หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุรินทร์ >อ.สำโรงทาบ >ต.หนองไผ่ล้อม > วัดสว่างอารมณ์ (จังเกา)
TL;DR: วัดสว่างอารมณ์ (จังเกา) อยู่ที่บ้านจังเกา หมู่ที่ 10 ตำบลหนองไผ่ล้อม อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ 32170 เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.

สุรินทร์

วัดสว่างอารมณ์ (จังเกา)

วัดสว่างอารมณ์ (จังเกา)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
วัดสว่างอารมณ์ (จังเกา) สุรินทร์ เป็นวัดราษฎร์เก่าแก่ของบ้านจังเกา หมู่ที่ 10 ตำบลหนองไผ่ล้อม อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย เป็นวัดประจำชุมชนที่มีบทบาทสำคัญต่อชีวิตของชาวบ้านจังเกามายาวนาน วัดมีเนื้อที่ประมาณ 7 ไร่ 2 งาน 30 ตารางวา ตั้งอยู่ติดกับชุมชนและโรงเรียนบ้านจังเกา มีบริเวณสงบ ร่มรื่น เป็นระเบียบ และมีศาลาการเปรียญที่สง่า สวยงาม วัดแห่งนี้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน เป็นสถานที่ทำบุญ ฟังธรรม บำเพ็ญกุศล จัดกิจกรรมของคณะสงฆ์และชุมชน และเป็นหลักฐานสำคัญที่สะท้อนประวัติการตั้งถิ่นฐานของชาวกูยหรือส่วยในพื้นที่สำโรงทาบอย่างชัดเจน
 
ชื่อวัดสว่างอารมณ์มีความหมายเป็นมงคล สื่อถึงความแจ่มใสของจิตใจและความสงบทางพระพุทธศาสนา แต่ในความทรงจำของชาวบ้าน วัดแห่งนี้ยังผูกพันกับชื่อเดิมคือวัดบ้านจังเกา เพราะวัดเติบโตคู่กับบ้านจังเกาตั้งแต่ยุคก่อร่างชุมชน ชื่อจังเกามีที่มาจากภาษากูยหรือส่วยซึ่งใช้เรียกหมีว่า “จังเกา” ตามเรื่องเล่าว่าในอดีตพื้นที่บริเวณหมู่บ้านเดิมเป็นป่าล้อมรอบ มีสระน้ำประจำหมู่บ้าน และมีหมีลงมากินน้ำในบริเวณนั้น ชุมชนจึงเรียกพื้นที่นี้ว่าบ้านจังเกา ชื่อดังกล่าวทำให้วัดสว่างอารมณ์ไม่ได้เป็นเพียงศาสนสถาน แต่เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเล่ารากเหง้าชุมชนโดยตรง
 
บ้านจังเกาก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2300 โดยนายขุน สุริวงศ์และกลุ่มชาวกูยที่ย้ายมาจากบ้านศิริ ตำบลกระออม ในช่วงแรกมีบ้านเรือนประมาณ 7 หลังคาเรือน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของสระน้ำประจำหมู่บ้าน ต่อมาเกิดโรคระบาดและความไม่สบายใจตามคติความเชื่อท้องถิ่น ชาวบ้านจึงย้ายมาตั้งบ้านเรือนทางทิศเหนือของสระน้ำในปี พ.ศ. 2397 และร่วมกันบริจาคที่ดินสร้างวัดเพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของหมู่บ้าน พื้นที่วัดจึงถือกำเนิดจากแรงศรัทธาของชาวบ้านโดยตรง และเติบโตพร้อมกับการตั้งหลักของชุมชนจังเกาในตำบลหนองไผ่ล้อม
 
วัดสว่างอารมณ์เริ่มมีการก่อสร้างเป็นรูปธรรมเมื่อปี พ.ศ. 2416 โดยพระอาจารย์สุข สุมาลุย์ร่วมกับชาวบ้านในสมัยที่นายบุญจันทร์ สิมาจารย์เป็นผู้ใหญ่บ้านจังเกา เริ่มสร้างกุฏิไม้หลังเล็กเพื่อให้พระภิกษุอยู่จำพรรษา ต่อมาในปี พ.ศ. 2420 พระอาจารย์ลุ สิมาจารย์ได้นำชาวบ้านสร้างศาลาการเปรียญไม้ขนาดใหญ่ หลังคามุงสังกะสี สร้างหอระฆังไม้ และสร้างอุโบสถก่ออิฐถือปูน เสาไม้ หลังคามุงสังกะสี วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาในปี พ.ศ. 2423 ทำให้วัดบ้านจังเกาในเวลานั้นมีสถานะมั่นคงและกลายเป็นวัดที่มีความเจริญมากที่สุดแห่งหนึ่งในเขตตำบล
 
ความเจริญของวัดในอดีตเห็นได้จากการเป็นสำนักเรียนพระปริยัติธรรมที่มีพระภิกษุและสามเณรจำนวนมากเข้ามาศึกษาเล่าเรียน ระหว่างปี พ.ศ. 2446 ถึง พ.ศ. 2485 วัดมีพระภิกษุสามเณรจำพรรษามากถึงประมาณ 150 รูป เพราะเปิดสอนนักธรรมชั้นตรี โท และเอก มีผู้สอบได้นักธรรมจากวัดแห่งนี้ออกไปช่วยพัฒนาวัดอื่น ดำรงตำแหน่งทางคณะสงฆ์ หรือสึกออกไปประกอบอาชีพรับราชการจำนวนมาก วัดจึงมีชื่อเสียงในฐานะแหล่งการศึกษาพระธรรมวินัยของอำเภอสำโรงทาบและพื้นที่ใกล้เคียง
 
จุดเด่นด้านการศึกษาพระปริยัติธรรมทำให้วัดสว่างอารมณ์มีความหมายมากกว่าวัดประจำหมู่บ้านทั่วไป เพราะวัดทำหน้าที่ผลิตความรู้ทางพระพุทธศาสนาและสร้างบุคลากรทางศาสนาให้กับพื้นที่ การที่พระภิกษุสามเณรจำนวนมากเดินทางมาเล่าเรียนที่วัดในอดีต แสดงให้เห็นว่าวัดบ้านจังเกาเคยเป็นศูนย์กลางทางปัญญาและธรรมะของชุมชนอย่างแท้จริง ชาวบ้านจึงให้ความอุปถัมภ์บำรุงวัดอย่างมั่นคงและสนับสนุนกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง
 
อุโบสถของวัดเป็นหัวใจสำคัญทางศาสนา อุโบสถหลังแรกสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2420 ในรูปแบบอีสานโบราณ ใช้วัสดุก่ออิฐฉาบปูน เสาไม้ และหลังคามุงสังกะสี ภายในประดิษฐานพระประธานปูนปั้นปางมารวิชัย ศิลปะช่างชาวบ้าน ต่อมาในปี พ.ศ. 2505 สมัยพระอาจารย์วันคำเป็นเจ้าอาวาส อุโบสถหลังเก่าชำรุดทรุดโทรมและพื้นที่วัดเป็นที่ลุ่มน้ำท่วมขัง จึงมีการรื้อโครงหลังคาเดิมออก รักษาองค์พระประธานเก่าไว้ และสร้างอุโบสถหลังใหม่ครอบเขตเดิมโดยถมพื้นที่ให้สูงขึ้น การก่อสร้างแล้วเสร็จมีการฉลอง 7 วัน 7 คืน และยังคงใช้เขตสีมาเดิมสืบต่อมา
 
พระประธานในอุโบสถเป็นปูชนียวัตถุสำคัญของวัด มีอายุเก่าแก่กว่าร้อยปี เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย วัสดุปูนปั้น ศิลปะช่างชาวบ้าน หน้าตักกว้างประมาณ 1.90 เมตร สูงจากแท่นถึงยอดพระเมาลีประมาณ 2.45 เมตร เดิมมีฐานสูงประมาณ 2 เมตร แต่เมื่อสร้างอุโบสถใหม่ครอบพื้นที่เดิมจึงมีการถมส่วนฐานไว้ทั้งหมด พระประธานองค์นี้เป็นสิ่งยืนยันความต่อเนื่องของศรัทธาจากอุโบสถเก่าสู่ศาสนสถานปัจจุบัน และเป็นจุดที่ผู้มาเยือนควรกราบสักการะเป็นอันดับแรกเมื่อเข้าวัด
 
นอกจากพระประธานในอุโบสถแล้ว วัดยังมีพระพุทธรูปโบราณอายุร้อยกว่าปี วัสดุไม้แกะสลัก ปางมารวิชัย ศิลปะช่างชาวบ้าน เดิมประดิษฐานอยู่ในอุโบสถเก่า มีหลายขนาด ตั้งแต่หน้าตักประมาณ 9 นิ้ว 7 นิ้ว 5 นิ้ว และ 3 นิ้ว รวมจำนวนสิบกว่าองค์ พระพุทธรูปไม้เหล่านี้เป็นหลักฐานสำคัญของฝีมือช่างพื้นบ้านและศรัทธาของคนรุ่นก่อน ความงามของพระพุทธรูปไม้ไม่ได้อยู่ที่ความหรูหรา แต่อยู่ที่ความเรียบง่าย ความเก่าแก่ และคุณค่าทางใจที่ชุมชนร่วมกันรักษาไว้
 
ในสมัยพระครูสุจิตรธรรมานุรักษ์ หรือสงวน สนฺตจิตโต เป็นเจ้าอาวาสและเจ้าคณะตำบลศรีสุข วัดได้ขอพระราชทานวิสุงคามสีมาใหม่อีกครั้งในปี พ.ศ. 2549 เนื่องจากหลักฐานใบวิสุงคามสีมาฉบับเดิมสูญหาย การได้รับประกาศวิสุงคามสีมาใหม่ช่วยยืนยันสถานะของอุโบสถและความเป็นระเบียบตามระบบคณะสงฆ์ พระครูสุจิตรธรรมานุรักษ์ยังเป็นพระครูสัญญาบัตรรูปแรกของวัดสว่างอารมณ์ และเป็นอดีตเจ้าอาวาสผู้มีบทบาทอย่างสูงในการพัฒนาวัด ทั้งการสร้างศาลาการเปรียญใหม่ กุฏิสงฆ์ใหม่ และเสนาสนะหลายส่วนที่ยังเห็นอยู่ในปัจจุบัน
 
วัดแบ่งพื้นที่ใช้สอยออกเป็น 4 เขตหลัก ได้แก่ เขตพุทธาวาส เขตธรรมาวาส เขตสังฆาวาส และเขตบำเพ็ญกุศลศพกับสาธารณะทั่วไป เขตพุทธาวาสเป็นพื้นที่อุโบสถและพระประธานสำคัญ เขตธรรมาวาสเป็นพื้นที่ศาลาการเปรียญ หอระฆัง โรงครัว และอาคารใช้สอยของวัด เขตสังฆาวาสเป็นพื้นที่กุฏิสงฆ์และที่จำพรรษาของพระภิกษุ ส่วนเขตบำเพ็ญกุศลและสาธารณะทั่วไปประกอบด้วยเมรุ ศาลาธรรมสังเวช เจดีย์อัฐิอดีตเจ้าอาวาส ศาลปู่ตา ลานคอนกรีต ลานจอดรถ พื้นที่กิจกรรม และพื้นที่ร่มรื่นที่ชุมชนช่วยกันพัฒนา
 
เขตธรรมาวาสของวัดมีศาลาการเปรียญ 2 หลังที่เป็นจุดเด่นของวัด หลังแรกเป็นอาคารทรงไทย วัสดุคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคามุงกระเบื้อง ประตูหน้าต่างกระจก ปูพื้นกระเบื้อง ขนาดกว้างประมาณ 18 เมตร ยาวประมาณ 32 เมตร หลังที่สองเป็นอาคารทรงไทยประยุกต์ วัสดุคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคามุงสันไทย ปูพื้นกระเบื้อง ขนาดกว้างประมาณ 16 เมตร ยาวประมาณ 28 เมตร ศาลาการเปรียญเหล่านี้เป็นพื้นที่สำคัญสำหรับฟังธรรม ทำบุญ ประชุมญาติโยม จัดกิจกรรมชุมชน และรองรับงานบุญประจำปีของวัด
 
ศาลาการเปรียญของวัดสว่างอารมณ์มีความสง่างามและสะท้อนบทบาทของวัดในฐานะพื้นที่สาธารณะของชุมชน วัดชนบทจำนวนมากใช้ศาลาการเปรียญเป็นพื้นที่อเนกประสงค์สำหรับกิจกรรมทางศาสนาและกิจกรรมทางสังคม วัดสว่างอารมณ์ก็เช่นเดียวกัน ศาลาไม่ได้เป็นเพียงอาคารประกอบพิธี แต่เป็นสถานที่ที่พระสงฆ์และญาติโยมพบปะกัน เป็นที่รองรับการฟังธรรม งานบุญ งานประชุม งานอบรม และกิจกรรมของส่วนราชการกับคณะสงฆ์ โดยเฉพาะโครงการอบรมพระธรรมทูตของคณะสงฆ์ตำบลหนองไผ่ล้อมที่จัดขึ้นต่อเนื่อง
 
เขตสังฆาวาสของวัดประกอบด้วยกุฏิสงฆ์หลังใหม่ที่สร้างทดแทนกุฏิไม้เดิม เป็นอาคารทรงไทยประยุกต์ วัสดุคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคามุงกระเบื้อง ขนาดกว้างประมาณ 12 เมตร ยาวประมาณ 15 เมตร รวมถึงกุฏิอดีตเจ้าอาวาส กุฏิกรรมฐาน และห้องน้ำหลายห้อง พื้นที่สังฆาวาสเป็นส่วนที่ผู้มาเยือนควรเคารพเป็นพิเศษ เพราะเป็นพื้นที่พักอาศัยและปฏิบัติกิจของพระสงฆ์ ไม่ควรเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ส่งเสียงดัง และไม่ถ่ายภาพในลักษณะที่รบกวน
 
เขตบำเพ็ญกุศลศพและพื้นที่สาธารณะทั่วไปเป็นส่วนที่แสดงบทบาทของวัดต่อชีวิตชุมชนอย่างชัดเจน ภายในพื้นที่มีเมรุ ศาลาธรรมสังเวช เจดีย์อัฐิอดีตเจ้าอาวาส ศาลปู่ตา และพื้นที่ลานคอนกรีตสำหรับจอดรถและจัดกิจกรรม วัดจึงเป็นสถานที่รองรับทั้งงานบุญ งานบำเพ็ญกุศล งานอุทิศส่วนกุศล และพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจากลา บทบาทนี้ทำให้วัดอยู่กับชาวบ้านทั้งในช่วงเวลาแห่งความสุขและช่วงเวลาแห่งความทุกข์ เป็นที่พึ่งทางจิตใจที่เข้าถึงได้ในทุกช่วงของชีวิต
 
พื้นที่วัดมีต้นพระศรีมหาโพธิ์อายุร้อยปีซึ่งเป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งที่สร้างความร่มรื่นและความเป็นมงคลให้แก่บริเวณวัด ชาวบ้านยังร่วมบริจาคที่ดินเพิ่มเติมด้านทิศเหนือของวัดเพื่อขุดสระน้ำและปลูกป่า ทำให้วัดมีพื้นที่ธรรมชาติและสวนหย่อมมากขึ้น ความร่มรื่นของวัดสว่างอารมณ์จึงไม่ได้เกิดจากธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการดูแลต่อเนื่องของพระสงฆ์และชาวบ้านที่มองว่าวัดเป็นพื้นที่ร่วมของทุกคน
 
ศาลปู่ตาภายในพื้นที่วัดสะท้อนคติความเชื่อท้องถิ่นที่อยู่ร่วมกับพระพุทธศาสนาในชุมชนอีสานใต้ ชาวกูยและชาวบ้านในพื้นที่ให้ความสำคัญกับบรรพชน เจ้าถิ่น เจ้าทาง และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองหมู่บ้าน การมีศาลปู่ตาอยู่ในเขตวัดแสดงให้เห็นว่าวัดในชุมชนไม่ได้แยกพระพุทธศาสนาออกจากความเชื่อท้องถิ่นอย่างแข็งตัว แต่เป็นพื้นที่ที่รองรับศรัทธาหลายชั้นได้อย่างกลมกลืน โดยมีพระพุทธศาสนาเป็นแกนกลางทางจิตใจของชุมชน
 
พระอภัย ปภสสโรเป็นผู้ดูแลวัดในฐานะรักษาการแทนเจ้าอาวาสตามข้อมูลประวัติวัด ส่วนพระครูสุจิตรธรรมานุรักษ์ หรือสงวน สนฺตจิตโต เป็นอดีตเจ้าอาวาสสำคัญที่ชาวบ้านให้ความเคารพ ท่านมีบทบาทพัฒนาวัดอย่างต่อเนื่อง เป็นพระครูสัญญาบัตรรูปแรกของวัด และเคยดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลศรีสุข หลังมรณภาพในปี พ.ศ. 2559 ท่านยังได้มอบร่างกายเป็นครูใหญ่ให้แก่มหาวิทยาลัยขอนแก่นเพื่อการศึกษาทางการแพทย์ เรื่องราวนี้ทำให้ท่านเป็นที่ระลึกถึงในฐานะพระนักพัฒนาและพระผู้เสียสละเพื่อการศึกษา
 
รายนามเจ้าอาวาสของวัดสว่างอารมณ์สะท้อนความต่อเนื่องของการดูแลวัดหลายยุคหลายสมัย เริ่มจากพระอาจารย์สุข พระอาจารย์ลุ พระอาจารย์สุรีย์ พระอาจารย์สาลี พระอาจารย์ทองใส พระอาจารย์บุญมี พระอาจารย์ด้วง พระอาจารย์วันคำ พระครูสุจิตรธรรมานุรักษ์ และพระอภัย ปภสสโร การสืบต่อพระสงฆ์ผู้ดูแลวัดเช่นนี้ทำให้เห็นว่าวัดสว่างอารมณ์เป็นมรดกทางศรัทธาที่เกิดจากความร่วมมือของพระสงฆ์และชาวบ้านหลายรุ่น ไม่ใช่ผลงานของบุคคลใดบุคคลหนึ่งเท่านั้น
 
วัดสว่างอารมณ์มีบทบาทสำคัญในงานบุญประจำปีของชุมชน เช่น ทำบุญวันพระ ฟังธรรม ถวายภัตตาหาร งานกฐิน งานผ้าป่า งานบวช งานเข้าพรรษา งานออกพรรษา งานบำเพ็ญกุศล งานเทศน์มหาชาติ และกิจกรรมอบรมพระธรรมทูตของคณะสงฆ์ตำบลหนองไผ่ล้อม กิจกรรมเหล่านี้ทำให้วัดมีชีวิตตลอดทั้งปี ชาวบ้านได้มาร่วมแรงร่วมใจ จัดเตรียมสถานที่ อาหาร เครื่องไทยธรรม ปัจจัย และการต้อนรับผู้มาร่วมบุญ วัดจึงเป็นพื้นที่ที่ความสามัคคีของชุมชนปรากฏอย่างเป็นรูปธรรม
 
งานเทศน์มหาชาติเป็นกิจกรรมสำคัญที่มีคุณค่าทางศาสนาและวัฒนธรรม เพราะเป็นการฟังเทศน์เรื่องพระเวสสันดรชาดกซึ่งสอนเรื่องทานบารมี ความเสียสละ และความเมตตา การจัดงานเทศน์มหาชาติที่วัดช่วยให้ชาวบ้านได้ร่วมสืบทอดขนบธรรมเนียมและเรียนรู้ธรรมะผ่านรูปแบบที่ชุมชนคุ้นเคย งานลักษณะนี้ยังเป็นโอกาสให้คนในหมู่บ้านและผู้ที่ย้ายไปอยู่ต่างพื้นที่ได้กลับมาร่วมบุญ พบปะญาติพี่น้อง และรักษาความสัมพันธ์กับบ้านเกิด
 
งานกฐินและงานผ้าป่าของวัดเป็นช่วงเวลาที่สะท้อนพลังศรัทธาของชุมชน หลังออกพรรษา ชาวบ้านและผู้มีจิตศรัทธาจะร่วมกันถวายผ้ากฐิน ปัจจัย และสิ่งของจำเป็นเพื่อบำรุงพระสงฆ์และดูแลเสนาสนะของวัด งานบุญเหล่านี้ไม่ใช่เพียงการระดมทุน แต่เป็นกระบวนการรวมชุมชนให้กลับมาร่วมกันดูแลวัดที่เป็นสมบัติร่วมของทุกคน วัดสว่างอารมณ์จึงยังคงมั่นคงได้ด้วยแรงศรัทธาและการอุปถัมภ์ของชาวบ้านจังเกาอย่างต่อเนื่อง
 
วันพระเป็นช่วงเวลาที่วัดมีบรรยากาศสงบและมีความหมายเป็นพิเศษ ชาวบ้านมาทำบุญ ถวายภัตตาหาร รับศีล ฟังธรรม และอุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษ สำหรับชุมชนเกษตรกรรม วันพระเป็นจังหวะให้ผู้คนหยุดพักจากงานนา งานสวน และภาระประจำวัน เพื่อกลับมาทบทวนศีลธรรม ความกตัญญู และความสงบภายในใจ วัดจึงทำหน้าที่เป็นพื้นที่ปรับสมดุลชีวิตของผู้คนระหว่างการทำมาหากินกับการดูแลจิตใจ
 
งานบวชเป็นอีกพิธีหนึ่งที่วัดสว่างอารมณ์มีบทบาทสำคัญในชุมชน การบวชเป็นประเพณีที่เชื่อมโยงลูกหลานกับบิดามารดา ญาติพี่น้อง พระสงฆ์ และชุมชน เมื่อมีงานบวช วัดจะเป็นพื้นที่รวมผู้คนเพื่อร่วมอนุโมทนา เตรียมสถานที่ จัดพิธี และสร้างบุญร่วมกัน พิธีบวชจึงไม่ได้มีความหมายเฉพาะครอบครัวของผู้บวช แต่เป็นกิจกรรมที่ช่วยสืบต่อพระพุทธศาสนาและความสัมพันธ์ของชุมชนทั้งหมู่บ้าน
 
งานบำเพ็ญกุศลและงานศพทำให้เห็นอีกด้านหนึ่งของบทบาทวัด เมื่อครอบครัวใดสูญเสียสมาชิก วัดจะเป็นพื้นที่รองรับพิธีสวดพระอภิธรรม การทำบุญอุทิศส่วนกุศล และการรวมตัวของญาติพี่น้องกับเพื่อนบ้าน วัดจึงเป็นที่พึ่งในยามทุกข์ของคนในชุมชน พระสงฆ์ทำหน้าที่ประคับประคองจิตใจด้วยบทสวดและธรรมะ ส่วนชาวบ้านช่วยเหลือกันตามกำลัง บทบาทนี้ทำให้วัดสว่างอารมณ์เป็นศูนย์กลางทางเมตตาและความร่วมมือของบ้านจังเกาอย่างแท้จริง
 
ผู้มาเยือนวัดสว่างอารมณ์ควรเริ่มจากการกราบพระประธานในอุโบสถ จากนั้นจึงเดินชมศาลาการเปรียญ หอระฆัง เจดีย์อัฐิอดีตเจ้าอาวาส ศาลปู่ตา ลานธรรม สวนหย่อม และพื้นที่ร่มรื่นโดยรอบ หากต้องการทำบุญสามารถถวายสังฆทานหรือร่วมบริจาคตามจุดที่วัดจัดไว้ การเดินชมวัดควรทำด้วยความสงบ เพราะวัดเป็นทั้งศาสนสถานและพื้นที่ใช้ชีวิตจริงของพระสงฆ์กับชาวบ้าน
 
การแต่งกายเมื่อเข้าวัดควรสุภาพ เสื้อมีแขน กางเกงหรือกระโปรงยาวเหมาะสม ไม่ส่งเสียงดัง ไม่เข้าเขตสังฆาวาสโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่รบกวนพระสงฆ์หรือผู้มาทำบุญ และไม่ถ่ายภาพบุคคลในลักษณะที่ไม่เหมาะสม หากมาในช่วงงานบุญควรให้ความสำคัญกับพื้นที่พิธีและปฏิบัติตามคำแนะนำของวัดหรือชาวบ้าน การเคารพมารยาทเหล่านี้ทำให้การมาเยือนวัดชุมชนเป็นไปอย่างเหมาะสมและรักษาความสงบของสถานที่ไว้ได้
 
การเดินทาง ไปวัดสว่างอารมณ์ (จังเกา) เหมาะที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถตู้แบบหมู่คณะ จากตัวเมืองสุรินทร์สามารถใช้เส้นทางมุ่งหน้าไปอำเภอสำโรงทาบ แล้วเข้าสู่ตำบลหนองไผ่ล้อมและบ้านจังเกา ระยะทางจากตัวเมืองสุรินทร์ประมาณ 55 – 60 กม. ขึ้นอยู่กับจุดเริ่มต้นและเส้นทางที่เลือก จากตัวอำเภอสำโรงทาบมายังบ้านจังเการะยะทางประมาณ 5 กม. เมื่อใกล้พื้นที่ควรปักหมุด “วัดสว่างอารมณ์ บ้านจังเกา ตำบลหนองไผ่ล้อม อำเภอสำโรงทาบ” เพื่อไม่ให้สับสนกับวัดสว่างอารมณ์ในพื้นที่อื่น
 
วัดไม่มีการเก็บค่าเข้าชมสำหรับการไหว้พระ ทำบุญ และเข้าชมพื้นที่ทั่วไป ผู้มาเยือนสามารถร่วมทำบุญตามศรัทธาได้ หากต้องการถวายของจำนวนมาก จัดกิจกรรมเป็นหมู่คณะ หรือเข้าศึกษาประวัติวัดในเชิงชุมชน ควรติดต่อวัดหรือผู้นำชุมชนล่วงหน้าเพื่อให้การเข้าพื้นที่เป็นระเบียบ โดยเฉพาะในช่วงงานบุญหรือช่วงที่วัดมีการใช้ศาลาการเปรียญสำหรับกิจกรรมคณะสงฆ์และชุมชน
 
วัดสว่างอารมณ์สามารถเชื่อมเส้นทางท่องเที่ยวกับสถานที่ในอำเภอสำโรงทาบได้สะดวก เช่น ตลาด 4 ชนเผ่า วัดตะเคียนโพสิตาราม วัดเกตุวราราม วัดหมื่นศรีใหญ่ และวัดบูรณ์สะโน หากมีเวลามากขึ้นสามารถเดินทางต่อไปยังปราสาทศีขรภูมิ หรือกลับเข้าตัวเมืองสุรินทร์เพื่อเที่ยวพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ วัดบูรพาราม และศาลหลักเมืองสุรินทร์ เส้นทางนี้เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจวัดเก่า ชุมชนกูย ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และวิถีชนบทสุรินทร์
 
สำหรับชาวต่างชาติ วัดสว่างอารมณ์ (จังเกา) เป็นสถานที่ที่ช่วยให้เข้าใจสุรินทร์ในมิติของชุมชนมากขึ้น วัดแห่งนี้บอกเล่าเรื่องราวของชาวกูยบ้านจังเกา การย้ายถิ่นฐาน การสร้างวัดร่วมกัน การศึกษาพระปริยัติธรรม และการรักษาศรัทธาของชุมชนผ่านอุโบสถ พระประธานเก่า ศาลาการเปรียญ และกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ผู้มาเยือนต่างชาติจะได้เห็นวัดไทยชนบทที่ยังดำรงบทบาทจริง ไม่ใช่เพียงสถานที่สำหรับถ่ายภาพหรือชมสถาปัตยกรรมเท่านั้น
 
โดยสรุป วัดสว่างอารมณ์ (จังเกา) สุรินทร์เป็นวัดเก่าแก่ที่มีคุณค่าทั้งด้านพระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ชุมชน การศึกษาธรรมะ และวัฒนธรรมชาวกูย วัดเริ่มจากแรงศรัทธาของชาวบ้านจังเกา มีอุโบสถและพระประธานเก่าแก่ มีศาลาการเปรียญสง่างาม มีพื้นที่ร่มรื่น มีประวัติการเป็นสำนักเรียนพระปริยัติธรรม และยังคงเป็นศูนย์กลางของงานบุญกับกิจกรรมชุมชนในปัจจุบัน ผู้ที่เดินทางมาที่นี่จะได้ไหว้พระ ทำบุญ เรียนรู้เรื่องราวบ้านจังเกา และสัมผัสความสงบของวัดชุมชนที่มีรากลึกในอำเภอสำโรงทาบอย่างชัดเจน
 
ชื่อสถานที่วัดสว่างอารมณ์ (จังเกา) สุรินทร์ / วัดบ้านจังเกา
ที่ตั้งบ้านจังเกา หมู่ที่ 10 ตำบลหนองไผ่ล้อม อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ 32170
ที่อยู่วัดสว่างอารมณ์ บ้านจังเกา หมู่ที่ 10 ตำบลหนองไผ่ล้อม อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ 32170 อยู่ใกล้โรงเรียนบ้านจังเกาและห่างจากตัวอำเภอสำโรงทาบประมาณ 5 กม.
ไฮไลต์วัดเก่าแก่ของบ้านจังเกา, พระประธานอุโบสถอายุเก่ากว่าร้อยปี, พระพุทธรูปไม้โบราณ, ศาลาการเปรียญสง่างาม, ประวัติการเป็นสำนักเรียนพระปริยัติธรรม, พื้นที่ร่มรื่น และศูนย์รวมจิตใจของชาวตำบลหนองไผ่ล้อม
ประวัติ / สมัย / ยุคเริ่มก่อสร้างวัดเมื่อปี พ.ศ. 2416 โดยพระอาจารย์สุข สุมาลุย์ร่วมกับชาวบ้านจังเกา ต่อมาในปี พ.ศ. 2420 มีการสร้างศาลาการเปรียญ หอระฆัง และอุโบสถ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาในปี พ.ศ. 2423 และขอพระราชทานวิสุงคามสีมาใหม่อีกครั้งในปี พ.ศ. 2549
ที่มาของชื่อเดิมเรียกวัดบ้านจังเกา ตามชื่อหมู่บ้านจังเกา ชื่อจังเกามาจากภาษากูยที่ใช้เรียกหมี ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องเล่าพื้นถิ่นเรื่องหมีลงมากินน้ำในสระของหมู่บ้านเดิม ต่อมามีการตั้งชื่อวัดใหม่เป็นวัดสว่างอารมณ์
ลักษณะเด่นเป็นวัดราษฎร์สังกัดมหานิกาย มีเนื้อที่ประมาณ 7 ไร่ 2 งาน 30 ตารางวา มีอุโบสถ ศาลาการเปรียญ 2 หลัง กุฏิสงฆ์ หอระฆัง เมรุ ศาลาธรรมสังเวช เจดีย์อัฐิอดีตเจ้าอาวาส ศาลปู่ตา ลานธรรม สวนหย่อม และพื้นที่ร่มรื่น
การเดินทางจากตัวเมืองสุรินทร์มุ่งหน้าไปอำเภอสำโรงทาบ แล้วเข้าสู่ตำบลหนองไผ่ล้อมและบ้านจังเกา ระยะทางประมาณ 58 กม. จากตัวอำเภอสำโรงทาบถึงวัดประมาณ 5 กม. เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถตู้แบบหมู่คณะ
สถานะปัจจุบันเปิดให้เข้าชม ไหว้พระ ทำบุญ และประกอบศาสนกิจตามปกติ เป็นวัดราษฎร์ที่ยังมีบทบาทต่อชุมชนบ้านจังเกาและตำบลหนองไผ่ล้อม
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าชมไม่มีค่าเข้าชมสำหรับการไหว้พระและทำบุญทั่วไป สามารถร่วมทำบุญตามศรัทธาได้
สิ่งอำนวยความสะดวกอุโบสถ ศาลาการเปรียญ หอระฆัง กุฏิสงฆ์ เมรุ ศาลาธรรมสังเวช ห้องน้ำ ลานจอดรถ ลานกิจกรรม ลานธรรม สวนหย่อม พื้นที่ร่มรื่น และพื้นที่บำเพ็ญกุศลของชุมชน
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ1. เขตพุทธาวาสและอุโบสถ ขนาดประมาณ 20 เมตร x 40 เมตร
2. พระประธานปูนปั้นปางมารวิชัยอายุกว่าร้อยปี
3. พระพุทธรูปไม้โบราณปางมารวิชัยจำนวนหลายองค์
4. เขตธรรมาวาสและศาลาการเปรียญ 2 หลัง
5. หอระฆัง โรงครัว และโรงเก็บพัสดุครุภัณฑ์
6. เขตสังฆาวาส กุฏิสงฆ์ กุฏิอดีตเจ้าอาวาส และกุฏิกรรมฐาน
7. เขตบำเพ็ญกุศล เมรุ ศาลาธรรมสังเวช และลานจัดกิจกรรม
8. เจดีย์อัฐิอดีตเจ้าอาวาสและศาลปู่ตา
9. ลานธรรม สวนหย่อม สวนป่า และพื้นที่ร่มรื่นของวัด
ปูชนียวัตถุ / โบราณวัตถุสำคัญพระประธานในอุโบสถอายุประมาณ 135 ปี ปางมารวิชัย วัสดุปูนปั้น ศิลปะช่างชาวบ้าน หน้าตักกว้างประมาณ 1.90 เมตร สูงประมาณ 2.45 เมตร และพระพุทธรูปไม้แกะสลักโบราณอายุร้อยกว่าปีหลายขนาด
ประเพณี / พิธีกรรมสำคัญทำบุญวันพระ ฟังธรรม ถวายภัตตาหาร งานกฐิน งานผ้าป่า งานบวช งานบำเพ็ญกุศล งานศพ งานเทศน์มหาชาติ งานเข้าพรรษา งานออกพรรษา และโครงการอบรมพระธรรมทูตของคณะสงฆ์ตำบลหนองไผ่ล้อม
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลพระอภัย ปภสสโร รักษาการแทนเจ้าอาวาส; อดีตเจ้าอาวาสสำคัญคือพระครูสุจิตรธรรมานุรักษ์ (สงวน สนฺตจิตโต) พระครูสัญญาบัตรรูปแรกของวัดและอดีตเจ้าคณะตำบลศรีสุข
เบอร์ติดต่อหน่วยงานท้องถิ่นองค์การบริหารส่วนตำบลหนองไผ่ล้อม โทร. 044-069-555
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. ตลาด 4 ชนเผ่า เทศบาลตำบลสำโรงทาบ ประมาณ 5 กม.
2. วัดตะเคียนโพสิตาราม บ้านตะเคียน ประมาณ 6 กม.
3. วัดเกตุวราราม บ้านโดด ประมาณ 5 กม.
4. วัดหมื่นศรีใหญ่ ตำบลหมื่นศรี ประมาณ 10 กม.
5. วัดบูรณ์สะโน ตำบลสะโน ประมาณ 14 กม.
6. ปราสาทศีขรภูมิ อำเภอศีขรภูมิ ประมาณ 34 กม.
7. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ประมาณ 58 กม. โทร. 044-513-272, 044-513-274
ร้านอาหารใกล้เคียง1. Kaokan Cafe อำเภอสำโรงทาบ ประมาณ 5 กม. โทร. 093-487-6290
2. เพชรลำภูหมูกะทะ สาขาสำโรงทาบ ประมาณ 5 กม. โทร. 044-569-470
3. N’Joy Coffee Thu อำเภอสำโรงทาบ ประมาณ 5 กม. โทร. 082-449-5254
4. ก๋วยเตี๋ยวเรือหม้อดินนายกร 341 สุรินทร์ – สำโรงทาบ ประมาณ 6 กม. โทร. 080-073-1956
5. ร้านประทุมพร อำเภอสำโรงทาบ ประมาณ 5 กม. โทร. 082-368-8971
6. ร้านอาหารทะเลสด อำเภอสำโรงทาบ ประมาณ 6 กม. โทร. 082-488-9383
ที่พักใกล้เคียง1. ห้วยแสงจันทร์รีสอร์ท อำเภอสำโรงทาบ ประมาณ 7 กม. โทร. 044-569-375
2. จามจุรี รีสอร์ท อำเภอศีขรภูมิ ประมาณ 34 กม. โทร. 044-560-289, 089-190-5156
3. The Wood Surin อำเภอเมืองสุรินทร์ ประมาณ 58 กม. โทร. 063-023-7999
4. Thong Tarin Hotel อำเภอเมืองสุรินทร์ ประมาณ 58 กม. โทร. 044-514-281, 085-300-8858
5. Maneerote Hotel Surin อำเภอเมืองสุรินทร์ ประมาณ 59 กม. โทร. 044-514-569
6. Slive Hotel Surin อำเภอเมืองสุรินทร์ ประมาณ 60 กม. โทร. 044-060-322, 044-060-323
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดสว่างอารมณ์ (จังเกา) สุรินทร์อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดสว่างอารมณ์ตั้งอยู่ที่บ้านจังเกา หมู่ที่ 10 ตำบลหนองไผ่ล้อม อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ 32170
 
ถาม: วัดสว่างอารมณ์ (จังเกา) เปิดให้เข้าชมวันเวลาใด?
ตอบ: วัดเปิดให้เข้าชม ไหว้พระ และทำบุญทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
 
ถาม: วัดสว่างอารมณ์ (จังเกา) มีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่มีค่าเข้าชมสำหรับการไหว้พระและทำบุญทั่วไป ผู้มาเยือนสามารถร่วมทำบุญตามศรัทธาได้
 
ถาม: จุดเด่นของวัดสว่างอารมณ์ (จังเกา) คืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือพระประธานอุโบสถอายุเก่ากว่าร้อยปี พระพุทธรูปไม้โบราณ ศาลาการเปรียญที่สง่างาม ประวัติการเป็นสำนักเรียนพระปริยัติธรรม และบรรยากาศวัดชุมชนที่ร่มรื่นสงบ
 
ถาม: ใครเป็นผู้ดูแลวัดสว่างอารมณ์ (จังเกา)?
ตอบ: พระอภัย ปภสสโรเป็นรักษาการแทนเจ้าอาวาส ส่วนพระครูสุจิตรธรรมานุรักษ์ (สงวน สนฺตจิตโต) เป็นอดีตเจ้าอาวาสสำคัญและพระครูสัญญาบัตรรูปแรกของวัด
 
ถาม: วัดสว่างอารมณ์ (จังเกา) เกี่ยวข้องกับชุมชนกูยอย่างไร?
ตอบ: บ้านจังเกาก่อตั้งโดยกลุ่มชาวกูยหรือส่วยที่ย้ายมาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่สำโรงทาบ ชื่อจังเกามาจากภาษากูยที่ใช้เรียกหมี วัดจึงเป็นศูนย์กลางศรัทธาที่ผูกพันกับประวัติชุมชนกูยบ้านจังเกาโดยตรง
 
ถาม: ควรเที่ยววัดสว่างอารมณ์ (จังเกา) ร่วมกับสถานที่ใด?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับตลาด 4 ชนเผ่า วัดตะเคียนโพสิตาราม วัดเกตุวราราม วัดหมื่นศรีใหญ่ วัดบูรณ์สะโน ปราสาทศีขรภูมิ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ได้
 
ถาม: ควรแต่งกายอย่างไรเมื่อไปวัดสว่างอารมณ์ (จังเกา)?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ เสื้อมีแขน กางเกงหรือกระโปรงยาวเหมาะสม พูดจาเบา ไม่รบกวนพระสงฆ์ ไม่เข้าเขตสังฆาวาสโดยไม่ได้รับอนุญาต และรักษาความสะอาดของพื้นที่วัด

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่วัดสว่างอารมณ์ (จังเกา)

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(11)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(2)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(5)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(1)
วัด วัด(15)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(1)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(9)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(2)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(2)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(6)
น้ำตก น้ำตก(1)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(2)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(4)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(2)