หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุรินทร์ >อ.เมืองสุรินทร์ >ต.นาบัว > วัดพนมสวาย
TL;DR: วัดพนมสวาย อยู่ที่ตำบลนาบัว อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ 32000 เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น. จุดเด่นคือ เป็นภูเขาเตี้ยที่มียอด 3 ยอด คือ พนมเปราะหรือเขาชาย พนมสรัยหรือเขาหญิง และพนมกรอลหรือเขาคอก มีทั้งวัด ศาสนสถาน สระน้ำ ป่าเต็งรัง ลานหิน.
วัดพนมสวาย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น.
วัดพนมสวาย สุรินทร์ และ วนอุทยานพนมสวาย เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงศรัทธา ธรรมชาติ และประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดสุรินทร์ ตั้งอยู่ในเขตตำบลนาบัว อำเภอเมืองสุรินทร์ ห่างจากตัวเมืองสุรินทร์ประมาณ 20 – 22 กม. พื้นที่แห่งนี้เป็นภูเขาเตี้ยที่โผล่ขึ้นกลางที่ราบ มีสภาพแวดล้อมเป็นป่าโปร่ง ลานหิน สระน้ำ ต้นไม้ร่มรื่น และศาสนสถานหลายจุดบนยอดเขา ชาวสุรินทร์รู้จักพนมสวายทั้งในฐานะสถานที่ไหว้พระคู่เมือง สถานที่แสวงบุญประจำปี และวนอุทยานที่ใช้พักผ่อนใกล้ตัวเมือง
คำว่า “พนมสวาย” สะท้อนรากวัฒนธรรมท้องถิ่นของสุรินทร์อย่างชัดเจน คำว่า “พนม” หมายถึงภูเขา ส่วน “สวาย” หมายถึงมะม่วง เมื่อรวมกันจึงหมายถึงภูเขามะม่วง หรือเขาสวายตามภาษาที่คนสุรินทร์เรียกกันมาแต่เดิม ภูเขากลุ่มนี้ประกอบด้วยยอดเขา 3 ยอดที่มีชื่อพื้นเมืองต่างกัน ได้แก่ พนมเปราะหรือยอดเขาชาย พนมสรัยหรือยอดเขาหญิง และพนมกรอลหรือเขาคอก ทั้งสามยอดเชื่อมโยงกันเป็นภูมิทัศน์ศักดิ์สิทธิ์ที่มีทั้งพระพุทธรูป รอยพระพุทธบาทจำลอง สถูป หลวงปู่สำคัญ ศาลเจ้าแม่กวนอิม สระน้ำ และพื้นที่ธรรมชาติที่คนสุรินทร์ให้ความเคารพมายาวนาน
จุดเด่นของวัดพนมสวายและวนอุทยานพนมสวายคือการผสานกันของความศรัทธากับภูมิประเทศอย่างเป็นธรรมชาติ ผู้มาเยือนไม่ได้เดินทางมาเพื่อชมทิวทัศน์เพียงอย่างเดียว แต่ยังมาเพื่อขึ้นเขา ไหว้พระ ตีระฆัง สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 9 จุด และระลึกถึงประเพณีเก่าแก่ของจังหวัด พื้นที่นี้จึงมีทั้งความหมายทางศาสนา ความหมายทางวัฒนธรรม และความหมายทางจิตใจสำหรับชาวสุรินทร์ โดยเฉพาะในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ของทุกปี ซึ่งเป็นวันประเพณีขึ้นเขาสวายที่สืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณ
ยอดเขาชายหรือพนมเปราะเป็นยอดเขาที่ผู้คนรู้จักมากที่สุด เพราะเป็นที่ตั้งของวัดพนมสวายและพระพุทธสุรินทรมงคล พระพุทธรูปขนาดใหญ่สีขาว ปางประทานพร ภปร. องค์พระมีขนาดหน้าตักกว้าง 15 เมตร สูง 21.50 เมตร และมีพระบรมสารีริกธาตุบรรจุอยู่บริเวณพระนาภี ภาพพระพุทธสุรินทรมงคลประดิษฐานเหนือยอดเขากลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของพนมสวาย และเป็นจุดที่นักท่องเที่ยว พุทธศาสนิกชน และชาวสุรินทร์นิยมขึ้นไปกราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล
เส้นทางขึ้นสู่พระพุทธสุรินทรมงคลมีบันไดก่ออิฐถือปูนทอดขึ้นไปบนยอดเขา ระหว่างทางมีระฆังเรียงรายตลอดแนวบันไดจำนวนมากให้ผู้มาเยือนได้เคาะเพื่อความเป็นสิริมงคล เสียงระฆังที่กังวานขึ้นระหว่างเดินขึ้นเขาเป็นเอกลักษณ์ของพนมสวาย และสื่อถึงความเชื่อว่าชีวิตจะมีชื่อเสียงกว้างไกล เสียงดี ข่าวดี และความเป็นมงคลแผ่ไปเหมือนเสียงระฆังที่ก้องอยู่ในป่าเขา การเดินขึ้นเขาจึงไม่ใช่เพียงการออกแรง แต่เป็นการค่อย ๆ เข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ด้วยจิตใจที่สงบและตั้งมั่น
บริเวณยอดเขาชายมีสภาพร่มรื่นด้วยต้นไม้และลานกว้างสำหรับสักการะ ผู้ที่ขึ้นมาถึงยอดเขาจะเห็นองค์พระพุทธสุรินทรมงคลเด่นสง่า เหมาะสำหรับกราบพระ ขอพร และพักชมบรรยากาศโดยรอบ ในวันที่อากาศโปร่งสามารถมองเห็นแนวพื้นที่ราบของสุรินทร์ได้ไกล การอยู่บนยอดเขาทำให้เข้าใจได้ทันทีว่าทำไมบรรพบุรุษชาวสุรินทร์จึงเลือกพื้นที่นี้เป็นสถานที่แสวงบุญ เพราะเป็นพื้นที่ที่ให้ความรู้สึกสูง สงบ และใกล้ชิดกับธรรมชาติ
ยอดเขาหญิงหรือพนมสรัยเป็นยอดที่มีความสูงประมาณ 228 เมตร และเป็นที่ตั้งของวัดพนมศิลาราม ภายในพื้นที่มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่บนยอดเขา และยังมีสระน้ำโบราณ 2 สระที่ชาวบ้านเชื่อมโยงกับเรื่องเล่าเต่าศักดิ์สิทธิ์ พื้นที่ยอดเขาหญิงมีบรรยากาศสงบกว่าและเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเดินชมธรรมชาติพร้อมเรียนรู้ความเชื่อท้องถิ่นเกี่ยวกับน้ำ เต่า และความศักดิ์สิทธิ์ของพื้นที่สูงในวัฒนธรรมสุรินทร์
วัดพนมศิลารามบนเขาสวายมีความเกี่ยวข้องกับหลวงปู่ดูลย์ อตุโล พระวิปัสสนาจารย์สำคัญสายกรรมฐาน ผู้เคยขึ้นมาพบวัดร้างบนเขาและพัฒนาเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ก่อนจะมีการพัฒนาถาวรวัตถุในเวลาต่อมา ปัจจุบันวัดพนมศิลารามยังเป็นวัดราษฎร์ในพื้นที่ตำบลนาบัว อำเภอเมืองสุรินทร์ และมีพระอธิการสนิท กุสลจิตฺโต เป็นเจ้าอาวาสตามข้อมูลที่ระบุไว้ในฐานข้อมูลวัดที่อัปเดตล่าสุด
ยอดที่ 3 คือเขาคอกหรือพนมกรอล เป็นอีกพื้นที่สำคัญทางศรัทธาของพนมสวาย พุทธสมาคมจังหวัดสุรินทร์ได้จัดสร้างศาลาอัฏฐะมุขขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ฉลองครบรอบ 200 ปีแห่งการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ และเพื่อประดิษฐานพระพุทธบาทจำลองจากยอดเขาชายมายังศาลานี้ การก่อสร้างเริ่มเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2524 และแล้วเสร็จบริบูรณ์เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2525 ศาลาอัฏฐะมุขจึงเป็นทั้งอนุสรณ์ทางประวัติศาสตร์และศาสนสถานสำคัญของเขาสวาย
บริเวณใกล้ศาลาอัฏฐะมุขยังมีสถูปบรรจุอัฐิธาตุของพระราชวุฒาจารย์ หรือหลวงปู่ดูลย์ อตุโล พระเถระสายวิปัสสนากรรมฐานที่ชาวสุรินทร์และชาวพุทธทั่วประเทศให้ความเคารพ การได้มากราบสถูปหลวงปู่ดูลย์บนพนมสวายทำให้การเดินทางครั้งนี้มีความหมายด้านธรรมปฏิบัติเพิ่มขึ้น เพราะผู้มาเยือนได้สัมผัสทั้งพระพุทธรูปคู่พื้นที่ รอยพระพุทธบาทจำลอง และร่องรอยของครูบาอาจารย์สายกรรมฐานในสถานที่เดียวกัน
นอกจากพระพุทธสุรินทรมงคล รอยพระพุทธบาทจำลอง และสถูปหลวงปู่ดูลย์แล้ว พนมสวายยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวสุรินทร์นิยมสักการะรวม 9 จุด ได้แก่ พระใหญ่หรือพระพุทธสุรินทรมงคล รอยพระพุทธบาทจำลอง อัฐิหลวงปู่ดูลย์ อตุโล พระพุทธรูปองค์ดำ หลวงปู่สวน ปราสาทหินพนมสวาย ศาลเจ้าแม่กวนอิม เต่าศักดิ์สิทธิ์ และสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ การกราบไหว้ครบทั้ง 9 จุดถือเป็นการเสริมสิริมงคลตามความเชื่อของชาวสุรินทร์ และเป็นเส้นทางศรัทธาที่เชื่อมโยงพุทธศาสนา ธรรมชาติ และคติพื้นบ้านเข้าด้วยกัน
พระพุทธรูปองค์ดำหรือพระสมณโคดมเป็นอีกจุดหนึ่งที่ผู้มาเยือนให้ความเคารพ เพราะมีลักษณะเฉพาะและแตกต่างจากพระพุทธสุรินทรมงคลสีขาวบนยอดเขาชาย การสักการะพระพุทธรูปองค์ดำช่วยเติมเต็มเส้นทางไหว้พระ 9 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และสะท้อนความหลากหลายของศาสนสถานภายในพนมสวาย ซึ่งไม่ได้มีเพียงพระพุทธรูปขนาดใหญ่หรือจุดชมวิวเท่านั้น แต่ยังมีพื้นที่เล็ก ๆ ที่มีความหมายต่อความทรงจำของชุมชนด้วย
หลวงปู่สวนหรือพระครูพนมศิลคุณเป็นบุคคลสำคัญอีกองค์หนึ่งในประวัติการพัฒนาพนมสวาย ท่านเกี่ยวข้องกับการพัฒนาพื้นที่วัดบนเขาและการสืบต่อศรัทธาของผู้คนในพื้นที่ ความทรงจำเกี่ยวกับหลวงปู่สวนทำให้พนมสวายไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ธรรมชาติ แต่เป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับพระเถระท้องถิ่น ผู้สร้าง ผู้บูรณะ และผู้รักษาความศรัทธาของชุมชนสุรินทร์ให้คงอยู่ต่อเนื่อง
ปราสาทหินพนมสวายเป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งที่ทำให้พื้นที่นี้มีมิติทางประวัติศาสตร์โบราณคดีเพิ่มขึ้น แม้พนมสวายจะเป็นที่รู้จักในฐานะสถานที่ไหว้พระและวนอุทยาน แต่การมีปราสาทหินอยู่ในพื้นที่สะท้อนให้เห็นว่าสุรินทร์เป็นดินแดนที่มีร่องรอยวัฒนธรรมขอมและศาสนสถานโบราณกระจายอยู่ในหลายพื้นที่ พนมสวายจึงเชื่อมโยงเรื่องพุทธศาสนาไทยร่วมสมัยกับชั้นวัฒนธรรมเก่าของอีสานใต้ได้อย่างน่าสนใจ
ศาลเจ้าแม่กวนอิมบนพนมสวายสะท้อนการอยู่ร่วมกันของความศรัทธาหลากหลายรูปแบบในพื้นที่เดียวกัน ผู้มาเยือนจำนวนมากนิยมแวะกราบไหว้เพื่อขอพรด้านความเมตตา ความร่มเย็น และความคุ้มครอง การมีศาลเจ้าแม่กวนอิมอยู่ร่วมกับพระพุทธรูป พระพุทธบาทจำลอง สถูป และสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ ทำให้พนมสวายมีลักษณะเป็นภูมิทัศน์ศรัทธาที่เปิดรับความเชื่อหลายชั้นโดยไม่ขัดแย้งกัน
เต่าศักดิ์สิทธิ์และสระน้ำศักดิ์สิทธิ์เป็นส่วนที่เชื่อมโยงกับความเชื่อพื้นบ้านเรื่องน้ำ สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ และความอุดมสมบูรณ์ เต่าเป็นสัญลักษณ์ของอายุยืน ความมั่นคง และความอดทน ส่วนสระน้ำเป็นแหล่งน้ำที่ผู้คนให้ความเคารพในฐานะพื้นที่มีพลังทางจิตใจและความเชื่อ การกราบไหว้จุดเหล่านี้ทำให้เส้นทางพนมสวายไม่ได้มีเฉพาะศรัทธาแบบพุทธศาสนา แต่ยังมีคติพื้นถิ่นที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างคนกับธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง
ในด้านธรรมชาติ วนอุทยานพนมสวายเป็นพื้นที่ป่าโปร่งบนภูเขาเตี้ย มีลักษณะของภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว จึงพบลานหินและหินกระจายอยู่ทั่วไป สภาพป่าส่วนใหญ่เป็นป่าเต็งรัง ผิวหน้าดินค่อนข้างตื้น ชั้นล่างเป็นดินลูกรังและหิน ไม้ที่พบมีทั้งเต็ง รัง เหียง พลวง แดง มะค่าโมง พยุง และพันธุ์ไม้ท้องถิ่นอื่น ๆ บริเวณหุบเขาระหว่างยอดเขาชาย ยอดเขาหญิง และเขาคอกจะมีไม้ค่อนข้างใหญ่ ทำให้พื้นที่บางส่วนร่มรื่นและเหมาะแก่การเดินชมธรรมชาติ
ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายนของทุกปี พื้นที่พนมสวายมีดอกไม้ป่าและพรรณไม้ท้องถิ่นออกดอกตามฤดูกาล โดยเฉพาะต้นหมากหม้อหรือที่ภาษาเขมรเรียกว่า “อั๊ดจรู๊ด” ซึ่งออกดอกให้เห็นตามป่าธรรมชาติในบริเวณหมู่พนมสวาย บรรยากาศช่วงนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการชมทั้งศาสนสถานและธรรมชาติในคราวเดียวกัน นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาไหว้พระ ชมดอกไม้ป่า และสัมผัสอากาศแบบป่าโปร่งอีสานใต้ได้อย่างใกล้ชิด
สัตว์ป่าที่พบได้ในพื้นที่วนอุทยานมีทั้งกระรอก กระแต กิ้งก่า ตุ๊กแก นกชนิดต่าง ๆ และสัตว์ขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในป่าโปร่ง ความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่อาจไม่ได้เป็นป่าทึบแบบภูเขาสูง แต่เป็นระบบนิเวศแบบป่าเต็งรังที่มีเสน่ห์เฉพาะของอีสาน การเดินชมพื้นที่ควรรักษาความสงบ ไม่ให้อาหารสัตว์ ไม่ทิ้งขยะ และไม่เก็บพืชหรือดอกไม้ป่าออกจากพื้นที่ เพื่อช่วยรักษาสภาพธรรมชาติให้คงอยู่ต่อไป
ประเพณีขึ้นเขาสวายเป็นประเพณีสำคัญที่ทำให้พื้นที่นี้มีชีวิตมากที่สุดในรอบปี จัดขึ้นในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ของทุกปี บรรพบุรุษชาวสุรินทร์ถือว่าวันนี้เป็นวันหยุดงานตามประเพณี เป็นวันขึ้นปีใหม่ทางจันทรคติ และเป็นวันที่ผู้คนพร้อมใจกันขึ้นเขาเพื่อกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนเข้าสู่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ความเชื่อนี้สืบทอดต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน และยังเป็นหนึ่งในงานบุญประจำปีที่สำคัญที่สุดของจังหวัดสุรินทร์
ในงานประเพณีขึ้นเขาสวายมีทั้งพิธีบวงสรวงพนมสวาย ขบวนแห่ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน การรำบวงสรวง การสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และการแสดงศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดสุรินทร์ บรรยากาศในวันงานคึกคักด้วยผู้คนจากหลายพื้นที่ ทั้งชาวบ้าน หน่วยงานราชการ พุทธศาสนิกชน และนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาร่วมสัมผัสศรัทธาของชาวสุรินทร์อย่างใกล้ชิด งานนี้ทำให้พนมสวายไม่ใช่เพียงสถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นศูนย์กลางความสัมพันธ์ระหว่างเมือง ชุมชน และความเชื่อ
การมาเที่ยวพนมสวายให้ครบควรเผื่อเวลาอย่างน้อยครึ่งวัน เพราะพื้นที่มีหลายจุดให้เดินชมและสักการะ หากมาเพื่อไหว้พระใหญ่และเดินชมจุดหลัก ใช้เวลาประมาณ 1 – 2 ชั่วโมงก็เพียงพอ แต่ถ้าต้องการไหว้ครบ 9 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เดินชมทั้ง 3 ยอด ถ่ายภาพ และพักชมธรรมชาติ ควรเผื่อเวลา 3 – 4 ชั่วโมง การเดินเที่ยวควรเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายต้น ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงแดดจัดและมีเวลาเดินลงเขาก่อนพื้นที่ปิดทำการ
เส้นทางเที่ยวภายในพื้นที่ควรเริ่มจากลานจอดรถและจุดบริการด้านล่าง จากนั้นเดินขึ้นบันไดระฆังเพื่อสักการะพระพุทธสุรินทรมงคลบนยอดเขาชาย ต่อด้วยการเดินไปยังจุดพระพุทธบาทจำลอง ศาลาอัฏฐะมุข สถูปหลวงปู่ดูลย์ และจุดศรัทธาอื่น ๆ หากมีเวลาเพิ่มจึงต่อไปยังยอดเขาหญิงและพื้นที่วัดพนมศิลาราม การเรียงลำดับเช่นนี้ช่วยให้เที่ยวได้เป็นระบบและไม่เสียเวลาเดินย้อนกลับหลายรอบ
ผู้มาเยือนควรเตรียมรองเท้าที่เดินสะดวก น้ำดื่ม หมวก หรือร่ม โดยเฉพาะในฤดูร้อน เพราะพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นบันไดและลานหิน แม้จะมีต้นไม้ร่มรื่นหลายจุด แต่ช่วงกลางวันอากาศค่อนข้างร้อน ผู้สูงอายุและเด็กควรเดินอย่างระมัดระวัง ไม่เร่งรีบ และพักเป็นระยะ การขึ้นเขาสวายเป็นกิจกรรมที่ไม่ยากเกินไป แต่ต้องใช้ความระมัดระวังเพราะมีทั้งทางลาด บันได และพื้นที่ต่างระดับ
มารยาทสำคัญในการเที่ยววัดพนมสวายและวนอุทยานพนมสวายคือแต่งกายสุภาพ ไม่ส่งเสียงดังในพื้นที่ศาสนา ไม่ปีนป่ายหรือสัมผัสองค์พระและศาสนวัตถุโดยไม่เหมาะสม ไม่ทิ้งขยะ ไม่จุดธูปเทียนในพื้นที่ที่ไม่ได้จัดไว้ และเคารพข้อปฏิบัติของเจ้าหน้าที่วนอุทยานและวัด หากเดินทางมาในช่วงงานประเพณีขึ้นเขาสวาย ควรให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เรื่องเส้นทางจราจร จุดจอดรถ และพื้นที่ประกอบพิธี เพื่อให้การเดินทางของทุกคนเป็นไปอย่างเรียบร้อย
การเดินทาง จากตัวเมืองสุรินทร์ใช้เส้นทางสุรินทร์ – ปราสาท หรือทางหลวงหมายเลข 214 ไปประมาณ 14 กม. ถึงบริเวณบ้านกะน็อบ แล้วเลี้ยวเข้าสู่เส้นทางบ้านกะน็อบ – บ้านสวายอีกประมาณ 6 กม. รวมระยะทางจากตัวเมืองถึงวนอุทยานประมาณ 20 – 22 กม. ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 25 – 35 นาที ถนนเข้าสู่พื้นที่เดินทางได้สะดวก เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถตู้สำหรับคณะเดินทาง
จากตัวเมืองสุรินทร์สามารถจัดเส้นทางเที่ยวพนมสวายร่วมกับสถานที่สำคัญใกล้เคียงได้หลายแห่ง เช่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง วัดบูรพาราม ศาลหลักเมืองสุรินทร์ อนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง และหมู่บ้านทอผ้าไหมบ้านท่าสว่าง หากวางแผนแบบ 1 วัน สามารถเริ่มจากพนมสวายในช่วงเช้า แล้วกลับเข้าเมืองเพื่อรับประทานอาหารและแวะวัดหรือพิพิธภัณฑ์ในช่วงบ่ายได้อย่างลงตัว
ร้านอาหารที่เหมาะกับการเที่ยวพนมสวายส่วนใหญ่อยู่ในตัวเมืองสุรินทร์ เพราะบริเวณวนอุทยานเป็นพื้นที่ธรรมชาติและศาสนสถาน จึงมีตัวเลือกร้านอาหารไม่มากเท่าในเมือง นักท่องเที่ยวควรวางแผนมื้ออาหารไว้ก่อนหรือหลังการขึ้นเขา ร้านในตัวเมืองอยู่ห่างจากพนมสวายประมาณ 16 – 18 กม. ใช้เวลาขับรถกลับเข้าเมืองไม่นาน และมีตัวเลือกตั้งแต่ร้านอาหารไทย ร้านอาหารอีสาน คาเฟ่ ไปจนถึงร้านอาหารฟิวชัน
ที่พักใกล้พนมสวายที่สะดวกที่สุดส่วนใหญ่อยู่ในตัวเมืองสุรินทร์เช่นกัน เพราะอยู่ใกล้ร้านอาหาร สถานีรถไฟ ตลาด โรงแรม และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ หากต้องการเที่ยวพนมสวายแบบสบายควรพักในตัวเมือง แล้วขับรถไปกลับในช่วงเช้าหรือบ่าย การเลือกพักในเมืองยังช่วยให้เดินทางต่อไปยังวัดบูรพาราม ศาลหลักเมือง พิพิธภัณฑ์ และหมู่บ้านทอผ้าไหมได้ง่ายกว่า
ค่าเข้าชมวนอุทยานพนมสวายมีการจัดเก็บตามประเภทผู้เข้าชมและยานพาหนะ โดยข้อมูลอัตราค่าบริการระบุผู้ใหญ่ชาวไทย 20 บาท เด็กชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 100 บาท และชาวต่างชาติเด็ก 50 บาท พร้อมค่าธรรมเนียมยานพาหนะ เช่น รถจักรยานยนต์ 20 บาท รถยนต์ 4 ล้อ 30 บาท รถยนต์ 6 ล้อ 100 บาท และรถยนต์ 6 ล้อขึ้นไปไม่เกิน 10 ล้อ 200 บาท ผู้เดินทางควรเตรียมเงินสดจำนวนพอดีเพื่อความสะดวกในการผ่านเข้าพื้นที่
วัดพนมสวายและวนอุทยานพนมสวายเหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม ทั้งผู้ที่ต้องการไหว้พระขอพร ผู้สนใจประเพณีขึ้นเขาสวาย ผู้ที่ต้องการชมธรรมชาติใกล้เมือง ครอบครัวที่ต้องการพาเด็กเรียนรู้วัฒนธรรมสุรินทร์ ผู้สูงอายุที่ต้องการเดินทางแสวงบุญ และชาวต่างชาติที่ต้องการเห็นความสัมพันธ์ระหว่างพุทธศาสนา ภูเขา ป่า และวิถีชุมชนในอีสานใต้ จุดเด่นคือเดินทางไม่ไกลจากเมือง มีเรื่องราวชัดเจน และมีจุดสักการะหลากหลายภายในพื้นที่เดียว
สำหรับชาวต่างชาติ พนมสวายเป็นสถานที่ที่ช่วยอธิบายสุรินทร์ได้ดี เพราะสุรินทร์ไม่ได้มีเพียงช้าง ผ้าไหม หรือปราสาทขอมเท่านั้น แต่ยังมีภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่คนท้องถิ่นใช้เป็นพื้นที่แสวงบุญและจัดประเพณีประจำปี การเดินขึ้นบันไดระฆัง สักการะพระพุทธสุรินทรมงคล และเยี่ยมชมสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 9 จุดทำให้ผู้มาเยือนเข้าใจว่าเมืองสุรินทร์มีความศรัทธาที่ฝังอยู่ในภูมิประเทศและชีวิตชุมชนอย่างแนบแน่น
วัดพนมสวาย สุรินทร์จึงเป็นจุดหมายที่ควรอยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวจังหวัดสุรินทร์สำหรับผู้ที่ต้องการเห็นทั้งธรรมชาติ ศาสนา ประวัติศาสตร์ และประเพณีในที่เดียว พื้นที่แห่งนี้มีพระพุทธสุรินทรมงคลเป็นศูนย์รวมศรัทธา มีบันไดระฆังเป็นภาพจำ มีพระพุทธบาทจำลองและสถูปหลวงปู่ดูลย์เป็นจุดสักการะสำคัญ มีสระน้ำและเต่าศักดิ์สิทธิ์เป็นคติพื้นบ้าน และมีประเพณีขึ้นเขาสวายเป็นหัวใจทางวัฒนธรรมที่ทำให้เขาลูกนี้ยังมีชีวิตอยู่ในความทรงจำของชาวสุรินทร์จนถึงปัจจุบัน
| ชื่อสถานที่ | วัดพนมสวาย สุรินทร์ / วนอุทยานพนมสวาย / เขาสวาย |
| ที่ตั้ง | ตำบลนาบัว อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ 32000 |
| ที่อยู่ | วนอุทยานพนมสวาย ตำบลนาบัว อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ 32000 อยู่ห่างจากตัวเมืองสุรินทร์ประมาณ 20 – 22 กม. |
| ไฮไลต์ | พระพุทธสุรินทรมงคล ปางประทานพร ภปร., บันไดระฆัง, รอยพระพุทธบาทจำลอง, สถูปหลวงปู่ดูลย์ อตุโล, ศาลาอัฏฐะมุข, สิ่งศักดิ์สิทธิ์ 9 จุด และประเพณีขึ้นเขาสวาย |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของชาวสุรินทร์ที่ใช้เป็นสถานที่แสวงบุญมาตั้งแต่โบราณ กรมป่าไม้ประกาศจัดตั้งเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2527 และมีการพัฒนาศาสนสถานสำคัญบนยอดเขาทั้ง 3 ยอดต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน |
| ที่มาของชื่อ | “พนม” หมายถึงภูเขา และ “สวาย” หมายถึงมะม่วง จึงสื่อถึงภูเขามะม่วงหรือเขาสวายตามภาษาท้องถิ่นสุรินทร์ |
| ลักษณะเด่น | เป็นภูเขาเตี้ยที่มียอด 3 ยอด คือ พนมเปราะหรือเขาชาย พนมสรัยหรือเขาหญิง และพนมกรอลหรือเขาคอก มีทั้งวัด ศาสนสถาน สระน้ำ ป่าเต็งรัง ลานหิน และจุดสักการะสำคัญหลายแห่ง |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองสุรินทร์ใช้ทางหลวงหมายเลข 214 เส้นสุรินทร์ – ปราสาท ประมาณ 14 กม. ถึงบ้านกะน็อบ แล้วเลี้ยวเข้าทางบ้านกะน็อบ – บ้านสวายอีกประมาณ 6 กม. รวมระยะทางประมาณ 20 – 22 กม. |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้ท่องเที่ยว ไหว้พระ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และชมธรรมชาติตามปกติ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.30 – 16.30 น. |
| ค่าเข้าชม | เด็กชาวไทย 10 บาท, ผู้ใหญ่ชาวไทย 20 บาท, เด็กชาวต่างชาติ 50 บาท, ผู้ใหญ่ชาวต่างชาติ 100 บาท ค่ารถจักรยานยนต์ 20 บาท, รถยนต์ 4 ล้อ 30 บาท, รถยนต์ 6 ล้อ 100 บาท, รถยนต์ 6 ล้อขึ้นไปไม่เกิน 10 ล้อ 200 บาท |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานจอดรถ บันไดขึ้นเขา จุดสักการะพระพุทธรูปและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ศาลาพัก จุดชมวิว ห้องน้ำ เส้นทางเดินในพื้นที่วนอุทยาน และจุดบริการเจ้าหน้าที่ตามสภาพพื้นที่ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. ยอดเขาชาย หรือพนมเปราะ ที่ตั้งวัดพนมสวายและพระพุทธสุรินทรมงคล 2. บันไดระฆังและเส้นทางขึ้นพระใหญ่ 3. ยอดเขาหญิง หรือพนมสรัย ที่ตั้งวัดพนมศิลารามและสระน้ำโบราณ 4. เขาคอก หรือพนมกรอล ที่ตั้งศาลาอัฏฐะมุขและพระพุทธบาทจำลอง 5. สถูปบรรจุอัฐิธาตุหลวงปู่ดูลย์ อตุโล 6. ศาลเจ้าแม่กวนอิม 7. ปราสาทหินพนมสวาย 8. พื้นที่เต่าศักดิ์สิทธิ์และสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ 9. พื้นที่ป่าเต็งรัง ลานหิน และเส้นทางชมธรรมชาติ |
| ประเพณี / พิธีกรรมสำคัญ | งานประเพณีขึ้นเขาสวาย จัดขึ้นในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ของทุกปี มีพิธีบวงสรวงพนมสวาย ขบวนแห่ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน การรำบวงสรวง และการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 9 จุด |
| ผู้ดูแล / เจ้าอาวาส | พื้นที่วนอุทยานดูแลโดยวนอุทยานพนมสวาย ภายใต้หน่วยงานด้านป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ วัดพนมศิลารามในเขาสวายมีพระอธิการสนิท กุสลจิตฺโต เป็นเจ้าอาวาส |
| เบอร์ติดต่อหลัก | วนอุทยานพนมสวาย โทร. 088-357-5699 ททท.สำนักงานสุรินทร์ โทร. 044-514-447 ถึง 8 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง ประมาณ 15 กม. 2. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ประมาณ 17 กม. โทร. 044-513-272, 044-513-274 3. หมู่บ้านทอผ้าไหมบ้านท่าสว่าง ประมาณ 18 กม. 4. วัดบูรพาราม พระอารามหลวง ประมาณ 21 กม. 5. ศาลหลักเมืองสุรินทร์ ประมาณ 22 กม. 6. อนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง ประมาณ 22 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. Craft Cafe สุรินทร์ ประมาณ 17 กม. โทร. 095-605-4281 2. Just a Little Surin ประมาณ 17 กม. โทร. 064-789-8864 3. ร้านอาหารโมเซิล สุรินทร์ ประมาณ 17 กม. โทร. 084-995-6492 4. สวัสดีสุรินทร์ ประมาณ 18 กม. โทร. 085-637-7707 5. Seoul Bar - Cafe & Bistro สุรินทร์ ประมาณ 18 กม. โทร. 080-959-7942 6. เฌอทม สุรินทร์ ประมาณ 18 กม. โทร. 098-997-7916 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Martina Hotel Surin ประมาณ 16 กม. โทร. 044-713-555, 044-713-655, 086-469-6545 2. Thong Tarin Hotel ประมาณ 18 กม. โทร. 044-514-281, 085-300-8858 3. The Wood Surin ประมาณ 18 กม. โทร. 063-023-7999 4. KT Knight Hotel ประมาณ 18 กม. โทร. 093-454-7007 5. Maneerote Hotel Surin ประมาณ 19 กม. โทร. 044-514-569 6. HOP INN Surin ประมาณ 20 กม. โทร. 02-080-2222 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดพนมสวาย สุรินทร์อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดพนมสวายและวนอุทยานพนมสวายตั้งอยู่ที่ตำบลนาบัว อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ อยู่ห่างจากตัวเมืองสุรินทร์ประมาณ 20 – 22 กม.
ถาม: วนอุทยานพนมสวายเปิดวันเวลาใด?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น.
ถาม: วัดพนมสวายและวนอุทยานพนมสวายมีค่าเข้าชมเท่าไร?
ตอบ: เด็กชาวไทย 10 บาท ผู้ใหญ่ชาวไทย 20 บาท เด็กชาวต่างชาติ 50 บาท ผู้ใหญ่ชาวต่างชาติ 100 บาท และมีค่าธรรมเนียมยานพาหนะตามประเภท
ถาม: จุดเด่นที่สุดของวัดพนมสวายคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นที่สุดคือพระพุทธสุรินทรมงคล พระพุทธรูปสีขาวปางประทานพร ภปร. ขนาดใหญ่บนยอดเขาชาย พร้อมบันไดระฆังและเส้นทางสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 9 จุด
ถาม: พนมสวายมียอดเขากี่ยอด?
ตอบ: พนมสวายมียอดเขา 3 ยอด ได้แก่ ยอดเขาชายหรือพนมเปราะ ยอดเขาหญิงหรือพนมสรัย และเขาคอกหรือพนมกรอล
ถาม: ประเพณีขึ้นเขาสวายจัดเมื่อใด?
ตอบ: ประเพณีขึ้นเขาสวายจัดในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ของทุกปี เป็นงานบุญประจำปีที่ชาวสุรินทร์ขึ้นไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนเขาสวายเพื่อความเป็นสิริมงคล
ถาม: สิ่งศักดิ์สิทธิ์ 9 จุดบนเขาพนมสวายมีอะไรบ้าง?
ตอบ: ได้แก่ พระพุทธสุรินทรมงคล รอยพระพุทธบาทจำลอง อัฐิหลวงปู่ดูลย์ อตุโล พระพุทธรูปองค์ดำ หลวงปู่สวน ปราสาทหินพนมสวาย ศาลเจ้าแม่กวนอิม เต่าศักดิ์สิทธิ์ และสระน้ำศักดิ์สิทธิ์
ถาม: ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนไปวัดพนมสวาย?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ เตรียมรองเท้าที่เดินสะดวก น้ำดื่ม หมวกหรือร่ม และควรไปช่วงเช้าหรือบ่ายต้น ๆ เพื่อมีเวลาเดินขึ้นเขาและสักการะจุดสำคัญต่าง ๆ ได้ครบถ้วน
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




