หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุรินทร์ >อ.ศีขรภูมิ >ต.ช่างปี่ > ปราสาทบ้านช่างปี่
TL;DR: ปราสาทบ้านช่างปี่ อยู่ที่หมู่ 1 บ้านช่างปี่ ตำบลช่างปี่ อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ เปิดทุกวัน เวลา 07.00 – 18.00 น.
ปราสาทบ้านช่างปี่

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 07.00 – 18.00 น.
ปราสาทบ้านช่างปี่ สุรินทร์ หรือปราสาทช่างปี่ เป็นโบราณสถานศิลปะขอมแบบบายนที่สำคัญของอำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ ตั้งอยู่ที่หมู่ 1 บ้านช่างปี่ ตำบลช่างปี่ บนพื้นที่ชุมชนเก่าแก่ที่มีความสัมพันธ์กับวัฒนธรรมเขมรโบราณมาอย่างยาวนาน ปราสาทแห่งนี้เป็นอโรคยศาล หรือศาสนสถานพยาบาลในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรขอม สร้างขึ้นตามคติพุทธศาสนาลัทธิมหายานเพื่อบูชาพระไภสัชยคุรุไวฑูรยประภา พระพุทธเจ้าผู้ทรงการแพทย์ และเกี่ยวข้องกับแนวคิดเรื่องการเยียวยาโรค ความเมตตา และการดูแลผู้คนในเครือข่ายเมืองโบราณ ปราสาทบ้านช่างปี่เปิดให้เข้าชมทุกวัน ไม่มีค่าเข้าชม และเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้เส้นทางอโรคยศาลในสุรินทร์อย่างลึกซึ้ง
องค์ปราสาทบ้านช่างปี่ก่อด้วยศิลาแลงเป็นหลักและใช้หินทรายในส่วนประกอบสำคัญ ผังโดยรวมเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หันหน้าไปทางทิศตะวันออกตามแบบแผนของศาสนสถานขอม ภายในพื้นที่ประกอบด้วยปราสาทประธาน บรรณาลัย กำแพงแก้ว ซุ้มประตูทางเข้าด้านทิศตะวันออก และสระน้ำรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้านอกกำแพงด้านตะวันออกเฉียงเหนือ องค์ประกอบเหล่านี้เป็นลักษณะเด่นของอโรคยศาลที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทำให้ปราสาทบ้านช่างปี่เป็นโบราณสถานที่อ่านผังและหน้าที่ดั้งเดิมได้ชัดเจน
คำว่าอโรคยศาลหมายถึงสถานที่อันเกี่ยวข้องกับความไม่มีโรค หรือสถานพยาบาลในคติศาสนาและรัฐโบราณของขอม อโรคยศาลไม่ได้เป็นโรงพยาบาลในความหมายสมัยใหม่เพียงอย่างเดียว แต่เป็นพื้นที่ที่รวมศาสนา พิธีกรรม การแพทย์แผนโบราณ สมุนไพร และความศรัทธาเข้าไว้ด้วยกัน การรักษาโรคในโลกทัศน์ของสมัยนั้นสัมพันธ์กับพระโพธิสัตว์ ความเมตตา และพลังแห่งธรรม ปราสาทบ้านช่างปี่จึงเป็นหลักฐานของแนวคิดที่มองว่าการดูแลผู้ป่วยเป็นทั้งกิจทางสังคมและกิจทางศาสนา
ปราสาทประธานเป็นศูนย์กลางของโบราณสถาน ตั้งหันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีชาลาด้านหน้าเชื่อมต่อกับซุ้มประตู ภาพของแนวศิลาแลงที่ซ้อนเรียงกันเป็นผนังและกรอบอาคารทำให้เห็นฝีมือการก่อสร้างของช่างขอมยุคปลายอย่างชัดเจน ศิลาแลงเป็นวัสดุที่แข็งแรงและพบมากในงานสถาปัตยกรรมขอมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สีแดงน้ำตาลและพื้นผิวหยาบของศิลาแลงทำให้ตัวปราสาทมีบรรยากาศหนักแน่น สงบ และเชื่อมโยงกับภูมิทัศน์ทุ่งนาโดยรอบ
บรรณาลัยตั้งอยู่บริเวณมุมด้านตะวันออกเฉียงใต้ หันหน้าเข้าหาปราสาทประธาน อาคารขนาดเล็กหลังนี้เป็นองค์ประกอบสำคัญที่พบในอโรคยศาลหลายแห่ง ทำหน้าที่เป็นอาคารประกอบในพื้นที่พิธีกรรม เมื่อมองรวมกับปราสาทประธาน ซุ้มประตู และกำแพงแก้ว จะเห็นว่าบรรณาลัยไม่ได้เป็นอาคารที่สร้างแยกอย่างไร้แบบแผน แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่จัดวางอย่างมีลำดับ
กำแพงแก้วล้อมรอบปราสาทประธานและบรรณาลัย ทำหน้าที่กำหนดขอบเขตของพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ซุ้มประตูทางเข้าอยู่กึ่งกลางกำแพงด้านทิศตะวันออก การเดินผ่านซุ้มประตูเข้าสู่พื้นที่ภายในทำให้ผู้มาเยือนสัมผัสลำดับของศาสนสถานได้โดยตรง จากพื้นที่ภายนอกเข้าสู่เขตกำแพงแก้ว แล้วจึงเข้าสู่พื้นที่ของปราสาทประธาน ซึ่งเป็นศูนย์กลางของความหมายทางศาสนาและพิธีกรรม
สระน้ำรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้านอกกำแพงด้านตะวันออกเฉียงเหนือเป็นองค์ประกอบที่มีความสำคัญมากในผังอโรคยศาล น้ำเกี่ยวข้องกับพิธีกรรม ความบริสุทธิ์ การชำระล้าง และการรักษาโรค ในบริบทของปราสาทบ้านช่างปี่ สระน้ำไม่ได้เป็นเพียงแหล่งน้ำประกอบภูมิทัศน์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบความเชื่อที่เชื่อมโยงศาสนา การแพทย์ และชีวิตของชุมชนเข้าด้วยกัน
จากการขุดค้นปราสาทบ้านช่างปี่พบโบราณวัตถุสำคัญหลายรายการ เช่น ประติมากรรมหินทรายรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรสี่กร ประติมากรรมที่สัมพันธ์กับพระไภสัชยคุรุไวฑูรยประภา และบริวารทั้งสอง คือพระโพธิสัตว์สูริยไวโรจนจันทรโรจิ และพระโพธิสัตว์จันทรไวโรจนโรหิณีศะ หลักฐานเหล่านี้ช่วยยืนยันบทบาทของปราสาทบ้านช่างปี่ในฐานะศาสนสถานพยาบาลตามคติพุทธศาสนามหายาน ไม่ใช่เพียงปราสาทหินหรืออาคารศิลาแลงทั่วไป
พระไภสัชยคุรุไวฑูรยประภาเป็นพระพุทธเจ้าแห่งการแพทย์ในคติพุทธมหายาน ความเชื่อเกี่ยวกับพระองค์สัมพันธ์กับการรักษา เยียวยา และขจัดโรคภัย การที่ปราสาทบ้านช่างปี่เกี่ยวข้องกับพระองค์ทำให้สถานที่แห่งนี้มีความหมายทางจิตวิญญาณที่ลึกกว่าการเป็นโบราณสถานสถาปัตยกรรม ผู้คนในชุมชนยังผูกพันกับความเชื่อนี้ผ่านพิธีกรรม การสักการะ และงานประเพณีที่จัดขึ้นบริเวณปราสาทเป็นประจำ
ปราสาทบ้านช่างปี่สร้างขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 ในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พุทธศาสนามหายานได้รับการอุปถัมภ์อย่างสำคัญจากราชสำนักขอม พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงสร้างศาสนสถานเพื่อประโยชน์ต่อผู้คนจำนวนมาก ทั้งอโรคยศาล ธรรมศาลา และศาสนสถานสำคัญหลายแห่ง เครือข่ายอโรคยศาลเหล่านี้กระจายอยู่ตามเมืองและเส้นทางสำคัญ ปราสาทบ้านช่างปี่จึงเป็นส่วนหนึ่งของระบบศาสนา การแพทย์ และการปกครองในภูมิภาคอีสานใต้
ในมุมประวัติศาสตร์ท้องถิ่น บ้านช่างปี่เป็นชุมชนที่ตั้งอยู่บนที่ดอนใกล้โบราณสถาน มีบารายขนาดใหญ่ทางทิศเหนือของชุมชน ใช้กักเก็บน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภคมาตั้งแต่สมัยโบราณ ภูมิทัศน์เช่นนี้ทำให้เห็นว่าปราสาทไม่ได้ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่ตั้งอยู่ในพื้นที่ชุมชนที่มีน้ำ ทุ่งนา บ้านเรือน วัด โรงเรียน และวิถีชีวิตต่อเนื่องกันมาอย่างยาวนาน
ชื่อช่างปี่สัมพันธ์กับความทรงจำของชุมชนเรื่องช่างฝีมือและภูมิปัญญาท้องถิ่น ปัจจุบันบ้านช่างปี่ยังมีทุนวัฒนธรรมสำคัญด้านหัตถศิลป์เครื่องปั้นดินเผา เป็นภูมิปัญญาที่ได้รับการสืบสานในชุมชนและเชื่อมโยงกับการเรียนรู้ของเยาวชนในพื้นที่ การมาเที่ยวปราสาทบ้านช่างปี่จึงไม่ใช่การชมโบราณสถานเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการเข้าใจชุมชนที่มีทั้งมรดกขอม ความเชื่อพื้นถิ่น ภาษาเขมรสุรินทร์ และงานหัตถกรรมท้องถิ่น
บารายบ้านช่างปี่เป็นแหล่งน้ำสำคัญของชุมชน มีลักษณะเป็นสระน้ำขนาดใหญ่ทางทิศเหนือ ใช้เป็นแหล่งน้ำสำหรับการเกษตรและกิจกรรมชุมชน ความสัมพันธ์ระหว่างปราสาทกับบารายสะท้อนวิธีคิดของชุมชนโบราณที่วางศาสนสถานไว้ในภูมิทัศน์น้ำอย่างมีความหมาย น้ำเป็นทั้งทรัพยากรเพื่อการดำรงชีวิตและสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ การรักษา และความบริสุทธิ์ในพิธีกรรม
ปราสาทบ้านช่างปี่ได้รับการบูรณะและดูแลโดยกรมศิลปากร มีการทำความสะอาดพื้นที่ ถากถางวัชพืช และดูแลความเรียบร้อยของพื้นที่โดยรอบอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันบริเวณโบราณสถานมีภูมิทัศน์ที่เหมาะสำหรับการเดินชม ถ่ายภาพ และเรียนรู้เรื่องอโรคยศาล ผู้มาเยือนสามารถเห็นแนวกำแพงแก้ว ซุ้มประตู ปราสาทประธาน บรรณาลัย และสระน้ำได้ชัดเจนในพื้นที่เดียวกัน
งานประเพณีสืบสานตำนานปราสาทช่างปี่เป็นกิจกรรมสำคัญของชุมชน จัดขึ้นช่วงวันที่ 5–7 มีนาคมของทุกปี ภายในงานมีพิธีบวงสรวง รำบวงสรวง การแสดงแสง สี เสียง นิทรรศการ ผลิตภัณฑ์ OTOP และกิจกรรมชมปรากฏการณ์แสงอาทิตย์ลอดช่องซุ้มประตูปราสาทช่างปี่ ปรากฏการณ์นี้ทำให้ปราสาทบ้านช่างปี่เป็นสถานที่ที่มีชีวิตทางวัฒนธรรมอย่างชัดเจน เพราะโบราณสถานไม่ได้หยุดอยู่ในอดีต แต่ยังทำหน้าที่เป็นพื้นที่รวมใจของชุมชนในปัจจุบัน
การชมปราสาทบ้านช่างปี่ควรเริ่มจากซุ้มประตูด้านทิศตะวันออก ซึ่งเป็นทิศทางเข้าหลักของศาสนสถาน จากนั้นเดินผ่านแนวกำแพงแก้วเข้าสู่พื้นที่ภายใน มองภาพรวมของปราสาทประธาน บรรณาลัย และลานภายใน ก่อนเดินชมรอบพื้นที่เพื่อสังเกตวัสดุศิลาแลง แนวฐาน ผังอาคาร และตำแหน่งของสระน้ำ การเดินชมตามลำดับนี้ช่วยให้เข้าใจโครงสร้างอโรคยศาลได้ครบถ้วน
จุดที่ควรสังเกตเป็นพิเศษคือแนวซุ้มประตูและช่องเปิดของอาคาร เพราะเป็นตำแหน่งที่สัมพันธ์กับปรากฏการณ์แสงอาทิตย์ลอดช่องซุ้มประตูในช่วงงานประจำปี ภาพแสงยามเย็นที่ลอดผ่านช่องประตูของปราสาทสร้างความประทับใจแก่ชุมชนและนักท่องเที่ยว เป็นการเชื่อมโยงภูมิปัญญาการวางผังอาคารกับความเชื่อเรื่องแสง พลังธรรม และความเป็นสิริมงคลในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์
สำหรับผู้สนใจโบราณคดี ปราสาทบ้านช่างปี่เป็นตัวอย่างที่ดีของอโรคยศาลที่ยังอ่านผังได้ชัดเจน เพราะมีองค์ประกอบสำคัญครบ ทั้งปราสาทประธาน บรรณาลัย กำแพงแก้ว ซุ้มประตู และสระน้ำ การเปรียบเทียบปราสาทแห่งนี้กับอโรคยศาลอื่นในสุรินทร์และอีสานใต้ เช่น ปราสาทเมืองที ปราสาทจอมพระ และกู่แก้ว ช่วยให้เห็นรูปแบบร่วมของศาสนสถานพยาบาลในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ได้ชัดขึ้น
สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป ปราสาทบ้านช่างปี่เป็นจุดหมายที่ใช้เวลาเที่ยวไม่มาก แต่ให้ความรู้และบรรยากาศสงบ เหมาะกับการเดินชมประมาณ 45–90 นาที หากต้องการถ่ายภาพ อ่านรายละเอียด และแวะชมพื้นที่ชุมชนโดยรอบ ควรเผื่อเวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมง สถานที่นี้เหมาะกับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ขอม พุทธศาสนามหายาน อโรคยศาล และชุมชนไทยเขมรในสุรินทร์
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเข้าชมคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ เพราะอากาศไม่ร้อนเกินไปและแสงช่วยขับพื้นผิวศิลาแลงให้เห็นรายละเอียดชัดเจน ช่วงเดือนมีนาคมเป็นช่วงที่ชุมชนจัดงานประเพณีสืบสานตำนานปราสาทช่างปี่ และมีช่วงเวลาชมแสงอาทิตย์ลอดช่องซุ้มประตู ส่วนฤดูฝนพื้นที่โดยรอบจะเขียวชอุ่มและบารายมีน้ำมาก ทำให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างปราสาทกับภูมิทัศน์น้ำได้เด่นขึ้น
การเดินทาง จากตัวเมืองสุรินทร์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 226 เส้นสุรินทร์–ศีขรภูมิ มุ่งหน้าไปทางอำเภอศีขรภูมิ เมื่อถึงช่วงกิโลเมตรที่ 19 ให้แยกเข้าสู่ถนนท้องถิ่นไปยังบ้านช่างปี่ ระยะทางรวมจากตัวเมืองสุรินทร์ประมาณ 25 กม. หากเดินทางจากตัวอำเภอศีขรภูมิ ให้ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ตามเส้นทางไปตำบลช่างปี่ ระยะทางประมาณ 12–15 กม. เส้นทางเหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างท้องถิ่น
ผู้ที่ต้องการจัดทริปแบบครึ่งวันสามารถเริ่มจากตัวเมืองสุรินทร์ไปปราสาทบ้านช่างปี่ในช่วงเช้า ใช้เวลาชมประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วต่อไปยังปราสาทศีขรภูมิหรือปราสาทเมืองที หากต้องการเรียนรู้เส้นทางอโรคยศาลอย่างต่อเนื่อง การจัดเส้นทางปราสาทบ้านช่างปี่ร่วมกับปราสาทเมืองทีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์จะช่วยให้เข้าใจโบราณวัตถุและบริบททางประวัติศาสตร์ได้ครบถ้วนขึ้น
ในด้านอาหารและการพักผ่อน นักท่องเที่ยวสามารถแวะร้านอาหารในตัวอำเภอศีขรภูมิ เช่น ภูผาก๋วยเตี๋ยวเรือ ศีขรภูมิ Home Hug Coffee & Steak ตำมั่ว ปตท.ศีขรภูมิ กาละแมศีขรภูมิต้นตำรับ 5 ปราสาท และครีม หมูกระทะ ศีขรภูมิ หากต้องการร้านอาหารและคาเฟ่ให้เลือกมากขึ้น สามารถเดินทางต่อเข้าสู่ตัวเมืองสุรินทร์ ซึ่งมีตัวเลือกโรงแรม ร้านอาหาร และบริการท่องเที่ยวครบกว่า
ด้านที่พัก นักท่องเที่ยวที่ต้องการพักใกล้อำเภอศีขรภูมิสามารถเลือก Jamjuree Resort ซึ่งอยู่ในพื้นที่ศีขรภูมิ ส่วนผู้ที่ต้องการความสะดวกด้านการเดินทางต่อ ร้านอาหาร และบริการในเมือง สามารถพักในตัวเมืองสุรินทร์ เช่น Arena Hotel Surin, Martina Hotel Surin, Thongtarin Hotel Surin หรือ The Wood Surin แล้วเดินทางมาเที่ยวปราสาทบ้านช่างปี่แบบไปเช้าเย็นกลับได้
มารยาทในการเข้าชมปราสาทบ้านช่างปี่เป็นเรื่องสำคัญ ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ไม่ปีนป่ายบนโบราณสถาน ไม่เคลื่อนย้ายหินหรือศิลาแลง ไม่ขีดเขียนบนโครงสร้าง ไม่ทิ้งขยะ และไม่รบกวนพิธีกรรมหรือวิถีชีวิตของชุมชนโดยรอบ ทุกส่วนของปราสาทเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ต้องรักษาไว้ในตำแหน่งเดิม การเที่ยวอย่างเคารพช่วยให้สถานที่แห่งนี้ยังคงเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับคนรุ่นต่อไป
สำหรับชาวต่างชาติ ปราสาทบ้านช่างปี่เป็นสถานที่ที่ช่วยอธิบาย Khmer hospital sanctuary, Mahayana Buddhism, Jayavarman VII, laterite architecture, sacred water landscape และ living Khmer-Thai community ได้อย่างชัดเจน ภาพของปราสาทศิลาแลง กำแพงแก้ว สระน้ำ และบารายของชุมชน ทำให้เข้าใจว่าอารยธรรมขอมในประเทศไทยไม่ได้มีเพียงปราสาทใหญ่เพื่อประกอบพิธีเท่านั้น แต่ยังมีศาสนสถานที่สร้างขึ้นเพื่อการรักษาและความเมตตาต่อผู้คน
เมื่อเปรียบเทียบกับปราสาทขอมแห่งอื่นในสุรินทร์ ปราสาทบ้านช่างปี่มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนในฐานะอโรคยศาล ต่างจากปราสาทศีขรภูมิที่เด่นด้วยปรางค์ 5 องค์และทับหลังศิวนาฏราช ต่างจากปราสาทบ้านพลวงที่เด่นด้านงานสลักหินทรายศิลปะบาปวน และต่างจากปราสาทบ้านไพลที่เป็นศาสนสถานฮินดูไศวนิกาย ปราสาทบ้านช่างปี่จึงเป็นจุดหมายที่ช่วยเติมเต็มความเข้าใจเรื่องเส้นทางขอมในสุรินทร์ได้อย่างสมบูรณ์
ปราสาทบ้านช่างปี่เป็นโบราณสถานที่รวมประวัติศาสตร์ ศาสนา การแพทย์โบราณ น้ำ ชุมชน และประเพณีท้องถิ่นไว้ในพื้นที่เดียว องค์ปราสาทศิลาแลงอาจดูเรียบง่าย แต่เมื่อเข้าใจความหมายของอโรคยศาล ผู้มาเยือนจะเห็นว่าที่นี่คือหลักฐานของระบบความคิดที่ลึกซึ้งในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เป็นสถานที่ที่เล่าเรื่องความเมตตา การเยียวยา และความผูกพันระหว่างโบราณสถานกับชุมชนไทยเขมรในสุรินทร์ได้อย่างงดงาม
| ชื่อสถานที่ | ปราสาทบ้านช่างปี่ / ปราสาทช่างปี่ |
| ที่ตั้ง | หมู่ 1 บ้านช่างปี่ ตำบลช่างปี่ อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ |
| ที่อยู่ | หมู่ 1 บ้านช่างปี่ ตำบลช่างปี่ อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ 32110 |
| พิกัด | ละติจูด 14.929942962415568, ลองจิจูด 103.70285319764356 |
| ไฮไลต์ | อโรคยศาลสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ก่อด้วยศิลาแลงและหินทราย มีปราสาทประธาน บรรณาลัย กำแพงแก้ว ซุ้มประตู และสระน้ำโบราณ |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | พุทธศตวรรษที่ 18 ศิลปะขอมแบบบายน สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาลัทธิมหายานและพระไภสัชยคุรุไวฑูรยประภา |
| ลักษณะเด่น | ผังอโรคยศาลรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ปราสาทประธานหันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีชาลาด้านหน้า บรรณาลัยอยู่มุมตะวันออกเฉียงใต้ กำแพงแก้วล้อมรอบ และสระน้ำอยู่นอกกำแพงด้านตะวันออกเฉียงเหนือ |
| หลักฐานสำคัญ | ประติมากรรมหินทรายรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรสี่กร ประติมากรรมที่สัมพันธ์กับพระไภสัชยคุรุไวฑูรยประภา และบริวารทั้งสอง คือพระโพธิสัตว์สูริยไวโรจนจันทรโรจิ และพระโพธิสัตว์จันทรไวโรจนโรหิณีศะ |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองสุรินทร์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 226 เส้นสุรินทร์–ศีขรภูมิ ถึงช่วงกิโลเมตรที่ 19 แล้วแยกเข้าสู่บ้านช่างปี่ ระยะทางรวมประมาณ 25 กม. จากตัวอำเภอศีขรภูมิไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 12–15 กม. |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชม เป็นโบราณสถานสำคัญของตำบลช่างปี่และเป็นพื้นที่จัดงานประเพณีสืบสานตำนานปราสาทช่างปี่ประจำปี |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 07.00 – 18.00 น. |
| ค่าเข้าชม | ไม่เก็บค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่เดินชมโบราณสถาน ลานรอบปราสาท พื้นที่ถ่ายภาพ พื้นที่ชุมชน วัดบ้านช่างปี่ โรงเรียนบ้านช่างปี่ อ่างเก็บน้ำบ้านช่างปี่ และพื้นที่จอดรถโดยรอบชุมชน |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | ปราสาทประธาน ชาลาด้านหน้า ซุ้มประตูด้านทิศตะวันออก กำแพงแก้ว บรรณาลัย สระน้ำโบราณ อ่างเก็บน้ำบ้านช่างปี่ วัดบ้านช่างปี่ และพื้นที่ชุมชนหัตถศิลป์เครื่องปั้นดินเผา |
| ผู้ดูแลโบราณสถาน | กรมศิลปากร โดยสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลช่างปี่และชุมชนบ้านช่างปี่ |
| เบอร์ติดต่อหลัก | องค์การบริหารส่วนตำบลช่างปี่ โทร. 044-558-765 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ โทร. 044-513-274 สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา โทร. 044-471-518, 044-481-024 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. อ่างเก็บน้ำบ้านช่างปี่ ประมาณ 1 กม. 2. ปราสาทเมืองที ประมาณ 11 กม. 3. ปราสาทศีขรภูมิ ประมาณ 14 กม. 4. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ประมาณ 31 กม. 5. วัดบูรพาราม พระอารามหลวง ประมาณ 29 กม. 6. ศาลหลักเมืองสุรินทร์ ประมาณ 29 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ภูผาก๋วยเตี๋ยวเรือ ศีขรภูมิ ประมาณ 14 กม. โทร. 093-343-3246 2. Home Hug Coffee & Steak ประมาณ 15 กม. โทร. 044-560-189 3. กาละแมศีขรภูมิต้นตำรับ 5 ปราสาท ประมาณ 14 กม. โทร. 044-561-285, 044-065-244 4. ครีม หมูกระทะ ศีขรภูมิ ประมาณ 16 กม. โทร. 092-836-5198 5. KFC ปตท.ศีขรภูมิ ประมาณ 15 กม. โทร. 081-207-4791 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Jamjuree Resort ศีขรภูมิ ประมาณ 15 กม. โทร. 044-560-289, 089-190-5156 2. Arena Hotel Surin ประมาณ 27 กม. โทร. 044-519-555, 063-356-2455 3. Martina Hotel Surin ประมาณ 31 กม. โทร. 044-713-555, 044-713-655 4. Thongtarin Hotel Surin ประมาณ 29 กม. โทร. 044-514-281, 044-514-282, 044-514-283 5. The Wood Surin ประมาณ 29 กม. โทร. 063-023-7999 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ปราสาทบ้านช่างปี่อยู่ที่ไหน?
ตอบ: ปราสาทบ้านช่างปี่ตั้งอยู่ที่หมู่ 1 บ้านช่างปี่ ตำบลช่างปี่ อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์
ถาม: ปราสาทบ้านช่างปี่เปิดให้เข้าชมทุกวันหรือไม่?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 07.00 – 18.00 น.
ถาม: ปราสาทบ้านช่างปี่เสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมโบราณสถานได้โดยไม่ต้องซื้อตั๋ว
ถาม: ปราสาทบ้านช่างปี่มีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: ปราสาทบ้านช่างปี่เป็นอโรคยศาลหรือศาสนสถานพยาบาลในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาลัทธิมหายานและพระไภสัชยคุรุไวฑูรยประภา
ถาม: ปราสาทบ้านช่างปี่มีองค์ประกอบอะไรบ้าง?
ตอบ: มีปราสาทประธาน บรรณาลัย กำแพงแก้ว ซุ้มประตูด้านทิศตะวันออก สระน้ำโบราณ และพื้นที่ชุมชนบ้านช่างปี่โดยรอบ
ถาม: ปราสาทบ้านช่างปี่สร้างขึ้นในสมัยใด?
ตอบ: ปราสาทบ้านช่างปี่สร้างขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรขอม
ถาม: เดินทางจากตัวเมืองสุรินทร์ไปปราสาทบ้านช่างปี่อย่างไร?
ตอบ: ใช้ทางหลวงหมายเลข 226 เส้นสุรินทร์–ศีขรภูมิ ถึงช่วงกิโลเมตรที่ 19 แล้วแยกเข้าสู่บ้านช่างปี่ ระยะทางรวมประมาณ 25 กม.
ถาม: ควรใช้เวลาเที่ยวปราสาทบ้านช่างปี่นานเท่าไร?
ตอบ: ควรใช้เวลาประมาณ 45–90 นาที สำหรับเดินชมผังอโรคยศาล ถ่ายภาพ และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปราสาท สระน้ำ บาราย และชุมชนบ้านช่างปี่
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์
ปรับปรุงล่าสุด : 4 วันที่แล้ว




