศกจึงสะท้อนว่าวัดโพธิ์มีบทบาทกว้างกว่าวัดท้องถิ่นทั่วไป เพราะมีความเกี่ยวข้องกับงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาและความสัมพันธ์ของคณะสงฆ์ในระดับที่กว้างขึ้น
พระหยกมรกตวัดโพธิ์เป็นปูชนียวัตถุอีกองค์หนึ่งที่ผู้มาเยือนควรสักการะ พระหยกมรกตองค์นี้อัญเชิญมาจากสาธารณรัฐประชาชนจีน บริเวณไซบีเรียและดินแดนที่ติดกับรัสเซีย เป็นพระพุทธรูปที่มีลักษณะผสมผสานทางศิลปกรรมหลายแบบ หน้าตักกว้าง 15 นิ้ว สูง 20 นิ้ว สร้างด้วยหยกใต้สมุทรหรือหยกนิล ความพิเศษของพระหยกมรกตอยู่ที่วัสดุ สีสัน และการเดินทางขององค์พระจากดินแดนไกลสู่เมืองเขมราฐริมโขง ทำให้วัดโพธิ์เป็นวัดที่มีทั้งพระพุทธรูปท้องถิ่นเก่าแก่และพระพุทธรูปที่สะท้อนความเชื่อมโยงข้ามพรมแดน
บทบาทของวัดโพธิ์ในเมืองเขมราฐเด่นชัดมาก เพราะวัดตั้งอยู่ใกล้ถนนคนเดินเขมราฐและจุดชมวิวริมโขง นักท่องเที่ยวสามารถจอดรถบริเวณหน้าวัด ไหว้พระเจ้าใหญ่องค์แสน แล้วเดินต่อไปชมบรรยากาศริมแม่น้ำโขงได้อย่างสะดวก จุดชมวิวริมโขงเขมราฐธานีอยู่ติดกับวัดโพธิ์และเป็นพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมถ่ายภาพ โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวระหว่างเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ที่อากาศเย็น ลมริมโขงพัดสบาย และบรรยากาศเมืองเก่าดูสงบงดงามเป็นพิเศษ
ถนนคนเดินเขมราฐเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่เชื่อมโยงกับวัดโพธิ์โดยตรง ถนนสายวัฒนธรรมเขมราษฎร์ธานีจัดกิจกรรมทุกวันเสาร์ในช่วงเย็น เป็นพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมบ้านไม้เก่า ร้านอาหารพื้นถิ่น สินค้าชุมชน งานหัตถกรรม ผ้าทอ ของฝาก และการแสดงทางวัฒนธรรม บรรยากาศถนนคนเดินช่วยให้การมาไหว้พระที่วัดโพธิ์สมบูรณ์ขึ้น เพราะผู้มาเยือนได้สัมผัสทั้งศรัทธา ประวัติศาสตร์เมืองเก่า และวิถีชีวิตของชาวเขมราฐในวันเดียวกัน
พิพิธภัณฑ์บ้านขุนภูรีประศาสน์เป็นอีกจุดใกล้วัดโพธิ์ที่ช่วยเล่าเรื่องเมืองเขมราฐ บ้านไม้เก่าแก่หลังนี้อยู่ในบริเวณถนนคนเดินเขมราฐ เคยเป็นบ้านของเจ้าเมืองในอดีต และปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ชุมชนให้ผู้มาเยือนได้ชมข้าวของเครื่องใช้ เรื่องราววิถีชีวิต และความรุ่งเรืองของเมืองเขมราฐในอดีต การเที่ยววัดโพธิ์ร่วมกับพิพิธภัณฑ์บ้านขุนภูรีประศาสน์ทำให้เห็นความต่อเนื่องระหว่างศาสนสถาน บ้านเจ้าเมือง ชุมชนเก่า และลำน้ำโขง ซึ่งเป็นแกนหลักของประวัติศาสตร์เขมราฐ
ในด้านสภาพแวดล้อม วัดโพธิ์มีข้อได้เปรียบจากการตั้งอยู่กลางชุมชนเมืองเก่าและใกล้แม่น้ำโขง ผู้มาเยือนสามารถเดินจากวัดไปยังถนนคนเดิน จุดชมวิวริมโขง คาเฟ่ ร้านอาหาร และที่พักริมแม่น้ำได้สะดวก เส้นทางรอบวัดเหมาะกับการเดินชมอย่างช้า ๆ ถ่ายภาพอาคารบ้านเรือนเก่า และสัมผัสวิถีเมืองเล็กที่ยังคงความเป็นกันเอง เขมราฐไม่ได้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่คึกคักตลอดวันเหมือนเมืองใหญ่ แต่มีจังหวะของเมืองริมโขงที่สงบ เรียบง่าย และเหมาะกับการพักใจ
การเดินทางมาวัดโพธิ์ทำได้สะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว จากตัวเมืองอุบลราชธานีใช้เส้นทางมุ่งหน้าอำเภอเขมราฐ ระยะทางประมาณ 105–110 กม. ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาทีถึง 2 ชั่วโมงตามสภาพการจราจร เมื่อเข้าสู่ตัวอำเภอเขมราฐให้เดินทางมายังถนนกงพะเนียงในเขตตำบลเขมราฐ วัดตั้งอยู่ใกล้ย่านเมืองเก่า ถนนคนเดิน และพื้นที่ริมโขง รถยนต์เข้าถึงได้สะดวก และสามารถใช้วัดโพธิ์เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับเดินเที่ยวเมืองเก่าเขมราฐได้ทันที
สำหรับผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัว สามารถเดินทางจากตัวเมืองอุบลราชธานีมายังเขมราฐด้วยรถโดยสารหรือรถตู้ท้องถิ่น แล้วต่อรถรับจ้างเข้าสู่บริเวณวัดโพธิ์และถนนคนเดินเขมราฐ หากต้องการเที่ยวหลายจุด เช่น แก่งช้างหมอบ วัดพระธาตุภูเขาเงิน ภูอ่าง หรือพิพิธภัณฑ์ชุมชนวัดภูถ้ำพระศิลาทอง การเช่ารถหรือเหมารถพร้อมคนขับจะสะดวกกว่า เพราะสถานที่เหล่านี้กระจายตัวออกจากตัวเมืองเขมราฐในระยะต่างกัน
วัดโพธิ์เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. และไม่เสียค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาสักการะพระเจ้าใหญ่องค์แสน พระพุทธเขมรัฐวรมงคล พระบรมสารีริกธาตุในมณฑปพุทธชยันตี และปูชนียวัตถุสำคัญภายในวัดได้โดยไม่มีค่าบัตรผ่านประตู การเข้าชมควรแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่และเข่า ใช้เสียงเบา ไม่รบกวนพระสงฆ์หรือชาวบ้านที่มาทำบุญ และรักษาความสะอาดในพื้นที่วัดกับบริเวณริมโขง
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนวัดโพธิ์คือช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่ ๆ เพราะอากาศไม่ร้อนมากและเหมาะกับการเดินชมวัดกับเมืองเก่า หากมาในวันเสาร์ สามารถจัดเวลาไหว้พระช่วงบ่าย ต่อด้วยเดินชมจุดชมวิวริมโขง และปิดท้ายด้วยถนนคนเดินเขมราฐในช่วงเย็นได้อย่างลงตัว ส่วนช่วงฤดูหนาวเหมาะกับการมาเที่ยวมากเป็นพิเศษ เพราะบรรยากาศริมโขงเย็นสบาย เหมาะกับการถ่ายภาพ เดินเล่น และชมวิถีเมืองเก่าที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว
วัดโพธิ์เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม ผู้ที่ชอบไหว้พระจะได้กราบพระเจ้าใหญ่องค์แสนและพระบรมสารีริกธาตุ ผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์จะได้เรียนรู้เรื่องการอพยพจากเวียงจันทน์และการตั้งเมืองเขมราฐ ผู้ที่ชอบถ่ายภาพจะได้มุมวัดเก่า เมืองเก่า และริมโขง ส่วนผู้ที่ต้องการทริปสโลว์ไลฟ์สามารถใช้เวลาทั้งวันในย่านวัดโพธิ์ ถนนคนเดิน พิพิธภัณฑ์บ้านขุนภูรีประศาสน์ คาเฟ่ริมโขง และที่พักใกล้แม่น้ำได้อย่างไม่เร่งรีบ
สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ วัดโพธิ์เป็นสถานที่ที่ช่วยให้เข้าใจเมืองเขมราฐได้ชัดเจน เพราะวัดแห่งนี้รวมประวัติการอพยพของผู้คนจากลุ่มน้ำโขง ศรัทธาพระพุทธศาสนาแบบท้องถิ่น ศิลปะพระพุทธรูปอิฐโบราณ ความสำคัญของแม่น้ำโขง และวิถีเมืองเก่าที่มีรากวัฒนธรรมไทย-ลาวไว้ในพื้นที่เดียวกัน การมาเยือนวัดโพธิ์จึงเป็นมากกว่าการเที่ยววัด แต่เป็นการอ่านประวัติศาสตร์ของเมืองริมโขงผ่านศาสนสถาน พระพุทธรูป และชีวิตของผู้คน
วัดโพธิ์จึงเป็นจุดหมายสำคัญของอำเภอเขมราฐและจังหวัดอุบลราชธานี ความโดดเด่นของวัดอยู่ที่พระเจ้าใหญ่องค์แสน พระพุทธรูปเก่าแก่คู่เมืองเขมราฐ ประวัติการตั้งวัดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2331 มณฑปพุทธชยันตี พระพุทธเขมรัฐวรมงคล พระหยกมรกต เสาอโศก และทำเลใกล้จุดชมวิวริมโขงกับถนนคนเดินเขมราฐ ทุกองค์ประกอบทำให้วัดโพธิ์เป็นวัดที่ควรค่าแก่การไหว้พระ ศึกษาเมืองเก่า และใช้เป็นจุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวเขมราฐอย่างครบถ้วน
| ชื่อสถานที่ | วัดโพธิ์ / วัดโพธิ์ พระเจ้าใหญ่องค์แสน |
| ที่ตั้ง | ถนนกงพะเนียง ตำบลเขมราฐ อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี |
| ที่อยู่ | เลขที่ 109 ถนนกงพะเนียง หมู่ที่ 7 ตำบลเขมราฐ อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี 34170 |
| พิกัด | 16.042967, 105.223055470 |
| ไฮไลต์ | พระเจ้าใหญ่องค์แสน พระพุทธรูปเก่าแก่คู่เมืองเขมราฐ พระพุทธเขมรัฐวรมงคล มณฑปพุทธชยันตี 2600 ปี พระบรมสารีริกธาตุ เสาอโศก พระหยกมรกต และทำเลใกล้จุดชมวิวริมโขงกับถนนคนเดินเขมราฐ |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | ตั้งวัดเมื่อปี พ.ศ. 2331 โดยแม่ชีหรือแม่ขาวซึ่งอพยพผู้คนลงมาตามลำน้ำโขงจากเวียงจันทน์ในสมัยพระเจ้าตากสินมหาราชแห่งกรุงธนบุรี ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อปี พ.ศ. 2516 |
| ที่มาของชื่อ / เรื่องเล่าพื้นถิ่น | ชาวบ้านพบพระพุทธรูปกลางป่าบริเวณที่มีต้นโพธิ์ใหญ่ จึงย้ายวัดมาตั้งในพื้นที่ปัจจุบันและเรียกชื่อว่า วัดโพธิ์ |
| ลักษณะเด่น | เป็นวัดเก่ากลางเมืองเขมราฐที่รวมพระพุทธรูปคู่เมือง ศาสนสถานสำคัญ ประวัติการตั้งถิ่นฐานริมโขง และเส้นทางท่องเที่ยวเมืองเก่าไว้ในจุดเดียวกัน |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองอุบลราชธานีเดินทางสู่อำเภอเขมราฐ ระยะทางประมาณ 105–110 กม. ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาทีถึง 2 ชั่วโมง จากนั้นเข้าสู่ถนนกงพะเนียงในเขตเมืองเก่าเขมราฐ วัดอยู่ใกล้ถนนคนเดินและจุดชมวิวริมโขง |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชม ไหว้พระ สักการะพระเจ้าใหญ่องค์แสน และเดินเชื่อมต่อไปยังจุดชมวิวริมโขงกับถนนคนเดินเขมราฐได้ตามปกติ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| ค่าเข้า | ไม่เสียค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่ไหว้พระ มณฑป ศาลา ลานวัด พื้นที่จอดรถบริเวณใกล้เคียง จุดเดินเชื่อมต่อริมโขง ร้านอาหาร คาเฟ่ และที่พักในเขตเมืองเก่าเขมราฐ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. พื้นที่สักการะพระเจ้าใหญ่องค์แสน 2. พระพุทธเขมรัฐวรมงคล 3. มณฑปพุทธชยันตี 2600 ปี แห่งการตรัสรู้ 4. พื้นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ 5. เสาอโศก 6. พระหยกมรกตวัดโพธิ์ 7. ลานวัดและพื้นที่เชื่อมต่อจุดชมวิวริมโขง 8. พื้นที่เชื่อมต่อถนนคนเดินเขมราฐ |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระครูวรกิจโกศล |
| เบอร์ติดต่อวัด | 045-491-008 |
| หน่วยงานท้องถิ่นสำหรับสอบถามข้อมูล | เทศบาลตำบลเขมราฐ โทร. 045-491-184 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. จุดชมวิวริมโขง เขมราฐธานี ประมาณ 0.1 กม. 2. ถนนคนเดินเขมราฐ ประมาณ 0.3 กม. 3. พิพิธภัณฑ์บ้านขุนภูรีประศาสน์ ประมาณ 0.4 กม. 4. ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเขมราฐ ประมาณ 0.8 กม. 5. Khemkhong Cafe / เขมโขง คาเฟ่ ประมาณ 2.5 กม. 6. วัดบุ่งขี้เหล็ก ลานพระขาว ประมาณ 4 กม. 7. วัดพระธาตุภูเขาเงิน ประมาณ 7 กม. 8. แก่งช้างหมอบ ประมาณ 15 กม. 9. พิพิธภัณฑ์ชุมชนวัดภูถ้ำพระศิลาทอง ประมาณ 18 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านบ้านปู่กะย่า ประมาณ 0.8 กม. โทร. 086-012-5759 2. แลโขง Restaurant เขมราฐ ประมาณ 2.5 กม. โทร. 045-491-501, 087-111-2836 3. เขมโขง คาเฟ่ เขมราฐ ประมาณ 2.5 กม. โทร. 094-825-5258 4. เขมราฐกุ้งสด ประมาณ 3 กม. โทร. 089-425-0457, 088-580-8539 5. ชาบู อินดี้ เขมราฐ ประมาณ 3 กม. โทร. 080-468-5164 6. ป.ข้าวมันไก่ เขมราฐ ประมาณ 3 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. บ้านชวนพิศ ประมาณ 0.4 กม. โทร. 064-732-1792 2. บ้านกงพะเนียง ประมาณ 0.5 กม. โทร. 083-732-5272 3. แลโขงริเวอร์รีสอร์ท ประมาณ 2.5 กม. โทร. 045-491-501, 087-111-2836 4. ริมโขงทะเลลม ประมาณ 3 กม. โทร. 089-693-1074, 089-689-4168 5. เคียงโขงโฮมสเตย์ ประมาณ 3 กม. โทร. 087-965-4114 6. เขมราฐบ้านดินรีสอร์ท ประมาณ 5 กม. โทร. 084-602-5795 7. แสนสุขโฮมสเตย์ ประมาณ 5 กม. โทร. 095-613-5614 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดโพธิ์ เขมราฐ อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดโพธิ์ตั้งอยู่เลขที่ 109 ถนนกงพะเนียง หมู่ที่ 7 ตำบลเขมราฐ อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี อยู่ใกล้ถนนคนเดินเขมราฐและจุดชมวิวริมโขง
ถาม: วัดโพธิ์เปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดโพธิ์เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: วัดโพธิ์เสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปไหว้พระเจ้าใหญ่องค์แสน ชมมณฑปพุทธชยันตี และเดินชมบริเวณวัดได้โดยไม่มีค่าบัตรผ่านประตู
ถาม: พระเจ้าใหญ่องค์แสนมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: พระเจ้าใหญ่องค์แสนเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองเขมราฐ สร้างด้วยอิฐโบราณและถือด้วยน้ำเกสรดอกไม้ผสมน้ำเปลือกไม้ตามภูมิปัญญาของคนโบราณ
ถาม: วัดโพธิ์มีประวัติความเป็นมาอย่างไร?
ตอบ: วัดโพธิ์ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2331 โดยแม่ชีหรือแม่ขาวซึ่งอพยพผู้คนจากเวียงจันทน์ลงมาตามลำน้ำโขงและตั้งหมู่บ้านกับวัดขึ้นในเขมราฐในสมัยพระเจ้าตากสินมหาราช
ถาม: ใครคือเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ เขมราฐ?
ตอบ: เจ้าอาวาสล่าสุดที่พบในข้อมูลกฐินปี 2568 คือพระครูวรกิจโกศล
ถาม: ควรใช้เวลาเที่ยววัดโพธิ์นานเท่าไร?
ตอบ: ควรใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมงสำหรับไหว้พระเจ้าใหญ่องค์แสน ชมพระพุทธเขมรัฐวรมงคล มณฑปพุทธชยันตี พระบรมสารีริกธาตุ และเดินต่อไปยังจุดชมวิวริมโขง
ถาม: เที่ยววัดโพธิ์แล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่จุดชมวิวริมโขง ถนนคนเดินเขมราฐ พิพิธภัณฑ์บ้านขุนภูรีประศาสน์ ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเขมราฐ วัดบุ่งขี้เหล็ก วัดพระธาตุภูเขาเงิน และแก่งช้างหมอบได้สะดวก
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 3 เดือนที่แล้ว



