หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี >อ.เขื่องใน >ต.ชีทวน > ธรรมาสน์สิงห์ศิลปะญวนที่บ้านชีทวน
TL;DR: ธรรมาสน์สิงห์ศิลปะญวนที่บ้านชีทวน อยู่ที่ศาลาการเปรียญ วัดศรีนวลแสงสว่างอารมณ์ บ้านชีทวน ตำบลชีทวน อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ธรรมาสน์สิงห์ศิลปะญวนที่บ้านชีทวน

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
ธรรมาสน์สิงห์ศิลปะญวนที่บ้านชีทวน อุบลราชธานี เป็นมรดกศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของบ้านชีทวน ตำบลชีทวน อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี ตั้งอยู่ภายในศาลาการเปรียญหรือหอแจกของวัดศรีนวลแสงสว่างอารมณ์ วัดเก่าแก่ที่อยู่คู่ชุมชนบ้านชีทวนมายาวนาน ธรรมาสน์แห่งนี้มีรูปแบบแตกต่างจากธรรมาสน์ทั่วไปอย่างชัดเจน เพราะสร้างเป็นรูปสิงห์ยืนเทินบุษบก ตัวสิงห์ทำหน้าที่เป็นฐานรองรับตัวธรรมาสน์ที่อยู่ด้านบน ส่วนยอดเป็นเครื่องไม้ซ้อนชั้นลดหลั่นคล้ายปราสาท ประดับด้วยลายปูนปั้น ลายเขียนสี กระจกสี และลวดลายแบบศิลปะญวนที่ผสมผสานกับศิลปะไทย อีสาน จีน และคติทางพระพุทธศาสนาอย่างกลมกลืน
ธรรมาสน์สิงห์ศิลปะญวนที่บ้านชีทวนเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. ไม่มีค่าเข้าชม เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจงานศิลปกรรมพื้นบ้านอีสาน ศิลปะญวน สถาปัตยกรรมวัดเก่า ประวัติศาสตร์ชุมชน และประเพณีเทศน์มหาชาติแบบโบราณ จุดเด่นของสถานที่ไม่ได้อยู่ที่ความใหญ่โตของพื้นที่ แต่เกิดจากคุณค่าของชิ้นงานที่มีลักษณะเฉพาะตัวสูงมาก ธรรมาสน์ตั้งอยู่ภายในหอแจกไม้เก่า บรรยากาศภายในวัดยังสงบและเป็นธรรมชาติ ผู้มาเยือนสามารถใช้เวลาเดินชมรายละเอียดของตัวธรรมาสน์ ศาลาการเปรียญ จิตรกรรมบนเพดาน และบริบทของวัดศรีนวลแสงสว่างอารมณ์ได้อย่างใกล้ชิด
วัดศรีนวลแสงสว่างอารมณ์ตั้งอยู่ที่บ้านชีทวน ตำบลชีทวน อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี เป็นวัดในสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตามประวัติของชุมชน วัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2340 โดยญาครูก้อมเป็นผู้นำชาวบ้านสร้างวัด ต่อมาคุณยายศรีนวลได้บริจาคที่ดินเพิ่มเติมเพื่อขยายพื้นที่วัด ชาวบ้านจึงเรียกวัดว่า วัดศรีนวล ภายหลังเพิ่มคำว่า แสงสว่างอารมณ์ ต่อท้าย และใช้ชื่อวัดศรีนวลแสงสว่างอารมณ์มาจนถึงปัจจุบัน วัดแห่งนี้ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2347 จึงเป็นวัดที่มีรากฐานทางประวัติศาสตร์ยาวนานคู่กับชุมชนบ้านชีทวน
ธรรมาสน์สิงห์ศิลปะญวนที่ตั้งอยู่ภายในวัดสร้างขึ้นในช่วง พ.ศ. 2468 – 2470 โดยมีช่างชาวญวนชื่อเวียง หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าแกวเวียง เป็นผู้สร้างส่วนฐานสิงห์และตัวธรรมาสน์จากอิฐถือปูน ส่วนงานบันไดนาค รั้วกั้น และเสาหงส์ เป็นฝีมือของพระอุปัชฌาวงศ์ พรหมฺสโร เจ้าอาวาสในสมัยนั้น ร่วมกับนายคำหมา แสงงาม ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ การทำงานร่วมกันระหว่างช่างญวน พระช่าง และช่างพื้นบ้านไทยอีสาน ทำให้ธรรมาสน์แห่งนี้มีลักษณะศิลปกรรมที่ไม่เหมือนธรรมาสน์อื่นในประเทศไทย
ลักษณะสำคัญของธรรมาสน์คือรูปสิงห์ยืนเทินบุษบก ตัวสิงห์มีขนาดใหญ่ สร้างด้วยอิฐถือปูน ลำตัวโค้งอ่อนช้อย มีการตกแต่งด้วยลายปูนปั้น กระจกสี และลายเขียนสีอย่างประณีต ส่วนหัวสิงห์มีลักษณะทรงพลัง ปากเปิด ดวงตาเด่น และมีองค์ประกอบที่ไม่จำกัดอยู่ในรูปสิงห์แบบไทยเพียงอย่างเดียว หางและรายละเอียดบางส่วนมีลักษณะคล้ายหงส์จีนหรือสัตว์ในจินตนาการแบบจีน-ญวน เล็บและลายส่วนปลายมีลักษณะคล้ายนกมากกว่าสิงห์แบบจารีต จึงทำให้รูปทรงของสิงห์ดูมีชีวิต มีความเคลื่อนไหว และมีเอกลักษณ์ทางศิลปะอย่างยิ่ง
ตัวบุษบกที่ตั้งอยู่บนหลังสิงห์เป็นส่วนสำหรับพระสงฆ์ขึ้นนั่งเทศน์ ตัวเรือนธรรมาสน์มีลักษณะเป็นห้องสี่เหลี่ยม มีช่องเปิดโค้งทั้ง 4 ด้าน ตกแต่งด้วยลายปูนปั้นนูนต่ำและลายเขียนสี บริเวณผนังมีภาพเทวดา นางฟ้า นก สัตว์ พรรณพฤกษา มังกร บุคคลแต่งกายแบบจีน และภาพบุคคลแต่งกายแบบสากลผสมอยู่ในองค์ประกอบเดียวกัน การจัดวางภาพเหล่านี้สะท้อนความเปิดกว้างทางศิลปะของช่างผู้สร้าง และสะท้อนยุคสมัยที่ศิลปะท้องถิ่นรับอิทธิพลจากหลายวัฒนธรรมเข้ามาผสมผสาน
ยอดบุษบกด้านบนเป็นเครื่องไม้ทำเป็นชั้นซ้อนลดหลั่น มีการฉลุและแกะสลักลวดลายอย่างละเอียด ประดับด้วยลวดลายสัตว์ในวรรณคดี เทวดา นก ลายพรรณพฤกษา และลวดลายแบบไทยที่ปิดทอง เขียนสี และประดับกระจกสีบางส่วน ยอดธรรมาสน์จึงมีทั้งความสูง ความอ่อนช้อย และความวิจิตร เมื่อมองจากระยะไกลจะเห็นรูปทรงสิงห์เทินปราสาทเด่นชัด แต่เมื่อเข้าใกล้จะเห็นรายละเอียดจำนวนมากที่บอกถึงความประณีตของงานช่าง
ความแตกต่างสำคัญของธรรมาสน์สิงห์ศิลปะญวนที่บ้านชีทวนคือวัสดุและแนวคิด โดยธรรมาสน์ทั่วไปในวัดไทยมักทำจากไม้ แกะสลัก ลงรัก ปิดทอง หรือลงชาดเขียนสี แต่ธรรมาสน์แห่งนี้ใช้วิธีก่ออิฐถือปูนหรือปูนสะทายเป็นตัวสิงห์และเรือนธรรมาสน์ จากนั้นตกแต่งด้วยลายปั้น ลายเขียนสี และกระจกสี ส่วนยอดเป็นเครื่องไม้ซ้อนชั้น วิธีสร้างเช่นนี้ทำให้ธรรมาสน์มีน้ำหนัก แข็งแรง และมีลักษณะคล้ายประติมากรรมสถาปัตยกรรมมากกว่างานเครื่องไม้ทั่วไป
ในทางความหมาย ธรรมาสน์เป็นที่นั่งสำหรับพระสงฆ์แสดงธรรม โดยเฉพาะการเทศน์มหาชาติหรือบุญผะเหวด ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากในวัฒนธรรมอีสาน ธรรมาสน์สิงห์เทินบุษบกจึงไม่ได้เป็นเพียงงานประดับ แต่เป็นพื้นที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา สิงห์เป็นสัตว์ที่สื่อถึงพลัง ความองอาจ และความคุ้มครอง ส่วนบุษบกเป็นสัญลักษณ์ของที่นั่งอันสูงส่งสำหรับธรรมะ เมื่อสิงห์เทินบุษบกจึงเกิดภาพเชิงสัญลักษณ์ว่าพลังแห่งธรรมได้รับการยกย่องและคุ้มครองอย่างสง่างาม
ธรรมาสน์แห่งนี้มีความสัมพันธ์กับประเพณีเทศน์ปฐมสมโพธิและเทศน์มหาชาติแบบโบราณของบ้านชีทวน ในอดีตพระสงฆ์จะขึ้นนั่งบนธรรมาสน์เพื่อเทศน์ด้วยคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรม และทำนองเทศน์อีสาน ประเพณีดังกล่าวมีบทบาทต่อการสืบทอดพระพุทธศาสนา ภาษา ตัวอักษร และภูมิปัญญาการฟังธรรมของคนในชุมชน ธรรมาสน์จึงเป็นเวทีศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อมโยงเสียงเทศน์ คัมภีร์ พระสงฆ์ และชาวบ้านเข้าไว้ในพิธีกรรมเดียวกัน
ต่อมาธรรมาสน์ได้รับการอนุรักษ์อย่างจริงจัง ในปี พ.ศ. 2536 ชาวบ้านเห็นคุณค่าของธรรมาสน์และร่วมกันบริจาคทรัพย์สมทบกับกรมศิลปากรเพื่อบูรณะและดูแลรักษา หลังจากนั้นธรรมาสน์ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกของชาติ และมีการงดใช้งานธรรมาสน์เพื่อรักษาสภาพเดิมให้คงอยู่ การอนุรักษ์ดังกล่าวทำให้วัดศรีนวลแสงสว่างอารมณ์ได้รับรางวัลอนุรักษ์สถาปัตยกรรมดีเด่น ประจำปี 2556 ประเภทปูชนียสถานและวัดวาอาราม จากสมาคมสถาปนิกสยาม
ศาลาการเปรียญหรือหอแจกที่ประดิษฐานธรรมาสน์เป็นส่วนสำคัญของประสบการณ์การชม สถาปัตยกรรมของหอแจกเป็นอาคารไม้พื้นถิ่นอีสาน ยกพื้น มีโครงสร้างไม้ หลังคาทรงจั่ว และภายในมีจิตรกรรมบนฝ้าเพดานเป็นลวดลายต่าง ๆ เช่น ราหู ดอกไม้ ใบไม้ สัตว์ ดวงดาว พญานาค และหงส์ หอแจกจึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็นอาคารครอบธรรมาสน์ แต่เป็นพื้นที่ศิลปกรรมที่ช่วยเสริมความงดงามของธรรมาสน์และรักษาบรรยากาศของพิธีกรรมแบบเก่าไว้
เมื่อเดินเข้าไปภายในหอแจก ผู้มาเยือนจะเห็นธรรมาสน์สิงห์ตั้งอยู่เป็นจุดเด่นกลางพื้นที่ ความสูงของบุษบกสัมพันธ์กับโครงหลังคาและเพดานไม้โดยรอบ สีของลายเขียน กระจกสี และแสงภายในอาคารทำให้ธรรมาสน์มีมิติแตกต่างกันไปตามเวลาในแต่ละวัน รายละเอียดบางจุดมองเห็นชัดเมื่ออยู่ใกล้ เช่น ลายมังกร ลายนก ลายพรรณพฤกษา และภาพบุคคล ส่วนภาพรวมของธรรมาสน์จะงดงามเมื่อถอยออกมามองจากด้านหน้า เพราะจะเห็นสิงห์เทินบุษบกครบทั้งองค์
ด้านทิศเหนือของธรรมาสน์มีลวดลายปูนปั้นเขียนสีเป็นภาพเทวดา นางฟ้า ลายแบบจีน และสัตว์ในหมู่พรรณพฤกษา ส่วนด้านทิศใต้มีภาพนก ทหารพนมมือ และทหารแสดงความเคารพ ด้านทิศตะวันออกมีภาพบุคคลแต่งกายอย่างชาวจีน บุคคลนุ่งโจงกระเบน และบุคคลแต่งชุดสากล บางภาพสะท้อนโลกสมัยใหม่ที่เข้ามาปะทะกับศิลปะพื้นบ้านในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 25 รายละเอียดเหล่านี้ทำให้ธรรมาสน์ไม่ใช่งานศิลปะที่อยู่ในกรอบจารีตเดียว แต่เป็นพื้นที่บันทึกความหลากหลายของยุคสมัย
ด้านหลังของธรรมาสน์มีลวดลายปูนปั้นรูปนกเกาะกิ่งไม้ รูปบุคคลยืนบนช้าง และรูปเทวดายืนบนม้า มีบานหน้าต่างไม้ฉลุทาสีทอง เครื่องบนทำเป็นชั้นลดหลั่น 3 ชั้น ตกแต่งด้วยงานฉลุและแกะสลักหลากหลายชนิด ส่วนรายละเอียดบริเวณบันไดทางขึ้นมีนาคและองค์ประกอบที่ทำหน้าที่คุ้มครองทางเข้าสู่ธรรมาสน์ บันไดไม่ได้เป็นเพียงทางขึ้นเชิงกายภาพ แต่ยังมีความหมายเชิงพิธีกรรม เพราะเป็นเส้นทางที่พระสงฆ์ใช้ขึ้นสู่ที่นั่งแสดงธรรม
คุณค่าของธรรมาสน์สิงห์ศิลปะญวนอยู่ที่การผสมผสานรูปทรง ลวดลาย วัสดุ และปรัชญาของช่างเข้าด้วยกันอย่างลงตัว สิงห์เป็นสัตว์ในจินตนาการและคติศาสนา บุษบกเป็นสัญลักษณ์ของที่นั่งสูง ศิลปะญวนและจีนปรากฏในลายเส้น สี และรูปสัตว์ ส่วนศิลปะอีสานและไทยปรากฏในบริบทของธรรมาสน์ การเทศน์มหาชาติ และพื้นที่วัด การรวมสิ่งเหล่านี้ไว้ในชิ้นงานเดียวทำให้ธรรมาสน์แห่งนี้กลายเป็นงานศิลปกรรมพื้นบ้านที่มีความลึกทางวัฒนธรรมสูงมาก
บ้านชีทวนเป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีแหล่งศิลปวัฒนธรรมสำคัญหลายแห่ง การเดินทางมาชมธรรมาสน์สิงห์ศิลปะญวนจึงสามารถจัดรวมกับสถานที่ใกล้เคียงได้อย่างเหมาะสม เช่น วัดธาตุสวนตาล วัดทุ่งศรีวิไล ขัวน้อยบ้านชีทวน อุโมงค์ต้นไม้บ้านชีทวน และซากเรือโบราณที่วัดอัมพวันนาราม เส้นทางนี้ช่วยให้เห็นภาพรวมของบ้านชีทวน ทั้งในด้านวัดเก่า พระพุทธรูปสำคัญ ศิลปกรรมพื้นบ้าน โบราณวัตถุ วิถีน้ำ และภูมิทัศน์ชนบท
วัดธาตุสวนตาลเป็นสถานที่ใกล้เคียงที่ช่วยเติมมิติประวัติศาสตร์บ้านชีทวนได้ดี ภายในวัดมีพระธาตุสวนตาลและเรือโบราณที่เกี่ยวข้องกับวิถีลำน้ำชี ส่วนวัดทุ่งศรีวิไลเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระพุทธวิเศษ พระพุทธรูปศิลาแลงปางนาคปรกที่ชาวบ้านเคารพอย่างสูง เมื่อเที่ยวทั้ง 3 วัดร่วมกัน ผู้มาเยือนจะเข้าใจได้ว่าบ้านชีทวนไม่ได้มีเพียงธรรมาสน์สิงห์ แต่เป็นชุมชนที่มีมรดกศิลปวัฒนธรรมหลายชั้นและต่อเนื่องกัน
ขัวน้อยบ้านชีทวนและอุโมงค์ต้นไม้เป็นส่วนที่ช่วยเพิ่มบรรยากาศท่องเที่ยวชุมชน ขัวน้อยสะท้อนวิถีเกษตรกรรมและการสัญจรของชาวบ้าน ส่วนอุโมงค์ต้นไม้เป็นเส้นทางร่มรื่นที่ทำให้การเดินทางในหมู่บ้านมีเสน่ห์มากขึ้น การเชื่อมธรรมาสน์สิงห์เข้ากับสถานที่เหล่านี้ทำให้การเที่ยวบ้านชีทวนมีครบทั้งศิลปกรรม ศาสนา ประวัติศาสตร์ และภูมิทัศน์ชนบท เหมาะกับการเที่ยวแบบครึ่งวันหรือหนึ่งวันจากตัวเมืองอุบลราชธานี
การเดินทางมายังธรรมาสน์สิงห์ศิลปะญวนที่บ้านชีทวนทำได้สะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้าง จากตัวเมืองอุบลราชธานีใช้ทางหลวงหมายเลข 23 สายอุบลราชธานี – ยโสธร ประมาณ 22 กม. ถึงบ้านท่าวารี แล้วเลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 2412 เข้าไปยังบ้านชีทวนอีกประมาณ 5 กม. ระยะทางรวมจากตัวเมืองประมาณ 26 กม. เส้นทางเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวชุมชนใกล้เมือง ใช้เวลาเดินทางไม่นาน และสามารถต่อเส้นทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงได้หลายจุด
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเข้าชมคือช่วงเช้าและช่วงบ่ายก่อนเย็น ช่วงเช้าเหมาะกับการไหว้พระ ชมศาลาการเปรียญ และถ่ายภาพธรรมาสน์ในบรรยากาศสงบ ส่วนช่วงบ่ายก่อนเย็นเหมาะกับการต่อเส้นทางไปยังวัดใกล้เคียงและขัวน้อยบ้านชีทวน นักท่องเที่ยวควรแต่งกายสุภาพ เพราะสถานที่ตั้งอยู่ภายในวัดและเป็นมรดกทางศาสนา ควรถอดรองเท้าตามข้อปฏิบัติของพื้นที่ ไม่จับต้องลวดลายธรรมาสน์ ไม่ปีนขึ้นธรรมาสน์ และไม่ใช้แฟลชใกล้ผิวงานศิลปกรรม
การชมธรรมาสน์ควรเริ่มจากการมองภาพรวมด้านหน้าเพื่อเห็นรูปทรงสิงห์ยืนเทินบุษบก จากนั้นจึงเดินชมด้านข้างและด้านหลังโดยรักษาระยะอย่างเหมาะสม ควรสังเกตหัวสิงห์ ลำตัว ปีก หาง บันไดนาค เสาหงส์ ตัวบุษบก ผนังช่องโค้ง เครื่องบน ลายเขียนสี และจิตรกรรมบนเพดานหอแจก รายละเอียดเหล่านี้ทำให้เข้าใจว่างานชิ้นนี้ไม่ได้มีคุณค่าเฉพาะด้านความสวยงาม แต่ยังเป็นหลักฐานของทักษะช่าง การผสมวัฒนธรรม และความศรัทธาของชุมชนในช่วงต้นสมัยรัตนโกสินทร์ตอนปลาย
ธรรมาสน์สิงห์ศิลปะญวนยังเหมาะกับนักเรียน นักศึกษา นักวิชาการ และผู้สนใจงานท้องถิ่นศึกษา เพราะสามารถเชื่อมโยงเนื้อหาได้หลายด้าน ทั้งประวัติศาสตร์บ้านชีทวน ศิลปะญวน งานปูนปั้น จิตรกรรมพื้นบ้าน สถาปัตยกรรมหอแจก คติธรรมาสน์ ประเพณีเทศน์มหาชาติ และการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรม การได้เห็นงานจริงในพื้นที่จริงช่วยให้เข้าใจคุณค่าของศิลปกรรมพื้นบ้านอีสานมากกว่าการอ่านข้อมูลจากเอกสารเพียงอย่างเดียว
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ธรรมาสน์สิงห์ศิลปะญวนที่บ้านชีทวนเป็นจุดหมายที่ช่วยอธิบายความหลากหลายทางวัฒนธรรมของอีสานได้ชัดเจน เพราะภายในชิ้นงานเดียวมีทั้งพุทธศาสนา ศิลปะเวียดนาม ศิลปะจีน งานช่างไทยอีสาน และวิถีชุมชนวัดแบบชนบท ผู้มาเยือนจะเห็นว่าประเทศไทยไม่ได้มีศิลปะวัดในรูปแบบเดียว แต่มีงานศิลปกรรมท้องถิ่นจำนวนมากที่เกิดจากการแลกเปลี่ยนผู้คน ภาษา ความเชื่อ และฝีมือช่างในระดับชุมชน
ธรรมาสน์สิงห์ศิลปะญวนที่บ้านชีทวนจึงเป็นมากกว่างานศิลป์ประจำวัด แต่เป็นหลักฐานของชุมชนที่รู้คุณค่าของมรดกตนเอง วัดศรีนวลแสงสว่างอารมณ์ทำหน้าที่เป็นพื้นที่รักษาศรัทธาและความทรงจำ ส่วนธรรมาสน์ทำหน้าที่เป็นงานศิลปกรรมที่บันทึกฝีมือช่างญวน พระช่าง ช่างพื้นบ้าน และระบบพิธีกรรมของบ้านชีทวนไว้พร้อมกัน ผู้ที่เดินทางมาอุบลราชธานีและต้องการเห็นมรดกวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์จริง ควรจัดธรรมาสน์สิงห์ศิลปะญวนไว้ในเส้นทาง เพราะที่นี่เล่าเรื่องอีสานได้ลึก ละเอียด และงดงามในแบบที่หาได้ยาก
| ชื่อสถานที่ | ธรรมาสน์สิงห์ศิลปะญวนที่บ้านชีทวน |
| ที่ตั้ง | ศาลาการเปรียญ วัดศรีนวลแสงสว่างอารมณ์ บ้านชีทวน ตำบลชีทวน อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี |
| ที่อยู่ | หมู่ 2 บ้านชีทวน ตำบลชีทวน อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี 34150 |
| พิกัด | 15.28269, 104.66156 |
| ไฮไลต์ | ธรรมาสน์รูปสิงห์ยืนเทินบุษบก สร้างด้วยอิฐถือปูน ยอดเป็นเครื่องไม้ซ้อนชั้น ประดับลายปูนปั้น ลายเขียนสี กระจกสี และศิลปะญวนผสมศิลปะไทยอีสาน |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | สร้างช่วง พ.ศ. 2468 – 2470 โดยช่างชาวญวนชื่อเวียง หรือแกวเวียง ร่วมกับพระอุปัชฌาวงศ์ พรหมฺสโร และนายคำหมา แสงงาม |
| ความสำคัญ | เป็นมรดกศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านที่มีรูปแบบเฉพาะตัว ใช้เชื่อมโยงประเพณีเทศน์มหาชาติ บุญผะเหวด และงานศิลปกรรมญวนในชุมชนอีสาน |
| ลักษณะเด่น | ตัวสิงห์ขนาดใหญ่รองรับบุษบกด้านบน มีช่องโค้งทั้ง 4 ด้าน ลายปูนปั้นนูนต่ำ ภาพเทวดา นางฟ้า มังกร นก สัตว์ พรรณพฤกษา และภาพบุคคลหลายวัฒนธรรม |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองอุบลราชธานีใช้ทางหลวงหมายเลข 23 สายอุบลราชธานี – ยโสธร ประมาณ 22 กม. ถึงบ้านท่าวารี แล้วเลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 2412 เข้าไปบ้านชีทวนอีกประมาณ 5 กม. รวมระยะทางประมาณ 26 กม. |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมภายในวัดศรีนวลแสงสว่างอารมณ์ และเป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญของบ้านชีทวน |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| ค่าเข้าชม | ไม่มีค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานวัด ศาลาการเปรียญหรือหอแจก พื้นที่ไหว้พระ พื้นที่ชมธรรมาสน์ พื้นที่ร่มไม้ และพื้นที่จอดรถบริเวณวัดหรือใกล้วัด |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | โซนธรรมาสน์สิงห์เทินบุษบก โซนศาลาการเปรียญหรือหอแจก โซนจิตรกรรมฝ้าเพดาน โซนพระอุโบสถ โซนลานวัด และพื้นที่กิจกรรมบุญของชุมชน |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระอธิการหว่าน ฐานุตฺตโร / วัดศรีนวลแสงสว่างอารมณ์ ร่วมกับชุมชนบ้านชีทวนและหน่วยงานท้องถิ่น |
| หน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ | องค์การบริหารส่วนตำบลชีทวน โทร. 045-210-624 |
| กิจกรรมวัฒนธรรม | ประเพณีเทศน์ปฐมสมโพธิแบบโบราณ เทศน์มหาชาติ บุญผะเหวด และกิจกรรมบุญของบ้านชีทวน |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดทุ่งศรีวิไล ประมาณ 1 กม. 2. วัดธาตุสวนตาล ประมาณ 2 กม. 3. อุโมงค์ต้นไม้บ้านชีทวน ประมาณ 2 กม. 4. ขัวน้อยบ้านชีทวน ประมาณ 3 กม. 5. ซากเรือโบราณ วัดอัมพวันนาราม ประมาณ 4 กม. 6. วัดพระธาตุหนองบัว อำเภอเมืองอุบลราชธานี ประมาณ 30 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ครัวริมน้ำ เขื่องใน ประมาณ 16 กม. โทร. 081-997-5145 2. ครัวริมทาง เขื่องใน ประมาณ 17 กม. โทร. 099-757-5998 3. โอแซบ เขื่องใน ประมาณ 17 กม. โทร. 093-454-9566 4. Fish Cafe เขื่องใน ประมาณ 18 กม. โทร. 088-348-5351 5. สวนอาหารเซามีแฮง ประมาณ 19 กม. โทร. 087-375-6859 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. สมปรารถนารีสอร์ท ประมาณ 27 กม. โทร. 083-128-6330 2. YUU HOTEL & Cafe อุบลราชธานี ประมาณ 30 กม. โทร. 085-614-1111 3. Tohsang Heritage Ubon Hotel ประมาณ 31 กม. โทร. 045-245-531 4. V Hotel Ubon ประมาณ 33 กม. โทร. 097-334-4480 5. Laithong Hotel ประมาณ 32 กม. โทร. 098-118-0194 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ธรรมาสน์สิงห์ศิลปะญวนที่บ้านชีทวนอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ธรรมาสน์สิงห์ศิลปะญวนตั้งอยู่ภายในศาลาการเปรียญวัดศรีนวลแสงสว่างอารมณ์ บ้านชีทวน ตำบลชีทวน อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี
ถาม: ธรรมาสน์สิงห์ศิลปะญวนที่บ้านชีทวนเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: ธรรมาสน์สิงห์ศิลปะญวนมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่มีค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมภายในวัดได้โดยแต่งกายสุภาพและปฏิบัติตามข้อควรระวังของศาสนสถาน
ถาม: ธรรมาสน์สิงห์ศิลปะญวนสร้างขึ้นเมื่อใด?
ตอบ: ธรรมาสน์สร้างขึ้นช่วง พ.ศ. 2468 – 2470 โดยช่างชาวญวนชื่อเวียง หรือแกวเวียง ร่วมกับพระอุปัชฌาวงศ์ พรหมฺสโร และนายคำหมา แสงงาม
ถาม: จุดเด่นของธรรมาสน์สิงห์ศิลปะญวนคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือรูปสิงห์ยืนเทินบุษบก สร้างด้วยอิฐถือปูน ยอดเป็นเครื่องไม้ซ้อนชั้น และตกแต่งด้วยลายปูนปั้น ลายเขียนสี กระจกสี และศิลปะญวนผสมศิลปะไทยอีสาน
ถาม: ธรรมาสน์สิงห์ศิลปะญวนเกี่ยวข้องกับประเพณีใด?
ตอบ: ธรรมาสน์เกี่ยวข้องกับประเพณีเทศน์ปฐมสมโพธิแบบโบราณ เทศน์มหาชาติ และบุญผะเหวดของชุมชนบ้านชีทวน
ถาม: เที่ยวธรรมาสน์สิงห์ศิลปะญวนแล้วไปที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่วัดทุ่งศรีวิไล วัดธาตุสวนตาล อุโมงค์ต้นไม้บ้านชีทวน ขัวน้อยบ้านชีทวน และซากเรือโบราณวัดอัมพวันนารามได้
ถาม: ธรรมาสน์สิงห์ศิลปะญวนเหมาะกับนักท่องเที่ยวแบบใด?
ตอบ: เหมาะกับผู้สนใจศิลปกรรมพื้นบ้าน ศิลปะญวน วัฒนธรรมอีสาน ประวัติศาสตร์ชุมชน การถ่ายภาพ และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแบบสงบ
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน
ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว




