หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี >อ.ตระการพืชผล >ต.ขุหลุ > หอไตรหนองขุหลุ
TL;DR: หอไตรหนองขุหลุ อยู่ที่หนองขุหลุ บ้านขุหลุ ตำบลขุหลุ อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น.
หอไตรหนองขุหลุ

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น.
หอไตรหนองขุหลุ อุบลราชธานี เป็นโบราณสถานกลางน้ำที่สำคัญของอำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี ตั้งอยู่ในหนองน้ำขุหลุ บ้านขุหลุ ตำบลขุหลุ เป็นสถาปัตยกรรมไม้พื้นถิ่นอีสานที่สร้างขึ้นเพื่อเก็บรักษาคัมภีร์ใบลาน ตำราทางพระพุทธศาสนา และเอกสารโบราณของวัดศรีโพธิ์ชัย หอไตรแห่งนี้เป็นภาพจำสำคัญของเมืองตระการพืชผล เพราะอาคารไม้ยกพื้นสูงตั้งอยู่กลางน้ำ มีสะพานไม้ทอดเข้าสู่ตัวอาคาร และรายล้อมด้วยบรรยากาศหนองน้ำ สวนสาธารณะ ต้นไม้ และชุมชนเก่าแก่ที่ยังคงใช้พื้นที่รอบหนองเป็นที่พักผ่อน ออกกำลังกาย และจัดกิจกรรมของท้องถิ่น
หอไตรหนองขุหลุเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น. ไม่มีค่าเข้าชม เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจสถาปัตยกรรมพื้นบ้านอีสาน งานไม้โบราณ คัมภีร์ใบลาน ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในอำเภอตระการพืชผล จุดเด่นของสถานที่ไม่ได้อยู่ที่ขนาดใหญ่โต แต่เกิดจากความเรียบง่ายที่มีคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรมสูงมาก ตัวอาคารตั้งอยู่ในน้ำตามแนวคิดการสร้างหอไตรกลางน้ำเพื่อป้องกันปลวก มอด หนู และแมลงไม่ให้ทำลายคัมภีร์ใบลาน การเลือกทำเลกลางหนองน้ำจึงไม่ใช่เพียงเรื่องความสวยงาม แต่เป็นภูมิปัญญาการอนุรักษ์เอกสารโบราณที่สัมพันธ์กับธรรมชาติอย่างชัดเจน
หอไตรแห่งนี้สร้างขึ้นราว พ.ศ. 2459 – 2461 โดยหลวงปู่สิงห์ เจ้าอาวาสวัดศรีโพธิ์ชัยในสมัยนั้น ร่วมกับหลวงราษฎร์บริหาร หรือสด กมุทมาศ นายอำเภอตระการพืชผลในช่วงเวลานั้น ทั้งสองท่านเห็นว่าคัมภีร์ใบลานและตำราทางพระพุทธศาสนาของวัดศรีโพธิ์ชัยมีจำนวนมาก และจำเป็นต้องมีสถานที่เก็บรักษาที่ปลอดภัยจากแมลงและสัตว์เล็ก จึงเลือกหนองขุหลุซึ่งเป็นหนองน้ำธรรมชาติใกล้วัดเป็นที่ตั้งของหอไตร ชาวบ้านในพื้นที่ร่วมกันจัดหาไม้ กระดาน และวัสดุต่าง ๆ มาช่วยก่อสร้าง จนกลายเป็นหอไตรกลางน้ำที่งดงามและเป็นศูนย์รวมความศรัทธาของชุมชน
ชื่อ “หนองขุหลุ” มีความเกี่ยวข้องกับตำนานท้องถิ่นและภาษาถิ่นอีสาน คำว่า “ขุ” หรือ “คุ” หมายถึงภาชนะสำหรับใส่ของหรือถังสำหรับตักน้ำ ส่วนคำว่า “หลุ” หมายถึงทะลุ ชาวบ้านเล่าสืบต่อกันมาว่าในอดีตมีผู้เดินทางหาบทองคำผ่านบริเวณนี้ แล้วภาชนะที่ใส่ทองเกิดทะลุจนทองหล่นลง พื้นดินยุบตัวกลายเป็นหนองน้ำ จึงเรียกพื้นที่นี้ว่า หนองขุหลุ ตำนานดังกล่าวทำให้สถานที่ไม่ได้มีเพียงคุณค่าทางสถาปัตยกรรม แต่ยังมีมิติของเรื่องเล่า ความทรงจำ และภูมินามท้องถิ่นที่ผูกพันกับชุมชนมายาวนาน
ในเชิงสถาปัตยกรรม หอไตรหนองขุหลุเป็นอาคารไม้ยกพื้นสูงกลางน้ำ รองรับด้วยเสาไม้ 25 ต้น เรียงเป็นแถว 5 แถว แถวละ 5 ต้น ตัวอาคารเป็นเรือนไม้แบบเครื่องสับ ใช้วิธีประกอบไม้ตามภูมิปัญญาช่างพื้นถิ่นโดยไม่เน้นความซับซ้อนเกินจำเป็น รูปทรงโดยรวมเป็นอาคารไม้ที่แผ่กว้าง หลังคาสูง ชายคาลาดต่ำ และให้ความรู้สึกสงบนิ่งสมดุล เมื่อมองจากสะพานไม้หรือจากริมหนอง จะเห็นสัดส่วนของเสา ตัวอาคาร และหลังคาทำงานร่วมกันอย่างพอดี กลายเป็นภาพสถาปัตยกรรมพื้นบ้านที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง
หลังคาของหอไตรแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนบนเป็นทรงจั่ว ส่วนล่างเป็นหลังคาปีกนกหรือพะไรโดยรอบ เดิมหลังคามุงด้วยไม้แป้นเกล็ด ต่อมาปรับเป็นกระเบื้องดินเผาเพื่อความเหมาะสมต่อการดูแลรักษา ส่วนประดับหลังคาประกอบด้วยช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ ตัวเหงา และคันทวยไม้แกะสลัก ลวดลายหลายส่วนเป็นลายก้านขดและรูปนาคที่สะท้อนฝีมือช่างท้องถิ่นอีสานได้อย่างชัดเจน การตกแต่งไม่ได้ฉูดฉาดแบบงานหลวง แต่มีความงามจากจังหวะของไม้ สีธรรมชาติ และรายละเอียดที่แสดงความตั้งใจของผู้สร้าง
ผนังอาคารตีไม้เข้าลิ้นในแนวตั้งโดยรอบ ทำให้ตัวห้องเก็บคัมภีร์มีความแน่นหนาและเหมาะกับการป้องกันความเสียหายจากสภาพแวดล้อม ภายในเป็นห้องทึบสำหรับเก็บคัมภีร์ใบลาน มีประตูทางเข้าทางด้านทิศใต้เพียงทางเดียว การมีประตูเดียวช่วยควบคุมการเข้าออกและรักษาความปลอดภัยของคัมภีร์ที่เคยเก็บไว้ภายใน หอไตรจึงเป็นอาคารที่ออกแบบตามหน้าที่อย่างชัดเจน ทุกองค์ประกอบตั้งแต่ทำเลกลางน้ำ เสาไม้ ห้องทึบ ประตูเดียว ไปจนถึงหลังคาลาดต่ำ ล้วนสัมพันธ์กับการรักษาคัมภีร์ใบลานให้คงอยู่ได้นานที่สุด
คัมภีร์ใบลานเป็นมรดกทางปัญญาที่มีความสำคัญต่อพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมอีสาน เพราะใช้บันทึกพระธรรม คำสอน ตำราโหราศาสตร์ ตำรายา วรรณคดีอีสาน กฎหมายชุมชน และความรู้พื้นบ้านหลายประเภท การสร้างหอไตรขึ้นเพื่อเก็บคัมภีร์เหล่านี้จึงเป็นการรักษาความรู้ของชุมชน ไม่ใช่เพียงการเก็บวัตถุเก่า หอไตรหนองขุหลุจึงมีสถานะเป็นคลังความทรงจำของท้องถิ่น เป็นพื้นที่ที่พระสงฆ์ ช่าง ชาวบ้าน และผู้นำอำเภอในอดีตร่วมกันสร้างขึ้นเพื่อปกป้องพระธรรมและความรู้ของบ้านเมือง
เดิมทีการเข้าถึงหอไตรหนองขุหลุต้องใช้เรือ พระสงฆ์ต้องพายเรือเข้าไปเพื่อนำคัมภีร์ใบลานและตำราพระพุทธศาสนาเข้าไปเก็บรักษาในตัวอาคาร ต่อมาในปี พ.ศ. 2519 มีการสร้างสะพานไม้เพื่อให้เข้าถึงหอไตรได้สะดวกขึ้น และภายหลังเมื่อสะพานชำรุดก็มีการสร้างสะพานใหม่ในปี พ.ศ. 2544 ทำให้นักท่องเที่ยวและประชาชนสามารถเดินเข้าไปชมตัวหอไตรได้อย่างใกล้ชิด การมีสะพานไม้ทอดผ่านผืนน้ำกลายเป็นหนึ่งในภาพจำสำคัญของสถานที่ เพราะช่วยสร้างจังหวะการเดินทางจากพื้นที่ชุมชนเข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์กลางน้ำอย่างนุ่มนวล
หอไตรหนองขุหลุได้รับการบูรณะดูแลหลายครั้งตามสภาพอายุของอาคารไม้ ในปี พ.ศ. 2542 สำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ 8 อุบลราชธานี กรมศิลปากร ได้เข้ามาบูรณปฏิสังขรณ์หอไตรอย่างจริงจัง ต่อมาในปี พ.ศ. 2544 กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถานหอไตรหนองขุหลุ พื้นที่โบราณสถานประมาณ 30 ไร่ 2 งาน 76 ตารางวา การขึ้นทะเบียนดังกล่าวยืนยันคุณค่าของหอไตรในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมของชาติและโบราณสถานสำคัญของจังหวัดอุบลราชธานี
ในปี พ.ศ. 2547 หอไตรหนองขุหลุได้รับรางวัลอนุรักษ์สถาปัตยกรรมดีเด่น ซึ่งสะท้อนความสำคัญของอาคารไม้พื้นถิ่นหลังนี้ในระดับประเทศ การได้รับรางวัลไม่ได้เกิดจากความหรูหราหรือความใหญ่โตของอาคาร แต่เกิดจากความสมบูรณ์ของคุณค่าทางสถาปัตยกรรม พุทธศาสนา ภูมิปัญญาการเก็บคัมภีร์ และความร่วมมือของชุมชนในการดูแลรักษา หอไตรแห่งนี้จึงเป็นตัวอย่างชัดเจนของงานอนุรักษ์ที่ไม่ได้แยกอาคารออกจากบริบท แต่รักษาความสัมพันธ์ระหว่างอาคาร น้ำ ชุมชน วัด และความทรงจำของท้องถิ่นไว้พร้อมกัน
หอไตรกลางน้ำมีความหมายพิเศษในวัฒนธรรมวัดไทยและวัดอีสาน เพราะน้ำทำหน้าที่เป็นเกราะธรรมชาติป้องกันปลวก มอด หนู และสัตว์ต่าง ๆ ที่อาจทำลายคัมภีร์ใบลาน การตั้งหอไตรไว้กลางน้ำจึงเป็นการใช้ธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งของระบบอนุรักษ์ เมื่อมองหอไตรหนองขุหลุจากมุมนี้ จะเห็นว่าช่างและพระสงฆ์ในอดีตเข้าใจปัญหาการเก็บรักษาเอกสารเป็นอย่างดี และแก้ปัญหาด้วยวิธีที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม ไม่ต้องใช้เทคโนโลยีซับซ้อน แต่มีประสิทธิภาพตามภูมิปัญญาท้องถิ่น
ความงามของหอไตรหนองขุหลุอยู่ที่ความพอดี อาคารไม่ได้ตกแต่งจนเกินความจำเป็น แต่มีสัดส่วนที่ลงตัว เสาไม้สูงเรียงตัวเป็นจังหวะ ตัวเรือนไม้ยกขึ้นเหนือระดับน้ำ หลังคาจั่วสูงช่วยให้ตัวอาคารสง่างาม ส่วนหลังคาปีกนกที่ลาดต่ำทำให้ภาพรวมดูนิ่งและอ่อนโยน เมื่อมีเงาสะท้อนบนผิวน้ำ ความงามของหอไตรจะยิ่งชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะช่วงเช้าและช่วงบ่ายก่อนเย็นที่แสงไม่แรงเกินไป เหมาะกับการชมรายละเอียดของงานไม้และถ่ายภาพโดยไม่รบกวนสภาพแวดล้อม
บริเวณหนองขุหลุในปัจจุบันเป็นสวนสาธารณะและพื้นที่พักผ่อนของเมืองตระการพืชผล มีทางเดิน พื้นที่รอบหนอง ต้นไม้ และภูมิทัศน์ที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของคนในพื้นที่ หอไตรจึงไม่ได้ตั้งอยู่ในพื้นที่โดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่เมืองและชุมชน ผู้มาเยือนจะเห็นคนท้องถิ่นมาเดินออกกำลังกาย นั่งพักผ่อน ชมวิวหนองน้ำ หรือใช้พื้นที่รอบหนองเป็นจุดรวมตัวในกิจกรรมท้องถิ่น ความมีชีวิตของพื้นที่ทำให้หอไตรหนองขุหลุไม่ใช่โบราณสถานที่ถูกแช่แข็งไว้ในอดีต แต่ยังอยู่ในจังหวะชีวิตของชุมชนปัจจุบัน
ตำแหน่งของหอไตรอยู่ใกล้ย่านกลางเมืองตระการพืชผล ห่างจากที่ว่าการอำเภอและตลาดสดอำเภอตระการพืชผลประมาณ 500 เมตร และอยู่ไม่ไกลจากสำนักงานเทศบาลตำบลตระการพืชผล ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าถึงได้สะดวกมากเมื่อเทียบกับแหล่งโบราณสถานหลายแห่งในต่างอำเภอ การตั้งอยู่ใกล้ตลาดและพื้นที่ราชการยังทำให้ผู้มาเยือนสามารถเชื่อมการเที่ยวหอไตรกับการรับประทานอาหารท้องถิ่น ซื้อของ หรือเดินชมบรรยากาศเมืองตระการพืชผลได้ง่าย
วัดศรีโพธิ์ชัยเป็นวัดที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับประวัติของหอไตร เพราะคัมภีร์ใบลานและตำราทางพระพุทธศาสนาที่หอไตรเคยใช้เก็บรักษาเป็นของวัดศรีโพธิ์ชัย อีกทั้งหลวงปู่สิงห์ เจ้าอาวาสวัดศรีโพธิ์ชัยในสมัยนั้น เป็นผู้นำแนวคิดการสร้างหอไตรขึ้น การชมวัดศรีโพธิ์ชัยร่วมกับหอไตรหนองขุหลุจึงช่วยให้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับหนองน้ำ และเห็นภาพว่าเหตุใดชุมชนจึงเลือกสร้างคลังเก็บคัมภีร์ไว้กลางหนองน้ำที่อยู่ใกล้วัด
ภายในบทบาททางศาสนา หอไตรหนองขุหลุเป็นมากกว่าอาคารเก็บหนังสือ เพราะคัมภีร์ใบลานเป็นตัวแทนของพระธรรม การสร้างอาคารสำหรับรักษาพระธรรมจึงถือเป็นการสร้าง “ธรรมเจดีย์” หรือปูชนียสถานที่เกี่ยวข้องกับพระธรรมโดยตรง คำว่าธรรมเจดีย์ทำให้หอไตรมีความหมายเชิงศาสนาอย่างสูง ผู้มาเยือนไม่ควรมองหอไตรเป็นเพียงอาคารไม้กลางน้ำ แต่ควรมองเป็นสถานที่ที่เคยทำหน้าที่ปกป้องคำสอน ความรู้ และหลักยึดทางจิตใจของชุมชน
แม้คัมภีร์โบราณและหีบพระธรรมจำนวนมากถูกนำไปเก็บรักษาไว้ที่อุโบสถวัดศรีโพธิ์ชัยเพื่อความปลอดภัย แต่ตัวหอไตรยังคงทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์ของการอนุรักษ์พระธรรมและภูมิปัญญาเดิม เมื่อมองอาคารไม้กลางน้ำหลังนี้ ผู้มาเยือนจะเข้าใจว่าคนรุ่นก่อนให้ความสำคัญกับเอกสาร ศาสนา และความรู้มากเพียงใด การสร้างอาคารทั้งหลังกลางหนองน้ำเพื่อเก็บคัมภีร์ใบลานแสดงให้เห็นความพยายามของชุมชนในการรักษามรดกที่เปราะบางให้คงอยู่ยาวนานที่สุด
รายละเอียดงานไม้ของหอไตรเป็นสิ่งที่ควรใช้เวลาสังเกตอย่างจริงจัง ช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ คันทวย และลายแกะสลักบนส่วนประดับหลังคาแสดงให้เห็นว่าช่างพื้นถิ่นไม่ได้ทำงานเพียงเพื่อความแข็งแรง แต่ใส่ความงามและความหมายลงในทุกองค์ประกอบ งานแกะสลักไม้มีจังหวะเส้นที่เรียบง่าย แต่มีความเคลื่อนไหวและความอ่อนช้อยในแบบของช่างอีสาน วัสดุไม้ที่ผ่านกาลเวลาทำให้สีและผิวของอาคารมีเสน่ห์เฉพาะตัว แตกต่างจากอาคารที่สร้างใหม่หรือซ่อมแซมจนหมดร่องรอยเดิม
สภาพแวดล้อมรอบหนองขุหลุช่วยให้การชมโบราณสถานมีความสมบูรณ์มากขึ้น ผืนน้ำทำหน้าที่เป็นฉากหน้าและฉากหลังของหอไตรในเวลาเดียวกัน ต้นไม้รอบหนองช่วยให้บรรยากาศร่มรื่น นกและลมอ่อน ๆ ทำให้พื้นที่มีความสงบแบบสวนสาธารณะชุมชน การเดินรอบหนองก่อนหรือหลังเข้าใกล้หอไตรจะช่วยให้เห็นสัดส่วนของอาคารกับภูมิทัศน์ได้ดีขึ้น และทำให้เข้าใจว่าการตั้งหอไตรในตำแหน่งนี้มีความเหมาะสมทั้งด้านประโยชน์ใช้สอยและความงาม
การเดินชมควรเริ่มจากริมหนองเพื่อมองภาพรวมของอาคารก่อน จากนั้นจึงเดินตามสะพานไม้เข้าสู่ตัวหอไตรอย่างช้า ๆ ระหว่างทางควรสังเกตเสาไม้ที่รองรับอาคาร การยกพื้นสูงเหนือระดับน้ำ และสัดส่วนระหว่างสะพานกับตัวอาคาร เมื่อเข้าใกล้ตัวหอไตรควรสังเกตผนังไม้ ช่องเปิด ประตูด้านทิศใต้ และส่วนประดับหลังคา การชมแบบค่อยเป็นค่อยไปจะทำให้เห็นคุณค่าของอาคารชัดเจนกว่าการเดินเข้าไปถ่ายภาพแล้วกลับทันที
ข้อควรปฏิบัติในการเข้าชมหอไตรหนองขุหลุคือเดินอย่างระมัดระวัง ไม่ปีนป่ายโครงสร้าง ไม่เคาะหรือขูดผิวไม้ ไม่ขีดเขียน ไม่ดึงชิ้นส่วนประดับ และไม่ทิ้งขยะลงในหนองน้ำหรือบริเวณสะพาน เพราะหอไตรเป็นโบราณสถานไม้ที่ต้องได้รับการดูแลอย่างละเอียด อาคารไม้เก่ามีความไวต่อแรงกระแทก ความชื้น แสงแดด และพฤติกรรมของผู้มาเยือน การรักษาระยะและเคารพพื้นที่จึงเป็นวิธีง่ายที่สุดในการช่วยให้หอไตรอยู่คู่เมืองตระการพืชผลต่อไป
หอไตรหนองขุหลุเหมาะสำหรับการเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมงในการเดินชม ถ่ายภาพ อ่านป้ายข้อมูล และเดินรอบหนอง หากต้องการเที่ยวในมิติประวัติศาสตร์ให้ลึกขึ้น สามารถต่อเส้นทางไปยังวัดศรีโพธิ์ชัย วัดพระบรมธาตุ พิพิธภัณฑ์เมืองเกษมสีมา และสถานที่ใกล้เคียงในอำเภอตระการพืชผล เส้นทางนี้ช่วยให้เห็นเมืองตระการพืชผลทั้งในมุมศาสนา ประวัติศาสตร์ ชุมชน และวิถีเมืองเล็กของอีสาน
อำเภอตระการพืชผลมีความหมายว่าเมืองที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพรรณนานาชนิด ชื่ออำเภอสะท้อนลักษณะพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม ความร่มรื่น และชุมชนที่เติบโตจากฐานทรัพยากรท้องถิ่น หอไตรหนองขุหลุจึงอยู่ในบริบทของเมืองที่มีทั้งหนองน้ำ วัด ตลาด ชุมชน และพื้นที่สีเขียว เมื่อเที่ยวหอไตรควรมองภาพรวมของเมืองไปพร้อมกัน เพราะสถานที่แห่งนี้ไม่สามารถแยกออกจากหนองขุหลุและชีวิตของผู้คนรอบหนองได้
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเข้าชมคือช่วงเช้าและช่วงบ่ายก่อนเย็น ช่วงเช้ามีแสงนุ่ม เหมาะกับการถ่ายภาพสะพานไม้ เงาสะท้อนน้ำ และตัวอาคารด้านหน้า ส่วนช่วงบ่ายก่อนเย็นให้บรรยากาศผ่อนคลาย เหมาะกับการเดินเล่นรอบหนองและพักผ่อนในสวนสาธารณะ หากต้องการถ่ายภาพให้เห็นรายละเอียดของงานไม้ ควรหลีกเลี่ยงช่วงแดดจัดกลางวัน เพราะแสงแรงอาจทำให้รายละเอียดบนตัวอาคารและหลังคาดูแข็งเกินไป
การเดินทางมายังหอไตรหนองขุหลุสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถโดยสารที่มุ่งหน้าอำเภอตระการพืชผล จากตัวเมืองอุบลราชธานีใช้เส้นทางไปอำเภอตระการพืชผล ระยะทางประมาณ 50 กม. เมื่อถึงตัวอำเภอให้มุ่งหน้าเข้าสู่ย่านหนองขุหลุหรือสวนสาธารณะหนองขุหลุ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่ว่าการอำเภอและตลาดสดอำเภอตระการพืชผล พื้นที่โดยรอบมีร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านค้า และที่พัก ทำให้สามารถจัดเป็นทริปครึ่งวันหรือหนึ่งวันได้สะดวก
สำหรับผู้ที่เดินทางจากต่างจังหวัด การพักในอำเภอตระการพืชผลเป็นทางเลือกที่เหมาะกับผู้ต้องการเที่ยวแบบช้าและสัมผัสเมืองเล็กอย่างใกล้ชิด ที่พักหลายแห่งอยู่ใกล้หนองขุหลุหรือในตัวอำเภอ ทำให้สามารถเดินทางมายังหอไตรได้ง่ายในช่วงเช้าหรือช่วงเย็น การพักค้างยังช่วยให้มีเวลาลองอาหารท้องถิ่น เดินชมตลาด และเห็นบรรยากาศเมืองตระการพืชผลนอกช่วงเวลาท่องเที่ยวทั่วไป
ในมุมของนักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจท้องถิ่นศึกษา หอไตรหนองขุหลุเป็นห้องเรียนกลางแจ้งที่มีเนื้อหาครอบคลุมหลายด้าน ทั้งสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นอีสาน การใช้ไม้ในงานอาคาร ภูมิปัญญาการเก็บคัมภีร์ใบลาน ประวัติพระพุทธศาสนา ความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับชุมชน การอนุรักษ์โบราณสถาน และตำนานภูมินามของหนองขุหลุ การได้เห็นสถานที่จริงช่วยให้เข้าใจว่ามรดกท้องถิ่นไม่ได้อยู่เฉพาะในพิพิธภัณฑ์ แต่ยังอยู่ในหนองน้ำ วัด และพื้นที่ใช้ชีวิตของผู้คน
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ หอไตรหนองขุหลุเป็นสถานที่ที่ช่วยอธิบายวัฒนธรรมอีสานได้ดี เพราะแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างพระพุทธศาสนา งานไม้ น้ำ และชุมชนในรูปแบบที่จับต้องได้ อาคารไม้กลางน้ำที่สร้างขึ้นเพื่อเก็บคัมภีร์ใบลานเป็นแนวคิดที่เข้าใจง่ายและน่าประทับใจ นักท่องเที่ยวต่างชาติจะเห็นว่าภูมิปัญญาท้องถิ่นไทยไม่ได้มีเพียงวัดใหญ่หรือพระธาตุสูง แต่ยังมีอาคารขนาดไม่ใหญ่ที่สร้างขึ้นด้วยเหตุผลทางศาสนาและการอนุรักษ์ความรู้โดยตรง
หอไตรหนองขุหลุจึงเป็นสถานที่ที่ควรได้รับการนำเสนอในฐานะมรดกวัฒนธรรมสำคัญของจังหวัดอุบลราชธานี ไม่ใช่เพียงจุดชมวิวหรืออาคารกลางน้ำสวยงาม แต่เป็นหลักฐานของการร่วมมือระหว่างพระสงฆ์ ผู้นำอำเภอ และชาวบ้านในการรักษาคัมภีร์ใบลาน เป็นสถาปัตยกรรมไม้พื้นถิ่นที่มีองค์ประกอบครบถ้วน เป็นโบราณสถานที่ได้รับการขึ้นทะเบียน และเป็นพื้นที่ที่ยังเชื่อมโยงกับชีวิตของคนตระการพืชผลในปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง
เสน่ห์ของหอไตรหนองขุหลุอยู่ที่ความสงบและความจริงของสถานที่ อาคารไม้หลังเล็กกลางน้ำสามารถเล่าเรื่องได้มากมาย ตั้งแต่การป้องกันปลวกด้วยภูมิปัญญาธรรมชาติ การสร้างอาคารด้วยแรงศรัทธาของชาวบ้าน การเก็บรักษาคัมภีร์ใบลาน การเปลี่ยนแปลงจากการพายเรือเข้าสู่หอไตรมาสู่สะพานไม้ และการอนุรักษ์ในฐานะโบราณสถานของชาติ เมื่อเดินบนสะพานไม้และมองหอไตรกลางน้ำ ผู้มาเยือนจะสัมผัสได้ว่าอาคารหลังนี้ไม่ได้เป็นเพียงอดีต แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำและตัวตนของเมืองตระการพืชผลอย่างชัดเจน
| ชื่อสถานที่ | หอไตรหนองขุหลุ |
| ที่ตั้ง | หนองขุหลุ บ้านขุหลุ ตำบลขุหลุ อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี |
| ที่อยู่ | บ้านขุหลุ ตำบลขุหลุ อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี 34130 |
| ไฮไลต์ | หอไตรไม้กลางน้ำสำหรับเก็บคัมภีร์ใบลาน สถาปัตยกรรมพื้นถิ่นอีสาน อาคารไม้ยกพื้นสูง เสาไม้ 25 ต้น สะพานไม้กลางหนองขุหลุ และบรรยากาศสวนสาธารณะริมหนองน้ำ |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | สร้างราว พ.ศ. 2459 – 2461 โดยหลวงปู่สิงห์ เจ้าอาวาสวัดศรีโพธิ์ชัยในสมัยนั้น ร่วมกับหลวงราษฎร์บริหาร (สด กมุทมาศ) นายอำเภอตระการพืชผล เพื่อใช้เก็บรักษาคัมภีร์ใบลานและตำราทางพระพุทธศาสนา |
| การขึ้นทะเบียน | กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา พ.ศ. 2544 พื้นที่โบราณสถานประมาณ 30 ไร่ 2 งาน 76 ตารางวา |
| รางวัลสำคัญ | ได้รับรางวัลอนุรักษ์สถาปัตยกรรมดีเด่น พ.ศ. 2547 |
| ความสำคัญ | เป็นธรรมเจดีย์และโบราณสถานไม้พื้นถิ่นอีสานที่สะท้อนภูมิปัญญาการเก็บรักษาคัมภีร์ใบลานด้วยการสร้างหอไตรกลางน้ำเพื่อป้องกันปลวก มอด หนู และแมลง |
| ลักษณะเด่น | อาคารไม้ยกพื้นสูง รองรับด้วยเสาไม้ 25 ต้น เรียง 5 แถว แถวละ 5 ต้น หลังคาจั่วและหลังคาปีกนก มุงกระเบื้องดินเผา ประดับช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ ตัวเหงา และคันทวยไม้แกะสลัก |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองอุบลราชธานีเดินทางไปอำเภอตระการพืชผล ระยะทางประมาณ 50 กม. เมื่อถึงตัวอำเภอให้มุ่งหน้าไปยังหนองขุหลุหรือสวนสาธารณะหนองขุหลุ ซึ่งอยู่ใกล้ที่ว่าการอำเภอและตลาดสดอำเภอตระการพืชผล |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นโบราณสถานและแหล่งเรียนรู้สถาปัตยกรรมพื้นถิ่นอีสานภายในสวนสาธารณะหนองขุหลุ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.30 – 16.30 น. |
| ค่าเข้าชม | ไม่มีค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | สวนสาธารณะหนองขุหลุ ทางเดินรอบหนอง สะพานไม้เข้าสู่หอไตร พื้นที่พักผ่อน ลานกิจกรรมชุมชน ร้านค้าและร้านอาหารในตัวอำเภอ และพื้นที่จอดรถบริเวณใกล้เคียง |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | โซนหอไตรกลางน้ำ โซนสะพานไม้ โซนหนองขุหลุ โซนสวนสาธารณะ โซนทางเดินรอบหนอง โซนพื้นที่ถ่ายภาพ และโซนย่านเมืองตระการพืชผลใกล้ตลาดสด |
| ผู้ออกแบบ / ผู้ริเริ่ม | หลวงปู่สิงห์ เจ้าอาวาสวัดศรีโพธิ์ชัยในสมัยนั้น ร่วมกับหลวงราษฎร์บริหาร (สด กมุทมาศ) นายอำเภอตระการพืชผลในช่วงเวลานั้น |
| ผู้ดูแล / ผู้ครอบครอง | เทศบาลตำบลตระการพืชผล ร่วมกับกรมศิลปากรและหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง |
| หน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ | เทศบาลตำบลตระการพืชผล โทร. 045-481820, 045-481821 |
| กิจกรรมที่เหมาะสม | ชมสถาปัตยกรรมไม้พื้นถิ่นอีสาน ศึกษาประวัติหอไตรและคัมภีร์ใบลาน ถ่ายภาพ เดินเล่นรอบหนองขุหลุ พักผ่อนในสวนสาธารณะ และเรียนรู้ประวัติเมืองตระการพืชผล |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดศรีโพธิ์ชัย ประมาณ 1 กม. 2. ตลาดสดอำเภอตระการพืชผล ประมาณ 1 กม. 3. ร้านผ้าฝ้าย ประมาณ 3 กม. 4. สวนเสือตระการ ประมาณ 5 กม. 5. พิพิธภัณฑ์เมืองเกษมสีมา ประมาณ 8 กม. 6. วัดพระบรมธาตุ ตำบลขุหลุ ประมาณ 2 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. จันทร์ฉาย ตระการพืชผล ประมาณ 1 กม. โทร. 064-092-4625 2. PunThai Coffee ตระการพืชผล ประมาณ 1 กม. โทร. 093-576-3971 3. ส้มตำวังแก้ว สาขา 2 ประมาณ 1 กม. โทร. 086-247-7709 4. KFC โลตัส ตระการพืชผล ประมาณ 2 กม. โทร. 081-825-6179 5. ชายอุดร เบเกอรี่ สาขาตระการพืชผล ประมาณ 1 กม. โทร. 087-261-7236 6. Preaw Cafe หน้าโรงเรียนมัธยมตระการพืชผล ประมาณ 2 กม. โทร. 061-028-1977, 062-251-2922 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Suporn Lakeview Serviced Apartment and Homestay ประมาณ 1 กม. โทร. 088-595-2309 2. Arthiwet Residence & Hotel ประมาณ 1 กม. โทร. 061-232-9975 3. Chuleekorn Residence ประมาณ 1 กม. 4. JC Resort ประมาณ 2 กม. 5. Bararin Resort ประมาณ 12 กม. โทร. 045-251-337, 096-701-1305 6. Chonphatsorn Resort ประมาณ 3 กม. โทร. 083-300-2594 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: หอไตรหนองขุหลุ อุบลราชธานี อยู่ที่ไหน?
ตอบ: หอไตรหนองขุหลุตั้งอยู่ในหนองขุหลุ บ้านขุหลุ ตำบลขุหลุ อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี ภายในพื้นที่สวนสาธารณะหนองขุหลุ
ถาม: หอไตรหนองขุหลุเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น.
ถาม: หอไตรหนองขุหลุมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่มีค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมพื้นที่รอบหนองและสะพานไม้ได้โดยเคารพกฎของโบราณสถานและรักษาความสะอาด
ถาม: หอไตรหนองขุหลุสร้างขึ้นเพื่ออะไร?
ตอบ: สร้างขึ้นเพื่อเก็บรักษาคัมภีร์ใบลานและตำราทางพระพุทธศาสนาของวัดศรีโพธิ์ชัย โดยใช้ทำเลกลางน้ำช่วยป้องกันปลวก มอด หนู และแมลง
ถาม: หอไตรหนองขุหลุสร้างขึ้นเมื่อใด?
ตอบ: หอไตรหนองขุหลุสร้างขึ้นราว พ.ศ. 2459 – 2461 โดยหลวงปู่สิงห์ เจ้าอาวาสวัดศรีโพธิ์ชัยในสมัยนั้น ร่วมกับหลวงราษฎร์บริหาร หรือสด กมุทมาศ นายอำเภอตระการพืชผลในช่วงเวลานั้น
ถาม: หอไตรหนองขุหลุมีลักษณะเด่นอย่างไร?
ตอบ: จุดเด่นคืออาคารไม้ยกพื้นสูงกลางน้ำ รองรับด้วยเสาไม้ 25 ต้น หลังคาจั่วและหลังคาปีกนก ประดับช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ และคันทวยไม้แกะสลักแบบช่างพื้นถิ่นอีสาน
ถาม: ใครเป็นผู้ดูแลหอไตรหนองขุหลุ?
ตอบ: ผู้ครอบครองและดูแลพื้นที่คือเทศบาลตำบลตระการพืชผล ร่วมกับกรมศิลปากรและหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง
ถาม: เที่ยวหอไตรหนองขุหลุแล้วไปที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่วัดศรีโพธิ์ชัย ตลาดสดอำเภอตระการพืชผล ร้านผ้าฝ้าย สวนเสือตระการ พิพิธภัณฑ์เมืองเกษมสีมา และวัดพระบรมธาตุ ตำบลขุหลุได้
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●พระราชวัง
ปรับปรุงล่าสุด : 3 สัปดาห์ที่แล้ว




