หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุรินทร์ >อ.บัวเชด >ต.จรัส > วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร
TL;DR: วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร อยู่ที่ตำบลจรัส อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ 32230 เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ วัดป่าขนาดใหญ่ในพื้นที่ป่าและภูเขาใกล้ชายแดนไทย – กัมพูชา มีทั้งศาสนสถาน จุดปฏิบัติธรรม จุดชมวิว แหล่งต้นน้ำ พื้นที่เรียนรู้เชิงนิเวศ.
วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร สุรินทร์ เป็นพุทธอุทยานและวัดป่าสำคัญของจังหวัดสุรินทร์ ตั้งอยู่ที่ตำบลจรัส อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ บนผืนป่าขนาดใหญ่บริเวณแนวเทือกเขาพนมดงรักใกล้ชายแดนไทย – กัมพูชา วัดแห่งนี้มีเอกลักษณ์เด่นจากการเป็นศาสนสถานที่ตั้งอยู่ท่ามกลางป่า ภูเขา แหล่งต้นน้ำ และระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์ มีพื้นที่ครอบคลุมประมาณ 10,865 ไร่ เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้ สมุนไพรหายาก สัตว์ป่า ลำธาร จุดชมวิว และศาสนสถานหลายส่วนที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับการไหว้พระ ปฏิบัติธรรม และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างสงบ
ความโดดเด่นของวัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโรไม่ได้อยู่เพียงความกว้างใหญ่ของพื้นที่ แต่ยังอยู่ที่แนวคิดการใช้พระพุทธศาสนาเป็นแกนกลางในการอนุรักษ์ป่าไม้และสิ่งแวดล้อม วัดแห่งนี้เป็นพื้นที่ที่พระสงฆ์ ชุมชน หน่วยงานรัฐ และพุทธศาสนิกชนร่วมกันรักษาป่าให้คงอยู่คู่กับการปฏิบัติธรรม พื้นที่ป่าบางส่วนอยู่ต่อเนื่องกับแนวชายแดนและเทือกเขาพนมดงรัก ทำให้วัดมีความสำคัญทั้งด้านศาสนา ด้านนิเวศวิทยา ด้านความมั่นคงของทรัพยากรธรรมชาติ และด้านการเรียนรู้ภูมิประเทศอีสานใต้
ชื่อวัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโรมีความสัมพันธ์กับบุคคลสำคัญและการพัฒนาพื้นที่ในยุคเริ่มต้น คำว่า “เขาศาลา” สะท้อนลักษณะพื้นที่ภูเขาและผืนป่าที่มีศาลา ศาสนสถาน และจุดปฏิบัติธรรมกระจายอยู่ภายใน ส่วนคำว่า “อตุลฐานะจาโร” สื่อถึงความเชื่อมโยงกับพลเอกเชษฐา ฐานะจาโร ผู้มีบทบาทริเริ่มแนวคิดโครงการส่งเสริมพระพุทธศาสนาเพื่อการอนุรักษ์ป่าไม้และพัฒนาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่แห่งนี้ ชื่อวัดจึงบอกเล่าทั้งภูมิประเทศ ศรัทธา และประวัติการอนุรักษ์ไว้ในชื่อเดียวกัน
ในปี พ.ศ. 2536 กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในขณะนั้นได้ประกาศพื้นที่ป่าแห่งนี้เป็นเขตพุทธอุทยาน เพื่อดำเนินโครงการส่งเสริมพระพุทธศาสนา ควบคู่กับการอนุรักษ์ป่าไม้และพัฒนาสิ่งแวดล้อม แนวคิดนี้ทำให้วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโรมีสถานะพิเศษกว่าวัดทั่วไป เพราะวัดไม่ได้ดูแลเฉพาะเสนาสนะหรืออาคารทางศาสนา แต่ดูแลผืนป่า แหล่งน้ำ สมุนไพร สัตว์ป่า และระบบนิเวศขนาดใหญ่ที่เป็นสมบัติร่วมของชุมชนและประเทศ
วัดได้รับการอุปถัมภ์และสนับสนุนจากผู้มีศรัทธาหลายฝ่าย โดยมีเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชทรงรับเป็นองค์อุปถัมภ์ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นโครงการพุทธอุทยาน ความสำคัญดังกล่าวทำให้พื้นที่นี้กลายเป็นต้นแบบของการประสานพระพุทธศาสนาเข้ากับการดูแลป่าไม้ การปฏิบัติธรรมไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในศาลาหรืออุโบสถ แต่เกิดขึ้นท่ามกลางป่า ภูเขา ลำธาร และความเงียบสงบของธรรมชาติ ซึ่งสอดคล้องกับวิถีวัดป่าและการเจริญสติในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อความสงบของกายและใจ
ผืนป่าวัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโรเป็นหนึ่งในพื้นที่ป่าที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของอีสานใต้ มีลักษณะเป็นป่าไม้สลับภูเขา มีพันธุ์ไม้พื้นถิ่น สมุนไพรหายาก และสัตว์ป่าหลากชนิด เป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธารและช่วยหล่อเลี้ยงพื้นที่ชุมชนโดยรอบ ความอุดมสมบูรณ์ของป่าทำให้วัดเป็นพื้นที่ที่มีคุณค่ามากกว่าด้านการท่องเที่ยว เพราะเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องต้นน้ำ การฟื้นฟูป่า การใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติ และการรักษาสมดุลระหว่างศรัทธากับสิ่งแวดล้อม
ในปี พ.ศ. 2555 พื้นที่ป่าบริเวณวัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโรได้รับการรับไว้เป็นโครงการอนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้ต้นแบบตามแนวชายแดนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อให้เป็นพื้นที่ต้นแบบในการดูแลรักษาป่าอย่างยั่งยืน โดยมีชุมชน หน่วยงานรัฐ และเครือข่ายท้องถิ่นร่วมกันอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ โครงการนี้ทำให้วัดมีบทบาทชัดเจนในฐานะแหล่งเรียนรู้เชิงนิเวศและพื้นที่ปลูกฝังจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ป่าไม้ให้กับชุมชนโดยรอบ
พระธรรมวชิรญาณโกศล วิ. หรือหลวงพ่อเยื้อน ขนฺติพโล เป็นพระเถระสำคัญที่เกี่ยวข้องกับวัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโรอย่างลึกซึ้ง ท่านเป็นพระสายธรรมยุตที่มีบทบาทด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา การอบรมกรรมฐาน การพัฒนาวัด และการขับเคลื่อนงานอนุรักษ์พื้นที่ป่า หลวงพ่อเยื้อนมีบทบาทต่อการทำให้วัดแห่งนี้เป็นทั้งสถานที่ปฏิบัติธรรมและพุทธอุทยานที่ผู้คนรู้จักในระดับจังหวัดและระดับประเทศ
ข้อมูลราชการล่าสุดระบุพระธรรมวชิรญาณโกศล วิ. (เยื้อน ขนฺติพโล) เป็นเจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ (ธรรมยุต) และยังปรากฏบทบาท ณ วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโรอย่างต่อเนื่อง ชื่อของท่านจึงเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์วัดโดยตรง ทั้งในด้านการเป็นพระนักปฏิบัติ พระนักพัฒนา และพระผู้ผลักดันให้พื้นที่วัดเป็นศูนย์กลางการปฏิบัติธรรมและการอนุรักษ์ป่าไม้ ผู้มาเยือนวัดจึงไม่ได้พบเพียงอาคารศาสนา แต่ยังได้สัมผัสแนวคิดการพัฒนาวัดที่ใช้ธรรมะเป็นฐานในการดูแลสังคมและธรรมชาติ
พระอุโบสถของวัดเป็นศาสนสถานสำคัญที่สร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี เมื่อปี พ.ศ. 2539 คณะกรรมการวัดมีมติจัดสร้างพระอุโบสถเพื่อเป็นอนุสรณ์ในมหามงคลวโรกาสนั้น ลักษณะพระอุโบสถเป็นทรงไทยประยุกต์ ขนาดกว้าง 30 เมตร ยาว 60 เมตร เป็นอาคารขนาดใหญ่ที่สะท้อนพลังศรัทธาของคณะสงฆ์ ศิษยานุศิษย์ และพุทธศาสนิกชนที่ร่วมกันอุปถัมภ์การก่อสร้างจนแล้วเสร็จโดยไม่ใช้งบประมาณทางราชการ
พระอุโบสถได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2541 เพื่อให้สมบูรณ์ตามพระธรรมวินัย และทางวัดได้ทำพิธีผูกพัทธสีมาปิดทองฝังลูกนิมิตเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2547 โดยมีพลเอกเชษฐา ฐานะจาโร ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในขณะนั้นเป็นประธานในพิธี เหตุการณ์นี้เป็นหมุดหมายสำคัญของวัด เพราะทำให้พระอุโบสถเป็นศูนย์กลางสังฆกรรมที่สมบูรณ์และเป็นอนุสรณ์แห่งศรัทธาในรัชกาลที่ 9
ภายในวัดมีจุดสำคัญหลายแห่งที่ผู้มาเยือนนิยมสักการะและเดินชม ได้แก่ พระอุโบสถ รอยพระพุทธบาทขนาดใหญ่ อุโมงค์พญานาค พระพุทธบารมีสยามบุรีพิทักษ์ พระพุทธรูปนาคปรกขนาดใหญ่ พระสถูปเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ผาพระภูศาลาหรือผานางคอย เจดีย์น้ำซับ พระพุทธเมตตาจำลองจากพุทธคยา และพระโพธิสัตว์กวนอิมหินหยกขาว จุดเหล่านี้ทำให้วัดมีความครบถ้วนทั้งด้านพุทธศิลป์ การไหว้พระ การปฏิบัติธรรม และการชมธรรมชาติ
รอยพระพุทธบาทภายในพื้นที่วัดเป็นหนึ่งในจุดสำคัญที่เชื่อมโยงศรัทธากับประวัติศาสตร์ท้องถิ่น รอยพระพุทธบาทตั้งอยู่บนแผ่นหินขนาดใหญ่ในป่า ผู้มาเยือนต้องเดินเข้าไปจากถนนภายในวัด เป็นจุดที่แสดงให้เห็นว่าวัดเขาศาลาไม่ได้มีเพียงศาสนสถานสร้างใหม่ แต่ยังมีพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อมโยงกับความทรงจำและความเชื่อของชุมชนมาอย่างยาวนาน การเดินไปสักการะรอยพระพุทธบาทจึงเป็นทั้งการไหว้พระและการเข้าสู่พื้นที่ธรรมชาติอย่างมีสติ
อุโมงค์พญานาคเป็นอีกจุดเด่นที่ทำให้วัดเขาศาลาเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ลักษณะอุโมงค์มีความยาวมากและออกแบบให้เชื่อมโยงคติพญานาคกับเส้นทางเข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ภายในและบริเวณโดยรอบมีจุดให้ผู้มาเยือนสักการะพระพุทธรูปและเดินชมงานพุทธศิลป์อย่างสงบ อุโมงค์พญานาคไม่ใช่เพียงจุดถ่ายภาพ แต่เป็นสัญลักษณ์ของการเดินเข้าสู่พื้นที่ธรรมะผ่านจินตภาพของผู้พิทักษ์พระพุทธศาสนาในคติไทยและอีสาน
พระพุทธบารมีสยามบุรีพิทักษ์เป็นพระพุทธรูปนาคปรกขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่วัด มีลักษณะโดดเด่นด้วยองค์พระสีทองอร่ามและพญานาคแผ่พังพานเป็นฉากหลัง จุดนี้เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ผู้มาเยือนนิยมกราบสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล พระพุทธรูปนาคปรกมีความหมายเกี่ยวกับการคุ้มครอง การปกปักรักษา และความสงบภายใต้ร่มธรรม เมื่อประดิษฐานอยู่ท่ามกลางภูเขาและผืนป่า ยิ่งทำให้เกิดบรรยากาศขรึม สงบ และทรงพลังทางศรัทธา
ผาพระภูศาลาหรือผานางคอยเป็นจุดชมวิวสำคัญของวัด จากบริเวณนี้สามารถมองเห็นผืนป่า อ่างเก็บน้ำบ้านจรัส และแนวเทือกเขาพนมดงรักที่ทอดยาวไปตามชายแดนไทย – กัมพูชา ทัศนียภาพจากจุดชมวิวทำให้ผู้มาเยือนเห็นคุณค่าของการอนุรักษ์ป่าอย่างเป็นรูปธรรม เพราะพื้นที่สีเขียวเบื้องล่างไม่ใช่เพียงฉากธรรมชาติ แต่เป็นต้นน้ำ เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า และเป็นภูมิทัศน์ที่ชุมชนร่วมกันรักษาไว้
พระโพธิสัตว์กวนอิมหินหยกขาวเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่สร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือน ประติมากรรมนี้สะท้อนคติเมตตาธรรมและความกรุณาที่สอดคล้องกับพระพุทธศาสนา ผู้เดินทางมาวัดจึงได้พบทั้งพระพุทธรูปสำคัญ จุดปฏิบัติธรรม และสัญลักษณ์แห่งความเมตตาในพื้นที่เดียวกัน ความหลากหลายของศาสนศิลป์ภายในวัดช่วยให้ผู้มาเยือนหลายกลุ่มเข้าถึงความสงบและศรัทธาได้ตามพื้นฐานความเชื่อของตน
บรรยากาศโดยรวมของวัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโรเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการปฏิบัติธรรม ผู้ที่ต้องการพักใจจากความวุ่นวายสามารถใช้พื้นที่วัดเพื่อเดินจงกรม นั่งสมาธิ ฟังธรรม และเรียนรู้การอยู่ร่วมกับธรรมชาติ สภาพแวดล้อมที่เงียบสงบ ร่มเย็น และห่างจากความคึกคักของเมืองช่วยให้จิตใจตั้งมั่นได้ง่ายขึ้น วัดจึงเป็นสถานที่ที่เหมาะทั้งสำหรับผู้เริ่มต้นปฏิบัติธรรมและผู้ที่ต้องการมาปฏิบัติอย่างจริงจังเป็นหมู่คณะ
เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2547 สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้เลือกพุทธอุทยานวัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโรให้เข้าร่วมโครงการปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่รัฐที่สมัครใจมาปฏิบัติธรรม โดยไม่ถือเป็นวันลาตามมติคณะรัฐมนตรี การได้รับคัดเลือกดังกล่าวสะท้อนว่าวัดแห่งนี้มีความพร้อมทั้งด้านสถานที่ บรรยากาศ และแนวทางการใช้ธรรมะพัฒนาจิตใจของผู้ปฏิบัติ
วัดยังมีบทบาทด้านสาธารณสงเคราะห์และการพัฒนาสังคมผ่านการใช้หลักธรรมและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมควบคู่กัน การรักษาป่า 10,865 ไร่ให้คงอยู่คือการดูแลต้นน้ำ ดูแลสัตว์ป่า ดูแลชุมชน และดูแลอนาคตของคนรุ่นหลัง พระพุทธศาสนาในพื้นที่นี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่การสวดมนต์หรือพิธีกรรม แต่ขยายไปสู่การรับผิดชอบต่อธรรมชาติและสังคม ซึ่งเป็นบทบาทสำคัญของวัดป่าสมัยใหม่ในอีสานใต้
งานบุญและกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาของวัดมีความต่อเนื่องตลอดปี ทั้งทำบุญวันพระ ฟังธรรม ปฏิบัติธรรม งานเข้าพรรษา งานออกพรรษา งานกฐิน งานผ้าป่า งานบำเพ็ญกุศล และกิจกรรมอบรมธรรมะของคณะสงฆ์กับกลุ่มผู้ศรัทธา สำหรับวัดป่าขนาดใหญ่เช่นนี้ งานบุญไม่ได้เกิดเฉพาะในอาคาร แต่เกิดขึ้นท่ามกลางธรรมชาติและการมีส่วนร่วมของผู้คนที่เห็นคุณค่าของทั้งพระศาสนาและผืนป่า
วันพระเป็นช่วงเวลาที่บรรยากาศวัดสงบเป็นพิเศษ ผู้ศรัทธามาทำบุญ ฟังธรรม รักษาศีล และเจริญภาวนา การเข้าวัดในวันพระที่วัดเขาศาลาให้ประสบการณ์ที่แตกต่างจากวัดในเมือง เพราะเสียงลม เสียงนก ความเงียบของป่า และทิวเขาที่รายล้อมช่วยให้ผู้มาเยือนสัมผัสธรรมชาติของความสงบได้ชัดเจน วัดจึงเป็นพื้นที่ที่เหมาะกับการฝึกสติและการพิจารณาความเรียบง่ายของชีวิต
งานกฐินและงานผ้าป่าเป็นช่วงเวลาที่พุทธศาสนิกชนจากหลายพื้นที่เดินทางมาร่วมบุญเพื่อบำรุงวัดและสนับสนุนภารกิจของคณะสงฆ์ การร่วมบุญในวัดที่มีภารกิจอนุรักษ์ป่าเช่นนี้มีความหมายมากกว่าการดูแลเสนาสนะ เพราะยังเป็นการร่วมดูแลพื้นที่สีเขียว แหล่งน้ำ และแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ ผู้มาร่วมบุญจึงได้มีส่วนสนับสนุนทั้งพระพุทธศาสนาและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน
วัดเขาศาลาเหมาะสำหรับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ผู้มาเยือนสามารถเดินชมจุดสำคัญภายในวัด ไหว้พระที่พระอุโบสถ สักการะรอยพระพุทธบาท เดินชมอุโมงค์พญานาค ขึ้นจุดชมวิวผานางคอย และเรียนรู้เรื่องผืนป่าต้นน้ำโดยใช้เวลาประมาณ 2 – 4 ชั่วโมง หากต้องการปฏิบัติธรรม ควรติดต่อประสานงานล่วงหน้าและเตรียมตัวให้เหมาะสม เพราะพื้นที่วัดเป็นทั้งศาสนสถานและพื้นที่อนุรักษ์ที่ควรใช้ด้วยความสำรวม
ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ เสื้อมีแขน กางเกงหรือกระโปรงยาวเหมาะสม สวมรองเท้าที่เดินสะดวก เพราะพื้นที่วัดมีทั้งอาคารศาสนา ทางเดิน จุดชมวิว และเส้นทางในพื้นที่ธรรมชาติ ควรพกน้ำดื่ม หมวก หรือร่มในวันที่แดดจัด และควรเดินด้วยความระมัดระวังในช่วงฝนตกหรือพื้นเปียก การเข้าชมวัดป่าขนาดใหญ่ควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความสงบ และการไม่รบกวนธรรมชาติ
ข้อควรปฏิบัติสำคัญคือไม่ทิ้งขยะ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่จับหรือทำลายสัตว์ป่า ไม่เก็บพืช สมุนไพร หิน หรือสิ่งของธรรมชาติออกจากพื้นที่ ไม่เข้าเขตป่าลึกโดยไม่มีผู้ดูแล ไม่ปีนป่ายจุดอันตราย และไม่รบกวนผู้ปฏิบัติธรรม วัดเขาศาลาเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์และพื้นที่อนุรักษ์พร้อมกัน การเคารพกติกาเหล่านี้ช่วยให้การท่องเที่ยวมีคุณค่าและไม่ทำลายสิ่งที่วัดกับชุมชนร่วมกันรักษาไว้
การเดินทาง ไปวัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโรสะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถตู้แบบหมู่คณะ จากตัวเมืองสุรินทร์สามารถใช้เส้นทางมุ่งหน้าไปอำเภอบัวเชด แล้วเข้าสู่ตำบลจรัสและบ้านจรัส ระยะทางจากตัวเมืองสุรินทร์ประมาณ 80 กม. ขึ้นอยู่กับจุดเริ่มต้นและเส้นทางที่เลือก จากตัวอำเภอบัวเชดเข้าสู่วัดใช้เส้นทางไปตำบลจรัสและพื้นที่เขาศาลา ควรปักหมุดชื่อ “วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร ตำบลจรัส อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์” เพื่อให้ระบบนำทางเข้าสู่พื้นที่ถูกต้อง
ผู้ที่เดินทางเป็นครอบครัวหรือผู้สูงอายุควรวางแผนเวลาให้เหมาะสม เลือกเดินชมเฉพาะจุดหลัก เช่น พระอุโบสถ อุโมงค์พญานาค พระพุทธบารมีสยามบุรีพิทักษ์ และจุดชมวิวที่เข้าถึงได้สะดวก ส่วนผู้ที่ต้องการเดินชมธรรมชาติหรือไปสักการะจุดที่อยู่ลึกเข้าไปควรเผื่อเวลาและดูสภาพอากาศก่อนเดินทาง วัดตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าและภูเขา การเตรียมตัวดีจะทำให้การเดินทางสงบ ปลอดภัย และได้ประสบการณ์ครบถ้วน
วัดไม่มีการเก็บค่าเข้าชมสำหรับการไหว้พระ ทำบุญ และเข้าชมพื้นที่ทั่วไป ผู้มาเยือนสามารถร่วมทำบุญตามศรัทธาได้ตามจุดที่วัดจัดไว้ หากต้องการปฏิบัติธรรมเป็นหมู่คณะ ถวายสิ่งของจำนวนมาก ใช้พื้นที่จัดกิจกรรม หรือเข้าศึกษาดูงานด้านสิ่งแวดล้อม ควรติดต่อประสานงานกับวัดหรือหน่วยงานท้องถิ่นล่วงหน้า เพื่อให้การเข้าพื้นที่เป็นระเบียบและสอดคล้องกับการใช้งานจริงของวัด
วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโรสามารถจัดเป็นเส้นทางท่องเที่ยวร่วมกับสถานที่ใกล้เคียงในอำเภอบัวเชดและอำเภอสังขะได้ เช่น อ่างเก็บน้ำบ้านจรัส ตลาดและชุมชนบัวเชด วัดจรัสสามัคคีธรรม วัดโชคศรีพนมรุ้ง วัดโพธิญาณธรรมาราม ปราสาทภูมิโปนในอำเภอสังขะ และจุดท่องเที่ยวในตัวเมืองสุรินทร์สำหรับผู้ที่ต้องการพักค้างคืน การจัดเส้นทางควรให้วัดเขาศาลาเป็นจุดหลักของวัน เพราะพื้นที่กว้างและมีหลายจุดที่ควรใช้เวลาอย่างเต็มที่
ร้านอาหารใกล้วัดส่วนใหญ่อยู่ในตัวอำเภอบัวเชดและตามเส้นทางเข้าออกวัด มีทั้งร้านอาหารพื้นบ้าน ร้านอาหารตามสั่ง คาเฟ่ และร้านเครื่องดื่ม ผู้เดินทางควรวางแผนมื้ออาหารก่อนหรือหลังเข้าวัด เนื่องจากพื้นที่วัดเป็นพื้นที่ป่าและภูเขา ตัวเลือกร้านอาหารภายในพื้นที่ใกล้เขาอาจไม่หนาแน่นเท่าตัวอำเภอ หากเดินทางเป็นหมู่คณะควรเตรียมน้ำดื่มและวางแผนร้านอาหารไว้ล่วงหน้า
ที่พักใกล้วัดมีตัวเลือกในตำบลจรัสและอำเภอบัวเชด รวมถึงรีสอร์ทในอำเภอใกล้เคียงและโรงแรมในตัวเมืองสุรินทร์ หากต้องการพักใกล้วัดที่สุดควรเลือกที่พักย่านบ้านจรัสหรือบัวเชด หากต้องการความสะดวกเรื่องร้านอาหาร ตลาด โรงพยาบาล และบริการครบกว่า อาจเลือกพักในตัวเมืองสุรินทร์แล้วเดินทางมาเที่ยววัดเป็นทริปหนึ่งวัน แต่ควรออกเดินทางเช้าเพื่อให้มีเวลาอยู่ในวัดเพียงพอ
สำหรับชาวต่างชาติ วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโรเป็นสถานที่ที่ช่วยอธิบายสุรินทร์ได้ลึกกว่าภาพจำเรื่องช้าง ผ้าไหม หรือปราสาทขอม เพราะที่นี่แสดงให้เห็นว่าพระพุทธศาสนาไทยสามารถเชื่อมโยงกับการอนุรักษ์ป่าไม้ การปฏิบัติธรรม การพัฒนาชุมชน และการดูแลทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างไร ผู้มาเยือนต่างชาติจะได้เห็นวัดป่าที่มีชีวิต เห็นพระอุโบสถขนาดใหญ่ เห็นจุดชมวิวพนมดงรัก เห็นรอยพระพุทธบาทและศาสนศิลป์ร่วมสมัยในพื้นที่เดียวกัน
วัดแห่งนี้เหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม ทั้งผู้ต้องการไหว้พระ ผู้สนใจปฏิบัติธรรม ผู้สนใจธรรมชาติ ผู้สนใจป่าอนุรักษ์ นักเรียน นักศึกษา ครอบครัว ช่างภาพสายธรรมชาติ และชาวต่างชาติที่ต้องการเข้าใจวัดไทยในมิติที่ไม่ใช่เพียงสถาปัตยกรรม วัดเขาศาลาเป็นตัวอย่างของศาสนสถานที่มีบทบาทต่อจิตใจ สังคม และสิ่งแวดล้อมพร้อมกัน
โดยสรุป วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร สุรินทร์เป็นพุทธอุทยานและวัดป่าสำคัญของอำเภอบัวเชด ตั้งอยู่ท่ามกลางผืนป่าและเทือกเขาพนมดงรัก มีพื้นที่ประมาณ 10,865 ไร่ เป็นแหล่งต้นน้ำ แหล่งสมุนไพร แหล่งสัตว์ป่า และพื้นที่ปฏิบัติธรรมที่สงบ มีพระอุโบสถทรงไทยประยุกต์ขนาดใหญ่ รอยพระพุทธบาท อุโมงค์พญานาค พระพุทธบารมีสยามบุรีพิทักษ์ ผานางคอย พระสถูปเจดีย์ และจุดเรียนรู้เชิงอนุรักษ์ครบถ้วน ผู้ที่เดินทางมาที่นี่จะได้ไหว้พระ ทำบุญ ปฏิบัติธรรม ชมธรรมชาติ และเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างพระพุทธศาสนากับการอนุรักษ์ผืนป่าอีสานใต้อย่างชัดเจน
| ชื่อสถานที่ | วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร สุรินทร์ / พุทธอุทยานวัดเขาศาลา |
| ที่ตั้ง | ตำบลจรัส อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ 32230 |
| ที่อยู่ | วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร บ้านจรัส ตำบลจรัส อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ 32230 |
| พิกัด | 14.430102, 103.937607 |
| ไฮไลต์ | พุทธอุทยานแห่งแรกของประเทศไทย, พื้นที่ป่า 10,865 ไร่, พระอุโบสถทรงไทยประยุกต์, รอยพระพุทธบาทขนาดใหญ่, อุโมงค์พญานาค, พระพุทธบารมีสยามบุรีพิทักษ์, ผาพระภูศาลา / ผานางคอย, พระสถูปเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และพื้นที่ปฏิบัติธรรมท่ามกลางป่าเขา |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | ปี พ.ศ. 2536 กรมป่าไม้ประกาศพื้นที่เป็นเขตพุทธอุทยานเพื่อส่งเสริมพระพุทธศาสนา อนุรักษ์ป่าไม้ และพัฒนาสิ่งแวดล้อม ต่อมาในปี พ.ศ. 2555 พื้นที่ป่า 10,865 ไร่ได้รับการรับไว้เป็นโครงการอนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้ต้นแบบตามแนวชายแดนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ |
| สังกัดคณะสงฆ์ | ธรรมยุต |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อวัดเชื่อมโยงกับภูมิประเทศเขาศาลาและแนวคิดการพัฒนาพุทธอุทยานเพื่อพระพุทธศาสนาและการอนุรักษ์ป่าไม้ โดยมีพลเอกเชษฐา ฐานะจาโรเป็นผู้ริเริ่มสำคัญในช่วงแรก |
| ลักษณะเด่น | วัดป่าขนาดใหญ่ในพื้นที่ป่าและภูเขาใกล้ชายแดนไทย – กัมพูชา มีทั้งศาสนสถาน จุดปฏิบัติธรรม จุดชมวิว แหล่งต้นน้ำ พื้นที่เรียนรู้เชิงนิเวศ และแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในพื้นที่เดียวกัน |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองสุรินทร์มุ่งหน้าไปอำเภอบัวเชด แล้วเข้าสู่ตำบลจรัสและบ้านจรัส ระยะทางประมาณ 80 กม. เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถตู้แบบหมู่คณะ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชม ไหว้พระ ทำบุญ ปฏิบัติธรรม และท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ตามปกติ เป็นวัดราษฎร์สังกัดธรรมยุตและเป็นพื้นที่อนุรักษ์ป่าไม้ต้นแบบตามแนวชายแดน |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| ค่าเข้าชม | ไม่มีค่าเข้าชมสำหรับการไหว้พระและเข้าชมพื้นที่ทั่วไป สามารถร่วมทำบุญตามศรัทธาได้ |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พระอุโบสถ ศาลาปฏิบัติธรรม พื้นที่ไหว้พระ จุดชมวิว ลานจอดรถ ห้องน้ำ เส้นทางเดินภายในวัด พื้นที่พักสงบ จุดสักการะ และพื้นที่ปฏิบัติธรรมตามสภาพวัดป่า |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. พระอุโบสถทรงไทยประยุกต์ กว้าง 30 เมตร ยาว 60 เมตร 2. รอยพระพุทธบาทขนาดใหญ่ในพื้นที่ป่า 3. อุโมงค์พญานาค 4. พระพุทธบารมีสยามบุรีพิทักษ์ พระพุทธรูปนาคปรกขนาดใหญ่ 5. ผาพระภูศาลา / ผานางคอย จุดชมวิวเทือกเขาพนมดงรัก 6. พระสถูปเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ 7. เจดีย์น้ำซับ 8. พระพุทธเมตตาจำลองจากพุทธคยา 9. พระโพธิสัตว์กวนอิมหินหยกขาว 10. พื้นที่ปฏิบัติธรรมและศาลาธรรม 11. พื้นที่ป่าอนุรักษ์ แหล่งต้นน้ำ และเส้นทางศึกษาธรรมชาติ |
| ปูชนียวัตถุ / จุดสักการะสำคัญ | พระประธานในพระอุโบสถ, รอยพระพุทธบาท, พระพุทธบารมีสยามบุรีพิทักษ์, พระสถูปเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ, พระพุทธเมตตาจำลองจากพุทธคยา, พระโพธิสัตว์กวนอิมหินหยกขาว และพระพุทธรูปสำคัญตามจุดต่าง ๆ ภายในวัด |
| ประเพณี / พิธีกรรมสำคัญ | ทำบุญวันพระ ฟังธรรม เจริญภาวนา ปฏิบัติธรรม งานเข้าพรรษา งานออกพรรษา งานกฐิน งานผ้าป่า งานบำเพ็ญกุศล พิธีผูกพัทธสีมาปิดทองฝังลูกนิมิต และกิจกรรมอบรมธรรมะกับการอนุรักษ์ป่าไม้ |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระธรรมวชิรญาณโกศล วิ. (เยื้อน ขนฺติพโล) หรือหลวงพ่อเยื้อน ขนฺติพโล เจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ (ธรรมยุต) และพระเถระสำคัญประจำวัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร |
| เบอร์ติดต่อวัด / ปฏิบัติธรรม | พระสุวิท กตสาโร โทร. 089-033-3164 |
| เบอร์ติดต่อหน่วยงานท้องถิ่น | เทศบาลตำบลบัวเชด โทร. 044-579-025, 044-579-026 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. อ่างเก็บน้ำบ้านจรัส ประมาณ 4 กม. 2. วัดจรัสสามัคคีธรรม ตำบลจรัส ประมาณ 7 กม. 3. วัดโชคศรีพนมรุ้ง อำเภอบัวเชด ประมาณ 12 กม. 4. ตลาดและชุมชนบัวเชด ประมาณ 18 กม. 5. วัดโพธิญาณธรรมาราม อำเภอบัวเชด ประมาณ 22 กม. 6. ปราสาทภูมิโปน อำเภอสังขะ ประมาณ 45 กม. 7. ปราสาทศีขรภูมิ อำเภอศีขรภูมิ ประมาณ 65 กม. 8. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ประมาณ 82 กม. โทร. 044-513-272, 044-513-274 |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านอาหารพรเพ็ญ อำเภอบัวเชด ประมาณ 18 กม. โทร. 044-579-114 2. Jungle Cafe โลตัส เอ็กซ์เพรส บัวเชด ประมาณ 18 กม. โทร. 095-332-3078 3. Ben Coffee อำเภอบัวเชด ประมาณ 18 กม. 4. ร้านอาหารตามสั่งและร้านอาหารพื้นบ้านย่านตลาดบัวเชด ประมาณ 18 กม. 5. ร้านอาหารริมทางเส้นบัวเชด – จรัส ประมาณ 12 กม. 6. ร้านอาหารและคาเฟ่ในตัวเมืองสุรินทร์ ประมาณ 80 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. บ้านพักจรัสริมน้ำ ตำบลจรัส ประมาณ 4 กม. โทร. 087-258-1667 2. ไร่รุ่งแสงรีสอร์ท อำเภอบัวเชด ประมาณ 20 กม. โทร. 095-385-6070, 083-257-8527 3. จามจุรี รีสอร์ท อำเภอศีขรภูมิ ประมาณ 65 กม. โทร. 044-560-289, 089-190-5156 4. The Wood Surin อำเภอเมืองสุรินทร์ ประมาณ 82 กม. โทร. 063-023-7999 5. Thong Tarin Hotel อำเภอเมืองสุรินทร์ ประมาณ 83 กม. โทร. 044-514-281, 085-300-8858 6. Maneerote Hotel Surin อำเภอเมืองสุรินทร์ ประมาณ 83 กม. โทร. 044-514-569 7. Slive Hotel Surin อำเภอเมืองสุรินทร์ ประมาณ 84 กม. โทร. 044-060-322, 044-060-323 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร สุรินทร์อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโรตั้งอยู่ที่ตำบลจรัส อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ 32230 ใกล้แนวเทือกเขาพนมดงรักและชายแดนไทย – กัมพูชา
ถาม: วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโรเปิดให้เข้าชมวันเวลาใด?
ตอบ: วัดเปิดให้เข้าชม ไหว้พระ ทำบุญ และท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโรมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่มีค่าเข้าชมสำหรับการไหว้พระและเข้าชมพื้นที่ทั่วไป ผู้มาเยือนสามารถร่วมทำบุญตามศรัทธาได้
ถาม: จุดเด่นของวัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโรคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือเป็นพุทธอุทยานขนาดใหญ่บนพื้นที่ป่าประมาณ 10,865 ไร่ มีพระอุโบสถทรงไทยประยุกต์ รอยพระพุทธบาท อุโมงค์พญานาค พระพุทธบารมีสยามบุรีพิทักษ์ ผานางคอย และพื้นที่ปฏิบัติธรรมท่ามกลางป่าเขา
ถาม: ปัจจุบันใครเป็นพระเถระสำคัญของวัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร?
ตอบ: พระธรรมวชิรญาณโกศล วิ. (เยื้อน ขนฺติพโล) หรือหลวงพ่อเยื้อน ขนฺติพโล เป็นพระเถระสำคัญประจำวัดและเจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ (ธรรมยุต)
ถาม: วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโรเกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ป่าไม้อย่างไร?
ตอบ: พื้นที่ป่าของวัดได้รับการประกาศเป็นเขตพุทธอุทยานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 และได้รับการรับไว้เป็นโครงการอนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้ต้นแบบตามแนวชายแดนอันเนื่องมาจากพระราชดำริในปี พ.ศ. 2555 เพื่อดูแลป่า ต้นน้ำ และระบบนิเวศร่วมกับชุมชนกับหน่วยงานเครือข่าย
ถาม: ควรเที่ยววัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโรร่วมกับสถานที่ใด?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับอ่างเก็บน้ำบ้านจรัส วัดจรัสสามัคคีธรรม ตลาดและชุมชนบัวเชด วัดโพธิญาณธรรมาราม ปราสาทภูมิโปน ปราสาทศีขรภูมิ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ได้
ถาม: ควรแต่งกายและเตรียมตัวอย่างไรเมื่อไปวัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ สวมรองเท้าที่เดินสะดวก เตรียมน้ำดื่ม พกหมวกหรือร่มในวันที่แดดจัด ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ทิ้งขยะ ไม่รบกวนผู้ปฏิบัติธรรม และไม่ทำลายพืช สัตว์ หรือทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่วัด
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 3 เดือนที่แล้ว




