หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุรินทร์ >อ.สังขะ >ต.สังขะ > ปราสาทยายเหงา
TL;DR: ปราสาทยายเหงา อยู่ที่บ้านโพนชาย / พื้นที่ใกล้บ้านสังขะ ตำบลบ้านชบ อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ เปิดทุกวัน เวลา 24 ชั่วโมง. จุดเด่นคือ ปราสาทก่ออิฐตั้งบนฐานศิลาแลง เรียงตัวแนวเหนือ–ใต้ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีประตูทางเข้าด้านหน้าเพียงด้านเดียว ผนังอีก 3.
ปราสาทยายเหงา

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 24 ชั่วโมง
ปราสาทยายเหงา สุรินทร์ เป็นโบราณสถานศิลปะขอมสำคัญของอำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ตั้งอยู่บริเวณบ้านโพนชาย ตำบลบ้านชบ ใกล้เส้นทางทางหลวงหมายเลข 24 ช่วงโชคชัย–เดชอุดม ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 190–191 และอยู่ห่างจากตัวอำเภอสังขะประมาณ 4 กม. ปราสาทแห่งนี้เป็นศาสนสถานฮินดูในวัฒนธรรมเขมรโบราณ สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 17 อยู่ในช่วงศิลปะขอมแบบนครวัด เป็นกลุ่มปราสาทอิฐบนฐานศิลาแลงที่หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ปัจจุบันเปิดให้เข้าชมทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง และไม่เก็บค่าเข้าชม ทำให้เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่เดินทางสะดวกและเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้มรดกขอมทางตอนใต้ของจังหวัดสุรินทร์
เอกลักษณ์ของปราสาทยายเหงาคือกลุ่มปรางค์อิฐที่เดิมออกแบบเป็นปราสาท 3 หลังเรียงตัวในแนวเหนือ–ใต้ แต่ปัจจุบันปรากฏอาคารเด่นชัด 2 หลัง คือปราสาทหลังกลางและปราสาทหลังทิศใต้ ส่วนปราสาทด้านทิศเหนือเหลือเพียงฐานอิฐและศิลาแลง รูปแบบดังกล่าวทำให้ปราสาทยายเหงาเป็นโบราณสถานที่น่าสนใจมาก เพราะผู้มาเยือนสามารถอ่านแผนผังเดิมของศาสนสถานได้จากทั้งสิ่งที่ยังคงอยู่และร่องรอยที่เหลืออยู่ในพื้นที่เดียวกัน การมองเห็นปรางค์ 2 องค์ที่ยังตั้งอยู่คู่กันบนฐานศิลาแลง ให้ภาพชัดเจนของศาสนสถานขอมระดับชุมชนที่มีความสำคัญทั้งด้านศิลปกรรม ความเชื่อ และภูมิทัศน์ท้องถิ่น
ปราสาทหลังกลางและปราสาทหลังทิศใต้ก่อด้วยอิฐ ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีมุขยื่นออกมาด้านหน้าและมีประตูทางเข้าด้านทิศตะวันออกเพียงด้านเดียว ส่วนผนังอีก 3 ด้านก่อทึบและแกะสลักเป็นบานประตูหลอกตามแบบแผนของสถาปัตยกรรมขอม ประตูหลอกเหล่านี้ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นทางเข้า แต่ทำหน้าที่สร้างสมดุลทางรูปทรงและสื่อความหมายเชิงศาสนาเกี่ยวกับทิศทั้ง 4 ปราสาทหลังกลางส่วนยอดพังทลายลงไปเป็นส่วนใหญ่ ส่วนปราสาทหลังทิศใต้ยังคงเหลือส่วนยอดอยู่มากกว่า จึงช่วยให้ผู้มาเยือนเห็นรูปแบบชั้นหลังคาและแนวการซ้อนลดหลั่นของเรือนธาตุได้ชัดเจน
วัสดุหลักของปราสาทยายเหงาคืออิฐและศิลาแลง อิฐใช้ก่อองค์ปรางค์และส่วนเรือนธาตุ ขณะที่ศิลาแลงใช้ในส่วนฐานและโครงสร้างรองรับ การเลือกใช้วัสดุเช่นนี้สะท้อนเทคนิคก่อสร้างของช่างขอมที่รู้จักใช้วัสดุต่างชนิดให้เหมาะกับหน้าที่ของแต่ละส่วน อิฐช่วยให้ขึ้นรูปผนังและชั้นหลังคาได้ละเอียด ส่วนศิลาแลงมีความแข็งแรงและเหมาะกับฐานอาคาร การยืนชมจากด้านหน้าไปยังฐานด้านล่างจึงทำให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างวัสดุก่อสร้าง รูปทรงศาสนสถาน และฝีมือเชิงวิศวกรรมของช่างโบราณอย่างชัดเจน
ลวดลายสำคัญที่ปรากฏบนปราสาทยายเหงาคือกรอบหน้าบันที่แกะสลักเป็นรูปมกรคายนาค 5 เศียร มกรเป็นสัตว์ผสมในคติอินเดียและเขมร มีลักษณะรวมกันระหว่างสัตว์หลายชนิด เช่น สิงห์ ช้าง และปลา สื่อถึงพลังของน้ำ ความอุดมสมบูรณ์ และอำนาจคุ้มครอง ส่วนพญานาค 5 เศียรเป็นสัญลักษณ์ที่พบมากในศิลปะขอม ใช้เชื่อมโยงกับน้ำ พลังใต้พิภพ และความศักดิ์สิทธิ์ของพื้นที่ ภาพมกรคายนาคบนปราสาทยายเหงาจึงเป็นรายละเอียดที่สำคัญมาก เพราะแสดงให้เห็นทั้งความเชื่อทางศาสนาและความละเอียดของงานศิลป์บนวัสดุอิฐ
ในบริเวณปราสาทยังพบชิ้นส่วนสถาปัตยกรรมและชิ้นส่วนประดับที่แกะสลักจากหินทราย เช่น กลีบขนุนยอดปรางค์ เสาประดับกรอบประตู และองค์ประกอบสลักอื่น ๆ ซึ่งจัดแสดงไว้บริเวณด้านหน้าปราสาท ชิ้นส่วนเหล่านี้ช่วยให้เข้าใจว่าปราสาทยายเหงาไม่ได้ใช้เฉพาะอิฐเท่านั้น แต่ยังมีการใช้หินทรายในจุดที่ต้องการงานสลักละเอียดและความแข็งแรงเป็นพิเศษ การผสมผสานวัสดุอิฐ ศิลาแลง และหินทรายเป็นลักษณะเด่นของศาสนสถานขอมในภูมิภาคอีสานใต้ และช่วยยืนยันระดับฝีมือของช่างในพื้นที่นี้
รูปแบบศิลปะของปราสาทยายเหงาจัดอยู่ในกลุ่มศิลปะเขมรแบบนครวัด อายุราวพุทธศตวรรษที่ 17 ช่วงเวลานี้เป็นยุคที่อารยธรรมขอมมีความรุ่งเรืองและแผ่อิทธิพลเข้าสู่พื้นที่อีสานใต้ของไทยอย่างชัดเจน การสร้างศาสนสถานขอมในสุรินทร์จึงไม่ใช่เรื่องแยกขาดจากประวัติศาสตร์ภูมิภาค แต่เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายวัฒนธรรมที่เชื่อมระหว่างเมืองพระนคร เส้นทางคมนาคมโบราณ แหล่งน้ำ ชุมชนเกษตรกรรม และศาสนสถานประจำชุมชน ปราสาทยายเหงาจึงเป็นหลักฐานสำคัญที่ทำให้มองเห็นบทบาทของอำเภอสังขะในฐานะพื้นที่วัฒนธรรมขอมโบราณ
ปราสาทยายเหงาสร้างขึ้นในบริบทศาสนาฮินดู ซึ่งเป็นศาสนาหลักของศาสนสถานขอมหลายแห่งในช่วงก่อนและช่วงนครวัด แม้ปัจจุบันไม่ปรากฏรูปเคารพหลักในตำแหน่งเดิมอย่างครบถ้วน แต่แผนผัง ทิศทางเข้า รูปแบบปรางค์ และชิ้นส่วนประดับยังสะท้อนบทบาทเดิมในฐานะศาสนสถานที่ใช้ประกอบพิธีกรรม การหันหน้าไปทางทิศตะวันออกสัมพันธ์กับคติแสงสว่าง การเริ่มต้น และการเข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ผู้มาเยือนที่เดินเข้าจากด้านตะวันออกจึงกำลังเดินตามทิศทางเดิมของศาสนสถานตามที่ช่างขอมตั้งใจวางไว้
บริเวณรอบปราสาทมีแนวกำแพงที่ก่อด้วยอิฐและศิลาแลง แผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดประมาณ 37 x 37 เมตร มีซุ้มประตูหรือโคปุระอยู่ด้านหน้าทางทิศตะวันออกตรงกับปราสาทหลังกลาง แนวกำแพงและซุ้มประตูช่วยกำหนดขอบเขตของพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ แยกพื้นที่ภายในปราสาทออกจากพื้นที่ชุมชนโดยรอบ เมื่อมองจากด้านหน้า ผู้มาเยือนจะเห็นว่าทางเข้าหลัก ปราสาทหลังกลาง และแนวปรางค์ทั้งกลุ่มวางตัวสัมพันธ์กันอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่สิ่งปลูกสร้างที่เกิดขึ้นโดยไร้ผัง
ลักษณะสำคัญอีกประการหนึ่งของปราสาทยายเหงาคือความไม่สมบูรณ์ของแผนผังที่ทำให้เกิดคำถามทางโบราณคดีและกลายเป็นเสน่ห์ของสถานที่ จากรูปแบบฐานและแนวอาคาร ปราสาทแห่งนี้มีแนวคิดรองรับปรางค์ 3 องค์ แต่ปัจจุบันเห็นชัดเพียง 2 องค์และฐานขององค์ที่ 3 ความไม่สมบูรณ์นี้ทำให้ผู้มาเยือนสามารถจินตนาการผังเดิมของศาสนสถานได้ และเข้าใจว่าปราสาทขอมบางแห่งอาจผ่านทั้งการสร้าง การใช้ การชำรุด การรื้อถอนบางส่วน และการบูรณะในช่วงเวลาต่าง ๆ จนกลายเป็นสภาพที่เห็นในปัจจุบัน
ชื่อ “ปราสาทยายเหงา” เชื่อมโยงกับตำนานท้องถิ่นที่เล่าต่อกันมาว่า ในอดีตมียายคนหนึ่งเฝ้ารอสามีที่ออกไปรบหรือออกเดินทางเป็นเวลานาน ยายจึงสร้างปราสาทขึ้นเพื่อรอคอยการกลับมา ตำนานนี้ทำให้โบราณสถานมีมิติทางความรู้สึกและความทรงจำของชุมชน ไม่ได้เป็นเพียงหลักฐานทางโบราณคดีเท่านั้น เรื่องเล่าของยายที่เฝ้ารอคนรักทำให้ชื่อปราสาทจดจำง่ายและสร้างความผูกพันระหว่างสถานที่กับคนในพื้นที่มาหลายรุ่น
ตำนานยายเหงายังช่วยอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างโบราณสถานกับชุมชนบ้านโพนชายและตำบลบ้านชบได้ดี เพราะแม้ข้อมูลทางโบราณคดีจะอธิบายอายุศิลปะ แผนผัง วัสดุ และศาสนสถานฮินดู แต่เรื่องเล่าท้องถิ่นทำหน้าที่เชื่อมอดีตกับปัจจุบันผ่านภาษา ความทรงจำ และจินตนาการของชาวบ้าน นักท่องเที่ยวที่มาที่นี่จึงได้สัมผัสทั้ง “ประวัติศาสตร์ทางวิชาการ” และ “ประวัติศาสตร์ในความทรงจำชุมชน” ไปพร้อมกัน
หลังการบูรณะและปรับปรุงพื้นที่ ปราสาทยายเหงามีสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการเดินชมมากขึ้น ลานด้านหน้าเปิดโล่ง มองเห็นองค์ปรางค์ได้ชัดเจน มีพื้นที่ให้เดินดูฐานศิลาแลง แนวกำแพง และรายละเอียดอาคารโดยรอบ บรรยากาศของพื้นที่สงบ ไม่พลุกพล่าน และเหมาะกับการเที่ยวแบบใช้เวลาอ่านสถานที่อย่างละเอียดมากกว่าการแวะถ่ายภาพเพียงไม่กี่นาที
การชมปราสาทยายเหงาควรเริ่มจากด้านทิศตะวันออก ซึ่งเป็นทางเข้าหลักของศาสนสถาน จากจุดนี้จะเห็นองค์ปรางค์ 2 หลังตั้งเรียงกันอย่างชัดเจนบนฐานศิลาแลง จากนั้นควรเดินเข้าใกล้ปราสาทหลังกลางเพื่อสังเกตผนังอิฐ ช่องประตูทางเข้า ประตูหลอก และส่วนยอดที่พังทลาย ต่อด้วยการชมปราสาทหลังทิศใต้ซึ่งยังคงสภาพสมบูรณ์กว่า และปิดท้ายด้วยการดูฐานทางทิศเหนือที่ช่วยอธิบายผัง 3 ปรางค์เดิมของสถานที่
ผู้ที่สนใจงานศิลปะควรสังเกตลวดลายบนกรอบหน้าบันและชิ้นส่วนหินทรายที่จัดแสดงด้านหน้าปราสาท ลายมกรคายนาค 5 เศียร ลายกรอบประตู เสาประดับ และกลีบขนุน ล้วนเป็นรายละเอียดที่ทำให้ปราสาทยายเหงามีคุณค่ามากกว่าการเป็นปราสาทอิฐธรรมดา งานเหล่านี้แสดงทั้งทักษะช่าง ความเชื่อเรื่องเทพและสัตว์ในคติศาสนา รวมถึงความสัมพันธ์ของศาสนสถานกับน้ำและความอุดมสมบูรณ์
ผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ขอมสามารถนำปราสาทยายเหงาไปเปรียบเทียบกับปราสาทอื่นในสุรินทร์ได้อย่างน่าสนใจ เช่น ปราสาทภูมิโปนซึ่งเก่าแก่กว่ามากและอยู่ในกลุ่มขอมยุคก่อนเมืองพระนคร ปราสาทศีขรภูมิซึ่งโดดเด่นด้วยปรางค์ 5 องค์และทับหลังศิวนาฏราช ปราสาทบ้านพลวงที่มีงานสลักหินทรายละเอียดแบบบาปวน และปราสาทบ้านช่างปี่หรือปราสาทเมืองทีซึ่งเป็นอโรคยศาลสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 การเปรียบเทียบเช่นนี้ทำให้เห็นลำดับเวลาและความหลากหลายของโบราณสถานขอมในสุรินทร์ได้ครบขึ้น
ปราสาทยายเหงาเหมาะกับการเที่ยวแบบครึ่งวันจากตัวอำเภอสังขะหรือเป็นจุดแวะสำคัญในเส้นทางท่องเที่ยวตอนใต้ของสุรินทร์ นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาชมประมาณ 45–90 นาที หากต้องการเดินรอบพื้นที่ ถ่ายภาพ อ่านรายละเอียด และซึมซับบรรยากาศอย่างเต็มที่ควรเผื่อเวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมง สถานที่นี้เหมาะทั้งกับนักท่องเที่ยวทั่วไป นักเรียน นักศึกษา ผู้สนใจประวัติศาสตร์ และชาวต่างชาติที่ต้องการเข้าใจอารยธรรมขอมในไทยผ่านแหล่งโบราณสถานที่สงบและเข้าถึงง่าย
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเข้าชมคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ เพราะอากาศไม่ร้อนเกินไปและแสงแดดช่วยขับพื้นผิวอิฐให้เห็นมิติขององค์ปรางค์ได้ชัด ช่วงฤดูฝนพื้นที่โดยรอบจะเขียวชอุ่ม ส่วนช่วงฤดูหนาวเหมาะกับการเดินชมกลางแจ้งมากที่สุด แม้พื้นที่ระบุว่าเปิดตลอด 24 ชั่วโมง แต่การชมโบราณสถานควรมาในช่วงกลางวันหรือช่วงเย็นที่ยังมีแสงเพียงพอ เพื่อความปลอดภัยและเพื่อให้เห็นรายละเอียดของลวดลายและโครงสร้างได้ชัดเจน
การเดินทาง จากตัวเมืองสุรินทร์สามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 2077 เส้นสุรินทร์–สังขะ ผ่านอำเภอลำดวนเข้าสู่อำเภอสังขะ จากนั้นเชื่อมเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 24 ช่วงโชคชัย–เดชอุดม บริเวณระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 190–191 แล้วแยกเข้าถนนคอนกรีตไปยังปราสาทอีกประมาณ 700–800 เมตร เส้นทางเหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างท้องถิ่น หากเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางหรือรถตู้สายสุรินทร์–สังขะ–บัวเชด สามารถลงบริเวณอำเภอสังขะแล้วต่อรถจักรยานยนต์รับจ้างหรือรถท้องถิ่นไปยังปราสาทได้
หากเริ่มจากที่ว่าการอำเภอสังขะ การเดินทางไปปราสาทยายเหงาใช้เวลาสั้นมาก เพราะอยู่ห่างจากตัวอำเภอเพียงประมาณ 4 กม. เส้นทางผ่านชุมชนและถนนท้องถิ่นที่เข้าถึงง่าย เหมาะสำหรับการแวะชมก่อนเดินทางต่อไปยังปราสาทภูมิโปน วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร หรือแหล่งท่องเที่ยวบริเวณอำเภอบัวเชดและกาบเชิง การวางเส้นทางลักษณะนี้ทำให้เห็นทั้งโบราณสถานขอม ศาสนสถานร่วมสมัย ธรรมชาติ และวิถีชุมชนตอนใต้ของสุรินทร์ในวันเดียวกัน
บริเวณใกล้ปราสาทยายเหงาและตัวอำเภอสังขะมีร้านอาหารและคาเฟ่หลายแห่งที่เหมาะสำหรับแวะพัก เช่น DG Food & Drink, ร้านอาหารหมวดยะ สังขะ, อีสานชาบู สังขะ, บ้านอุ้ม คาเฟ่ และร้านกาแฟหรือร้านอาหารท้องถิ่นในตัวอำเภอ นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนชมปราสาทช่วงเช้า แล้วกลับเข้าอำเภอสังขะเพื่อรับประทานอาหารกลางวัน หรือแวะคาเฟ่ก่อนเดินทางต่อไปยังจุดหมายอื่น
ด้านที่พัก นักท่องเที่ยวที่ต้องการพักใกล้อำเภอสังขะสามารถเลือกโรงแรมและรีสอร์ทในตัวอำเภอ เช่น โรงแรมมาลินี โรงแรมมณีสังขะ หรือที่พักรายวันในพื้นที่ใกล้เคียง หากต้องการตัวเลือกที่พัก ร้านอาหาร และบริการท่องเที่ยวหลากหลายขึ้น สามารถพักในตัวเมืองสุรินทร์แล้วเดินทางมาเที่ยวปราสาทยายเหงาแบบไปเช้าเย็นกลับได้ เส้นทางจากตัวเมืองสุรินทร์ถึงสังขะเป็นถนนหลักและเดินทางสะดวก
มารยาทในการเข้าชมปราสาทยายเหงาเป็นสิ่งสำคัญ ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ไม่ปีนป่ายบนองค์ปรางค์ ไม่จับหรือเคลื่อนย้ายอิฐ ศิลาแลง หรือชิ้นส่วนหินทราย ไม่ขีดเขียนบนโบราณสถาน ไม่ทิ้งขยะ และไม่รบกวนชุมชนโดยรอบ ทุกก้อนอิฐและทุกชิ้นส่วนประดับเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่มีอายุหลายร้อยปี การท่องเที่ยวอย่างเคารพช่วยรักษาปราสาทยายเหงาให้คงอยู่เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนและผู้มาเยือนในอนาคต
สำหรับชาวต่างชาติ ปราสาทยายเหงาเป็นสถานที่ที่ช่วยอธิบาย Khmer brick sanctuary, Angkor Wat style, Hindu sacred architecture, east-facing shrine, laterite base, makara and naga motif และ local legend ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ตัวปราสาทมีขนาดไม่ใหญ่ แต่มีองค์ประกอบที่ชัดเจนและบรรยากาศสงบ เหมาะกับนักเดินทางที่ต้องการเข้าใจอารยธรรมขอมในประเทศไทยนอกเหนือจากแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่หรือแหล่งท่องเที่ยวที่มีผู้คนหนาแน่น
เมื่อมองในภาพรวม ปราสาทยายเหงาเป็นโบราณสถานที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์ขอม ศิลปะนครวัด ศาสนาฮินดู วัสดุก่อสร้างอิฐและศิลาแลง ตำนานท้องถิ่น และชีวิตของชุมชนบ้านชบไว้ในพื้นที่เดียว ความงามของสถานที่ไม่ได้อยู่ที่ความใหญ่โต แต่อยู่ที่ความสงบ รายละเอียดของอาคาร และเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในชื่อ “ยายเหงา” การเดินทางมาที่นี่จึงเป็นการเข้าถึงสุรินทร์ในมิติที่ลึกขึ้น เห็นทั้งอิทธิพลของอารยธรรมขอมและความทรงจำของชุมชนไทย–เขมรในอีสานใต้
| ชื่อสถานที่ | ปราสาทยายเหงา |
| ที่ตั้ง | บ้านโพนชาย / พื้นที่ใกล้บ้านสังขะ ตำบลบ้านชบ อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ |
| ที่อยู่ | ถนนหมายเลข 24 ตำบลบ้านชบ อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ 32150 |
| พิกัด | ละติจูด 14.619527, ลองจิจูด 103.887577 |
| ไฮไลต์ | ปราสาทอิฐศิลปะเขมรแบบนครวัด ปรางค์ 2 องค์ที่ยังปรากฏชัด ฐานศิลาแลง ร่องรอยผังปราสาท 3 หลัง ลวดลายมกรคายนาค 5 เศียร และตำนานยายเหงาของชุมชน |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | สร้างราวพุทธศตวรรษที่ 17 ในศิลปะเขมรแบบนครวัด เป็นศาสนสถานฮินดูในวัฒนธรรมขอมโบราณ |
| ลักษณะเด่น | ปราสาทก่ออิฐตั้งบนฐานศิลาแลง เรียงตัวแนวเหนือ–ใต้ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีประตูทางเข้าด้านหน้าเพียงด้านเดียว ผนังอีก 3 ด้านทำเป็นประตูหลอก และมีแนวกำแพงล้อมรอบพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ |
| หลักฐานสำคัญ | ลวดลายมกรคายนาค 5 เศียร กลีบขนุนยอดปรางค์ เสาประดับกรอบประตู ชิ้นส่วนหินทราย ฐานศิลาแลง และร่องรอยปราสาทด้านทิศเหนือที่เหลือเป็นฐานอิฐและศิลาแลง |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองสุรินทร์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 2077 เส้นสุรินทร์–สังขะ แล้วเชื่อมเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 24 ช่วงโชคชัย–เดชอุดม ระหว่างกิโลเมตรที่ 190–191 แยกเข้าถนนคอนกรีตไปยังปราสาทประมาณ 700–800 เมตร |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชมทุกวัน เป็นโบราณสถานที่ได้รับการบูรณะและปรับปรุงพื้นที่โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 24 ชั่วโมง |
| ค่าเข้าชม | ไม่เก็บค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานเดินชมโบราณสถาน พื้นที่ถ่ายภาพ พื้นที่ชุมชนโดยรอบ ถนนคอนกรีตเข้าถึงตัวปราสาท และพื้นที่จอดรถบริเวณชุมชน |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | ปราสาทหลังกลาง ปราสาทหลังทิศใต้ ฐานปราสาทด้านทิศเหนือ ฐานศิลาแลง แนวกำแพงแก้ว ซุ้มประตูด้านทิศตะวันออก ลานด้านหน้า และพื้นที่ชิ้นส่วนหินทรายจัดแสดง |
| ผู้ดูแลโบราณสถาน | กรมศิลปากร โดยสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านชบและชุมชนในพื้นที่ |
| เบอร์ติดต่อหลัก | องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านชบ โทร. 044-571-640 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ โทร. 044-513-274 สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา โทร. 044-471-518, 044-481-024 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. อุทยานขุนมูลศาสตรสาทร อำเภอสังขะ ประมาณ 5 กม. 2. ปราสาทภูมิโปน ตำบลดม ประมาณ 22 กม. 3. ปราสาทบ้านพลวง อำเภอปราสาท ประมาณ 36 กม. 4. วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร อำเภอบัวเชด ประมาณ 40 กม. 5. ตลาดการค้าช่องจอม อำเภอกาบเชิง ประมาณ 47 กม. 6. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ประมาณ 54 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. DG Food & Drink สังขะ ประมาณ 5 กม. โทร. 087-127-8249 2. ร้านอาหารหมวดยะ สังขะ ประมาณ 5 กม. โทร. 081-579-3898, 082-369-1196, 087-253-4019 3. อีสานชาบู สังขะ ประมาณ 5 กม. โทร. 090-906-4833, 090-197-5228 4. บ้านอุ้ม คาเฟ่ สังขะ ประมาณ 5 กม. โทร. 084-589-5364 5. PunThai Coffee สังขะ 2 ประมาณ 6 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. โรงแรมมาลินี สังขะ ประมาณ 5 กม. โทร. 082-871-4444, 093-358-5066 2. โรงแรมมณีสังขะ ประมาณ 6 กม. โทร. 081-669-8111, 091-887-0666 3. ศรีนวลรีสอร์ท สังขะ ประมาณ 6 กม. โทร. 098-013-8952 4. 289home ห้องพักรายวัน บ้านดม ประมาณ 20 กม. โทร. 094-282-3246, 099-328-9289 5. Martina Hotel Surin ประมาณ 55 กม. โทร. 044-713-555, 044-713-655 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ปราสาทยายเหงาอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ปราสาทยายเหงาตั้งอยู่บริเวณบ้านโพนชาย ตำบลบ้านชบ อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ใกล้ทางหลวงหมายเลข 24 ช่วงโชคชัย–เดชอุดม
ถาม: ปราสาทยายเหงาเปิดให้เข้าชมทุกวันหรือไม่?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน โดยข้อมูลพื้นที่ระบุเวลาเปิดทำการ 24 ชั่วโมง
ถาม: ปราสาทยายเหงาเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เก็บค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมโบราณสถานได้โดยไม่ต้องซื้อตั๋ว
ถาม: ปราสาทยายเหงามีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: ปราสาทยายเหงาเป็นศาสนสถานฮินดูศิลปะเขมรแบบนครวัด อายุราวพุทธศตวรรษที่ 17 และเป็นหนึ่งในหลักฐานสำคัญของวัฒนธรรมขอมในอำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์
ถาม: ปราสาทยายเหงาเดิมมีปราสาทกี่หลัง?
ตอบ: จากผังอาคารเดิม ปราสาทยายเหงาออกแบบเป็นกลุ่มปราสาท 3 หลังเรียงกันแนวเหนือ–ใต้ แต่ปัจจุบันปรากฏองค์ปรางค์ชัดเจน 2 หลัง และเหลือฐานของอีกหลังหนึ่ง
ถาม: จุดเด่นของปราสาทยายเหงาคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือปราสาทอิฐบนฐานศิลาแลง ลวดลายมกรคายนาค 5 เศียร ประตูหลอก ชิ้นส่วนหินทราย และตำนานท้องถิ่นเกี่ยวกับยายที่เฝ้ารอคนรัก
ถาม: เดินทางจากตัวเมืองสุรินทร์ไปปราสาทยายเหงาอย่างไร?
ตอบ: ใช้ทางหลวงหมายเลข 2077 เส้นสุรินทร์–สังขะ แล้วเชื่อมเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 24 ระหว่างกิโลเมตรที่ 190–191 จากนั้นแยกเข้าถนนคอนกรีตประมาณ 700–800 เมตรถึงปราสาท
ถาม: ควรใช้เวลาเที่ยวปราสาทยายเหงานานเท่าไร?
ตอบ: ควรใช้เวลาประมาณ 45–90 นาที สำหรับเดินชมองค์ปรางค์ ฐานศิลาแลง ชิ้นส่วนหินทราย ถ่ายภาพ และเรียนรู้ตำนานท้องถิ่นของปราสาทยายเหงา
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




