หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุรินทร์ >อ.ปราสาท >ต.เชื้อเพลิง > การแสดงกะโน้บติงตอง
TL;DR: การแสดงกะโน้บติงตอง อยู่ที่ชุมชนบ้านโพธิ์กอง ตำบลเชื้อเพลิง อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ 32140 เปิดจันทร์ – อาทิตย์ เวลา 08.00 – 17.00 น.; ระยะเวลากิจกรรมการแสดงประมาณ 60 นาที.
การแสดงกะโน้บติงตอง

วันเปิดทำการ: จันทร์ – อาทิตย์
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.; ระยะเวลากิจกรรมการแสดงประมาณ 60 นาที
การแสดงกะโน้บติงตอง สุรินทร์ หรือกะโน้ปติงต็อง เป็นศิลปะการละเล่นพื้นบ้านของจังหวัดสุรินทร์ที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนที่สุดชุดหนึ่ง โดยมีต้นกำเนิดและพื้นที่เรียนรู้สำคัญอยู่ที่ชุมชนบ้านโพธิ์กอง ตำบลเชื้อเพลิง อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ การแสดงนี้เลียนแบบลีลาการเคลื่อนไหวของตั๊กแตนตำข้าว ทั้งการกระโดด การไหวตัว การส่ายลำตัว การหยอกล้อ และการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วตามจังหวะดนตรีพื้นบ้าน ทำให้ผู้ชมเห็นทั้งความสนุก ความมีชีวิตชีวา และภูมิปัญญาของคนท้องถิ่นอีสานใต้ในเวลาเดียวกัน
กะโน้บติงตองเป็นศิลปะการแสดงที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจวัฒนธรรมสุรินทร์ในมิติที่ลึกกว่าการท่องเที่ยวทั่วไป เพราะนี่ไม่ใช่เพียงการรำเพื่อความบันเทิง แต่เป็นการแสดงที่รวมภาษาเขมรถิ่นไทย ดนตรีกันตรึมและมโหรีพื้นบ้าน จังหวะชุมชน ความคิดสร้างสรรค์ของศิลปินท้องถิ่น และความทรงจำร่วมของคนสุรินทร์ไว้ด้วยกัน บ้านโพธิ์กองจึงเป็นจุดหมายที่สำคัญสำหรับการเรียนรู้การแสดงชุดนี้ เนื่องจากชุมชนแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่เปิดให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสทั้งการแสดงกะโน้บติงตอง ภาษาเขมรถิ่นไทย ผ้าไหมพื้นบ้าน อาหารท้องถิ่น และวิถีชุมชนในพื้นที่เดียวกัน
คำว่า “กะโน้บติงตอง” หรือ “กะโน้ปติงต็อง” เป็นคำในภาษาถิ่นอีสานใต้และภาษาเขมรถิ่นไทย หมายถึงตั๊กแตนตำข้าว การนำชื่อตั๊กแตนตำข้าวมาเป็นชื่อการแสดงสะท้อนวิธีคิดของคนพื้นถิ่นที่สังเกตธรรมชาติอย่างละเอียด แล้วนำสิ่งที่พบเห็นในชีวิตประจำวันมาสร้างเป็นศิลปะ ตั๊กแตนตำข้าวมีท่าทางโดดเด่น ทั้งการยกแขนคล้ายพนมมือ การหันมองเหยื่อ การโยกตัว การกระโดด และการหยอกล้อกันระหว่างตัวผู้กับตัวเมีย ท่าทางเหล่านี้ถูกดัดแปลงเป็นท่ารำที่สนุก เร้าใจ และจดจำง่าย
ประวัติของกะโน้บติงตองสัมพันธ์กับชื่อของนายเต็น ตระการดี ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในการก่อเกิดแนวคิดการละเล่นชุดนี้ เรื่องเล่าที่สืบทอดในจังหวัดสุรินทร์ระบุว่า เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2490 นายเต็นได้เดินทางเข้าไปในเขมรต่ำเพื่อค้าขายปลาเฮาะหรือปลาร้า ระหว่างเดินทางกลับได้พบตั๊กแตนตำข้าวกำลังเคลื่อนไหวและหยอกล้อกันอยู่ จึงเฝ้าดูด้วยความสนใจ เมื่อนำภาพที่เห็นกลับมาคิดและเล่าให้คนในท้องถิ่นฟัง จึงเกิดแนวคิดว่าลีลาของตั๊กแตนตำข้าวสามารถนำมาดัดแปลงเป็นการเต้นให้คนดูได้
ต่อมานายเต็นได้นำแนวคิดนี้ไปเล่าให้นายเหือน ตรงศูนย์ดี ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะกันตรึมที่เล่นอยู่ในหมู่บ้านรำเบอะและหมู่บ้านใกล้เคียงในอำเภอปราสาท ทั้งสองได้ร่วมกันนำท่าทางของตั๊กแตนตำข้าวมาประกอบดนตรีพื้นบ้าน เมื่อไปเล่นดนตรีในงานบวช งานแต่งงาน งานกฐิน หรืองานเทศกาลต่าง ๆ ก็นำท่ากะโน้บติงตองไปแสดงประกอบเพื่อสร้างความสนุกสนาน ในระยะแรกมีผู้แสดงเพียง 2 คน สมมุติเป็นตั๊กแตนตัวผู้และตั๊กแตนตัวเมีย ก่อนจะพัฒนาเป็นการแสดงหมู่ที่มีผู้แสดงหลายคนตามขนาดของพื้นที่และวาระของงาน
กะโน้บติงตองจึงเริ่มต้นจากความสนุกของคนเล่นดนตรีพื้นบ้าน แต่ค่อย ๆ เติบโตเป็นศิลปะการแสดงประจำถิ่นที่คนสุรินทร์ภาคภูมิใจ จุดเด่นของการแสดงอยู่ที่ความเป็นกันเองและความเร้าใจ ผู้ชมสามารถสัมผัสพลังของจังหวะดนตรี ความขบขันของท่าทางเลียนแบบสัตว์ และความคล่องแคล่วของผู้รำ การเคลื่อนไหวไม่ได้เน้นความอ่อนช้อยแบบนาฏศิลป์ราชสำนัก แต่มีเสน่ห์จากจังหวะเร็ว ความกระฉับกระเฉง และลีลาที่สื่อสารกับผู้ชมได้ทันที
ในช่วงปี พ.ศ. 2506 การแสดงกะโน้บติงตองได้รับการส่งเสริมให้เป็นที่รู้จักกว้างขึ้น เมื่อมีการนำไปแสดงนอกพื้นที่สุรินทร์ และต่อมาได้รับการปรับรูปแบบทั้งด้านเพลง เนื้อร้อง เครื่องแต่งกาย และจำนวนผู้แสดง เพื่อให้เหมาะกับเวทีสมัยใหม่ เนื้อเพลงเดิมที่เป็นภาษาเขมรถิ่นไทยยังคงมีบทบาทสำคัญ ขณะเดียวกันมีการเพิ่มเนื้อร้องภาษาไทยเพื่อให้ผู้ชมต่างพื้นที่เข้าใจความหมายของการแสดงมากขึ้น การปรับตัวนี้ทำให้กะโน้บติงตองยังคงรากเดิมไว้ ขณะเดียวกันก็สามารถสื่อสารกับผู้ชมวงกว้างได้ดีขึ้น
บ้านโพธิ์กองมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาและถ่ายทอดกะโน้บติงตอง เพราะชุมชนแห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสศิลปะการแสดง วิถีชีวิต การทอผ้าไหม ภาษาเขมรถิ่นไทย และกิจกรรมสร้างสรรค์ของชุมชน บ้านโพธิ์กองมีชื่อเรียกที่มาจากต้นโพธิ์ประจำหมู่บ้านที่มีลักษณะเอนโค้ง โดยคำว่า “กอง” ในภาษาเขมรหมายถึงโค้ง ชื่อบ้านโพธิ์กองจึงสะท้อนทั้งภูมิทัศน์และภาษาในชุมชนอย่างชัดเจน
ชุมชนบ้านโพธิ์กองยังมีชื่อเสียงด้านผ้าไหม โดยเฉพาะผ้าไหมพื้นบ้านและผลิตภัณฑ์จากผ้าไหมที่สะท้อนภูมิปัญญาของคนสุรินทร์ การท่องเที่ยวที่นี่จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการดูการแสดง แต่ผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้การปลูกหม่อน เลี้ยงไหม สาวไหม ฟอก ย้อม และทอผ้าไหมได้ด้วย การผสมผสานระหว่างผ้าไหม ภาษาเขมรถิ่นไทย อาหารท้องถิ่น และกะโน้บติงตอง ทำให้บ้านโพธิ์กองเป็นชุมชนที่มีเนื้อหาทางวัฒนธรรมหนาแน่นและเหมาะกับการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้เป็นอย่างมาก
รูปแบบของกิจกรรมกะโน้บติงตองในบ้านโพธิ์กองเน้นการมีส่วนร่วมของนักท่องเที่ยว ผู้มาเยือนไม่ได้เป็นเพียงผู้ชมที่นั่งดูอยู่หน้าเวที แต่สามารถเรียนรู้ความเป็นมาของการแสดง ทดลองสวมใส่ชุดกะโน้บติงตอง ฝึกท่าเต้นเลียนแบบการกระโดดและการไหวตัวของตั๊กแตนตำข้าว เรียนรู้คำภาษาเขมรถิ่นไทย และทำของที่ระลึกจากคำภาษาเขมรถิ่นไทยได้ กิจกรรมลักษณะนี้ช่วยให้วัฒนธรรมไม่ถูกเก็บไว้เป็นเพียงการแสดงบนเวที แต่กลายเป็นประสบการณ์ที่ผู้มาเยือนได้ลงมือทำและจดจำด้วยตนเอง
เครื่องแต่งกายของกะโน้บติงตองสะท้อนการพัฒนาจากการเล่นพื้นบ้านไปสู่การแสดงที่มีรูปแบบชัดเจน ในระยะแรกผู้แสดงแต่งกายเรียบง่ายตามเสื้อผ้าที่หาได้ในท้องถิ่น ต่อมามีการประดิษฐ์ชุดเลียนแบบสีและรูปร่างของตั๊กแตนตำข้าว ใช้ผ้าสีเขียวเป็นหลัก มีส่วนหัว ปีก และเครื่องประกอบร่างกายที่ช่วยให้ผู้ชมเห็นภาพตั๊กแตนได้ชัดขึ้น ผู้แสดงฝ่ายหญิงและฝ่ายชายแต่งกายให้สื่อถึงตั๊กแตนตัวเมียและตัวผู้ ทำให้การรำมีมิติของการหยอกล้อ เกี้ยวพาราสี และการเคลื่อนไหวคู่กันอย่างสนุกสนาน
ดนตรีประกอบการแสดงกะโน้บติงตองมีความสำคัญมาก เพราะจังหวะดนตรีเป็นตัวกำหนดพลังของท่ารำ เครื่องดนตรีที่พบในข้อมูลองค์ความรู้ประกอบด้วยกลองโทนหรือสก็วล ปี่ในหรือปี่ชลัย ซอด้วง ซออู้ และฉิ่ง ลักษณะเสียงดนตรีให้จังหวะที่เร้าใจ สนุก และเหมาะกับการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของผู้แสดง เนื้อร้องในบางช่วงเป็นภาษาเขมรถิ่นไทย และมีการแต่งเนื้อร้องเพิ่มเติมตามโอกาสของงานเพื่อให้สอดคล้องกับบรรยากาศ เช่น งานบุญ งานแต่งงาน งานบวช งานกฐิน หรืองานเทศกาลประจำท้องถิ่น
วิธีการแสดงโดยทั่วไปแบ่งผู้แสดงออกเป็นฝ่ายหญิงและฝ่ายชาย สมมุติให้เป็นตั๊กแตนตัวเมียและตัวผู้ เมื่อเริ่มการแสดง ผู้แสดงจะออกมาสู่เวทีพร้อมจังหวะเพลงกะโน้บติงตอง แล้วส่ายตัว โยกตัว กระโดด และเปลี่ยนท่าตามจังหวะดนตรี ท่ารำใช้ทั้งมือ แขน ขา ลำตัว ใบหน้า และสายตา เพื่อเลียนแบบอาการของตั๊กแตนตำข้าวอย่างมีชีวิตชีวา การแสดงจึงมีทั้งจังหวะขบขัน จังหวะเร็ว จังหวะหยอกล้อ และจังหวะที่ผู้ชมรู้สึกสนุกตามไปด้วย
ท่ารำสำคัญของกะโน้บติงตองมีลำดับที่สะท้อนพฤติกรรมของตั๊กแตนตำข้าวอย่างชัดเจน เริ่มจากบทไหว้ครู ซึ่งเป็นการแสดงความเคารพต่อครูบาอาจารย์และผู้ถ่ายทอดศิลปะ ต่อด้วยท่าตั๊กแตนเช็ดปากหลังกินอาหาร ท่าป้องตาดูเหยื่อ ท่าหยอกล้อกัน ท่าสะกิดกัน และท่าหยอกล้อแล้วเดินเข้าหากัน การจัดลำดับท่าเช่นนี้ทำให้ผู้ชมติดตามเรื่องราวได้ง่าย แม้ไม่เข้าใจเนื้อร้องทุกคำก็ยังเข้าใจอารมณ์ของการแสดงผ่านร่างกายของผู้รำ
ความน่าสนใจของกะโน้บติงตองอยู่ที่การผสมผสานระหว่างการเลียนแบบธรรมชาติกับการสร้างสรรค์ทางวัฒนธรรม ตั๊กแตนตำข้าวในธรรมชาติถูกมองเห็นเป็นแรงบันดาลใจ แล้วถูกแปลงเป็นภาษาร่างกายของมนุษย์ ผ่านดนตรี ท่าทาง เสื้อผ้า สีสัน และอารมณ์ขัน กระบวนการนี้แสดงให้เห็นว่าคนท้องถิ่นมีวิธีมองธรรมชาติอย่างละเอียดและสามารถนำสิ่งธรรมดารอบตัวมาสร้างเป็นศิลปะที่มีเอกลักษณ์ของตนเองได้
กะโน้บติงตองยังมีคุณค่าด้านภาษา เพราะเนื้อร้องและคำเรียกหลายส่วนเกี่ยวข้องกับภาษาเขมรถิ่นไทย ซึ่งเป็นภาษาและอัตลักษณ์สำคัญของชุมชนในอีสานใต้ การอนุรักษ์การแสดงจึงเป็นการอนุรักษ์ภาษาไปพร้อมกัน เมื่อเด็กและเยาวชนในพื้นที่ฝึกการแสดง พวกเขาไม่ได้เรียนรู้เพียงท่ารำ แต่ได้เรียนรู้คำศัพท์ สำเนียง ความหมาย และวิธีใช้ภาษาในบริบทวัฒนธรรมด้วย
ในด้านสังคม กะโน้บติงตองทำหน้าที่เป็นพื้นที่รวมคนหลายวัยในชุมชน ผู้สูงอายุเป็นผู้เล่าเรื่องและถ่ายทอดประวัติ ผู้ใหญ่ช่วยจัดกิจกรรม เครื่องแต่งกาย ดนตรี และการต้อนรับ นักเรียนและเยาวชนเป็นผู้ฝึกท่ารำหรือช่วยแสดง นักท่องเที่ยวเข้ามาเรียนรู้และสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชน วัฒนธรรมชุดนี้จึงมีชีวิตเพราะคนในชุมชนยังใช้ ยังสอน ยังแสดง และยังนำมาต้อนรับผู้มาเยือนอย่างต่อเนื่อง
ในด้านการท่องเที่ยว กะโน้บติงตองเหมาะกับนักเดินทางที่สนใจประสบการณ์เชิงสร้างสรรค์ มากกว่าการเดินทางแบบแวะถ่ายรูปแล้วกลับ ผู้มาเยือนสามารถใช้เวลาในบ้านโพธิ์กองเพื่อชมการแสดง เรียนรู้ผ้าไหม ชิมอาหารท้องถิ่น พูดคุยกับนักเล่าเรื่อง และซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชนเป็นของฝาก การเดินทางลักษณะนี้ช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนโดยตรง และทำให้ศิลปะพื้นบ้านมีบทบาทในชีวิตเศรษฐกิจของชุมชนร่วมสมัย
บ้านโพธิ์กองเปิดให้ท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี โดยข้อมูลการท่องเที่ยวชุมชนระบุวันเวลาเปิดทำการจันทร์ถึงอาทิตย์ 08.00 – 17.00 น. กิจกรรมการแสดงรำกะโน้บติงตองใช้เวลาประมาณ 60 นาที เหมาะสำหรับครอบครัว กลุ่มเพื่อน คณะศึกษาดูงาน และองค์กรที่ต้องการเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ ชุมชนมีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน เช่น ห้องประชุม ที่จอดรถ ห้องน้ำ บริการอินเทอร์เน็ตไวไฟ นักเล่าเรื่อง และช่องทางชำระเงินทั้งเงินสดและออนไลน์
การเดินทางมายังบ้านโพธิ์กองสามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด จากที่ว่าการอำเภอปราสาทใช้เส้นทางตามทางหลวงหมายเลข 24 ช่วงสุรินทร์ – ปราสาท ประมาณ 10 กม. แล้วแยกเข้าหมู่บ้านอีกประมาณ 2 กม. หากเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางสายกรุงเทพฯ – ปราสาท สามารถลงที่แยกปราสาทแล้วติดต่อชุมชนให้มารับได้ การเดินทางจึงเหมาะทั้งแบบไปเช้าเย็นกลับจากตัวเมืองสุรินทร์ และแบบพักค้างคืนเพื่อสัมผัสโฮมสเตย์และวิถีชุมชน
การเดินทาง จากตัวเมืองสุรินทร์ไปยังบ้านโพธิ์กองใช้เส้นทางไปอำเภอปราสาท ระยะทางโดยประมาณ 45 – 50 กม. ขึ้นอยู่กับจุดเริ่มต้นในตัวเมือง เมื่อถึงพื้นที่อำเภอปราสาทให้ใช้เส้นทางเข้าสู่ตำบลเชื้อเพลิงและบ้านโพธิ์กอง การใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเหมาะที่สุด เพราะสามารถวางแผนแวะสถานที่ใกล้เคียง เช่น ปราสาทบ้านพลวง ปราสาทบ้านไพล หรือร้านอาหารในตัวอำเภอปราสาทได้สะดวก
ผู้ที่ต้องการชมกะโน้บติงตองควรติดต่อชุมชนล่วงหน้า เพราะการแสดงเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงชุมชนที่ต้องจัดเตรียมผู้แสดง เครื่องแต่งกาย ดนตรี และผู้บรรยาย การนัดหมายล่วงหน้าช่วยให้ชุมชนจัดกิจกรรมได้ครบถ้วน และทำให้นักท่องเที่ยวได้รับประสบการณ์ที่สมบูรณ์ ทั้งการชมการแสดง การทดลองแต่งกาย การฝึกท่าเต้น การเรียนรู้ภาษาเขมรถิ่นไทย และการเยี่ยมชมส่วนอื่นของชุมชน
มารยาทในการเยี่ยมชมบ้านโพธิ์กองคือแต่งกายสุภาพ เหมาะกับกิจกรรมและสถานที่ ไม่ดื่มสุราและของมึนเมา ไม่ส่งเสียงดังในยามวิกาล ไม่ถ่ายภาพบุคคลหรือบ้านเรือนโดยไม่ขออนุญาต และเคารพคำแนะนำของนักเล่าเรื่องหรือเจ้าบ้าน หากเข้าร่วมกิจกรรมฝึกท่ารำควรปฏิบัติตามจังหวะและคำแนะนำของผู้สอนอย่างสุภาพ เพราะการแสดงชุดนี้เป็นมรดกของชุมชน ไม่ใช่เพียงกิจกรรมเพื่อความสนุกชั่วคราว
อาหารพื้นถิ่นเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้การเดินทางมาบ้านโพธิ์กองสมบูรณ์ขึ้น ชุมชนมีอาหารที่สะท้อนวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น โบ๊ะโดง กะลอเจี๊ยบะเหมี่ยน ละแวกะดาม กบยัดไส้ แกงหยวกกล้วย แกงหน่อไม้ และขนมเนียล รายการอาหารเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของวิถีบ้านและภูมิปัญญาชุมชน การกินอาหารท้องถิ่นควบคู่กับการชมกะโน้บติงตองทำให้ผู้มาเยือนได้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างรสชาติ ภาษา และวัฒนธรรมอย่างเป็นรูปธรรม
ของฝากจากบ้านโพธิ์กองเน้นผลิตภัณฑ์จากผ้าไหมและผลิตภัณฑ์ชุมชน เช่น ผ้าคลุมไหล่ เสื้อยืดสกรีนลายโพธิ์กอง และสินค้าที่สะท้อนอัตลักษณ์ชุมชน ผู้ที่ชื่นชอบงานหัตถกรรมสามารถใช้โอกาสนี้เรียนรู้ว่าผ้าไหมสุรินทร์มีความละเอียด ประณีต และเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของคนในพื้นที่อย่างไร การซื้อของฝากจากชุมชนเป็นวิธีสนับสนุนช่างทอ ผู้ประกอบการท้องถิ่น และกิจกรรมวัฒนธรรมที่ชุมชนรักษาไว้
กะโน้บติงตองจึงเป็นศิลปะการแสดงที่มีคุณค่าหลายชั้น ชั้นแรกคือความสนุกจากจังหวะและท่าทางที่เลียนแบบตั๊กแตนตำข้าว ชั้นที่สองคือภูมิปัญญาการนำธรรมชาติมาสร้างเป็นศิลปะ ชั้นที่สามคือการสืบทอดภาษาเขมรถิ่นไทย ดนตรี และความทรงจำของชุมชน ชั้นที่สี่คือการใช้วัฒนธรรมเป็นฐานการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ และชั้นที่ห้าคือการทำให้คนรุ่นใหม่เห็นว่าศิลปะพื้นบ้านยังมีคุณค่าในโลกปัจจุบัน
สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนเที่ยวสุรินทร์ การแสดงกะโน้บติงตองที่บ้านโพธิ์กองเป็นประสบการณ์ที่ควรจัดไว้ในเส้นทาง โดยเฉพาะหากต้องการเรียนรู้วัฒนธรรมอีสานใต้ผ่านการลงมือสัมผัสจริง ไม่ว่าจะเป็นการชมการรำตั๊กแตนตำข้าว การทดลองสวมชุดการแสดง การฝึกท่าเต้น การฟังภาษาเขมรถิ่นไทย การชิมอาหารพื้นบ้าน หรือการดูผ้าไหมชุมชน ทุกกิจกรรมช่วยเปิดมุมมองใหม่ต่อสุรินทร์ในฐานะจังหวัดที่มีวัฒนธรรมหลากหลายและมีพลังสร้างสรรค์จากรากเหง้าของตนเอง
การแสดงกะโน้บติงตองจึงไม่ควรถูกมองเป็นเพียงการละเล่นเลียนแบบตั๊กแตนตำข้าว แต่เป็นศิลปะพื้นบ้านที่บอกเล่าความฉลาดในการสังเกตธรรมชาติ ความสนุกของชุมชน ความงามของภาษาเขมรถิ่นไทย ความสัมพันธ์ระหว่างดนตรีกับร่างกาย และความสามารถของคนสุรินทร์ในการรักษาวัฒนธรรมให้ยังมีชีวิตอยู่ นักท่องเที่ยวที่ได้ชมและร่วมเรียนรู้จะเข้าใจว่าเสน่ห์ของสุรินทร์ไม่ได้อยู่เฉพาะปราสาทหิน ช้าง หรือผ้าไหมเท่านั้น แต่อยู่ในรอยยิ้ม จังหวะดนตรี และท่ารำเล็ก ๆ ที่เกิดจากตั๊กแตนตำข้าวตัวหนึ่งในความทรงจำของคนท้องถิ่นด้วย
| ชื่อสถานที่ / กิจกรรม | การแสดงกะโน้บติงตอง สุรินทร์ / การแสดงรำกะโน้บติงต็อง ชุมชนบ้านโพธิ์กอง |
| ที่ตั้ง | ชุมชนบ้านโพธิ์กอง ตำบลเชื้อเพลิง อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ 32140 |
| ที่อยู่ | บ้านโพธิ์กอง ตำบลเชื้อเพลิง อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ 32140 |
| ไฮไลต์ | การรำเลียนแบบตั๊กแตนตำข้าว ดนตรีพื้นบ้าน ภาษาเขมรถิ่นไทย การแต่งกายสีเขียวแบบตั๊กแตน และกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ของชุมชน |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | มีเรื่องเล่าสืบเนื่องจากช่วงประมาณปี พ.ศ. 2490 เมื่อนายเต็น ตระการดี สังเกตลีลาตั๊กแตนตำข้าวและนำมาดัดแปลงเป็นการละเล่น ต่อมาได้รับการพัฒนาเป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านของสุรินทร์ |
| ที่มาของชื่อ | “กะโน้บติงตอง” หรือ “กะโน้ปติงต็อง” เป็นคำในภาษาเขมรถิ่นไทย หมายถึงตั๊กแตนตำข้าว |
| ลักษณะเด่น | ผู้แสดงสมมุติเป็นตั๊กแตนตัวผู้และตัวเมีย ใช้ท่ากระโดด ไหวตัว ส่ายลำตัว หยอกล้อ และเปลี่ยนท่าตามจังหวะดนตรีพื้นบ้าน |
| การเดินทาง | จากอำเภอปราสาทใช้ทางหลวงหมายเลข 24 ช่วงสุรินทร์ – ปราสาท ประมาณ 10 กม. แล้วแยกเข้าบ้านโพธิ์กองอีกประมาณ 2 กม.; จากตัวเมืองสุรินทร์ระยะทางประมาณ 45 – 50 กม. |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชุมชนบ้านโพธิ์กอง และยังได้รับการนำเสนอในฐานะกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์จากฐานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอีสานใต้ |
| วันเปิดทำการ | จันทร์ – อาทิตย์ |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น.; ระยะเวลากิจกรรมการแสดงประมาณ 60 นาที |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ห้องประชุมรองรับประมาณ 50 คน เครื่องเสียง ที่จอดรถประมาณ 20 คัน ห้องน้ำประมาณ 15 ห้อง บริการอินเทอร์เน็ตไวไฟ ช่องทางชำระเงินสดและออนไลน์ นักเล่าเรื่องภาษาเขมรและภาษาไทยกลาง |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. พื้นที่การแสดงกะโน้บติงตอง 2. พื้นที่เรียนรู้ภาษาเขมรถิ่นไทย 3. พื้นที่กิจกรรมผ้าไหมและการทอผ้า 4. พื้นที่โฮมสเตย์ชุมชน 5. พื้นที่อาหารพื้นถิ่นและของฝาก 6. พื้นที่ทำกิจกรรมของที่ระลึกจากคำภาษาเขมรถิ่นไทย |
| ผู้ดูแล / ผู้ติดต่อชุมชน | คุณสุทิตร แจ่มใส โทร. 063-532-9444 คุณนพรัตน์ สมัญญา โทร. 062-419-5888 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | Facebook: https://www.facebook.com/banphokongcommunity |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ชุมชนบ้านโพธิ์กอง ประมาณ 0 กม. 2. พิพิธภัณฑ์วัตถุโบราณบ้านปราสาท ประมาณ 8 กม. 3. ปราสาทบ้านไพล ประมาณ 10 กม. 4. ปราสาทบ้านพลวง ประมาณ 18 กม. 5. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ประมาณ 45 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านอาหารเพชรปราสาท ประมาณ 12 กม. โทร. 044-551-166 2. ร้านอาหารน้องเบียร์ อำเภอปราสาท ประมาณ 12 กม. โทร. 081-760-7317 3. Southern Coffee โลตัสปราสาท สุรินทร์ ประมาณ 12 กม. 4. Café Amazon สาขาอำเภอปราสาท ประมาณ 12 กม. 5. ร้านอาหารในตลาดอำเภอปราสาท ประมาณ 12 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. บ้านโพธิ์กองโฮมสเตย์ ประมาณ 0 กม. โทร. 063-532-9444, 062-419-5888 2. Maneerote Hotel Surin ประมาณ 43 กม. โทร. 044-514-569 3. Slive Hotel Surin ประมาณ 43 กม. โทร. 044-060-233 4. Martina Hotel Surin ประมาณ 44 กม. โทร. 044-713-555 5. Hop Inn Surin ประมาณ 45 กม. โทร. 02-080-2222 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: การแสดงกะโน้บติงตอง สุรินทร์ คืออะไร?
ตอบ: การแสดงกะโน้บติงตองเป็นการละเล่นพื้นบ้านของจังหวัดสุรินทร์ที่เลียนแบบท่าทางของตั๊กแตนตำข้าว ใช้ดนตรีพื้นบ้านประกอบการร่ายรำ และมีความเกี่ยวข้องกับภาษาเขมรถิ่นไทยของอีสานใต้
ถาม: กะโน้บติงตองอยู่ที่ไหน?
ตอบ: แหล่งเรียนรู้สำคัญอยู่ที่ชุมชนบ้านโพธิ์กอง ตำบลเชื้อเพลิง อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ 32140
ถาม: กะโน้บติงตองเปิดให้เข้าชมวันไหน?
ตอบ: ชุมชนบ้านโพธิ์กองเปิดให้ท่องเที่ยวจันทร์ – อาทิตย์ เวลา 08.00 – 17.00 น. โดยกิจกรรมการแสดงใช้เวลาประมาณ 60 นาที
ถาม: คำว่ากะโน้บติงตองหมายถึงอะไร?
ตอบ: กะโน้บติงตองหรือกะโน้ปติงต็องเป็นคำภาษาเขมรถิ่นไทย หมายถึงตั๊กแตนตำข้าว ซึ่งเป็นต้นแบบของท่ารำในการแสดงชุดนี้
ถาม: จุดเด่นของการแสดงกะโน้บติงตองคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือการใช้ท่ารำเลียนแบบตั๊กแตนตำข้าว เช่น การกระโดด การไหวตัว การส่ายลำตัว การหยอกล้อ และการเปลี่ยนท่าตามจังหวะดนตรีพื้นบ้านอย่างสนุกสนาน
ถาม: นักท่องเที่ยวสามารถร่วมกิจกรรมได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถร่วมกิจกรรมได้ โดยนักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้ความเป็นมา ทดลองสวมชุดกะโน้บติงตอง ฝึกท่ารำ เรียนภาษาเขมรถิ่นไทย และทำของที่ระลึกจากกิจกรรมชุมชน
ถาม: เดินทางไปบ้านโพธิ์กองอย่างไร?
ตอบ: จากอำเภอปราสาทใช้ทางหลวงหมายเลข 24 ช่วงสุรินทร์ – ปราสาท ประมาณ 10 กม. แล้วแยกเข้าหมู่บ้านอีกประมาณ 2 กม. หากเดินทางจากตัวเมืองสุรินทร์ระยะทางประมาณ 45 – 50 กม.
ถาม: ควรติดต่อชุมชนล่วงหน้าหรือไม่?
ตอบ: ควรติดต่อชุมชนล่วงหน้า เพราะการแสดงกะโน้บติงตองเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงชุมชนที่ต้องจัดเตรียมผู้แสดง เครื่องแต่งกาย ดนตรี และผู้บรรยายให้พร้อมก่อนรับนักท่องเที่ยว
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




