หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุรินทร์ >อ.ท่าตูม >ต.กระโพ > ศูนย์คชศึกษา
TL;DR: ศูนย์คชศึกษา อยู่ที่บ้านตากลาง ตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ 32120 เปิดทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30 – 16.30 น.; การแสดงช้างแสนรู้มี 2 รอบ เวลา 10.00 น. และ 14.00 น.
ศูนย์คชศึกษา

วันเปิดทำการ: ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น.; การแสดงช้างแสนรู้มี 2 รอบ เวลา 10.00 น. และ 14.00 น.
ศูนย์คชศึกษา สุรินทร์ หรือศูนย์คชศึกษา หมู่บ้านช้างบ้านตากลาง เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องช้าง วิถีควาญช้าง และวัฒนธรรมชาวกูยเลี้ยงช้างที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดสุรินทร์ ตั้งอยู่ที่บ้านตากลาง ตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ นักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างคนกับช้างในอีสานใต้สามารถใช้ที่นี่เป็นจุดเริ่มต้นได้อย่างครบถ้วน เพราะพื้นที่นี้ไม่ใช่เพียงสถานที่ชมการแสดงช้าง แต่เป็นหมู่บ้านจริงที่ผู้คน ช้าง บ้าน วัด ศาลปะกำ ธรรมชาติ และประเพณีท้องถิ่นดำรงอยู่ร่วมกันอย่างใกล้ชิด
ศูนย์คชศึกษาเป็นจุดหมายที่ตอบคำถามหลักของผู้เดินทางได้ชัดเจนในที่เดียว คือไปที่ไหนในสุรินทร์จึงจะได้เรียนรู้เรื่องช้างอย่างลึกซึ้ง เห็นวิถีควาญช้างจริง เข้าใจวัฒนธรรมชาวกูย และสามารถวางแผนเที่ยวร่วมกับสถานที่ใกล้เคียงได้สะดวก คำตอบคือบ้านตากลาง อำเภอท่าตูม พื้นที่ที่ได้รับการยอมรับในฐานะหมู่บ้านช้างสำคัญของประเทศไทย และเป็นศูนย์กลางของโครงการโลกของช้างที่พัฒนาขึ้นเพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยว การอนุรักษ์ช้าง และการรักษาวิถีชีวิตชุมชนให้เดินไปด้วยกัน
บ้านตากลางมีชื่อเสียงจากวิถีชีวิตของชาวกูยหรือกวย ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีความรู้เรื่องช้างมาอย่างยาวนาน ทั้งการเลี้ยงช้าง การดูแลช้าง การฝึกช้าง การใช้ภาษาสื่อสารกับช้าง และการประกอบพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับช้างในฐานะสมาชิกสำคัญของครอบครัว ช้างในบ้านตากลางจึงไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงสัตว์เลี้ยงหรือสัตว์แสดง แต่เป็นส่วนหนึ่งของเรือน ชุมชน ความทรงจำ และฐานะทางวัฒนธรรมของผู้คนในพื้นที่
ความพิเศษของศูนย์คชศึกษาอยู่ที่การทำหน้าที่เป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ ภายในพื้นที่มีองค์ประกอบหลายส่วนที่ช่วยให้ผู้มาเยือนได้เข้าใจเรื่องช้างจากหลายมิติ ทั้งมิติทางประวัติศาสตร์ มิติทางสังคม มิติทางวัฒนธรรม มิติทางเศรษฐกิจชุมชน และมิติด้านการอนุรักษ์ นักท่องเที่ยวสามารถชมการแสดงช้างแสนรู้ เดินชมบรรยากาศของหมู่บ้าน เรียนรู้เรื่องควาญช้าง ชมพื้นที่โครงการโลกของช้าง และเชื่อมต่อไปยังวังทะลุซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำมูลกับแม่น้ำชีไหลมาบรรจบกัน
ศูนย์คชศึกษาเกิดขึ้นจากแนวคิดในการจัดพื้นที่ให้ช้างสุรินทร์กลับคืนสู่ถิ่นฐานบ้านเกิด ลดปัญหาช้างเร่ร่อน และสร้างพื้นที่ที่คนกับช้างสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีระบบ ต่อมาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ได้เข้ามาดูแลและพัฒนาแนวคิดดังกล่าวต่อยอดเป็นโครงการโลกของช้าง เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเกี่ยวกับช้างที่มีความครบวงจร ควบคู่กับการอนุรักษ์ช้าง การปลูกป่าอาหารช้าง การรักษาภูมิปัญญาชาวกูย และการสร้างอาชีพให้ครอบครัวควาญช้างในพื้นที่
เมื่อเดินทางมาถึงศูนย์คชศึกษา สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือบรรยากาศของหมู่บ้านช้างที่มีชีวิตจริง พื้นที่ไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นสวนสัตว์แบบปิด แต่เป็นชุมชนที่มีบ้านเรือน วิถีคนเลี้ยงช้าง ลานแสดง พื้นที่เรียนรู้ และเส้นทางเชื่อมโยงกับแหล่งธรรมชาติรอบหมู่บ้าน ภาพของคนกับช้างที่อยู่ในพื้นที่เดียวกันทำให้นักท่องเที่ยวเข้าใจทันทีว่าความสัมพันธ์นี้ฝังลึกอยู่ในวัฒนธรรมท้องถิ่นของสุรินทร์มากเพียงใด
การแสดงช้างแสนรู้เป็นหนึ่งในกิจกรรมหลักที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว โดยมีรอบการแสดงวันละ 2 รอบ เวลา 10.00 น. และ 14.00 น. การแสดงสะท้อนความผูกพันระหว่างควาญช้างกับช้าง ผ่านความสามารถ ความจำ การสื่อสาร และการตอบสนองต่อคำสั่งของช้างอย่างใกล้ชิด ผู้ชมจะเห็นบทบาทของควาญช้างที่ไม่ได้เป็นเพียงผู้ควบคุม แต่เป็นผู้ดูแล ผู้สื่อสาร และผู้ใช้ชีวิตร่วมกับช้างในทุกวัน
นอกจากการแสดงแล้ว พื้นที่โครงการโลกของช้างยังช่วยขยายประสบการณ์จากการชมไปสู่การเรียนรู้ในภาพกว้าง พื้นที่นี้ต่อยอดจากโครงการนำช้างคืนถิ่นเพื่อพัฒนาสุรินทร์บ้านเกิด โดยมุ่งสร้างพื้นที่เกี่ยวกับช้างแบบครบวงจร มีแนวคิดเรื่องการปลูกป่าอาหารช้างและสมุนไพรช้าง เพื่อให้ช้างมีแหล่งอาหาร มีพื้นที่อยู่อาศัย และมีระบบรองรับการดูแลที่เชื่อมโยงกับชีวิตของควาญช้างและชุมชน
หมู่บ้านช้างบ้านตากลางมีเอกลักษณ์ชัดเจนเพราะชาวบ้านจำนวนมากมีสายสัมพันธ์กับช้างมาแต่เดิม ภูมิปัญญาเรื่องช้างของชาวกูยสืบทอดผ่านครอบครัวและชุมชน ทั้งความรู้เรื่องนิสัยช้าง การดูแลสุขภาพช้าง การใช้สมุนไพรพื้นบ้าน การจัดการอาหาร การอ่านพฤติกรรมช้าง และพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องครูบาอาจารย์ หมอช้าง และศาลปะกำ ความรู้เหล่านี้ทำให้บ้านตากลางเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีความลึกมากกว่าการท่องเที่ยวเชิงชมวิวทั่วไป
ศาลปะกำเป็นองค์ประกอบสำคัญของวัฒนธรรมคนเลี้ยงช้างในสุรินทร์ เพราะเกี่ยวข้องกับความเชื่อของหมอช้างและควาญช้างที่เคารพครูบาอาจารย์ ผู้ล่วงลับ และอำนาจศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองคนกับช้าง ในงานสำคัญอย่างวันช้างไทยหรือกิจกรรมพิธีกรรมเกี่ยวกับช้าง มักมีการเซ่นไหว้ศาลปะกำ การบวงสรวง และพิธีสงฆ์ เพื่อแสดงความกตัญญูต่อครูหมอช้าง ควาญช้าง และช้างที่มีคุณูปการต่อชุมชน
วัฒนธรรมชาวกูยเลี้ยงช้างเป็นหัวใจที่ทำให้ศูนย์คชศึกษาแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวเกี่ยวกับช้างหลายแห่ง ชาวกูยมีระบบความรู้เฉพาะในการอยู่กับช้างและสื่อสารกับช้าง ความสัมพันธ์นี้ไม่ได้เกิดจากการฝึกในระยะสั้น แต่เกิดจากการใช้ชีวิตร่วมกันตั้งแต่ระดับครอบครัว เด็กในชุมชนจำนวนมากเติบโตมากับการเห็นช้างอยู่ใกล้บ้าน เรียนรู้จากผู้ใหญ่ และซึมซับวัฒนธรรมช้างในชีวิตประจำวัน
พื้นที่บ้านตากลางจึงเป็นตัวอย่างของชุมชนที่ใช้วัฒนธรรมเป็นฐานในการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวไม่ได้มาเพื่อดูช้างเพียงอย่างเดียว แต่ได้เรียนรู้ว่าช้างเกี่ยวข้องกับบ้าน วัด พิธีกรรม อาหาร ป่า แม่น้ำ และเศรษฐกิจชุมชนอย่างไร การเดินชมหมู่บ้านและพูดคุยกับคนในพื้นที่ช่วยให้เห็นภาพว่าการอนุรักษ์ช้างต้องอาศัยทั้งพื้นที่ อาหาร รายได้ ความรู้ และความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกับชุมชน
ด้านประวัติศาสตร์ ศูนย์คชศึกษาสัมพันธ์กับภาพจำของจังหวัดสุรินทร์ในฐานะเมืองช้าง จังหวัดสุรินทร์มีงานช้างประจำปีที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง และบ้านตากลางเป็นหนึ่งในแหล่งกำเนิดเรื่องราวของควาญช้างและช้างสุรินทร์จำนวนมาก พื้นที่นี้จึงมีบทบาททั้งในระดับท้องถิ่นและระดับจังหวัด เพราะทำให้ผู้มาเยือนเห็นว่าคำว่าเมืองช้างไม่ได้เป็นเพียงคำขวัญ แต่เป็นวิถีชีวิตที่มีรากฐานจริง
ในมุมของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ศูนย์คชศึกษาเหมาะสำหรับนักเดินทางหลายกลุ่ม ทั้งครอบครัว นักเรียน นักศึกษา นักท่องเที่ยวชาวไทย นักท่องเที่ยวต่างชาติ ผู้สนใจชาติพันธุ์กูย ผู้สนใจประวัติศาสตร์ช้างไทย และผู้ที่ต้องการวางแผนเส้นทางเที่ยวสุรินทร์แบบลึกกว่าการผ่านชม การมาเยือนที่นี่ทำให้เห็นทั้งภาพกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยวและภาพชีวิตจริงของชุมชนที่ยังคงผูกพันกับช้าง
กิจกรรมสำคัญที่เกี่ยวข้องกับศูนย์คชศึกษาในรอบปีมีหลายงาน โดยเฉพาะงานวันช้างไทยในวันที่ 13 มีนาคมของทุกปี ซึ่งจังหวัดสุรินทร์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดกิจกรรมเพื่อย้ำความสำคัญของช้างไทย ภายในงานมีพิธีเซ่นไหว้ศาลปะกำ พิธีบวงสรวง พิธีสงฆ์ การทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้หมอช้าง ควาญช้าง และช้างที่เสียชีวิต รวมถึงการเลี้ยงอาหารช้างในโครงการโลกของช้าง กิจกรรมนี้สะท้อนให้เห็นว่าช้างมีสถานะทั้งทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และจิตใจของคนสุรินทร์
อีกหนึ่งประเพณีสำคัญที่เชื่อมโยงกับพื้นที่บ้านตากลางคือประเพณีบวชนาคช้าง ซึ่งจัดขึ้นที่วัดแจ้งสว่าง ศูนย์คชศึกษา และบริเวณวังทะลุ ประเพณีนี้เป็นภาพสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างพระพุทธศาสนา ช้าง ชุมชน และแม่น้ำ โดยมีขบวนแห่นาคบนหลังช้าง พิธีทำขวัญนาค พิธีเซ่นไหว้ และการอุปสมบทหมู่ เป็นประเพณีที่ช่วยให้ผู้มาเยือนเห็นความยิ่งใหญ่ของวัฒนธรรมท้องถิ่นอีสานใต้ในมิติที่มีชีวิต
วังทะลุเป็นสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงที่ควรจัดไว้ในเส้นทางเดียวกับศูนย์คชศึกษา เพราะอยู่ห่างจากศูนย์คชศึกษาไปตามเส้นทางผ่านวัดแจ้งสว่างประมาณ 3 กม. จุดนี้เป็นบริเวณที่แม่น้ำมูลและแม่น้ำชีไหลมาบรรจบกัน ก่อนมุ่งสู่ลุ่มน้ำโขง ทัศนียภาพของแม่น้ำ ป่า และวิถีช้างทำให้วังทะลุเป็นพื้นที่สำคัญทั้งทางธรรมชาติและวัฒนธรรม โดยเฉพาะในบริบทของประเพณีบวชนาคช้างและการชมช้างอาบน้ำในยามเย็น
วัดแจ้งสว่างหรือวัดแจ้งสว่างบ้านตากลางเป็นวัดสำคัญของชุมชนบ้านตากลาง และเป็นหนึ่งในจุดที่เกี่ยวข้องกับประเพณีบวชนาคช้าง วัดทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางศาสนาและจิตใจของชุมชน เมื่อมีงานบุญหรือพิธีสำคัญ วัดจะเป็นพื้นที่รวมคนในหมู่บ้าน ควาญช้าง นาค ญาติพี่น้อง และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาชมประเพณี ความใกล้ชิดระหว่างวัดกับศูนย์คชศึกษาทำให้การท่องเที่ยวในบ้านตากลางมีทั้งมิติศาสนาและมิติวัฒนธรรมช้าง
โซนหลักของศูนย์คชศึกษาและพื้นที่ใกล้เคียงประกอบด้วยลานแสดงช้างแสนรู้ พื้นที่เรียนรู้เรื่องช้างและวิถีควาญช้าง พื้นที่หมู่บ้านช้างบ้านตากลาง โครงการโลกของช้าง พื้นที่ศาลปะกำ วัดแจ้งสว่าง และเส้นทางไปวังทะลุ แต่ละโซนมีบทบาทต่างกัน ลานแสดงช่วยให้เห็นความสามารถของช้าง พื้นที่หมู่บ้านช่วยให้เห็นชีวิตจริง โครงการโลกของช้างช่วยให้เข้าใจการอนุรักษ์ ส่วนศาลปะกำและวัดช่วยให้เห็นมิติความเชื่อที่ผูกพันกับคนเลี้ยงช้าง
การชมศูนย์คชศึกษาให้ได้คุณค่ามากที่สุดควรเริ่มจากการวางแผนเวลาให้ตรงกับรอบการแสดง ถ้ามาถึงช่วงเช้า ควรเผื่อเวลาเดินชมพื้นที่ก่อนชมรอบ 10.00 น. หากเดินทางช่วงบ่าย สามารถชมรอบ 14.00 น. แล้วต่อไปยังวังทะลุหรือแวะร้านอาหารในอำเภอท่าตูมได้ การเดินทางในพื้นที่เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า เพราะระยะทางจากตัวเมืองสุรินทร์ถึงบ้านตากลางค่อนข้างไกลและสถานที่ใกล้เคียงกระจายตัวตามชุมชน
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ศูนย์คชศึกษาเป็นสถานที่ที่ช่วยให้เข้าใจความแตกต่างระหว่างการชมช้างในเชิงท่องเที่ยวกับการเรียนรู้ช้างในบริบทวัฒนธรรมท้องถิ่น นักท่องเที่ยวควรเปิดใจรับฟังเรื่องราวของชุมชน ควรถ่ายภาพด้วยความสุภาพ ไม่รบกวนช้าง ไม่เข้าใกล้ช้างโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากควาญช้าง และเคารพพื้นที่พิธีกรรม โดยเฉพาะศาลปะกำ วัด และงานประเพณีที่มีความหมายต่อชุมชน
ด้านค่าเข้าชม ศูนย์คชศึกษามีอัตราค่าเข้าชมสำหรับผู้เข้าชมกลุ่มต่าง ๆ โดยคนไทยผู้ใหญ่ 50 บาท เด็กสูงไม่เกิน 90 ซม. 30 บาท เด็กสูงเกิน 90 ซม. 40 บาท นักเรียนและนักศึกษา 30 บาท ชาวต่างชาติเด็ก 100 บาท และชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 200 บาท หน่วยงานที่ทำหนังสือขอเข้าชมมีอัตรา 40 บาทต่อคน การเตรียมค่าเข้าชมให้พร้อมช่วยให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่น โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัว คณะนักเรียน หรือคณะศึกษาดูงาน
สิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่มีพื้นฐานสำหรับการท่องเที่ยวแบบแหล่งเรียนรู้และชุมชน เช่น ลานแสดง พื้นที่จอดรถ จุดติดต่อสอบถาม ห้องน้ำ ร้านค้าท้องถิ่น และเส้นทางเดินชมบางส่วน อย่างไรก็ตาม ผู้เดินทางควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก ร่ม รองเท้าที่เดินสะดวก และเงินสดสำหรับค่าเข้าชม อาหาร หรือบริการท้องถิ่น เพราะพื้นที่บ้านตากลางเป็นชุมชนชนบทที่บรรยากาศต่างจากแหล่งท่องเที่ยวในตัวเมือง
ร้านอาหารใกล้ศูนย์คชศึกษามีทั้งร้านในพื้นที่บ้านตากลาง บ้านกระโพ และร้านในตัวอำเภอท่าตูม ร้านที่อยู่ใกล้พื้นที่มากที่สุดเหมาะสำหรับแวะพักก่อนหรือหลังชมรอบการแสดง ส่วนร้านในอำเภอท่าตูมเหมาะสำหรับมื้อกลางวันหรือมื้อเย็นระหว่างเดินทางกลับตัวเมืองสุรินทร์ การเลือกเส้นทางกินเที่ยวร่วมกับศูนย์คชศึกษาทำให้ทริปไม่เร่งเกินไป และช่วยกระจายรายได้สู่ร้านค้าท้องถิ่นในพื้นที่
ที่พักใกล้บ้านตากลางมีทั้งโฮมสเตย์ในตำบลกระโพและที่พักในอำเภอท่าตูม ผู้ที่ต้องการสัมผัสวิถีชุมชนอย่างใกล้ชิดสามารถเลือกพักใกล้หมู่บ้านช้าง ส่วนผู้ที่ต้องการความสะดวกด้านร้านอาหาร ถนนหลัก และการเดินทางต่อ อำเภอท่าตูมเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม หากเดินทางช่วงงานวันช้างไทย งานบวชนาคช้าง หรืองานช้างจังหวัดสุรินทร์ ควรจองที่พักล่วงหน้า เพราะเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวและผู้เดินทางกลับพื้นที่จำนวนมาก
การเดินทาง จากตัวเมืองสุรินทร์ใช้ทางหลวงหมายเลข 214 เส้นสุรินทร์ – ร้อยเอ็ด ขับไปทางอำเภอท่าตูมประมาณ 35 กม. แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่เส้นทางบ้านตากลางอีกประมาณ 22 กม. ถนนเป็นทางลาดยางและมีป้ายบอกทางเป็นระยะ ระยะทางจากตัวเมืองสุรินทร์ถึงศูนย์คชศึกษาโดยรวมประมาณ 53 – 57 กม. ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถตู้แบบเหมาคณะสำหรับกลุ่มนักเรียนและคณะศึกษาดูงาน
หากเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ สามารถเดินทางมาที่ตัวเมืองสุรินทร์ก่อนด้วยรถไฟหรือรถโดยสารประจำทาง แล้วต่อรถไปยังอำเภอท่าตูมหรือเหมารถท้องถิ่นเข้าสู่บ้านตากลาง วิธีนี้เหมาะสำหรับนักเดินทางที่มีเวลามากและต้องการสัมผัสเส้นทางท้องถิ่น แต่สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการควบคุมเวลาให้ทันรอบการแสดง การใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าจะสะดวกกว่าอย่างชัดเจน
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยวคือช่วงเช้าถึงบ่าย เพราะตรงกับเวลาเปิดทำการและรอบการแสดง หากต้องการต่อไปวังทะลุ ควรเผื่อเวลาในช่วงบ่ายแก่ ๆ เพื่อชมบรรยากาศลำน้ำและหมู่บ้านโดยไม่เร่งรีบ ส่วนช่วงเทศกาล เช่น วันช้างไทยและประเพณีบวชนาคช้าง จะมีสีสันทางวัฒนธรรมมากเป็นพิเศษ แต่ควรวางแผนการเดินทาง ที่พัก และเวลาเข้าชมล่วงหน้า
มารยาทในการเที่ยวศูนย์คชศึกษาคือการเคารพช้าง เคารพควาญช้าง และเคารพชุมชน ไม่ส่งเสียงดังใกล้ช้าง ไม่ให้อาหารช้างโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่เดินเข้าใกล้ช้างจากด้านหลัง ไม่ถ่ายภาพในพื้นที่ส่วนตัวของชาวบ้านโดยไม่ขออนุญาต และไม่แตะต้องเครื่องประกอบพิธีหรือพื้นที่ศาลปะกำโดยพลการ การท่องเที่ยวที่ดีในบ้านตากลางคือการเรียนรู้ด้วยความสุภาพและเห็นคุณค่าของวัฒนธรรมเจ้าบ้าน
ศูนย์คชศึกษา สุรินทร์ จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความหมายมากกว่าแค่การชมช้าง เพราะเป็นพื้นที่ที่รวมประวัติศาสตร์เมืองช้าง วิถีชาวกูย ภูมิปัญญาควาญช้าง พิธีกรรม ความเชื่อ ชุมชน และการอนุรักษ์เข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม ผู้ที่เดินทางมาที่นี่จะได้เห็นทั้งความน่าทึ่งของช้าง ความละเอียดอ่อนของความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์ใหญ่ และความพยายามของสุรินทร์ในการรักษามรดกทางวัฒนธรรมให้ยังมีชีวิตอยู่ในโลกปัจจุบัน
สำหรับคนที่กำลังวางแผนเที่ยวสุรินทร์ ศูนย์คชศึกษาเป็นจุดหมายที่ควรจัดไว้ในเส้นทางท่องเที่ยวอย่างน้อยครึ่งวัน และสามารถเชื่อมกับวังทะลุ วัดแจ้งสว่าง ปราสาทนางบัวตูม วัดพระพุทธบาทพนมดิน หรือแหล่งท่องเที่ยวในตัวเมืองสุรินทร์ได้ตามเวลาที่มี หากต้องการเข้าใจคำว่า “สุรินทร์ เมืองช้าง” ให้ลึกกว่าภาพจำทั่วไป บ้านตากลางคือพื้นที่ที่ควรไปเห็นด้วยตาตนเอง
| ชื่อสถานที่ | ศูนย์คชศึกษา สุรินทร์ / ศูนย์คชศึกษา หมู่บ้านช้างบ้านตากลาง / โครงการโลกของช้าง |
| ที่ตั้ง | บ้านตากลาง ตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ 32120 |
| ที่อยู่ | ศูนย์คชศึกษา หมู่บ้านช้างบ้านตากลาง บ้านตากลาง ตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ 32120 |
| ไฮไลต์ | แหล่งเรียนรู้เรื่องช้าง วิถีควาญช้าง วัฒนธรรมชาวกูย การแสดงช้างแสนรู้ และพื้นที่โครงการโลกของช้าง |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์รวมการเรียนรู้เรื่องช้างและวิถีชีวิตคนเลี้ยงช้าง ต่อมาพัฒนาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการโลกของช้างภายใต้การดูแลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ |
| ที่มาของชื่อ | “คชศึกษา” หมายถึงการศึกษาเรียนรู้เรื่องช้าง ส่วนบ้านตากลางเป็นชุมชนช้างสำคัญของตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม |
| ลักษณะเด่น | เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ผสานหมู่บ้านช้างจริง ลานแสดงช้าง พื้นที่เรียนรู้ วิถีชาวกูย ศาลปะกำ และแหล่งธรรมชาติใกล้เคียง |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองสุรินทร์ใช้ทางหลวงหมายเลข 214 เส้นสุรินทร์ – ร้อยเอ็ด ประมาณ 35 กม. แล้วเลี้ยวเข้าสู่เส้นทางบ้านตากลางอีกประมาณ 22 กม. รวมระยะทางประมาณ 53 – 57 กม. |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้บริการและยังใช้เป็นพื้นที่จัดกิจกรรมสำคัญ เช่น งานวันช้างไทย งานบวชนาคช้าง และกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดสุรินทร์ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ |
| เวลาเปิดทำการ | 08.30 – 16.30 น.; การแสดงช้างแสนรู้มี 2 รอบ เวลา 10.00 น. และ 14.00 น. |
| ค่าเข้าชม | คนไทย: เด็กสูงไม่เกิน 90 ซม. 30 บาท, เด็กสูงเกิน 90 ซม. 40 บาท, นักเรียน/นักศึกษา 30 บาท, ผู้ใหญ่ 50 บาท ชาวต่างชาติ: เด็ก 100 บาท, ผู้ใหญ่ 200 บาท หน่วยงานที่ทำหนังสือขอเข้าชม: 40 บาทต่อคน |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานแสดงช้าง พื้นที่เรียนรู้เรื่องช้าง พื้นที่จอดรถ ห้องน้ำ จุดติดต่อสอบถาม ร้านค้าชุมชน และเส้นทางเชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. ลานแสดงช้างแสนรู้ 2. พื้นที่เรียนรู้เรื่องช้างและวิถีควาญช้าง 3. หมู่บ้านช้างบ้านตากลาง 4. โครงการโลกของช้าง 5. พื้นที่ศาลปะกำและพิธีกรรมชาวกูย 6. เส้นทางเชื่อมวัดแจ้งสว่างและวังทะลุ |
| ผู้ดูแล | องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ และสำนักงานศูนย์คชศึกษา / โครงการโลกของช้าง |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 065-928-9433, 044-511-975 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | https://surinpao.go.th/elephant-world/ และ Facebook: โลกของช้าง – Elephant World |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. โครงการโลกของช้าง ประมาณ 0 กม. 2. วัดแจ้งสว่าง บ้านตากลาง ประมาณ 2 กม. 3. วังทะลุ ประมาณ 3 กม. 4. ปราสาทนางบัวตูม ประมาณ 30 กม. 5. วัดพระพุทธบาทพนมดิน ประมาณ 40 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ครัวมณีวัน บ้านตากลาง ประมาณ 1 กม. โทร. 081-063-1920 2. ร้านอิ่มจังหมูกระทะ บ้านกระโพ ประมาณ 7 กม. โทร. 094-014-7750 3. ครัวคุณเก๋ท่าตูม ประมาณ 24 กม. โทร. 084-832-1680, 092-504-7919 4. ท่าตูมโภชนา ประมาณ 25 กม. โทร. 044-591-039, 083-382-8880 5. PunThai Coffee PTF ท่าตูม ประมาณ 29 กม. โทร. 091-545-9859 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. หมู่บ้านช้าง หนองบัวโฮมสเตย์ ต.กระโพ ประมาณ 7 กม. โทร. 090-827-1858 2. เดอะโมเดิร์น รีสอร์ท ท่าตูม ประมาณ 24 กม. โทร. 044-591-844, 080-707-7861, 088-269-9661 3. เอ็นพีวิว รีสอร์ท ประมาณ 24 กม. โทร. 089-579-0156 4. ภาวิณี รีสอร์ท ประมาณ 25 กม. โทร. 044-591-188 5. BANLANG-HOTEL Resort & Swimmingpool ประมาณ 28 กม. โทร. 093-572-7231, 044-066-669, 086-870-1503 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ศูนย์คชศึกษา สุรินทร์ อยู่ที่ไหน?
ตอบ: ศูนย์คชศึกษา สุรินทร์ ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านช้างบ้านตากลาง ตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ 32120
ถาม: ศูนย์คชศึกษาเปิดทุกวันหรือไม่?
ตอบ: เปิดทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30 – 16.30 น.
ถาม: การแสดงช้างแสนรู้มีรอบเวลาใดบ้าง?
ตอบ: การแสดงช้างแสนรู้มีวันละ 2 รอบ คือรอบเช้าเวลา 10.00 น. และรอบบ่ายเวลา 14.00 น.
ถาม: ศูนย์คชศึกษามีค่าเข้าชมเท่าไร?
ตอบ: คนไทยผู้ใหญ่ 50 บาท เด็กสูงไม่เกิน 90 ซม. 30 บาท เด็กสูงเกิน 90 ซม. 40 บาท นักเรียนและนักศึกษา 30 บาท ชาวต่างชาติเด็ก 100 บาท และชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 200 บาท
ถาม: ศูนย์คชศึกษาเหมาะกับนักท่องเที่ยวกลุ่มใด?
ตอบ: เหมาะกับครอบครัว นักเรียน นักศึกษา นักท่องเที่ยวสายวัฒนธรรม ผู้สนใจช้างไทย วิถีควาญช้าง และวัฒนธรรมชาวกูยเลี้ยงช้าง
ถาม: เดินทางจากตัวเมืองสุรินทร์ไปศูนย์คชศึกษาอย่างไร?
ตอบ: ใช้ทางหลวงหมายเลข 214 เส้นสุรินทร์ – ร้อยเอ็ด ประมาณ 35 กม. แล้วเลี้ยวเข้าสู่บ้านตากลางอีกประมาณ 22 กม. รวมระยะทางประมาณ 53 – 57 กม.
ถาม: มีสถานที่ใกล้เคียงใดควรเที่ยวร่วมกับศูนย์คชศึกษา?
ตอบ: สถานที่ที่ควรเที่ยวร่วมกัน ได้แก่ โครงการโลกของช้าง วัดแจ้งสว่าง วังทะลุ ปราสาทนางบัวตูม และวัดพระพุทธบาทพนมดิน
ถาม: ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนไปศูนย์คชศึกษา?
ตอบ: ควรตรวจเวลาเดินทางให้ทันรอบการแสดง เตรียมน้ำดื่ม หมวก รองเท้าที่เดินสะดวก เงินสดสำหรับค่าเข้าชม และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่หรือควาญช้างอย่างสุภาพ
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




