หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุรินทร์ >อ.เมืองสุรินทร์ >ต.ท่าสว่าง > หมู่บ้านทอผ้าไหมยกทอง จันทร์โสมา
TL;DR: หมู่บ้านทอผ้าไหมยกทอง จันทร์โสมา อยู่ที่บ้านท่าสว่าง หมู่ที่ 1 ตำบลท่าสว่าง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ 32000 เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.

สุรินทร์

หมู่บ้านทอผ้าไหมยกทอง จันทร์โสมา

หมู่บ้านทอผ้าไหมยกทอง จันทร์โสมา

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
หมู่บ้านทอผ้าไหมยกทอง จันทร์โสมา สุรินทร์ หรือหมู่บ้านทอผ้าไหมยกทองโบราณบ้านท่าสว่าง เป็นแหล่งหัตถกรรมผ้าไหมชั้นสูงที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดสุรินทร์ ตั้งอยู่ที่บ้านท่าสว่าง หมู่ที่ 1 ตำบลท่าสว่าง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ เป็นหมู่บ้านที่ได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางจากความสามารถในการทอผ้าไหมยกทองแบบราชสำนักไทยโบราณ โดยเฉพาะผืนผ้าที่ใช้ระบบตะกอจำนวนมากถึง 1,416 ตะกอ จนกลายเป็นภาพจำสำคัญของหมู่บ้านทอผ้าไทยระดับประเทศ ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงจุดจำหน่ายผ้าไหม แต่เป็นแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญา การออกแบบ การย้อมสีธรรมชาติ การยกดอกด้วยไหมทอง และการทอผ้าแบบประณีตที่ใช้แรงคนหลายคนร่วมกันสร้างผืนผ้าเพียงหนึ่งผืน
 
บ้านท่าสว่างเป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงด้านผ้าไหมมาอย่างยาวนาน ชาวบ้านมีพื้นฐานวิถีชีวิตแบบเกษตรกรรม ทำไร่ ทำนา และทอผ้าเป็นอาชีพเสริมในช่วงว่างจากงานหลัก ต่อมาเมื่อมีการรวมกลุ่มทอผ้าไหมยกทอง “จันทร์โสมา” ภูมิปัญญาทอผ้าของชุมชนได้รับการพัฒนาไปสู่ระดับศิลปหัตถกรรมชั้นสูง โดยยังคงใช้ทักษะพื้นบ้านเป็นฐาน ผสมผสานกับการรื้อฟื้นเทคนิคการทอผ้ายกทองแบบราชสำนักไทยโบราณอย่างละเอียด ทำให้ผ้าไหมบ้านท่าสว่างมีทั้งความงามแบบท้องถิ่น ความประณีตแบบราชสำนัก และคุณค่าทางวัฒนธรรมที่หาได้ยากในงานสิ่งทอร่วมสมัย
 
จุดเริ่มต้นสำคัญของชื่อเสียงบ้านท่าสว่างมาจากการริเริ่มและการรวบรวมช่างทอในชุมชนโดยอาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย ผู้เป็นแกนนำของกลุ่มจันทร์โสมา อาจารย์วีรธรรมเติบโตท่ามกลางครอบครัวและชุมชนช่างทอผ้า จึงซึมซับความรู้เรื่องเส้นไหม สี ลายผ้า กี่ทอผ้า และจังหวะของงานมือมาตั้งแต่วัยเยาว์ เมื่อมีโอกาสศึกษาและทำงานด้านศิลปะไทย จึงนำความรู้ด้านการออกแบบ ลวดลายไทย และงานช่างชั้นสูงมาประสานกับภูมิปัญญาของบ้านท่าสว่าง ทำให้เกิดผ้าไหมยกทองที่มีความซับซ้อน สง่างาม และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
 
ความสำคัญของกลุ่มทอผ้าไหมยกทองจันทร์โสมาอยู่ที่การอนุรักษ์และฟื้นฟูผ้าไหมยกทองชั้นสูงแบบราชสำนักไทยโบราณ ซึ่งเป็นงานสิ่งทอที่ต้องใช้ทั้งความรู้เรื่องโครงสร้างผ้า ลายไทย เส้นไหม สีธรรมชาติ และเทคนิคการยกดอก ผ้าไหมยกทองไม่ใช่ผ้าที่ทอด้วยลายพื้นฐานทั่วไป แต่เป็นผ้าที่ต้องสร้างลวดลายให้ลอยเด่นขึ้นจากพื้นผืนด้วยเส้นพุ่งพิเศษและการควบคุมตะกอจำนวนมาก ยิ่งจำนวนตะกอมาก ลายยิ่งซับซ้อนและต้องใช้การประสานงานระหว่างช่างหลายคนอย่างแม่นยำ
 
คำว่า “หนึ่งพันสี่ร้อยสิบหกตะกอ” กลายเป็นสัญลักษณ์ของความสามารถทางเทคนิคของบ้านท่าสว่าง เพราะการใช้ตะกอจำนวนมากหมายถึงการควบคุมลายที่ละเอียดและซับซ้อนอย่างยิ่ง ตะกอทำหน้าที่ยกเส้นไหมตามจังหวะของลาย เมื่อมีตะกอจำนวนมาก ช่างทอจึงไม่สามารถทำงานคนเดียวได้อย่างการทอผ้าพื้นฐาน แต่ต้องมีทีมช่วยยกตะกอ สอดไม้ ควบคุมลำดับ และทอผ้าไปพร้อมกัน ผืนผ้าหนึ่งผืนจึงเป็นผลงานร่วมของกลุ่มคนที่ต้องรู้จังหวะเดียวกัน ทำงานด้วยความอดทน และเข้าใจโครงสร้างลายตั้งแต่ต้นจนจบ
 
ลักษณะพิเศษของผ้าไหมยกทองจันทร์โสมาเริ่มจากการเลือกเส้นไหมน้อยซึ่งมีขนาดเล็ก บางเบา และให้ผิวสัมผัสนุ่มละเอียด เส้นไหมต้องผ่านกระบวนการฟอก ต้ม เตรียมเส้น และย้อมสีอย่างพิถีพิถัน ก่อนนำเข้าสู่การออกแบบและการทอ การใช้ไหมน้อยช่วยให้เนื้อผ้าละเอียด ไม่หนาหนักเกินไป และเหมาะกับการสร้างลวดลายที่ซับซ้อน เมื่อสอดแทรกด้วยไหมทอง ผืนผ้าจึงมีประกายงดงาม แต่ยังคงความนุ่มนวลและความสง่างามแบบผ้าไหมไทยชั้นสูง
 
การย้อมสีธรรมชาติเป็นอีกหัวใจของผ้าไหมบ้านท่าสว่าง แม่สีหลักที่ใช้ ได้แก่ สีแดงจากครั่ง สีเหลืองจากแก่นแกแล และสีครามจากเมล็ดคราม สีเหล่านี้ให้ความรู้สึกลุ่มลึก สุภาพ และมีมิติ ต่างจากสีสังเคราะห์ที่ให้ความสดจัดในทันที สีธรรมชาติต้องอาศัยความชำนาญในการควบคุมความเข้ม เวลาในการย้อม อุณหภูมิ และการล้างเส้นไหม เพื่อให้ได้สีที่ติดเส้นไหมดีและคงความงามบนผืนผ้า สีแดงจากครั่งให้ความอบอุ่น สีเหลืองจากแก่นแกแลให้ความสว่างนุ่มนวล ส่วนสีครามให้ความลึก สงบ และสง่างาม
 
ไหมทองที่ใช้ในผ้ายกทองจันทร์โสมาเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ผืนผ้ามีคุณค่าเฉพาะตัว ไหมทองเกิดจากการนำเงินแท้มาผ่านกรรมวิธีรีดเป็นเส้นเล็ก แล้วปั่นควบกับเส้นด้ายเพื่อใช้เป็นเส้นพุ่งพิเศษในการยกดอก การใช้โลหะมีค่าร่วมกับเส้นไหมทำให้ผืนผ้ามีประกายอันละเอียด ไม่ฉูดฉาด แต่สง่างามเมื่อกระทบแสง งานลักษณะนี้ต้องอาศัยทั้งความเข้าใจเรื่องวัสดุและความระมัดระวังสูง เพราะเส้นไหมทองมีต้นทุนสูงและต้องจัดการอย่างประณีตตลอดกระบวนการทอ
 
กี่ทอผ้าที่ใช้ทอผ้าไหมยกทองของจันทร์โสมาเป็นกี่พิเศษที่แตกต่างจากกี่พื้นบ้านทั่วไป เนื่องจากจำนวนตะกอมีมากและต้องห้อยลงมาจากตัวกี่เป็นระยะยาว พื้นที่ใต้กี่จึงต้องถูกปรับให้รองรับความยาวของตะกอ บางช่วงต้องขุดพื้นดินให้เป็นหลุมลึกลงไปประมาณ 2 – 3 เมตร เพื่อให้ตะกอห้อยเป็นระเบียบและให้ผู้ช่วยสามารถลงไปสอดตะกอไม้ได้อย่างถูกจังหวะ ภาพของกี่ทอผ้าขนาดใหญ่ที่มีคนทำงานหลายคนพร้อมกันจึงเป็นเอกลักษณ์สำคัญของบ้านท่าสว่างที่นักท่องเที่ยวและผู้สนใจผ้าไทยควรได้เห็นด้วยตนเอง
 
การทอผ้าหนึ่งผืนต้องใช้ทีมงานประมาณ 4 – 5 คน ประกอบด้วยคนช่วยยกตะกอ 2 – 3 คน คนสอดไม้ 1 คน และคนทออีก 1 คน ทุกคนต้องทำงานสัมพันธ์กันอย่างแน่นอน หากคนหนึ่งผิดจังหวะ ลายผ้าอาจคลาดเคลื่อนและต้องแก้ไขอย่างยากลำบาก ความซับซ้อนเช่นนี้ทำให้ผ้าไหมยกทองจันทร์โสมาเป็นงานที่ไม่สามารถเร่งผลิตได้ ผลงานที่ได้ในแต่ละวันมีความยาวเพียงไม่กี่เซนติเมตรเท่านั้น แต่ทุกเซนติเมตรคือผลลัพธ์ของความชำนาญ สมาธิ และการทำงานร่วมกันอย่างมีวินัย
 
ความละเอียดของงานทำให้ผ้าไหมยกทองจันทร์โสมาแตกต่างจากผ้าไหมทั่วไปอย่างชัดเจน ผ้าหนึ่งผืนไม่ได้เกิดจากการสอดเส้นไหมซ้ำ ๆ ตามลายง่าย ๆ แต่เกิดจากการออกแบบที่วางแผนล่วงหน้า การกำหนดสี การเตรียมเส้นไหม การคำนวณตะกอ การคุมลำดับลาย และการใช้เวลาอย่างยาวนานในการทอ เสน่ห์ของผืนผ้าจึงอยู่ทั้งในลวดลายที่เห็นด้วยตาและความรู้เบื้องหลังที่ซ่อนอยู่ในโครงสร้างผืนผ้า เมื่อมองใกล้จะเห็นความแน่นของเส้นไหม ความเรียบร้อยของลาย และประกายละเอียดของไหมทองที่แทรกอย่างพอดี
 
ผลงานสำคัญที่ทำให้บ้านท่าสว่างเป็นที่รู้จักในระดับประเทศและนานาชาติคือการได้รับคัดเลือกจากรัฐบาลให้ทอผ้าสำหรับตัดเสื้อผู้นำและผ้าคลุมไหล่สำหรับคู่สมรสผู้นำ 21 เขตเศรษฐกิจที่เข้าร่วมการประชุมผู้นำเอเปกเมื่อปลายปี พ.ศ. 2546 ภารกิจนี้ทำให้ผ้าไหมบ้านท่าสว่างถูกเรียกขานในวงกว้างว่า “ผ้าไหมเอเปก” และทำให้หมู่บ้านกลายเป็นที่รู้จักในชื่อ “หมู่บ้านทอผ้าเอเปก” ชื่อเสียงดังกล่าวสะท้อนคุณภาพ ความประณีต และความเชื่อมั่นที่รัฐมอบให้กับงานฝีมือของชุมชน
 
การทอผ้าสำหรับผู้นำเอเปกเป็นมากกว่าการผลิตสิ่งทอสำหรับงานพิธี แต่เป็นการนำภูมิปัญญาชุมชนขึ้นสู่เวทีนานาชาติ ผืนผ้าที่ออกจากบ้านท่าสว่างกลายเป็นตัวแทนของศิลปหัตถกรรมไทย ความงามของสุรินทร์ และความสามารถของช่างทอไทยที่สืบทอดทักษะระดับสูงจากอดีตสู่ปัจจุบัน เหตุการณ์นี้ทำให้คนทั่วไปเริ่มมองผ้าไหมสุรินทร์ในฐานะงานศิลปะที่มีมาตรฐานระดับโลก ไม่ใช่เพียงสินค้าพื้นเมืองหรือของฝากทั่วไป
 
หมู่บ้านทอผ้าไหมยกทองจันทร์โสมายังได้รับการยอมรับในฐานะสินค้า OTOP ระดับ 5 ดาว และเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงหัตถกรรมที่เชื่อมโยงการผลิตจริงกับการเรียนรู้ นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมเรือนไทย โรงทอผ้า พื้นที่จัดแสดงผ้าไหม พิพิธภัณฑ์หรือของสะสมที่เกี่ยวข้องกับงานทอ และจุดจำหน่ายผ้าไหมจากชุมชน การเข้าชมจึงไม่ใช่เพียงการเดินดูสินค้า แต่เป็นการเข้าสู่พื้นที่ที่เล่าเรื่องผ้าไทยผ่านกี่ เส้นไหม สี ลาย และคนทอ
 
ภายในบ้านท่าสว่างมีพื้นที่สำคัญหลายส่วน โดยเฉพาะบ้านจันทร์โสมา ซึ่งเป็นจุดที่ผู้มาเยือนจะได้เห็นเทคนิคการทอผ้าไหมยกทองบนเรือนไทย ได้ชมบรรยากาศของโรงทอที่ยังคงใช้กี่และอุปกรณ์ซับซ้อนสำหรับการยกดอก นอกจากนี้ยังมีพื้นที่จัดแสดงผ้าไหมโบราณและผ้าไหมร่วมสมัย รวมถึงกลุ่มทอผ้าอื่น ๆ ในชุมชน เช่น กลุ่มศาลาไทยทอผ้าบ้านท่าสว่าง และกลุ่มอาชีพสตรีผ้าไหมบ้านท่าสว่าง ทำให้หมู่บ้านนี้มีทั้งงานทอระดับสูงและงานผ้าไหมพื้นบ้านให้เรียนรู้ในเส้นทางเดียวกัน
 
ความน่าสนใจของการมาเยือนบ้านท่าสว่างคือผู้มาเยือนได้เห็นความแตกต่างระหว่างผ้าไหมหลายระดับ ผ้าไหมยกทองจันทร์โสมาเป็นงานชั้นสูงที่ใช้เทคนิคซับซ้อนและมีราคาสูงตามเวลาการผลิต ส่วนผ้าไหมพื้นบ้านในกลุ่มอื่น ๆ อาจเป็นผ้าไหมลายขัด ผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าถุง ผ้าตัดชุด หรือผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผ้าไหมที่เหมาะสำหรับซื้อเป็นของฝาก การมีผลิตภัณฑ์หลายระดับทำให้บ้านท่าสว่างเข้าถึงได้ทั้งนักสะสม นักออกแบบ นักท่องเที่ยวทั่วไป และผู้ที่ต้องการเรียนรู้ภูมิปัญญาผ้าไทยอย่างจริงจัง
 
ลวดลายของผ้าไหมยกทองจันทร์โสมาได้รับการออกแบบให้ผสมผสานระหว่างลวดลายราชสำนักกับเทคนิคพื้นบ้าน ลายจำนวนมากให้ความรู้สึกศักดิ์สิทธิ์ สง่างาม และมีระเบียบแบบแผน เส้นสายของลายไทยถูกนำมาจัดวางบนผืนผ้าอย่างประณีต เพื่อให้เกิดสมดุลระหว่างความอ่อนช้อยและความหนักแน่น ผ้าที่ได้จึงเหมาะกับงานพิธี งานสำคัญ การแต่งกายระดับทางการ และการสะสมในฐานะงานศิลปหัตถกรรมไทยชั้นสูง
 
ในเชิงวัฒนธรรม ผ้าไหมยกทองบ้านท่าสว่างสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิงในชุมชน ครอบครัว และงานทอผ้าอย่างชัดเจน การทอผ้าเป็นทักษะที่ต้องใช้เวลาเรียนรู้ยาวนาน หลายคนเริ่มจากการช่วยผู้ใหญ่ในบ้าน เตรียมเส้นไหม ม้วนไหม จัดกี่ หรือดูจังหวะการทอ ก่อนค่อย ๆ พัฒนาเป็นช่างทอที่สามารถรับผิดชอบงานซับซ้อนได้ การถ่ายทอดเช่นนี้ทำให้งานหัตถกรรมไม่ได้อยู่ในตำรา แต่ดำรงอยู่ในบ้าน ในครอบครัว และในความทรงจำของชุมชน
 
บ้านท่าสว่างยังสะท้อนเศรษฐกิจชุมชนที่เติบโตจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ชาวบ้านจำนวนมากมีอาชีพหลักเกี่ยวข้องกับการเกษตร แต่การทอผ้าไหมทำให้เกิดรายได้เสริมและสร้างชื่อเสียงให้หมู่บ้าน รายได้จากการทอผ้า การจำหน่ายผ้าไหม การต้อนรับนักท่องเที่ยว และการศึกษาดูงานช่วยให้เงินหมุนเวียนภายในชุมชนมากขึ้น งานผ้าไหมจึงทำหน้าที่ทั้งรักษามรดกวัฒนธรรมและสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้ครอบครัวช่างทอ
 
การเข้าชมหมู่บ้านเหมาะสำหรับผู้สนใจผ้าไทย งานศิลปหัตถกรรม การออกแบบสิ่งทอ ภูมิปัญญาชุมชน และประวัติศาสตร์วัฒนธรรมสุรินทร์ ผู้มาเยือนสามารถใช้เวลาประมาณ 1 – 2 ชั่วโมงสำหรับการชมโรงทอและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ หากต้องการเรียนรู้เชิงลึกหรือมาเป็นหมู่คณะ ควรเผื่อเวลา 2 – 3 ชั่วโมง เพื่อชมกี่ทอผ้า ฟังคำอธิบายขั้นตอน ดูผืนผ้าในรายละเอียด และพูดคุยกับผู้ดูแลหรือช่างทออย่างเต็มที่
 
การเข้าชมโดยทั่วไปไม่เสียค่าใช้จ่าย ผู้มาเยือนสามารถเดินชม เลือกซื้อผ้าไหม และเรียนรู้บรรยากาศชุมชนได้ตามเวลาทำการ ค่าใช้จ่ายหลักเกิดจากการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์หรือการจัดกิจกรรมกลุ่มที่มีการประสานล่วงหน้า ราคาผ้าไหมขึ้นอยู่กับชนิดผ้า ความละเอียดของเส้นไหม เทคนิคการทอ ปริมาณไหมทอง ความซับซ้อนของลาย ขนาดผืน และเวลาที่ใช้ในการผลิต ผ้าไหมยกทองชั้นสูงจึงมีมูลค่าสูงตามระดับฝีมือและความหายากของกระบวนการ
 
ผู้ที่เลือกซื้อผ้าไหมควรพิจารณาเนื้อผ้า ลาย สี ความเรียบร้อยของริมผ้า ความสมดุลของลวดลาย และความเหมาะสมกับการใช้งาน หากต้องการผ้าสำหรับตัดชุดพิธีควรเลือกผืนที่มีความยาวเหมาะสมและมีสีสอดคล้องกับโอกาส หากต้องการของฝากอาจเลือกผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ หรือผลิตภัณฑ์แปรรูปที่ใช้งานง่าย หากต้องการสะสมควรเลือกผืนที่มีลายละเอียด เทคนิคพิเศษ และมีเรื่องราวชัดเจนจากชุมชน
 
วิธีดูแลผ้าไหมยกทองต้องทำอย่างประณีต ควรหลีกเลี่ยงการซักด้วยเครื่อง ซักด้วยมืออย่างเบา ใช้น้ำยาซักผ้าชนิดอ่อน ไม่ขยี้แรง ไม่แช่น้ำนาน ไม่ใช้สารฟอกขาว และไม่ตากแดดจัดโดยตรง หากเป็นผืนที่มีไหมทองหรือใช้ในงานพิธี ควรเก็บในที่แห้ง อากาศถ่ายเทดี หลีกเลี่ยงความชื้น และใช้ผ้าฝ้ายสะอาดห่อก่อนจัดเก็บ การดูแลที่เหมาะสมทำให้ผ้าไหมคงความงามและสามารถส่งต่อเป็นมรดกของครอบครัวได้
 
สิ่งที่ผู้มาเยือนควรปฏิบัติเมื่อเข้าหมู่บ้านคือการเคารพสถานที่และช่างทอ ขออนุญาตก่อนถ่ายภาพบุคคลหรือถ่ายภาพใกล้กี่ ไม่แตะต้องเส้นไหม ตะกอ ไม้ทอ หรือผืนผ้าที่กำลังทอโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่เดินเข้าเขตบ้านเรือนส่วนตัว และพูดคุยด้วยน้ำเสียงสุภาพ การชมงานผ้าไหมระดับสูงควรให้ความสำคัญกับความเงียบ ความระมัดระวัง และการไม่รบกวนสมาธิของช่างทอ เพราะความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจกระทบต่อผืนผ้าที่ใช้เวลาทอนานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน
 
การเดินทาง ไปหมู่บ้านทอผ้าไหมยกทองจันทร์โสมาสะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถตู้แบบหมู่คณะ จากตัวเมืองสุรินทร์ใช้ทางหลวงชนบท สร.4026 หรือเส้นทางเกาะลอย – เมืองลิง มุ่งหน้าไปบ้านท่าสว่าง ระยะทางประมาณ 10 กม. ถนนเป็นลาดยางตลอดเส้นทาง ใช้เวลาเดินทางไม่นานจากตัวเมือง เหมาะสำหรับจัดเป็นทริปครึ่งวันร่วมกับสถานที่สำคัญในตัวเมืองสุรินทร์ หรือจัดเป็นเส้นทางหัตถกรรมร่วมกับหมู่บ้านจักสานบ้านบุทมและหมู่บ้านทอผ้าไหมอื่น ๆ ของจังหวัด
 
ผู้ที่ใช้ระบบนำทางควรปักหมุดชื่อ “หมู่บ้านทอผ้าไหมยกทองโบราณบ้านท่าสว่าง”, “บ้านจันทร์โสมา” หรือ “กลุ่มทอผ้าไหมยกทองจันทร์โสมา บ้านท่าสว่าง” เพื่อให้เข้าสู่พื้นที่ถูกต้อง เนื่องจากสุรินทร์มีหมู่บ้านทอผ้าไหมหลายแห่ง การระบุคำว่าท่าสว่าง ตำบลท่าสว่าง และอำเภอเมืองสุรินทร์จะช่วยลดความสับสน หากเดินทางเป็นหมู่คณะหรือเข้าศึกษาดูงาน ควรติดต่อประสานกลุ่มล่วงหน้าเพื่อให้มีผู้ต้อนรับและอธิบายกระบวนการได้ครบถ้วน
 
เส้นทางท่องเที่ยวที่เหมาะสมสามารถเริ่มจากบ้านท่าสว่างในช่วงเช้า ชมการทอผ้าไหมยกทอง เลือกซื้อผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากชุมชน จากนั้นกลับเข้าสู่ตัวเมืองสุรินทร์เพื่อสักการะศาลหลักเมืองสุรินทร์ วัดบูรพาราม หรืออนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง ต่อด้วยอาหารกลางวันในตัวเมือง และปิดท้ายด้วยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์หรือหมู่บ้านจักสานบ้านบุทมในช่วงบ่าย เส้นทางนี้ทำให้เห็นสุรินทร์ครบทั้งมิติผ้าไหม ศรัทธา ประวัติศาสตร์ และงานช่างชุมชน
 
ร้านอาหารใกล้บ้านท่าสว่างมีทั้งร้านท้องถิ่นบนเส้นทางชุมชนและร้านในตัวเมืองสุรินทร์ หากต้องการความสะดวกและตัวเลือกหลากหลาย สามารถกลับเข้าตัวเมืองซึ่งอยู่ห่างไม่ไกล มีทั้งร้านอาหารอีสาน ร้านอาหารไทย ร้านอาหารเวียดนาม คาเฟ่ ร้านอาหารในโรงแรม และร้านอาหารสำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยว ผู้ที่เดินทางเป็นหมู่คณะควรวางแผนมื้ออาหารล่วงหน้า โดยเฉพาะหากต้องการร้านที่มีที่นั่งรองรับหลายคน
 
ที่พักสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวบ้านท่าสว่างเหมาะที่สุดในตัวเมืองสุรินทร์ เพราะอยู่ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 10 – 12 กม. เท่านั้น การพักในเมืองช่วยให้เดินทางสะดวกทั้งไปบ้านท่าสว่าง ร้านอาหาร ศาลหลักเมือง วัดบูรพาราม สถานีรถไฟ ตลาด และสถานที่ท่องเที่ยวรอบจังหวัด โรงแรมในตัวเมืองมีหลายระดับ ตั้งแต่โรงแรมราคาประหยัด โรงแรมบูติก ไปจนถึงโรงแรมขนาดใหญ่ ผู้เดินทางโดยรถไฟหรือรถโดยสารสามารถพักในเมืองแล้วเช่ารถหรือใช้บริการรถรับจ้างไปบ้านท่าสว่างได้สะดวก
 
สำหรับชาวต่างชาติ หมู่บ้านทอผ้าไหมยกทองจันทร์โสมาเป็นสถานที่ที่ช่วยอธิบายความลึกของงานสิ่งทอไทยได้อย่างดีมาก ผู้มาเยือนจะเห็นว่าผ้าไหมไทยไม่ได้เป็นเพียงสินค้าสวยงามในร้านค้า แต่เป็นระบบความรู้ที่ประกอบด้วยการคัดไหม การย้อมสีธรรมชาติ การออกแบบลาย การคำนวณโครงสร้างตะกอ การทำงานเป็นทีม และการสืบทอดทักษะจากช่างรุ่นหนึ่งสู่ช่างอีกรุ่นหนึ่ง ผืนผ้าไหมยกทองหนึ่งผืนจึงเป็นทั้งงานศิลปะ วัตถุวัฒนธรรม และหลักฐานของความอดทนในระดับสูง
 
นักท่องเที่ยวต่างชาติควรใช้เวลาชมอย่างตั้งใจ ไม่ควรมองผ้าไหมยกทองเป็นเพียงของฝากราคาแพง แต่ควรมองเป็นงานศิลปหัตถกรรมที่มีโครงสร้างซับซ้อนเทียบได้กับงานศิลป์ชั้นสูง การได้เห็นกี่ทอผ้าและจำนวนคนที่ช่วยกันทอจะทำให้เข้าใจทันทีว่าทำไมผ้าไหมยกทองจันทร์โสมาจึงมีมูลค่าสูงและเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ การมาเยือนบ้านท่าสว่างจึงเหมาะกับนักออกแบบ นักเรียน นักศึกษา ผู้สนใจผ้าไทย นักสะสม และผู้ที่ต้องการเข้าใจประเทศไทยผ่านมิติของงานมืออย่างแท้จริง
 
เมื่อมองในภาพรวม หมู่บ้านทอผ้าไหมยกทองจันทร์โสมาเป็นมากกว่าแหล่งท่องเที่ยวชุมชน เพราะเป็นพื้นที่ที่รักษาภูมิปัญญาผ้ายกทองแบบราชสำนักโบราณให้ยังมีชีวิตอยู่ในหมู่บ้านจริง เป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านใช้ความรู้ ความอดทน และความร่วมมือสร้างผืนผ้าที่มีคุณค่า เป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบัน เชื่อมลายไทยกับเทคนิคพื้นบ้าน และเชื่อมชุมชนเล็ก ๆ ของสุรินทร์เข้ากับเวทีระดับโลกผ่านผลงานผ้าไหม
 
โดยสรุป หมู่บ้านทอผ้าไหมยกทอง จันทร์โสมา สุรินทร์ หรือบ้านท่าสว่าง เป็นแหล่งหัตถกรรมผ้าไหมชั้นสูงที่สำคัญของประเทศไทย ตั้งอยู่ที่บ้านท่าสว่าง ตำบลท่าสว่าง อำเภอเมืองสุรินทร์ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 10 กม. เปิดให้เข้าชมทุกวันโดยไม่เสียค่าเข้าชม จุดเด่นอยู่ที่การทอผ้าไหมยกทองแบบราชสำนักไทยโบราณ การใช้ไหมน้อย สีธรรมชาติ ไหมทอง ตะกอจำนวนมาก และทีมช่างทอหลายคนร่วมกันสร้างผืนผ้าอย่างประณีต เป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงจากผ้าไหมเอเปกปี พ.ศ. 2546 และเป็นจุดหมายสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้ผ้าไหมสุรินทร์ในระดับลึก ทั้งด้านประวัติ เทคนิค ความงาม และคุณค่าทางวัฒนธรรม
 
ชื่อสถานที่หมู่บ้านทอผ้าไหมยกทอง จันทร์โสมา สุรินทร์ / หมู่บ้านทอผ้าไหมยกทองโบราณบ้านท่าสว่าง / บ้านจันทร์โสมา
ที่ตั้งบ้านท่าสว่าง หมู่ที่ 1 ตำบลท่าสว่าง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ 32000
ที่อยู่กลุ่มทอผ้าไหมยกทองจันทร์โสมา บ้านท่าสว่าง หมู่ที่ 1 ตำบลท่าสว่าง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ 32000
ไฮไลต์ผ้าไหมยกทองแบบราชสำนักไทยโบราณ, ผ้าไหม 1,416 ตะกอ, ผ้าไหมเอเปกปี พ.ศ. 2546, กลุ่มทอผ้าไหมยกทองจันทร์โสมา, อาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย, กี่ทอผ้าขนาดใหญ่, การย้อมสีธรรมชาติ, ไหมทองจากเงินแท้ และหมู่บ้าน OTOP ด้านผ้าไหม
ประวัติ / สมัย / ยุคบ้านท่าสว่างเป็นชุมชนเกษตรกรรมที่มีภูมิปัญญาทอผ้าไหมพื้นบ้าน ต่อมาอาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทยรวบรวมชาวบ้านและฟื้นฟูการทอผ้าไหมยกทองแบบราชสำนักไทยโบราณจนเกิดกลุ่มจันทร์โสมา ผลงานสำคัญคือการทอผ้าสำหรับผู้นำและคู่สมรสผู้นำ 21 เขตเศรษฐกิจในการประชุมเอเปกปี พ.ศ. 2546
ที่มาของชื่อชื่อจันทร์โสมาเป็นชื่อกลุ่มทอผ้าไหมยกทองที่อนุรักษ์และฟื้นฟูผ้าไหมยกทองชั้นสูง ส่วนบ้านท่าสว่างเป็นชื่อหมู่บ้านที่เป็นฐานของกลุ่มช่างทอและแหล่งเรียนรู้ผ้าไหมยกทอง
ลักษณะเด่นใช้ไหมน้อยขนาดเล็กและบางเบา ย้อมสีธรรมชาติจากครั่ง แก่นแกแล และคราม สอดแทรกไหมทองที่ทำจากเงินแท้รีดเป็นเส้นเล็กแล้วปั่นควบกับเส้นด้าย ใช้ระบบตะกอจำนวนมากและทีมช่าง 4 – 5 คนต่อผืน
การเดินทางจากตัวเมืองสุรินทร์ใช้ทางหลวงชนบท สร.4026 หรือเส้นทางเกาะลอย – เมืองลิง ไปบ้านท่าสว่าง ระยะทางประมาณ 10 กม. ถนนลาดยางตลอด เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถตู้แบบหมู่คณะ
สถานะปัจจุบันเปิดให้เข้าชม เรียนรู้งานทอผ้าไหมยกทอง เลือกซื้อผ้าไหม และศึกษาภูมิปัญญาชุมชนตามปกติ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงหัตถกรรมสำคัญของจังหวัดสุรินทร์
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าชมไม่มีค่าเข้าชมสำหรับการเยี่ยมชมทั่วไป ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ผ้าไหมหรือกิจกรรมกลุ่มที่ประสานไว้ล่วงหน้า
สิ่งอำนวยความสะดวกโรงทอผ้าไหมยกทอง เรือนไทย พื้นที่จัดแสดงผ้าไหม พื้นที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ จุดชมกี่ทอผ้า พื้นที่สาธิตเมื่อมีการประสานงาน ลานจอดรถตามสภาพชุมชน ห้องน้ำ และบริการพื้นฐานในหมู่บ้าน
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ1. บ้านจันทร์โสมาและเรือนไทยของกลุ่มทอผ้าไหมยกทอง
2. โรงทอผ้าไหมยกทองแบบราชสำนักไทยโบราณ
3. กี่ทอผ้า 1,416 ตะกอและพื้นที่หลุมตะกอใต้กี่
4. พื้นที่เตรียมเส้นไหม ฟอก ต้ม และย้อมสีธรรมชาติ
5. พื้นที่เรียนรู้ไหมทองและการยกดอก
6. พื้นที่จัดแสดงผ้าไหมโบราณและของสะสม
7. พื้นที่จำหน่ายผ้าไหมจันทร์โสมาและผลิตภัณฑ์ผ้าไหม
8. กลุ่มศาลาไทยทอผ้าบ้านท่าสว่าง
9. กลุ่มอาชีพสตรีผ้าไหมบ้านท่าสว่างและตลาดชุมชน
10. เส้นทางชุมชนบ้านท่าสว่างและพื้นที่โฮมสเตย์ชุมชน
ผลิตภัณฑ์สำคัญผ้าไหมยกทอง ผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าไหมยกดอก ผ้าคลุมไหล่ ผ้าพันคอ ผ้าตัดชุด ผ้าถุง ผ้าซิ่น ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผ้าไหม และผ้าไหมสำหรับสะสมหรืองานพิธี
วิธีดูแลผ้าไหมซักด้วยมืออย่างเบา ใช้น้ำยาซักผ้าชนิดอ่อน ไม่ขยี้แรง ไม่แช่น้ำนาน ไม่ใช้สารฟอกขาว ตากในที่ร่มมีลมผ่าน เก็บในที่แห้ง และรีดด้วยไฟอ่อนหรือรีดผ่านผ้ารอง
ประเพณี / วิถีชุมชนที่เกี่ยวข้องวิถีทำนาและทอผ้ายามว่าง การถ่ายทอดงานทอในครอบครัว การย้อมสีธรรมชาติ การทอผ้าไหมยกทองในงานพิธี การใช้ผ้าไหมในงานมงคล งานบุญ และการต้อนรับนักท่องเที่ยวเชิงหัตถกรรม
ผู้ดูแล / กลุ่มชุมชนกลุ่มทอผ้าไหมยกทองจันทร์โสมา บ้านท่าสว่าง โดยมีอาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทยเป็นแกนนำสำคัญในการอนุรักษ์และฟื้นฟูผ้าไหมยกทองแบบราชสำนักไทยโบราณ
เบอร์ติดต่อกลุ่ม / ข้อมูลชุมชนกลุ่มทอผ้าไหมยกทองจันทร์โสมา โทร. 087-509-9507
เบอร์ติดต่อข้อมูลท่องเที่ยวการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุรินทร์ โทร. 044-514-447, 044-514-448
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. หมู่บ้านหัตถกรรมเครื่องเงินเขวาสินรินทร์ ประมาณ 8 กม.
2. ศาลหลักเมืองสุรินทร์ ประมาณ 10 กม.
3. วัดบูรพาราม พระอารามหลวง ประมาณ 10 กม.
4. อนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง ประมาณ 11 กม.
5. สถานีรถไฟสุรินทร์และย่านตลาดเมืองสุรินทร์ ประมาณ 11 กม.
6. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ประมาณ 15 กม. โทร. 044-513-272, 044-513-274
7. หมู่บ้านจักสานบ้านบุทม ตำบลเมืองที ประมาณ 18 กม.
8. อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง ประมาณ 18 กม.
9. ปราสาทศีขรภูมิ อำเภอศีขรภูมิ ประมาณ 40 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. Five Star ปั๊ม ปตท. ท่าสว่าง ประมาณ 3 กม. โทร. 082-998-3765
2. กุ๊กท่าสว่าง เลียบคลองวีรวัฒน์ ประมาณ 6 กม. โทร. 098-416-7319
3. Starbeam Restaurant อำเภอเมืองสุรินทร์ ประมาณ 10 กม. โทร. 044-519-629, 086-877-4447
4. สวัสดีสุรินทร์ ถนนศิริรัฐ ประมาณ 10 กม. โทร. 085-637-7707
5. โกนขแมร์ แหนมเนือง สุรินทร์ ประมาณ 10 กม. โทร. 083-385-5599, 086-497-7958
6. Big Bite Restaurant โรงแรมทองธารินทร์ ประมาณ 11 กม. โทร. 088-103-2383
ที่พักใกล้เคียง1. HOP INN Surin ประมาณ 10 กม. โทร. 065-518-9784
2. The Lion Residence Surin ประมาณ 10 กม. โทร. 044-062-502
3. Maneerote Hotel Surin ประมาณ 10 กม. โทร. 044-514-569
4. The Wood Surin ประมาณ 11 กม. โทร. 063-023-7999
5. Thong Tarin Hotel ประมาณ 11 กม. โทร. 044-514-281, 085-300-8858
6. Sorin Boutique Hotel ประมาณ 11 กม. โทร. 044-060-188
7. Slive Hotel Surin ประมาณ 12 กม. โทร. 044-060-322, 044-060-323
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: หมู่บ้านทอผ้าไหมยกทอง จันทร์โสมา สุรินทร์อยู่ที่ไหน?
ตอบ: หมู่บ้านทอผ้าไหมยกทอง จันทร์โสมาตั้งอยู่ที่บ้านท่าสว่าง หมู่ที่ 1 ตำบลท่าสว่าง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 10 กม. ใช้เส้นทางทางหลวงชนบท สร.4026 หรือเส้นทางเกาะลอย – เมืองลิง
 
ถาม: หมู่บ้านทอผ้าไหมยกทอง จันทร์โสมาเปิดให้เข้าชมวันเวลาใด?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
 
ถาม: หมู่บ้านทอผ้าไหมยกทอง จันทร์โสมามีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่มีค่าเข้าชมสำหรับการเยี่ยมชมทั่วไป ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ผ้าไหมหรือกิจกรรมกลุ่มที่ประสานไว้ล่วงหน้า
 
ถาม: จุดเด่นของผ้าไหมยกทองจันทร์โสมาคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือการทอผ้าไหมยกทองแบบราชสำนักไทยโบราณ ใช้ไหมน้อย สีธรรมชาติ ไหมทองจากเงินแท้ และระบบตะกอจำนวนมาก โดยผืนสำคัญของบ้านท่าสว่างได้รับการกล่าวถึงในฐานะผ้าไหม 1,416 ตะกอ
 
ถาม: ใครเป็นแกนนำสำคัญของกลุ่มทอผ้าไหมยกทองจันทร์โสมา?
ตอบ: อาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทยเป็นแกนนำสำคัญของกลุ่มทอผ้าไหมยกทองจันทร์โสมา ผู้รวบรวมชาวบ้านท่าสว่างและฟื้นฟูการทอผ้ายกทองชั้นสูงแบบราชสำนักไทยโบราณ
 
ถาม: ทำไมบ้านท่าสว่างจึงถูกเรียกว่าหมู่บ้านทอผ้าเอเปก?
ตอบ: เพราะกลุ่มทอผ้าไหมยกทองจันทร์โสมาได้รับคัดเลือกให้ทอผ้าสำหรับตัดเสื้อผู้นำและผ้าคลุมไหล่สำหรับคู่สมรสผู้นำ 21 เขตเศรษฐกิจที่เข้าร่วมประชุมเอเปกเมื่อปลายปี พ.ศ. 2546
 
ถาม: ควรเที่ยวหมู่บ้านทอผ้าไหมยกทอง จันทร์โสมาร่วมกับสถานที่ใด?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับหมู่บ้านหัตถกรรมเครื่องเงินเขวาสินรินทร์ ศาลหลักเมืองสุรินทร์ วัดบูรพาราม อนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ หมู่บ้านจักสานบ้านบุทม และปราสาทศีขรภูมิได้
 
ถาม: ควรเตรียมตัวอย่างไรเมื่อไปหมู่บ้านทอผ้าไหมยกทอง จันทร์โสมา?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ ขออนุญาตก่อนถ่ายภาพบุคคลหรือกี่ทอผ้า ไม่แตะต้องเส้นไหม ตะกอ หรือผืนผ้าที่กำลังทอโดยไม่ได้รับอนุญาต และติดต่อกลุ่มล่วงหน้าหากต้องการเข้าศึกษาดูงานเป็นหมู่คณะ

วิถีชีวิตหมวดหมู่: ●วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชนกลุ่ม: ●หมู่บ้าน ชุมชน ●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 3 เดือนที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่หมู่บ้านทอผ้าไหมยกทอง จันทร์โสมา

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(11)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(2)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(5)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(1)
วัด วัด(15)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(1)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(9)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(2)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(2)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(6)
น้ำตก น้ำตก(1)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(2)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(4)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(2)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)