หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุรินทร์ >อ.สำโรงทาบ >ต.สำโรงทาบ > วัดตะเคียนโพสิตาราม
TL;DR: วัดตะเคียนโพสิตาราม อยู่ที่เลขที่ 109 หมู่ที่ 9 บ้านตะเคียน ตำบลสำโรงทาบ อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ 32170 เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
วัดตะเคียนโพสิตาราม

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดตะเคียนโพสิตาราม สุรินทร์ หรือที่รู้จักในชื่อ วัดตะเคียน (โพธิ์สิตาราม) เป็นวัดราษฎร์เก่าแก่ของชุมชนบ้านตะเคียน ตำบลสำโรงทาบ อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ ตั้งอยู่เลขที่ 109 หมู่ที่ 9 บ้านตะเคียน เป็นวัดสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีพื้นที่วัดประมาณ 7 ไร่ 3 งาน และเป็นหนึ่งในวัดสำคัญที่สะท้อนรากวัฒนธรรมชาวกูยของอำเภอสำโรงทาบได้อย่างชัดเจน วัดแห่งนี้มีบทบาทเป็นศูนย์กลางศรัทธา ศูนย์รวมงานบุญ และพื้นที่เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชนบ้านตะเคียนมาอย่างต่อเนื่อง จุดเด่นของวัดไม่ได้จำกัดอยู่เพียงศาสนสถานภายในวัด แต่ยังรวมถึงพิพิธภัณฑ์กูย แหล่งเรียนรู้หินนานาชนิด หลวงพ่อทองคำนำโชค ต้นตะเคียนโบราณ เจดีย์บูรพาจารย์ เจดีย์ไม้โบราณ ศาลปู่ตา และพิธีกรรมรำแกลมอซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ชาวกูยบ้านตะเคียนร่วมกันรักษาไว้
วัดตะเคียนโพสิตารามเป็นวัดที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชุมชนชาวกูยโบราณในตำบลสำโรงทาบ เพราะวัดไม่ได้ทำหน้าที่เป็นสถานที่ประกอบศาสนพิธีเพียงอย่างเดียว แต่เป็นพื้นที่ที่บ้าน วัด โรงเรียน และชุมชนทำงานร่วมกันเพื่อรักษารากเหง้าวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม ชุมชนบ้านตะเคียนมีเอกลักษณ์ด้านภาษา การแต่งกาย ผ้าไหม การแซวผ้า การย้อมผ้าด้วยมะเกลือ การทอผ้า และพิธีกรรมพื้นบ้านหลายรูปแบบ วัดจึงเป็นสถานที่ที่ทำให้ผู้มาเยือนเห็นความสัมพันธ์ระหว่างพระพุทธศาสนากับวิถีชุมชนกูยได้อย่างชัดเจน
ชื่อของวัดมีความเกี่ยวข้องกับต้นตะเคียนโบราณภายในวัด ซึ่งเป็นต้นไม้ที่ชาวบ้านตะเคียนให้ความเคารพตามคติความเชื่อท้องถิ่น คำว่า “ตะเคียน” จึงไม่ได้เป็นเพียงชื่อพรรณไม้ แต่เป็นสัญลักษณ์ของความผูกพันระหว่างคนกับพื้นที่ ต้นไม้กับความศรัทธา และชุมชนกับวัด วัดตะเคียนโพสิตารามจึงเป็นวัดที่ชื่อของสถานที่บอกเล่าเรื่องราวของชุมชนได้ในตัวเอง ผู้มาเยือนจะพบว่าความหมายของวัดแห่งนี้ซ่อนอยู่ทั้งในชื่อวัด ต้นไม้ ภูมิปัญญา พิธีกรรม และการดำรงชีวิตของคนบ้านตะเคียน
บ้านตะเคียนและพื้นที่สำโรงทาบมีรากวัฒนธรรมเกี่ยวข้องกับชาวกูยหรือกวย ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์สำคัญของจังหวัดสุรินทร์ ชาวกูยมีเอกลักษณ์ด้านภาษา เครื่องแต่งกาย ภูมิปัญญาผ้าไหม และพิธีกรรมที่สืบทอดจากบรรพบุรุษ วัดตะเคียนโพสิตารามจึงมีบทบาทมากกว่าวัดประจำหมู่บ้านทั่วไป เพราะเป็นพื้นที่ที่ช่วยรักษาความทรงจำของกลุ่มชาติพันธุ์ไว้ในรูปแบบที่จับต้องได้ ทั้งผ่านพิพิธภัณฑ์กูย กิจกรรมของโรงเรียนตะเคียนกูยวิทยา ฐานเรียนรู้ชุมชน และกิจกรรมประจำปีที่คนในพื้นที่ร่วมกันจัดขึ้น
วัดตะเคียนโพสิตารามมีประวัติการพัฒนาต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงพระครูอุปถัมภ์วรคุณ เจ้าอาวาสรูปที่ 4 ซึ่งร่วมกับชุมชนบ้านตะเคียนให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์วัฒนธรรมชาวกูยอย่างจริงจัง การส่งเสริมการแต่งกายด้วยชุดชาวกูย การเรียนรู้ตัวอักษรกูย การสร้างหลักสูตรท้องถิ่น และการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ภายในวัด ทำให้วัดแห่งนี้กลายเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโรงเรียน ชุมชน และพระพุทธศาสนาเข้าด้วยกันอย่างมีพลัง
พิพิธภัณฑ์กูยภายในวัดเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้มาเยือน เพราะเป็นอาคารไม้ 2 ชั้นที่สร้างเมื่อ พ.ศ. 2510 และเป็นพื้นที่รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิต เครื่องมือ เครื่องใช้ ผ้า เครื่องแต่งกาย และภูมิปัญญาของชาวกูย พิพิธภัณฑ์ลักษณะนี้มีความสำคัญต่อการถ่ายทอดความรู้จากรุ่นสู่รุ่น เพราะช่วยให้เด็ก เยาวชน และผู้มาเยือนได้เห็นหลักฐานจริงของวิถีชุมชน ไม่ใช่เพียงรับรู้ผ่านคำบอกเล่า พิพิธภัณฑ์กูยจึงเป็นหัวใจด้านวัฒนธรรมของวัดตะเคียนโพสิตาราม
ภายในวัดยังมีแหล่งเรียนรู้หินนานาชนิด ซึ่งช่วยเพิ่มมิติด้านการศึกษาให้แก่พื้นที่วัด แหล่งเรียนรู้ลักษณะนี้ทำให้วัดไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ไหว้พระ แต่เป็นพื้นที่เปิดให้เด็กและประชาชนได้เรียนรู้สิ่งรอบตัว ทั้งธรรมชาติ วัตถุท้องถิ่น และการจัดแสดงความรู้ในบริบทชุมชน เมื่อรวมกับพิพิธภัณฑ์กูยและกิจกรรมของโรงเรียน วัดตะเคียนโพสิตารามจึงเป็นตัวอย่างชัดเจนของวัดที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์เรียนรู้ชุมชนอย่างครบถ้วน
หลวงพ่อทองคำนำโชคเป็นปูชนียวัตถุสำคัญที่ชาวบ้านและผู้ศรัทธานิยมกราบไหว้ ชื่อ “นำโชค” สื่อถึงความเป็นสิริมงคลและความหวังดีที่ผู้คนมีต่อการดำเนินชีวิต ผู้มาเยือนวัดมักเริ่มจากการกราบพระ ขอพร และทำบุญ ก่อนเดินชมพื้นที่วัฒนธรรมและจุดสำคัญอื่นภายในวัด การมีหลวงพ่อทองคำนำโชคเป็นศูนย์รวมศรัทธาช่วยทำให้วัดมีทั้งมิติทางพระพุทธศาสนาและมิติทางใจที่ผู้คนสัมผัสได้ง่าย
พระกลางแจ้งองค์สูงใหญ่เป็นอีกจุดเด่นที่ปรากฏในคำขวัญของวัด สื่อถึงภาพของพระพุทธรูปที่ตั้งอยู่กลางพื้นที่เปิดโล่งและเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางสายตาและจิตใจของชุมชน พระพุทธรูปกลางแจ้งในวัดชุมชนมีความหมายมากกว่าสิ่งปลูกสร้าง เพราะเป็นสัญลักษณ์ว่าพระพุทธศาสนาอยู่ร่วมกับชีวิตประจำวันของผู้คนอย่างเปิดเผยและเข้าถึงได้ ผู้ที่เดินทางเข้าวัดจึงสามารถสัมผัสความศรัทธาได้ตั้งแต่พื้นที่ด้านนอก ก่อนเข้าสู่เขตอาคารศาสนสถานหลัก
เจดีย์บูรพาจารย์และเจดีย์ไม้โบราณเป็นจุดที่ช่วยเชื่อมปัจจุบันกับอดีตของวัด เจดีย์บูรพาจารย์เป็นพื้นที่ระลึกถึงครูบาอาจารย์และอดีตเจ้าอาวาสที่มีบทบาทในการดูแลวัด ส่วนเจดีย์ไม้โบราณอายุกว่า 100 ปีเป็นหลักฐานทางวัฒนธรรมที่สะท้อนฝีมือ ความเชื่อ และความทรงจำของชุมชน การรักษาเจดีย์เหล่านี้ไว้ทำให้วัดตะเคียนโพสิตารามมีความลึกทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่เพียงสถานที่ทำบุญในปัจจุบัน แต่เป็นพื้นที่ที่ผู้มาเยือนได้เห็นร่องรอยของคนรุ่นก่อนอย่างใกล้ชิด
ศาลปู่ตาภายในวัดสะท้อนคติความเชื่อพื้นบ้านที่อยู่ร่วมกับพระพุทธศาสนาในอีสานใต้ ชุมชนชาวกูยให้ความสำคัญกับบรรพชน เจ้าถิ่น เจ้าทาง และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อว่าคุ้มครองหมู่บ้าน การมีศาลปู่ตาอยู่ในพื้นที่วัดจึงไม่ได้ขัดแย้งกับพระพุทธศาสนา แต่แสดงให้เห็นวิธีที่ชุมชนผสานศรัทธาหลายชั้นเข้าด้วยกันอย่างเป็นธรรมชาติ วัดจึงเป็นพื้นที่ที่รองรับทั้งความศรัทธาในพระรัตนตรัยและความเคารพต่อรากเหง้าท้องถิ่น
พิธีรำแกลมอเป็นหนึ่งในองค์ประกอบทางวัฒนธรรมที่ทำให้วัดตะเคียนโพสิตารามมีเอกลักษณ์โดดเด่น พิธีกรรมนี้เกี่ยวข้องกับความเชื่อ การรักษา การสื่อสารกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และอัตลักษณ์ของชาวกูย การอนุรักษ์รำแกลมอภายในบริบทของวัดและชุมชนช่วยทำให้พิธีกรรมท้องถิ่นยังดำรงอยู่ในความทรงจำของคนรุ่นใหม่ ไม่กลายเป็นเพียงเรื่องเล่าในอดีต วัดจึงเป็นเวทีสำคัญที่ช่วยรักษาศิลปะ พิธีกรรม และความเชื่อของชุมชนไว้พร้อมกัน
การแต่งกายด้วยชุดชาวกูยเป็นอีกภาพจำที่สะท้อนความภาคภูมิใจของชุมชนบ้านตะเคียน เครื่องแต่งกายพื้นถิ่นไม่ได้เป็นเพียงเสื้อผ้าสำหรับงานประเพณี แต่เป็นสัญลักษณ์ของตัวตน ความทรงจำ และการสืบทอดวัฒนธรรม เมื่อชุมชนใช้วัดเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมและแสดงอัตลักษณ์ชาวกูย การแต่งกายพื้นเมืองจึงทำหน้าที่เป็นภาษาทางวัฒนธรรมที่บอกผู้มาเยือนว่านี่คือชุมชนที่ยังเห็นคุณค่าของรากเหง้าตนเอง
ภูมิปัญญาด้านผ้าเป็นส่วนสำคัญของชุมชนบ้านตะเคียน การทอผ้า การแซวผ้าไหม และการย้อมผ้าด้วยมะเกลือเป็นองค์ความรู้ที่ต้องอาศัยทักษะ ประสบการณ์ และการฝึกฝนต่อเนื่อง การที่วัดตะเคียนโพสิตารามร่วมกับชุมชนและโรงเรียนสร้างฐานเรียนรู้เหล่านี้ ทำให้ภูมิปัญญาไม่ได้หยุดอยู่ในครัวเรือนหรือกลุ่มผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ถูกส่งต่อสู่เด็ก เยาวชน และผู้สนใจในรูปแบบที่เป็นระบบมากขึ้น นี่คือบทบาทสำคัญของวัดในฐานะพื้นที่รักษามรดกภูมิปัญญาท้องถิ่น
วัดตะเคียนโพสิตารามได้รับวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2486 แสดงถึงความมั่นคงของสถานะวัดในระบบพระพุทธศาสนา อุโบสถภายในวัดมีขนาดกว้างประมาณ 6.50 เมตร ยาว 16 เมตร เป็นพื้นที่ประกอบสังฆกรรมสำคัญของพระสงฆ์ เช่น การอุปสมบทและพิธีกรรมทางพระวินัย ผู้มาเยือนควรเข้าชมอุโบสถด้วยความเคารพ แต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าก่อนขึ้นอาคาร และรักษาความสงบ เพราะอุโบสถเป็นหัวใจทางพระพุทธศาสนาของวัด
นอกจากอุโบสถและพิพิธภัณฑ์กูยแล้ว อาคารเสนาสนะภายในวัดยังประกอบด้วยกุฏิสงฆ์ หอระฆัง และซุ้มประตูหิน หอระฆังมีความหมายในวิถีวัดไทย เพราะเสียงระฆังเป็นสัญญาณของศาสนกิจ วันพระ และกิจกรรมสำคัญของวัด ส่วนซุ้มประตูหินทำหน้าที่เป็นจุดเข้าสู่พื้นที่วัดและสร้างความรู้สึกของการก้าวเข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้วัดมีความสมบูรณ์ทั้งด้านศาสนา วัฒนธรรม และภูมิทัศน์
วัดตะเคียนโพสิตารามได้รับการยกย่องเป็นวัดต้นแบบระดับประเทศเมื่อ พ.ศ. 2560 และเป็นวัดต้นแบบระดับจังหวัดเมื่อ พ.ศ. 2564 สถานะดังกล่าวสะท้อนว่าการพัฒนาวัดไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการก่อสร้างอาคาร แต่รวมถึงการจัดการวัด การมีส่วนร่วมของชุมชน การรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่น และการใช้พลังของบ้าน วัด โรงเรียน และชุมชนร่วมกันอย่างมีทิศทาง วัดแห่งนี้จึงเป็นตัวอย่างของวัดชุมชนที่ใช้ความเข้มแข็งของท้องถิ่นเป็นฐานในการพัฒนา
พระมหาสมศักดิ์ ฐานิสฺสโรเป็นเจ้าอาวาสวัดตะเคียนในปัจจุบัน ทำหน้าที่ดูแลศาสนกิจ พระสงฆ์ และกิจกรรมของวัดร่วมกับชุมชน ประวัติการปกครองวัดระบุว่ามีเจ้าอาวาสสืบต่อกันหลายรูป ได้แก่ พระอาจารย์ศรี พระอุปัชฌาย์ผิว ปุญฺญสิริ พระครูวิโรจน์ ธรรมสุนทร พระครูอุปถัมภ์วรคุณ และพระมหาสมศักดิ์ ฐานิสฺสโร การสืบต่อผู้ดูแลวัดหลายยุคเช่นนี้ทำให้เห็นว่าวัดตะเคียนโพสิตารามไม่ได้เกิดจากแรงศรัทธาของคนรุ่นใดรุ่นหนึ่ง แต่เป็นผลรวมของพระสงฆ์และชาวบ้านที่ร่วมกันรักษาวัดมาหลายชั่วอายุคน
กิจกรรมประจำปีของวัดตะเคียนโพสิตารามมีความหลากหลายและสะท้อนชีวิตชุมชนอย่างชัดเจน ได้แก่ ประเพณีทำบุญตักบาตรวันขึ้นปีใหม่ กิจกรรมทำบุญวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา พิธีเซ่นปู่ตา ประเพณีทำบุญวันสงกรานต์ บุญบั้งไฟ บวชนาคหมู่วันเข้าพรรษา กิจกรรมถวายเทียนพรรษา ทำบุญวันเข้าพรรษาและวันออกพรรษา ทำบุญวันสารท งานบุญกฐินสามัคคี กิจกรรมเทิดพระเกียรติ และกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี กิจกรรมเหล่านี้ทำให้วัดมีชีวิตตลอดทั้งปีและเป็นศูนย์รวมของคนในชุมชนอย่างแท้จริง
ประเพณีทำบุญตักบาตรวันขึ้นปีใหม่เป็นช่วงเวลาที่ชาวบ้านเริ่มต้นปีด้วยความเป็นสิริมงคล ผู้คนมารวมตัวกันที่วัดเพื่อทำบุญ ฟังธรรม และอุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษ การเริ่มต้นปีที่วัดช่วยเชื่อมชีวิตประจำวันกับพระพุทธศาสนา ทำให้ชุมชนเริ่มปีใหม่ด้วยความกตัญญู ความสงบ และความตั้งใจทำสิ่งดีงาม วัดจึงเป็นสถานที่ที่ช่วยกำหนดจังหวะชีวิตของชุมชนตั้งแต่ต้นปี
พิธีเซ่นปู่ตาเป็นกิจกรรมที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างชาวกูยบ้านตะเคียนกับคติบรรพชนและผู้คุ้มครองชุมชน พิธีนี้ช่วยรักษาความทรงจำของหมู่บ้านและทำให้คนรุ่นใหม่ยังเห็นความสำคัญของรากเหง้าท้องถิ่น การที่พิธีเซ่นปู่ตาอยู่ในปฏิทินกิจกรรมของวัดสะท้อนความกลมกลืนระหว่างพระพุทธศาสนากับคติพื้นบ้าน ชุมชนไม่ได้แยกศาสนาออกจากวัฒนธรรม แต่ใช้วัดเป็นพื้นที่ประสานทั้งสองด้านเข้าด้วยกัน
ประเพณีทำบุญวันสงกรานต์เป็นช่วงเวลาที่ชาวบ้านกลับมารวมตัวกันที่วัดเพื่อทำบุญ รดน้ำขอพรผู้ใหญ่ และแสดงความกตัญญูต่อครอบครัวกับชุมชน วัดเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้สงกรานต์มีความหมายทางศาสนาและวัฒนธรรม ไม่ใช่เพียงเทศกาลพักผ่อนหรือความสนุกสนาน การมาทำบุญที่วัดในช่วงสงกรานต์ทำให้คนที่เดินทางไปทำงานต่างถิ่นได้กลับมาเชื่อมโยงกับบ้านเกิดอีกครั้ง
บุญบั้งไฟเป็นอีกกิจกรรมที่สะท้อนวิถีอีสานและความเชื่อเรื่องฝน ความอุดมสมบูรณ์ และฤดูกาลเกษตรกรรม แม้พิธีบุญบั้งไฟจะมีมิติของความสนุกสนาน แต่รากของประเพณีเชื่อมโยงกับความหวังของชุมชนเกษตรกรรมที่ต้องพึ่งพาธรรมชาติ การที่วัดตะเคียนโพสิตารามมีบทบาทในกิจกรรมประจำปีเช่นนี้ แสดงว่าวัดยังอยู่ใกล้กับชีวิตของชาวบ้านที่ทำมาหากินบนฐานเกษตรกรรมและวัฒนธรรมท้องถิ่น
บวชนาคหมู่วันเข้าพรรษาเป็นพิธีที่มีความหมายสูงต่อครอบครัวและชุมชน การบวชเป็นการตอบแทนคุณบิดามารดาและเป็นการสืบต่อพระพุทธศาสนา ส่วนการจัดบวชนาคหมู่ทำให้ชุมชนได้ร่วมสร้างบุญร่วมกันในขนาดใหญ่ขึ้น พิธีนี้ช่วยให้วัดเป็นพื้นที่แห่งความยินดี ความกตัญญู และการเรียนรู้ธรรมะของคนรุ่นใหม่ ขณะเดียวกันยังทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างญาติพี่น้องและชาวบ้านแน่นแฟ้นขึ้น
กิจกรรมถวายเทียนพรรษาและทำบุญวันเข้าพรรษาเป็นจังหวะสำคัญของวัดไทย เพราะเป็นช่วงที่พระสงฆ์จำพรรษาอยู่กับวัดและชุมชนได้มีโอกาสบำรุงพระศาสนา การถวายเทียนพรรษาเป็นสัญลักษณ์ของแสงสว่างทางปัญญา ส่วนการทำบุญเข้าพรรษาและออกพรรษาช่วยให้ผู้คนกลับมาระลึกถึงศีลธรรม การงดเว้นสิ่งไม่ดี และการตั้งใจปฏิบัติตนให้ดีขึ้นในช่วงฤดูกาลสำคัญของพระพุทธศาสนา
งานบุญกฐินสามัคคีเป็นงานที่สะท้อนพลังศรัทธาของวัดตะเคียนโพสิตารามอย่างชัดเจน หลังออกพรรษา ชาวบ้านและผู้ศรัทธาจะร่วมกันถวายผ้ากฐิน ปัจจัย และสิ่งของจำเป็นเพื่อบำรุงวัด งานกฐินเป็นทั้งพิธีทางพระพุทธศาสนาและงานรวมญาติของชุมชน เพราะคนที่อยู่ต่างถิ่นมักกลับมาร่วมบุญกับครอบครัวและหมู่บ้าน งานนี้ช่วยให้วัดได้รับการดูแลและทำให้ความสัมพันธ์ของชุมชนกลับมาแน่นแฟ้นทุกปี
กิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีเป็นกิจกรรมที่ทำให้วัดเชื่อมกับวิถีชีวิตร่วมสมัยมากขึ้น ผู้คนจำนวนมากเลือกส่งท้ายปีเก่าและเริ่มต้นปีใหม่ด้วยการสวดมนต์ เจริญจิตภาวนา และตั้งใจทำความดี การสวดมนต์ข้ามปีที่วัดตะเคียนโพสิตารามทำให้พื้นที่วัดยังมีบทบาทกับคนรุ่นใหม่และครอบครัวในปัจจุบัน เป็นการใช้พิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาเพื่อสร้างความสงบ ความหวัง และกำลังใจในการเริ่มต้นชีวิตรอบใหม่
สำหรับผู้มาเยือน วัดตะเคียนโพสิตารามเหมาะกับการเที่ยวแบบเรียนรู้และเคารพพื้นที่ ควรเริ่มจากการกราบพระในเขตศาสนสถานหลัก จากนั้นเดินชมพิพิธภัณฑ์กูย หลวงพ่อทองคำนำโชค เจดีย์บูรพาจารย์ เจดีย์ไม้โบราณ ศาลปู่ตา และแหล่งเรียนรู้ภายในวัด ผู้ที่สนใจวัฒนธรรมกูยควรใช้เวลาอ่านข้อมูล จดจำรายละเอียด และพูดคุยกับคนในพื้นที่ด้วยความสุภาพ เพราะความรู้จำนวนมากยังอยู่ในความทรงจำของชุมชนและผู้สูงอายุ
การแต่งกายเมื่อเข้าวัดควรสุภาพ เสื้อมีแขน กางเกงหรือกระโปรงยาวเหมาะสม ไม่ส่งเสียงดัง ไม่รบกวนพระสงฆ์หรือผู้มาทำบุญ ไม่สัมผัสวัตถุจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่เข้าเขตสังฆาวาสโดยพลการ วัดตะเคียนโพสิตารามเป็นทั้งวัดและแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรม การเข้าชมจึงควรรักษาทั้งมารยาททางศาสนาและมารยาทต่อมรดกชุมชนไปพร้อมกัน
การเดินทาง ไปวัดตะเคียนโพสิตารามสะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถตู้แบบหมู่คณะ จากตัวเมืองสุรินทร์สามารถใช้เส้นทางมุ่งหน้าไปอำเภอสำโรงทาบ แล้วเข้าสู่ตำบลสำโรงทาบและบ้านตะเคียน ระยะทางจากตัวเมืองสุรินทร์ประมาณ 55 – 60 กม. ขึ้นอยู่กับจุดเริ่มต้นและเส้นทางที่ใช้ เมื่อเข้าใกล้อำเภอสำโรงทาบให้ปักหมุด “วัดตะเคียน (โพธิ์สิตาราม)” หรือ “วัดตะเคียน บ้านตะเคียน ตำบลสำโรงทาบ” เพื่อให้ระบบนำทางเข้าสู่พื้นที่วัดได้ถูกต้อง
วัดไม่มีการเก็บค่าเข้าชมสำหรับการไหว้พระ ทำบุญ และเข้าชมพื้นที่ทั่วไป ผู้มาเยือนสามารถร่วมทำบุญตามศรัทธาได้ตามจุดที่วัดจัดไว้ หากต้องการเข้าชมพิพิธภัณฑ์กูยเป็นหมู่คณะ ศึกษาดูงาน หรือใช้พื้นที่วัดเพื่อกิจกรรมทางวัฒนธรรม ควรติดต่อวัดหรือผู้ดูแลพื้นที่ล่วงหน้า เพื่อให้การเข้าชมเป็นระเบียบและสอดคล้องกับการใช้งานจริงของวัดกับชุมชน
ร้านอาหารใกล้วัดมีตัวเลือกในย่านสำโรงทาบ ทั้งคาเฟ่ ร้านหมูกระทะ ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านอาหารทะเล และร้านอาหารท้องถิ่น ผู้เดินทางสามารถแวะรับประทานอาหารก่อนหรือหลังเข้าวัดได้สะดวก เพราะวัดอยู่ไม่ไกลจากตัวอำเภอสำโรงทาบและตลาดชุมชน หากต้องการตัวเลือกหลากหลายขึ้น สามารถเดินทางต่อไปยังอำเภอศีขรภูมิหรือกลับเข้าสู่ตัวเมืองสุรินทร์ ซึ่งมีร้านอาหารและโรงแรมจำนวนมากกว่า
ที่พักใกล้วัดตะเคียนโพสิตารามมีทั้งรีสอร์ทในอำเภอสำโรงทาบและที่พักในอำเภอใกล้เคียง เช่น ศีขรภูมิและตัวเมืองสุรินทร์ หากต้องการพักใกล้พื้นที่ที่สุดสามารถเลือกที่พักในสำโรงทาบ แต่หากต้องการความสะดวกเรื่องร้านอาหาร สถานีรถไฟ โรงพยาบาล ตลาด และสถานที่ท่องเที่ยวหลายจุด การพักในตัวเมืองสุรินทร์จะเหมาะกับผู้ที่ต้องการจัดทริปหลายอำเภอในครั้งเดียว
สำหรับชาวต่างชาติ วัดตะเคียนโพสิตารามเป็นสถานที่ที่ช่วยอธิบายสุรินทร์ได้มากกว่าภาพจำเรื่องช้าง ผ้าไหม หรือปราสาทขอม เพราะที่นี่แสดงให้เห็นว่าชุมชนชาวกูยยังรักษาภาษา เครื่องแต่งกาย พิธีกรรม ภูมิปัญญาผ้า และความศรัทธาทางพระพุทธศาสนาไว้ในพื้นที่เดียวกันอย่างไร ผู้มาเยือนต่างชาติจะได้เห็นวัดที่ยังมีชีวิต เห็นพิพิธภัณฑ์ชุมชน เห็นการใช้วัดเป็นศูนย์กลางของบ้าน โรงเรียน และชุมชน และเข้าใจว่าอัตลักษณ์ท้องถิ่นของสุรินทร์ยังคงมีพลังอยู่ในชีวิตประจำวัน
วัดตะเคียนโพสิตารามจึงเป็นจุดหมายที่เหมาะสำหรับผู้สนใจวัดเก่า วัฒนธรรมกูย พิพิธภัณฑ์ชุมชน พิธีกรรมพื้นบ้าน และการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ในอำเภอสำโรงทาบ วัดแห่งนี้มีความงามจากความจริงของชุมชน มีความเข้มแข็งจากการร่วมมือของบ้าน วัด โรงเรียน และชาวบ้าน และมีคุณค่าจากการรักษามรดกที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้ไว้พร้อมกัน ผู้ที่เดินทางมาที่นี่จะได้ไหว้พระ ทำบุญ เรียนรู้รากชุมชน และสัมผัสวัฒนธรรมอีสานใต้ในพื้นที่เดียว
โดยสรุป วัดตะเคียนโพสิตาราม สุรินทร์ หรือวัดตะเคียน (โพธิ์สิตาราม) เป็นวัดราษฎร์สำคัญของบ้านตะเคียน อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ มีหลวงพ่อทองคำนำโชค พิพิธภัณฑ์กูย แหล่งเรียนรู้หิน พระอุโบสถ เจดีย์บูรพาจารย์ พระสีวลี เจดีย์ไม้โบราณ ศาลปู่ตา ซุ้มประตูหิน และพิธีรำแกลมอเป็นองค์ประกอบสำคัญ วัดแห่งนี้เป็นมากกว่าสถานที่ไหว้พระ เพราะเป็นศูนย์รวมศรัทธาและศูนย์เรียนรู้วัฒนธรรมชาวกูยที่ยังดำรงบทบาทจริงในชุมชนสำโรงทาบจนถึงปัจจุบัน
| ชื่อสถานที่ | วัดตะเคียนโพสิตาราม สุรินทร์ / วัดตะเคียน (โพธิ์สิตาราม) |
| ที่ตั้ง | เลขที่ 109 หมู่ที่ 9 บ้านตะเคียน ตำบลสำโรงทาบ อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ 32170 |
| ที่อยู่ | วัดตะเคียน (โพธิ์สิตาราม) บ้านตะเคียน หมู่ที่ 9 ตำบลสำโรงทาบ อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ 32170 |
| ไฮไลต์ | วัดดั้งเดิมของชุมชนชาวกูยโบราณ, พิพิธภัณฑ์กูย, หลวงพ่อทองคำนำโชค, ต้นตะเคียนโบราณ, แหล่งเรียนรู้หินนานาชนิด, เจดีย์บูรพาจารย์, เจดีย์ไม้โบราณ, ศาลปู่ตา, ซุ้มประตูหิน และพิธีรำแกลมอ |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกายของบ้านตะเคียน มีพื้นที่ประมาณ 7 ไร่ 3 งาน ได้รับวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2486 และได้รับการยกย่องเป็นวัดต้นแบบระดับประเทศเมื่อ พ.ศ. 2560 และวัดต้นแบบระดับจังหวัดเมื่อ พ.ศ. 2564 |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อวัดมาจากต้นตะเคียนโบราณภายในวัด ซึ่งเป็นต้นไม้ที่ชุมชนบ้านตะเคียนเคารพและผูกพันกับความเชื่อท้องถิ่นมายาวนาน |
| ลักษณะเด่น | เป็นวัดชุมชนกูยที่ใช้พลังบ้าน วัด โรงเรียน และชุมชนในการอนุรักษ์วัฒนธรรม มีพิพิธภัณฑ์กูย ฐานเรียนรู้ผ้าไหม การแซวผ้า การย้อมผ้าด้วยมะเกลือ และกิจกรรมสืบสานพิธีกรรมพื้นบ้าน |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองสุรินทร์มุ่งหน้าไปอำเภอสำโรงทาบ แล้วเข้าสู่ตำบลสำโรงทาบและบ้านตะเคียน ระยะทางประมาณ 58 กม. เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถตู้แบบหมู่คณะ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชม ไหว้พระ ทำบุญ และเยี่ยมชมพื้นที่วัดตามปกติ เป็นวัดราษฎร์ที่ยังมีพระจำพรรษาและยังมีบทบาทเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมชาวกูยบ้านตะเคียน |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| ค่าเข้าชม | ไม่มีค่าเข้าชมสำหรับการไหว้พระและเข้าชมพื้นที่ทั่วไป สามารถร่วมทำบุญตามศรัทธาได้ |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พระอุโบสถ พิพิธภัณฑ์กูย กุฏิสงฆ์ หอระฆัง ซุ้มประตูหิน ลานวัด พื้นที่ทำบุญ พื้นที่กิจกรรมชุมชน ห้องน้ำ และพื้นที่จอดรถตามสภาพวัดชุมชน |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. พระอุโบสถ กว้างประมาณ 6.50 เมตร ยาว 16 เมตร 2. พิพิธภัณฑ์กูย อาคารไม้ 2 ชั้น สร้างเมื่อ พ.ศ. 2510 3. หลวงพ่อทองคำนำโชค 4. แหล่งเรียนรู้หินนานาชนิด 5. เจดีย์บูรพาจารย์ 6. พระสีวลี 7. เจดีย์ไม้โบราณ 8. ศาลปู่ตา 9. ซุ้มประตูหิน 10. พื้นที่พิธีรำแกลมอและกิจกรรมวัฒนธรรมชาวกูย 11. ฐานเรียนรู้ผ้าไหม การแซวผ้า การทอผ้า และการย้อมผ้าด้วยมะเกลือ |
| ปูชนียวัตถุ / สิ่งสำคัญ | หลวงพ่อทองคำนำโชค, พระกลางแจ้งองค์สูงใหญ่, พระอุโบสถ, เจดีย์บูรพาจารย์, เจดีย์ไม้โบราณ, พระสีวลี, ศาลปู่ตา และต้นตะเคียนโบราณที่ชุมชนเคารพ |
| ประเพณี / พิธีกรรมสำคัญ | ทำบุญตักบาตรวันขึ้นปีใหม่, ทำบุญวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา, เซ่นปู่ตา, ทำบุญวันสงกรานต์, บุญบั้งไฟ, บวชนาคหมู่วันเข้าพรรษา, ถวายเทียนพรรษา, ทำบุญวันเข้าพรรษาและวันออกพรรษา, ทำบุญวันสารท, งานบุญกฐินสามัคคี, กิจกรรมเทิดพระเกียรติ, สวดมนต์ข้ามปี และพิธีรำแกลมอ |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระมหาสมศักดิ์ ฐานิสฺสโร เจ้าอาวาสวัดตะเคียน; เจ้าอาวาสรูปก่อนที่มีบทบาทสำคัญด้านวัฒนธรรมคือพระครูอุปถัมภ์วรคุณ |
| เบอร์ติดต่อวัด | 098-124-2832 |
| เบอร์ติดต่อหน่วยงานท้องถิ่น | องค์การบริหารส่วนตำบลสำโรงทาบ โทร. 044-569-279 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ตลาด 4 ชนเผ่า เทศบาลตำบลสำโรงทาบ ประมาณ 4 กม. 2. วัดเกตุวราราม บ้านโดด อำเภอสำโรงทาบ ประมาณ 4 กม. 3. วัดหมื่นศรีใหญ่ ตำบลหมื่นศรี อำเภอสำโรงทาบ ประมาณ 9 กม. 4. วัดบูรณ์สะโน ตำบลสะโน อำเภอสำโรงทาบ ประมาณ 12 กม. 5. ปราสาทศีขรภูมิ อำเภอศีขรภูมิ ประมาณ 30 กม. 6. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ประมาณ 55 กม. โทร. 044-513-272, 044-513-274 7. วัดบูรพาราม พระอารามหลวง อำเภอเมืองสุรินทร์ ประมาณ 58 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. Kaokan Cafe อำเภอสำโรงทาบ ประมาณ 4 กม. โทร. 093-487-6290 2. เพชรลำภูหมูกะทะ สาขาสำโรงทาบ ประมาณ 4 กม. โทร. 044-569-470 3. N’Joy Coffee Thu อำเภอสำโรงทาบ ประมาณ 4 กม. โทร. 082-449-5254 4. ก๋วยเตี๋ยวเรือหม้อดินนายกร 341 สุรินทร์ – สำโรงทาบ ประมาณ 5 กม. โทร. 080-073-1956 5. ร้านอาหารทะเลสด อำเภอสำโรงทาบ ประมาณ 5 กม. โทร. 082-488-9383 6. ร้านประทุมพร อำเภอสำโรงทาบ ประมาณ 4 กม. โทร. 082-368-8971 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. ห้วยแสงจันทร์รีสอร์ท อำเภอสำโรงทาบ ประมาณ 6 กม. โทร. 044-569-375 2. จามจุรี รีสอร์ท อำเภอศีขรภูมิ ประมาณ 30 กม. โทร. 044-560-289, 089-190-5156 3. The Wood Surin อำเภอเมืองสุรินทร์ ประมาณ 58 กม. โทร. 063-023-7999 4. Thong Tarin Hotel อำเภอเมืองสุรินทร์ ประมาณ 58 กม. โทร. 044-514-281, 085-300-8858 5. Maneerote Hotel Surin อำเภอเมืองสุรินทร์ ประมาณ 59 กม. โทร. 044-514-569 6. Slive Hotel Surin อำเภอเมืองสุรินทร์ ประมาณ 60 กม. โทร. 044-060-322, 044-060-323 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดตะเคียนโพสิตาราม สุรินทร์อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดตะเคียนโพสิตาราม หรือวัดตะเคียน (โพธิ์สิตาราม) ตั้งอยู่เลขที่ 109 หมู่ที่ 9 บ้านตะเคียน ตำบลสำโรงทาบ อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ 32170
ถาม: วัดตะเคียนโพสิตารามเปิดให้เข้าชมวันเวลาใด?
ตอบ: วัดเปิดให้เข้าชม ไหว้พระ และทำบุญทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: วัดตะเคียนโพสิตารามมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่มีค่าเข้าชมสำหรับการไหว้พระและเข้าชมพื้นที่ทั่วไป ผู้มาเยือนสามารถร่วมทำบุญตามศรัทธาได้
ถาม: จุดเด่นของวัดตะเคียนโพสิตารามคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือเป็นวัดดั้งเดิมของชุมชนชาวกูยโบราณ มีพิพิธภัณฑ์กูย หลวงพ่อทองคำนำโชค แหล่งเรียนรู้หินนานาชนิด เจดีย์บูรพาจารย์ เจดีย์ไม้โบราณ ศาลปู่ตา และพิธีรำแกลมอ
ถาม: ปัจจุบันใครเป็นเจ้าอาวาสวัดตะเคียนโพสิตาราม?
ตอบ: พระมหาสมศักดิ์ ฐานิสฺสโร เป็นเจ้าอาวาสวัดตะเคียนในปัจจุบัน
ถาม: วัดตะเคียนโพสิตารามเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมกูยอย่างไร?
ตอบ: วัดเป็นศูนย์กลางของชุมชนชาวกูยบ้านตะเคียน มีพิพิธภัณฑ์กูย ฐานเรียนรู้ผ้าไหม การแซวผ้า การทอผ้า การย้อมผ้าด้วยมะเกลือ การเรียนรู้ตัวอักษรกูย และพิธีกรรมรำแกลมอ
ถาม: ควรเที่ยววัดตะเคียนโพสิตารามร่วมกับสถานที่ใด?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับตลาด 4 ชนเผ่า วัดเกตุวราราม วัดหมื่นศรีใหญ่ วัดบูรณ์สะโน ปราสาทศีขรภูมิ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ และวัดบูรพารามได้
ถาม: ควรแต่งกายอย่างไรเมื่อไปวัดตะเคียนโพสิตาราม?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ เสื้อมีแขน กางเกงหรือกระโปรงยาวเหมาะสม พูดจาเบา ไม่รบกวนพระสงฆ์ ไม่สัมผัสวัตถุในพิพิธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต และรักษาความสะอาดของพื้นที่วัด
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว



