หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี >อ.วารินชำราบ >ต.โนนผึ้ง > วัดหนองป่าพง
TL;DR: วัดหนองป่าพง อยู่ที่บ้านพงสว่าง หมู่ที่ 10 ตำบลโนนผึ้ง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เปิดวัดเปิดให้เข้าชมทุกวัน ส่วนพิพิธภัณฑ์พระโพธิญาณเถรเปิดให้เข้าชมตามเวลาพิพิธภัณฑ์ เวลา วัด 05.00 – 18.00 น. / พิพิธภัณฑ์พระโพธิญาณเถร 08.00 – 16.30 น.
วัดหนองป่าพง

วันเปิดทำการ: วัดเปิดให้เข้าชมทุกวัน ส่วนพิพิธภัณฑ์พระโพธิญาณเถรเปิดให้เข้าชมตามเวลาพิพิธภัณฑ์
เวลาเปิดทำการ: วัด 05.00 – 18.00 น. / พิพิธภัณฑ์พระโพธิญาณเถร 08.00 – 16.30 น.
วัดหนองป่าพง อุบลราชธานี เป็นวัดป่าสายวิปัสสนากรรมฐานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ตั้งอยู่ที่บ้านพงสว่าง หมู่ที่ 10 ตำบลโนนผึ้ง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี วัดแห่งนี้เป็นสถานที่ก่อตั้งโดยหลวงปู่ชา สุภทฺโท หรือพระโพธิญาณเถร พระวิปัสสนาจารย์สายวัดป่าผู้มีอิทธิพลอย่างลึกซึ้งต่อพระพุทธศาสนาเถรวาทร่วมสมัย ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ จุดเด่นของวัดไม่ได้อยู่ที่ความวิจิตรหรูหราแบบวัดเมือง แต่เป็นความสงบ ความเรียบง่าย ความร่มรื่นของป่า และข้อวัตรปฏิบัติที่มั่นคงตามแนวทางพระธรรมวินัย ผู้ที่เดินทางมาวัดหนองป่าพงจะได้สัมผัสบรรยากาศของวัดป่าแท้ ๆ ซึ่งเหมาะแก่การกราบสักการะรำลึกถึงหลวงปู่ชา ศึกษาคำสอน เดินชมพิพิธภัณฑ์พระโพธิญาณเถร และน้อมจิตเข้าสู่ความสงบอย่างเป็นธรรมชาติ
วัดหนองป่าพงมีความสำคัญทั้งในฐานะสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศรัทธา แหล่งเรียนรู้พระพุทธศาสนาสายปฏิบัติ และศูนย์กลางของเครือข่ายวัดป่าสายหลวงปู่ชาที่ขยายออกไปกว้างไกล ภายในวัดมีพื้นที่ป่าร่มรื่น เสนาสนะเรียบง่าย อุโบสถที่มีรูปแบบเฉพาะ พิพิธภัณฑ์พระโพธิญาณเถรซึ่งจัดแสดงอัฐบริขาร หุ่นขี้ผึ้ง เครื่องใช้ และสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับหลวงปู่ชา รวมถึงเจดีย์ศรีโพธิญาณซึ่งเป็นสถานที่สำคัญในการรำลึกถึงท่าน สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป วัดแห่งนี้เป็นสถานที่เงียบสงบที่ช่วยให้เข้าใจจิตวิญญาณของวัดป่าอีสาน ส่วนสำหรับผู้สนใจธรรมะ วัดหนองป่าพงเป็นพื้นที่ที่ทำให้เห็นว่าคำสอนเรื่องความเรียบง่าย ความอดทน การสำรวม และการเห็นธรรมในชีวิตประจำวันสามารถปรากฏอยู่ในสถานที่จริงได้อย่างชัดเจน
ประวัติของวัดหนองป่าพงเริ่มต้นอย่างเรียบง่ายเมื่อ พ.ศ. 2497 หลวงปู่ชา สุภทฺโท ได้เดินทางมาบุกเบิกพื้นที่ป่าดงหนองป่าพง ซึ่งในเวลานั้นยังเป็นพื้นที่รกทึบ เงียบสงัด และห่างไกลความเจริญ ท่านเลือกพื้นที่นี้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมเพราะเหมาะกับการฝึกฝนจิตใจตามแนวทางพระพุทธเจ้าในป่า การอยู่กับธรรมชาติ ความลำบาก ความขาดแคลน และความสงบของป่า กลายเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้พระภิกษุผู้มาปฏิบัติในสำนักแห่งนี้ได้ฝึกความอดทนอย่างจริงจัง จากสำนักสงฆ์เล็ก ๆ ที่เริ่มต้นด้วยกุฏิมุงหญ้าคาและเสนาสนะอย่างเรียบง่าย วัดหนองป่าพงค่อย ๆ เติบโตเป็นวัดป่าสำคัญที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ และกลายเป็นต้นแบบของวัดป่าสาขาหลวงปู่ชาทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ชื่อ “วัดหนองป่าพง” สะท้อนสภาพภูมิประเทศเดิมของพื้นที่อย่างชัดเจน คำว่า “หนอง” เชื่อมโยงกับหนองน้ำตามธรรมชาติที่เคยเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่า ส่วนคำว่า “ป่าพง” สื่อถึงดงไม้และป่ารกทึบที่ปกคลุมพื้นที่ในอดีต ชื่อของวัดจึงไม่ได้เป็นเพียงชื่อสถานที่ แต่เป็นบันทึกความทรงจำของภูมิทัศน์เดิมที่หลวงปู่ชาใช้เป็นฐานในการสร้างสำนักปฏิบัติธรรม วัดแห่งนี้จึงมีเอกลักษณ์ต่างจากวัดที่เกิดขึ้นจากศูนย์กลางชุมชน เพราะวัดหนองป่าพงเริ่มจากป่า ความสงัด และการฝึกจิตอย่างเคร่งครัด ก่อนจะค่อย ๆ กลายเป็นศูนย์รวมศรัทธาของพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก
หลวงปู่ชา สุภทฺโท เป็นบุคคลสำคัญที่สุดที่ทำให้วัดหนองป่าพงมีความหมายลึกซึ้ง ท่านเป็นพระวิปัสสนาจารย์สายวัดป่าที่เน้นการปฏิบัติจริง การรักษาพระวินัย และการใช้ชีวิตเรียบง่ายตามหลักธรรม คำสอนของท่านมีความตรงไปตรงมา ใช้ภาษาธรรมดา เข้าใจง่าย แต่มีความลึกซึ้งในเชิงปฏิบัติ ท่านสอนให้ผู้ปฏิบัติเรียนรู้จากกาย ใจ อารมณ์ และสถานการณ์ตรงหน้า ไม่หลงติดในความคิด ไม่วิ่งตามความชอบหรือความไม่ชอบ และมองเห็นความไม่เที่ยงของสิ่งทั้งหลายด้วยปัญญา แนวทางดังกล่าวทำให้คำสอนของหลวงปู่ชาเข้าถึงได้ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และส่งผลให้วัดหนองป่าพงมีบทบาทสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาสายปฏิบัติไปทั่วโลก
บรรยากาศของวัดหนองป่าพงคือหัวใจสำคัญที่ทำให้ผู้มาเยือนสัมผัสได้ตั้งแต่ก้าวแรก พื้นที่วัดมีต้นไม้ใหญ่ ร่มเงา ทางเดินสงบ และความเรียบง่ายที่ตั้งใจรักษาไว้ตามรูปแบบวัดป่า ความเงียบของพื้นที่ไม่ได้ทำให้วัดดูว่างเปล่า แต่ทำให้ผู้มาเยือนได้ยินเสียงธรรมชาติ เสียงใบไม้ และจังหวะของใจตนเองชัดขึ้น วัดแห่งนี้จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการพักจากความเร่งรีบของเมือง ผู้ที่ต้องการไหว้พระอย่างสงบ หรือผู้ที่ต้องการสัมผัสวัฒนธรรมการปฏิบัติธรรมแบบวัดป่าอีสานอย่างแท้จริง
พิพิธภัณฑ์พระโพธิญาณเถรเป็นจุดสำคัญที่ผู้มาเยือนควรเข้าชม ภายในอาคารจัดแสดงสิ่งของเกี่ยวกับหลวงปู่ชา สุภทฺโท เช่น อัฐบริขาร เครื่องใช้ หุ่นขี้ผึ้ง และวัตถุที่เกี่ยวข้องกับการดำรงสมณเพศของท่าน การชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจหลวงปู่ชาในมิติที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น สิ่งของที่จัดแสดงไม่ได้มีคุณค่าเพียงเพราะเกี่ยวข้องกับพระเถระผู้เป็นที่เคารพ แต่ยังสะท้อนความเรียบง่าย ความสันโดษ และแนวทางการดำรงชีวิตของพระปฏิบัติสายวัดป่า ผู้ที่เดินชมพิพิธภัณฑ์จะเห็นว่าความยิ่งใหญ่ของหลวงปู่ชาไม่ได้อยู่ที่ความสะสมหรือความหรูหรา แต่อยู่ที่การลดละ การฝึกตน และความหนักแน่นในพระธรรมวินัย
เจดีย์ศรีโพธิญาณเป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญของวัดหนองป่าพง เพราะเกี่ยวข้องกับการรำลึกถึงหลวงปู่ชาและเป็นพื้นที่ที่พุทธศาสนิกชนเดินทางมากราบสักการะด้วยความเคารพ เจดีย์แห่งนี้มีความหมายในเชิงศรัทธาและความทรงจำ เป็นจุดที่ผู้มาเยือนสามารถสงบนิ่ง น้อมระลึกถึงคุณูปการของหลวงปู่ชา และเชื่อมโยงตนเองเข้ากับมรดกธรรมที่ท่านวางไว้ วัดหนองป่าพงจึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ทางประวัติศาสตร์ แต่เป็นสถานที่ที่ยังมีชีวิตในเชิงศรัทธาและการปฏิบัติ
อุโบสถของวัดหนองป่าพงมีลักษณะเฉพาะและสอดคล้องกับแนวคิดของวัดป่า รูปแบบอาคารไม่ได้เน้นความวิจิตรแบบวัดท่องเที่ยวทั่วไป แต่เน้นความเรียบง่าย โปร่ง สงบ และกลมกลืนกับพื้นที่วัด บริเวณโดยรอบมีความร่มรื่น เหมาะกับการเดินชมอย่างสำรวม อุโบสถเป็นส่วนหนึ่งของภาพรวมที่ทำให้วัดหนองป่าพงมีอัตลักษณ์ชัดเจนในฐานะวัดป่าที่รักษาความพอดี ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป และไม่แยกขาดจากธรรมชาติ
ความสำคัญของวัดหนองป่าพงยังปรากฏผ่านเครือข่ายวัดสาขาจำนวนมาก หนึ่งในวัดสาขาที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางคือวัดป่านานาชาติในอำเภอวารินชำราบ ซึ่งก่อตั้งขึ้นเพื่อรองรับพระภิกษุและผู้ปฏิบัติธรรมชาวต่างชาติที่สนใจแนวทางของหลวงปู่ชา วัดป่านานาชาติทำให้เห็นว่าวัดหนองป่าพงไม่ได้ส่งอิทธิพลเฉพาะในชุมชนหรือจังหวัดอุบลราชธานีเท่านั้น แต่ขยายไปสู่ผู้คนต่างภาษา ต่างวัฒนธรรม และต่างประเทศ ผ่านคำสอนที่เรียบง่ายและปฏิบัติได้จริง
ปัจจุบันวัดหนองป่าพงมีพระพรหมวชิรญาณโสภณ หรือหลวงพ่อเลี่ยม ฐิตธมฺโม เป็นเจ้าอาวาส ท่านเป็นพระเถระสายวัดป่าที่สืบทอดข้อวัตรและแนวทางปฏิบัติจากหลวงปู่ชาอย่างมั่นคง บทบาทของท่านทำให้วัดหนองป่าพงยังคงเป็นศูนย์รวมของพระภิกษุ สามเณร ศิษยานุศิษย์ และพุทธศาสนิกชนที่ศรัทธาในพระพุทธศาสนาสายปฏิบัติ การมีพระเถระผู้สืบทอดแนวทางอย่างชัดเจนช่วยให้วัดรักษาเอกลักษณ์ของความเป็นวัดป่าไว้ได้อย่างต่อเนื่อง
หนึ่งในกิจกรรมสำคัญของวัดหนองป่าพงคือช่วงงานอาจาริยบูชาหลวงปู่ชา ซึ่งจัดขึ้นในเดือนมกราคมของทุกปี เพื่อรำลึกถึงวันละสังขารของหลวงปู่ชา สุภทฺโท บรรยากาศในช่วงนี้มีพระภิกษุ สามเณร ศิษยานุศิษย์ และพุทธศาสนิกชนเดินทางมาร่วมปฏิบัติธรรม ทำวัตร สวดมนต์ ฟังธรรม และทำกิจกรรมทางศาสนาอย่างพร้อมเพรียง งานอาจาริยบูชาไม่ใช่งานท่องเที่ยวเชิงบันเทิง แต่เป็นงานที่สะท้อนความกตัญญูต่อครูบาอาจารย์และความต่อเนื่องของสายธรรมวัดป่า ผู้ที่สนใจเดินทางในช่วงนี้ควรเตรียมตัวด้วยความสำรวมและเคารพกฎระเบียบของวัด
สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางมาเยี่ยมชมวัดหนองป่าพงในฐานะนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ควรให้ความสำคัญกับมารยาทในการเข้าวัดป่า การแต่งกายควรสุภาพ ไม่สั้น ไม่รัดรูป และไม่ฉูดฉาดจนรบกวนบรรยากาศของสถานที่ ควรพูดคุยด้วยเสียงเบา หลีกเลี่ยงการเดินเข้าไปในพื้นที่สงฆ์หรือเขตปฏิบัติธรรมที่ไม่ได้เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้า และควรถ่ายภาพอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะบริเวณที่เกี่ยวข้องกับพระภิกษุหรือพิธีกรรม วัดหนองป่าพงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นพื้นที่ปฏิบัติธรรมจริง การมาเยือนจึงควรตั้งอยู่บนความเคารพมากกว่าการมองเป็นเพียงจุดถ่ายภาพ
การเที่ยววัดหนองป่าพงเหมาะกับการใช้เวลาอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ควรรีบเดินชมเหมือนสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป ผู้มาเยือนสามารถเริ่มจากการกราบพระ เดินชมพื้นที่วัดอย่างสงบ เข้าชมพิพิธภัณฑ์พระโพธิญาณเถรตามเวลาเปิดทำการ แล้วจึงไปยังเจดีย์ศรีโพธิญาณเพื่อกราบสักการะและน้อมระลึกถึงหลวงปู่ชา การจัดลำดับเช่นนี้ทำให้การเที่ยววัดมีความหมายมากขึ้น เพราะผู้มาเยือนไม่ได้เพียงเห็นอาคารหรือสิ่งจัดแสดง แต่ได้เชื่อมโยงประวัติ บรรยากาศ คำสอน และความศรัทธาเข้าด้วยกัน
จุดเด่นของวัดหนองป่าพงอีกประการหนึ่งคือความเป็นสถานที่ที่เข้าใจได้ทั้งสำหรับคนไทยและชาวต่างชาติ สำหรับคนไทย วัดแห่งนี้เชื่อมโยงกับความศรัทธาต่อหลวงปู่ชาและวัฒนธรรมวัดป่าอีสาน สำหรับชาวต่างชาติ วัดหนองป่าพงเป็นประตูสำคัญสู่การเรียนรู้ Thai Forest Tradition ซึ่งมีอิทธิพลต่อพระสงฆ์และฆราวาสในหลายประเทศ ความเรียบง่ายของวัดทำให้ชาวต่างชาติเข้าใจได้ว่าพระพุทธศาสนาไทยไม่ได้มีเพียงด้านพิธีกรรมหรือศิลปกรรม แต่ยังมีแก่นด้านการฝึกจิต การเจริญสติ และการใช้ชีวิตอย่างพอดี
พื้นที่โดยรอบวัดหนองป่าพงยังเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของอำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี นักท่องเที่ยวสามารถจัดเส้นทางเที่ยวร่วมกับวัดป่านานาชาติ แหล่งท่องเที่ยวในตัวเมืองอุบลราชธานี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี ทุ่งศรีเมือง วัดพระธาตุหนองบัว และวัดบ้านนาเมืองได้อย่างเหมาะสม หากมีเวลา 1 วัน สามารถเริ่มต้นช่วงเช้าที่วัดหนองป่าพง ใช้ช่วงสายหรือบ่ายเดินทางเข้าตัวเมือง และปิดท้ายด้วยอาหารท้องถิ่นในอำเภอวารินชำราบหรือตัวเมืองอุบลราชธานี
สำหรับผู้ที่สนใจปฏิบัติธรรม ควรแยกความเข้าใจระหว่างการมาเยี่ยมชมกับการมาพำนักปฏิบัติธรรม การเข้าชมวัดในฐานะผู้มาเยือนสามารถทำได้ในเวลาที่วัดเปิดให้เข้าชม แต่การขอเข้าพำนักหรือปฏิบัติธรรมภายในวัดต้องปฏิบัติตามระเบียบของคณะสงฆ์และสอบถามล่วงหน้าผ่านช่องทางติดต่อของวัด วัดหนองป่าพงเป็นสำนักปฏิบัติธรรมที่มีข้อวัตรชัดเจน ผู้ที่ตั้งใจมาปฏิบัติจึงควรเตรียมกาย วาจา ใจ ให้พร้อม และเคารพตารางปฏิบัติของวัดอย่างเคร่งครัด
เวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนวัดหนองป่าพงคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายที่อากาศไม่ร้อนจัด ช่วงเช้าเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสความสงบของวัดป่า เดินชมพื้นที่โดยรอบ และกราบสักการะก่อนมีผู้มาเยือนมากขึ้น ส่วนช่วงบ่ายเหมาะสำหรับการเข้าชมพิพิธภัณฑ์พระโพธิญาณเถรและเดินชมเจดีย์ศรีโพธิญาณ หากมาในฤดูฝน พื้นที่สีเขียวของวัดจะดูสดชื่นและร่มรื่นเป็นพิเศษ ส่วนฤดูหนาวให้บรรยากาศเย็นสบาย เหมาะกับการเดินชมอย่างสงบ
วัดหนองป่าพงไม่ใช่สถานที่ที่ต้องใช้เสียงบรรยายมากเพื่อสร้างความประทับใจ เพราะตัวสถานที่สื่อสารด้วยความเงียบ ความเป็นระเบียบ และความเรียบง่าย ผู้มาเยือนจำนวนมากประทับใจเพราะวัดทำให้รู้สึกช้าลง สงบลง และมองเห็นคุณค่าของการดำรงชีวิตอย่างเรียบง่าย ความร่มรื่นของป่า การวางตัวของเสนาสนะ และความสำรวมของพื้นที่ ทำให้วัดแห่งนี้แตกต่างจากสถานที่ท่องเที่ยวที่เน้นความคึกคักอย่างชัดเจน
สำหรับการวางแผนท่องเที่ยวจริง นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบเวลาเข้าชมพิพิธภัณฑ์ก่อนเดินทาง เพราะพื้นที่วัดและพิพิธภัณฑ์มีเวลาใช้งานต่างกัน วัดเปิดให้เข้าชมในช่วงเช้าถึงเย็น ส่วนพิพิธภัณฑ์พระโพธิญาณเถรเปิดตามเวลาที่กำหนดคือ 08.00 – 16.30 น. การเผื่อเวลาอย่างน้อย 1 – 2 ชั่วโมงจะช่วยให้เดินชมได้ครบโดยไม่เร่งรีบ หากต้องการเที่ยวต่อในอำเภอวารินชำราบ สามารถเลือกร้านอาหารและที่พักในพื้นที่ใกล้เคียงได้หลายแห่ง โดยเฉพาะบริเวณถนนกันทรลักษ์ ถนนเทศบาล และเขตเมืองวารินชำราบ
การเดินทาง ไปวัดหนองป่าพงสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัวจากตัวเมืองอุบลราชธานี ใช้เส้นทางไปอำเภอวารินชำราบและตำบลโนนผึ้ง โดยวัดอยู่ห่างจากตัวเมืองอุบลราชธานีประมาณ 13 – 18 กม. ตามเส้นทางที่เลือกใช้ หากเดินทางจากตัวอำเภอวารินชำราบสามารถใช้เส้นทางไปตำบลโนนผึ้งและบ้านพงสว่างได้โดยตรง ผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถใช้บริการรถรับจ้างหรือแท็กซี่ท้องถิ่นจากตัวเมืองอุบลราชธานีหรือสถานีรถไฟอุบลราชธานี การเดินทางด้วยรถส่วนตัวให้ความสะดวกที่สุด เพราะสามารถแวะวัดป่านานาชาติและสถานที่ใกล้เคียงได้ในทริปเดียว
เมื่อถึงวัดหนองป่าพง ผู้มาเยือนควรเริ่มจากการจอดรถในพื้นที่ที่วัดจัดไว้ เดินเข้าสู่บริเวณวัดด้วยความสำรวม และอ่านป้ายหรือข้อกำหนดต่าง ๆ ก่อนเข้าพื้นที่สำคัญ พื้นที่บางส่วนเป็นเขตสงฆ์และเขตปฏิบัติธรรม จึงไม่ควรเดินเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต การเที่ยววัดป่าที่ดีที่สุดคือการให้เกียรติสถานที่ รักษาความเงียบ และปล่อยให้บรรยากาศของวัดนำพาใจให้สงบลงเอง
วัดหนองป่าพงเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ช่วยให้เข้าใจจังหวัดอุบลราชธานีในมิติที่ลึกกว่าการท่องเที่ยวทั่วไป จังหวัดนี้ไม่ได้มีเพียงแหล่งธรรมชาติ วัดงาม หรือประเพณีแห่เทียนพรรษาเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่สำคัญของพระพุทธศาสนาสายปฏิบัติ วัดหนองป่าพงทำให้ภาพของอุบลราชธานีเชื่อมโยงกับความสงบ การเจริญสติ และมรดกธรรมที่เดินทางข้ามภาษาและวัฒนธรรมไปทั่วโลก
การมาเยือนวัดหนองป่าพงจึงเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม ทั้งผู้ศรัทธาหลวงปู่ชา ผู้สนใจประวัติพระพุทธศาสนา ผู้ต้องการชมพิพิธภัณฑ์และเจดีย์สำคัญ ผู้ต้องการสัมผัสวัดป่าอีสาน และชาวต่างชาติที่สนใจ Thai Forest Tradition หากจัดเวลาให้พอ เดินชมอย่างสงบ และเปิดใจรับบรรยากาศของสถานที่ วัดหนองป่าพงจะไม่ใช่เพียงจุดหมายปลายทางหนึ่งในอุบลราชธานี แต่จะกลายเป็นประสบการณ์ที่ทำให้เข้าใจความหมายของคำว่า “วัดป่า” ได้อย่างลึกซึ้ง
| ชื่อสถานที่ | วัดหนองป่าพง |
| ที่ตั้ง | บ้านพงสว่าง หมู่ที่ 10 ตำบลโนนผึ้ง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี |
| ที่อยู่ | ตำบลโนนผึ้ง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี 34190 |
| พิกัด | 15.1554, 104.8234 |
| ไฮไลต์ | วัดป่าสายวิปัสสนากรรมฐานที่ก่อตั้งโดยหลวงปู่ชา สุภทฺโท มีพิพิธภัณฑ์พระโพธิญาณเถร เจดีย์ศรีโพธิญาณ และบรรยากาศร่มรื่นสงบเหมาะแก่การเจริญสติ |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | หลวงปู่ชา สุภทฺโท บุกเบิกและจัดตั้งเป็นสำนักสงฆ์เมื่อ พ.ศ. 2497 ต่อมาได้รับการยกฐานะเป็นวัดและเป็นต้นแบบของวัดป่าสาขาหลวงปู่ชาทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อวัดมาจากสภาพภูมิประเทศเดิมที่เป็นพื้นที่ป่าพง มีหนองน้ำธรรมชาติ และเป็นดงป่ารกทึบเหมาะแก่การปฏิบัติธรรมแบบวัดป่า |
| ลักษณะเด่น | เป็นวัดป่าที่เน้นความสงบ เรียบง่าย การรักษาพระธรรมวินัย และการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานตามแนวทางหลวงปู่ชา |
| การเดินทาง | เดินทางจากตัวเมืองอุบลราชธานีไปอำเภอวารินชำราบและตำบลโนนผึ้ง ระยะทางประมาณ 13 – 18 กม. เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง หรือแท็กซี่ท้องถิ่น |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชมและยังเป็นสำนักปฏิบัติธรรมสายวัดป่าสำคัญของจังหวัดอุบลราชธานี |
| วันเปิดทำการ | วัดเปิดให้เข้าชมทุกวัน ส่วนพิพิธภัณฑ์พระโพธิญาณเถรเปิดให้เข้าชมตามเวลาพิพิธภัณฑ์ |
| เวลาเปิดทำการ | วัด 05.00 – 18.00 น. / พิพิธภัณฑ์พระโพธิญาณเถร 08.00 – 16.30 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ที่จอดรถ และการเข้าถึงสำหรับผู้พิการ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | พิพิธภัณฑ์พระโพธิญาณเถร เจดีย์ศรีโพธิญาณ อุโบสถวัดหนองป่าพง ศาลาธรรมและพื้นที่ปฏิบัติธรรม พื้นที่ป่าร่มรื่นภายในวัด |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระพรหมวชิรญาณโสภณ (เลี่ยม ฐิตธมฺโม) |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 045-267-563 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | www.ajahnchah.memorial |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดป่านานาชาติ ประมาณ 8 กม. 2. วิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตดอกเบญจมาศบ้านตาติด ประมาณ 7 กม. 3. วัดบ้านนาเมือง ประมาณ 18 กม. 4. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี ประมาณ 18 กม. 5. ทุ่งศรีเมือง ประมาณ 18 กม. 6. วัดพระธาตุหนองบัว ประมาณ 21 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ส้มตำชาวมอ วารินชำราบ ประมาณ 6 กม. โทร. 094-269-8050, 084-083-0105, 094-605-3266 2. เจนหมูกระทะ วารินชำราบ ประมาณ 8 กม. โทร. 094-225-9509 3. ครัว 88 วารินชำราบ ประมาณ 8 กม. โทร. 085-861-1397 4. ส้มตำยายลำดวน วารินชำราบ ประมาณ 9 กม. โทร. 086-871-2434 5. ครัวสุกี้โบราณ วารินชำราบ ประมาณ 10 กม. โทร. 080-760-3304 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. โรงแรมรุ่งอรุณ ประมาณ 6 กม. โทร. 045-268-013 2. ธารทิพย์ รีสอร์ท ประมาณ 8 กม. โทร. 089-849-1028 3. อุบลน้ำซับรีสอร์ท ประมาณ 8 กม. โทร. 085-491-6873, 087-561-0348, 081-709-6607 4. U-Place at Ubon Ratchathani University ประมาณ 11 กม. โทร. 045-353-084 5. U Duay Gan Garden Home Ubon ประมาณ 13 กม. โทร. 091-835-9784 6. Velawarin Hotel ประมาณ 13 กม. โทร. 080-369-7639 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดหนองป่าพงอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดหนองป่าพงตั้งอยู่ที่บ้านพงสว่าง หมู่ที่ 10 ตำบลโนนผึ้ง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี
ถาม: วัดหนองป่าพงเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: พื้นที่วัดเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 05.00 – 18.00 น. ส่วนพิพิธภัณฑ์พระโพธิญาณเถรเปิดเวลา 08.00 – 16.30 น.
ถาม: วัดหนองป่าพงมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: วัดหนองป่าพงเป็นวัดป่าสายวิปัสสนากรรมฐานที่ก่อตั้งโดยหลวงปู่ชา สุภทฺโท และเป็นต้นแบบของวัดป่าสาขาหลวงปู่ชาทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ถาม: ภายในวัดหนองป่าพงมีอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: จุดสำคัญภายในวัด ได้แก่ พิพิธภัณฑ์พระโพธิญาณเถร เจดีย์ศรีโพธิญาณ อุโบสถ ศาลาธรรม พื้นที่ปฏิบัติธรรม และบรรยากาศวัดป่าที่ร่มรื่นสงบ
ถาม: เจ้าอาวาสวัดหนองป่าพงคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดหนองป่าพงคือพระพรหมวชิรญาณโสภณ หรือหลวงพ่อเลี่ยม ฐิตธมฺโม
ถาม: ควรแต่งกายอย่างไรเมื่อไปวัดหนองป่าพง?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ เสื้อมีแขน กางเกงหรือกระโปรงยาวเหมาะสม ใช้เสียงเบา และเคารพพื้นที่สงฆ์กับพื้นที่ปฏิบัติธรรม
ถาม: เที่ยววัดหนองป่าพงควรใช้เวลาประมาณเท่าใด?
ตอบ: ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1 – 2 ชั่วโมง เพื่อกราบพระ เดินชมบรรยากาศวัด เข้าชมพิพิธภัณฑ์ และสักการะเจดีย์ศรีโพธิญาณอย่างไม่เร่งรีบ
ถาม: วัดหนองป่าพงเที่ยวร่วมกับที่ไหนได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับวัดป่านานาชาติ วัดบ้านนาเมือง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี ทุ่งศรีเมือง และวัดพระธาตุหนองบัวได้
โทร : 045267563
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 3 เดือนที่แล้ว




